แอร์พอร์ตลิงก์ ให้เด็กสูงไม่เกิน 140 ซม. ขึ้นฟรีเสาร์ที่ 14 ม.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ม.ค. 2560 16:34

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/831769


แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มอบของขวัญเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ให้เด็กความสูงไม่เกิน 140 ซม. ขึ้นฟรีในวันเสาร์ที่ 14 ม.ค. 60 ตลอดเวลาให้บริการ พร้อมจัดกิจกรรมแจกของขวัญ-ขนม ที่สถานีพญาไท-มักกะสัน…วันที่ 9 ม.ค. 60 นายประเสริฐ อัตตะนันทน์ กรรมการและรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการมอบของขวัญให้แก่เด็กในวันเด็กแห่งชาติ บริษัทฯ จึงให้เด็กที่มีความสูงไม่เกิน 140 เซนติเมตร ใช้บริการฟรี ในวันเสาร์ที่ 14 มกราคม 2560 ตลอดเวลาให้บริการ ตั้งแต่เวลา 06.00–24.00 น. พร้อมทั้งจัดคาราวาน ตัวแมสคอตแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ และตัวการ์ตูน แจกของขวัญ รวมทั้งขนมให้แก่เด็กที่รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สถานีพญาไท เวลา 09.00–12.00 น. และที่สถานีมักกะสัน เวลา 14.00–17.00 น.

ทั้งนี้ สามารถติดตามข่าวสาร กิจกรรม เส้นทางเดินรถและโปรโมชั่นต่างๆ ของรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ได้อีกหนึ่งช่องทางผ่านทางแอพพลิเคชั่น Airport Rail Link ซึ่งสามารถดาวน์โหลด และทดลองใช้ได้แล้ววันนี้ ทั้งระบบ IOS และ Android หรือหากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลข Call Center 1690 หรือ www.srtet.co.th , www.facebook.com/AirportRailLink , Twitter : Airport Rail Link และ Instagram : Airport Rail Link

 

แนวโน้มราคาทองคำเริ่มส่งสัญญาณบวก แนะทยอยซื้อช่วยกระจายความเสี่ยง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ม.ค. 2560 13:56

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/831618


‘ทิสโก้’ มองค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่า ส่งผลให้ทองคำเริ่มผ่อนคลาย เป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำฟื้นตัวต่อเนื่อง แนะทยอยเข้าลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยง

เมื่อวันที่ 9 ม.ค.60 นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นที่พุ่งขึ้นอย่างร้อนแรง ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่าขึ้น ประกอบกับอัตราผลตอบแทนจากพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง นับจากเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว ที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่งผลกดดันราคาทองคำให้ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว จากราว 1,300 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ มาต่ำสุดที่ราว 1,130 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ในเดือน ธ.ค.ปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดีในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินสกุลหลักอื่นๆ เริ่มกลับมาแข็งค่า นำโดยค่าเงินยูโร ซึ่งได้รับปัจจัยหนุนจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ที่พุ่งสูงสุดในรอบ 5 ปี ส่วนค่าเงินหยวนก็กลับมาแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากปีใหม่ เนื่องจากทางการจีนเข้าแทรกแซงค่าเงินเพื่อบรรเทาปัญหาเงินทุนไหลออก ซึ่งการพลิกกลับมาแข็งค่าของค่าเงินยูโรและหยวน ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่าเร็วต่อเนื่อง มาตั้งแต่เดือน พ.ย. เริ่มพักฐาน และกลับมาอ่อนค่าลงบ้างในช่วงนี้

นอกจากนี้ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่เริ่มชะลอการแข็งค่า น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญซึ่งจะหนุนให้ราคาทองคำกลับมาฟื้นตัวขึ้นได้ โดยรายงานสถานะการลงทุนในตลาดซื้อขายล่วงหน้า ยังชี้ว่า นักเก็งกำไรถือครองสัญญาซื้อล่วงหน้าทองคำลดลงต่อเนื่อง 7 สัปดาห์ และอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 11 เดือน ซึ่งสะท้อนว่าแรงเทขายทองคำน่าจะเริ่มเบาบางลง และอาจเริ่มเห็นแรงซื้อกลับมาในเร็วๆ นี้

“เราคาดว่าราคาทองคำจะฟื้นตัวต่อเนื่องในเดือน ม.ค. และแนะนำให้นักลงทุนซื้อทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน โดยในปีนี้ยังมีความเสี่ยงจากการเลือกตั้งในหลายประเทศในยุโรป เช่น การเลือกตั้งของเนเธอร์แลนด์ในเดือน มี.ค. ฝรั่งเศส ในเดือน เม.ย. และ เยอรมนี ในเดือน ต.ค. ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำต่อไป”.

 

ธอส.แจกถุงยังชีพ-ออก 2 มาตรการปล่อยกู้ดอกถูก ให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ม.ค. 2560 13:03

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/831573


ธอส.บรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบภัยน้ำท่วมใต้ ลงพื้นที่แจกถุงยังชีพ ออก 2 มาตรการการเงินช่วยเหลือลูกค้า เร่งส่งเจ้าหน้าที่สำรวจความเสียหายด้านที่อยู่อาศัย เพื่อให้ความช่วยเหลือสร้างซ่อมแซมบ้านหลังน้ำลดเมื่อวันที่ 9 ม.ค.60 นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยหลายจังหวัดในภาคใต้ ธอส. ได้จัดทำ 2 โครงการได้แก่ ลดอัตราดอกเบี้ยและภาระหนี้เพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบอุทกภัยภายใต้กรอบวงเงินรวม 500 ล้านบาทแล้ว

นอกจากนี้ยังได้จัดสรรงบประมาณเร่งด่วน 1 ล้านบาท จัดทำถุงยังชีพจำนวน 2,000 ชุด เพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่ผู้ ประสบอุทกภัยและลูกค้าธนาคาร เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ และคืนความสุขในบ้านของประชาชนให้กลับคืนมาโดยเร็วที่สุด

สำหรับโครงการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ปี 2560 ภายใต้กรอบวงเงินรวม 500 ล้านบาท แบ่งเป็น มาตรการที่ 1 สำหรับลูกค้าเดิมของ ธอส. กรณีหลักประกัน หรือ ที่อยู่อาศัยที่จดจำนองกับธนาคาร ได้รับผลกระทบ ธนาคารจะลดภาระดอกเบี้ยและเงินงวดผ่อนชำระ โดยคิดอัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี นาน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4-12 อัตราดอกเบี้ย MRR-2.50% ต่อปี ปีที่ 2 อัตราดอกเบี้ย MRR-2.00% ต่อปี ปีที่ 3 อัตราดอกเบี้ย MRR-1.00% ต่อปี และปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญาเงินกู้กรณี ลูกค้าสวัสดิการ ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-1.00% ต่อปี กรณีลูกค้ารายย่อยทั่วไป ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-0.50% ต่อปี โดยปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR ธอส.อยู่ที่ 6.75% ต่อปี

มาตรการที่ 2 สำหรับลูกค้าใหม่ หรือลูกค้าเดิมของ ธอส. ที่อาคารหรือบ้านได้รับความเสียหายสามารถขอกู้เพิ่ม หรือ กู้ใหม่ เพื่อปลูกสร้างทดแทนหลังเดิม หรือ กู้ซ่อมแซมอาคารที่ได้รับความเสียหาย คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้คงที่ 3.00% ต่อปี นาน 3 ปี หลังจากนั้น กรณีลูกค้าสวัสดิการ คิดอัตราดอกเบี้ย MRR-1.00% ต่อปี ส่วนลูกค้ารายย่อย คิดอัตราดอกเบี้ย MRR-0.50% ต่อปี

ทั้งนี้ธนาคารกำหนดวงเงินให้กู้ต่อรายไว้ไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อ 1 หลักประกัน ซึ่งคุณสมบัติของผู้ที่ สามารถเข้าร่วม โครงการเงินกู้ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ปี 2560 จะต้องเป็นลูกหนี้เดิมของ ธอส. หรือลูกค้าใหม่ ซึ่งที่อยู่อาศัยเป็นกรรมสิทธิ์ ของตนเองหรือคู่สมรส และได้รับความเสียหายจากการประสบอุทกภัย ทั้งนี้ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบสามารถติดต่อได้ที่ สาขาของธนาคารอาคารสงเคราะห์ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

 

รฟม. แจ้งเบี่ยงจราจร ถ.รัชดาภิเษก-พหลโยธิน สร้างสายสีเขียว 10-15 ม.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ม.ค. 2560 11:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/831494


รฟม. แจ้งเบี่ยงจราจร บนถนนรัชดาภิเษกและถนนพหลโยธิน เพื่อดำเนินการรื้อย้ายชิ้นส่วนสะพานรัชโยธิน ช่วงกลางสี่แยก สร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว (เหนือ) ช่วงหมอชิต–สะพานใหม่–คูคต ตั้งแต่ 10-15 ม.ค. นี้ เวลา 5 ทุ่ม–ตี 5 …วันที่ 9 ม.ค. 60 นายพีระยุทธ สิงห์พัฒนากุล ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) แจ้งว่า บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ผู้รับจ้างก่อสร้างงานโยธา โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว (เหนือ) ช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต สัญญาที่ 1 จะดำเนินการรื้อย้ายชิ้นส่วนสะพานรัชโยธิน ช่วงกลางสี่แยกตามแนวถนนรัชดาภิเษก จึงมีความจำเป็นต้องเบี่ยงการจราจรบนถนนรัชดาภิเษกและถนนพหลโยธิน วันอังคารที่ 10 มกราคม 2560 ถึงวันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม 2560 เวลา 23.00 – 05.00 น. โดยมีรายละเอียดการเบี่ยงเส้นทางจราจรดังต่อไปนี้

1. ถนนพหลโยธิน – ฝั่งขาออก บังคับรถให้เลี้ยวซ้ายใช้ถนนรัชดาภิเษกทั้งหมด รถที่จะตรงไปแยกเกษตรศาสตร์ หรือเลี้ยวขวาไป มรภ.จันทรเกษม ให้ไปกลับรถด้านหน้า SCB Park – ฝั่งขาเข้า บังคับรถให้เลี้ยวซ้ายใช้ถนนรัชดาภิเษกทั้งหมด รถที่จะตรงไปแยกลาดพร้าว หรือเลี้ยวขวาไป ถนนวิภาวดีฯ ให้ไปกลับรถด้านหน้าปากซอยรัชดาฯ 44

2. ถนนรัชดาภิเษก – ฝั่งขาออก สามารถเลี้ยวซ้ายไปแยกลาดพร้าวและตรงไปถนนวิภาวดีฯ ได้ รถที่จะเลี้ยวขวาไปแยกเกษตรศาสตร์ ให้ไปกลับรถด้านหน้า SCB Park – ฝั่งขาเข้า สามารถเลี้ยวซ้ายไปแยกเกษตรศาสตร์และตรงไปด้าน มรภ.จันทรเกษมได้ รถที่จะเลี้ยวขวาไปแยกลาดพร้าว ให้ไปกลับรถด้านหน้าปากซอยรัชดาฯ 44

ทั้งนี้ การเบี่ยงการจราจรเพื่อการดำเนินการก่อสร้าง อาจทำให้ผู้ใช้เส้นทางไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทาง และอาจจะมีเสียงดังรบกวนในวันเวลาดังกล่าว ดังนั้น หากไม่มีความจำเป็นโปรดหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว

 

เอกชนผนึกกำลังรัฐเร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 9 ม.ค. 2560 11:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/831497


บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ระดมทุกสรรพกำลัง ทั้งจากสำนักงานส่วนกลางและส่วนภูมิภาคในพื้นที่ภาคใต้ สนับสนุนผลิตภัณฑ์อาหารสดและอาหารสำเร็จรูปผ่านหลายช่องทางทั้งภาครัฐ มูลนิธิ องค์กรการกุศล และสื่อมวลชน เพื่อร่วมช่วยกระจายความช่วยเหลือให้เข้าถึงประชาชนผู้ประสบอุทกภัยหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี พัทลุง

พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 รับมอบผลิตภัณฑ์อาหารปรุงสำเร็จพร้อมทาน ไก่สด 500 กก. เนื้อหมู 500 กก. ไข่สด 6,000 ฟอง และน้ำดื่มซีพี 7,200 ขวด และข้าวสารตราฉัตร 500 กก. จากซีพีเอฟ เพื่อนำไปประกอบอาหารและนำไปแจกจ่ายพี่น้องประชาชนที่ติดอยู่ในบ้าน หรือเดินทางออกจากพื้นที่ไม่ได้ ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดพัทลุง ขณะที่ ซีพีเอฟยังได้มอบหมูสดให้โรงครัวในเทศบาลมะกอกเหนือ จังหวัดพัทลุงและจัดบูธข้าวไข่เจียวแจกจ่ายผู้ประสบภัย

ในวันเดียวกัน ตัวแทนบริษัท ซีพีเอฟ มอบเนื้อไก่สด 200 กิโลกรัม และไข่ไก่ 1,500 ฟอง นางสินีนาฎ อินทร์นาค นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุราษฎร์ธานี ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และซีพีเอฟ ยังร่วมกับชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสุราษฎร์ธานี สนับสนุนของสด อาทิ ไข่ไก่ 25,000 ฟอง เนื้อไก่ 500 กก. และน้ำดื่มซีพี 2,500 ขวด มอบผ่านมูลนิธิมุทิตาจิตธรรมสถาน จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจากน้ำท่วมสูงในจังหวัดสุราษฎร์ธานี

ขณะเดียวกัน ซีพีเอฟได้ร่วมสนับสนุนไข่ไก่สดซีพีจำนวน 3,000 ฟองผ่านเครือเนชั่น รวมถึงสนับสนุนผลิตภัณฑ์ข้าวพร้อมรับประทาน (รีทอร์ต) จำนวน 2,400 ชุด รวมถึงไข่ต้มสมุนไพร 1,000 ฟอง ผ่านสถานีโทรทัศน์ TPBS เพื่อสนับสนุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก นำไปช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนต่อไป.

‘อนุสรณ์’ ชี้ น้ำท่วมใต้เสียหาย 1.2 แสนล. ฉุดจีดีพี 0.58-0.84%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ม.ค. 2560 11:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/831506


ม.รังสิต ประเมินผลกระทบน้ำท่วมใต้ เกิดความเสียหายไม่ต่ำ 8.5 หมื่นล้าน-1.2 แสนล้านบาท กระทบจีดีพี 0.58-0.84% แนะรัฐเร่งออกมาตรการเยียวยา ชะลอการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จากต่างประเทศ เนื่องจากไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน พร้อมเตรียมรับมืออาหารทะเลราคาพุ่ง …วันที่ 9 ม.ค.60 ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า จากการประเมินเบื้องต้นผลกระทบน้ำท่วมภาคใต้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ โอกาสการลงทุน การสูญเสียรายได้ของประชาชนและภาคธุรกิจ การท่องเที่ยว ภาคขนส่งคมนาคม ภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรมไม่ต่ำ 85,000-123,841 ล้านบาท กระทบจีดีพีคิดเป็นร้อยละ 0.58-0.84 อัตราเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นจาก supply shock ภาคการบริโภคชะลอตัวลง การว่างงานในภาคใต้เพิ่มขึ้นชัดเจนแต่อัตราการว่างงานทั้งประเทศยังคงต่ำกว่า 2% การสูญเสียรายได้และความเสียหายเฉพาะในภาคการท่องเที่ยวไม่น่าจะต่ำกว่าสัปดาห์ละ 6,000–11,000 ล้านบาท ความเสียหายในภาคเกษตรกรรมไม่น่าจะต่ำกว่า 15,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการและนักลงทุน ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมภาคใต้ในช่วงไตรมาสแรกปีนี้น่าจะลดอย่างชัดเจน ซึ่งความเสียหายต่อทรัพย์สินโดยรวมยังไม่สามารถประเมินได้ชัดเจน เนื่องจากต้องมีการสำรวจหลังน้ำลด

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากน้ำท่วมครั้งนี้มีลักษณะเป็นน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน ความเสียหายต่อทรัพย์สินจึงค่อนข้างมากเพราะเตรียมการรับมือไม่ได้ดีนัก มีพื้นที่ได้รับผลกระทบถึง 10 จังหวัด ครอบคลุม 85 อำเภอ ประชาชนได้รับผลกระทบ 7 แสนถึงล้านคน เส้นทางคมนาคมในหลายพื้นที่ถูกตัดขาดทำให้ความช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบาก และสิ่งที่รัฐบาลต้องทำโดยด่วน คือ หยุดการสูญเสียชีวิตผู้คนจากน้ำท่วมให้ได้มากที่สุด เนื่องจากการสูญเสียชีวิตจากน้ำท่วมไม่สามารถฟื้นคืนได้แต่ความเสียหายอย่างอื่นสามารถฟื้นฟูและเยียวยาได้

พร้อมเสนอให้รัฐเร่งเยียวยาประชาชน เกษตรกร ภาคธุรกิจอุตสาหกรรมที่เดือดร้อน เตรียมรับมืออาหารทะเลราคาแพงขึ้น หรือกุ้งอาจขาดแคลนเนื่องจากบ่อกุ้งได้รับความเสียหายหนักในพื้นที่นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี แนวโน้มราคายางพารา น้ำมันปาล์มปรับตัวสูงขึ้น เสนอให้รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือให้เปล่าจากงบกลางไม่ต่ำกว่า 5,000 – 10,000 ล้านบาททันที มาตรการทางการเงิน (ลดดอกเบี้ย ยืดหนี้ ดอกเบี้ยต่ำกู้เงินเพื่อซ่อมแซมฟื้นฟูสภาพ) มาตรการภาษีลดภาษีนิติบุคคลสำหรับกิจการในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง มาตรการใช้จ่ายภาครัฐ อัดฉีดเม็ดเงินหลังน้ำท่วมเพื่อซ่อมแซมสาธารณูปโภคสาธารณูปการที่ได้รับความเสียหาย มาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้เป็นการเฉพาะ

นอกจากนี้ ขอให้รัฐบาลได้ทุ่มเทงบประมาณในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยให้เต็มที่ โดยชะลอหรือทบทวนการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จากต่างประเทศไปก่อน เนื่องจากไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ไม่มีสัญญาณสงครามใหญ่ใดๆ เกิดขึ้นในภูมิภาคอาเซียนและรัฐบาลได้ดำเนินนโยบายความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านเป็นอย่างดี หากสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฟื้นฟูให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว เร่งการลงทุนเพื่อซ่อมสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่เสียหาย ย่อมทำให้ตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจทั้งปี 2560 ยังจะเติบโตในระดับ 3.6–4.2% ได้ตามที่คณะเศรษฐศาสตร์ ม.รังสิตได้คาดการณ์ไว้ช่วงปลายปี 2559

ส่วนท่าทีในการกีดกันการค้ามากขึ้นตามลำดับของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาจะสร้างความไม่แน่นอนต่อระบบการค้าเสรีของโลกเพิ่มขึ้น แต่เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อภาคส่งออกไทยมากนัก และตัวเลขส่งออกในปีนี้น่าจะเป็นบวกและรายได้จากภาคการท่องเที่ยวที่อาจเติบโตจากปีที่แล้ว 5-8% แต่ต้องเร่งฟื้นฟูภาคใต้ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญโดยเร็วหลังน้ำลด

 

เช้าวันจันทร์ ราคาทองเปิดตลาดขึ้น 50 รูปพรรณขายบาทละ 20,450

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ม.ค. 2560 09:44

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/831414


ราคาทองวันที่ 9 ม.ค. เปิดตลาดขึ้น 50 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 19,850 ขายออกบาทละ 19,950 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,495.76 ขายออกบาทละ 20,450 บาทเมื่อวันที่ 9 ม.ค. 60 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.23 น. ปรับเพิ่มขึ้น 50 บาท ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 19,850.00 บาท ขายออกบาทละ 19,950.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,495.76 บาท ขายออกบาทละ 20,450.00 บาท

 

หวั่นผิดเงื่อนไขดับบลิวทีโอ ออสเตรเลียเกาะติดนำเข้าข้าวสาลีไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 ม.ค. 2560 08:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/831234


“พาณิชย์” เผยทูตออสเตรเลียกังวล มติ ครม.ที่กำหนดให้ผู้นำเข้าข้าวสาลีต้องซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ 1 ต่อ 3 ส่อผิดเงื่อนไของค์การการค้าโลก และกีดกันการค้า หวั่นประเทศอื่นๆ หยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นในเวทีต่างๆ ขณะที่กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศแจงใช้เป็นมาตรการชั่วคราวเท่านั้นผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 8 พ.ย.2559 ที่เห็นชอบตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอกำหนดให้ข้าวสาลีที่ใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์เป็นสินค้าที่ต้องขออนุญาต และต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร รวมถึงกำหนดสัดส่วนการนำเข้าข้าวสาลีต่อการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศในอัตราส่วน 1 ต่อ 3 เช่น นำเข้าข้าวสาลี 1 ตัน ต้องซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ 3 ตัน เพื่อไม่ให้การนำเข้ากระทบต่อการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และราคาตกต่ำจนผู้ปลูกข้าวโพดเดือดร้อน อาจเสี่ยงที่จะถูกประเทศสมาชิกองค์การการค้าโลก (ดับบลิวทีโอ) ฟ้องร้องว่าเป็นการกีดกันการค้า ขัดต่อพันธกรณีของไทยภายใต้ดับบลิวทีโอ โดยล่าสุด อัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทยได้แสดงความกังวลต่อมาตรการดังกล่าวแล้ว

สำหรับพันธกรณีของไทยภายใต้ดับบลิวทีโอที่เกี่ยวข้องได้แก่ หลักการปฏิบัติเยี่ยงคนในชาติ ภายใต้ข้อตกลงทั่วไป ว่าด้วยภาษีศุลกากรและการค้า ที่ระบุว่าสมาชิกดับบลิวทีโอไม่สามารถกำหนดเงื่อนไขในการนำเข้า อาทิ 1. สมาชิกดับบลิวทีโอต้องไม่มีข้อกำหนดและข้อบังคับภายในประเทศเกี่ยวกับจำนวน หรือสัดส่วนของสินค้าในการผสม และการแปรรูปในลักษณะที่เป็นการคุ้มครองสินค้าภายในประเทศ

2.สมาชิกดับบลิวทีโอต้องไม่มีข้อกำหนด หรือข้อบังคับ ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ในการกำหนดสัดส่วนของผลิตภัณฑ์ว่าจะต้องมาจากแหล่งภายในประเทศ ซึ่งแม้ขณะนี้ออสเตรเลียยังไม่แจ้งว่าการดำเนินการของไทยขัดกับพันธกรณีภายใต้ดับบลิวทีโอ แต่เป็นการส่งสัญญาณว่าออสเตรเลียจะติดตามประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด และอาจมีประเทศผู้ส่งออกข้าวสาลีอื่นๆ ที่ส่งออกข้าวสาลีรายใหญ่มาไทย ยกประเด็นนี้ขึ้นสอบถามไทยผ่านเวทีต่างๆ

นายบุญฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทยมาเยี่ยมคารวะ และหยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นมาหารือ เพราะมีความกังวล เนื่องจากไทยนำเข้าข้าวสาลีจากออสเตรเลียด้วย แต่ตนแจ้งว่า มติ ครม.เป็นการแก้ปัญหาภายในประเทศ เพื่อไม่ให้ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศตกต่ำ เพราะมีการอ้างว่าผู้นำเข้านำเข้าข้าวสาลีจำนวนมากมาผลิตเป็นอาหารสัตว์ จนแทบไม่ซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ เพราะข้าวสาลีไม่มีภาษีนำเข้า

“ผมได้ชี้แจงว่า ไทยน่าจะใช้มาตรการนี้แบบชั่วคราว เพื่อแก้ปัญหาราคาข้าวโพดตกต่ำ ซึ่งเป็นสินค้าเกษตรที่อ่อนไหวและสำคัญมาก เมื่อปัญหาคลี่คลายก็อาจทบทวนใหม่ แต่แนวทางบริหารการนำเข้าสินค้าเกษตรเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน จึงขอรับข้อกังวลของออสเตรเลียแจ้งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป”.

 

ผู้ส่งออกไก่ไทยเฮรับปีไก่ทอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 ม.ค. 2560 07:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/831241


นายแพทย์อนันต์ ศิริมงคลเกษม นายกสมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทย เปิดเผยถึงกรณีที่ประเทศสิงคโปร์ประกาศรับรองอนุญาตให้โรงงานผลิตเนื้อไก่สดแช่แข็งของไทยส่งออกไปยังประเทศสิงคโปร์ได้อีก 20 โรงงาน เพิ่มเติมจากเดิมที่รับรองเพียง 2 โรงงานนั้น สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์เนื้อไก่ของไทยที่มีมาตรฐานระดับโลก โดยในปีที่ผ่านมากลุ่มผู้นำเข้าหลักกว่า 20 ราย ได้มีคำสั่งซื้อต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเทศผู้นำเข้าหลักทั้งสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น เพิ่มคำสั่งซื้อเนื้อไก่สดและผลิตภัณฑ์จากไทยมากขึ้น ที่สำคัญเมื่อปลายปีที่ผ่านมา เกาหลีใต้ได้ประกาศเปิดรับเนื้อไก่สดจากไทยเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี ทำให้คำสั่งซื้อไก่สดกลับมาเกือบทั้งหมดแล้วนายแพทย์อนันต์กล่าวว่า นับเป็นความสำเร็จจากการหารือระดับทวิภาคีระหว่างพลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ กับทางการสิงคโปร์ ในโอกาสที่ได้ร่วมประชุมระดับรัฐมนตรีเกษตรและป่าไม้อาเซียน ครั้งที่ 38 เมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมาที่ประเทศสิงคโปร์ และสามารถเร่งรัดให้หน่วยงานอาหารเกษตรและสัตวแพทย์สิงคโปร์ประกาศรับรองรายชื่อโรงงานผลิตไก่เนื้อของไทยดังกล่าว

สำหรับแนวโน้มของอุตสาหกรรมไก่เนื้อของไทยยังคงสดใส จากการส่งออกเนื้อไก่และผลิตภัณฑ์ที่มากขึ้นเป็นแรงสนับสนุน โดยคาดการณ์ว่าปีนี้ไทยจะสามารถส่งออกเนื้อไก่และผลิตภัณฑ์ได้เพิ่มขึ้น มีปริมาณรวม 750,000 ตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 96,000 ล้านบาท.

 

“ไทยคม” เร่งสางปมดาวเทียม เสนอรัฐใช้ช่องสัญญาณฟรีแลกตำแหน่งวงโคจร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 ม.ค. 2560 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/831245


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะทำงานพิจารณาแนวทางการบริหารจัดการและการดำเนินงานกิจการดาวเทียม ที่มี น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานนั้น ได้หารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหากิจการดาวเทียมด้วย เนื่องจากปัจจุบันกิจการดาวเทียมมีความซ้ำซ้อนในหน้าที่กันระหว่างกระทรวงดีอีกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ดังนั้น จึงต้องสร้างความชัดเจนในกิจการดาวเทียม เพื่อสร้างบรรยากาศการลงทุนในอนาคตทั้งนี้ ได้มีการถกเถียงกันหลายประเด็น ทั้งการนำดาวเทียมไทยคม 7 และ 8 กลับเข้าสู่ระบบสัมปทาน เพื่อจัดเก็บค่า
สัมปทานและค่าตำแหน่งวงโคจร แต่เนื่องจากปัจจุบันการประกอบกิจการโทรคมนาคมได้เข้าสู่ยุคการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโดย กสทช.แล้ว ฉะนั้นไม่ควรเข้าสู่ระบบสัมปทานอีก

โดยบริษัทไทยคม จำกัด (มหาชน) ได้เสนอทางเลือกให้กับภาครัฐ ด้วยการให้ใช้ช่องสัญญาณดาวเทียม (ทรานสปอร์นเดอร์) ฟรี 1 ช่อง แทนการจ่ายค่าใช้ตำแหน่งวงโคจรดาวเทียมไปจนกว่าดาวเทียมจะหมดอายุการใช้งาน ดังนั้น ที่ประชุมจึงให้ไทยคม ไปทำหนังสืออย่างเป็นทางการ เพื่อเสนอมายังกระทรวงดีอี เพื่อให้เกิดความชัดเจน และจะเป็นประโยชน์ต่อไทยคมด้วย เพราะในอนาคตอันใกล้ ไทยคมจะต้องยิงดาวเทียมไทยคม 9 ในตำแหน่ง 119.5 องศาตะวันออก หากมีข้อสรุป ก็จะนำเสนอนางวิไลลักษณ์ ชุลีวัฒนกุล ปลัดดีอี และนายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดีอี
ตามขั้นตอนต่อไป

สำหรับกิจการดาวเทียมในประเทศไทย มี 2 ระบบคือสัมปทาน และใบอนุญาต เนื่องจากปัจจุบันไทยคมเป็นทั้งคู่สัญญาสัมปทานกับกระทรวงดีอี มีดาวเทียมภายใต้สัมปทาน คือ ไทยคม 4, 5, 6 ซึ่งสัญญาจะสิ้นสุดลงในปี 2564 ขณะเดียวกันไทยคมก็เป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการดาวเทียมไทยคม 7 และ 8 จาก กสทช. ซึ่งต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้ กสทช.ปีละ 3.75% ของรายได้ ซึ่งไม่รวมค่าใช้จ่ายตำแหน่งวงโคจรดาวเทียม ถือว่ามีความทับซ้อนกันอยู่ ดังนั้นจึงต้องเร่งหารือและสร้างความชัดเจนเรื่องรายได้จากการใช้ตำแหน่งวงโคจรดาวเทียม เพื่อมิให้รัฐ
เสียประโยชน์.