ธนบัตร ร.9 ดันเงินสดในระบบพุ่ง! 1 เดือนกระฉูด 2.64 หมื่นล้าน แห่เก็บธนบัตร-เหรียญกษาปณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 ธ.ค. 2559 07:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/806057

 

ผู้สื่อข่าวรายงานจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า ธปท.ได้รายงานข้อมูลธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ที่หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจล่าสุดเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา พบว่ามูลค่าเงินสดที่หมุนเวียนระบบเศรษฐกิจมีทั้งสิ้น 1,532,366 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 77,422 ล้านบาท หรือเติบโต 5.32% และเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 26,410 ล้านบาท หรือเติบโต 1.75% ภายในเดือนเดียวมูลค่าเงินหมุนเวียนในระบบเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก จากปรากฏการณ์ประชาชนต้องการเก็บสะสมธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ในรัชกาลที่ 9

ทั้งนี้ ธนบัตรที่หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมีทั้งสิ้น 1,469,344 ล้านบาท เหรียญกษาปณ์ 63,022 ล้านบาท เพิ่มขึ้นทั้งธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ 26,075 ล้านบาท และ 336 ล้านบาทตามลำดับ โดยธนบัตรที่อยู่นอกฝ่ายจัดการธนบัตรมีอยู่ 1,469,346 ล้านบาท และพบว่าธนบัตรชนิดราคา 1,000 บาท เงินคงค้างอยู่ในระบบมากที่สุด 1,150,118 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19,363 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ธนบัตรชนิดราคา 100 บาท เพิ่มขึ้น 3,081 ล้านบาท จากเงินที่อยู่ในระบบ 132,054 ล้านบาท ตามด้วยธนบัตรชนิดราคา 500 บาท เพิ่มขึ้น 2,068 ล้านบาท จากยอดเงินอยู่ในระบบ 129,557 ล้านบาท นอกจากนี้ ธนบัตรชนิดราคา 20 บาท, 50 บาท, 60 บาท และ 70 บาท มีมูลค่าเงินเพิ่มขึ้น 938 ล้านบาท 557 ล้านบาท 39 ล้านบาท และ 28 ล้านบาทตามลำดับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระแสประชาชนต่อแถวยาวเหยียดตามสาขาสถาบันการเงินยังมีต่อเนื่อง โดยรอแลกซื้อธนบัตรที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 9) เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 และธนบัตรที่ระลึกโอกาสต่างๆที่อยู่ตามสาขาของธนาคารพาณิชย์ ซึ่ง ธปท.ได้จัดสรรธนบัตรที่ระลึกเพิ่ม 2 แบบ บัตรธนาคารเนื่องในมหามงคลสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาหกสิบพรรษา 5 ธันวาคม 2530 ชนิดราคา 60 บาท จำนวน 900,000 ฉบับ และธนบัตรที่ระลึกเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี ธนบัตรไทย (ปี 2545) ชนิดราคา 100 บาท จำนวน 900,000 ฉบับ ก็หมดลงในเวลาอันรวดเร็วเช่นกัน.

 

คลังได้ฤกษ์กดปุ่มโอนเงินช่วยเหลือคนจน 8 แสนบัญชีเฮ! มีเงินใช้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 ธ.ค. 2559 07:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/806051

 

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ได้รายงานว่า กระทรวงการคลังพร้อมที่จะโอนเงินให้แก่คนที่มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนขอรับสวัสดิการจากรัฐจำนวน 8.3 ล้านคน โดยในวันนี้ (9 ธ.ค.) กระทรวงการคลังจะต้องส่งรายชื่อของประชาชนที่ลงทะเบียน และได้รับสิทธิไปให้ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐทั้ง 3 แห่ง ซึ่งประกอบด้วย ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อ การเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารกรุงไทย ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่าคนที่มีรายได้น้อยในจำนวน 8.3 ล้านคนที่ลงทะเบียนคลังได้คัดชื่อออก 200,000 คน

“การจ่ายเงินให้แก่ประชาชนที่รายได้น้อยในช่วงนี้ เพราะต้องการให้ประชาชนนำเงินไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ไม่ได้ถือเป็นของขวัญปีใหม่ของรัฐบาล แต่เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องการช่วยคนจนที่จนจริงๆ โดยในปีนี้กระทรวงการคลังจะแจกเงินเพียงปีเดียว ส่วนในปีนี้จะมอบสิทธิพิเศษทางด้านสวัสดิการให้แก่ประชาชน เช่น รถเมล์ รถไฟ เรือฟรี การรับส่วนลดค่าน้ำค่าไฟจากรัฐบาล 60-80% เป็นต้น โดยจะเปิดให้มีการลงทะเบียนก่อนเดือน เม.ย.2560”

ด้านนายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ธนาคารออมสินจะใช้เวลา 2 วันในการคีย์ข้อมูลประชาชนที่เป็นลูกค้าธนาคารออมสินเข้าระบบคอมพิวเตอร์ และคาดว่าวันที่ 11 ธ.ค. หรือไม่เกินวันที่ 12 ธ.ค. ออมสินจะกดปุ่มโอนให้แก่ประชาชนได้ โดยในวันแรกจะโอนเงินให้แก่ ประชาชนได้ประมาณ 800,000 บัญชี จากทั้งหมด 2.5 ล้านคน ส่วนที่เหลือจะทยอยโอน ส่วนกรณีที่ประชาชนลงทะเบียนกับธนาคารออมสินแต่ไม่มีสมุดบัญชีก็ให้รีบมาเปิดบัญชีกับธนาคารออมสิน ทั้งนี้ประชาชนที่ลงทะเบียนขอรับสวัสดิการจากรัฐ กรณีที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท/ปีจะได้รับเงิน 3,000 บาท กรณีมีรายได้ 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาท จะได้รับเงิน 1,500 บาท.

 

หุ้นสหรัฐฯ ทำนิวไฮ หลังแบงก์ชาติยุโรปขยายกระตุ้นศก.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ธ.ค. 2559 06:51

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/806081

 

ดัชนีหุ้นใหญ่ของสหรัฐฯ ทั้ง 3 ตัวปิดทำนิวไฮใหม่ทั้งหมด ในวันพฤหัสบดี หลังจากธนาคารกลางยุโรป ตัดสินใจขยายมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 8 ธ.ค. ในแดนบวก โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 65.19 จุด หรือ 0.33% ปิดที่ 19614.81 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 4.84 จุด หรือ 0.22% ปิดที่ 2246.19 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 23.60 จุด หรือ 0.44% ปิดที่ 5417.36 จุด

เมื่อวันพฤหัสบดี ธนาคารกลางยุโรป หรือ อีซีบี ตัดสินใจขยายเวลามาตราการซื้อพันธบัตรที่จะหมดลงในเดือนมี.ค. ปีหน้าไปจนถึงเดือนธ.ค. 2017 แต่ลดขนาดการซื้อลงเหลือ 6 หมื่นล้านยูโรต่อเดือน จากเดิมที่ 8 หมื่นล้านยูโรต่อเดือน ขณะที่หุ้นบริษัทกลุ่มธนาคารยังเพิ่มขึ้นจากกระแสหลังการเลือกตั้งสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง

 

ขอขึ้นทะเบียนสินค้าจีไอ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 ธ.ค. 2559 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/806041

 

นายทศพล ทังสุบุตร รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผย ว่า เมื่อเร็วๆนี้กรมได้นำคณะนางไผ๋ เสี่ยวหลิง รองอธิบดีหน่วยงานด้านการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) ของจีน ลงพื้นที่ชมกระบวนการผลิตสินค้าจีไอของไทย 3 รายการ ได้แก่ ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ และมะขามหวานเพชรบูรณ์ เพื่อ เตรียมความพร้อมในการขอขึ้นทะเบียนจีไอสินค้าทั้ง 3 รายการที่ประเทศจีน

สำหรับสาเหตุที่กรมฯต้องการขึ้นทะเบียนสินค้าจีไอ 3 รายการในจีน เพราะส้มโอและมะขามหวานเป็นสินค้าที่นิยมในจีน โดยไทยส่งออกส้มโอไปจีนมูลค่าปีละ 170 ล้านบาท และส่งออกมะขามไปจีนเป็นอันดับ 2 รองจากการส่งออกไปสหรัฐฯ มีมูลค่าปีละ 70 ล้านบาท และการขึ้นทะเบียนจีไอสินค้าไทย 3 รายการในจีน จะช่วยยกระดับเป็นสินค้าพรีเมียม และดูแลสินค้าไทยที่ถูกละเมิด หรือปลอมแปลงในจีนได้

นายทศพลกล่าวต่อว่า สินค้าจีไอของไทย 3 รายการดังกล่าวมีคุณสมบัติและเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว ซึ่งเป็นผลมาจากแหล่งผลิตตามสภาพภูมิอากาศ เช่น ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง ปลูกในพื้นที่ป่าราบลุ่มชายเลน น้ำกร่อย ดินเหนียวเป็นด่างอ่อน มีเนื้อสีชมพูเข้มจนถึงสีแดงคล้ายสีทับทิม สำหรับมะขามหวานเพชรบูรณ์ ปลูกในภูมิประเทศเป็นท้องกระทะ มีแม่น้ำป่าสัก ไหลผ่าน ดินมีธาตุอาหารฟอสฟอรัส และโปแตสเซียมสูง ส่วนข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ปลูก ในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่งมีดินร่วนปนทราย มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ส่งผลให้ข้าวเกิดความเครียดแล้วหลั่งสารหอม จึงมีความหอมมากกว่าข้าวหอมมะลิที่ปลูกในพื้นที่อื่น นอกจากนี้ จีนอยู่ระหว่างพิจารณาที่จะยื่นขอขึ้นทะเบียนสินค้าจีไอของจีนในไทยเช่นกัน ซึ่งอาจเป็นชาและหัตถกรรม.

 

ลุ้นเกาหลีสั่งมะม่วง “มหาชนก” “ฉัตรชัย” ฝันส่งออกกระหึ่มปี 60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 ธ.ค. 2559 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/806031

 

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า หลังหารือ กับนายลี ดอง พิล รมว.เกษตร อาหาร และกิจการชนบท สาธารณรัฐเกาหลี เรื่องการเจรจาเปิดตลาดนำเข้ามะม่วงพันธุ์มหาชนกของไทย คาดว่าเร็วๆนี้ ผู้ปลูกมะม่วงมหาชนกของไทยจะได้รับข่าวดี ทั้งนี้ การพิจารณานำเข้ามะม่วง มหาชนกของไทยมี 8 ขั้นตอน ซึ่งผ่านมาแล้ว 5 ขั้นตอน คาดว่ามะม่วงมหาชนกจะสามารถส่งออกไปเกาหลีได้ประมาณปี 2560 “เกาหลีเป็นตลาดคู่ค้ามะม่วงอันดับ 1 ของไทย ปี 2558 นำเข้ามะม่วงจากไทยมูลค่า 660 ล้านบาท ส่วนมะม่วงมหาชนกที่ผ่านมาส่งออกไปประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีมาตรฐานการตรวจสอบมะม่วงนำเข้าค่อนข้างสูง จึงไม่น่ามีปัญหาหากจะขยายตลาดส่งออกไปเกาหลีเพิ่ม”

พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวว่า มะม่วงมหาชนก เป็นมะม่วงลูกผสมระหว่างพันธุ์มะม่วงซันเซส กับมะม่วงพันธุ์หนังกลางวัน ปี 2558 ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกมะม่วงมหาชนก 2,744 ไร่ โดยเกษตรกร 290 ราย เพาะปลูกใน 7 จังหวัด คือ เชียงใหม่ ลำพูน เพชรบูรณ์ อุดรธานี กาฬสินธุ์ นครสวรรค์ และร้อยเอ็ด มีผลผลิตรวม 3,719 ตัน ราคา กก.ละ 19.59 บาท.

 

เดือนหน้าตัดสินโรงไฟฟ้ากระบี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 ธ.ค. 2559 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/806022

 

พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน เปิดเผยหลังประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.)ว่าได้มอบให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)ไปทำแผนการดำเนินงานในภาพรวมของโรงไฟฟ้าถ่าน หิน จังหวัดกระบี่ รวมถึงนำเสนอผลสำรวจความเห็นประชาชนในพื้นที่ต่อการประชุมเดือน ม.ค.60 เพื่อให้ตัดสินใจว่าจะเดินหน้าหรือยุติก่อนรายงานครม. “หากโรงไฟฟ้ากระบี่สร้างไม่ได้ ผมก็ทำแผนสำรองไว้แล้วโดยจะนำเข้าก๊าซแอลเอ็นจี แต่จะมีต้นทุนการผลิตไฟฟ้าสูงกว่าถ่านหิน และทำให้ค่าไฟฟ้าแพงขึ้น แต่ กฟผ.ได้เตรียมสร้างสายส่งไฟฟ้าไปภาคใต้เพิ่มขึ้นแล้ว เพราะกำลังผลิตไฟฟ้าในภาคใต้มีปริมาณต่ำกว่าความต้องการใช้ แต่สิ่งสำคัญที่ต้องใช้ถ่านหิน ก็เพื่อกระจายการใช้เชื้อเพลิงให้หลากหลาย เพราะไทยใช้ก๊าซธรรมชาติผลิตไฟฟ้ามากถึง 70%แล้ว”

ด้านนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กพช.ได้เห็นชอบให้ทบทวน และปรับประมาณการความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติตามแผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติของปี 2558-2579 หรือ 20 ปีข้างหน้า โดยคาดว่าปี 79 ความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติจะอยู่ที่ 5,062 ล้านลบ.ฟุตต่อวัน ขณะที่การจัดหาก๊าซธรรมชาติ ในอ่าวไทยจะลดลงจนทำให้ไทยต้องนำเข้าแอลเอ็นจีเพิ่มขึ้น คาดว่าในปี 65 จะมีการนำเข้า 17.4 ล้านตันต่อปี เพิ่มขึ้นจากที่คาด 13.5 ล้านตันต่อปี และปี 79 การนำเข้าจะสูงถึง 34 ล้านตันต่อปี

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักนโยบาย และแผนพลังงาน(สนพ.) กล่าวถึงแนวโน้มการใช้พลังงานในปี 60 ว่าจะเพิ่มขึ้น 3.1% ตามภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัว โดยคาดว่าพลังงานไฟฟ้าอยู่ที่ระดับ 205,433 ล้านหน่วยเพิ่มขึ้นจากปีนี้ 3.8% ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak) จะอยู่ที่ระดับ 31,365 เมกะวัตต์ หรือเพิ่มขึ้น 1.3%เมื่อเทียบกับปีนี้ ส่วนราคาน้ำมันในปี 60 น่าจะอยู่ระหว่าง 50-55 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล.

 

คำชมทะลัก “มอเตอร์เอ็กซ์โป” ผู้จัดลั่นพริตตี้ปีหน้ายังเรียบร้อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 ธ.ค. 2559 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/806021

 

นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานบริษัท สื่อสากล จำกัด ผู้จัดงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 33 หรืองานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2016 เปิดเผยว่างานมอเตอร์เอ็กซ์โปปีนี้ ซึ่งกำลังจัดอยู่ขณะนี้จนถึงวันที่ 12 ธ.ค.นี้ ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ถือว่าประสบความสำเร็จเกินกว่าที่คาด โดยได้รับคำชมอย่างมากจากทุกวงการ รวมทั้งในโลกโซเชียล โดยเฉพาะในส่วนของการแต่งกายของบรรดาพริตตี้จากทุกบริษัทรถยนต์ บริษัทรถจักรยานยนต์ และผู้จำหน่ายอุปกรณ์ประดับยนต์ ซึ่งได้แต่งกายในชุดสุภาพนั้น ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมาก รวมทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้กล่าวชื่นชม ขณะที่นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม ได้ทำหนังสือชื่นชมการแต่งกายของพริตตี้ในงาน

“เป็นที่น่าสังเกตว่าจากการแต่งกายเรียบร้อยของบรรดาพริตตี้ในงาน มอเตอร์เอ็กซ์โปปีนี้ได้ทำให้กลุ่มผู้มาชมงานที่เป็นครอบครัวได้เข้ามาชมงาน มากกว่าทุกปีที่ผ่านมา ส่งผลให้รถยนต์ประเภทครอบครัวขายดีมากขึ้น ในส่วน บริษัทรถยนต์ บริษัทรถจักรยานยนต์ และผู้จำหน่ายอุปกรณ์ประดับยนต์ มีความ พอใจอย่างมากกับบรรยากาศของงานมอเตอร์เอ็กซ์โปในปีนี้ เพราะทำให้ผู้มาชมมีพื้นที่ในการชมรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์มากขึ้น เนื่องจากไม่มีบรรดา ช่างภาพที่เน้นแต่ถ่ายพริตตี้ที่แต่งกายเซ็กซี่ ซึ่งงานมอเตอร์เอ็กซ์โปในที่ผ่านมาจะมีช่างภาพเหล่านี้แทบจะล้นบูท ทำให้ผมมีความตั้งใจว่างานมอเตอร์เอ็กซ์โปในปีหน้าจะยังคงให้บรรดาพริตตี้ได้แต่งกายในลักษณะนี้ต่อไปอีก”

นายขวัญชัยกล่าวว่า คาดว่าจบงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2016 น่าจะมีผู้เข้าชมงานไม่ต่ำกว่า 1.2 ล้านคน โดยตัวเลขผู้เข้าชมงานจนถึงเมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมานั้นอยู่ที่ประมาณ 7.9 แสนคน ส่วนยอดขายรถในงานอาจจะไม่ได้ตามเป้าที่วางไว้ประมาณ 50,000 คัน ตามภาวะเศรษฐกิจ แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าบิ๊กไบค์กลับมายอดขายที่คึกคักมาก ขณะที่ในส่วนของรถหรูเองมียอดขายมากเป็นพิเศษ”.

 

“โฮมพอตเทอรี่” สยายปีก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 ธ.ค. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/806006

 

นายนิรันดร์ เชาว์กิตติโสภณ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โฮม พอตเทอรี่ จำกัด (มหาชน) หรือ HPT ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องเคลือบดินเผาไฟน์ไชน่า เพื่อใช้บนโต๊ะอาหารสำหรับการใช้งานในโรงแรม ภัตตาคาร ร้านอาหารหรือบ้านที่อยู่อาศัย เปิดเผยในงานเปิดตัวธุรกิจใหม่ คือ บริษัท เซ็นทรัล ฮอสพิแทลลิที จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทจำหน่ายเครื่องใช้สำหรับธุรกิจอาหารระดับ 3-5 ดาวในประเทศทดแทนธุรกิจหลักที่เน้นส่งออก ว่าเป็นการร่วมทุนกับพันธมิตรจากนิวซีแลนด์ ตั้งเป้ารายได้ปี 2560 ของเซ็นทรัล ฮอสพิแทลลิที ไว้ที่ 60 ล้านบาท

“คาดว่ารายได้ในส่วนนี้จะเติบโต 20-30% ต่อเนื่องไปอีก 5 ปี ตามแนวโน้มการขยายตัวของธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างมากรองรับการท่องเที่ยวที่ยังเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความต้องการเครื่องใช้สำหรับธุรกิจอาหารมีเพิ่มขึ้น โดยจะเริ่มต้นขยายตลาดในกรุงเทพฯเป็นหลักก่อน และจะขยายไปสู่ตลาดหัวเมืองใหญ่ และกลุ่มประเทศเออีซีต่อไป ในส่วนของธุรกิจหลักของโฮม พอตเทอรี่ฯ ตั้งเป้ารายได้ปี 2560 โต 15-25% จากปีนี้มั่นใจว่าจะโตได้ตามเป้าหมายที่ 15-25% จากปี 2558 ที่มีรายได้ 115.12 ล้านบาท หลังได้เพิ่มกำลังผลิตจากเดิม 3 ล้านชิ้นต่อปีเป็น 3.6 ล้านชิ้นต่อปี และการส่งออกสินค้าเติบโตดีจากอานิสงส์ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่า”.

 

เล็งยื่นข้อเสนอขสมก. “เบสท์ริน” แก้ปมส่งมอบรถเมล์เอ็นจีวีช้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 ธ.ค. 2559 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/806011

 

นายคณิสสร์ ศรีวชิระประภา ประธานบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็นผู้ชนะการประกวดราคาจัดซื้อรถโดยสารที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง(เอ็นจีวี) จำนวน 489 คัน ให้กับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) เปิดแถลงข่าวชี้แจงกรณีประเด็นปัญหาไม่สามารถนำรถเมล์ล็อตแรก 100 คัน ออกจากท่าเรือแหลมฉบังได้ว่า บริษัทเตรียมยื่นหนังสือถึง ขสมก.เพื่อนำเสนอไปยังกระทรวงคมนาคมเพื่อขอให้พิจารณาข้อเสนอของบริษัทรวม 7 ข้อ ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น คือ 1.ในฐานะที่เป็นผู้จัดการรถเมล์ให้กับ ขสมก. บริษัทมีหน้าที่ในการนำเอกสารที่ผู้ส่งออกจัดเตรียมนำส่งให้กับกรมศุลกากรเพื่อประกอบการสำแดงสินค้า และผ่านพิธีการศุลกากรตามระเบียบปฏิบัติ โดยบริษัทไม่ได้เป็นผู้จัดทำเอกสารเอง ผู้ที่ออกเอกสารฟอร์ม ดี (Form D) หรือถิ่นกำเนิดสินค้า คือ กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าระหว่างประเทศของมาเลเซีย

2.บริษัทยินดีให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติตามข้อกฎหมายทุกอย่าง และพร้อม อำนวยความสะดวกในการดำเนินการของเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร 3.บริษัทผูกพันสัญญากับโรงผู้ผลิตที่ประเทศมาเลเซีย ทำสัญญาซื้อของและจ่ายเงินให้ทางมาเลเซียตามสเปกที่ ขสมก.กำหนดเท่านั้น 4.โรงงานผู้ผลิตยืนยันว่าฟอร์มดีที่ออกมาเป็นของจริง และทางบริษัทเองก็เคยใช้เอกสารแบบเดียวกัน 5.เอกสารราชการมาเลเซีย ซึ่งเป็นประเทศสำคัญในการผลิตรถยนต์ของเออีซี 6.ผู้ที่รู้เรื่องนี้จริงๆ คือ หน่วยงานที่ออกฟอร์มดี ของรัฐบาลมาเลเซีย บริษัทจึงเชื่อมั่นในความโปร่งใส และ 7.บริษัทขอให้เร่งรัดยุติปัญหาดังกล่าว เพราะประชาชนไม่ได้ประโยชน์จากความล่าช้าที่เกิดขึ้น.

 

“ฟอลคอน” รุกประกันจักรยาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

“ฟอลคอน” รุกประกันจักรยาน

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/806001

 

นางสาววิไล ธรรมถิวัธ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ฟอลคอนประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทร่วมกับ “เซ็นทรัล ไบค์” ซึ่งเป็น ผู้นำเข้าจักรยาน CIPOLLINI (ซิโปลินี) มอบกรมธรรม์ประกันภัยฟรี คุ้มครองความสูญเสียหรือความเสียหายสิ้นเชิงต่อเฟรม (โครงรถจักรยาน) และวงล้อจักรยาน (ไม่รวมยาง) อันเนื่องมาจากอุบัติเหตุ เป็นระยะเวลา 1 ปีนับจากวันที่ซื้อจักรยานซิโปลินี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆเพิ่มเติม

ทั้งนี้ จักรยานซิโปลินีเป็นแบรนด์นำเข้าระดับพรีเมียมจากประเทศอิตาลี ที่มุ่งเน้นทั้งวัสดุ การออกแบบ เทคโนโลยีที่ล้ำหน้า รวมถึงนวัตกรรมการขึ้นรูปเฟรมจักรยานชิ้นเดียวด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง Carbon Monocoque (คาร์บอน โมโนค๊อก) ทำให้เฟรมจักรยานแข็งมาก และมีน้ำหนักเบามาก ซึ่งแบรนด์นี้มักเป็นที่รู้จักของผู้ที่ชื่นชอบและหลงใหลการปั่นจักรยานเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นแบรนด์ในฝันของนักเล่นจักรยานแท้ๆ ซึ่งเฟรมทั้งหมด จะผลิตและทำสีด้วยช่างฝีมือที่เป็นศิลปินชาวอิตาลี“ความร่วมมือระหว่างฟอลคอนประกันภัย และเซ็นทรัล ไบค์ ในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการดำเนินงานของประกันไอไบค์”.