“กอช.” ส่งเสริมเยาวชนออมเงิน เข้าเป้ารับบำนาญเดือนละ 3 พัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 17 พ.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/785316

 

นายสมพร จิตเป็นธม เลขาธิการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เปิดเผยว่า ทาง กอช.ได้ตั้งเป้าในปีหน้าจะส่งเสริมให้เยาวชนที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปทำการออมเงินใน กอช.เพียงเดือนละ 1,000 บาท หรือปีละ 12,000 บาท ติดต่อกัน 10 ปี จะได้รับบำนาญเดือนละ 3,000 บาทในช่วงวัยเกษียณ นอกเหนือจากกลุ่มที่เป็นสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน หรือสมาชิกสัจจะออมทรัพย์ในชนบท

ทั้งนี้ การคำนวณเงินบำนาญที่ได้เดือนละ 3,000 บาทดังกล่าว อยู่ภายใต้สมมติฐานของผลตอบแทนที่ กอช.นำเงินไปลงทุน และได้ผลตอบแทน 3.5% อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน กอช.ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนทั้งหมดในสินทรัพย์มั่นคงสูงเพียง 1.8%

นายสมพรกล่าวว่า ในปีหน้า กอช.จะเริ่มนำเงินกองทุนบางส่วนไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ โดยตามกฎกระทรวงการคลังกำหนดให้ กอช. สามารถลงทุนในทรัพย์สินมั่นคงสูงไม่น้อยกว่า 60% และลงทุนในทรัพย์สินเสี่ยงได้ไม่เกิน 20% ซึ่งในปีหน้า กอช.จะเริ่มลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ภายในกรอบที่กฎกระทรวงให้ไว้ ทั้งนี้ หาก กอช.สามารถนำเงินกองทุนไม่เกิน 20% ไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์เชื่อว่าผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์จะอยู่ราว 5-6% เมื่อนำผลตอบแทนจากเงินฝากในสถาบันการเงินมารวมกับผลตอบแทนจากตลาดหลักทรัพย์ก็จะทำให้ กอช.ได้รับผลตอบแทนในระดับ 3.5% ตามเป้าหมาย

“ในปัจจุบัน กอช.มีสมาชิกอยู่ 520,000 คน และมีเงินกองทุน รวมทั้งเงินของสมาชิกและเงินสมทบจากรัฐบาล 2,500 ล้านบาท ทั้งนี้ ในปีหน้า กอช.ตั้งเป้าหมายจำนวนสมาชิกไว้ว่าจะมีสมาชิกรวมกันไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน”.

 

‘ดร.วันดี’ โชว์ชาวโลก ชู ‘ไทย’ เป็นผู้นำด้านพลังงานแห่งอาเซียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 พ.ย. 2559 22:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/785156

 

“ดร.วันดี” โชว์วิสัยทัศน์บนเวทีโลก ชูไทยเป็นผู้นำความมั่นคงด้านพลังงานอาเซียน หนุนนโยบายรัฐเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียน-ทดแทน ช่วยลดโลกร้อนอย่างยั่งยืน…

เมื่อวันที่ 15 พ.ย.59 ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ผู้บุกเบิกและพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้า โซลาร์ฟาร์ม ในประเทศไทย ได้รับเชิญให้เข้าร่วมเสวนาในเวทีการประชุมประเทศทั่วโลก ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก ในหัวข้อ Momentum for Change: Women for Results Event บทบาทของสตรีที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการช่วยลดสภาวะโลกร้อน และเพื่อให้เกิดการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน ตามเป้าหมาย 17 ข้อ ของ UN เพื่อบรรลุเป้าหมายให้สิ้นสุดความยากจน ปกป้องโลก และให้มวลมนุษยชาติมีความอยู่ดีกินดี ณ เมืองมาร์ราเกซ ประเทศโมร็อกโก โดยเวทีเสวนา ประกอบด้วยการแสดงวิสัยทัศน์จากตัวแทนประเทศต่างๆ อาทิ ประเทศออสเตรเลีย แสดงวิสัยทัศน์ ให้การสนับสนุนกิจกรรมการส่งเสริมด้านการลดโลกร้อน ด้วยการจัดสรรงบประมาณให้แก่กลุ่ม องค์กรเอกชนที่ทำกิจกรรมโดยไม่หวังผลกำไร ส่งเสริมเรื่องการศึกษา ความรู้แก่เยาวชนเพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม

ส่วนประเทศเนเธอร์แลนด์ แสดงวิสัยทัศน์ ถึงบทบาทหน้าที่ผู้หญิงและผู้ชายต้องร่วมกันทำในทุกกิจกรรมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ เน้นให้ความสำคัญในความเท่าเทียมระหว่างผู้หญิงและผู้ชาย และการแสดงวิสัยทัศน์ในเรื่องอื่นๆ อย่าง เรื่องการเสริมสร้างศักยภาพสตรีให้มีบทบาทมากขึ้นในสังคม ในด้านการศึกษา การเมือง เพื่อให้มีบทบาทในการพัฒนาตนเอง ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ใช้ในครัวเรือน โดยการให้สตรีที่เป็นแม่บ้านช่วยทำประชาสัมพันธ์และจำหน่ายทั่วแอฟริกา ช่วยส่งเสริมการสร้างงานแก่สตรี ช่วยให้ทุกครัวเรือนมีไฟฟ้ายกระดับคุณภาพชีวิตกว่า 70 ล้านคน เป็นต้น

ขณะที่ ดร.วันดี แสดงวิสัยทัศน์ ในฐานะผู้บุกเบิกและพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้า โซลาร์ฟาร์ม ในประเทศไทย เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2010 หลังจากที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมแต่ไม่มีใครกล้าลงทุน และประสบความสำเร็จในการพัฒนารูปแบบธุรกิจ ทำให้รัฐบาลไทยในยุคต่อๆ มารวมทั้งรัฐบาลปัจจุบันส่งเสริมการนำระบบการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นหนึ่งในระบบไฟฟ้าเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับพลังงานไทย สามารถช่วยสร้างงาน ช่วยลดสภาวะโลกร้อน นอกจากนี้ ยังขยายโอกาสทางธุรกิจที่ประสบความสำเร็จไปยังกลุ่มประเทศอาเซียน มีผู้ประกอบการเอกชนอื่นๆ เข้าสู่ธุรกิจพลังงานทดแทนเป็นจำนวนมาก มีเงินลงทุนหลายแสนล้านบาท การจ้างงานอีกจำนวนมาก

ทั้งนี้ เป็นเครื่องบ่งชี้ที่สำคัญอย่างหนึ่งว่า สังคมไทยเรานั้นสตรีเป็นผู้มีบทบาทสำคัญทั้งในบ้านและนอกบ้าน ผู้หญิงไทยไม่เพียงมีสถานะทางสังคมที่เท่าเทียมกับผู้ชายเท่านั้น แต่โดยแก่นแท้หรือในความเป็นจริงยังมีสถานะที่เหนือกว่าผู้ชายไทย โดยเฉพาะในบ้านด้วยแล้ว ดังนั้นจึงขอเชิญชวนให้ผู้หญิงทั่วโลก ได้ช่วยกันเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงให้โลกของเราดีขึ้น ในทุกๆ ด้าน รวมทั้งเรื่องโลกร้อนหรือสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญเรื่องของพลังงานหมุนเวียนและพลังงานทดแทนที่เป็นประโยชน์ ในการช่วยลดโลกร้อน สิ่งสำคัญที่จะทำให้เกิดเป็นจริงได้อย่างต่อเนื่องยั่งยืน คือ รัฐบาลต้องมีนโยบายช่วยชี้นำสังคมที่แน่วแน่ชัดเจนเหมือนที่เกิดขึ้นในเยอรมัน หรือประเทศต่างๆ ในยุโรป และในไทยที่เป็นอยู่ควบคู่กับการให้การเรียนรู้ต่อสังคม และผู้หญิง ถือเป็นแกนหลักที่ช่วยได้มากขอเพียงแต่เราช่วยกันทำให้เกิดขึ้น โลกก็จะมีความมั่นคงสวยงามเพื่อคนรุ่นต่อๆ ไปได้มีความสุขกับสิ่งแวดล้อมที่ดี

 

พาณิชย์ ลงพื้นที่เยี่ยมเกษตรกรยโสธร มอบรถเกี่ยวข้าวช่วยชาวนา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 พ.ย. 2559 21:14

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/785152

 

รมว.พาณิชย์ ลงพื้นที่เยี่ยมเกษตรกร จ.ยโสธร มอบผ้าปูตากข้าว 200 ผืน เพื่อใช้ในการตากข้าว ลดความชื้น เก็บรักษาผลผลิตข้าว พร้อมมอบรถเกี่ยวนวดข้าว 10 คัน มูลค่า 11 ล้าน แบ่งเบาภาระของชาวนา ลดต้นทุนการผลิต…

วันที่ 16 พ.ย.59 นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วย นายสมเกียรติ มรรคยาธร เลขาธิการสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เดินทางมาตรวจเยี่ยมเกษตรกร พร้อมมอบผ้าปูตากข้าว จำนวน 200 ผืนให้เกษตรกร เพื่อใช้ในการตากข้าวลดความชื้น และมอบรถเกี่ยวนวดข้าว จำนวน 10 คัน มูลค่า 11 ล้านบาท ให้แก่กรมกิจการพลเรือน กองทัพบก เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายชาวนา โดยมี พลโทอุดร ประภาสะวัต รองผอ.กอ.รมน.ภาค2 ผู้แทนกองทัพบก มารับมอบ นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร หัวหน้าส่วนราชการและเกษตรกรให้การต้อนรับ


นายบุญธรรม กล่าวว่า จังหวัดยโสธร มีพื้นที่ 4,060.44 ตารางกิโลเมตร หรือ 2,600,902.5 ไร่ มีประชากร 539,991 คน ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ ได้แก่ทำนา ไร่มันสำปะหลัง สวนยางพารา ไร่อ้อย โรงงาน เป็นต้น และส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรทำนา โดยมีครัวเรือนเกษตรกรทำนา 87,528 ครัวเรือน หรือมีพื้นที่ 1,422,846 ไร่

สำหรับการเดินทางของรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์มาตรวจเยี่ยม และมอบรถเกี่ยวนวดข้าวและอุปกรณ์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร จะเป็นประโยชน์กับเกษตรกรในจังหวัดยโสธรเป็นอย่างยิ่ง

นางอภิรดี เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย มอบรถเกี่ยวจำนวน 10 คัน เพื่อให้นำไปช่วยเหลือเกษตรกรในการเกี่ยวข้าว และเก็บรักษาผลผลิตข้าว เพื่อลดต้นทุนการผลิต และการช่วยแบ่งเบาภาระของเกษตรกร เป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรชาวนา


ทั้งนี้ หลังจากรัฐบาลได้มีมาตรการในการช่วยเหลือเกษตรกร ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ที่เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนของกรมการค้าภายใน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และกระทรวงพาณิชย์ภาคที่กำกับดูแลสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ ได้ร่วมกันลงพื้นที่จังหวัดยโสธร และอุบลราชธานี ระหว่างวันที่ 16-17 พ.ย.นี้ เพื่อติดตามสถานการณ์ด้านผลิตและการตลาดข้าวในพื้นที่ ซึ่งผลผลิตฤดูกาล 2559/60 จะเริ่มออกสู่ตลาดมากในระยะนี้ โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อติดตามสถานการณ์และการช่วยเหลือเกษตรกรตามมาตรการของรัฐบาล รวมทั้งการพบปะกับเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อหารือการช่วยเหลือเกษตรกรตามมาตรการ รวมทั้งช่วยเหลือด้านการตลาด และการซื้อขายข้าวเพื่อให้ได้ราคาสูงขึ้น

เบื้องต้น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้เปิดพื้นที่จำหน่ายข้าวจากชาวนาทุกพื้นที่ให้ถึงมือผู้บริโภคโดยตรง ผ่านช่องทางการตลาดของกรมฯ ทั้งในระบบออนไลน์ ผ่าน thaicommercestore.com และ thaitrade.com หากสามารถทำตลาดต่างประเทศและออฟไลน์ โดยร่วมมือกับสมาคมค้าส่งปลีกไทยในการจัดกิจกรรมโชว์ห่วย ช่วยชาวนา โดยมีธุรกิจค้าส่งค้าปลีกที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 76 ร้าน 352 สาขา ใน 44 จังหวัด


นอกจากนี้ กรมการค้าภายในและสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ เน้นด้านการประชาสัมพันธ์ การจัดกิจกรรมตลาดนัดข้าวเปลือก ข้าวสาร และการกวดขันการตรวจสอบการปิดป้ายแสดงราคาสินค้า ตรวจสอบเครื่องชั่ง เครื่องวัดความชื้น เพื่อให้เกิดการค้าที่เป็นธรรม เพื่อสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นให้กับเกษตรกร

สำหรับการลงพื้นที่จังหวัดยโสธร จะเห็นถึงความเข้มแข็งของกลุ่มชาวนาในหลายจังหวัดในภาคอีสาน ทั้งการกลับมาใช้แนวทางเกษตรอินทรีย์ เพื่อทำกินอย่างพอเพียง สำหรับครอบครัวและชุมชน การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นสร้างรายได้เพิ่มเติมนอกจากภาคเกษตร การใช้ธรรมชาติเป็นเครื่องมือทำกิน ไม่พึ่งสารเคมี ลดความเสี่ยงด้านเงินทุน ใช้ต้นทุนการผลิตต่ำกว่าการปลูกข้าวทั่วไปแต่ได้มูลค่าที่สูงกว่า รวมถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนจากโครงการประชารัฐที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจภูมิภาคอย่างยั่งยืน

 

ดีเดย์ 9 ธ.ค. บริการทำพาสปอร์ต สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน คลองเตย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 พ.ย. 2559 20:36

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/785196

 

ตอบสนองความต้องการประชาชนพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน ไม่ต้องไปไกลทำหนังสือเดินทาง วันที่ 9 ธ.ค.นี้ กรมการกงสุล เปิดให้บริการในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีคลองเตย จันทร์ถึงศุกร์ เวลา 08.30 – 15.30 น.

เมื่อวันที่ 16 พ.ย. มีรายงานว่า การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) และ บริษัท แบงคอก เมโทร เน็ทเวิร์คส์ จำกัด (BMN) ร่วมกับกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ จะเปิดสำนักงานหนังสือเดินทางฯ MRT คลองเตย ในวันที่ 9 ธ.ค. 2559 นี้ โดยบริษัท แบงคอก เมโทร เน็ทเวิร์คส์ จำกัด ได้ให้ความสำคัญและสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการเปิดศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จในพื้นที่เขตกรุงเทพฯ ชั้นใน และส่งเสริมการใช้บริการขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะการคมนาคมด้วยระบบราง

อีกทั้งเพื่อให้การดำเนินการตามนโยบายการทูตเพื่อประชาชนของกรมการกงสุล สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน ให้เข้าถึงบริการหนังสือเดินทางได้โดยสะดวก รองรับวิถีชีวิตคนเมือง และหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรที่หนาแน่นจากการใช้รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทาง และปัญหาที่จอดรถไม่เพียงพอของผู้มาติดต่อใช้บริการ กรมการกงสุล จึงเปิดสำนักงานหนังสือเดินทางฯ MRT คลองเตย ซึ่งตั้งอยู่ภายใน Metro Mall สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีคลองเตย มีบูธสำหรับให้บริการ จำนวน 20 บูธ รองรับผู้ใช้บริการกว่า 800 คน

ทั้งนี้จะเปิดทำการวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 08.30 – 15.30 น. โดยประชาชนสามารถลงทะเบียนขอทำหนังสือเดินทางล่วงหน้าแบบออนไลน์ (Q-Online) ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทาง https://www.passport.in.th/ หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ CALL CENTER กรมการกงสุล โทร. 0-2572-8442.

 

เตือน อย่าหลงเชื่อโซเชียลรับสมัครงานให้เงินสูง พบคนถูกลวงไป ตปท.เพียบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 พ.ย. 2559 19:44

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/785031

 

กรมการจัดหางาน เร่งล้อมคอก เว็บไซต์หลอกคนหางานผ่านโซเชียลมีเดีย เผยคนถูกลวงไปญี่ปุ่น เกาหลี ออสเตรเลีย เยอะสุด ใช้เงินเดือนสูง สวัสดิการดีมาล่อใจ เตือนคนหางานอย่าหลงเชื่อคำเชิญชวน…

วันที่ 16 พ.ย.59 นายสมบัติ นิเวศรัตน์ รองอธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวภายหลังการเปิดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการป้องกันและปราบปรามผู้เป็นภัยต่อคนหางาน รุ่นที่ 1 ว่า รูปแบบการหลอกลวงคนหางานได้เปลี่ยนไปจากเดิม โดยปัจจุบันกลุ่มมิจฉาชีพจะมีการประกาศรับสมัครงานผ่านทางโซเชียลมีเดีย อ้างว่ามีตำแหน่งงานในหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย ในตำแหน่งงานนวดไทย งานการเกษตร ใช้เงินเดือนสูง สวัสดิการดี มาเป็นส่ิงล่อใจ แต่จากการตรวจสอบพบว่า การประกาศเชิญชวนดังกล่าวไม่เป็นความจริง ไม่มีตำแหน่งงานตามที่นำมากล่าวอ้าง จึงต้องเร่งเตือนคนหางานอย่าหลงเชื่อคำเชิญชวน

นายสมบัติ กล่าวว่า กรมการจัดหางาน จึงต้องปรับรูปแบบการทำงานให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลง จึงจัดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการป้องกันฯ และในปลายเดือน พ.ย. จะขยายผลไปยังเจ้าหน้าที่ส่วนภูมิภาค เพื่อร่วมกันป้องกันปัญหาคนหางานถูกหลอกลวง รวมทั้งได้เชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้เชี่ยวชาญจากกองปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มาให้ความรู้ในการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และแกะรอยข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มมิจฉาชีพ เพื่อนำมาขยายผลเอาผิดตามกฎหมาย เพราะกรมการจัดหางานมีข้อกำหนดเกี่ยวกับรูปแบบการประกาศหางานผ่านเว็บไซต์ของบริษัทที่ได้รับอนุญาตอยู่แล้ว หากประสบปัญหาสามารถไปร้องเรียนที่สำนักงานจัดหางานทั่วประเทศ กรมการจัดหางาน หรือโทรสายด่วน 1694.

 

เครดิตบูโร แจงปม ‘เบสท์’ วืดวีซ่า สหรัฐฯ ปัดเกี่ยวข้องเอกสารยื่นขอ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 พ.ย. 2559 18:46

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/785132

 

เครดิตบูโร แจง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเอกสารการยื่นขอวีซ่าอเมริกาของวิทยากรชื่อดัง ชี้ การยื่นขอเข้าประเทศ จะเน้นหลักฐานแสดงความผูกพันกับประเทศที่ผู้ขอวีซ่าที่ถือสัญชาติอยู่ ย้ำ เครดิตบูโร มีหน้าที่เป็นตัวกลางในการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลเครดิต ตามที่สถาบันการเงินส่งให้เท่านั้น ไม่ได้มีหน้าที่ขึ้นบัญชีดำ …

เมื่อวันที่ 16 พ.ย. นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อมวลชนว่า วิทยากรบรรยายในที่สาธารณะท่านหนึ่งยื่นเอกสารต่อฝ่ายกงสุลประจำสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เพื่อขอวีซ่าเข้าสหรัฐอเมริกาแล้วพบว่า ไม่ผ่านการพิจารณาด้วยหลักฐานทางการเงินไม่น่าเชื่อถือหรือไม่เพียงพอ เนื่องจากไม่ได้ทำงานประจำ นอกจากนี้เพิ่งทราบว่ามีชื่อติดเครดิตบูโร จากการที่ไปร่วมกับเพื่อนซื้ออาคารและถอนตัวออกมา คนที่รับช่วงอาจมีปัญหาในการผ่อนจึงทำให้ติดเครดิตบูโรและมีชื่อไปเกี่ยวข้องด้วย ดังนั้นการที่เจ้าหน้าที่กงสุลสหรัฐฯ ไม่อนุมัติวีซ่าเนื่องจากพิจารณาตามหลักเกณฑ์การอนุมัติที่กำหนดไว้

ทั้งนี้ ทางเครดิตบูโรไม่ได้นิ่งนอนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และทีมงานได้ติดต่อไปยังวิทยากรดังกล่าว เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เครดิตบูโรไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเอกสารการยื่นขอวีซ่า เนื่องจากการขอวีซ่าของสหรัฐอเมริกานั้น ไม่ต้องยื่นหลักฐานแสดงรายงานข้อมูลเครดิตหรือรายงานเครดิตบูโร การพิจารณาให้ผู้ขอยื่นวีซ่าของสหรัฐอเมริกาจะมุ่งเน้นหลักฐานที่แสดงความผูกพันกับประเทศที่ผู้ขอวีซ่าที่ถือสัญชาติอยู่ หลักฐานแสดงความผูกพัน ได้แก่ เอกสารรับรองการทำงาน เอกสารทางการเงิน (รายละเอียดบัญชี) เอกสารรับรองทางการศึกษา ฯลฯ


สำหรับเครดิตบูโรมีหน้าที่เป็นตัวกลางในการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลเครดิต ซึ่งมีทั้งประวัติการชำระหนี้ที่ดีและไม่ดี ตามที่สถาบันการเงินหรือบริษัทที่เป็นสมาชิกส่งให้เท่านั้น ไม่ได้มีหน้าที่ขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) หรือติดเครดิตบูโร อย่างที่เข้าใจผิดกัน และในเครดิตบูโรไม่เคยมีสิ่งที่เรียกว่า Blacklist หรือติดเครดิตบูโร แต่อย่างใดทั้งสิ้น

“จริงๆ แล้ว Blacklist หรือติดเครดิตบูโร คือความรู้สึกของตัวเราเองกับสิ่งที่ไม่ดี สิ่งที่เป็นผลร้าย สิ่งที่เป็นผลเสียต่อตัวเรา ตัวเราเองไม่อยากให้ใครเขารู้-เขาเห็น ยิ่งเป็นคนที่เรากำลังพิจารณาเรื่องของเรา คนที่กำลังพิจารณาว่าจะให้-ไม่ให้อะไรที่เราขอ คนที่กำลังพิจารณาให้คุณ-ให้โทษกับเรา สิ่งที่เป็นผลเสียนี้อาจเป็นสิ่งที่เราทำเองในอดีตจะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตามเช่น อยากได้เลยไปกู้มาซื้อ ต่อมาจ่ายเงินตามสัญญาไม่ได้เลยเกิดประวัติการค้างชำระ หรือเป็นสิ่งที่คนอื่น เช่น ญาติพี่น้องมาทำให้เกิดในประวัติของเราเช่นใช้ชื่อเราไปกู้แล้วไม่จ่าย หวยเลยมาออกที่เรา งานเข้าที่เราเป็นต้น หรือเราเคยเล่นมาก กิจกรรมเยอะตอนเรียนเลยทำให้บางวิชาได้เกรด D ทั้งที่เรียนดีมาโดยตลอด เวลาจะไปสมัครงานก็กังวล ก็กลัวคนสัมภาษณ์จะมาเห็น-มาถาม เป็นต้น ความรู้สึกหงุดหงิด โกรธ ไม่ชอบกับสิ่งนี้คืออารมณ์ คำถามที่สำคัญก็คือ “ใครเป็นคนทำให้เกิดสิ่งที่ไม่ดี สิ่งที่อาจเป็นผลร้าย สิ่งที่อาจเป็นผลเสียต่อตัวเรา ต่อประวัติของเรา” พูดง่ายๆ ใครเป็นคนทำให้เรามีประวัติไม่ค่อยดีในสมุดพกพฤติกรรมของตัวเรา”


นายสุรพล ย้ำว่า เรื่องดังกล่าวเพื่อเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมไทยซึ่งตรงกับแนวทางและแนวนโยบายของเครดิตบูโร มุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเครดิตบูโร รวมถึงการสร้างเสริมวินัยทางการเงินแก่สาธารณชน กรณีดังกล่าวถือเป็นอุทาหรณ์แก่ผู้ที่มีความประสงค์จะทำธุรกิจหรือจำเป็นต้องมีการกู้ร่วมกับบุคคลอื่น ซึ่งวินัยทางการเงินนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่มิควรละเลย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สหรัฐฯปฏิเสธให้วีซ่า ‘เบสท์-อรพิมพ์’ ได้รับเชิญไปพูดเรื่อง ในหลวง ร.9

เบสท์ แจงตรวจสอบหลักฐานการเงินไม่เพียงพอ วืดวีซ่า เข้าสหรัฐฯ

‘เบสท์ อรพิมพ์’ โพสต์เฟซบุ๊กความในใจ หลังขอวีซ่าสหรัฐฯ ไม่ผ่าน

 

นายกฯ ลงนามให้คนพื้นที่สูงกว่า 4 แสนราย ทำงานได้ทุกประเภท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 พ.ย. 2559 18:26

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/785016

 

อธิบดีกรมการจัดหางาน เผย นายกฯ ลงนามให้คนพื้นที่สูงกว่า 4 แสนราย สามารถทำงานได้ทุกประเภทแล้วตั้งแต่วันนี้ พร้อมสั่งการให้สำนักจัดหางานทั่วประเทศ พร้อมอำนวยความสะดวกในการหางาน…

วันที่ 16 พ.ย.59 นายสิงหเดช ชูอำนาจ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 15 พ.ย. ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องกำหนดประเภทงานให้คนต่างด้าวตามมาตรา 13 แห่ง พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2551 คือ คนต่างด้าวที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลานานและได้รับการผ่อนผันเป็นกรณีพิเศษ รวมถึงบุตรต่างด้าวที่เกิดในประเทศไทย และคนต่างด้าวที่อยู่ระหว่างรอพิสูจน์สัญชาติไทย หรือ คนพื้นที่สูง ให้สามารถทำงานได้ทุกประเภท ไม่จำกัดเพียง 27 สาขาอาชีพ โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สำนักงานจัดหางานทั่วประเทศ เตรียมพร้อมและอำนวยความสะดวกในการหางานให้คนพื้นที่สูงเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคนพื้นที่สูงสามารถติดต่อหางานได้ที่สำนักงานจัดหางานทั่วประเทศได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานของไทยได้เป็นอย่างดี เพราะคนกลุ่มนี้มีกว่า 400,000 คน.

 

ทดลองปิดสะพานรัชโยธิน 22 พ.ย. รื้อจริง 26 พ.ย. แนะเส้นทางเลี่ยงรถติด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 พ.ย. 2559 17:22

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/785086

 

รฟม. เตรียมความพร้อมจราจร ทดลองปิดสะพานรัชโยธิน 22 พ.ย. นี้ ก่อนรื้อจริง 26 พ.ย. สร้างอุโมงค์ทางลอดทางแยกแนวถนนรัชดาภิเษก ยาว 2 ปี แนะใช้ 5 เส้นทางเลี่ยงรถติด…

เมื่อวันที่ 16 พ.ย. นายพีระยุทธ สิงห์พัฒนากุล ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวถึง การปิดการจราจรบนสะพานรัชโยธิน จะแบ่งเป็น 3 ช่วง 1. ในวันอังคารที่ 22 พ.ย. และวันพุธที่ 23 พ.ย. 2559 ปิดการจราจรตั้งแต่เวลา 10.00 น. ถึงเวลา 15.00 น. 2. วันพฤหัสบดีที่ 24 พ.ย. และวันศุกร์ที่ 25 พ.ย. 2559 ปิดการจราจรตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึงเวลา 17.00 น. และ 3. วันเสาร์ที่ 26 พ.ย. 2559 ปิดเพื่อรื้อสะพานรัชโยธิน ตั้งแต่เวลา 01.00 น. เป็นต้นไป

ทั้งนี้ เพื่อลดผลกระทบด้านการจราจร จากการปิดรื้อสะพานรัชโยธินให้น้อยที่สุด รฟม. ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ปรับขยายช่องทางจราจรทางราบบนถนนรัชดาภิเษกบริเวณสี่แยกรัชโยธิน ทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก เพิ่มอีก 1 ช่องทาง รวมเป็น 3 ช่องทาง และทำช่องกลับรถเพิ่มในถนนรัชดาภิเษก ฝั่งศาลอาญา ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพของทางราบให้สามารถรองรับจำนวนรถยนต์ได้มากขึ้น

นอกจากนี้ รฟม. ยังได้ประชาสัมพันธ์เส้นทางเลี่ยงให้กับประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนได้รับทราบล่วงหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าสู่พื้นที่ก่อสร้างบริเวณสี่แยกรัชโยธิน 5 เส้นทาง ดังนี้ เส้นทางที่ 1 ใช้ทางเลี่ยงเข้าสู่ซอยพหลโยธิน 21 ออกไปยังซอยวิภาวดี 30 เส้นทางที่ 2 ใช้ทางเลี่ยงเข้าสู่ซอยพหลโยธิน 23 ออกไปยังซอยวิภาวดี 32 เส้นทางที่ 3 ใช้ทางเลี่ยงเข้าสู่ซอยรัชดาภิเษก 46 ออกไปยังซอยพหลโยธิน 33 เส้นทางที่ 4 ใช้ทางเลี่ยงเข้าสู่ซอยรัชดาภิเษก 48 และ 46/1 ออกไปยังซอยพหลโยธิน 35 และเส้นทางที่ 5 ใช้ทางเลี่ยงเข้าสู่ซอยพหลโยธิน 30 ออกไปยังซอยรัชดาภิเษก 36, 32, 30

พร้อมย้ำว่า จากแผนดำเนินงานโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงหมอชิต-คูคต จะมีการก่อสร้างทางวิ่งรถไฟฟ้ายกระดับช่วงระหว่างสถานีรัชโยธินกับสถานีพหลโยธิน 24 ที่ตัดผ่านสี่แยกรัชโยธินและสะพานรถยนต์ข้ามแยกในแนวถนนพหลโยธิน จึงมีความจำเป็นต้องรื้อสะพานรถยนต์ข้ามแยกรัชโยธินออก ซึ่งทาง รฟม. มีแผนก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดทางแยกในแนวถนนรัชดาภิเษกทดแทน ควบคู่กับการก่อสร้างสะพานรถยนต์ข้ามแยกในแนว ถนนพหลโยธิน โดยใช้โครงสร้างเดียวกันกับทางวิ่งยกระดับของรถไฟฟ้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพรองรับการจราจรที่บริเวณแยกรัชโยธินทั้ง 2 ทิศทาง โดยจะใช้ระยะเวลาในการดำเนินการให้สั้นที่สุดในการปิดการจราจรระหว่างดำเนินการก่อสร้างโครงการ คาดว่าใช้เวลาดำเนินการ 2 ปี.

 

หุ้นไทยปิดตลาดร่วง 1.82 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,474.64 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 พ.ย. 2559 17:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/785101

 

หุ้นไทยปิดตลาดลดลง 1.82 จุด เปลี่ยนแปลง -0.12% ดัชนีอยู่ที่ 1,474.64 จุด มูลค่าซื้อขาย 56,882.23 ล้านบาท…

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประจำวันที่ 16 พ.ย. 59 พบว่าหุ้นไทยปิดตลาดลดลง 1.82 จุด เปลี่ยนแปลง -0.12% ดัชนีอยู่ที่ 1,474.64 จุด มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 56,882.23 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และ 5. บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน).

 

เดือนแรกปีงบ 60 รัฐนำรายได้ส่งคลัง 1.5 แสนล. เบิกจ่ายสูงถึง 4.3 แสนล.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 พ.ย. 2559 15:51

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/784897

 

คลัง เผยฐานะการคลังของรัฐบาล เดือน ต.ค. 59 เป็นเดือนแรกของปีงบ 60 รัฐมีรายได้นำส่งคลังจำนวน 154,465 ล้าน ขณะที่การเบิกจ่ายสูงถึง 435,355 ล้าน มาจากมาตรการสนับสนุนการเบิกจ่ายของภาครัฐไตรมาส 4 ช่วยให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ ส่งผลดีต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ …

เมื่อวันที่ 16 พ.ย. นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดเดือนตุลาคม 2559 ซึ่งเป็นเดือนแรกของปีงบประมาณ 2560 ว่า รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังจำนวน 154,465 ล้านบาท ต่ำกว่าเดือนเดียวกันปีที่แล้ว 1,874 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1.2% มีสาเหตุหลักมาจากการจัดเก็บอากรขาเข้าต่ำกว่าเดือนเดียวกันปีที่แล้ว

ขณะที่ รัฐบาลมีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณทั้งสิ้นจำนวน 435,355 ล้านบาท สูงกว่าเดือนเดียวกันปีที่แล้วจำนวน 61,154 ล้านบาท หรือคิดเป็น 16.3% โดยมีการเบิกรายจ่ายปีปัจจุบัน จำนวน 422,383 ล้านบาท สูงกว่าเดือนเดียวกันปีที่แล้ว 17.5% ประกอบด้วย รายจ่ายประจำ จำนวน 394,852 ล้านบาท สูงกว่าเดือนเดียวกันปีที่แล้ว 17.5% และรายจ่ายลงทุน 27,531 ล้านบาท สูงกว่าเดือนเดียวกันปีที่แล้ว 17.0% และการเบิกจ่ายเงินจากงบประมาณปีก่อนจำนวน 12,972 ล้านบาท ต่ำกว่าเดือนเดียวกันปีที่แล้ว 11.1%

สำหรับการเบิกจ่ายเงินงบประมาณที่สำคัญในเดือนนี้ ได้แก่ เงินอุดหนุนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจำนวน 62,586 ล้านบาท รายจ่ายอื่นของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จำนวน 54,076 ล้านบาท และเงินอุดหนุนของกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 45,451 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากมาตรการสนับสนุนการเบิกจ่ายของภาครัฐในไตรมาสที่ 4 ปี 2559 ซึ่งจะส่งผลให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ และเป็นผลดีต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

การที่ดุลการคลังรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดจากรายได้นำส่งคลัง และการเบิกจ่ายเงินงบประมาณของรัฐบาลข้างต้น ส่งผลให้ดุลเงินงบประมาณในเดือนตุลาคม 2559 ขาดดุลจำนวน 280,890 ล้านบาท เมื่อรวมกับดุลเงินนอกงบประมาณที่เกินดุล 22,681 ล้านบาท ซึ่งมีสาเหตุหลักจากรายจ่ายเหลื่อมไปเดือนพฤศจิกายน สุทธิ จำนวน 18,812 ล้านบาท และเงินฝากโครงการเงินกู้เพื่อการพัฒนาระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและระบบขนส่งทางถนนระยะเร่งด่วน จำนวน 4,700 ล้านบาท ทำให้รัฐบาลขาดดุลเงินสด จำนวน 258,209 ล้านบาท

ทั้งนี้ รัฐบาลได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล จำนวน 52,714 ล้านบาท ทำให้ดุลเงินสด (หลังกู้ชดเชยการขาดดุล) ขาดดุลเท่ากับ จำนวน 205,495 ล้านบาท และเงินคงคลัง ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2559 มีจำนวนทั้งสิ้น จำนวน 235,805 ล้านบาท