‘ดีอี’ จ่อลุยแผนยุทธศาสตร์ 6 ด้าน ขอเจ้ากระทรวงใหม่ คิดนอกกรอบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ก.ย. 2559 00:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/724188

 

‘ทรงพร’ คาดการเปลี่ยนผ่าน ‘ไอซีที’ สู่ ‘ดีอี’ จะเสร็จภายใน 1 เดือน จ่อดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ 6 ด้าน ขอ รมต. ใหม่อยู่ครบวาระ ชี้ไม่จำเป็นต้องรู้ด้านเทคโนโลยี แต่ควรขับเคลื่อนนโยบายให้ไปด้วยกันได้ …

วันที่ 15 กันยายน นางทรงพร โกมลสุรเดช ปลัดกระทรวงไอซีที กล่าวว่า หลังจากนี้กระทรวงดีอี จะดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ 6 ด้าน ที่วางไว้ ขณะที่ โครงสร้างใหม่ของกระทรวงดีอี จะประกอบด้วย 1.สำนักงานรัฐมนตรี 2.สำนักงานปลัดกระทรวง 3.กรมอุตุนิยมวิทยา 4.สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ 5.สำนักงานสถิติแห่งชาติ ซึ่งในวันที่ 19 กันยายน 2559 จะเข้าพบกับ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรักษาการรัฐมนตรีกระทรวงดีอี เพื่อหารือเกี่ยวกับการมอบหมายหน้าที่การทำงานให้กับผู้บริหารระดับสูง โดยคาดว่า การเปลี่ยนผ่านจากกระทรวงไอซีทีสู่กระทรวงดีอี จะแล้วเสร็จ ภายใน 1 เดือน


นอกจากนี้ ยังมองว่าอยากให้รัฐมนตรีคนใหม่อยู่ครบวาระ ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านเทคโนโลยี แต่ทำให้นโยบายกับการทำงานขับเคลื่อนไปด้วยกันได้ มองว่าคนส่วนใหญ่กลัวมาเป็นเจ้ากระทรวงเพราะปัญหาเก่าๆ และอยากให้คนใหม่ คิดนอกกรอบบ้าง

ขณะที่ ตราสัญลักษณ์ประจำกระทรวงใหม่ ยังให้กรมศิลปากรออกแบบ เป็นรูปพระพุทธ ชูสัญลักษณ์คล้ายการกระจายสัญญาณที่ครอบคลุม แต่ยังคงใช้สีเขียว ซึ่งเป็นสีประจำกระทรวงเหมือนเดิม.

 

กพร. เผยผลงานรอบ 1 ปี พัฒนากำลังแรงงาน เกินเป้า 3.8 ล้านคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.ย. 2559 22:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/723955

 

กพร. เผยผลงานรอบ 1 ปี พัฒนากำลังแรงงาน เกินเป้าหมาย 3.8 ล้านคน คิดเป็นมูลค่ากว่า 7 พันล้านบาท ตอบสนองนโยบายรัฐ ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม สร้างโอกาสการเข้าถึงบริการของรัฐ …

เมื่อวันที่ 15 ก.ย. นายกรีฑา สพโชค อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กล่าวในงานแถลงข่าว ผลงานภารกิจกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ว่า ในปีงบประมาณ 2559 กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้ดำเนินการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานไทย ให้เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานทั้งในและต่างประเทศ เป็นการตอบสนองนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำของสังคม และการสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการของรัฐ โดยมีการวางเป้าหมายพัฒนากำลังแรงงานให้ได้ ทั้งสิ้น 3,676,180 คน โดยผลการดำเนินงานได้เกินเป้าหมายที่วางไว้ 3,880,486 คน มีผลสัมฤทธิ์คิดเป็นมูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาท มีการพัฒนาศักยภาพกำลังแรงงานในด้านต่างๆ อาทิ เทคโนโลยีสารสนเทศ โลจิสติกส์และระบบราง เทคโนโลยีออโตเมชั่น ท่องเที่ยวและบริการ พร้อมกับมีการขับเคลื่อนนโยบายต่อการพัฒนาฝีมือแรงงาน ภายใต้โครงการต่างๆ เช่น โครงการเพิ่มผลิตภาพแรงงานไทย สามารถลดต้นทุนการผลิตได้ไม่น้อยกว่า 1,135 ล้านบาท พัฒนากำลังแรงงานได้เฉลี่ย 24,862 คน

 

รฟม. ขานรับนโยบาย ‘สมคิด” ดึงเอกชนร่วมลงทุนรถไฟฟ้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.ย. 2559 21:22

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/724098

 

รฟม. เด้งรับให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พีพีพี พร้อมประกาศเชิญชวนนักลงทุน ที่สนใจร่วมโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง สีน้ำเงิน สีส้ม

เมื่อวันที่ 15 ก.ย.59 นายพีระยุทธ สิงห์พัฒนากุล ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า เพื่อดำเนินการตามนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (คณะกรรมการพีพีพี) ที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เห็นชอบโครงการ ทาง รฟม.ขอเชิญชวนเอกชนผู้สนใจแสดงความคิดเห็นต่อรูปแบบการลงทุนสำหรับ โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน–ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงบางแค–พุทธมณฑล สาย 4 และโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงตลิ่งชัน – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) เพื่อทดสอบความสนใจและความพร้อมของภาคเอกชนต่อทางเลือกในการให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนในรูปแบบต่างๆ

โดยแนวทางภาครัฐจะเป็นผู้ลงทุน ส่วนค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและค่าก่อสร้างงานโยธา ส่วนภาคเอกชนลงทุนในค่างานระบบรถไฟฟ้าและเครื่องกล ค่าขบวนรถไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายในการให้บริการเดินรถไฟฟ้าและซ่อมบำรุง รวมถึงเป็นผู้จัดเก็บค่าโดยสาร (PPP Net Cost)

ทั้งนี้การให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลของ รฟม. จะดำเนินการตามพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 และพระราชบัญญัติการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2543 รวมทั้งกฎระเบียบและสัญญาต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตามโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน–ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) มีระยะทางประมาณ 23.6 กิโลเมตร ประกอบด้วยสถานีรถไฟฟ้า 17 สถานี ส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงบางแค–พุทธมณฑล สาย 4 มีระยะทาง ประมาณ 8 กิโลเมตร ประกอบด้วยสถานีรถไฟฟ้า 4 สถานี และโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงตลิ่งชัน–มีนบุรี (สุวินทวงศ์) มีระยะทางประมาณ 37.5 กิโลเมตร ประกอบด้วยสถานีรถไฟฟ้า 29 สถานี.

 

กพร. เปิดกู้เงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน 1 ล้านต่อครั้ง ปลอดดอกเบี้ย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.ย. 2559 21:06

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/723945

 

กพร. เปิดให้ผู้ประกอบการ กู้ยืมเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ครั้งละไม่เกิน 1 ล้านบาท ปลอดดอกเบี้ยตลอดสัญญา แต่หลังจาก 12 ม.ค.60 อัตราดอกเบี้ยเป็นร้อยละ 3 ผ่อนชำระได้ไม่เกิน 12 เดือน …

เมื่อวันที่ 15 ก.ย. นายกรีฑา สพโชค อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) มีนโยบายหลักในการพัฒนากำลังแรงงานของประเทศ จึงเปิดโอกาสให้สถานประกอบกิจการกู้ยืมเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ครั้งละไม่เกิน 1,000,000 บาท ผู้ที่ทำสัญญากู้ยืมเงินตั้งแต่ 13 กรกฎาคม 2559 ถึงวันที่ 12 มกราคม 2560 จะได้รับอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 ตลอดอายุสัญญา แต่หลังจากนี้อัตราดอกเบี้ยเป็นร้อยละ 3 ซึ่งผู้กู้สามารถผ่อนชำระได้ไม่เกิน 12 เดือน ซึ่งผู้ที่สามารถกู้ยืมเงินกองทุน ได้แก่ 1. ผู้ดำเนินการฝึก 2. ผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน 3. ผู้ประกอบกิจการ

ทั้งนี้ ผู้กู้เงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน จะได้ประโยชน์ต่างๆ มากมาย อาทิ 1. ลูกจ้างได้รับการพัฒนาทักษะ เพิ่มผลิตภาพแรงงาน ลดต้นทุนการผลิต 2. ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการฝึกอบรม สามารถนำไปยกเว้นภาษีเงินได้ร้อยละร้อย 3. ลูกจ้างที่ผ่านการฝึกอบรมหรือทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน สามารถนำไปประเมินเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานได้

ที่ผ่านมา กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน เริ่มดำเนินการให้เงินกู้ยืมเงินแก่ผู้ประกอบกิจการ เมื่อเดือนสิงหาคม 2558 จนถึงวันนี้ มีผู้กู้ยืมเงินแล้ว จำนวน 108 ราย เป็นเงินจำนวน 33.64 ล้านบาท และให้เงินช่วยเหลือหรืออุดหนุน จำนวน 146 ราย เป็นเงินจำนวน 841,969 บาท เพื่อส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน

นายกรีฑา กล่าวอีกว่า กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน มีเงินจำนวน 879 ล้านบาท และในปีงบประมาณ 2560 มีแผนการให้เงินกู้ยืม และการให้เงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนแก่ผู้ประกอบกิจการเพิ่มมากขึ้น สถานประกอบกิจการที่สนใจ และประสงค์จะขอกู้ยืมเงินจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานสามารถยื่นคำขอกู้ยืมเงินได้ ณ หน่วยงานในสังกัดกรมพัฒนาฝีมือแรงงานทั่วประเทศ หรือโทร. 0-2643-6039

 

รฟท. เล็งเปิดประมูลที่ดินทำเลทอง สถานีแม่น้ำ กลางปีหน้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.ย. 2559 18:08

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/723848

 

รฟท. เล็งนำที่ดินทำเลทองสถานีแม่น้ำ เปิดประมูลกลางปี 60 หาเอกชนลงทุน 8 หมื่นล้าน เตรียมเนรมิตเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ริมเจ้าพระยา ผุด โรงแรม-ห้างหรู ท่าเทียบเรือสำราญกลางกรุง …

วันที่ 15 ก.ย.59 นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้า เกี่ยวกับแผนพัฒนาที่ดินเชิงพาณิชย์ของ รฟท. บริเวณสถานีแม่น้ำ ขนาด 227.5 ไร่ ว่า รฟท. ได้นำเสนอผลการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเบื้องต้น เสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาแล้ว เบื้องต้นจะเปิดให้เอกชนเข้าร่วมลงทุน ตามพระราชบัญญัติการให้เอกชนเข้าร่วมลงทุน พ.ศ.2556 ซึ่งตามผลศึกษาของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้ประเมินมูลค่าที่ดินแปลงดังกล่าวไว้ 1.3 หมื่นล้านบาท และจะใช้เม็ดเงินในการลงทุนพัฒนาพื้นที่รวมทั้งสิ้น 8.8 หมื่นล้าน คาดว่า จะสามารถเปิดให้เอกชนเข้าประมูลเพื่อพัฒนาพื้นที่ได้ ช่วงกลางปี 2560

“เราประเมินมูลค่าทรัพย์สินในที่ดินสถานีแม่น้ำ 277.5 ไร่ ไว้ที่ 13,317.24 ล้านบาท และประเมินมูลค่าก่อสร้างโครงการ และสาธารณูปโภค ซึ่งไม่รวมค่าตกแต่งภายในและการปรับภูมิทัศน์ไว้ที่ 88,780 ล้านบาท ส่วนแนวทางการลงทุนนั้น จะเปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนโดยให้สัมปทานระยะยาว ซึ่งอาจจะมีการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนขึ้นมา เพื่อสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ.2558-2562”

สำหรับแผนการพัฒนาพื้นที่ แบ่งออกเป็น 5 พื้นที่ ประกอบด้วย 5 โซน ประกอบด้วย โซน 1 Gateway Commercial Park มีพื้นที่รวมทั้งหมด 77.13 ไร่ อยู่บริเวณทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดกับทางเข้าออกหลัก และสถานีระบบขนส่งรางเดี่ยวของพื้นที่โครงการ ถือเป็นทางเข้าหลักพื้นที่โครงการ ที่มีศักยภาพซึ่งมีแผนที่จะพัฒนาเป็นพื้นที่เพื่อการพาณิชยกรรม ที่พักอาศัยและบริการประเภทของอาคารประกอบด้วย ห้างสรรพสินค้า (Lifestyle Mall) สำนักงาน (Eco Office) และอาคารพักอาศัยรวม โดยมีพื้นที่เปิดโล่งสีเขียวสอดแทรกรอบกลุ่มอาคาร

โซน 2 Iconic Marina มีพื้นที่รวมทั้งหมด 44.00 ไร่ จุดนี้ จะพัฒนาให้เป็นพื้นที่ที่มีความโดดเด่นเป็นพิเศษด้วยการสร้างอาคารสูงขนาดใหญ่พิเศษ (ChaoPhraya Iconic Tower) ประกอบด้วย การใช้งานแบบผสมผสาน ซึ่งจะทำเป็นจุดหมายตา (Landmark) ของโครงการและของกรุงเทพมหานคร มีอาคารศูนย์ประชุมสัมมนาและนิทรรศการ (Chao Phraya Iconic Tower, Gateway Cruise Center & Duty free Mall) ประกอบด้วย โรงแรมระดับ 6 ดาว พื้นที่ สำนักงานศูนย์ประชุมสัมมนาที่พักอาศัย ศูนย์การค้า พาณิชยกรรม การแสดงสินค้า ธุรกิจการค้า ที่ทำการขององค์กรการค้าเอกชนศูนย์ข้อมูลธุรกิจ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว และท่าเทียบเรือสำราญขนาดกลาง

โซน 3 Cultural Promenade มีพื้นที่รวม 78.25 ไร่ จะพัฒนาเป็น พื้นที่พาณิชยกรรม มีร้านค้าปลีก และศูนย์กิจกรรมทั้งด้านบันเทิง ด้านการสร้างสรรค์ ร้านอาหารภัตตาคาร สปา คลับ และอาคารใช้งานแบบผสมผสาน (Mixed Use Tower) จะใช้ประโยชน์เป็นทั้ง อาคารสำนักงาน และสถานที่บริการพาณิชยกรรม โดยพื้นที่ดังกล่าว จะมีความยาวติดริมน้ำเจ้าพระยา 900 เมตร สามารถมองเห็นฝั่งตรงข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นพื้นที่สีเขียวบางกระเจ้า ที่มีความอุดมสมบูรณ์และมีความเป็นธรรมชาติ

โซน 4 Riverfront Residence มีพื้นที่รวม 55.63 ไร่ อยู่ใจกลางของพื้นที่โครงการ ติดกับถนนสายหลักของพื้นที่โครงการ ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับการใช้งานในพื้นที่อื่นของพื้นที่โครงการส่วนอื่นได้อย่างสะดวก ด้วยรูปแบบเป็นทางเดิน ทางจักรยาน สามารถเชื่อมต่อพื้นที่รอบคลองขุด พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และเชื่อมต่อระบบเปลี่ยนถ่ายขนส่งมวลชนรางเบา ซึ่งพื้นที่นี้ จะพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียม กลุ่มอาคารพักอาศัย

โซน 5 Affordable Community มีพื้นที่ 22.50 ไร่ อยู่บริเวณริมคลองขุดด้านทิศเหนือ เป็นย่านที่จัดพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยเพื่อรองรับกลุ่มชุมชนเดิม เป็นที่พักของพนักงานและบุคลากรของการรถไฟฯ พร้อมจัดให้เป็นย่านธุรกิจการค้าระดับชุมชน สินค้าหัตถกรรม สิ่งประดิษฐ์ ของขวัญของที่ระลึก ร้านอาหารตามแนวริมคลองขุด

 

รฟม.เว้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีม่วง-น้ำเงิน ให้นักปั่น วันคาร์ฟรีเดย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.ย. 2559 17:17

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/723815

 

รฟม. ยกเว้นค่าโดยสาร รถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคล-ฉลองรัชธรรม ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม Bangkok Car Free Day 2016 วันที่ 18 ก.ย. นี้ …

วันที่ 15 ก.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ว่า ทาง รฟม. ได้ร่วมสนับสนุนกิจกรรม Bangkok Car Free Day 2016 โดยการยกเว้นค่าโดยสารให้ผู้โดยสารที่เข้าร่วมกิจกรรม Bangkok Car Free Day 2016 และนำรถจักรยานชนิดพับเก็บได้พร้อมติดเข็มกลัดของกิจกรรม มาใช้บริการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล และสายฉลองรัชธรรม ในวันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน 2559 โดยผู้โดยสาร สามารถรับคูปองที่ห้องออกบัตรโดยสารได้ทุกสถานี ตลอดช่วงเวลาที่เปิดให้บริการ

ทั้งนี้ เป็นการร่วมรณรงค์ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลและกระตุ้นให้ประชาชนหันมาใช้รูปแบบการเดินทางอื่นๆ นอกจากรถยนต์ส่วนบุคคล เช่น การเดินทางโดยรถไฟฟ้าหรือระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ การใช้จักรยานและการเดิน ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ http://www.mrta.co.th เฟซบุ๊กแฟนเพจ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ Call Center รฟม. โทร. 0 2716 4044

 

หุ้นไทยปิดตลาดบวก 5.20 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,463.39 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.ย. 2559 17:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/723923

 

หุ้นไทยปิดตลาดบวก 5.20 เปลี่ยนแปลง +0.36% ดัชนีอยู่ที่ 1,463.39 จุด มูลค่าการซื้อขาย 43,746.02 ล้านบาท

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันที่ 15 ก.ย. 59 ปิดตลาดภาคบ่าย เพิ่มขึ้น 5.20 เปลี่ยนแปลง +0.36% ดัชนีอยู่ที่ 1,463.39 จุด มูลค่าการซื้อขาย 43,746.02 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) 4. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ 5. ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน).

 

กู้ซื้อบ้าน-รถ ทำหนี้ครัวเรือน พุ่งสุดรอบ 9 ปี เฉลี่ยกว่า 3 แสนบาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.ย. 2559 15:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/723740

 

หอการค้าไทย เผยสถานภาพหนี้ครัวเรือนไทย ปี 59 พบหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น 20.2% เฉียด 3 แสนบาทต่อครัวเรือน พุ่งสูงสุดในรอบ 9 ปี ระบุ เป็นการกู้เงินซื้อบ้าน-รถ ลงทุนเพิ่ม จึงไม่น่ากังวล ขณะที่ หนี้นอกระบบลดลง อยู่ที่ 37.7% ต่ำสุดรอบ 8 ปี…

เมื่อวันที่ 15 ก.ย. นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจสถานภาพหนี้ครัวเรือนไทยปี 2559 จากกลุ่มเป้าหมายจำนวน 1,221 ราย พบว่า ครัวเรือน 85% ระบุว่าเป็นหนี้ โดยเฉลี่ยหนี้อยู่ที่ 298,005.81 บาทต่อครัวเรือน เพิ่มขึ้น 20.2% เมื่อเทียบปี 2558 ที่มีหนี้ 248,004.65 บาทต่อครัวเรือน โดยหนี้เฉลี่ยต่อครัวเรือนสูงสุดในรอบ 9 ปี นับตั้งแต่การทำสำรวจตั้งแต่ปี 2551 ขณะที่ อัตราการเพิ่มขึ้น 20.2% ถือว่าสูงสุดในรอบ 8 ปี และเพิ่มขึ้นในอัตราเลข 2 หลัก ติดต่อกัน 4 ปี นับตั้งแต่ปี 2556

ทั้งนี้ แม้จำนวนหนี้เพิ่มขึ้น แต่จำนวนหนี้ในระบบเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 62.3% จากปีก่อนที่อยู่ 48.7% ขณะที่ หนี้นอกระบบ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด จาก 51.3% ในปี 2558 มาอยู่ที่ 37.7% ในปี 2559 นี้ และลดลงมาอยู่ระดับต่ำสุดในรอบ 8 ปี

สำหรับหนี้ที่เพิ่มขึ้น มาจากการซื้อบ้าน รถยนต์ และกู้เพื่อลงทุนเพิ่ม โดยหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง 83-84% ของจีดีพี เป็นหนี้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำหลังอยู่ ปัญหาหนี้ครัวเรือนจึงไม่ใช่ปัญหาหลัก แต่เป็นเฉพาะกลุ่มคน เช่น กลุ่มที่รับจ้าง หรือเกษตรกรที่มีปัญหาภัยแล้ง ทำให้รายได้ลดลง และชักหน้าไม่ถึงหลัง แต่โดยภาพรวม ปัญหาหนี้ไม่น่ากังวล ซึ่งรัฐบาลรับรู้ปัญหาหนี้ครัวเรือนเป็นอย่างดี และพยายามออกมาตรการต่างๆ ออกมา ไม่ว่าจะเป็นการออกสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ การดึงธนาคารของรัฐมาปล่อยสินเชื่อให้ประชาชนเพิ่มขึ้น เพื่อนำไปชำระหนี้เงินกู้นอกระบบ ทำให้ประชาชนได้มีโอกาสปรับโครงสร้างหนี้ และส่งผลให้หนี้นอกระบบลดลงอย่างมาก.


http://www.thairath.co.th/clip/72465

กรมเจ้าท่า ลุยจัดระเบียบเรือประมง เตือนเจ้าของ แจ้งจุดจอดเรือให้ชัดเจน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.ย. 2559 13:21

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/723510

 

กรมเจ้าท่า เดินหน้าจัดระเบียบเรือประมง เตือน เจ้าของเรือประมงพาณิชย์ แจ้งจุดจอดเรือ โดยระบุสถานที่ให้ชัดแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรต่อ ผอ.สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคในเขตที่จะจอด ส่วนผู้ที่ถูกแจ้ง ต้องทำเครื่องหมายบนเรือให้ชัดเจน หากพบการเคลื่อนย้ายเรือโดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิด …

นายศรศักดิ์ แสนสมบัติ อธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า แม้ประเทศไทยจะมีการบังคับใช้ พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำการประมงให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลมาแล้วระยะหนึ่ง แต่ยังพบว่าในทางปฏิบัติยังมีการทำประมงผิดประเภท ที่ส่งผลผลกระทบต่อสังคม ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย บั่นทอนความน่าเชื่อถือของประเทศ โดยเฉพาะต่อการรับตรวจประเมินโดยสหภาพยุโรปในการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายของประเทศไทย

ล่าสุด กรมเจ้าท่า ได้กำหนดระเบียบเรือด้วยมาตรการควบคุมเรือประมงพาณิชย์ (เรือประมงที่มีขนาดตั้งแต่สิบตันกรอสขึ้นไป) ตามกฎหมายว่าด้วยการประมงที่ไม่มีทะเบียนเรือหรือมีทะเบียนเรือแต่ไม่มีใบอนุญาตทำการประมง พ.ศ. 2559 โดยอาศัยอำนาจตามความในข้อ 1 แห่งคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 53/2559 เรื่องการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุมเพิ่มเติม ครั้งที่ 3 ลงวันที่ 9 กันยายน 2559 โดยให้เจ้าของเรือหรือผู้ครอบครองเรือประมงพาณิชย์ แจ้งจุดจอดเรือ โดยระบุสถานที่ที่จอดเรือให้ชัดแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร ต่อผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาในเขตที่จะจอดเรือ และให้ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขา หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมาย มีอำนาจสั่งติดเครื่องมือตรึงพังงาเรือ และทำเครื่องหมายบนเรือประมงให้ชัดเจนด้วย กรณีพบการเคลื่อนย้ายเรือฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต ให้ลงโทษตามกฎหมายโดยเคร่งครัด

 

ดัชนีเชื่อมั่นทอง ก.ย. ร่วงเดือนที่ 2 ราคามีแนวโน้มปรับลดลง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.ย. 2559 12:41

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/723530

 

ดัชนีเชื่อมั่นทอง เดือน ก.ย. อยู่ในระดับ 25.23 จุด ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 จับตานโยบายดอกเบี้ยเฟดกดดัน ชี้ ราคาทองมีโอกาสปรับลดลง ด้านผู้ค้ารายใหญ่ คาด ราคาทองในประเทศ จะอยู่ที่บาทละ 21,000-23,000 …

วันที่ 15 ก.ย. 59 ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำในเดือนกันยายน 2559 อยู่ในระดับ 52.23 จุด ลดลงจากเดือนก่อน 11.51 จุด หรือลดลงกว่า 18.07% จากระดับ 63.74 จุด สะท้อนให้เห็นว่า ราคาทองมีโอกาสที่จะปรับตัวลดลงได้ในเดือนกันยายนนี้ โดยปัจจัยกดดันราคาทองคำ คือ ทิศทางนโยบายทางการเงินของ FED ที่รอดูสถานการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย การแข็งค่าของเงินบาท และ แรงขายเก็งกำไรตามลำดับ

ส่วนปัจจัยหลักที่สนับสนุนราคาทองคำ ได้แก่ ความไม่แน่นอนในเศรษฐกิจโลก และความต้องการซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย จากคำถามว่ากลุ่มตัวอย่างจะซื้อทองคำในช่วงหนึ่งเดือนข้างหน้าหรือไม่ พบว่า 47.84% ของกลุ่มตัวอย่างคิดว่าจะซื้อทองคำในช่วงหนึ่งเดือนข้างหน้า ขณะที่ 35.14% ยังไม่แน่ใจว่าจะซื้อทองคำหรือไม่ในช่วงหนึ่งเดือนข้างหน้า และอีก 17.03% คาดว่า จะยังไม่ซื้อทองคำในช่วงหนึ่งเดือนข้างหน้า ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ทองคำยังคงมีความน่าสนใจในการหาจังหวะเข้าลงทุน

สำหรับความคิดเห็นผู้ค้าทองคำ จากผู้ประกอบกิจการค้าทองคำรายใหญ่ ผู้ค้าส่งทองคำ และผู้ประกอบกิจการนายหน้าซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ที่อ้างอิงกับราคาทองคำ จำนวน 8 ตัวอย่าง พบว่ากลุ่มผู้ค้ารายใหญ่มีมุมมองราคาทองคำระหว่างเดือนว่า น่าจะใกล้เคียงกับราคาทองคำในเดือน ก.ค. 2559 โดยมีกลุ่มผู้ค้า คาดว่าราคาทองคำในประเทศใน เดือน ก.ย. 2559 จะปรับตัวเพิ่มขึ้น จำนวน 1 ตัวอย่าง คาดว่าจะใกล้เคียงกันเดือน ส.ค. 2559 จำนวน 6 ตัวอย่าง และจะปรับตัวลดลง จำนวน 1 ตัวอย่าง

ขณะที่ ราคาทองคำในตลาดโลก กรอบสูงสุดที่กลุ่มตัวอย่างคาดไว้ ระหว่าง 1,340-1,400 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ แต่มีความถี่หนาแน่นบริเวณ 1,381-1,400 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ กรอบการเคลื่อนไหวต่ำสุด ให้น้ำหนักระหว่าง 1,241-1,300 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ โดยมีค่าความถี่หนาแน่นอยู่บริเวณ 1,281-1,300 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์

ด้านราคาทองคำในประเทศ (ความบริสุทธิ์ 96.5%) กลุ่มตัวอย่างให้น้ำหนักราคาสูงสุดระหว่าง 21,500–23,000 บาทต่อหนึ่งบาททองคำ และมีค่าความถี่หนาแน่นในช่วง 22,500-23,000 บาทต่อหนึ่งบาททองคำ กรอบการเคลื่อนไหวต่ำสุดกลุ่มตัวอย่างให้น้ำหนักระหว่าง 20,500-21,500 บาทต่อหนึ่งบาททองคำ โดยมีค่าความถี่หนาแน่นในช่วง 21,001–21,500 บาทต่อหนึ่งบาททองคำ