ช็อก!! กลุ่ม ‘หมอเสริฐ’ ฮุบ ช่องวัน 31 ทุ่ม 1.91 พันล้าน ถือหุ้น 50%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ธ.ค. 2559 12:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/798966

 

“แกรมมี่-ถกลเกียรติ” ลดสัดส่วนถือหุ้น ทีวีดิจิตอลช่องวัน 31 ดึงกลุ่มปราสาททองโอสถ เข้าถือหุ้น 50% เงินลงทุน 1.91 พันล้าน แบ่งจ่าย 2 งวด ก.พ.และ พ.ค.ปีหน้า…

เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. มีรายงาน บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า เมื่อวันที่ 30 พ.ย. ได้เข้าร่วมลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นของบริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งท่ี 10/2559 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2559 โดยบมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และกลุ่มนายถกลเกียรติ วีรวรรณ จะลดสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (วัน เอ็นเตอร์ไพรส์) ซึ่งทำธุรกิจทีวีดิจิตอลช่อง ONE พร้อมดึงบริษัท ประนันท์ภรณ์ จำกัด ซึ่งมีนางสาวปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เข้ามาถือหุ้นในวัน เอ็นเตอร์ไพรส์ อีก 50%

ทั้งนี้ บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ แจ้งว่า วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จะเพิ่มทุนจดทะเบียนอีกจำนวน 1.91 พันล้านบาท โดยออกหุ้นใหม่ 19.05 ล้านหุ้น พาร์หุ้นละ 100 บาท ซึ่งจะทำให้วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ มีทุนจดทะเบียนเพิ่มเป็น 3.81 พันล้านบาท สำหรับการเพิ่มทุนจะแบ่งเป็น 2 ครั้งในวันที่ 28 ก.พ.60 และวันที่ 31 พ.ค.60 โดยเมื่อเสร็จสมบูรณ์แล้ว บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จะถือหุ้นลดลงเหลือ 25.50% จากเดิม 51%

ส่วนกลุ่มนายถกลเกียรติ จะถือหุ้นลดลงเหลือ 24.50% จากเดิม 49% ส่วนบริษัท ประนันท์ภรณ์ จะเข้ามาถือหุ้น 50% ด้วยการใส่เงินลงทุนเข้ามาทั้งสิ้น 1.91 พันล้านบาท ซึ่งผู้ถือหุ้นทุกฝ่ายจะเข้าร่วมรับภาระค้ำประกัน และภาระหนี้ของกลุ่มวัน เอ็นเตอร์ไพรส์

ที่ผ่านมา วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ เป็นผู้ถือหุ้น 100% ในช่อง ONE 31 ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และประกอบกิจการการบริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ หมวดหมู่ความคมชัดสูง (HD) จากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ.

 

ทองเปิดตลาดร่วง 250 ก่อนปรับครั้งที่ 2 ขึ้น 50 รูปพรรณขาย 20,350

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ธ.ค. 2559 09:49

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/798696

 

ราคาทองเปิดตลาดวันที่ 1 ธ.ค. ลดลง 250 บาท ก่อนปรับครั้งที่ 2 ขึ้น 50 บาท ส่งผลให้ทองแท่งรับซื้อบาทละ 19,750 ขายออกบาทละ 19,850 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,389.64 ขายออกบาทละ 20,350 บาท …

เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.59 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.24 น. ราคาลดลง 250 บาท จากนั้นในเวลา 09.34 น. สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทอง ครั้งที่ 2 ปรับขึ้น 50 บาท ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 19,750.00 บาท ขายออกบาทละ 19,850.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,389.64 บาท ขายออกบาทละ 20,350.00 บาท.

 

พริตตี้ชุดไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 1 ธ.ค. 2559 07:52

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/798602

 

พริตตี้ค่ายรถยนต์แต่งชุดไทยยืนต้อนรับผู้มาชมงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 33ที่อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ระหว่าง 1-12 ธ.ค. มีรถยนต์หรู 37 แบรนด์ มาร่วมโชว์และมีผู้มาเดินชมนวัตกรรมยานยนต์คับคั่ง.

 

ไปรษณีย์ไทยเตือนประชาชน ไม่มีนโยบายเก็บเงินผ่านบัญชี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 1 ธ.ค. 2559 07:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/798566

 

นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้มีกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างโอนเงินค่าพัสดุกรณีที่มีพัสดุตกค้าง ณ ที่ทำการไปรษณีย์ โดยให้โอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร เพื่อนำพัสดุออกจากที่ทำการไปรษณีย์นั้น ไปรษณีย์ขอชี้แจงว่า ไม่มีนโยบายการเรียกเก็บเงินผ่านบัญชีธนาคารเพื่อนำพัสดุออกจากที่ทำการไปรษณีย์ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น จึงขอเตือนผู้ใช้บริการและประชาชนอย่าตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพอย่าหลงเชื่อบุคคลที่แอบอ้างเป็นตัวแทนจากไปรษณีย์ ที่ใช้โทรศัพท์ไปแจ้งการให้โอนเงินเพื่อนำพัสดุออกจากที่ทำการไปรษณีย์ เพราะเป็นการหลอกลวงของพวกมิจฉาชีพ หากมีข้อสงสัยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ที่ทำการไปรษณีย์ใกล้บ้าน หรือสอบถามได้ที่โทร.1545

“ขณะนี้มีกลุ่มไม่หวังดี มิจฉาชีพ ไปหลอกลวงประชาชน หลอกขอข้อมูลส่วนตัว และหลอกให้โอนเงินผ่านบัญชีธนาคารแล้วแจ้งว่าจะสามารถนำพัสดุออกจาก ที่ทำการไปรษณีย์ให้ได้ โดยเฉพาะพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศนั้น ขอยืนยัน ว่าไม่เป็นความจริง และไม่มีนโยบายเรียกเก็บเงินผ่านบัญชีธนาคารโดยเด็ดขาด”.

 

ธพ.ลุยแก้ปัญหาเอทานอล! เหตุผู้ค้าน้ำมันผวาขาดแคลน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 1 ธ.ค. 2559 07:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/798562

 

นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) เปิดเผยว่า ผู้ค้าน้ำมัน 3 ราย ได้แก่ บริษัท คาลเท็กซ์ประเทศไทย จำกัด บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน)บริษัท เอสโซ่ ประเทศไทย จำกัด ได้ยื่นหนังสือถึงธพ.เพื่อขอนำปริมาณสำรองเอทานอลตามกฎหมาย 1% มาใช้ผลิตเอทานอล เนื่องจากเกรงว่าเอทานอลจะขาดแคลน แต่ ธพ.ยังไม่อนุมัติตามที่บริษัทน้ำมันขอมา เนื่องจาก ธพ.ต้องส่งเจ้าหน้าที่ออกไปไปตรวจสอบหาข้อเท็จจริง ภายในเดือน ธ.ค.นี้ และ ธพ.จะนัดหารือกับผู้ผลิตเอทานอล เพื่อที่จะวางแผนรองรับการใช้เอทานอลปี 2560 เพื่อกำหนดแผนส่งเสริมการใช้แก๊สโซฮอล์อี 20 ให้ชัดเจน

“กรณีที่จะมีการขอนำปริมาณสำรองเอทานอลมาใช้ ก็ต้องไปตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน เพราะคาลเท็กซ์แจ้งว่าปริมาณเอทานอลขาดแคลน แต่ ปตท.และเอสโซ่แจ้งว่ามีความเป็นห่วงว่าจะขาดแคลนเท่านั้น จึงต้องมาดูข้อเท็จจริง การจะดึงปริมาณสำรองไปใช้ต้องไม่ทำในเวลาที่เหมาะสม”

ล่าสุด กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ได้รับข้อมูลจากผู้ผลิตเอทานอลถึงปัญหาภาวะเอทานอลตึงตัว เนื่องจากสัญญาซื้อขาย ที่บริษัทน้ำมันทำไว้กับผู้ผลิตเอทานอล ปรากฏว่าขณะนี้ผู้ผลิตเริ่มส่งได้ไม่ครบตามสัญญา ทำให้ผู้ค้าน้ำมันวิตกกังวลว่าอาจจะขาดแคลนได้ เพราะในช่วงสิ้นปีนี้การใช้น้ำมันเพื่อการเดินทางกลับภูมิลำเนา หรือท่องเที่ยวจะมีประชาชนใช้น้ำมันจำนวนมาก ประกอบกับช่วงนี้ผู้ผลิตเอทานอลส่วนใหญ่ มีการหยุดซ่อมเครื่องจักรประจำปี ทำให้ปริมาณลดลงมาก แต่ยืนยันว่าปัญหาจะคลี่คลายภายในต้นเดือน ธ.ค.นี้ หลังจากโรงงานน้ำตาลเริ่มทยอยเปิดหีบอ้อย ก็จะทำให้มีโมลาสหรือกากน้ำตาลมาผลิตเอทานอลได้จำนวนมาก.

 

อัดแคมเปญถล่ม “มอเตอร์เอ็กซ์โป”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 1 ธ.ค. 2559 07:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/798561

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการจัดงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 33 หรือมอเตอร์เอ็กซ์โป 2016 ที่อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 1-12 ธ.ค.59 มีบรรดาสถาบันการเงินหลายแห่งเข้าร่วมจัดโปรโมชั่น แข่งขันข้อเสนอสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์พิเศษแก่ลูกค้าภายในงาน เพื่อกระตุ้นยอดปล่อยกู้ส่งท้ายปี หลังปีนี้สถาบันการเงินหลายแห่งปล่อยกู้สินเชื่อรถยนต์ได้ต่ำกว่าเป้าหมาย จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และได้เพิ่มความเข้มงวดเพื่อป้องกันการเกิดหนี้เสีย อีกทั้งเพื่อช่วงชิงกำลังซื้อที่เริ่มทยอยกลับมา หลังลูกค้าเริ่มครบกำหนดผ่อนชำระโครงการรถยนต์คันแรก ส่งผลให้ตลาดรถยนต์น่าจะกลับมาคึกคักขึ้น โดยแคมเปญสินเชื่อที่น่าสนใจ อาทิ การผ่อนดาวน์ 0% นาน 6 เดือน การสมัครกู้ซื้อรถยนต์โดยไม่ต้องมีผู้ค้ำ ดอกเบี้ยคงที่ ดาวน์น้อยและผ่อนนาน เป็นต้น

นายธีรชาติ จิรจรัสพร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารผลิตภัณฑ์และการตลาดสินเชื่อรถยนต์ ธนาคารธนชาต กล่าวว่า ได้เปิดตัวสินเชื่อโครงการ ผ่อนดี ได้ดีฟรีดอกเบี้ย 1 ปี ต้อนรับงานมอเตอร์เอ็กซ์โปและเป็นของขวัญส่งท้ายปี โดยมอบคืนดอกเบี้ย 1 ปีให้กับลูกค้าที่ผ่อนชำระดีจนครบสัญญาเช่าซื้อ ในรถใหม่ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ และสมัครใช้บริการหักบัญชีอัตโนมัติ และที-คอนเนกต์ หรือพร้อมเพย์ของธนาคารเพื่อรับสิทธิฟรีดอกเบี้ย 1 ปี โดยเริ่มวันนี้-31 ม.ค.60 สนใจสอบถามได้ที่สาขา และตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ทั่วประเทศ นอกจากนี้ ภายในงานมอเตอร์เอ็กซ์โปครั้งนี้ ธนาคารยังได้ร่วมทำแคมเปญกับผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำด้วยข้อเสนอและเงื่อนไขที่ดีที่สุดในช่วงนี้ด้วย

นายไพโรจน์ ชื่นครุฑ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ กรุงศรี ออโต้ กล่าวว่า จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษด้วยข้อเสนอดาวน์น้อย ผ่อนสบาย ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกันสำหรับผู้สมัครที่มีสัญชาติไทย และรับของสมนาคุณอีกมากมาย โดยลูกค้ากรุงศรี นิว คาร์ และกรุงศรี นิว คาร์ จิ๋ว จิ๋ว ดาวน์เริ่มต้นเพียง 5% ผ่อนนานสูงสุด 84 เดือน.

 

หุ้นสหรัฐฯ ร่วงแม้น้ำมันพุ่ง-หุ้นเทคโนฯ ฉุดแนสแด็ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ธ.ค. 2559 06:59

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/798591

 

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ลดลงในวันพุธ แม้ว่าบริษัทกลุ่มธนาคารและพลังงานจะเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งตามราคาน้ำมัน โดนแนสแด็กถูกหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีฉุดร่วงหนัก…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 30 พ.ย. แบบผสมผสาน โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 1.98 จุด หรือ 0.01% ปิดที่ 19123.58 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 5.85 จุด หรือ 0.27% ปิดที่ 2198.81 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กลดลง 56.24 จุด หรือ 1.05% ปิดที่ 5323.68 จุด

เมื่อวันพุธ ที่ประชุมโอเปกมีมติเห็นชอบเรื่องการลดกำลังผลิตน้ำมันลง ทำให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทในกลุ่มพลังงานหุ้นเพิ่มตามไปด้วย เช่น เชฟรอน เพิ่ม 2.0%, ฮัลลิเบอร์ตันเพิ่ม 11.1% และมาราธอน ออยล์ เพิ่มขึ้น 20.8% อย่างไรก็ตาม ยังมีแรงเทขายเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงท้ายของการซื้อขายเมื่อวันอังคาร เพื่อเอากำไรจากการเพิ่มขึ้นอย่างมากของดัชนีหุ้นในช่วงเดือนที่ผ่านมา

 

“ดีแทค-แคท” รออนุมัติร่วมทุน เร่งกรุยทางก่อนเอกชนหมดสัญญาสัมปทาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 1 ธ.ค. 2559 06:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/798556

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือแคท ได้มีข้อตกลงเบื้องต้นกับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ที่จะจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อให้เช่าเสาและอุปกรณ์โทรคมนาคมนั้น ขณะนี้ได้ทำหนังสือสอบถามไปยังสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่าการตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อให้บริการเช่าเสาและอุปกรณ์โทรคมนาคมนั้น จะต้องยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมหรือไม่

ทั้งนี้ดีแทคและแคทได้อธิบายเหตุผลเพิ่มเติมว่า การร่วมทุนจัดตั้งบริษัทของดีแทคและแคทนั้น มีลักษณะเดียวกับกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมดิจิทัล (DIF) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ตจัสมิน (JASIF) และบริษัท แฟกซ์ไลท์ จำกัด นั้น สามารถดำเนินกิจการได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยไม่ได้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ตาม พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2543 แต่อย่างใด ดังนั้นการตั้งบริษัทร่วมทุนของดีแทคกับแคท ก็ไม่จำเป็นต้องขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมด้วยเช่นกัน

พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่แคท กล่าวถึงความคืบหน้าว่า แคทได้เสนอเรื่องให้กระทรวงดีอีพิจารณาแล้ว เพื่อนำเสนอสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พิจารณา และเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งหลังจาก ครม.เห็นชอบแล้ว แคทก็พร้อมจะดำเนินการได้ทันที ทั้งนี้เนื่องจากสัญญาสัมปทานมือถือระหว่างแคทกับดีแทคจะสิ้นสุดในปี 2561 ดังนั้นแคทก็ต้องเตรียมพร้อมการรองรับและในการดำเนินธุรกิจต่อไป สำหรับการร่วมทุน แคทจะถือหุ้น 49% ดีแทค 51% โดยจะประกอบกิจการด้วยการให้เช่าเสาและอุปกรณ์โทรคมนาคม ในเบื้องต้นแคทจะนำเสาและอุปกรณ์โทรคมนาคมที่ได้รับมอบตามสัญญาสัมปทานมาเป็นทรัพย์สินร่วมทุน ซึ่งมีเสาทั้งสิ้น 13,500 ต้น ส่วนดีแทคก็จะนำเสาและอุปกรณ์โทรคมนาคมของบริษัท ดีแทคไตรเน็ต เนทเวอร์ค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ มาเป็นทรัพย์สินในการร่วมทุน ซึ่งบอร์ดแคทได้เห็นชอบแล้ว แต่ยังต้องรอความเห็นจาก กสทช.และกระทรวงดีอีก่อนดำเนินธุรกิจต่อไป.

 

จัดงานสินค้าราคาถูกทั่วไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 1 ธ.ค. 2559 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/798551

 

น.ส.บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมได้ร่วมมือกับสมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย และร้านค้าส่ง-ปลีกที่ได้รับการพัฒนาจากกรมจัดมหกรรมลดราคาสินค้าภายใต้ชื่องาน “ค้าส่งรวมใจ โชห่วยไทยคู่สังคม” ซึ่งจะจัดเป็นวาระพิเศษ ระหว่างวันที่ 1 ธ.ค.59-31 ม.ค.60 รวม 2 เดือน โดยมีเครือข่ายร้านโชห่วยกว่า 6,000 ร้านค้า ใน 60 จังหวัดเข้าร่วมจัดงาน และจะลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคลง 20-80% เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะประชาชนในต่างจังหวัด

สำหรับการจัดมหกรรมลดราคาสินค้าในครั้งนี้จะเป็นการลดราคาสินค้าที่ผลิตและจำหน่ายในท้องถิ่น หรือสินค้าเฮาส์แบรนด์ ซึ่งจะเข้าร่วมลดราคาถึง 80% ถือเป็นการเปิดตัวสินค้าที่ผลิตโดยคนในท้องถิ่น จำหน่ายและบริโภคในท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จัก ก่อนที่จะขยายเป็นสินค้าในระดับจังหวัด คาดว่าจะมีเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจกว่า 500 ล้านบาท และลดภาระค่าครองชีพได้ไม่ต่ำกว่า 100-150 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม กรมมั่นใจว่าการจัดงานนี้จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางเศรษฐกิจให้เกิดการหมุนเวียน และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเกิดการเกื้อกูลกันอย่างเป็นระบบ โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินการมาแล้วรวม 9 ครั้ง มีมูลค่าการซื้อขายรวมกว่า 3,954 ล้านบาท.

 

ธปท.ชี้ทัวร์ศูนย์เหรียญลดกระทบ “จีดีพี” แต่ ททท.มั่นใจเดินถูกทาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 1 ธ.ค. 2559 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/798546

 

ธปท.ชี้ทัวร์ศูนย์เหรียญกระทบหนักกว่าคาด เล็งทบทวนจีดีพีอีกครั้งในวันที่ 21 ธ.ค. ขณะที่ท่องเที่ยวมั่นใจว่าเดินมาถูกทาง เน้นรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่าจำนวน และระบุว่าชาวจีนเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา เดินหน้าจัดเคาต์ดาวน์ปีใหม่คึกคักแต่ห้ามแค่จุดพลุ

นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือน ต.ค.ที่ผ่านมาขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อน โดยการใช้จ่ายภาครัฐยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจ ส่วนภาคการท่องเที่ยวชะลอตัว ทั้งจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศและนักท่องเที่ยวไทย ส่วนหนึ่งจากการปราบปรามทัวร์ผิดกฎหมายและการขึ้นค่าธรรมเนียมการทำ Visa on arrival

ทั้งนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงจาก 2.41 ล้านคน ในเดือน ก.ย. เหลือ 2.26 ล้านคนในเดือน ต.ค. คิดเป็นการลดลง 10.1% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ส่งผลให้การบริโภคภาคเอกชนในหมวดที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการท่องเที่ยวแผ่วลงด้วย บวกกับปัจจัยสนับสนุนการบริโภคก็ยังไม่เข้มแข็งนัก อย่างกำลังซื้อในภาคเกษตรกรรมที่ยังอยู่ในระดับต่ำจากราคาสินค้าเกษตรที่ลดลง โดยการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวลดลง 1.9% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า

“ภาคการท่องเที่ยวมีสัดส่วนประมาณ 11-12% ของอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ก่อนหน้านี้เราเคยประเมินว่าการปราบปรามทัวร์ผิดกฎหมายจะทำให้นักท่องเที่ยวปีนี้ลดลงไป 2 แสนคน แต่ดูเบื้องต้นอาจจะกระทบมากกว่านั้น ส่วนจะกระทบต่อจีดีพีหรือไม่ยังต้องรอประเมินเศรษฐกิจทั้งหมดในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) 21 ธ.ค.นี้ก่อน”

สำหรับมูลค่าการส่งออกในเดือน ต.ค.ติดลบ 4.3% จากเดือนก่อนหน้าโต 3.5% แต่การส่งออกไปตลาดหลักและสินค้าบางกลุ่มยังอยู่ในทิศทางที่ปรับดีขึ้น สะท้อนจากการผลิตสินค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออกและการนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางยังขยายตัวได้ ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนยังติดลบที่ 1.5% จากการลงทุนเครื่องจักรและอุปกรณ์ และภาคการก่อสร้างที่หดตัวต่อเนื่อง

ด้าน พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติว่า ที่ประชุมได้รับทราบสถานการณ์การท่องเที่ยวในรอบ 10 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ต.ค.) มีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 27.07 ล้านคน เพิ่มขึ้น 11.27% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สร้างรายได้ 1.35 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 14.98% สำหรับนักท่องเที่ยว 3 อันดับแรก ได้แก่ จีน มาเลเซีย และเกาหลีใต้ คาดว่าสิ้นปีจะมีนักท่องเที่ยวรวมจำนวน 32.6 ล้านคน คิดเป็นเงิน 2.4 ล้านล้านบาท

พล.อ.ธนะศักดิ์ยังกล่าวถึงการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญด้วยว่า มั่นใจว่ารัฐบาลก้าวถูกทาง โดยยืนยันไปทางผู้ประกอบการท่องเที่ยวจีนว่า มาเที่ยวไทยจะไม่ถูกเอาเปรียบ ไม่ถูกทิ้ง มีความปลอดภัย และผู้ประกอบการท่องเที่ยวจีนยังจะได้รับเงินเท่าเดิม ประเทศไทยจะไม่เสียชื่อเสียง เป็นการท่องเที่ยวที่มีความยั่งยืนในระยะยาว นักท่องเที่ยวจะมากขึ้นหรือน้อยลงก็ตามแต่รายได้จะต้องมากขึ้น และผู้ประกอบการต้องเสียภาษีให้รัฐถูกต้องตามระบบ

นอกจากนี้ ที่ประชุมฯยังได้ให้ความเห็นชอบแนวทางการจัดกิจกรรม แสงเทียนแห่งสยาม ณ สะพานภูมิพล ในวันที่ 5 ธ.ค.59 และการจัดกิจกรรมสวดมนต์ส่งท้ายปีเก่าและสวดมนต์รับปีใหม่ทั่วประเทศในวันที่ 31 ธ.ค.59 ด้วย ส่วนกิจกรรมปีใหม่ให้จัดได้แต่ห้ามจุดพลุ อาจจะยิงไฟขึ้นตึก ฉายจอแอลอีดีทำเอฟเฟกต์พลุแทนก็ได้
ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวจีนจำนวน 7.9 ล้านคน ปีนี้คาดว่าจะมีจำนวน 8.8 ล้านคน.