รักษาคนไข้ผ่านระบบแพทย์ทางไกล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 6 ม.ค. 2560 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/829094


ดีอี-สาธารณสุขเพิ่มคุณภาพชีวิต ลดเหลื่อมล้ำการรักษาพยาบาลนายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยหลังเป็นประธานลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “การดำเนินการเพื่อคุณภาพการบริการด้านสุขภาพผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล” กับกระทรวงสาธารณสุขว่า ความร่วมมือนี้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำในการรักษาพยาบาล ซึ่งจะทำให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลได้รับการรักษาที่รวดเร็วและถูกต้อง ผ่านระบบการให้บริการแพทย์ทางไกล หรือเทเล-เมดดิซีน และสร้างความรู้ด้านสุขภาพผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล ทำให้ประชาชนมีความรู้เท่าทันข้อมูลสาธารณสุขได้ด้วยตนเอง ทั้งนี้ ปัจจุบันไทยมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม มีโครงการอินเตอร์เน็ตประชารัฐเข้าถึงทุกหมู่บ้าน ช่วยเสริมให้การเชื่อมโยงข้อมูลการรักษาพยาบาลสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกรณีผู้ป่วยฉุกเฉินในพื้นที่ห่างไกล และต้องการแพทย์ที่เชี่ยวชาญ การรักษาผ่านระบบเทเล-เมดดิซีน จะเชื่อมโยงข้อมูลกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลในกรุงเทพฯได้ และยังส่งข้อมูลผู้ป่วยได้รวดเร็ว “ทั้ง 2 กระทรวงต้องร่วมมือกันอย่างหนัก คาดว่าใน 3 เดือนจะมีความชัดเจนยิ่งขึ้น เบื้องต้นคาดว่าจะนำบริการภายใต้ความร่วมมือนี้มาใช้ที่โรงพยาบาลในอุ้มผาง จ.ตาก ก่อน จากนั้นจึงทยอยเปิดไปจนครบโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข”

นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ปัจจุบันมีหลายโรงพยาบาลที่ใช้ระบบบริการแพทย์ทางไกล แต่ยังไม่ครอบคลุมทั้งหมด ซึ่งโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขมี 116 แห่ง ดังนั้น ทั้ง 2 กระทรวงต้องร่วมกันผลักดันให้มีโครงข่ายอินเตอร์เน็ตเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้การรักษาพยาบาลมีประสิทธิภาพ.

 

“แบล็กโฟน” มือถือปลอดภัยสูงสุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 6 ม.ค. 2560 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/829093


นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้ร่วมมือกับบริษัทไซเลนท์ เซอร์เคิล (Silent Circle) จากสหรัฐอเมริกา ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีความปลอดภัย นำสมาร์ทโฟนรุ่นที่ได้รับการยอมรับว่าปลอดภัยที่สุด มาทำตลาดในเมืองไทยแล้วในนาม “แบล็กโฟน 2” (Blackphone 2) โดยเชื่อว่าแม้จะได้รับการตอบรับในวงจำกัด (niche market) แต่มีผู้สนใจแน่นอน“เรามองว่ากระแสความปลอดภัยด้านข้อมูลส่วนบุคคลกำลังได้รับความสนใจ ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ใหม่ ไปจนถึงการทำธุรกรรมทางการเงินบนมือถือที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ, การใช้ระบบพร้อมเพย์มาช่วยในการโอนเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล ตลอดจนความสามารถของนักล้วงข้อมูลหรือแฮกเกอร์ที่เก่งกล้าขึ้น น่าจะทำให้คนกลุ่มหนึ่งหันมาสนใจด้านความปลอดภัยในข้อมูลส่วนตัวอย่างจริงจัง”

ทั้งนี้ แบล็กโฟน 2 เป็นเทคโนโลยีจากไซเลนท์ เซอร์เคิล ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้การป้องกันการโจรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วยการเข้ารหัส บนระบบปฏิบัติการ Silent OS สามารถรักษาความปลอดภัยได้ 4 ขั้นตอน ได้แก่ ความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัว, การแยกความเป็นส่วนตัวตามไลฟ์สไตล์ได้ 4 บัญชีผู้ใช้งาน, ระบบ WiFi อัจฉริยะ ป้องกันการเชื่อมต่อที่มีความเสี่ยง และการสั่งลบข้อมูลได้จากระยะไกล วางจำหน่ายในราคา 22,900 บาท

ในการนี้ กลุ่มสามารถยังได้จัดตั้งบริษัทขึ้นใหม่ ใช้ชื่อว่าบริษัทซีเคียว เอเชีย จำกัด เพื่อบุกตลาดสินค้าเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย ทั้งบริการด้านโซลูชั่น อุปกรณ์ ซอฟต์แวร์ โดยแบล็กโฟน 2 ถือเป็นสินค้าตัวแรกที่เปิดตัวภายใต้บริษัทใหม่ หลังคัดเลือกจากสมาร์ทโฟน ที่มีจุดเด่นด้านความปลอดภัยทั่วโลก แล้วพบว่าโดดเด่นที่สุด.

 

ททท.ผนึกแอร์เวย์สดึงยุโรปเที่ยวไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 6 ม.ค. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/829086


นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท.ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) กับสายการบินอีวีเอ แอร์เวย์ส เพื่อร่วมมือด้านการตลาดส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกัน โดยเฉพาะเส้นทางจากทวีปอเมริกาเหนือที่เชื่อมต่อ 6 เส้นทางหลัก แบ่งเป็น ประเทศสหรัฐอเมริกา 6 เมือง ได้แก่ ลอสแอนเจลิส ซานฟรานซิสโก ซีแอตเติล นิวยอร์ก ฮิวส์ตัน ชิคาโก และ 2 เส้นทางจากแคนาดา คือ แวนคูเวอร์ และโตรอนโต ซึ่งสอดคล้องกับแผนการที่ ททท. กำลังจะเปิดสำนักงานใหม่ที่โตรอนโตในปี 60นายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา ททท. กล่าวว่า ความร่วมมือกับอีวีเอ แอร์เวย์ส เป็นสายการบินลำดับที่ 4 ที่ ททท.ไปเซ็นเอ็มโอยูร่วม หลังจากนำร่องร่วมมือกับเอทิฮัดในปี 58 เป็นรายแรก ตามด้วยสายการบินเอมิเรตส์และสายการบินฟลายดูไบในปี 59 และภายในไตรมาสแรกนี้ คาดว่าจะเซ็นเอ็มโอยูเพิ่มกับกาตาร์ แอร์เวย์ส และ สิงคโปร์ แอร์ไลน์ ทำให้รวมแล้ว ททท.จะมีข้อตกลงร่วมมือกับ 6 สายการบินรายใหญ่ ที่ทำตลาดครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทุกภูมิภาคทั่วโลกที่เป็นกลุ่มระยะไกล (Long Haul) ซึ่งปัจจุบันสร้างรายได้ให้ไทยกว่า 35.49% เทียบกับรายได้ต่างชาติทั้งหมด ทั้งนี้ จากการที่ ททท.ทำตลาดร่วมกับสายการบินส่งผลให้ตลาดนักท่องเที่ยวยุโรปและอเมริกาขยายตัวเกิน 10%.

 

รถไฟฟ้ามาหาซะที! อัพเดตคืบหน้ารถไฟฟ้าทั่วกรุง ผ่านบ้านคุณเมื่อไหร่ได้ใช้?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ม.ค. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/820449


รถไฟฟ้าหลากสีหลายสายโอบล้อมรอบกรุง บางสายก่อสร้างทรหดมาเนิ่นนานนับสิบปี บางสีเพิ่งเริ่มก่อสร้างแสนวุ่นวาย แต่ผู้คนมากมายเฝ้ารอให้รถไฟฟ้ามาหาสักที…ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ไล่เรียงความคืบหน้ารถไฟฟ้ารอบกรุง สายอะไร ความคืบหน้าถึงไหน ได้ใช้เมื่อไหร่ เช็กดู!

1. รถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อน
1.1 รถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ
รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ เป็นโครงสร้างรถไฟฟ้าแบบยกระดับตลอดเส้นทาง ระยะทาง 13 กิโลเมตร โดยมีแนวเส้นทางต่อเนื่องจากส่วนต่อขยายสายสุขุมวิท

ขณะที่ รถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ มีเจ้าของโครงการคือ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) โดย รฟม. ได้ประมูลว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาบริหารจัดการและควบคุมงานโครงการ คือ กลุ่มบริษัท GBSC (Green Line Bearing Samutprakan Consultants) และบริษัทผู้รับจ้างก่อสร้าง สัญญา 1 และสัญญา 2 คือ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)

ปัจจุบันงานโยธาในเส้นทางดังกล่าว เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2555 ณ ขณะนี้ ความคืบหน้า 99.83% ส่วนงานระบบรถไฟฟ้าและเดินรถ คณะกรรมการประสานการเดินรถประชุมครั้งแรกไปเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2559 โดยมีแผนเปิดให้บริการในปี 2561 และระยะแรกจะเร่งเปิดให้บริการช่วงสถานีแบริ่ง-สถานีสำโรงในวันที่ 1 มีนาคม 2560

1.2 รถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต
กลุ่มบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) อยู่ระหว่างเริ่มก่อสร้าง โดยเส้นทางก่อสร้างระยะทางประมาณ 19 กิโลเมตร จำนวน 16 สถานี เป็นทางวิ่งยกระดับตลอดเส้นทาง เริ่มต้นต่อเนื่องจากแนวเส้นทางของโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร (BTS) ที่สถานีหมอชิตไปตามถนนพหลโยธิน และสิ้นสุดที่บริเวณคลองสองที่สถานีคูคต โดยเริ่มงานก่อสร้างมิถุนายน 2558

ขณะเดียวกัน โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ยังมีแผนงานการก่อสร้าง ดังต่อไปนี้
พฤศจิกายน 2560 เปิดใช้งานสะพานรถยนต์ข้ามแยกเกษตร ตามแนวพหลโยธิน
กุมภาพันธ์ 2561 เปิดใช้งานสะพานรถยนต์ข้ามแยกรัชโยธินตามแนวพหลโยธิน
มิถุนายน 2561 เปิดใช้งานสะพานรถยนต์ข้ามแยกเสนานิคม ตามแนวพหลโยธิน
มกราคม 2562 เปิดใช้งานอุโมงค์ทางลอดแยกรัชโยธินตามแนวรัชดาภิเษก

ล่าสุด มีความคืบหน้า 19% โดยส่วนใหญ่ได้มีการขึ้นตอม่อเสารถไฟฟ้า และคานคอนกรีตแล้ว โดยโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต มีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการประชาชนประมาณปี 2563

1.3 รถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงคูคต-ลำลูกกา
รถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงคูคต-ลำลูกกา เป็นส่วนต่อขยายจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต โดยมีลักษณะโครงสร้างทางวิ่งยกระดับตลอดแนวเส้นทาง และมีสถานีรถไฟฟ้าจำนวน 4 สถานี (ในอนาคตอาจมีการเปลี่ยนแปลงแนวเส้นทาง) ได้แก่
1. สถานีรถไฟฟ้าคลองสาม (Khlong 3 Station)
– บริเวณก่อนถึงสะพานข้ามคลองสาม
2. สถานีรถไฟฟ้าคลองสี่ (Khlong 4 Station)
– ศูนย์บริการโตโยต้าและใกล้กับถนนไสวประชาราษฎร์
3. สถานีรถไฟฟ้าคลองห้า (Khlong 5 Station)
– ก่อนถึงเชิงสะพานข้ามคลองห้า ประมาณ 100 เมตร
4. สถานีรถไฟฟ้าวงแหวงรอบนอกตะวันออก (Eastern Outer Ring Road Station)
– ระหว่างห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีลำลูกกา กับหมู่บ้านวราบดินทร์

อย่างไรก็ตาม รถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงคูคต-ลำลูกกา มีแผนดำเนินงาน คือ เริ่มดำเนินงานก่อสร้าง ธันวาคม 2560 และเปิดให้บริการ ธันวาคม 2564

1.4 รถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงสมุทรปราการ-บางปู
รถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงสมุทรปราการ-บางปู นั้น ต่อขยายโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ โดยระยะทาง 9.2 กิโลเมตร มีลักษณะโครงสร้างทางวิ่งยกระดับตลอดแนวเส้นทาง และมีสถานีรถไฟฟ้า จำนวน 5 สถานี (ในอนาคตอาจมีการเปลี่ยนแปลงแนวเส้นทาง) ได้แก่
1. สถานีรถไฟฟ้าสวางคนิวาส (Sawang Khaniwat Station)
– ซอยเทศบาลบางปู 59 ใกล้กับสวางคนิวาส ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู สภากาชาดไทย
2. สถานีรถไฟฟ้าเมืองโบราณ (Ancient City Station)
– ซอยเทศบาลบางปู 65 เมืองโบราณ
3. สถานีรถไฟฟ้าศรีจันทร์ประดิษฐ์ (Srichanpradit Station)
– ซอยเทศบาลบางปู 96 ทางเข้าวัดศรีจันทร์ประดิษฐ์
4. สถานีรถไฟฟ้าบางปู (Bang Pu Station)
– ซอยเทศบาลบางปู 77 ทางเข้าสถานตากอากาศบางปูและนิคมอุตสาหกรรมบางปู
5. สถานีรถไฟฟ้าตำหรุ (Tamru Station)
– ซอยเทศบาลบางปู 108 ก่อนถึงแยกถนนตำหรุ-บางพลี ประมาณ 500 เมตร

อย่างไรก็ตาม รถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงสมุทรปราการ-บางปู มีแผนดำเนินงาน คือ จะเริ่มดำเนินงานก่อสร้าง ธันวาคม 2560 และคาดว่าจะเปิดให้บริการ ธันวาคม 2564

2. รถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม
2.1 โครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ-รังสิต
โครงการดังกล่าว มีจุดเริ่มต้นโครงการที่สถานีบางซื่อ ไปตามแนวเขตทางรถไฟในเส้นทางรถไฟสายเหนือ ผ่านเขตจตุจักร บางเขน หลักสี่ ดอนเมือง และไปสิ้นสุดที่สถานีรังสิต จังหวัดปทุมธานี ระยะทางรวมประมาณ 26.3 กิโลเมตร ประกอบด้วย 10 สถานี และในอนาคตอันใกล้ มีแผนจะต่อขยายไปยังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

ทั้งนี้ โครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ-รังสิต เริ่มก่อสร้างเมื่อเดือนมีนาคมปี 2556 ซึ่งสัญญาที่ 1 งานโยธาสำหรับสถานีรถไฟบางซื่อและศูนย์ซ่อมบำรุง, สัญญาที่ 2 งานโยธาสำหรับทางรถไฟช่วงบางซื่อ-รังสิต มีความก้าวหน้าไปแล้ว 60% และสัญญาที่ 3 งานระบบรถไฟฟ้าและเครื่องกล รวมงานจัดซื้อตู้รถไฟฟ้าคืบหน้าแล้วประมาณ 10%

ส่วนความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการสถานีกลางบางซื่อ เพื่อเป็นจุดเชื่อมต่อและรองรับการให้บริการของทั้งรถไฟฟ้า และรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง รถไฟเชื่อมท่าอากาศยาน (แอร์พอร์ตเรลลิงก์) และรถไฟความเร็วสูง ขณะนี้มีความคืบหน้าการก่อสร้างประมาณ 50%

อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวเกิดความล่าช้ากว่ากำหนดประมาณ 20% ซึ่งนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวอย่างมั่นใจว่า “โครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง จะเสร็จทันตามกำหนดในปี 2563 อย่างแน่นอน

2.2 รถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต
โครงการรถไฟฟ้าชานเมืองสายดังกล่าว อยู่ในแผนปฏิบัติการกระทรวงคมนาคมปี 2560 วงเงิน 6,018 ล้านบาท ซึ่งมีระยะทางรวมประมาณ 10 กิโลเมตร มีทั้งหมด 5 สถานี (ในอนาคตอาจมีการเปลี่ยนแปลง) คือ 1. สถานีรังสิต 2. สถานีคลองหนึ่ง 3. สถานี ม.กรุงเทพ 4. สถานีเชียงราก และ 5. สถานีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต

2.3 รถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงหัวลำโพง-บางบอน-มหาชัย
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงความคืบหน้าของรถไฟฟ้าสายดังกล่าวไว้ว่า “โครงการรถไฟฟ้าบางส่วนต้องชะลอโครงการ เช่น สายสีแดงเข้มช่วงหัวลำโพง-บางบอน-มหาชัย เพราะมีปัญหาประชาชนไม่เห็นด้วย

2.4 โครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงตลิ่งชัน-ศิริราช
รถไฟฟ้าสายดังกล่าว มีจุดประสงค์ที่จะรองรับผู้โดยสารจากย่านวังหลัง โรงพยาบาลศิริราช ถนนอรุณอมรินทร์ ถนนจรัญสนิทวงศ์ ถนนบางขุนนนท์ ตลาดน้ำตลิ่งชัน และถนนบรมราชชนนี ซึ่งเป็นพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในขณะที่ประทับอยู่โรงพยาบาลศิริราช เพื่อแก้ปัญหาจราจรโดยรอบโรงพยาบาลศิริราชและฝั่งตะวันตกของกรุงเทพมหานคร โดยล่าสุด อยู่ระหว่างการประเมินการลงทุนก่อสร้าง

3. รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน
3.1 รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ
3.2 รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน หัวลำโพง-บางแค
รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย เส้นทางบางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแค ระยะทาง 26.8 กิโลเมตร เริ่มดำเนินการก่อสร้างงานโยธาในเดือนเมษายน 2554 ซึ่งรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายดังกล่าว มีความพิเศษกว่าสายอื่นๆ เนื่องจากเป็นรถไฟฟ้าสายแรกของไทยที่มีการขุดเจาะอุโมงค์ทางวิ่งลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา และ ณ ขณะนี้ การก่อสร้างคืบหน้าไปแล้วกว่า 86.72%

ทั้งนี้ สถานีสนามไชยกำลังเป็นที่สนใจของผู้คนในสังคมไม่น้อย เนื่องจากการออกแบบภายในตัวสถานีมีการตกแต่งได้อย่างวิจิตรสวยงาม ซึ่งมีลักษณะคล้ายท้องพระโรงสมัยรัตนโกสินทร์ ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดคุณค่าทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ รวมถึงเป็นแรงจูงใจให้กับนักท่องเที่ยวมาใช้งานระบบรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินอีกด้วย

โดยในส่วนของการกำหนดเปิดเดินรถโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง-บางแค และช่วงบางซื่อ-ท่าพระ มีการวางแผนการเปิดเดินรถเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 เดินรถสายใต้ ช่วงหัวลำโพง-ท่าพระ-หลักสอง ในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 และระยะที่ 2 เดินรถสายเหนือ ช่วงเตาปูน-ท่าพระ หรือทั้งโครงการเปิดให้บริการตลอดสายในเดือนตุลาคม 2562

4. รถไฟฟ้าสายสีม่วง
4.1 รถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ
โครงสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ มีระยะทางทั้งสิ้น 23.6 กิโลเมตร เป็นโครงสร้างทางวิ่งใต้ดิน 12.6 กิโลเมตร และโครงสร้างทางยกระดับ 11 กิโลเมตร และมีสถานีทั้งสิ้น 17 สถานี เป็นสถานีใต้ดิน 10 สถานี และสถานียกระดับ 7 สถานี

ขณะนี้ อยู่ระหว่างการพิจารณาของบอร์ดสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จากนั้น จะเสนอ ครม.อนุมัติภายในปี 2559 ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าสายสุดท้ายที่เสนออนุมัติภายในปี 2559

5. รถไฟฟ้าสายสีส้ม
5.1 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – มีนบุรี (สุวินทวงศ์)
โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) เป็นโครงสร้างทางวิ่งใต้ดินและยกระดับ (สถานีใต้ดิน 10 สถานี/ยกระดับ 7 สถานี รวม 17 สถานี) มีระยะทางประมาณ 23 กิโลเมตร เริ่มต้นจากสถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย แล้วเบี่ยงเข้าแนว เข้าถนนพระราม 9 ตัดผ่านถนนประดิษฐ์มนูธรรม เลี้ยวซ้ายเข้ารามคําแหง ผ่านแยกลําสาลีตัดผ่านถนนกาญจนาภิเษก สิ้นสุดที่จุดตัดกับถนนสุวินทวงศ์บริเวณมีนบุรี

ล่าสุด โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มฯ อยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียดข้อเสนอการประกวดราคาจ้างก่อสร้างงานโยธา หลังจากนั้น คณะกรรมการฯ จะเจรจาต่อรองราคากับผู้ที่ประเมินแล้วเสนอราคาต่ำที่สุดของแต่ละสัญญา ซึ่งคาดว่าภายในเดือนมกราคม 2560 จะเจรจาได้ข้อยุติด้านราคา และจะสามารถเสนอคณะกรรมการ รฟม. เห็นชอบผลการประกวดราคาในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 และลงนามในสัญญาว่าจ้างฯ ได้ภายในเดือนมีนาคม 2560

6. รถไฟฟ้าสายสีชมพู
โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี ระยะทาง 34.5 กิโลเมตร เป็นระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) กำหนดให้เอกชนร่วมลงทุนในรูปแบบ PPP-Net Cost  ซึ่งภาครัฐลงทุนค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน และเอกชนลงทุนค่างานโยธา ระบบรถไฟฟ้าและขบวนรถไฟฟ้า รวมทั้งบริการเดินรถไฟฟ้าและซ่อมบำรุงรักษา โดยให้เอกชนร่วมลงทุนรวมเป็นเวลา 33 ปี 3 เดือน ทั้งนี้ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี 3 เดือน และระยะเวลาเดินรถ 30 ปี

ทั้งนี้ รฟม. ได้ประกาศรายชื่อผู้ชนะงานประมูลสัมปทานลงทุนด้านโครงสร้างงานโยธางานระบบและขบวนรถไฟฟ้า และให้บริการเดินรถบำรุงรักษา ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี โดยผลปรากฏว่า กิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ (BSR Joint Venture) ประกอบด้วย บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (BTS Group) บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ผ่านการประเมินสูงสุด วงเงินลงทุน 53,519.5 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถลงนามสัญญาสัมปทานได้ภายในเดือนเมษายน 2560 ในเบื้องต้นสามารถก่อสร้างเสร็จ และเปิดบริการได้ในปี 2563

7. รถไฟฟ้าสายสีเหลือง
โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ช่วงลาดพร้าว-สำโรง) เป็นการลงทุนในลักษณะ PPP Net Cost โดยภาครัฐลงทุนค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินสำหรับการก่อสร้างงานโยธา รวมทั้งให้เงินสนับสนุนค่าก่อสร้างงานโยธา และเอกชนผู้รับสัมปทานจะเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างงานโยธา จัดหาระบบรถไฟฟ้าและขบวนรถไฟฟ้า สัญญาสัมปทานจะมีอายุ 33 ปี 3 เดือน (ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี 3 เดือน และระยะเวลาเดินรถ 30 ปี) ผู้รับสัมปทานจะมีหน้าที่ในการเดินรถ และซ่อมบำรุงรักษาระบบตลอดอายุสัมปทาน ตลอดจนจัดเก็บรายได้จากค่าโดยสารและรายได้จากกิจการเชิงพาณิชย์อื่นๆ ในระบบ โดยจะมีการแบ่งรายได้ให้กับ รฟม.ด้วย

ทั้งนี้ รฟม. ได้ประกาศรายชื่อผู้ชนะงานประมูลสัมปทานลงทุนด้านโครงสร้างงานโยธา งานระบบและขบวนรถไฟฟ้า และให้บริการเดินรถบำรุงรักษา ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี โดยผลปรากฏว่า กิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ (BSR Joint Venture) ประกอบด้วย บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (BTS Group) บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ผ่านการประเมินสูงสุด วงเงินลงทุน 51,931.15 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถลงนามสัญญาสัมปทานได้ภายในเดือนเมษายน 2560 ในเบื้องต้นสามารถก่อสร้างเสร็จ และเปิดบริการได้ในปี 2563

———-

เมินซื้อตราสารหนี้ไทย!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 6 ม.ค. 2560 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/829082


นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์ตลาดตราสารหนี้ในประเทศพบว่า แนวโน้มอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ในประเทศปรับตัวสูงขึ้นทุกช่วงอายุ จากความต้องการซื้อตราสารหนี้ของนักลงทุนที่ลดลง หลังจากการประมูลพันธบัตรรัฐบาลรุ่น 50 ปี ที่ออกมาไม่ดีนัก ประกอบกับคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.50% และคงอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปีนี้ไว้ใกล้เคียงกับปีก่อนคือ โต 3.2%ส่วนอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงเกือบทุกช่วงอายุ หลังนักลงทุนเริ่มกลับมาซื้ออีกครั้ง เพราะราคาตราสารหนี้สหรัฐฯเริ่มกลับมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจ รวมทั้งนักลงทุนต้องการลดความเสี่ยงและยังได้รับปัจจัยบวกจากการที่สหรัฐฯประกาศตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 3 ขยายตัว 3.5% สูงที่สุดในรอบ 2 ปี และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด โดยอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ อายุคงเหลือ 2 ปี อยู่ที่ 1.22% ต่อปี อายุคงเหลือ 5 ปี อยู่ที่ 2.04% ต่อปี และอายุคงเหลือ 10 ปี อยู่ที่ 2.55% ต่อปี สำหรับปัจจัยอื่นที่ต้องติดตาม คือ ความคืบหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ทิศทางการเคลื่อนย้ายเงินลงทุนและการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ต่างประเทศ ทั้งนี้ ปี 60 บริษัทได้รับการต่อสัญญาบริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจาก 3 รัฐวิสาหกิจ คือ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) มูลค่า 13,000 ล้านบาท การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มูลค่า 13,641 ล้านบาท และบริษัทไปรษณีย์ไทย มูลค่า 13,184 ล้านบาท.

 

เปิดเวทีเยียวยาลูกค้าทรูวิชั่นส์ หลังยกเลิก 6 ช่องรายการสุดฮิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 6 ม.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/829081


น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการในคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 10 ม.ค.นี้ จะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากตัวแทนผู้บริโภคอย่างเป็นทางการ จากกรณีที่บริษัท ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด ได้ยกเลิกการให้บริการ 6 ช่องรายการ คือ HBO, Cinemax, HBO Signature, HBO Family, HBO hit และ RED BY HBO แล้วตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.60 ที่ผ่านมา และถึงแม้ทรูจะมีช่องรายการใหม่มาแทนให้สมาชิกแล้ว 7 ช่อง เช่น ช่องรายการ Food Network, Paramount, Warner TV, Celestial Classic Chinese Movies และ Fox Actions Movies แล้วก็ตาม แต่ยังมีการร้องเรียนมายัง กสทช. ว่าช่องที่นำมาทดแทนคุณภาพไม่ทัดเทียมกับช่องที่ยกเลิกไปสำหรับแผนเยียวยาที่ทรูวิชั่นส์ส่งมาให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) พิจารณาเมื่อวันที่ 29 ธ.ค.59 ที่ผ่านมา เป็นแผนเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งการมีช่องใหม่ทดแทนช่องเก่านั้น เป็นแผนเบื้องต้น หากผู้ใช้บริการยังไม่พอใจกับการชดเชย ก็สามารถร้องเรียนมายัง กสทช.ได้ ในเบื้องต้นมีการร้องเรียนว่า การยกเลิก 6 ช่องของทรูวิชั่นส์นั้น มีสมาชิกได้รับผลกระทบราว 600,000 ราย ซึ่งในวันที่ 10 ม.ค.นั้น จะเชิญตัวแทนทรูวิชั่นส์มาร่วมด้วย เพื่อหาข้อยุติและจัดหาแผนเยียวยาผู้ใช้บริการร่วมกัน.

 

ผู้ส่งออกไทย ประณามคนโพสต์คลิปข้าวปลอม ยัน ส่งออกตามมาตรฐาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ม.ค. 2560 18:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/828853


สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย แถลงประณามคนโพสต์คลิปข้าวปลอม เผยเป็นการกระทำของผู้ไม่หวังดี มุ่งทำลายชื่อเสียง ยันส่งออกตามมาตรฐานทุกขั้นตอน …วันที่ 5 ม.ค. 60 ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัต นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯ ได้ออกแถลงการณ์ เพื่อประณามการกระทำของผู้ที่โพสต์ข้อความ, รูปภาพ และคลิปวีดีโอ บนโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการนำข้าวสารหอมมะลิไทยไปให้ความร้อนจนเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อยๆ ข้าวสารไหม้และเปลี่ยนเป็นสีดำ แล้วบอกว่าเป็นข้าวที่ทำมาจากพลาสติก ซึ่งเห็นว่าเป็นการกระทำของผู้ไม่หวังดีที่สร้างเรื่องดังกล่าว เพื่อทำลายชื่อเสียงข้าวหอมมะลิของไทย

“เข้าใจว่า น่าจะมีผู้ไม่ประสงค์ดีต่อข้าวไทย ที่ตั้งใจสร้างเรื่องเพื่อทำลายชื่อเสียงข้าวหอมมะลิไทย เนื่องจาก เมื่อปลายปี 59 ที่ผ่านมา ข้าวหอมมะลิไทยได้รับรางวัลชนะเลิศข้าวที่ดีที่สุดในโลก ขณะนี้ผู้นำเข้าสินค้าดังกล่าว กำลังปรึกษาฝ่ายกฎหมาย เพื่อดำเนินการทางกฎหมายให้ถึงที่สุด”

พร้อมกันนี้ สมาคม ขอยืนยันว่า การส่งออกข้าวหอมมะลิไทยไปยังต่างประเทศนั้น ต้องเป็นไปตามมาตรฐานของกระทรวงพาณิชย์ เนื่องจากเป็นสินค้ามาตรฐาน และสำนักงานมาตรฐานสินค้า กรมการค้าต่างประเทศต้องตรวจสอบคุณภาพอย่างเข้มงวด ที่สำคัญ ราคาของพลาสติกสูงกว่าราคาข้าวหอมมะลิเท่าตัว จึงไม่มีมูลเหตุจูงใจที่จะนำมาปลอมปน เพื่อลดต้นทุน และสมาคมฯ เชื่อว่าไม่มีผู้ประกอบการไทยรายใดๆ มีความประสงค์ หรือตั้งใจที่จะนำเอาพลาสติกมาผสมในข้าวหอมมะลิอย่างแน่นอน อีกทั้งตราสินค้าข้าวหอมมะลิไทยที่ปรากฏในข่าวดังกล่าว เป็นของผู้ส่งออกไทย และเป็นสมาชิกสมาคมฯ ที่ส่งข้าวหอมมะลิไปตลาดสหรัฐฯ เป็นเวลายาวนาน และมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักดี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พาณิชย์ โต้ข้าวไทยผสมพลาสติก ยันได้มาตรฐานทุกลอต ตรวจสอบได้

พณ.เล็งชง นบข. เคาะแผนข้าวปี 60/61 จ่อเอาผิดคนโพสต์คลิปกล่าวหาข้าวไทย

 

บขส. แจ้งเปิดเดินรถทุกเส้นทางภาคใต้ตามปกติแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ม.ค. 2560 18:24

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/828866


บขส. แจ้งเปิดเดินรถเส้นทางภาคใต้ทุกเส้นตามปกติ รวม 7 เส้นทาง หลังประกาศหยุดเดินรถชั่วคราว จากน้ำท่วมถนนสูง เผย จะใช้เวลาเดินทางเพิ่ม 1-2 ชม. เนื่องจากปรับเส้นทางวิ่งอ้อมจุดน้ำท่วม …วันที่ 5 ม.ค. 60 พล.ต.อ.อำนาจ อันอาตม์งาม กรรมการบริษัทฯ รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า เมื่อเวลา 13.30 น. บขส. ได้เปิดเดินรถเส้นทางภาคใต้ทุกเส้นทางตามปกติ รวมถึง 7 เส้นทางภาคใต้ ซึ่ง บขส. ได้ประกาศหยุดเดินรถชั่วคราวไปก่อนหน้านี้ ได้แก่ 1. กรุงเทพฯ-ทุ่งสง-เชียรใหญ่ 2. กรุงเทพฯ-หาดใหญ่ 3. กรุงเทพฯ-ยะลา-เบตง 4. กรุงเทพฯ-ปัตตานี-สุไหงโกลก 5. กรุงเทพฯ-สตูล 6. กรุงเทพฯ-หาดใหญ่-ด่านนอก และ 7. กรุงเทพฯ-หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์

สำหรับทั้ง 7 เส้นทางนี้ บขส. จะวิ่งอ้อมไปทางถนน หมายเลข 401 สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง ซึ่งจะใช้เวลาการเดินทางเพิ่มขึ้น ประมาณ 1-2 ชม. และหากผู้โดยสารไม่ประสงค์จะเดินทางในช่วงนี้ สามารถคืนตั๋วได้ภายใน 7 วัน ณ ช่องจำหน่ายตั๋ว บขส. ที่สถานีเดินรถทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร Call Center 1490 เรียก บขส. ตลอด 24 ชั่วโมง.

 

หุ้นไทยปิดตลาดบวก 7.47 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,571.05 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ม.ค. 2560 17:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/828842


หุ้นไทยวันที่ 5 ม.ค. ปิดตลาดบวก 7.47 จุด เปลี่ยนแปลง 0.48% ดัชนีอยู่ที่ 1,571.05 จุด มูลค่าซื้อขาย 69,364.44 ล้านบาท…การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันที่ 5 ม.ค. 60 พบว่าหุ้นไทยปิดตลาดปรับเพิ่มขึ้น 7.47 จุด เปลี่ยนแปลง 0.48% ดัชนีอยู่ที่ 1,571.05 จุด มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 69,364.44 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) และ 5. บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน).

 

เลย์ รุกเสริมแกร่งธุรกิจ จัดแคมเปญท่องเที่ยวในฝัน-เปิดตัว 3 รสชาติใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ม.ค. 2560 17:26

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/828834


เลย์ เดินหน้าเสริมแกร่งทางธุรกิจ จัดแคมเปญ “เปิดเลย์ เปิดโลก” ชวนลุ้นฟรีทุกวัน กับทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ สู่ 3 ดินแดนท่องเที่ยวในฝัน พร้อมเปิดตัว 3 รสชาติความอร่อย หวังครองความเป็นแบรนด์อันดับ 1 ที่ผู้บริโภคชื่นชอบ…วันที่ 5 ม.ค. 60 นายวิชาล คาอูล กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจอาหาร บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมในปี 2559 ที่ผ่านมา มันฝรั่งทอดกรอบ “เลย์” ยังคงเป็นกลุ่มสินค้าที่สามารถสร้างยอดขายสูงสุดในกลุ่มธุรกิจอาหารของบริษัทฯ และเป็นแบรนด์มันฝรั่งทอดกรอบที่ครองยอดขายอันดับ 1 ของประเทศไทยอีกด้วย

ทั้งนี้ ในปี 2560 บริษัทฯ ได้เสริมสร้างความแข็งแกร่งผ่าน 2 กลยุทธ์ที่สำคัญ ทั้งการจัดแคมเปญ ภายใต้ชื่อ “เปิดเลย์ เปิดโลก” (Open Lay’s Open Your World) เพื่อตอบสนองกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการเปิดประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต และเพื่อเป็นการสร้างสีสันให้กับตลาดขนมขบเคี้ยวในช่วงไตรมาสแรกของปี

สำหรับไฮไลต์สำคัญของแคมเปญดังกล่าวอยู่ที่ การแจกทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟทุกวัน สู่ 3 ดินแดนท่องเที่ยวในฝัน ทั้งเยี่ยมชมมหานครแห่งสีสัน พิพิธภัณฑ์ และงานศิลปะที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ จำนวน 15 รางวัล สัมผัสดินแดนอาทิตย์อุทัย ชมความงามของภูเขาไฟฟูจิ ประเทศญี่ปุ่น จำนวน 15 รางวัล และบินลัดฟ้า ชมพระราชวัง ตะลอนเมืองกิมจิ ประเทศเกาหลี อีก 15 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง

นอกจากนี้ ยังมีรางวัลกล้อง GoPro Hero+LCD รางวัลกระเป๋าเป้เดินทาง และรางวัลอื่นๆ อีกมากมายกว่า 10,000 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 9 ล้านบาท โดยมีกติกาการร่วมสนุกง่ายๆ คือ ซื้อผลิตภัณฑ์เลย์ เฉพาะซองที่มีคำว่า ‘เปิดเลย์ เปิดโลก’ แล้วส่งรหัสโดย กด *780* ตามด้วยรหัส 10 หลักในซองหลังโลโก้เลย์ กด# แล้วโทรออกฟรี หรือส่งผ่านทางเว็บไซต์ www.laysthailand.com สามารถส่งได้ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม ถึง 10 มีนาคม 2560 ประกาศผลทุกวันผ่านทาง www.laysthailand.com

ส่วนอีกหนึ่งกลยุทธ์คือ การเปิดตัว 3 รสชาติความอร่อยจาก 3 ดินแดนต้นตำรับ ไม่ว่าจะเป็น เลย์ กลิ่นอิงลิชเชดด้าชีส เลย์ กลิ่นวาซาบิญี่ปุ่น และเลย์ กลิ่นโคเรียนบาร์บีคิว โดยกลิ่นอิงลิชเชดด้าชีส และกลิ่นวาซาบิญี่ปุ่น วางจำหน่ายแล้วที่ร้านค้าทั่วไป ร้านสะดวกซื้อ และห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ ส่วนกลิ่นโคเรียนบาร์บีคิว วางจำหน่ายเฉพาะที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น

นายวิชาล กล่าวเพิ่มเติมว่า มีความเชื่อมั่นว่าทั้ง 2 กลยุทธ์ จะได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคชาวไทย และหวังว่าจะช่วยให้เลย์ครองความเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคชื่นชอบอันดับ 1 ตลอดไป.