ลงทะเบียนคนจนวันแรกเฉียด 3 แสน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 เม.ย. 2560 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/904116


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (3 เม.ย.) ซึ่งเป็นวันแรกที่รัฐบาลเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเพื่อขอรับสวัสดิการจากรัฐ ผ่านธนาคารออมสิน, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.), ธนาคารกรุงไทย, คลังจังหวัด และสำนักงานเขตในกรุงเทพมหานคร 50 เขต ทำให้มีจุดเปิดให้บริการรับลงทะเบียนผู้ที่มีรายได้น้อยราว 3,000 จุดทั่วประเทศ ซึ่งบรรยากาศการลงทะเบียนวันแรกเป็นไปด้วยความคึกคัก โดยเฉพาะธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ สะพานควาย ที่มีประชาชนมาเข้าคิวตั้งแต่เวลา 05.00 น. ซึ่งเมื่อถึงเวลา 16.30 น. ผลปรากฏว่า มีประชาชนมาลงทะเบียนผ่านธนาคารออมสินราว 107,371 ราย, ธ.ก.ส. 100,682 ราย ธ.กรุงไทย 77,795 ราย รวม 285,848 ราย ทั้งนี้รัฐบาลได้เปิดให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยมาลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.-15 พ.ค.60 รวมเป็นเวลา 42 วัน

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ธนาคารออมสิน ได้เตรียมความพร้อมการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย ด้วยการจ้างลูกจ้างชั่วคราว นักศึกษา สาขาละ 1-2 คน หรือราว 2,000 คน มาช่วยลงทะเบียนตลอด 42 วัน คาดว่า มีผู้มีรายได้น้อยมาลงทะเบียนกับออมสินประมาณ 4 ล้านราย เฉลี่ยวันละ 100,000 คน โดยปีที่แล้ว มีประชาชนลงทะเบียนที่ธนาคารออมสิน 2.5 ล้านคน ทั้งนี้ ยอมรับว่าการตรวจสอบคุณสมบัติเพื่อรับสวัสดิการในรอบนี้ มีหลักเกณฑ์ที่เข้มงวดมากขึ้น จึงแนะนำให้เลือกลงทะเบียนกับหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบข้อมูล

ด้านนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวถึงการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยว่า หวังว่าในรอบนี้ จะไม่มีเสียงบ่นจากประชาชนว่าไม่ทราบเรื่องการลงทะเบียนเพื่อขอรับสวัสดิการจากรัฐอีก เพราะในช่วงที่ผ่านมา สื่อต่างๆได้ออกข่าวประชาสัมพันธ์ตลอด โดยคาดว่า จะมีประชาชนลงทะเบียนไม่น้อยกว่า 10 ล้านคน ส่วนสวัสดิการผู้มีรายได้น้อย กระทรวงการคลังจะแจกบัตรสวัสดิการภาครัฐ (บัตรชิปการ์ด) เป็นกระเป๋าเงินให้ผู้มีรายได้น้อยมีสิทธิประโยชน์หลายอย่าง นอกเหนือจากส่วนลดค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า รวมถึงค่ารถเมล์และค่ารถไฟฟรี ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้มีรายได้น้อยที่อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่จะได้ใช้สิทธิ์ดังกล่าว โดยกระทรวงการคลัง กำลังพิจารณาว่าจะเพิ่มสวัสดิการผู้มีรายได้น้อยในต่างจังหวัดด้วย ซึ่งอาจได้รับสิทธิ์ลดค่าตั๋วโดยสารรถไฟ, รถทัวร์ของบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างคนในเมืองกับในต่างจังหวัด ส่วนสวัสดิการเรื่องค่าเช่าบ้านและประกันอุบัติเหตุคนจน 99 บาทนั้น ยังอยู่ในขั้นตอนของการศึกษารายละเอียด.

 

จัดทัพใหญ่ลุยมอเตอร์โชว์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 เม.ย. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/904127


“กฤษฎา ล่ำซำ” เปิดแผน “ออดี้ไทยแลนด์”

เขย่าตลาดรถยนต์ในประเทศ ตระกูล “ล่ำซำ” เปิดสงครามแย่งชิงลูกค้า ด้วยการคว้าสิทธิ์เป็นผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่าย รถยนต์ “ออดี้” อย่างเป็นทางการ ในประเทศไทย เปิดตัวกระหึ่มเป็นครั้งแรกในงานบางกอกมอเตอร์โชว์ ที่กำลังจัดงานอยู่ในขณะนี้ไปจนถึงวันที่ 9 เม.ย.นี้ ที่เมืองทองธานี เผยทุ่มงบ 1,000 ล้านบาท ในการลงทุนธุรกิจดังกล่าว

นายกฤษฎา ล่ำซำ ประธานกรรมการและประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด (ออดี้ ไทยแลนด์) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ออดี้ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เปิดเผยว่า บริษัทได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากออดี้ เอจี ประเทศเยอรมนี ให้เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ ออดี้ในประเทศไทย เมื่อเดือน ต.ค.2559 และได้เตรียมทุ่มงบประมาณ 1,000 ล้านบาท สำหรับการปั้นธุรกิจรถยนต์ออดี้ให้กระหึ่มในประเทศไทย โดยเมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมาก็ได้เปิดโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการรถยนต์ออดี้ แห่งแรก ในชื่อ Audi New Petchburi (ออดี้ เพชรบุรีตัดใหม่) ที่โดดเด่น ทันสมัย ตั้งอยู่ใจกลางเมือง บนเนื้อที่ 3 ไร่ บนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ได้รับการออกแบบและตกแต่งโดยทีมงานมาตรฐานจาก AUDI AG เยอรมนี ผสมผสานด้วยดีไซน์สะท้อนอัตลักษณ์ “ความก้าวหน้าด้วยเทคโนโลยี” Vorsprung durch Tecnik พร้อมด้วยนวัตกรรมการบริการหลังการขายสุดล้ำสมัยมาตรฐานเดียวกับโชว์รูมและศูนย์บริการ Audi ประเทศเยอรมนี

“ในปลายปีนี้ ออดี้ ไทยแลนด์ มีแผนการลงทุนขยายธุรกิจครั้งใหญ่ โดยจะก่อสร้างกลุ่มอาคารคู่ สำหรับเปิดใช้เป็นสำนักงานใหญ่ พร้อมโชว์รูมและศูนย์บริการที่มีความสูงถึง 5 และ 6 ชั้นในที่เดียวกัน บนพื้นที่ 3 ไร่ บริเวณถนนประดิษฐ์มนูธรรม รวมพื้นที่ใช้สอยในตัวอาคาร 12,000 ตารางเมตร (ตร.ม.) ที่มีการออกแบบทันสมัยในแนวคิดที่ออดี้ เอจี ขนานนามให้ว่า “Audi Light House” หรือ “ประภาคารออดี้” โชว์การผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ผลงานการออกแบบร่วมกันระหว่างทีมงานออดี้ เอจี ประเทศเยอรมนี และทีมงานออดี้ไทยแลนด์ เพื่อเนรมิตให้อาคารแห่งนี้โดดเด่นยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือเรียกได้ว่าเป็น “State of the Art” อีกแห่งของเมืองไทย

นายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด (ออดี้ ไทยแลนด์) กล่าวถึงกลยุทธ์ด้านการขายและผลิตภัณฑ์ สำหรับรถออดี้ไทยแลนด์ว่า ได้เอาลูกค้าเป็นตัวตั้งว่าจะทำอย่างไรให้โดนใจลูกค้า จึงได้ใช้กลยุทธ์ “Right Product, Right Price” หรือ “ผลิตภัณฑ์ที่โดนใจ ราคาที่ใช่เลย” ที่จะมีการนำเสนอรถยนต์ออดี้รุ่นใหม่ๆที่หลากหลาย เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในกลุ่มต่างๆ และมีราคาเริ่มตั้งแต่ระดับราคา 2 ล้านบาท-18 ล้านบาทต่อคัน และยังเป็นราคาที่จะสามารถแข่งขันกับคู่แข่งที่อยู่ในตลาดได้ พร้อมชูจุดขายการเป็นรถนำเข้าทั้งคัน เพื่อให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจได้สูงสุดถึงคุณภาพรถที่ผลิตและประกอบจากโรงงานรถยนต์ออดี้ประเทศเยอรมนี

“ในปีนี้ บริษัทมีแผนงานว่าจะสามารถเปิดให้บริการแก่ลูกค้าได้รวม 3 โชว์รูม พร้อมศูนย์บริการมาตรฐาน คือที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ที่เปิดไปแล้ว ส่วนอีก 2 แห่งได้แก่ที่ถนนประดิษฐ์มนูธรรม (เลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์) ที่จะเป็นสำนักงานใหญ่ และที่ฝั่งธนบุรี และปี 2561 ก็จะเปิดอีก 3 แห่งคือที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, จังหวัดภูเก็ต และที่กรุงเทพฯ โดยไตรมาส 2-3 ปีนี้ก็จะมีการเปิดรับสมัครผู้สนใจ มาเป็นดีลเลอร์ หรือผู้แทนจำหน่าย ที่มีเงื่อนไขว่า ขอให้เป็นผู้มีความรักในรถยนต์ออดี้และเน้นเรื่องการดูแลลูกค้าเป็นสำคัญ”

นายกฤษณะกรกล่าวว่า เนื่องจากบริษัท เพิ่งมีโชว์รูมเดียวในขณะนี้ ซึ่งการที่จะให้ลูกค้าได้รู้จักบริษัท ก็คือต้องไปร่วมออกงานแสดงรถยนต์ที่สำคัญๆในทุกงาน รวมทั้งการออกอีเวนต์ตามห้างสรรพสินค้าและสถานที่ต่างๆ เช่นงานบางกอกมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 38 ที่กำลังจัดงานอยู่ในขณะนี้ไปจนถึงวันที่ 9 เม.ย.นี้ ณ ชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี บริษัทก็ได้นำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีรุ่นใหม่ๆของรถยนต์ออดี้หลากรุ่นไปให้คนไทยได้สัมผัสและทดลองขับ และที่เป็นไฮไลต์ของบูธออดี้ คือรถออดี้ คิว 5 ใหม่ ที่เปิดตัวครั้งแรกในอาเซียนในงานดังกล่าวโดยมีจุดเด่นที่การออกแบบเป็นรถสปอร์ตเอสยูวีรุ่นใหม่ พร้อมระบบการขับเคลื่อน 4 ล้อ ตลอดเวลาแบบควอตโตรอันเลื่องชื่อของออดี้

ขณะเดียวกัน บริษัทยังได้นำรถออดี้อีก 2รุ่นใหม่ล่าสุดที่ได้มีการเปิดตัวในเมืองไทยเป็นครั้งแรก ได้แก่ รถออดี้ คิว 2 ที่เป็นรถพรีเมียมคอมแพคเอสยูวีใหม่ ที่ออดี้ได้เปิดเซ็กเมนต์ใหม่ที่เป็นการเปิดเซ็กเมนต์ใหม่หวังเจาะกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ ที่มีไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ทั้งยังเป็นการเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ออดี้ให้ดูมีความเป็นหนุ่ม-สาว และรถออดี้ เอ 5 คูเป้

นอกจากนี้ ยังมีรถใหม่อีก 2 รุ่นที่ได้รับการกล่าวขานในงานนี้ และสร้างยอดจองอย่างคึกคัก คือ ออดี้ คิว 7 ราคาเริ่มที่ 4.49 ล้านบาท-4.99 ล้านบาท และออดี้ ทีที ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ควอตโตร ราคา 3.19 ล้านบาท ทั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจกับรถออดี้ทุกรุ่น บริษัทได้รับประกันเป็นเวลา 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Audi Roadside Assistance ตลอดระยะเวลา 5 ปี.

 

สนามบินดอนเมือง จัดจนท.ดูแลสายพานกระเป๋า ลดเวลา-ภาระผู้โดยสาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 เม.ย. 2560 21:18

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/903960


ท่าอากาศยานดอนเมือง จัดเจ้าหน้าที่ช่วยยกกระเป๋าสัมภาระลงจากสายพานลำเลียง พร้อมจัดเตรียมรถเข็นกระเป๋าให้กับผู้โดยสาร ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2560 เพื่อลดเวลาและภาระของผู้โดยสาร

เมื่อวันที่ 3 เม.ย.60 นายเพ็ชร ชั้นเจริญ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตามที่ทอท.มีนโยบายให้ท่าอากาศยานจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศในชั่วโมงเร่งด่วน ซึ่งจะมีกระเป๋าสัมภาระจำนวนมากบนสายพาน

ขณะเดียวกัน ยังมีผู้โดยสารที่รอผ่านกระบวนการพิธีการตรวจคนเข้าเมือง ทำให้มีกระเป๋าสัมภาระต้องรอบนสายพานรับกระเป๋าขาเข้าเป็นปริมาณมาก หรืออาจมีการใช้สายพานร่วมกันมากกว่าหนึ่งสายการบิน ส่งผลให้กระเป๋าสัมภาระปะปนกัน อีกทั้งยังมีการตกหล่นจากสายพาน ทำให้ผู้โดยสารไม่ได้รับความสะดวกสบาย

ทั้งนี้ ท่าอากาศยานดอนเมือง ได้ทดลองจัดเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่สายการบินเพื่อช่วยยกกระเป๋าสัมภาระลงจากสายพาน และจัดเตรียมรถเข็นกระเป๋าให้กับผู้โดยสาร โดยจะเริ่มให้บริการในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 60 คือ ตั้งแต่เวลา 06.00 น.ของวันที่ 3 เม.ย. 60 เป็นต้นไป จนถึงเวลา 22.00 น.ของวันที่ 18 เม.ย.60

เบื้องต้นได้ดำเนินการจัดเจ้าหน้าที่จำนวน 12 คน แบ่งเป็น 2 ผลัด ผลัดละ 6 คน ปฏิบัติงานระหว่างเวลา 06.00 – 14.00 น. และระหว่างเวลา 14.00 – 22.00 น. ทั้งนี้ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย เราได้กำหนดให้เจ้าหน้าที่ดังกล่าวสวมเสื้อยืดคอปกสีขาว สวมเสื้อกั๊กสีดำ ด้านหลัง ปักตัวอักษรคำว่า “Airport Service” สวมกางเกงสีดำ รองเท้าหุ้มส้นสีดำ และสวมถุงมือสีขาวในการทำงาน

 

สรุปยอดลงทะเบียนคนจนวันแรกผ่าน 3 ธนาคารรัฐ แตะ 285,848 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 เม.ย. 2560 18:59

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/903856


ลงทะเบียนคนจนวันแรกสุดคึกคัก ยอดลงทะเบียนผ่านธนาคารัฐทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ ออมสิน กรุงไทย ธ.ก.ส. แตะ 285,848 คน ขณะที่ ธ.ก.ส. เผยยังมียอดลงทะเบียนออฟไลน์อีกจำนวนหนึ่ง เตรียมประกาศเพิ่มในวันถัดไป

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 3 เม.ย. 60 ธนาคารออมสิน รายงาน มีผู้ลงทะเบียนตามมาตรการเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้มีรายได้น้อยในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 107,371 ราย

ธนาคารกรุงไทย รายงาน ตัวเลขโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ณ เวลา 17.00 น. มียอดลงทะเบียนกับธนาคาร จำนวน 77,795 ราย

ส่วนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) รายงานผลการรับลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2560 ผ่านระบบ ธ.ก.ส. วันที่ 3 เมษายน 2560 เวลา 18.00 น. จำนวน 181,141 ราย

ทั้งนี้ การลงทะเบียนผ่านระบบ ธ.ก.ส. จะมีการบันทึกข้อมูลแบบออนไลน์และออฟไลน์ ตัวเลขที่ปรากฏในเวลาทำการจะเป็นการลงทะเบียนแบบออนไลน์ ส่วนยอดสุทธิในแต่ละวัน โดยเจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส. 1,275 สาขาทั่วประเทศ จะทยอยป้อนข้อมูลลงระบบหลังจากที่ธนาคารปิดทำการ ซึ่งจะสามารถประมวลผลการลงทะเบียนได้ในเช้าของวันถัดไป.

 

คลัง คาดลงทะเบียนคนจนรอบ 2 เกิน 10 ล้านราย จ่อ ลดค่าตั๋วบขส.ให้คนตจว.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 เม.ย. 2560 18:13

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/903827


ขุนคลัง คาดเปิดลงทะเบียนคนจนรอบ 2 เกิน 10 ล้านราย จ่อออกบัตรสวัสดิการรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ จากรัฐ ได้ส่วนลดค่าน้ำ ค่าไฟ ขึ้นรถเมล์-รถไฟฟรี ส่วนคนตจว. อาจได้ส่วนลดค่าตั๋ว บขส.

เมื่อวันที่ 3 เม.ย. นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ รอบที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.-15 พ.ค. โดยคาดว่าจะมีผู้มาลงทะเบียนเกิน 10 ล้านราย โดยในครั้งนี้จะมีการออกเป็นบัตรสวัสดิการ เพื่อไว้สำหรับรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ จากรัฐบาล ซึ่งในอนาคตบัตรสวัสดิการนี้จะใช้เป็นกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet) เพื่อสอดรับกับ e-Payment ด้วย

สำหรับการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยนี้ รัฐบาลจะมีการทบทวนข้อมูลทุกปี เพื่อตรวจสอบรายได้ของผู้มาลงทะเบียนว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่ ส่วนสวัสดิการที่ผู้มีรายได้น้อยจะได้รับในครั้งนี้ เบื้องต้นมีส่วนลดค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า การขึ้นรถเมล์ฟรี รถไฟฟรี และยังต้องพิจารณาแพ็กเกจของผู้มีรายได้น้อยที่อยู่ในต่างจังหวัดที่จะแตกต่างจากผู้มีรายได้น้อยที่อยู่ในเมือง เช่น อาจเพิ่มการได้รับส่วนลดตั๋วโดยสารบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) และตั๋วรถไฟให้มีราคาถูกลง เป็นต้น เพราะคนในเมืองได้รับการช่วยเหลือด้านค่าเดินทาง รถเมล์ฟรี แต่คนต่างจังหวัดไม่ได้ใช้บริการ จึงเพิ่มเพื่อให้เกิดความสมดุลให้กับคนในเมืองและต่างจังหวัด

ส่วนการช่วยเหลือเรื่องค่าเช่าที่อยู่อาศัย ยังเป็นเพียงแค่แนวคิด เพราะส่วนใหญ่ผู้มีรายได้น้อยจะเช่าบ้านบนที่ดินของเอกชน จึงยังไม่สามารถพิจารณาการช่วยเหลือนี้ได้ เช่นเดียวกับการประกันอุบัติเหตุ 99 บาท ยังเป็นแนวคิดที่ต้องพิจารณาเช่นเดียวกัน ส่วนมาตรการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ได้สั่งการให้นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ไปคิดหาแนวทางเพื่อช่วยให้เกษตรกรมีรายได้อย่างยั่งยืน และให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมถึงเพื่อทดแทนโครงการที่ออกมาช่วยเหลือในทุกๆ ปี.

 

ทีซีซี ทุ่มทุน 1.2 แสนล้าน เปิดโครงการ ‘วัน แบงค็อก’ ใจกลางกรุง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 เม.ย. 2560 17:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/903791


ทีซีซี ทุ่มทุนกว่า 1.2 แสนล้าน เปิดโครงการ “วัน แบงค็อก” ใจกลางกรุงย่านสวนลุม พลิกโฉมเป็นเมืองแห่งความครบครัน ก้าวเป็นแลนด์มาร์กระดับโลก บนพื้นที่ 104 ไร่  มีเอกลักษณ์แตกต่าง ผสมผสานกันอย่างลงตัว…

เมื่อวันที่ 3 เม.ย. นายเจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการ บริษัท ทีซีซี แอสเซ็ท (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเปิดตัวโครงการวัน แบงค็อก (One Bangkok) มูลค่ากว่า 1.2 แสนล้าน ว่า คาดหวังในการเนรมิตโครงการดังกล่าวเสริมสร้างความเชื่อมั่นที่ทั่วโลกมีต่อประเทศไทยในฐานะเมืองที่เป็นศูนย์กลางของอาเซียนและเป็นเมืองแห่งไลฟ์สไตล์ที่สำคัญของเอเชีย รวมทั้งคาดหวังที่จะนำความรุ่งเรืองที่ยิ่งใหญ่มาสู่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นผู้เช่า เจ้าของ หรือพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งเป็นกิจการร่วมทุนระหว่างบริษัท ทีซีซี แอสเซ็ท (ประเทศไทย) จำกัด ถือหุ้น 80.1% กับบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด (เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้) ถือหุ้น 19.9%

ทั้งนี้ วัน แบงค็อก พร้อมเปิดโครงการปี 2564 ประกอบไปด้วยอาคารสำนักงานที่ล้ำยุค โรงแรมหรูที่มุ่งเน้นตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ร้านค้าและพื้นที่ทำกิจกรรม มีเอกลักษณ์แตกต่างแต่ผสมผสานกันอย่างลงตัว มีที่พักอาศัยระดับอัลตราลักชัวรี่ พื้นที่พักผ่อนหย่อนใจมากมายหลายรูปแบบเพื่อการใช้ชีวิตของผู้คน พื้นที่ศิลปะและวัฒนธรรม รวมไปถึงพื้นที่สีเขียวและพื้นที่เปิดโล่งขนาดรวมกัน 50 ไร่ จะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2568 จะมีพื้นอาคารรวม ทั้งหมด 1.83 ล้านตารางเมตร โดยโครงการตั้งอยู่บนที่ดินเช่าจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ในทำเลทองพื้นที่ 104 ไร่ บริเวณหัวมุมถนนวิทยุตัดกับถนนพระราม 4 ติดกับสวนลุมพินี เชื่อมต่อโดยตรงกับระบบขนส่งมวลชน

นอกจากนี้ โครงการมุ่งเน้นให้ความสำคัญใน 3 แนวคิดหลักคือ แนวคิดเรื่องคนเป็นศูนย์กลาง (People-centric) ความยั่งยืน ด้านสิ่งแวดล้อม (Green sustainability) และการใช้ชีวิตเมืองอย่างชาญฉลาด (Smart city living) และสะท้อนความหลากหลายที่เปี่ยมไปด้วยสีสันและมรดกทางวัฒนธรรมที่มีเสน่ห์ของกรุงเทพฯ.

 

หุ้นไทยปิดตลาดปรับขึ้น 5.75 ดัชนียืนที่ 1,580 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 เม.ย. 2560 16:57

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/903786


หุ้นไทยปิดตลาดภาคบ่าย ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.75 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,580.86 จุด มูลค่าการซื้อขาย 31,064.79 ล้านบาท

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันที่ 3 เม.ย. 60 พบว่า หุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.75 จุด เปลี่ยนแปลง 0.36% ดัชนีอยู่ที่ 1,580.86 จุด มูลค่าการซื้อขาย 31,064.79 ล้านบาท โดยระหว่างวันดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,583.55 จุด ต่ำสุดอยู่ที่ 1,577.78 จุด

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และ 5. บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน).

 

บขส.ยืนยัน กระบวนการสรรหากรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ โปร่งใส ตรวจสอบได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 เม.ย. 2560 16:54

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/903760


บขส. ชี้แจงกรณีการสรรหากรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ กำลังอยู่ระหว่างการสรรหาครั้งที่ 4 โดยคณะกรรมการสรรหา ยืนยันว่าดำเนินการตามหลักธรรมาภิบาล กรอบหน้าที่โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ทุกประการ…

จากกรณีที่ ตามข่าว นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปลี่ยนตัวประธานบอร์ด บขส. ได้แก่ นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล เพราะปล่อยให้มีการสรรหากรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส.ผิดขั้นตอน ตามข่าว ‘วิลาศ’ จี้ปลดเพื่อน วปอ. ‘บิ๊กตู่’ พ้น ปธ.บอร์ด บขส. ที่ได้เสนอไปนั้น

เมื่อวันที่ 3 เม.ย.2560 พลตำรวจเอกอำนาจ อันอาตม์งาม กรรมการบริษัทฯ รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า ตามที่มีการเสนอข่าวการสรรหากรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งข่าวดังกล่าวมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับองค์กร บขส.นั้น บขส. ได้พิจารณาข้อมูลที่นำเสนอแล้ว ขอเรียนทำความเข้าใจในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับองค์กร บขส. ดังต่อไปนี้

1. บขส. ได้จัดตั้งขึ้นตามหนังสือบริคณห์สนธิในนามบริษัท ขนส่ง จำกัด ตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2473 มีข้อบังคับของบริษัทฯ เป็นกรอบแนวทางในการดำเนินการและการบริหารจัดการ

2. ในการบริหารงานมีคณะกรรมการ โดยมีคณะกรรมการคนหนึ่ง เป็นประธานคณะกรรมการควบคุมการดำเนินกิจการของบริษัทฯ และอยู่ในความควบคุมของที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น ที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นเป็นผู้มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนกรรมการ

3. ในการบริหารงาน คณะกรรมการจะแต่งตั้งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. โดยมอบหมายให้บริหารบริษัทฯ ตามข้อบังคับ คำสั่ง และระเบียบของบริษัทฯ

4. การสรรหากรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัทฯ ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2518 ให้ไว้ ณ วันที่ 14 มกราคม 2518 และกฎหมายที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม

5. สำหรับ บขส. ตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ ได้ว่างลงตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558 และ บขส.ได้ดำเนินการสรรหากรรมการผู้จัดการใหญ่ โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา เพื่อทำหน้าที่สรรหาบุคคลที่มีความรู้ และความสามารถ ประสบการณ์เหมาะสมที่จะเป็นผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ ตามที่กฎหมายกำหนด โดยได้ดำเนินการประกาศรับสมัครและดำเนินการตามกระบวนการสรรหาตามระเบียบฯ มาแล้ว 3 ครั้ง แต่ยังไม่สามารถสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการสรรหาครั้งที่ 4 โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา ตามคำสั่งบริษัทฯ ที่ ป.11/2560 ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 และอยู่ระหว่างการสรรหาของคณะกรรมการยังไม่เสร็จสิ้น

6. บขส. ขอเรียนว่า บขส.ได้ให้ความสำคัญกับการสรรหาผู้บริหาร เพื่อเข้ามาปฏิบัติงานตามภารกิจขององค์กร แต่มีปัญหาข้อขัดข้องในการสรรหาในแต่ละครั้ง จึงทำให้ยังไม่ได้ตัวผู้บริหารและยังอยู่ระหว่างคณะกรรมการดำเนินการสรรหาต่อไป

พลตำรวจเอกอำนาจ กล่าวด้วยว่า การดำเนินการสรรหาได้ดำเนินการตามที่ระเบียบกฎหมายกำหนด ตามหลักธรรมาภิบาล ตามกรอบอำนาจหน้าที่ มีความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ทุกประการ และ บขส. ก็อยู่ภายใต้กระบวนการตรวจสอบทั้งภายใน ภายนอก รวมทั้งผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม บขส. จะได้นำข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์เพื่อไปใช้ในการบริหารงานของบริษัทฯ ต่อไป.

 

‘น้ำมัน-ยาสูบ-อาหาร’ ดันเงินเฟ้อเดือน มี.ค. สูงขึ้น 0.76%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 เม.ย. 2560 16:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/903555


น้ำมัน-อาหาร ดันเงินเฟ้อ มี.ค. สูงขึ้น 0.76% เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 12 เดือน ทำไตรมาสแรกสูงขึ้นแล้ว 1.25% “พาณิชย์” ปรับคาดการณ์เงินเฟ้อทั้งปี 60 เพิ่มขึ้น 1.5-2.2% จาก 1.5-2.0%

เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 60 นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ (เงินเฟ้อ) ของไทยว่า ในเดือน มี.ค. 60 ดัชนีเท่ากับ 100.33 สูงขึ้น 0.76% เมื่อเทียบกับเดือน มี.ค. 59 ซึ่งเป็นการสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 นับจากเดือน เม.ย. 59 ที่สูงขึ้น 0.07% ส่วนเมื่อเทียบกับเดือนก.พ. 60 ลดลง 0.46% ขณะที่เฉลี่ยเดือน ม.ค. – มี.ค. 60 สูงขึ้น 1.25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับสาเหตุที่ทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น 0.76% เป็นผลจากดัชนีหมวดอื่นๆ ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้น 0.83% สินค้าสำคัญที่มีราคาแพงขึ้น เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง ยาสูบและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ เป็นต้น ส่วนดัชนีหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เพิ่มขึ้น 0.68% สินค้าสำคัญที่มีราคาแพงขึ้น เช่น เครื่องประกอบอาหาร อาหารบริโภคนอกบ้าน อาหารบริโภคในบ้าน เนื้อสัตว์ เป็ดไก่และสัตว์น้ำ เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์

อย่างไรก็ตาม เมื่อแยกรายการสินค้า 422 รายการที่ใช้คำนวณเงินเฟ้อ พบว่า สินค้าที่มีราคาสูงขึ้น 123 รายการ เช่น น้ำมันพืช ซีอิ๊ว น้ำปลา กาแฟสำเร็จรูปพร้อมดื่ม ข้าวผัด ค่าเช่าบ้าน ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน ผ้าอนามัย เป็นต้น สินค้าที่มีราคาลดลง 117 รายการ และสินค้าราคาไม่เปลี่ยนแปลง 182 รายการ

นางสาวพิมพ์ชนก กล่าวว่า สำนักงานฯ ได้ปรับคาดการณ์เงินเฟ้อปี 60 ใหม่ จากเดิมขยายตัว 1.5-2.0% เพิ่มเป็น 1.5-2.2% ภายใต้สมมติฐาน คือ การขยายตัวเศรษฐกิจของประเทศเติบโต 3-4% ราคาน้ำมันดิบตลาดดูไบเฉลี่ยทั้งปีที่ 50-60 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 35.5-37.5 บาต่อเหรียญสหรัฐ ส่วนเงินเฟ้อไตรมาส 2 คาดขยายตัวเฉลี่ย 1% ใกล้เคียงกับฐานปีที่แล้ว

สำหรับดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน มี.ค. 60 หักอาหารสดและพลังงานออกจากการคำนวณ เท่ากับ 101.11 สูงขึ้น 0.62% เทียบกับเดือน มี.ค. 59 และสูงขึ้น 0.04% เทียบกับเดือน ก.พ. 60 ขณะที่เฉลี่ยไตรมาสแรก สูงขึ้น 0.66% เทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา

 

ควายทองเปิดตัวรถเมล์ไฟฟ้าแบรนด์ไทย เล็งเข้าร่วมประมูล ขสมก.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 เม.ย. 2560 16:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/903700


เปิดตัวรถเมล์ไฟฟ้าแบรนด์คนไทย “ควายทอง” ชู สมรรถนะสูง ประหยัดพลังงาน นำเทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเทียม ไททาเนต มาจากสหรัฐอเมริกา อายุการใช้งาน 10 ปี นั่งได้ 80 คน เริ่มต้นคันละ 15 ล้านบาท หวังร่วมประมูลโครงการรถเมล์ ขสมก. …

เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2560 ควายทอง มอเตอร์ เปิดตัวรถเมล์ไฟฟ้าแบรนด์คนไทย “ควายทอง” โดย นายสัก กอแสงเรือง อดีตนายกสมาคมสภาทนายความ เป็นประธานบริษัท เผยโฉมเป็นครั้งแรกที่วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ทั้งนี้ได้ พระพรหมมังคลาจารย์ หรือ เจ้าคุณธงชัย เจิมรถเมล์ไฟฟ้าด้วย

สำหรับรถเมล์ควายทองผลิตขึ้นในประเทศไทย โดยนำเทคโนโลยีการผลิตมาจากสหรัฐอเมริกา ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ลิเทียม ไททาเนต ที่มีสมรรถนะสูง ประหยัดพลังงาน ใช้ระยะเวลาชาร์จแบบรวดเร็ว หรือ ควิก ชาร์จ 10-15 นาที ขนาดความจุ 116 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง อายุการใช้งานกว่า 10 ปี ชาร์จราว 35,000 ครั้ง รับน้ำหนักได้ 80 คน สนนราคาคันละ 15 ล้านบาท

โดยแบรนด์ “ควายทอง” ตัดสินใจเข้ามาทำตลาดเพราะศึกษาตลาดยานยนต์ไฟฟ้ามาระยะหนึ่งแล้ว มองเห็นโอกาสและการเติบโตในอนาคต ประกอบกับสนใจจะเข้าร่วมการประมูลจัดรถเมล์ไฟฟ้าของ ขสมก. และจำหน่ายผ่านตัวแทนเพื่อใช้ในการพาณิชย์ทั่วไป หรือรถรับ-ส่งพนักงานตามโรงงาน หรือหน่วยราชการต่างๆ ด้วย.