ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 มี.ค. 2560 07:15
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/886201

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 มี.ค. 2560 07:15
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/886201

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 มี.ค. 2560 06:20
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/886187

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 15 มี.ค. ในแดนบวก โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 112.73 จุด หรือ 0.54% ปิดที่ 20950.10 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 19.81 จุด หรือ 0.84% ปิดที่ 2385.26 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 43.23 จุด หรือ 0.74% ปิดที่ 5900.05 จุด
เมื่อวันพุธ ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นหลังจากพบว่าน้ำมันในคลังน้ำมันดิบสหรัฐฯ ลดลงเล็กน้อย ช่วยหนุนบริษัทในกลุ่มปิโตรเลียม เช่น เอ็กซ์ซอนโมบิล และเชฟรอน ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานขึ้นอีก 0.25% เป็น 0.75%-1% แต่ไม่ส่งสัญญาณว่าจะเร่งเพิ่มอัตราดอกเบี้ย เพื่อตอบรับกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ดีขึ้นอย่าวต่อเนื่องแต่อย่างใด.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 มี.ค. 2560 06:15
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/886117

“ข้อมูลในบัตรประชาชนจะถูกโอนมาอยู่ในแบบฟอร์มของธนาคารหลังจากเครื่องอ่านชิปการ์ดในบัตรประชาชน ส่วนข้อมูลอื่นๆ เช่น รายได้ อาชีพ และทรัพย์สิน ต้องกรอกเพิ่มเติมด้วยตัวเอง”
ขณะที่ความคืบหน้าโครงการสินเชื่อรายย่อยเพื่อใช้จ่ายฉุกเฉิน เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยและเกษตรกรรายย่อย ธนาคารได้รับลงทะเบียนจากประชาชนไปแล้ว 56,000 ราย วงเงิน สินเชื่อ 1,600 ล้านบาทในจำนวนนี้ คาดว่าจะอนุมัติสินเชื่อได้ 1,000 ล้านบาท วงเงินปล่อยกู้ 30,000 บาทต่อราย ได้ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ สำหรับผู้ที่มีหนี้นอกระบบ ที่ต้องการชำระหนี้ หรือปิดหนี้.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 มี.ค. 2560 06:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/886106

นายชาญชัย พันธุ์โสภา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ศูนย์การค้าส่ง-ค้าปลีก ภายใต้ชื่อ “เดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์” เปิดเผยว่า หลังประกาศแผนลงทุนใหญ่ 11,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปี คือตั้งแต่ปี 2559 ถึงปี 2563 เพื่อขยายธุรกิจและอาณาจักร “แพลทินัม” ทั้งค้าปลีก-ค้าส่ง และโรงแรมครบวงจร เพื่อให้เดอะ แพลทินัม เป็นค้าส่งของโลก และย่านประตูน้ำ-ราชประสงค์เป็นจุดหมายปลายทางของการช็อปปิ้งขนาดใหญ่ของโลกภายใน 10 ปีนับจากนี้ก็พร้อมลุยเต็มสูบ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทั้งยอดขายและผลกำไร เพราะเชื่อว่าธุรกิจศูนย์การค้า ประเภทค้าส่งดีอยู่แล้ว ได้รับอานิสงส์ทั้งในช่วงภาวะเศรษฐกิจดีและไม่ดี โดยเศรษฐกิจดีผู้บริโภคก็ออกมาช็อปปิ้งซื้อสินค้ากันปกติ ขณะที่เศรษฐกิจไม่ดี ก็มาซื้อสินค้าเพื่อนำไปขายต่อทั้งออฟไลน์และออนไลน์ หารายได้เพิ่มและอาชีพเสริม สวนทางกับธุรกิจศูนย์การค้า ประเภทค้าปลีกที่กำลังซื้อหดหายในภาวะที่เศรษฐกิจไม่ดีเหมือนในช่วงที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ในส่วนของธุรกิจศูนย์การค้าเดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ ปัจจุบันมีลูกค้าแห่เข้ามาใช้บริการและซื้อสินค้าเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าวันละ 45,000-50,000 คนในวันธรรมดา และเพิ่มขึ้นเป็นวันละกว่า 60,000 คนในวันขายส่ง วันพุธและวันเสาร์ บางวันมียอดลูกค้าเข้ามาใช้บริการพุ่งสูงถึงวันละ 80,000-85,000 คน ขณะที่การใช้จ่ายต่อคนก็ไม่ลดลง นอกจากนี้ยังมีกลุ่มลูกค้าที่เป็นชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นในหลายๆ ประเทศ อาทิ อินโดนีเซีย เวียดนาม เมียนมา เป็นต้น จากฐานเดิมที่มีกลุ่มลูกค้าในแถบประเทศตะวันออกกลาง สิงคโปร์ มาเลเซียเป็นตลาดหลัก
สำหรับสัดส่วนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในศูนย์ฯ เป็นกลุ่มคนไทย 60% ชาวต่างชาติ 40% แต่กลุ่มคนไทยซื้อเพื่อขายต่อมีมากถึง 90% ขณะที่กลุ่มชาวต่างชาติซื้อเพื่อนำไปขายต่อมีไม่ถึง 10% แต่ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในทุกตลาด จนทำให้มั่นใจว่าสิ้นปี 60 บริษัทและบริษัทย่อยจะมีผลประกอบการเติบโตต่อเนื่องหรือทำได้แตะกว่า 2,000 ล้านบาท จากงวดปี 2559 ที่ทำยอดขายและผลกำไรนิวไฮหรือสูงสุดนับตั้งแต่ที่ดำเนินธุรกิจมา 12 ปี โดยมีกำไรสุทธิ 704 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับปี 2558 และมีรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 1,863 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ประมาณ 95 ล้านบาท หรือเติบโต 5% เป็นรายได้จากธุรกิจพื้นที่เช่า 65-70% โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ แพลทินัม ประตูน้ำ 20% และที่เหลือเป็นรายได้จากธุรกิจศูนย์อาหารและอื่นๆ
ทั้งนี้ ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลจากการดำเนินงาน การเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าเช่า ค่าบริการและโรงแรม ซึ่งเป็นธุรกิจหลักที่มั่นคง เนื่องจากบริษัทมีการปรับขึ้นราคาค่าเช่าพื้นที่รวมทั้งค่าบริการ สำหรับสัญญาเช่าและบริการที่หมดอายุระหว่างปี และการปรับโซนพื้นที่ขายอาหารบางส่วนของศูนย์อาหารในโครงการเดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ มาบริหารเอง
“การค้าย่านประตูน้ำ ณ วันนี้ถือเป็นย่านค้าส่งที่แข็งแรงมาก และหากการรวมตัวของผู้ประกอบธุรกิจทั้ง 2 ย่าน คือ ย่านค้าปลีกราชประสงค์กับย่านค้าส่งประตูน้ำที่มีความแข็งแกร่งทั้งคู่ มีสินค้าครบครัน หลากหลาย จะทำให้ในบริเวณดังกล่าวเป็นย่านค้าปลีก-ค้าส่งที่มีขนาดใหญ่และแข็งแรงที่สุด และเป็นจุดหมายปลายทางช็อปปิ้งของโลกใน 10 ปีนับจากนี้แน่นอน”.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 มี.ค. 2560 05:45
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/886090

นายขัตติยา ไกรกาญจน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยภายหลังการลงนามความร่วมมือระหว่างกลุ่มบริษัท แอดวานซ์เทค จากไต้หวัน กับ ส.อ.ท. ว่า ขณะนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะเอสเอ็มอี ต้องยกระดับไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 เนื่องจากประเทศคู่แข่ง เช่น จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน สหรัฐฯ ต่างก็เร่งยกระดับไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 แล้วทั้งสิ้น หากผู้ประกอบการไทยไม่ปรับตัวก็ไม่สามารถต่อสู้ในตลาดโลกได้
ทั้งนี้ จากการสำรวจอุตสาหกรรมของไทย พบว่าส่วนใหญ่อยู่ในระดับ 2.0 ดังนั้น ส.อ.ท.ได้นำร่องคัดเลือก 6 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ ชิ้นส่วนยานยนต์, เครื่องจักรกลการเกษตร, ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์, อาหารแปรรูป, เครื่องจักรกล, ปิโตรเคมีและอุตสาหกรรมสนับสนุน ในการปรับตัวไปสู่ 4.0 ในขั้นแรกตั้งแต่ปี 2559-2563 จะยกระดับไปสู่ 3.0 โดยจะปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีการผลิตไปสู่ระบบอัตโนมัติให้ได้มากกว่า 75% ของเครื่องจักรการผลิตทั้งหมด และเครื่องจักรอัตโนมัตินี้จะต้องมีอุปกรณ์เซ็นเซอร์ประมวลผลข้อมูลการทำงานของเครื่องจักรไปยังส่วนกลางได้
นอกจากนี้ ส.อ.ท.ได้ประสานงานกับสถาบันไทย-เยอรมัน ในการจัดหาผู้ออกแบบระบบอัตโนมัติ และหุ่นยนต์ (เอสไอ) เข้ามาช่วยเป็นที่ปรึกษาวางระบบให้กับผู้ประกอบการ ขณะนี้มี เอสเอ็มอีเข้ามาขึ้นทะเบียนกับ ส.อ.ท.แล้วกว่า 50 บริษัท ซึ่งจะเชิญผู้ประกอบการใน 6 กลุ่มนี้เข้ามาปรับปรุงก่อน คาดว่าจะมีจำนวน 300 ราย จากนั้นค่อยขยายวงกว้างออกไป
นายเชนนี่ โฮ ประธานกลุ่มบริษัท แอดวานซ์เทค จากไต้หวัน กล่าวว่า การลงทุนในอุตสาหกรรม 4.0 ไม่ใช่ของใหม่ เพราะหากโรงงานใดมีเครื่องจักรอัตโนมัติอยู่แล้ว ก็ใช้เงินลงทุนไม่มาก มีเพียงการติดตั้งเซ็นเซอร์เพื่อตรวจวัดข้อมูลส่งเข้าระบบประมวลผล และซอฟต์แวร์ เพื่อให้เจ้าของกิจการได้รับข้อมูลกระบวนการผลิตในจุดต่างๆอย่างทันที ซึ่งจะเห็นผลได้ภายใน 3 เดือน และใช้เวลาอีก 3-5 ปีจะเห็นผลภาพใหญ่ทั้งระบบ โดยในโรงงานของตนเองสามารถเพิ่มผลผลิตได้ถึง 80% และลดต้นทุนได้ 25%.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 มี.ค. 2560 05:30
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/886072

ด้าน พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธาน กสทช. กล่าวว่า ได้รับทราบเบื้องต้นถึงกรณีดังกล่าว ทาง กสทช.จะนำเรื่องดังกล่าวหารือในที่ประชุมบอร์ด กสทช.ในวันที่ 22 มี.ค.60 อย่างไรก็ตาม กรรมการ กสทช.ยังคงเหลือ 8 คน และยังคงทำหน้าที่ต่อไปได้ โดยบอร์ดชุดดังกล่าวจะครบวาระในเดือน ต.ค.60 นี้ เช่นเดียวกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ซึ่งเป็นบอร์ดชุดเล็ก จะเหลือกรรมการเพียง 3 คนนั้น ก็ยังคงประชุมบอร์ด กสท.ต่อไปได้.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 มี.ค. 2560 05:15
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/886060

“มาตรฐาน QS จะช่วยสร้างความมั่นใจให้คนไทยได้ในอีกระดับหนึ่งว่า ผู้บริโภคจะได้บริโภคผลิตภัณฑ์เนื้อไก่ CP ที่ผ่านกระบวนการผลิตอย่างมีคุณภาพและความปลอดภัยในระดับเดียวกับชาวเยอรมันและสหภาพยุโรป ที่สำคัญการได้รับมาตรฐาน QS จะช่วยให้ซีพีเอฟมียอดสั่งซื้อจากกลุ่มลูกค้าชาวเยอรมันและ EU เพิ่มมากขึ้น”.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 มี.ค. 2560 05:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/886057

“เรื่องคลื่น 2300 ของทีโอที ผมเข้าประชุมด้วยตัวเอง เพื่อผลักดันให้ทีโอทีได้ใช้คลื่นตามสิทธิ์” นายฐากรกล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังได้เห็นชอบให้มีการตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบการคิดค่าใช้คลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ หลังสัญญาสัมปทานสิ้นสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ย.2556-ปี 2558 ตามข้อเสนอของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) โดย สตง.ให้ความสนใจประเด็นการคิดค่าใช้คลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ หลังสัญญาสัมปทานสิ้นสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ย.2556-ปี 2558 ที่ใช้เวลานานเกือบ 4 ปีแล้ว ที่การคำนวณค่าใช้คลื่นก็ยังไม่มีข้อยุติแต่อย่างใด ซึ่งรายได้ในส่วนนี้จะนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินต่อไป โดย กสทช.จะสรุปเรื่องดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในเดือน พ.ค.60 นี้
ขณะเดียวกันบอร์ด กทค.ยังปลดการเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาดของบริษัท ทรู อินเตอร์เน็ต จำกัด ออกจากประกาศ กสทช.ด้วย เพราะปัจจุบันสัดส่วนแบ่งการตลาดของทรูลดลง เพราะมีผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตมากรายยิ่งขึ้น จากอดีตมีเพียง 2-3 รายเท่านั้น.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 มี.ค. 2560 05:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/886126

การันตีเกษตรกรค้านล้มโครงการ
นายสมปอง อินทร์ทอง เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เปิดเผยว่า ขณะนี้การตรวจสอบข้อมูลเอกชนทั้ง 15 ราย ที่ติดตั้งกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้า (วินด์ฟาร์ม) บนพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินที่ จ.ชัยภูมิ และ จ.นครราชสีมา เพื่อพิจารณาว่า ดำเนินการตามเงื่อนไขอย่างครบถ้วนหรือไม่ตามคำสั่งของ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ภายใน 45 วัน เสร็จเรียบร้อยแล้วและอยู่ระหว่างสรุปข้อมูล ซึ่งคาดว่าจะส่งให้ พล.อ.ฉัตรชัยพิจารณาได้ภายในสิ้นเดือน มี.ค.นี้
สำหรับการตรวจสอบข้อมูล แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1.จากสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด 2 จังหวัด คือ จ.ชัยภูมิและ จ.นครราชสีมา 2.จากผู้ประกอบการทั้ง 15 รายและ 3.จากเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งทุกฝ่ายให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยการดำเนินการทั้งหมดยืนยันว่าเป็นไปด้วยความรอบคอบ
ทั้งนี้ จากการสำรวจข้อมูลพบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ชอบโครงการติดตั้งกังหันลมฯ มาก เนื่องจากได้รับเงินโดยตรงจากภาคเอกชน ถนนในหมู่บ้านได้รับการปรับปรุง นอกจากนี้ผลตอบแทนที่ ส.ป.ก.ได้รับต่อปียังนำเข้ากองทุนช่วยเหลือด้านสวัสดิการแก่เกษตรกร เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถทำการเกษตรบนที่ดินได้เช่นเดิม โดยที่วิถีชีวิตไม่เปลี่ยนแปลง จึงไม่เห็นด้วยหากมีการยกเลิกโครงการไป
“ผมสั่งให้เจ้าหน้าที่ลงไปเก็บข้อมูลในพื้นที่ถึง 2 ครั้ง เพื่อรวบรวมข้อมูลให้ครบถ้วนทุกด้าน เกษตรกรบางรายถึงกับร้องไห้ ไม่อยากให้ยกเลิกโครงการดังกล่าว เพราะผลตอบแทนที่ได้ต่อไร่ สูงถึง 35,000 บาทต่อปี กังหันลม 1 อันใช้พื้นที่กว้างกว่า 3 ไร่ ผลตอบแทนดังกล่าวเกษตรกรใช้ในการส่งบุตรหลานเรียนหนังสือหากยกเลิกโครงการไปจะเกิดความลำบาก เพราะรายได้จากภาคการเกษตรยังไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา โดยข้อมูลทั้งหมด ส.ป.ก.จะส่งให้ พล.อ.ฉัตรชัยเป็นผู้พิจารณา ซึ่งถ้าผิดก็ว่ากันไปตามผิด แต่ถ้าไม่ผิดก็เดินหน้าต่อไป”
นอกจากนี้ ส.ป.ก.ได้ทำหนังสือถึงศาลปกครองสูงสุดขอคำจำกัดความถึงคำพิพากษา กรณีไม่ได้ให้ประโยชน์กับเกษตรกรโดยตรง ซึ่งทำให้ ส.ป.ก.ต้องยกเลิกสัญญาของบริษัทเทพสถิต วินด์ฟาร์มในการติดตั้งกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้าบนพื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดินที่ จ.ชัยภูมิว่า จะให้ ส.ป.ก.ปฏิบัติอย่างไร ซึ่งศาลปกครองสูงสุดตอบกลับว่า เรื่องดังกล่าวไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของศาลฯ จึงส่งเรื่องดังกล่าวให้ศาลปกครอง จ.นครราชสีมาพิจารณาต่อไป.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มี.ค. 2560 22:40
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/885970

เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจาก คณะรัฐมนตรี หรือ ครม.มีมติปรับหลักเกณฑ์ออกใบอนุญาตขับขี่ โดยให้ประชาชนต้องไปเรียนและอบรมที่โรงเรียนสอนขับรถเอกชนก่อนจะมีการแจ้งขอออกใบขับขี่ โดยกำหนดเพดานอัตราค่าอบรมไม่เกิน 6,000 บาท สำหรับโรงเรียนสอนขับรถเอกชน 95 แห่ง ซึ่งหลังจากมีมติ ครม.ดังกล่าวเกิดการวิพากษ์วิจารณ์วงกว้าง ทั้งประชาชนผู้ต้องการขอใบอนุญาตและโซเชียลมีเดีย ทำให้กระทรวงคมนาคมต้องออกมาชี้แจงด่วน ถึงข้อสงสัยหลายประเด็น (คาดกฎใหม่ สอบใบขับขี่ผ่านรร. เพิ่มอบรม 15 ชม.ค่าใช้จ่ายพุ่งเกือบ 6 พัน)
นายจิรุตม์ วิศาลจิตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ในฐานะโฆษกกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การผลักดันนโยบายปรับหลักเกณฑ์ออกใบอนุญาตขับขี่เป็นเรื่องที่กรมการขนส่งทางบกศึกษาข้อมูลมานานและพบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในส่วนของอุบัติเหตุที่มีสถิติสูงทุกปีมาจาก 3 ปัจจัย คือ
1.สภาพถนน ซึ่งขณะนี้กระทรวงคมนาคมมีนโยบายปรับปรุงให้ถนนมีคุณภาพ ปลอดภัยสูง
2.คุณภาพรถ รัฐบาลพยายามควบคุมยกระดับคุณภาพรถโดยสารสาธารณะต่าง ๆ
3.ความไม่พร้อมของผู้ขับรถ พบว่าปัจจัยเรื่องของคนเป็นปัจจัยสำคัญกว่า 80% ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องยกระดับการออกใบอนุญาตขับขี่ให้เข้มข้น
ทั้งนี้โรงเรียนที่จะเข้ามาสอนและอบรมจะต้องทำให้ผู้ขับขี่มีความสามารถในการขับรถ มีวัฒนธรรมและจริยธรรมในการขับขี่ ส่วนประเด็นข้อสงสัยทำไมต้องอบรม 15 ชั่วโมงนั้น เป็นการดำเนินการตามกรอบปฏิญญามอสโคทุกประเทศทั่วโลกฝึกอบรมผู้ขับขี่ตามชั่วโมงดังกล่าว ถือเป็นเวลามาตรฐาน
ส่วนกฎหมายดังกล่าวจะมีการบังคับเมื่อใด ยืนยันหลังจากมีมติ ครม.ทางกรมการขนส่งทางบกจะต้องศึกษาแผนรายละเอียดการเตรียมความพร้อมของโรงเรียนเอกชนและผ่านการพิจาณาตามข้อกฎหมายจากกฤษฎีกา คาดว่าจะใช้เวลาอีกเป็นปีกว่าจะประกาศใช้ ส่วนค่าใช้จ่ายในการอบรมไม่เกิน 6,000 บาทนั้น เป็นเพดานสูงสุด และเชื่อว่ากรมการขนส่งทางบกจะศึกษาอัตราที่เหมาะสมก่อนบังคับใช้กฎหมายต่อไป อัตราที่ออกมาจะคำนึงถึงความพร้อมของประชาชนเป็นหลัก
นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า สำหรับความพร้อมของโรงเรียนเอกชนสอนขับรถ ยืนยันในอนาคตจะเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน เนื่องจากขณะนี้มีโรงเรียนที่มีมาตรฐานได้รับอนุญาตแล้ว 95 แห่ง และอยู่ระหว่างการขอใบอนุญาต ซึ่งผ่านการพิจารณาแล้ว 43 แห่ง เชื่อว่าเอกชนที่เปิดโรงเรียนสอนขับรถแต่ละรายจะต้องลงทุนไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาทต่อแห่ง ซึ่งก็ต้องรักษาคุณภาพ
โดยขนส่งทางบกขีดเส้นชัดเจนว่า การควบคุมคุณภาพแต่ละแห่งจะใช้ระบบ E-Classroom ระบบดังกล่าวจะมีการออนไลน์ข้อมูลตั้งแต่ผู้เข้าเรียนมาแสดงตนที่โรงเรียนด้วยระบบสแกนนิ้ว การทำข้อสอบที่มีการคีย์ข้อมูลเข้ามาในระบบจนถึงการสอบปฏิบัติ ข้อมูลทั้งหมดจะส่งมาที่กรมการขนส่งทางบกด้วย
ทั้งนี้หากพบว่ามีการนำใบอนุญาตขับขี่ไปหาประโยชน์ จะถูกลงโทษสถานหนัก ปิดสถานประกอบการทันที นอกจากนี้ เพื่อให้โรงเรียนสอนขับรถเอกชนมีเพียงพอต่อความต้องการ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ามีแนวทางให้สถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยที่มีความพร้อมสามารถเปิดโรงเรียนสอนขับรถและบรรจุเป็นสถานประกอบการเพิ่มในอนาคต