เตรียมควักเงินเพิ่ม ค่าไฟงวด พ.ค.-ส.ค. จ่อแพงขึ้นกว่า 20 สต./หน่วย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 มี.ค. 2560 17:34

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/891796


ก๊าซธรรมชาติแพงขึ้น เตรียมรับมือจ่ายค่าไฟเพิ่ม งวด พ.ค.-ส.ค. เรคกูเลเตอร์ คาดค่าเอฟทีปรับขึ้นกว่า 20 สต.ต่อหน่วย พร้อมออกมาตรการลดการใช้ไฟภาคสมัครใจ หน้าร้อนนี้…

เมื่อวันที่ 21 มี.ค. นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. กล่าวถึง ค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (เอฟที) งวดใหม่เดือน พ.ค.-ส.ค.60 ว่า มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นกว่า 20 สตางค์/หน่วย หลังราคาก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงได้รับผลกระทบจากการจ่ายเงินสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่เข้าระบบมากขึ้น และการใช้น้ำมันเตา น้ำมันดีเซลผลิตไฟฟ้าในช่วงปิดซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซฯ ยาดานา ในเมียนมา เป็นเวลา 9 วัน ระหว่างวันที่ 25 มี.ค.-2 เม.ย.นี้

สำหรับช่วงความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีค) ในหน้าร้อนนี้ กกพ.ได้นำมาตรการลดใช้ไฟฟ้าภาคสมัครใจ แบบให้ผลตอบแทน 3 บาท/หน่วย มาใช้ โดยล่าสุดมีเอกชนผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่เข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งจะช่วยลดไฟฟ้าได้ประมาณ 151 เมกะวัตต์ คิดเป็นเงินสนับสนุนรวม 21 ล้านบาท แต่ช่วยประหยัดค่าน้ำมันเตา และน้ำมันดีเซลในการผลิตไฟฟ้าได้ 29 ล้านบาท จะทำให้ค่าเอฟทีลดลงได้ 0.01 สตางค์/หน่วย แต่ถ้าไม่มีมาตรการดังกล่าวจะกระทบค่าเอฟที 0.55 สตางค์/หน่วย

อย่างไรก็ตามปริมาณลดใช้ไฟฟ้าที่ระดับ 151 เมกะวัตต์ ถือว่าต่ำกว่าเป้าหมายที่ 400 เมกะวัตต์ เนี่องจากระยะเวลาขอความร่วมมือมีความกระชั้นชิด ทำให้ผู้ประกอบการเตรียมเข้าร่วมโครงการไม่ทัน และ กกพ.ก็หันไปประสานขอความร่วมมือกับผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่โดยตรงแทน เพื่อให้ยอดใช้ไฟฟ้าลดลงได้ปริมาณที่มากเพียงพอและตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่ กกพ.ต้องการขอความร่วมมือมากที่สุด

ทั้งนี้ค่าเอฟทีที่เรียกเก็บในงวดปัจจุบันเดือน ม.ค.-เม.ย. อยู่ระดับ -37.29 สตางค์/หน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภทอยู่ที่ 3.3827 บาท/หน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม).

 

‘พาณิชย์’ เดินหน้าแม่สอด-เมียวดีโมเดล มหกรรมค้าชายแดน หวังลงทุน 2 ปท.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 มี.ค. 2560 15:33

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/891505


“พาณิชย์” เดินหน้า “แม่สอด-เมียวดีโมเดล” จัดงานมหกรรมการค้าชายแดนไทย-เมียนมา พร้อมเชิญ รมว.วางแผนและการคลัง เมียนมา ถกแก้ปัญหาและอุปสรรคทางการค้าระหว่างกัน หวังดันการค้า-ลงทุน 2 ประเทศขยายตัว

เมื่อวันที่ 21 มี.ค.60 นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงฯ ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการค้าชายแดนและการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน จัดงานมหกรรมการค้าชายแดนไทย-เมียนมา ภายใต้แนวคิดแม่สอด-เมียวดี โมเดล Stronger Together ระหว่างวันที่ 21-28 มี.ค.นี้ ณ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อผลักดันและขยายการค้า การลงทุนระหว่างไทย-เมียนมาให้ขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยด่านแม่สอดมีความสำคัญ เพราะเชื่อมเข้าไปยังเมืองต่างๆ ของเมียนมาได้ และมูลค่าการค้าขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

สำหรับการจัดงานครั้งนี้ กระทรวงฯ ได้เชิญรมว.วางแผนและการคลังเมียนมา เดินทางมาร่วมหารือเพื่อวางเป้าหมายการส่งเสริมการค้าชายแดนและการลงทุนร่วมกัน โดยมุ่งหวังให้แม่สอด-เมียวดี เป็นศูนย์กลางความร่วมมือในหลายๆ ด้าน เช่น ศูนย์กลางด้านอัญมณี, ศูนย์กลางการท่องเที่ยว Two Countries One Destination, ศูนย์กลางการบริการทางการแพทย์ และศูนย์กลางการพัฒนาด้านการขนส่ง พร้อมทั้งสนับสนุนการดำเนินการด้านพิธีการศุลกากรตรวจแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว ณ ด่านชายแดนแม่สอด-เมียวดี

พร้อมกันนั้น ยังได้จัดงานมหกรรมธงฟ้าขับเคลื่อนเขตเศรษฐกิจพิเศษตาก โดยจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาย่อมเยา และยังมีสินค้าแฟรนไชส์ สินค้าส่งออก ทั้งจากฝั่งไทยและฝั่งเมียนมา กว่า 300 คูหา มาจัดจำหน่าย คาดว่าจะได้รับความสนใจจากผู้บริโภคทั้งชาวไทยและชาวเมียนมา มาเลือกซื้อสินค้ากันอย่างคับคั่ง ทั้งนี้ในปี 60 กระทรวงฯ ตั้งเป้าหมายมูลค่าการค้าชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านไว้ที่ 1.8 ล้านล้านบาท

ส่วนการค้าชายแดนไทย-เมียนมา ปี 59 มีมูลค่า 187,964.53 ล้านบาท เป็นไทยส่งออก 109,339.84 ล้านบาท โดยสินค้าส่งออกที่สำคัญ เช่น เครื่องดื่มที่มี และไม่มีแอลกอฮอล์ น้ำตาลทราย เป็นต้น ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 78,624.69 ล้านบาท สินค้านำเข้าที่สำคัญ เช่น ก๊าซธรรมชาติ สัตว์น้ำ โค กระบือ สุกร เป็นต้น โดยมีด่านแม่สอดเป็นประตูการค้าสำคัญ ในปี 59 มูลค่าการค้าเฉพาะด่านแม่สอดสูงถึง 80,696.12 ล้านบาท ขยายตัว 16.84% จากปี 58.

 

ราชกิจจาฯ ก.ม.ภาษีสรรพสามิตใหม่ บุหรี่ 5 บาทต่อมวน-อาบอบนวด 1พันต่อรอบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 มี.ค. 2560 15:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/891580


ราชกิจจาฯ ลงประกาศ พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิตฉบับใหม่ คาดบังคับใช้เดือน ก.ย. กำหนดเพดานในอนาคต 20 ปี บุหรี่ขยับ 5 บาทต่อมวน ด้านอธิบดี แจงจัดเก็บจริงไม่สูงตามก.ม.แม่ หวั่นโลกออนไลน์สร้างความสับสน กักตุนสินค้า ย้ำให้ฟังประกาศอัตราจริง…

เมื่อวันที่ 21 มี.ค. นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2560 ราชกิจจานุเษกษา ออกประกาศ พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560 โดยหลังกฎหมายประกาศจะมีผลบังคับใช้ใน 180 วัน หรือเดือนก.ย. ซึ่งหลังจากนี้จะออกกฎหมายลูก 80 ฉบับ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายแม่ โดยเฉพาะอัตราการจัดเก็บภาษีสินค้าต่างๆ เนื่องจากกฎหมายแม่กำหนดไว้เป็นเพดานสูงสุด แต่อัตราการจัดเก็บจริงจะปรับลดลงมาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากในกฎหมายแม่นั้นเพดานสูงเพราะมองถึงอนาคต 20 ปี

พร้อมย้ำว่า อัตราจัดเก็บจริงจะอิงการจัดเก็บภาษีในปัจจุบันเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผู้บริโภคและผู้ประกอบการ แต่เป็นห่วงว่าหลังกฎหมายลงราชกิจจาฯแล้วจะมีการนำเพดานภาษีไปคูณราคาขายปลีกและนำไปเผยแพร่ในโลกออนไลน์ จนทำให้เกิดความสับสนเข้าใจกฏหมายแบบผิดๆ หรือมีการกักตุนสินค้ารับราคาใหม่ จึงอยากให้รอฟังอัตราจริง และประกาศจากกรมสรรพสามิต

นอกจากนี้ จะเร่งประชุมชี้แจงกับภาคเอกชน สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) รวมถึงหอการค้าต่างประเทศในไทย และจะพิมพ์พ.ร.บ.แจก ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และมีคำอธิบายเกี่ยวกับภาษีให้เอกชน และผู้สนใจนำไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมาย เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน

สำหรับภาษีดังกล่าว เป็นการรวมกฎหมายสรรพสามิต 7 ฉบับ ได้แก่ กฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต กฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต กฎหมายว่าด้วยสุรา กฎหมายว่าด้วยยาสูบ กฎหมายว่าด้วยไพ่ กฎหมายว่าด้วยการจัดสรรเงินภาษีสรรพสามิต และกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรเงินภาษีสุรา ซึ่งกฎหมายทั้ง 7 ฉบับใช้บังคับมาเป็นเวลานาน ไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน

ทั้งนี้สาระสำคัญของกฎหมาย มีการเพิ่มเติมบทนิยามที่สำคัญ เช่น คำว่า “ราคาขายปลีกแนะนำ” “ผลิต” “สุรา” “ยาสูบ” และ “ไพ่”, ปรับปรุงวิธีการจัดเก็บภาษี จากจัดเก็บในอัตราตามมูลค่าหรือตามปริมาณ แล้วแต่อัตราใด จะคิดเป็นเงินสูงกว่า เป็นจัดเก็บทั้งตามมูลค่าและตามปริมาณ อาทิ บัญชีพิกัดอัตราภาษียาสูบ หน่วยละ 5 บาทต่อปริมาณหนึ่งมวน สุราแช่ ชนิดเบียร์ หน่วยละ 3,000 บาทต่อปริมาณหนึ่งลิตร ส่วนสถานอาบน้ำ หน่วยละ 1,000 บาทต่อรอบ, เปลี่ยนฐานในการคำนวณภาษีตามมูลค่าจากเดิม” สินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ใช้ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม และสินค้านำเข้า ใช้ราคา ซี.ไอ.เอฟ.

รวมทั้งสินค้าสุรา ใช้ราคาขายส่งช่วงสุดท้าย เป็นราคาขายปลีกแนะนำ กำหนดอัตราภาษีให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และปรับปรุงอายุความประเมินภาษีจาก 2 ปี เป็น 5 ปี กำหนดบทโทษให้เหมาะสมกับปัจจุบัน รวมถึงให้มีผลบังคับใช้ไปในอนาคตอย่างน้อย 20 ปีข้างหน้า.

อ่านรายละเอียดที่นี่!!

 

ไทยพาณิชย์ จับมือ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ส่งแคมเปญ “รูด SCB DEBIT มี YEAH!” เอาใจขาช็อป ชิม ชิล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 21 มี.ค. 2560 11:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/891310


ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด จัดแคมเปญพิเศษ “รูด SCB DEBIT มี YEAH!” มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าผู้ถือบัตรเดบิต ธนาคารไทยพาณิชย์ได้ช็อป ชิม ชิล สุดคุ้ม เมื่อลูกค้าใช้บัตรเดบิตชำระค่าสินค้าครบทุก 1,000 บาท/เซลล์สลิป รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 100 บาท ตามประเภทบัตร (จำกัดเงินคืนสูงสุด 300 บาท/บัตร ตลอดรายการ) ณ ห้างสรรพสินค้า เดอะมอลล์ ทุกสาขา, ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์, สยามพารากอน และบลูพอร์ต หัวหิน นอกจากนี้ เมื่อโชว์บัตรเดบิต ไทยพาณิชย์ ยังได้สิทธิ์รับขนมฟรีทุกวันเสาร์ จากร้านค้าชื่อดังที่ร่วมรายการหมุนเวียนในแต่ละสัปดาห์ อาทิ Bake-Cheese Tart, Krispy Kreme, McDonald’s, BreadTalk, Kyo Roll En, Croissant Taiyaki, Auntie Anne’s, Subway, Squeeze, Beard Papa’s, Potato Corner, Yoomoo และ Swensen’s โดยมีนางสาว ผกาฉัตร เตชาบูรพานนท์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ (กลาง) และ นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด (ที่ 2 จากขวา) ร่วมเปิดตัวแคมเปญ พร้อมเชิญชวนลูกค้ารับสิทธิพิเศษดีๆ จากบัตรเดบิต ธนาคารไทยพาณิชย์ ใช้รูดได้เงินคืน ใช้โชว์ได้กินฟรี ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 30 เมษายน 2560

 

CWT เยี่ยมชมโซลาร์สหกรณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 21 มี.ค. 2560 11:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/891317


นายวีระพล ไชยธีรัตต์ (กลาง) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชัยวัฒนา แทนเนอรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CWT เยี่ยมชมโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินสำหรับหน่วยงานราชการ และสหกรณ์ภาคการเกษตร สำหรับสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.สมุทรสาคร จำกัด โดยมีบริษัท บลู โซลาร์ฟาร์ม 3 จำกัด หรือ BSF3 เป็นผู้สนับสนุนโครงการ และบริษัท ชัยวัฒนา กรีน เพาเวอร์ จำกัด หรือ CWTG (บริษัทย่อยของ CWT) ถือหุ้นในสัดส่วน 49% ซึ่งได้ดำเนินการจ่ายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) เรียบร้อยแล้วเมื่อปลายปี 2559 โดยมีนายกอเชียร ปะเมโท (ที่ 1 จากซ้าย) ผู้จัดการโครงการ ให้การต้อนรับ ณ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อเร็วๆ นี้

 

ทองคำเปิดตลาดลง 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,750

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 มี.ค. 2560 09:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/891205


ราคาทองวันที่ 21 มี.ค. เปิดตลาดราคาคงที่ ทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,150 ขายออกบาทละ 20,250 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,783.80 ขายออกบาทละ 20,750 บาท

เมื่อวันที่ 21 มี.ค. 60 สมาคมค้าทองคำรายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.28 น. ราคาคงที่จากเมื่อวานที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,150 บาท ขายออกบาทละ 20,250 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,783.80 บาท ขายออกบาทละ 20,750 บาท.

 

หุ้นสหรัฐฯ ปิดแคบ จากแรงฉุดกลุ่มธนาคาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 มี.ค. 2560 07:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/891146


ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ลดลงในวันจันทร์ หลังหุ้นบริษัทกลุ่มธนาคารลดลง จากความกังขาว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะสามารถออกมาตรการผ่อนคลายข้อบังคับให้ภาคธนาคารในเร็วๆ นี้หรือไม่…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 20 มี.ค. แบบผสมผสาน โดยดัชนีดาวโจนส์ลดลง 8.76 จุด หรือ 0.04% ปิดที่ 20905.86 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 4.78 จุด หรือ 0.20% ปิดที่ 2373.47 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 0.53 จุด ปิดที่ 0.01% ปิดที่ 5901.53 จุด

ธนาคารเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์กระแสความคาดหวังในนโยบายหนุนการเติบโตทั้งการลดภาษีและลดข้อบังคับที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สัญญาเอาไว้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มธนาคารลดลงทั้งหมดในวันจันทร์ จากแรงกดดันที่การออกมาตรการปฏิรูปข้อบังคับไม่คืบหน้าตามที่คาด

โดยธนาคาร เวลส์ ฟาร์โก ลดลงมากที่สุด 1.8% หลังจากเปิดเผยว่า ยอดลงทะเบียนบัตรเครดิตใหม่ลดลงจากปีก่อนถึง 55% จากปัญหาบัญชีปลอม

 

“ไลน์” มุ่งสู่ศูนย์รวมจักรวาล คนไทยดาวน์โหลดสติกเกอร์ทะลัก 500 ล้านชุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 21 มี.ค. 2560 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/891095


นายอริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ ไลน์ (Line) ประเทศไทย เปิดเผยว่า ปีนี้ไลน์ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนเวลาในการใช้ไลน์ให้มากขึ้น จากปัจจุบันเฉลี่ยประมาณคนละ 70 นาทีต่อวัน รวมทั้งกระตุ้นให้มีการใช้บริการต่างๆบนไลน์ ได้มากเท่าเทียมกับบริการแชต (สนทนา) บริการยอดนิยมของไลน์ ซึ่งมีผู้ใช้ในไทยอยู่ทั้งสิ้น 41 ล้านราย

ทั้งนี้ ปัจจุบันฐานผู้ใช้งานไลน์ในไทย ซึ่งมี 41 ล้านรายนั้น ถือเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากญี่ปุ่น เข้ามาให้บริการในไทยตั้งแต่ปี 2557 และได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันนอกจากบริการแชตแล้ว ไลน์ยังแตกแขนงธุรกิจให้บริการครอบคลุมหลากหลาย ได้แก่ ไลน์เกม, ไลน์แมน-บริการส่งอาหาร, ไลน์ทีวี, ไลน์เพย์-ช่องทางชำระสินค้าและค่าบริการ, ไลน์ทูเดย์-บริการข่าวสาร เป็นต้น

นายอริยะกล่าวว่า ไลน์มีเป้าหมายที่จะเป็นศูนย์กลางของบริการหลากหลาย ผ่านการทำงานร่วมกับพันธมิตร เพราะไลน์ไม่สามารถทำทุกอย่างเองได้ แต่มีแพล็ตฟอร์มที่เข้าถึงผู้ใช้ถึง 41 ล้านคน โดยล่าสุดได้เปิดตัวบริการใหม่เพิ่มเติมในปีนี้ ครอบคลุมด้านการเงิน หุ้น บริการเรียกแท็กซี่ และค้นหาร้านอาหาร “เราพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกคน และการมาของไลน์ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมาแข่งกับคนทำธุรกิจเดิม แต่มาเพิ่มทางเลือกในการทำธุรกิจ ขณะนี้เทคโนโลยีมันเข้าไปฝังอยู่ในทุกอย่างแล้ว จะบอกว่าไม่เข้าใจไม่ได้แล้ว ต้องปรับตัวให้เข้ากับยุค”

นายอริยะยังกล่าวอีกว่า ไลน์พร้อมที่จะปฏิบัติตามกฎหมายไทย เนื่องจากทำธุรกิจในไทย ซึ่งปัจจุบันไลน์เป็นบริษัทไทย จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ในนามบริษัทไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) ตั้งแต่ปี 2557 มีการเสียภาษีถูกต้อง รวมทั้งพร้อมที่จะนำไลน์ทีวีเข้าสู่ระบบ หากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ต้องการจัดระเบียบบริการทีวีบนแอพพลิเคชั่นอย่างที่ไลน์ทีวีทำอยู่

โดยปัจจุบันไลน์ทีวีเริ่มทำรายได้ตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ของปี 2559 ที่ผ่านมา ขณะนี้ไลน์ทูเดย์ ซึ่งให้บริการข่าวสารในแต่ละวันนั้น น่าจะรับรู้รายได้ได้ตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปีนี้ ส่วนรายได้หลักของไลน์ ยังอยู่ที่การขายสติกเกอร์ ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมามีการดาวน์โหลดสติกเกอร์ไลน์ในไทยไปทั้งสิ้น 500 ล้านชุด.

 

ประกาศไม่หยุดให้บริการ ประชุม “อูเบอร์” สุดอลวนไปคนละทาง!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 21 มี.ค. 2560 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/891092


กระทรวงคมนาคมมึนหารือ “อูเบอร์” ขอร้องให้หยุดบริการ ระหว่างรอข้อสรุปที่ชัดเจน ก่อนแถลงข่าว “อูเบอร์” ให้ความร่วมมือกับภาครัฐ ขณะที่อูเบอร์สวนหมัดไม่หยุดให้บริการ เพราะไม่ผิดกฎหมาย เนื่องจากประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายรองรับ ขณะที่ผู้ประกอบการแท็กซี่เสนอให้ใช้ ม.44 จัดการด่วน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา นายวิฑูรย์ แนวพานิช ประธานเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ในเขตกรุงเทพฯ ได้เดินทางเข้ามายื่นหนังสือต่อนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม โดยนายวิฑูรย์กล่าวว่า ต้องการให้ ขบ.บังคับใช้กฎหมาย เพื่อแก้ไขปัญหารถแท็กซี่ที่ผิดกฎหมาย เนื่องจากที่ผ่านมามีการนำรถยนต์ส่วนบุคคลมาให้บริการเป็นรถโดยสารสาธารณะ ที่ปัจจุบันมีวิ่งให้บริการ 50,000 คัน ส่งผลกระทบต่อคนขับแท็กซี่ที่ลงทะเบียนกับ ขบ. ทำให้มีการแย่งผู้โดยสาร รายได้ของรถแท็กซี่ที่ถูกกฎหมาย ลดลง 30% ทั้งนี้ เครือข่ายสหกรณ์ไม่ได้ต่อต้านการนำแอพพลิเคชั่น Smart Taxi มาใช้ แต่ต้องการให้การให้บริการเป็นไปอย่างถูกต้อง เครือข่ายสหกรณ์ฯพร้อมร่วมมือกับแอพพลิเคชั่น Smart Taxi แต่ต้องรอให้ ขบ. แก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม เช่น กล้องวงจรปิด และมิเตอร์รูปแบบใหม่ ที่ใช้บัตรประจำตัวคนขับสแกน เพื่อยืนยันตัวตนก่อนออกให้บริการ

นายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวหลังการประชุมร่วมกับนางเอมี่ กุลโรจน์ปัญญา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายรัฐสัมพันธ์สื่อสารองค์กร ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (อูเบอร์) และตัวแทนจากมณฑลทหารบกที่ 11 เพื่อแก้ไขปัญหาการให้บริการที่ผิดกฎหมาย โดยนำรถส่วนบุคคลหรือรถป้ายดำมาวิ่งให้บริการเป็นรถโดยสารสาธารณะ หรือรถป้ายเหลือง ว่าที่ประชุมมีมติร่วมกันที่จะให้มีการศึกษาความเป็นไปได้ในการนำระบบบริการร่วมเดินทาง (Ride-sharing) ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ของการเดินทางของอูเบอร์ ที่นำเอาเทคโนโลยีมาใช้บนสมาร์ทโฟนมาให้บริการแท็กซี่ เนื่องจากประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายที่รองรับระบบดังกล่าว คาดว่าจะใช้เวลาในการศึกษาและสรุปผลได้ภายใน 6 เดือนถึง 1 ปี

“ผมยังตอบไม่ได้ว่าผลการศึกษาเป็นอย่างไร หากเห็นว่าเหมาะสม ก็ต้องจัดให้เป็นบริการในรูปแบบใหม่ ซึ่งในอนาคตต้องมีการแก้ไขกฎหมาย และออกมาตรการกำกับเกี่ยวกับมาตรฐานคนขับ ตัวรถ การทำประกันภัย รวมทั้งการเสียภาษีในการทำธุรกิจ ระหว่างที่กำลังศึกษา ได้ขอให้อูเบอร์ยุติการให้บริการ ซึ่งอูเบอร์ได้แจ้งว่า พร้อมยุติการให้บริการ”

นางเอมี่ กุลโรจน์ปัญญา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายรัฐสัมพันธ์สื่อสารองค์กร ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (อูเบอร์) กล่าวว่า ได้ตกลงร่วมกันเฉพาะประเด็นให้มีการศึกษาความเหมาะสมร่วมกันเท่านั้น ไม่ได้รับปากว่าจะยุติการให้บริการ และจะเดินหน้าให้บริการต่อไป เพราะอูเบอร์ไม่ได้ผิดกฎหมาย เพียงแต่ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายรองรับ ขณะที่อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ มีกฎหมายรองรับ สามารถให้บริการได้

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กล่าวว่า ที่ประชุมมีข้อสรุปตรงกันว่า การให้บริการในรูปแบบที่อูเบอร์ให้บริการ ขณะนี้ยังไม่มีกฎหมายไทยรองรับ ดังนั้นต้องใช้เวลา 6—12 เดือนในการศึกษา แต่ขอให้อูเบอร์ระงับการให้บริการไว้ก่อน แต่เมื่อยืนยันว่ายังไม่หยุดให้บริการ คณะกรรมการจัดระเบียบรถตู้ก็ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย แต่ยังไม่ต้องใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาใช้ เพราะ กฎหมายที่มีอยู่เพียงพอจะบังคับใช้ได้

นายวรพล แกมขุนทด นายกสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่ กล่าวว่า ขอเสนอให้ใช้มาตรา 44 เพื่อสั่งให้รถผิดกฎหมายเหล่านี้หยุดวิ่งให้บริการทันที.

 

ชง “อภิศักดิ์” เคาะประกันคนจน คลังจ่ายเบี้ยให้คนละ 99 บาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 21 มี.ค. 2560 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/891091


นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลจะทำประกันอุบัติเหตุให้แก่ผู้มีรายได้น้อยโดยจะเสนอประกันภัยแบบจ่ายเบี้ยประกันคนละ 99 บาท โดยกระทรวงจะออกเงินซื้อกรมธรรม์ให้ ขณะนี้ออกแบบรายละเอียดกรมธรรม์ไว้แล้ว ซึ่งต้องรอให้การลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยรอบวันที่ 3 เม.ย.-15 พ.ค.นี้ เสร็จสิ้นก่อน เพื่อจะได้ทราบจำนวนผู้มีสิทธิที่ชัดเจน “ขณะนี้ได้ข้อสรุปเรื่องค่าชดเชยแล้ว ถ้าความเสียหายเกิดขึ้น เวลาผู้เอาประกันภัยประสบอุบัติเหตุต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาล จะต้องนอนรักษาตัวจนกว่าจะหายนั้น จะได้รับเงินชดเชยวันละ 300 บาท แต่คงต้องรอให้ลงทะเบียนเสร็จก่อน จากนั้นจะเสนอให้ รมว.คลังพิจารณา ซึ่งต้องประเมินว่าใช้งบประมาณเท่าไร และประชาชนต้องการหรือไม่”

นอกจากนี้ นายสมชัยในฐานะประธานคณะกรรมการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ยังกล่าวในงานครบรอบ 9 ปี กองทุนประกันชีวิต-กองทุนประกันวินาศภัยว่า ปัจจุบัน กองทุนประกันชีวิตมีเงินกองทุนกว่า 4,000 ล้านบาท และกองทุนประกันวินาศภัยมีอยู่กว่า 3,000 ล้านบาท โดย 2 กองทุนนี้มีบทบาทสำคัญมากในการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้เอาประกัน โดยกรณีบริษัทประกันภัยถูกเพิกถอนใบอนุญาต หรือล้มละลายแล้วไม่มีเงินชำระหนี้ให้ผู้เอาประกัน ทั้ง 2 กองทุนจะจ่ายเงินชดเชยแทนบริษัทล้มละลายไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย รวมถึงพัฒนาธุรกิจประกันให้มีความยั่งยืน มีเสถียรภาพ.