ตีกลับฝ่าย ก.ม. ทบทวนค่ามัสต์แครี่ ทีวีดิจิตอลระบบเอชดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 มี.ค. 2560 15:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/873126


ที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช.ให้ฝ่ายกฎหมายกลับไปพิจารณา กรณีให้เงินสนับสนุนค่ามัสต์แครี่ ทีวีดิจิตอล ในระบบเอชดี หลังจากมีคำสั่ง คสช.ออกมา แล้วสนับสนุนในช่องสแตนดาส ขณะมติเห็นชอบอินเทอร์เน็ตชายขอบ 3,920 หมู่บ้าน

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ  กสทช. กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช. มีความคิดเห็นตามที่คณะกรรมการกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ กทปส. กรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. มีคำสั่งให้เข้ามาสนับสนุนค่าใช้จ่ายส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมตามกฎมัสต์แครี่ ของช่องทีวีดิจิตอล ภายใต้งบประมาณ 2,300 ล้านบาท ในระยะเวลา 3 ปี โดยคณะกรรมการ กสทช.ให้ฝ่ายกฎหมายกลับไปตีความและศึกษาว่า ควรสนับสนุนทีวีดิจิตอลในช่องที่ออกอากาศระบบความคมชัดสูง หรือไฮเดฟฟิเนชั่น หรือไม่ เนื่องจากประมูลมาในช่องไฮเดฟฟิเนชั่น ซึ่งค่าใช้จ่ายของระบบความคมชัดปกติ หรือสแตนดาส จำนวน 26 ช่อง อยู่ที่ 469 ล้านบาท ส่วนระบบไฮเดฟฟิเนชั่น อยู่ที่ 884 ล้านบาทต่อปี โดยคาดว่าจะนำข้อสรุปเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช. ได้ภายในเดือนมีนาคมนี้

นอกจากนี้ ยังมีมติเห็นชอบดำเนินการตามโครงการยูโซ่เน็ต หรืออินเทอร์เน็ตชายขอบ ในพื้นที่ไม่มีสัญญาณ จำนวน 3,920 หมู่บ้าน เบื้องต้นคาดว่าจะใช้งบประมาณ 2 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะสามารถลงนามในสัญญาได้ในเดือนมิถุนายน 2560 และสามารถเปิดให้บริการได้ภายในเดือนมิถุนายน 2561 พร้อมทั้งมีมติส่งเงินกองทุนฯ  จำนวน 445 ล้านบาท เพื่อนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน.

 

วิทยุการบินฯ รับมือสุวรรณภูมิซ่อมรันเวย์ คาดกระทบเที่ยวบินบางเวลา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 มี.ค. 2560 14:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/872982


วิทยุการบินฯ รับมือสนามบินสุวรรณภูมิ ซ่อมรันเวย์ฝั่งตะวันออก คาดกระทบเที่ยวบินบางช่วงเวลาลดเหลือ 60 เที่ยวบินต่อชม. จากเดิม 68 เที่ยวบินต่อชม. จัดเจ้าหน้าที่เพิ่มคุมจราจรทางอากาศ ขอผู้โดยสารวางแผนเดินทาง และติดตามข่าว…

เมื่อวันที่ 3 มี.ค. นางสาริณี อังศุสิงห์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ได้มีการวางแผนและเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ในช่วงที่มีการดำเนินการปรับปรุงทางวิ่งฝั่งตะวันออก ด้านทิศเหนือของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วันที่ 3 มี.ค.-5 พ.ค. ซึ่งจะทำการซ่อมบำรุงพื้นผิวทางวิ่งบางส่วนเป็นระยะทาง 935 เมตร จะคงเหลือระยะการใช้งานทางวิ่งฝั่งตะวันออกเพียง 2,750 เมตร ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการรองรับปริมาณเที่ยวบินที่อาจเกินขีดความสามารถการรองรับในบางช่วงเวลา คาดว่าจะสามารถให้บริการเที่ยวบินได้ลดลงเหลือประมาณ 60 เที่ยวบินต่อชั่วโมง จากเดิม 68 เที่ยวบินต่อชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม จากการวิเคราะห์ข้อมูลตามตารางการบิน พบว่า ปริมาณเที่ยวบินในแต่ละชั่วโมงยังคงรับได้ตามขีดความสามารถดังกล่าว แต่ผลกระทบการล่าช้าอาจเกิดขึ้นได้ในบางช่วงเวลาที่ปริมาณเที่ยวบินคับคั่งและกระจุกตัว รวมถึงปัจจัยความล่าช้าอื่นๆ โดยวิทยุการบินฯ ซึ่งดูแลการจัดการจราจรทางอากาศ มีแนวทางในการบริหารจัดการ โดยกำหนดให้ใช้ทางวิ่งฝั่งตะวันออก (หัวทางวิ่งด้านเหนือ) สำหรับอากาศยานในการวิ่งขึ้นเท่านั้น ส่วนทางวิ่งฝั่งตะวันตกจะยังคงสามารถใช้งานได้ตามปกติทั้งการวิ่งขึ้นและทำการบินลง ส่งผลให้สัดส่วนปริมาณเที่ยวบินที่จะใช้ทางวิ่งฝั่งตะวันตกมีเป็นจำนวนมาก ซึ่งได้ใช้หลักการบริหารความคล่องตัวการจราจรทางอากาศ หรือ Air Traffic Flow Management มาใช้บริหารจัดการปริมาณเที่ยวบินในแต่ละช่วงเวลาให้เหมาะสมกับความสามารถในการรองรับเที่ยวบินของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

นอกจากนี้ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว รวมถึงได้มีการแจ้งข้อมูลล่วงหน้าให้สายการบินทราบถึงสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น และขอความร่วมมือให้มีการปรับเวลาการบิน รวมทั้งปรับปริมาณเที่ยวบิน เพื่อเป็นการลดการสะสมของเครื่องบินที่จะส่งผลให้เกิดความล่าช้า และลดความเสี่ยงในการทำการบินไปลงที่สนามบินสำรองหรือสนามบินอื่น อีกทั้งได้มีการกำหนดมาตรการแนวทางในการปฏิบัติงานในช่วงที่มีการซ่อมบำรุงทางวิ่ง เพื่อให้การปฏิบัติงานมีความสอดคล้องกัน รวมถึงเตรียมความพร้อมรองรับกรณีเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศเพิ่ม ในช่วงเวลาที่มีสภาพการจราจรคับคั่ง อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของความล่าช้าในช่วงเวลาดังกล่าวอาจเกิดขึ้นได้ เนื่องมาจากปริมาณการจราจรทางอากาศที่เกินขีดความสามารถในการรองรับในบางช่วงเวลา ในขณะที่การให้บริการจราจรทางอากาศมีข้อจำกัด อีกทั้งยังมีปัจจัยความล่าช้าอื่นๆ ได้แก่ การล่าช้าสะสมมาจากกรณีสถานการณ์ไม่ปกติเกิดขึ้น เช่น สภาพอากาศแปรปรวน ทางวิ่งชำรุดเสียหายฉุกเฉิน ตลอดจนเหตุการณ์อื่นๆ ที่ส่งผลกระทบโดยตรงกับการใช้งานทางวิ่ง

“ขอให้ผู้โดยสารบริหารจัดการวางแผนในการเดินทางมายังสนามบิน พร้อมทั้งรับฟังข้อมูลข่าวสารและประชาสัมพันธ์จากสายการบินอย่างใกล้ชิด วิทยุการบินฯ จะดำเนินการบริหารจัดการจราจรทางอากาศอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยลดปัญหาความล่าช้า โดยยังคงคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุด”

 

ทองคำเปิดตลาด ลด 150 บาท รูปพรรณขายบาทละ 21,000

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 มี.ค. 2560 10:06

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/872680


ราคาทองวันที่ 3 มี.ค. เปิดตลาดราคาลด 150 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,400 ขายออกบาทละ 20,500 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 20,026.36 ขายออกบาทละ 21,000 บาท

เมื่อวันที่ 3 มี.ค. 60 สมาคมค้าทองคำรายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.23 น. ราคาลดลง 150 บาท จากเมื่อวาน ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,400 บาท ขายออกบาทละ 20,500 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 20,026.36 บาท ขายออกบาทละ 21,000 บาท.

 

เอสซีจีคว้ารางวัลยอดเยี่ยมด้านนวัตกรรม ผลงาน “ปูนพลาสเตอร์หล่อฟันสำเร็จรูป”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 3 มี.ค. 2560 10:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/872656


นายสมชาย หวังวัฒนาพาณิช ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่-ปฏิบัติการ เอสซีจี เคมีคอลส์ และ ดร.วิไลพร เจตนจันทร์ ผู้อำนวยสำนักงานเทคโนโลยี เอสซีจี เป็นตัวแทนร่วมรับรางวัล SET Awards 2016 จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ด้านบริษัทยอดเยี่ยมด้านนวัตกรรม (Innovative Company Awards) จากผลงานนวัตกรรมปูนพลาสเตอร์หล่อฟันสำเร็จรูป โดยเป็นผลงานนวัตกรรมที่โดดเด่นที่ช่วยเพิ่ม มูลค่าของปูนพลาสเตอร์ในตลาดวัสดุก่อสร้างสู่อุตสาหกรรมวัสดุทางทันตกรรม และยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อโรค (Antimicrobial Dental Plaster) อีกทั้ง ยังช่วยลดปริมาณการนำเข้าจากต่างประเทศได้เป็นรายแรก นอกจากนี้ เอสซีจี ยังส่งเสริมและสนับสนุนให้หน่วยงานหรือบุคคลากรในองค์กร มีความคิดริเริ่มด้านนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง.

 

‘คาร์คอนวินี่’ เดินหน้าแฟรนไชส์ศูนย์ซ่อมสี-ตัวถัง ลุยขยายสาขา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 มี.ค. 2560 09:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/872644


บจก.คาร์คอนวินี่ เครือล็อกซเล่ย์ เซ็นสัญญาแฟรนไชส์รายแรกกับ บจก.เอสซีจีออโต้เซอร์วิส ใช้ชื่อสาขา “คาร์คอน วิภาวดี 36” หลังศูนย์บริการต้นแบบได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ตั้งเป้าเปิดให้ครบ 10 สาขาภายในสิ้นปีนี้

นายณัฐพล เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัท คาร์คอนวินี่ จำกัด เผยว่า หลังจากบริษัทเริ่มดำเนินธุรกิจ ด้านการซ่อมสีและตัวถังรถยนต์แบบรวดเร็วภายใต้แบรนด์ “คาร์คอน” ตั้งแต่ต้นปี 2559 ที่ผ่านมา โดยมีศูนย์บริการตั้งอยู่บนถนนพระราม 3 ซึ่งใช้เป็นศูนย์บริการต้นแบบและเป็นศูนย์การเรียนรู้และพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มลูกค้าผู้ใช้รถ ล่าสุด บริษัทได้เซ็นสัญญาขยายสาขาแฟรนไชส์รายแรกกับ บริษัท เอสซีจีออโต้เซอร์วิส จำกัด โดยใช้ชื่อสาขา “คาร์คอน วิภาวดี36” บริเวณปากซอยวิภาวดีรังสิต36 โดยคาดว่า จะพร้อมเปิดให้บริการได้ภายในเดือนกรกฎาคม 2560

“แผนการขยายสาขาจะมีทั้งในรูปแบบที่บริษัทลงทุนเองและสาขาแฟรนไชส์โดยในช่วง 2-3 ปีแรกจะเน้นพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลก่อน โดยจะขยายให้ครบสี่มุมเมือง รองรับพื้นที่ย่านพระราม 2 ลำลูกกา บางนา และบางบัวทอง ส่วนในอนาคตจะขยายสาขาไปยังหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัด ได้แก่ ชลบุรี เชียงใหม่ อุดรธานี นครราชสีมา สงขลา และภูเก็ต เป็นต้น”

นายณัฐพล กล่าวอีกว่า ภายในสิ้นปีนี้ บริษัทตั้งเป้าเพิ่มสาขาแฟรนไชส์ “คาร์คอน” ให้ได้ประมาณ 10 สาขา ก่อนที่จะเพิ่มเป็น 100 สาขาในปี 2565 ขณะนี้กำลังเจรจากับอีก 5-6 ราย ซึ่งสนใจจะเข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรแฟรนไชส์ “คาร์คอน” ซึ่งบริษัทแบ่งขนาดแฟรนไชส์ไว้ เป็น 3 ขนาดคือ 1. ขนาดเล็ก (ไซส์ S) ใช้พื้นที่ประมาณ 100 ตารางเมตร มี 2 ช่องซ่อม เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่มีอู่อยู่แล้ว แต่ต้องการเพิ่มบริการในส่วนของการซ่อมสีและตัวถังแบบเร่งด่วน 2. ขนาดกลาง (ไซส์ M) ใช้พื้นที่ประมาณ 300 ตารางเมตร มี 6 ช่องซ่อม และ 3. ขนาดใหญ่ (ไซส์ L) ใช้พื้นที่มากกว่า 500 ตารางเมตร มี 8 ช่องซ่อม

ทั้งนี้ พันธมิตรทางธุรกิจที่เข้ามาร่วมแฟรนไชส์ “คาร์คอน” จะได้รับการสนับสนุนจากบริษัททางด้านการดำเนินธุรกิจทั้งหมด 5 ด้าน ได้แก่ ระบบซอฟต์แวร์ในการบริหารจัดการศูนย์ “คาร์คอน”, วัสดุอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ “คาร์คอน” เป็นเจ้าของสิทธิบัตร, การฝึกอบรมด้านการซ่อมแบบเฉพาะของ “คาร์คอน” ให้แก่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในศูนย์, ทีมช่างเทคนิคมาตรฐานเดียวกับคาร์คอนจากญี่ปุ่นเข้ามาซัพพอร์ตในช่วงแรก และกิจกรรมสนับสนุนทางด้านการตลาด.

 

ไทยฮับการเงินภูมิภาค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 3 มี.ค. 2560 06:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/872526


นายศีลวัต สันติวิสัฎฐ์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ตั้งเป้าหมายเป็นศูนย์กลางการชำระเงินระหว่างธนาคารในภูมิภาค เพื่อรองรับการค้าระหว่างประเทศของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและกลุ่มประเทศ+3 คือ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งมีปริมาณสูงถึง 66 ล้านล้านบาทต่อปี และการค้าภายในเฉพาะภูมิภาคอาเซียน มีมูลค่าถึง 20 ล้านล้านบาท ส่งผลให้มีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทำให้ภูมิภาคนี้มีความสำคัญทางเศรษฐกิจอีกภูมิภาคหนึ่งของโลก โดยคาดว่าจะมีปริมาณธุรกรรมการโอนเงินระหว่างประเทศด้วยสกุลเงินอาเซียน+3 ผ่านธนาคาร 280,000 ล้านบาทต่อปี เติบโตถึง 11%

ทั้งนี้ ในปัจจุบันการค้าระหว่างประเทศภายในภูมิภาคส่วนใหญ่ยังคงใช้สกุลเงินหลักของโลก เช่น ดอลลาร์สหรัฐฯ ปอนด์สเตอร์ลิง และยูโร ฯลฯ เป็นตัวกลางในการชำระเงิน อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมา ภาครัฐในกลุ่มประเทศอาเซียนมีนโยบายในการสนับสนุนให้ค้าขายด้วยเงินสกุลท้องถิ่นมากขึ้น ส่งผลให้การใช้เงินสกุลท้องถิ่นในการค้าระหว่างไทยกับประเทศอาเซียนมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตลอด 5 ปีที่ผ่านมา จากสัดส่วน 16% ของมูลค่าการค้าในปี 55 เป็น 22% ในปี 59 นอกจากนี้ ยังมีแผนใช้ดิจิตอลเทคโนโลยีในการสร้างช่องทางการชำระเงินระหว่างประเทศ.

 

เมืองไทยประกันชีวิตผนึกดีแทคเพิ่มขีดความสามารถ ดันสตาร์ทอัพแข่งขันระดับโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 3 มี.ค. 2560 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/872520


นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปี 60 นี้ ทางบริษัทได้ร่วมมือกับดีแทค แอคเซอเลอเรท ในการจัดโครงการ “ดีแทค แอคเซอเลอเรท batch 5” เพื่อร่วมกันผลักดันให้สตาร์ทอัพประเทศไทยเติบโตอย่างมั่นคงยั่งยืน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับสตาร์ทอัพในระดับโลกได้

ทั้งนี้ บริษัทมีความได้เปรียบในด้านฐานตลาดลูกค้าขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถนำมาช่วยการเข้าถึงและการพัฒนาสตาร์ทอัพไทยให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพ มีสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ โดยมองว่าเป็นการร่วมมือกันทางธุรกิจที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ การยกระดับมาตรฐานในการบริการ ตลอดจนทำให้สินค้าและบริการสำหรับกลุ่มลูกค้าจะทำให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจแก่ทีมที่ผ่านเข้าสู่ boot camp ของ batch 5 ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทให้การสนับสนุนความคุ้มครองการประกันชีวิตและสุขภาพกลุ่ม ด้วยทุนประกันรวม 10 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ผู้เข้ารอบเกิดความมั่นใจในการร่วมกิจกรรมอย่างเต็มที่ โดยเมื่อเสร็จสิ้นการแข่งขันแล้วกรมธรรม์ยังมีระยะเวลาความคุ้มครองถึง 1 ปี และรางวัลพิเศษสำหรับทีมที่ชนะเลิศการแข่งขันในวัน demo day นั้น บริษัทจะสนับสนุนโดยการส่งเข้าร่วม Tech Event ระดับโลก เพื่อเปิดรับความรู้และประสบการณ์จากสตาร์ทอัพทั่วโลก เพื่อนำมาพัฒนาสินค้าและบริการให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายในยุคดิจิทัล

“ธุรกิจประกันชีวิตที่กำลังเดินหน้าสู่ยุคใหม่ พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปเพราะมีเครื่องมือผ่านทาง Internet of Things (IOT) ที่เข้ามาอย่างรวดเร็ว ทำให้วงการประกันภัยต้องตื่นตัวเพิ่มมากขึ้น ทางบริษัทจึงเปิดตัว “Fuchsia” Innovation Centre ในต้นปีที่ผ่านมา เพื่อปรับองค์กรให้เป็นองค์กรแห่งความสร้างสรรค์ภายใต้แนวคิด “Out of the Box” สร้างนวัตกรรมใหม่ให้กับบริษัททั้งสินค้าและบริการโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง”.

 

หุ้นสหรัฐฯ ร่วง จากแรงฉุดกลุ่มพลังงานและการเงิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 มี.ค. 2560 06:17

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/872557


ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ลดลงในวันพฤหัสบดี จากแรงฉุดของหุ้นบริษัทในกลุ่มพลังงาน และการเงิน เชื่อว่าเป็นการขายเอากำไรหลังเมื่อวันพุธเพิ่งพุ่งแรงเกิน 1%…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 2 มี.ค. ในแดนลบ โดยดัชนีดาวโจนส์ลดลง 112.58 จุด หรือ 0.53% ปิดที่ 21002.97 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 14.04 จุด หรือ 0.59% ปิดที่ 2381.92 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กลดลง 42.81 จุด หรือ 0.73% ปิดที่ 5861.22 จุด

หุ้นของบริษัทกลุ่มธนาคารลดลงอย่างมากในวันพฤหัสบดี เช่น เจพี มอร์แกน เชส กับ แบงก์ ออฟ อเมริกา ลดลงมากกว่า 1% ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานลดลงตามราคาน้ำมัน

ด้านนายบิล ลีนช์ ผู้อำนวยการด้านการลงทุนของ บริษัท ฮินส์เดล แอสโซซิเอชันส์ ระบุว่า การลดลงของดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดี มีความเกี่ยวข้องกับการพุ่งทะยานของหุ้นเมื่อวันพุธอย่างมาก “ผมคิดว่านี่เป็นกรณีง่ายๆ ของการขายเอากำไร จากความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของหุ้นโดยรวมเมื่อวานนี้ (1 มี.ค.)”

 

ทุ่มโปรโมชั่นมหกรรมการเงินหาดใหญ่ คนภาคใต้กู้ซื้อบ้านดอก 0%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 3 มี.ค. 2560 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/872517


แบงก์ ประกัน บล. บลจ.มัดใจลูกค้าภาคใต้ ในงานมหกรรมการเงินหาดใหญ่ ครั้งที่ 7 หรือ Money Expo Hatyai 2017 ประเดิมด้วยสินเชื่อบ้านดอกเบี้ย 0% สินเชื่อ SME วงเงินกู้สูง 100 ล้านบาท ผ่อนทองดอกเบี้ย 0% เงินฝากปลอดภาษีดอกเบี้ย 2.95% ระหว่าง 10–12 มี.ค.นี้ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่

นายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงานมหกรรมการเงิน Money Expo เปิดเผยถึงงานมหกรรมการเงินหาดใหญ่ ครั้งที่ 7 Money Expo Hatyai 2017 ว่า วารสารการเงินธนาคารจะจัดขึ้นในวันที่ 10-12 มีนาคม 2560 ที่หาดใหญ่ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่ จ.สงขลา ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมการเงิน 4.0 Financial Innovation 4.0” เพื่อส่งเสริมและแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการเงิน โดยเฉพาะในด้าน FinTech และ Startup ที่เกี่ยวโยงกับประชาชน ธนาคาร สถาบันการเงิน ไปจนถึงผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมทางการเงินยุคใหม่

ทั้งนี้ จากการจัดงานมหกรรมการเงินหาดใหญ่ทั้ง 6 ครั้งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับจากลูกค้าประชาชนในเมืองหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และจังหวัดในภาคใต้เป็นอย่างดี โดยมียอดผู้เข้าชมงานรวมกว่า 490,000 คน และมียอดธุรกรรม 85,500 ล้านบาท ส่วนงานมหกรรมการเงินหาดใหญ่ ครั้งที่ 6 ปี 2559 ที่ผ่านมามียอดขอใช้สินเชื่อและบริการทางการเงินการลงทุนในงานรวม 13,500 ล้านบาท จากผู้สมัครใช้บริการกว่า 80,000 ราย จึงเชื่อมั่นว่างานมหกรรมการเงินหาดใหญ่ในปีนี้จะได้รับการความสนใจจากประชาชนในภาคใต้เข้ามาใช้บริการภายในงานอย่างคับคั่งเช่นเดียวกัน

นางสาวภาคนี วิริยะรังสฤษฎ์ รองประธานจัดงานมหกรรมการเงิน Money Expo เปิดเผยว่า ธนาคารและสถาบันการเงิน รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เข้าร่วมงานมหกรรมการเงินหาดใหญ่ ครั้งที่ 7 รวม 34 แห่ง มีความพร้อมอย่างเต็มที่ที่จะมานำเสนอบริการทางการเงินและการลงทุนให้กับประชาชนใน อ.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และจังหวัดในภาคใต้

โดยในส่วนของบริการทางการเงิน ประชาชนที่เข้าชมงานสามารถเลือกบริการอย่างครบวงจร ทั้งสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อเพื่อการศึกษา สินเชื่อเอสเอ็มอี บัตรเครดิต บัตรเงินสด เงินฝากทุกประเภท รวมทั้งประกันชีวิต/ ประกันภัย/ ประกันสุขภาพ โดยมีแคมเปญโปรโมชั่นที่นำมาเสนอให้เป็นพิเศษภายในงานมากมาย

“ธนาคารและสถาบันการเงินได้เตรียมโปรโมชั่นสุดพิเศษมาให้กับลูกค้าประชาชนชาวใต้ เช่น อัตราดอกเบี้ยเงินกู้บ้านดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน ฟรีค่าธรรมเนียมต่างๆ พร้อมรู้ผลอนุมัติทันทีภายในงาน, สินเชื่อ SME บัญชีเดียว อัตราดอกเบี้ย 1% ให้วงเงินกู้สูงถึง 100 ล้านบาท, ผ่อนทอง อัตราดอกเบี้ย 0%, เงินฝากไม่เสียภาษี อัตราดอกเบี้ย 2.95%, ประกันชีวิต/ประกันภัย เบี้ยประกันผ่อนได้ ไม่คิดดอกเบี้ย รวมถึงการลุ้นรางวัลชิงโชค และของแจกของแถมมากมาย”

ด้านบริการทางการลงทุน ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ผนึกกำลังกับบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) และโบรกเกอร์ทองคำ นำบริการทางการลงทุนมาให้เลือกลงทุนหลากหลายช่องทาง ทั้งหุ้น อนุพันธ์ กองทุนรวมและทองคำ พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญที่จะมาให้คำแนะนำการลงทุนอย่างเหมาะสม

ภายในงานยังจัดให้มีการสัมมนาด้านการลงทุนในหัวข้อ “3 เซียนชวนล่าหุ้นรวย” ในวันเสาร์ที่ 11 มีนาคม 2560 เวลา 13.00-16.00 น. โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน ได้แก่ นายธวัชชัย อัศว– พรไชย รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด นางวิริยา ลาภพรหมรัตน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี (ประเทศ ไทย) จำกัด (มหาชน) และนายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด ในวันอาทิตย์ที่ 12 มีนาคม 2560 เวลา 13.00-15.00 น. หัวข้อ “มือใหม่หัดเทรดออนไลน์ ด้วย Streaming” โดยนายธนัท วงษ์ชูแก้ว รองกรรมการผู้จัดการ สายธุรกิจออนไลน์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) นอกจากนี้ จะได้พบกับความบันเทิงจากกองทัพศิลปินดารา เช่น โดม จารุวัฒน์, ตั้ม วราวุธ, เอิ้ต ภัทรวี, กัน นภัทร, SL Music, ดีเจอ๋อง เป็นต้น.

 

ยอดใช้สิทธิเอฟทีเอทะลุ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 3 มี.ค. 2560 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/872516


นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยถึงผลการส่งออกสินค้าไทยภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่ไทยทำกับประเทศต่างๆ ในปี 2559 ว่า ไทยส่งออกภายใต้ FTA ทุกกรอบความตกลงฯ รวมมูลค่า 52,465.57 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 3.82% โดยอัตราการใช้สิทธิคิดเป็นสัดส่วน 56.47% จากยอดการส่งออกสินค้าที่ได้สิทธิ FTA ที่มีการส่งออกรวมมูลค่า 92,907.52 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่วน FTA ที่มีการใช้สิทธิมีมูลค่าสูงรองลงมา ได้แก่ อาเซียน-จีน (ACFTA) ใช้สิทธิส่งออก 11,148.28 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สัดส่วนการใช้สิทธิ 73.77% ไทย-อินเดีย (TIFTA) ใช้สิทธิ 587.34 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สัดส่วน 66.25% อาเซียน-อินเดีย (AIFTA) ใช้สิทธิ 2,424.91 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สัดส่วน 47.05% ไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) ใช้สิทธิ 7,337.65 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สัดส่วน 85.53% อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ (AANZFTA) ใช้สิทธิ 379.83 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สัดส่วน 4.65% ไทย-นิวซีแลนด์ (TZFTA) ใช้สิทธิ 84.67 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สัดส่วน 7.25%

ไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) ใช้สิทธิ 6,152.11 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สัดส่วน 81.52% จากมูลค่าส่งออก 7,547.07 ล้านเหรียญสหรัฐฯ อาเซียน-ญี่ปุ่น (AJCEP) ใช้สิทธิ 202.54 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สัดส่วน 2.87% อาเซียน-เกาหลี (AKFTA) ใช้สิทธิ 2,102.21 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สัดส่วน 75.22% ไทย-เปรู (TPCEP) ใช้สิทธิ 7.56 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สัดส่วน 59.66% และไทย-ชิลี (TCFTA) ใช้สิทธิ 539.60 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สัดส่วน 99.77% อย่างไรก็ตาม กรมฯขอเชิญชวนให้ผู้ประกอบการหันมาใช้สิทธิ FTA ในการส่งออกให้มากขึ้น เพราะการใช้สิทธิ FTA เป็นแต้มต่อทางการค้าที่สำคัญให้กับผู้ประกอบการ เนื่องจากสินค้าจะได้รับการลดและยกเว้นภาษีนำเข้า ณ ประเทศภาคีผู้นำเข้าปลายทาง.