ข้าวไทยมีอนาคต เม็กซิโกยอมเปิดโควตานำเข้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มี.ค. 2560 22:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/885701


น่าปลื้ม! เม็กซิโกเปิดโควตานำเข้าข้าวภายใต้ภาษี 0% ปริมาณ 1.5 แสนตัน “พาณิชย์” เตรียมผลักดันส่งออกข้าวไทยภายใต้โควตาตั้งเป้าส่งออกปี 60 มากกว่า 1 หมื่นตัน…

เมื่อวันที่ 15 มี.ค.2560 นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า รัฐบาลกลางเม็กซิโกได้เปิดโควตานำเข้าข้าวปริมาณ 150,000 ตัน ภายใต้ภาษีในโควตา 0% ถือเป็นครั้งแรกที่เม็กซิโกเปิดโควตาให้นำเข้าข้าวจากต่างประเทศ แบ่งเป็นข้าว 4 ชนิด ได้แก่ ข้าวเปลือก ข้าวเมล็ดยาว ข้าวหัก และข้าวกล้อง โดยไทยได้รับการจัดสรรโควตาประเภทข้าวเมล็ดยาวจากการเปิดโควตาครั้งนี้ด้วย ซึ่งคู่แข่งสำคัญของไทยในตลาดเม็กซิโก คือ สหรัฐฯ อุรุกวัย อาร์เจนตินา และเวียดนาม

“ถือเป็นโอกาสดีที่ไทยจะส่งออกข้าวไปตลาดเม็กซิโก ซึ่งปกติไทยเสียภาษีนำเข้า 20% สูงกว่าคู่แข่งอย่างสหรัฐฯ อุรุกวัย และอาร์เจนตินา ที่มีข้อตกลงการค้าเสรีกับเม็กซิโก ดังนั้นการจัดสรรโควตาให้ไทย คาดหวังว่าจะส่งออกได้เพิ่มขึ้นในปีนี้มากกว่า 10,000 ตัน จากปี 59 ที่ส่งออกได้ 7,690 ตัน ลดลง 50% จากปี 58 ข้าวไทยมีส่วนแบ่งตลาดในเม็กซิโกเป็นอันดับ 4 ที่ 3.32% ของปริมาณข้าวที่เม็กซิโกนำเข้ามาทั้งหมด โดยสหรัฐฯ เป็นอันดับ 1 ที่ 45% รองลงมาคือ อุรุกวัย 40% อาร์เจนตินา 7.7% เวียดนาม 1% และอินเดียไม่ถึง 1%” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าว

นางอภิรดี กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามการเปิดโควตานำเข้าข้าวของรัฐบาลเม็กซิโกได้กำหนดให้นำเข้าได้ตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค.-31 ธ.ค. 2560 โดยกำหนดให้บริษัทเอกชนที่ส่งออกข้าวภายในโควตาจะส่งออกได้ไม่เกินบริษัทละ 10,000 ตัน เพื่อกระจายโควตาให้ทั่วถึง ไม่ให้เกิดการผูกขาด สำหรับแผนการผลักดันและประชาสัมพันธ์ข้าวไทยในตลาดเม็กซิโกรวมทั้งตลาดอเมริกากลางคือ ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจัดทำโครงการขยายตลาดข้าวไทยในเม็กซิโกร่วมกับผู้นำเข้าและห้างสรรพสินค้าคอสท์โก เม็กซิโก ที่มีถึง 37 สาขา ในเดือน เม.ย.-ก.ย. 2560 เพื่อประชาสัมพันธ์ข้าวไทยให้เป็นที่รู้จักและติดตลาดเพิ่มขึ้น.

 

‘กฤษดา’ ลาออก ผอ.ไทยพีบีเอส รับผิดชอบปมซื้อตราสารหนี้ บ.เอกชน (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มี.ค. 2560 21:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/885960


กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ประกาศลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการ ส.ส.ท. แสดงความรับผิดชอบกรณีซื้อตราสารหนี้ บ.เอกชน ชี้ กระทบความรู้สึกประชาชนและเครือข่าย

วันที่ 15 มี.ค.2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) ได้ลาออกจากตำแหน่ง ผู้อำนวยการ ส.ส.ท. หลังมีการซื้อตราสารหนี้ของบริษัทเอกชนจนนำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์จากหลายภาคส่วน

นายกฤษดา ระบุว่า แม้ว่าการดำเนินงานจะถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อองค์กร แต่กระทบต่อความรู้สึกของประชาชนอย่างมาก รวมทั้งเครือข่ายที่เคยทำงานร่วมกับไทยพีบีเอส ซึ่งตนเองได้รับฟังข้อกังวลจากทุกฝ่ายและน้อมรับคำแนะนำ จึงขออภัยต่อการดำเนินการที่กระทบความรู้สึกของทุกคนเป็นอย่างมาก และขอแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากผู้อำนวยการไทยพีบีเอส

ก่อนหน้านี้ ไทยพีบีเอสได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีการซื้อตราสารหนี้ดังกล่าว ยืนยันไม่กระทบต่อการทำหน้าที่และเตรียมยุติการลงทุนในตราสารหนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

– ‘บิ๊กตู่’ สั่งสอบ ‘ไทยพีบีเอส’ ปมซื้อหุ้นกู้ ‘ซีพีเอฟ’

– ไทยพีบีเอส ประกาศยุติการลงทุนตราสารหนี้บางบริษัท หลังทำสังคมข้องใจ

 

ไทยพีบีเอส ประกาศยุติการลงทุนตราสารหนี้บางบริษัท หลังทำสังคมข้องใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มี.ค. 2560 21:06

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/885951


ไทยพีบีเอส ประกาศยุติการลงทุนตราสารหนี้บางบริษัท ที่อาจทำให้ภาคประชาชน-สังคม เกิดข้อสงสัยและความคลางแคลงใจ โดยจะมีการนำเสนอให้คณะกรรมการนโยบาย ส.ส.ท. พิจารณาโดยเร็วที่สุด…

วันที่ 15 มีนาคม องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส ออกคำชี้แจงกรณีซื้อตราสารหนี้ (หุ้นกู้) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ผ่านเว็บไซต์ ระบุว่า จากกรณีที่มีการแสดงความคิดเห็นจากสังคม ถึงการบริหารสินทรัพย์สภาพคล่องขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) ด้วยการนำสินทรัพย์สภาพคล่อง (รายได้ที่ยังไม่ถึงกำหนดใช้จ่าย) ไปซื้อตราสารหนี้ เพื่อทำให้สินทรัพย์สภาพคล่องนั้นสร้างรายได้และถูกนำไปพัฒนาองค์กร ซึ่งกรณีนี้มีผู้ชมผู้ฟังส่วนหนึ่งได้ตั้งข้อสังเกตถึงความเหมาะสมของการลงทุนดังกล่าว และกังวลว่าจะกระทบความเป็นอิสระในการทำหน้าที่สื่อสาธารณะ ผู้บริหาร ส.ส.ท. ขอขอบคุณในทุกข้อคิดความเห็นจากทุกภาคส่วน ทั้งนี้ ผู้บริหาร ส.ส.ท. รู้สึกเสียใจและขออภัยที่สร้างความกังวลใจให้กับประชาชนที่ติดตามไทยพีบีเอสมาโดยตลอด

อย่างไรก็ตาม ผู้บริหาร ส.ส.ท. ขอเรียนชี้แจงว่า การบริหารสินทรัพย์สภาพคล่องมีจุดมุ่งหมายเพียงเพื่อให้การบริหารเงินรายได้ที่รอถึงกำหนดจ่าย มีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะมากที่สุด ภายใต้กรอบที่กฎหมายกำหนด โดยมีการจัดการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน เป็นเงื่อนไขกำกับการลงทุน คือ ลงทุนในตราสารหนี้ที่มีการจัดอันดับเครดิตในระดับ A (จัดอันดับโดย TRIS) ซึ่งหมายถึงตราสารที่มีความเสี่ยงในระดับต่ำ มีความสามารถในการชำระดอกเบี้ยและคืนเงินต้นในเกณฑ์สูง

กลไกการใช้ดุลยพินิจ

กลไกการบริหารสินทรัพย์สภาพคล่อง ระเบียบ ส.ส.ท.กำหนดให้คณะกรรมการบริหารมีหน้าที่จัดทำกรอบนโยบายลงทุนเสนอให้คณะกรรมการนโยบายอนุมัติในทุกปีงบประมาณ โดยเสนอขออนุมัติพร้อมกับงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ เมื่อผ่านความเห็นชอบแล้ว ฝ่ายบริหารจึงดำเนินการบริหารจัดการในรูปแบบต่างๆ ภายใต้กรอบที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งเงินฝากในสถาบันการเงิน ตราสารหนี้ (พันธบัตรและหุ้นกู้) ซึ่งการบริหารสินทรัพย์สภาพคล่องในปีงบประมาณ 2560 ก็ดำเนินการตามกรอบนโยบายลงทุนที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการนโยบาย และการตัดสินใจเลือกลงทุนในตราสารหนี้บริษัทใดบริษัทหนึ่งนั้น ฝ่ายบริหารจะมีการปรึกษาหารือกับที่ปรึกษาทางการเงิน โดยลงทุนในตราสารหนี้เท่านั้น ไม่มีนโยบายลงทุนในหุ้นสามัญหรือตราสารทุนประเภทอื่นๆ อย่างเด็ดขาด ด้วยเหตุผลการบริหารความเสี่ยงทางการเงินที่ต่ำกว่า และบริหารจัดการสภาพคล่องได้ดีกว่า

อย่างไรก็ตาม เพื่อยืนยันในหลักการของสื่อสาธารณะ ที่ให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างรอบด้าน เสียงวิพากษ์วิจารณ์และข้อคิดความเห็นต่างๆ ต่อการบริหารสินทรัพย์สภาพคล่องของ ส.ส.ท. จึงเป็นสิ่งที่ฝ่ายบริหาร ส.ส.ท. ตระหนัก และเล็งเห็นว่าจำเป็นต้องมีการพิจารณาทบทวนกรอบนโยบายลงทุน รวมทั้งการยุติการลงทุนในตราสารหนี้บางบริษัท ที่อาจจะส่งผลให้ภาคประชาชนและสังคมโดยรวมเกิดข้อสงสัยและความคลางแคลงใจ โดยจะมีการนำเสนอให้คณะกรรมการนโยบาย  ส.ส.ท. พิจารณาโดยเร็วที่สุด.

ดูคำชี้แจง ที่นี่

 

ฟิลลิป มอร์ริส ติดหนึ่งใน 100 สุดยอดองค์กรเจ้าของสิทธิบัตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มี.ค. 2560 18:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/885695


ฟิลลิป มอร์ริส อินเตอร์เนชั่นแนล ติดหนึ่งใน 100 สุดยอดองค์กรเจ้าของสิทธิบัตร แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจ ความเป็นองค์กรนวัตกรรมเพื่อร่วมสร้างสังคมปลอดบุหรี่…

เมื่อวันที่ 15 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า องค์การสิทธิบัตรแห่งยุโรปเปิดเผยรายชื่อ 100 องค์กรที่ยื่นขอสิทธิบัตรในปี 2559 โดยฟิลลิป มอร์ริส อินเตอร์เนชั่นแนล อิงก์ (พีเอ็มไอ) ติดอันดับที่ 63 ร่วมกับบริษัทนวัตกรรมชื่อดัง อาทิ กูเกิล ซัมซุง ไมโครซอฟท์ แอร์บัส และเป็นบริษัทยาสูบเพียงรายเดียวที่มีรายชื่ออยู่ในรายงานประจำปี 2559 ขององค์การสิทธิบัตรแห่งยุโรป โดยฟิลลิป มอร์ริสฯ เพิ่งจะประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ในการพลิกโฉมอุตสาหกรรมยาสูบ ด้วยการมุ่งมั่นที่จะร่วมสร้างสังคมปลอดควันบุหรี่ โดยนับตั้งแต่ปี 2551 ใช้เงินลงทุนกว่า 3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และทีมนักวิจัยกว่า 400 คน เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ลดความเสี่ยง และเปิดตัวเว็บไซต์ใหม่ http://www.pmi.com เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ยาสูบที่อาจจะมีศักยภาพในการลดอันตรายจากการสูบบุหรี่ให้กับตัวผู้สูบและสังคมโดยรวม

นายมิเชล คัตโตนี รองประธานกรรมการฝ่ายเทคโนโลยีและปฏิบัติการ ฟิลลิป มอร์ริสฯ เปิดเผยว่า การวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์เป็นส่วนสำคัญที่แสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะทำให้ผู้สูบบุหรี่ผู้ใหญ่ทั่วโลกมีผลิตภัณฑ์ทางเลือกหลากหลายที่นำมาใช้ทดแทนบุหรี่ได้ ซึ่งสิทธิบัตรที่ได้รับมาช่วยยืนยันว่าได้เข้าใกล้เป้าหมายในการสร้างสังคมปลอดควันบุหรี่ โดยสิทธิบัตรกว่า 1,800 รายการ และอีกกว่า 4,000 รายการ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาออกสิทธิบัตรนั้นเกิดจากการค้นพบระหว่างการทำวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ซึ่งรวมถึงนวัตกรรมที่ให้ความร้อนแก่ใบยาสูบแทนการเผาไหม้ วิธีการใหม่ในการให้ความร้อนแก่น้ำยาเหลวของบุหรี่ไฟฟ้า และกระบวนการในการผลิต

นายพงศธร อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการฝ่ายบรรษัทสัมพันธ์ ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด เปิดเผยเพิ่มว่า ฝ่ายวิจัยและพัฒนาของฟิลลิป มอร์ริสฯ ทุ่มเทกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ซิกาแรตแบบธรรมดาบนหลักการของการกำจัดการเผาไหม้ของยาสูบ ในขณะเดียวกันก็ตอบสนองความพึงพอใจของผู้บริโภคที่เป็นผู้ใหญ่ทั่วโลก และได้นำเสนอผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์กับผู้ออกกฎระเบียบและนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก ซึ่งเห็นว่าการนำเทคโนโลยียุคดิจิตอลเข้ามาช่วยแก้ปัญหาในสังคมมีความสอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล เราอยากให้การกำหนดนโยบายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ยาสูบในอนาคตคำนึงถึงทางเลือกใหม่ในการลดอันตรายจากยาสูบ เพื่อช่วยให้เกิดประโยชน์ในสังคมมากที่สุด ทั้งนี้ ปัจจุบันผู้สูบบุหรี่ในต่างประเทศกว่า 1.4 ล้านคน เปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์ลดความเสี่ยง และฟิลลิป มอร์ริสฯ มีเป้าหมายให้ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นสามารถมาแทนที่บุหรี่แบบดั้งเดิมได้ในอนาคต จนถึงขณะนี้ ผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์เพื่อประเมินศักยภาพในการลดความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์เป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง.

 

พาณิชย์มั่นใจเงาะ ทุเรียน มังคุดปีนี้ราคาดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มี.ค. 2560 16:52

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/885571


ปลัดพาณิชย์มั่นใจผลไม้ภาคตะวันออก ทั้งทุเรียน เงาะ มังคุดปีนี้ไม่มีปัญหาราคาตกต่ำ ชี้มีตลาดรองรับผลผลิตหมดแล้ว ขณะที่บางสวนพลิกเกมจัดกินบุฟเฟต์ทุเรียนดึงนักท่องเที่ยว…

เมื่อวันที่ 15 มี.ค. น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผลไม้ภาคตะวันออก เช่น ทุเรียน มังคุด เงาะ และมะม่วง เป็นต้น โดยผลไม้จะเริ่มออกสู่ตลาดตั้งแต่สิ้นเดือน มี.ค.นี้ เป็นต้นไป และจะออกมากช่วงเดือน เม.ย. หลังสงกรานต์ และจากการที่ได้เตรียมความพร้อมด้านมาตรการรับมือ ทั้งการหาตลาดรองรับผลผลิต การกระจายผลผลิตออกสู่ตลาดปลายทางโดยเร็ว ทำให้มั่นใจว่า ปีนี้เกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ภาคตะวันออกจะจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาดีอีกปีหนึ่ง

“ได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดจันทบุรี สำนักงานเกษตรจังหวัดจันทบุรี สภาเกษตรจังหวัดจันทบุรี หอการค้าจังหวัดจันทบุรี เครือข่ายธุรกิจบิสคลับจันทบุรี สหกรณ์การเกษตรท่าใหม่ จำกัด และตัวแทนเกษตรกร ได้ข้อมูลตรงกันว่า ผลไม้ภาคตะวันออกปีนี้ไม่น่าห่วง ส่วนใหญ่มีตลาดรองรับหมดแล้ว”

ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวต่อว่า สำหรับทุเรียนที่ผลผลิตจะเริ่มออกมากตั้งแต่ เม.ย.นั้น มั่นใจว่า ไม่มีปัญหาด้านราคา เพราะผลผลิตมีตลาดรองรับ ทั้งการจำหน่ายในประเทศและส่งออก อีกทั้งชาวสวนยังได้เพิ่มช่องทางการจำหน่ายใหม่ๆ โดยเฉพาะการจัดกินทุเรียนบุฟเฟต์ ซึ่งปัจจุบันมีกว่า 19 สวน ซึ่งนอกจากจะช่วยระบายผลผลิตแล้ว ยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว เพราะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางเข้ามากินทุเรียนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ที่เดินทางมาจากพัทยา ขณะเดียวกันยังพบว่า เกษตรกรบางรายที่ได้ปรับตัวเป็นสมาร์ทฟาร์มเมอร์ โดยหันมาปลูกทุเรียนอินทรีย์ สามารถขายได้ราคาสูงถึงลูกละ 3,600 บาท ภายใต้แบรนด์ EXOTIQ นำไปขายที่ห้างพารากอน โดยมีผลผลิตเพียงปีละ 500 ลูกเท่านั้น และมี 2 พันธุ์ คือ หมอนทองและก้านยาว ซึ่งกระทรวงจะผลักดันให้เกษตรกรนำแนวทางเกษตรอินทรีย์ และเกษตรผสมผสาน
มาพัฒนาผลไม้ในภาคตะวันออกต่อไป

นอกจากนี้ ยังได้ไปเยี่ยมชมสหกรณ์การเกษตรท่าใหม่ที่มีโรงอบเย็น เพื่ออบผลผลิตทางการเกษตร โดยรับซื้อจากเกษตรกรในราคานำตลาด และนำมาผ่านกระบวนการอบ ทั้งอบร้อนและอบเย็น เพื่อให้ได้มาตรฐานตามที่ลูกค้าต้องการ ขณะนี้ กำลังดำเนินการอบมะม่วงก่อนที่จะส่งออกไปญี่ปุ่นและเกาหลี ขณะเดียวกัน ยังได้เยี่ยมชม บริษัท วรรัตน์ เฟรชฟรุ๊ต จำกัด ซึ่งเป็นล้ง หรือผู้รวบรวมสินค้าเกษตร และบรรจุเพื่อส่งออก ที่มีศักยภาพใน จ.จันทบุรี โดยจะรับผลผลิตจากเกษตรกรภายในพื้นที่ และทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับเกษตรกรเพื่อส่งออกไปกวางโจว ประเทศจีน โดยทางเรือ ซึ่งกระทรวงฯ จะพัฒนาให้มีล้งคุณภาพในลักษณะนี้เพิ่มมากขึ้น เพื่อรองรับผลผลิตผลไม้จากเกษตรกร.

 

สรรพากรยัน ขอคืนภาษีผ่านพร้อมเพย์ ได้รับเงินเร็วขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มี.ค. 2560 16:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/885667


กรมสรรพากร ยืนยันการขอคืนภาษีผ่านระบบพร้อมเพย์ได้รับเงินเร็วขึ้น หากการขอคืนภาษีไม่พบผิดปกติ ระบุ ส่วนใหญ่ผู้ขอคืนภาษีผูกบัญชีพร้อมเพย์แล้ว ร้อยละ 60

วันที่ 15 มีนาคม นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า จากข้อมูลสถิติการยื่นแบบแสดงรายได้ประจำปี 2559 และการขอคืนภาษีตั้งแต่เดือนมกราคม 2560 ถึงปัจจุบัน พบว่าผู้ขอคืนภาษีส่วนใหญ่มีการผูกบัญชีพร้อมเพย์อยู่แล้วกว่าร้อยละ 60 และบางส่วนอยู่ระหว่างการลงทะเบียนระบบพร้อมเพย์ เนื่องจากการคืนภาษีมีความสะดวก รวดเร็ว และนำเงินเข้าบัญชีธนาคารให้โดยอัตโนมัติ และยืนยันว่า กรมสรรพากรไม่ได้บังคับให้ผู้ขอคืนลงทะเบียนระบบพร้อมเพย์แต่อย่างใด ซึ่งหากผู้ขอคืนภาษีไม่มีการสมัครใช้บริการระบบพร้อมเพย์ ก็สามารถได้รับเงินคืนภาษีเป็นเช็คส่งไปรษณีย์แบบเดิม

ทั้งนี้ การขอคืนภาษีเข้าบัญชีพร้อมเพย์ จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการได้รับคืนเงินภาษี ลดระยะเวลาในการเดินทางนำเงินไปเข้าบัญชีธนาคาร ไม่ต้องรอรับเช็คคืนภาษีทางไปรษณีย์ รวมทั้งเป็นการแก้ปัญหาเรื่องเช็คคืนภาษีส่งไม่ถึงมือผู้รับ เช็คคืนภาษีสูญหาย ซึ่งที่ผ่านมาพบว่ามีผู้ขอคืนภาษีที่ไม่ได้รับเช็คกว่าแสนฉบับ อีกทั้งยังเป็นการช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายของภาครัฐในภาพรวมอีกด้วย เมื่อมีการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ระบบจะวิเคราะห์แบบแสดงรายการภาษี หากไม่ติดเกณฑ์ผิดปกติ จะอนุมัติสั่งคืน และส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประมวลผลข้อมูลเพื่อตรวจสอบว่า ผู้ขอคืนมีการผูกบัญชีพร้อมเพย์ไว้หรือไม่เป็นลำดับแรก หากมีการผูกบัญชีไว้ ธนาคารจะนำเงินคืนภาษีเข้าบัญชีในวันรุ่งขึ้น

ส่วนรายที่ยังไม่มีการผูกบัญชีพร้อมเพย์ ระบบจะทำการตรวจสอบการผูกบัญชีพร้อมเพย์อีกระยะหนึ่ง เพื่อรองรับการผูกบัญชีพร้อมเพย์ภายหลังการยื่นแบบของผู้ขอคืนว่ามีการผูกบัญชีพร้อมเพย์เพิ่มเติมหรือไม่ ซึ่งหากตรวจสอบแล้วพบว่า ผู้ขอคืนไม่มีบัญชีพร้อมเพย์ระบบจะทำการสั่งพิมพ์เช็ค และส่งไปรษณีย์ตามขั้นตอนต่อไป.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

– สรรพากร แจงไม่บังคับทำพร้อมเพย์คืนเงินภาษี ยังจ่ายเป็นเช็คตามปกติ

 

ฟอร์ดชี้แจง กรณีลูกค้าบุกทุบรถหน้าสำนักงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มี.ค. 2560 16:16

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/885627


ฟอร์ด ประเทศไทย ออกหนังสือแจง หลังเกิดเหตุหนุ่มบุกทุบรถหน้าสำนักงาน เอือมระบบเกียร์มีปัญหาซ้ำซาก ระบุข้อเรียกร้องไม่สมเหตุสมผล แจงก่อนหน้าได้ให้ผู้ได้รับผลกระทบนำรถเข้ามาติดตั้งวัสดุคลัตช์ใหม่ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ แต่ลูกค้าไม่ยินยอม…

จากกรณี กลุ่มผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาการใช้รถยนต์ยี่ห้อฟอร์ด รุ่นเฟียสต้า และรุ่นโฟกัส กว่า 60 คน รวมตัวด้านหน้าสำนักงานใหญ่ บริษัท ฟอร์ด เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส ประเทศไทย จำกัด อาคารสาทร สแควร์ ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ เขตสาทร กรุงเทพฯ เพื่ออ่านแถลงการณ์ข้อเรียกร้องของผู้บริโภคต่อบริษัทฟอร์ด พร้อมทั้งชูป้ายประณามบริษัทฟอร์ด ก่อนที่หนึ่งในผู้เสียหายที่ขับรถยนต์ฟอร์ดรุ่นเฟียสต้า จากจังหวัดเชียงใหม่ จะใช้พลั่วทุบรถยนต์ของตนเอง เนื่องจากอ้างว่า หลังซื้อมาใช้ไม่นาน พบปัญหาหลายอย่าง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (สุดทน! หนุ่มบุกทุบรถยี่ห้อดังหน้าสำนักงาน เอือมระบบเกียร์มีปัญหาซ้ำซาก (คลิป))

ความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว ฟอร์ด ประเทศไทย ได้ออกหนังสือชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า ไม่อาจทราบถึงสาเหตุที่กลุ่มลูกค้าไม่ยินยอมให้ฟอร์ดนำรถเข้ามาติดตั้งวัสดุคลัตช์ใหม่ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งที่วัสดุคลัตช์ใหม่นี้ ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า เป็นแนวทางการแก้ปัญหาที่ได้ผล อย่างไรก็ตาม กลุ่มลูกค้าได้ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมเจรจา โดยยังคงเรียกร้องให้ฟอร์ด ซื้อรถคืนในราคา 80% ของราคารถยนต์ใหม่ ซึ่งรถบางคันมีอายุการใช้งานประมาณ 4-5 ปีแล้ว

ทั้งนี้ ฟอร์ดได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) รวมทั้งได้ดำเนินการออกมาตรการดูแลลูกค้าไปแล้วหลายประการ เพื่อเร่งแก้ปัญหาให้ลูกค้าตามที่ได้มีการแจ้งไปในข่าวประชาสัมพันธ์ของฟอร์ด ฉบับวันที่ 13 มีนาคม ทั้งนี้ มาตรการดูแลลูกค้าของฟอร์ด ประกอบด้วย การขยายระยะรับประกัน ซึ่งครอบคลุมถึงชุดคลัตช์ ไปจนถึง ซีลเพลาอินพุทเกียร์ และการปรับเทียบซอฟต์แวร์เกียร์

ฟอร์ดเห็นว่าการกระทำของกลุ่มลูกค้า และข้อร้องเรียนนั้นไม่สมเหตุสมผล อย่างไรก็ตาม เรายังคงหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้อย่างสันติ.

 

บินไทยร่วมมือกับ PayPal อำนวยความสะดวกชำระเงินออนไลน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มี.ค. 2560 15:11

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/885236


การบินไทยร่วมมือกับ PayPal อำนวยความสะดวกช่องทางการชำระเงินทางออนไลน์แก่ผู้โดยสาร เชื่อผู้โดยสารจะได้รับความสะดวกและวางใจในการชำระเงินผ่านระบบ

นายธีรพล โชติชนาภิบาล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกสบายและเพิ่มทางเลือกในการเดินทางของผู้โดยสาร ให้มีความสะดวกสบายยิ่งขึ้น การบินไทยร่วมมือกับ PayPal หนึ่งในช่องทางการชำระเงิน (Payment Gateway) ชั้นนำที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้งานทั่วโลกซึ่งมีสมาชิกทั่วโลกกว่า 200 ล้านคน

โดยการบินไทยให้ความสำคัญกับการให้บริการจำหน่ายบัตรโดยสารผ่านทางเว็บไซต์อย่างมาก ช่องทางการชำระค่าบัตรโดยสารอย่างสะดวกสบายเป็นปัจจัยสำคัญที่การบินไทยคำนึงถึงเป็นอย่างยิ่ง PayPal จึงเปรียบเสมือนตัวกลางในการรับรองความปลอดภัยในการจ่ายเงินช่องทางออนไลน์ที่ลูกค้าให้ความเชื่อมั่นและไว้วางใจว่าเป็นระบบช่องทางการชำระเงินที่มีความปลอดภัยสูงได้มาตรฐานสากลและการใช้งานไม่ยุ่งยาก เพียงเป็นสมาชิกโดยใช้อีเมลและรหัสผ่าน ก็สามารถชำระค่าบัตรโดยสารผ่าน PayPal จึงเชื่อมั่นว่าผู้โดยสารจะได้รับความสะดวกสบายและวางใจในการชำระเงินผ่านระบบ

ทั้งนี้ การบินไทยได้เริ่มใช้การชำระเงินค่าบัตรโดยสารผ่าน PayPal มาตั้งแต่เดือนกันยายน 2559 ทำให้รายได้จากการขายผ่านเว็บไซต์จากทั่วโลกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากชาวยุโรป และอเมริกัน ความร่วมมือครั้งนี้การบินไทยจึงมุ่งหวังให้ลูกค้าของการบินไทยในประเทศไทย และเอเชีย โดยเฉพาะประเทศในอาเซียน อาทิ สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และอื่นๆ ได้รับรู้ถึงช่องทางความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการชำระเงินผ่าน PayPal เพื่อเป็นการขอบคุณและฉลองความร่วมมือระหว่างการบินไทยและ PayPal การบินไทยมอบไมล์ รอยัล ออร์คิด พลัส จำนวน 1,500 ไมล์ แก่ลูกค้า 1,000 ท่านแรกที่จองบัตรโดยสารระหว่างประเทศของการบินไทยผ่าน PayPal เฉพาะสมาชิกรอยัล ออร์คิด พลัส ในประเทศไทย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ระหว่างวันที่ 16 มีนาคม – 16 เมษายน 2560 และพิเศษสุดสำหรับผู้ที่สมัครเป็นสมาชิกใหม่กับรอยัล ออร์คิด พลัส ยังจะได้รับโบนัสไมล์สะสมพิเศษ เมื่อบินกับการบินไทยในเที่ยวบินแรกจำนวน 2,500 ไมล์ รวมรับไมล์สะสมพิเศษสูงสุด จำนวน 4,000 ไมล์ สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ “New WEB and Mobile Platform” ของการบินไทย เพื่อพัฒนาระบบการซื้อขายบัตรโดยสารผ่านระบบออนไลน์ ทั้งทางเว็บไซต์ และสมาร์ทโฟนเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัลเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารของการบินไทย ซึ่งถือเป็นการยกระดับการบริการให้เทียบเท่ากับมาตรฐานการบินระดับโลก เพื่อให้การบินไทยกลับมาแข็งแกร่งตามยุทธศาสตร์การฟื้นฟูกิจการอย่างมั่นคง

 

‘สุภิญญา’ ประกาศยุติทำหน้าที่ หลังศาลฎีกาให้รอกำหนดโทษ คดีบุกสภา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มี.ค. 2560 13:57

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/885410


สุภิญญา กลางณรงค์ กสทช. ประกาศยุติหน้าที่ หลังศาลฎีกาตัดสินให้รอการกำหนดโทษคดีบุกสภา เมื่อปี 53 รอ กสทช. ตีความขัดคุณสมบัติหรือไม่ หากไม่ ค่อยกลับมาทำหน้าที่ต่อ ระบุน้อมรับคำพิพากษาสูงสุดของศาลฎีกา …

จากกรณี ศาลฎีกาพิพากษากลับจากยกฟ้อง เป็นให้รอการกำหนดโทษ จอน อึ๊งภากรณ์, สุภิญญา กลางณรงค์ กับพวกรวม 10 ราย บุกสภา ขวางพิจารณาร่างกฎหมายปี 2550 เนื่องจากเห็นว่า การกระทำของจำเลยผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เเต่เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์ การศึกษา เหตุผล และวัตถุประสงค์ เห็นว่าพฤติการณ์ไม่ร้ายเเรง จึงให้รอการกำหนดโทษ

ล่าสุด น.ส.สุภิญญา กสทช. ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว @supinya ระบุว่า “จากคำพิพากษาของศาลฎีกาคดีชุมนุมปีนสภาค้าน สนช.วันนี้ แม้ศาลท่านจะไม่ได้กำหนดโทษจำคุก แต่ก็พิพากษาว่าดิฉันกระทำความผิด จึงมีประเด็นทางกฎหมาย วันนี้ดิฉันจะทำบันทึกแจ้งเลขาธิการ กสทช. ถึงคำพิพากษาให้ สนง. ตีความกฎหมาย โดยตั้งแต่วันนี้ดิฉันจะยุติการปฏิบัติหน้าที่ไปก่อน (ไม่รับค่าตอบแทน) ถ้าการตีความออกมาว่าไม่ขัดคุณสมบัติ ก็ค่อยกลับมาปฏิบัติหน้าที่ต่อ แต่ถ้าขัดก็ถือว่าสิ้นสภาพการเป็น กสทช.ตามกฎหมายตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปค่ะ ส่วนตัวตีความว่าขัด พ.ร.บ.กสทช. เพราะศาลฎีกาพิพากษาว่าดิฉันทำความผิดฐานชุมนุมค้าน สนช. แม้ว่าจะยังไม่มีโทษจำคุก จึงตัดสินใจขอยุติการทำหน้าที่ ดิฉันน้อมรับคำพิพากษาสูงสุดของศาลฎีกาในวันนี้ แม้จะยืนยันว่าสิ่งที่ทำเป็นสิทธิ เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ และขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจตลอดมา สรุป ก็รอให้ กสทช.ทำการตีความออกมาเป็นทางการ ระหว่างนี้ดิฉันก็หยุดปฏิบัติหน้าที่ พร้อมเก็บของรอไปพลางก่อน มีเอกสารต้องเคลียร์จำนวนมาก ระหว่างการยุติการปฏิบัติหน้าที่ ดิฉันและทีมก็ไม่รับค่าตอบแทนใดตั้งแต่วันนี้ และจะทำเรื่องส่งคืนทรัพย์สินที่ถือครองในการทำงานคืนโดยเร็ว

การทำบันทึกถึงเลขาธิการวันนี้ว่าขอยุติการปฏิบัติหน้าที่ ก็เพื่อให้ สนง.สบายใจ ไม่ต้องจ่ายเงินเดือนอีก คือไม่ได้ทำงานแล้ว แต่ยังขอเวลาเก็บของ ระหว่างนี้ดิฉันยังจะได้เข้ามาเก็บข้าวของ เคลียร์เอกสารต่างๆ และเข้า-ออกจนกว่าจะส่งกุญแจห้องทำงานคืนให้ สนง.เป็นการยุติถาวร”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

– ศาลพิพากษากลับ รอการกำหนดโทษ ‘จอน-สุภิญญา’ กับพวกบุกรัฐสภา ปี50

 

แก๊สโซฮอล์ ลด 60 สต. E85 ลด 30 สต. ดีเซล ลด 60 สต. มีผลตี 5 พรุ่งนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มี.ค. 2560 11:41

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/885257


‘ปตท.-บางจาก’ ปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ 50 สตางค์/ลิตร ยกเว้น E85 ลด 30 สตางค์/ลิตร ส่วนดีเซลลดลง 60 สตางค์/ลิตร มีผลพรุ่งนี้ (16 มี.ค. 60) ตั้งแต่ตี 5

วันที่ 15 มี.ค. ปตท.-บางจาก ปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ 50 สตางค์/ลิตร ยกเว้น E85 ลด 30 สตางค์/ลิตร ส่วนดีเซลลดลง 60 สตางค์/ลิตร มีผลพรุ่งนี้ (16 มี.ค. 60) คั้งแต่เวลา 05.00 น. ราคาใหม่เป็นดังนี้

แก๊สโซฮอล์ 91 : 26.33

แก๊สโซฮอล์ 95 : 26.60

แก๊สโซฮอล์ E20 : 24.09

แก๊สโซฮอล์ E85 : 19.39

ดีเซล : 25.54

(ราคานี้ยังไม่รวมภาษีท้องที่ของแต่ละจังหวัด)