บอร์ด รฟท. เคาะกรอบวงเงินรถไฟไทย-จีน 1.79 แสน ล. จ่อชง ครม.อนุมัติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ก.ย. 2559 11:32

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/722198

 

บอร์ด รฟท. เห็นชอบปรับกรอบวงเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟไทย-จีน ช่วง กทม.-โคราช ระยะทาง 252.5 กม. วงเงิน 1.79 แสนล้าน เตรียมชง ครม.อนุมัติ ส่วนกรณีชะลอแผนโอนที่ดินมักกะสันแลกหนี้คลัง เชื่อเป็นเรื่องเทคนิคเท่านั้น…

วันที่ 14 ก.ย. 59 นายพิชิต อัครทิตย์ ประธานกรรมการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ในการประชุมบอร์ด รฟท. วานนี้ (13 ก.ย.) ได้เห็นชอบการปรับกรอบวงเงินลงทุน และรายละเอียดบางรายการ ในโครงการความร่วมมือด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟไทย-จีน ช่วง กรุงเทพ-นครราชสีมา (ไฮสปีดเทรน) ระยะทาง 252.5 กม. วงเงิน 1.79 แสนล้านบาท ตามที่มีการเจรจาของคณะกรรมการร่วม เพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน ล่าสุด ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอน ก่อนนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.)

ส่วนกรณีที่ กระทรวงการคลัง ชะลอแผนการนำที่ดินมักกะสันแลกหนี้กับกระทรวงการคลัง มูลค่า 6 หมื่นล้านบาท เพราะอยู่ระหว่างรอให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความกฎหมายการเวนคืนที่ดินว่า สามารถนำมาใช้ประโยชน์ใดได้บ้างนั้น ทางผู้ว่าฯ รฟท. รายงานบอร์ดเบื้องต้นว่า ข้อมูลยังไม่ชัดเจน โดยจะต้องตรวจเช็กกับทางกระทรวงการคลังเพิ่มเติม ทั้งนี้ เห็นว่าน่าจะเป็นปัญหาทางเทคนิคเท่านั้น

 

ทองเปิดตลาด ลดลง 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 22,400

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ก.ย. 2559 09:44

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/722105

 

ราคาทองวันที่ 14 ก.ย. เปิดตลาดลดลง 50 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 21,800 ขายออกบาทละ 21,900 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 21,405.92 ขายออกบาทละ 22,400 บาท …

เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 59 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.25 น. ลดลง 50 บาท ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 21,800.00 บาท ขายออกบาทละ 21,900.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 21,405.92 บาท ขายออกบาทละ 22,400.00 บาท

 

แสนสิริผุดคอนโดหรูแพงระยับ เศรษฐีไทย-เทศหอบเงินสดซื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 ก.ย. 2559 07:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/721945

 

นายอภิชาติ จูตระกูล ประธานอำนวยการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คอนโดมิเนียมระดับซุปเปอร์ลักชัวรีขณะนี้ มีผู้ประกอบการหลายรายสนใจที่จะเข้ามาพัฒนาในตลาดนี้จำนวนมาก เหตุเพราะมองว่าลูกค้ากลุ่มนี้ยังมีกำลังซื้อสูง ซึ่งไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว โดยลูกค้ากลุ่มนี้เวลาเลือกซื้อคอนโดมิเนียมจะตัดสินใจจากความชอบ และเลือกทำเลที่ตั้งโครงการให้เข้ากับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต จากนั้นก็จะตัดสินใจซื้อเลย เห็นได้จากกลุ่มลูกค้าที่ซื้อโครงการของบริษัทกว่า 50% จะชำระเป็นเงินสด

ทั้งนี้ ในส่วนของบริษัทล่าสุดได้พัฒนาโครงการ 98 Wireless (ไนน์ตี้เอท ไวร์เลส) ที่โครงการซุปเปอร์ ลักชัวรี มูลค่าโครงการกว่า 8,700 ล้านบาท จำนวน 77 ยูนิต โดยราคาเฉลี่ยปัจจุบันอยู่ที่ 570,000 บาทต่อตารางเมตร (ตร.ม.) สูงที่สุดในประเทศไทย เชื่อมั่นว่าจะสามารถปิดการขายได้ภายในปี 60 หลังเปิดขายอย่างเป็นทางการ ล่าสุดโครงการมียอดขายแล้ว 45% ในจำนวนนี้เป็นลูกค้าต่างชาติ 5% คิดเป็นมูลค่ายอดขายแล้ว 3,800 ล้านบาท ทั้งนี้จะเปิดให้ชมห้องตัวอย่างได้ภายใน ต.ค.นี้.

 

เคาะประตูค็อกพิท เยี่ยมชม ‘แอร์บัส เอ350-900 XWB’ ลำแรกของไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ก.ย. 2559 07:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/721743

 

เคาะประตูค็อกพิท คุยกับนักบินของเครื่องบินแอร์บัส เอ350 การบินไทย ทำความรู้จักเครื่องบินรุ่นนี้ให้มากขึ้น และชมเทคโนโลยียุคใหม่ ที่จะมอบการเดินทางบนฟ้าที่แตกต่าง และนำผู้โดยสารไปพบประสบการณ์ใหม่ในการเดินทาง…

นับเป็นโอกาสดีอีกครั้งที่ ‘ไทยรัฐออนไลน์’ ได้มีโอกาสเยี่ยมชม เครื่องบินแอร์บัส เอ350-900XWB ของการบินไทย และได้มีโอกาสนั่งพูดคุยกับนักบินที่เป็นผู้นำ เอ350-900 ลำแรก นามพระราชทาน ‘วิเชียรบุรี’ ทะเบียน HS-THB นี้กลับมาเมืองไทย รวมทั้งขอให้กัปตันได้พูดถึงเครื่องบินลำนี้ รวมไปถึงเทคโนโลยีที่อยู่ในห้องนักบิน เพื่อทำความรู้จักเครื่องบิน A350 ให้มากขึ้น


กัปตันอิษฏ์ ศิริสวัสดิ์ นักบินเทคนิคเครื่องบิน A330/350

กัปตันอิษฏ์ ศิริสวัสดิ์ นักบินเทคนิคเครื่องบิน A330/350 การบินไทย ผู้ที่บินเครื่องบิน เอ350 กลับประเทศไทย กล่าวถึงเครื่องบิน แอร์บัส เอ350-900 XWB ลำแรกของการบินไทยว่า ถือเป็นเครื่องบินที่ดี และทันสมัยมากที่สุดลำหนึ่ง มันเป็นรุ่นล่าสุด ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ ภายในห้องนักบินเป็นแบบกลาสค็อกพิท มีหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ 6 หน้าจอ แต่ละจอสามารถโยนข้อมูลหากันได้ตลอดเวลา ด้วยการออกแบบที่เน้นการบริหารจัดการนักบิน ให้มีการพูดคุยปรึกษากันในการทำการบิน เพื่อตัดสินใจร่วมกัน ขณะเดียวกันยังคงเอกลักษณ์ ด้วยการควบคุมบนไซด์สติ๊กคอนโทรล เหมือน แอร์บัส เอ 320-200 แอร์บัส เอ 330-300 แอร์บัส เอ 380-800 โดยยังมีแป้นคีย์บอร์ดที่อยู่บนโต๊ะพับหน้าที่นั่งนักบิน เพื่อให้นักบินใช้ทำงานเพิ่มเติม


แผงควบคุมของแอร์บัส เอ350 ในห้องนักบินดูทันสมัยด้วยจอแสดงผล 6 จอ

ในด้านการตอบสนองเมื่อควบคุมการบิน เหมือนกับเครื่องแอร์บัส เอ330 มาก นี่จึงเป็นข้อที่ดีของการฝึกนักบินของ เอ350 หากบินกับเครื่องบิน เอ330 มาจึงไม่ต้องเข้าเครื่องจำลองการบิน หรือ ไฟล์ต ซิมมูเลเตอร์ (Flight Simmulator) เพราะมีเพียงการอบรมทฤษฎี Groumd School เรียนรู้เรื่องระบบต่างๆ 4 วัน และฝึกกับเครื่องบินที่อยู่บนพื้น (Flight Training Device) อีก 4 วัน รวม 8 วัน ก็สามารถสอบใบรับรองทำการบินกับ เอ350 ได้เลย โดยที่ใบอนุญาตทำการบินของนักบิน เอ330 และ เอ350 จะใช้ร่วมกันได้ ทำให้ประหยัดกว่าในการอบรม และบริหารจัดการนักบินง่าย


กัปตันเครื่อง แอร์บัส เอ350-900 ลำแรกของการบินไทย

ส่วนนักบินที่มาจากเครื่องบินแอร์บัสแบบอื่น เช่น เอ380 แม้ว่า เอ350 จะออกแบบมาโดยมี เอ380 เป็นพื้นฐาน แต่นักบิน เอ380 ก็จะต้องฝึกภาคทฤษฎี 5 วัน และ ต้องเข้า ไฟล์ต ซิมูเลเตอร์ ส่วน เอ320 ที่เป็นเครื่องขนาดเล็ก แม้จะเป็นแบบ 2 เครื่องยนต์เหมือนกัน แต่ก็ต้องอบรมภาคทฤษฎีนาน 10 วัน และเข้า ไฟล์ต ซิมูเลเตอร์เช่นกัน ส่วนนักบินที่มาจากสายโบอิ้ง จะต้องฝึกอบรมเปลี่ยนแบบใช้เวลา 23 วัน และ เข้าไฟล์ต ซิมูเลเตอร์


ส่วนหัวของ แอร์บัส เอ 350

เครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์ รุ่นเทรนท์ เอ็กซ์ดับเบิลยูบี (Rolls-Royce Trent XWB)

จากที่ได้บินเมื่อเที่ยวกับ เอ330 แล้ว เอ350 ให้ความรู้สึกหรือสมรรถนะที่ต่างไปจากรุ่นเก่าหรือไม่ “ที่สัมผัสได้เห็นๆ คือ ความเร็ว เพราะเครื่องยนต์ของ เอ350 สมรรถนะดีกว่าจึงทำความเร็วเต็มที่ได้ประมาณ 0.85-0.89 มัค ขณะที่ เอ330 จะอยู่ราวๆ 0.82 มัค และการที่เป็น 2 เครื่องยนต์จึงทำให้ เอ350 ยืดหยุ่นต่อการบินในทุกระยะทาง”


ทีมช่างการบินไทย กำลังตรวจสอบเครื่องยนต์ของ เอ350 ก่อนจะบินให้บริการ

บรรยากาศภายในห้องโดยสารชั้นประหยัด

เมื่อถามว่าตอนไปรับเครื่องบินกลับมาประเทศไทยเป็นอย่างไรบ้าง กัปตันอิษฎ์ กล่าวว่า ตอนที่อยู่ศูนย์ส่งมอบเครื่องบินของแอร์บัส เมืองตูลูส ประเทศฝรั่งเศส ทางทีมนักบินก็ได้มีการประชุมกัน รับฟังสรุปดูว่าเครื่องมีปัญหาใดบ้างที่ผ่านมา ไม่ว่าจะใครตรวจก็แล้วแต่ จากนั้นทีมนักบินก็จะไปลองระบบทุกระบบบนพื้น ลองติดเครื่องยนต์ จากนั้นจึงทดลองวิ่งขึ้น เพื่อทำไฟล์ตเทสต์ ให้ทีมนักบิน ทีมเทคนิคอลเคบินครูว ทีมวิศวกรการบิน ที่มีทั้งคนที่ดูระบบการบินในห้องนักบิน และ คนที่ดูแลห้องโดยสารทั้งหมด ส่วนภายนอกเครื่องบินจะเป็นหน้าที่ของทีมช่างที่จะดูแล รวมๆ ก็จะมี 3 ทีม คือ นักบินและลูกเรือ ทีมวิศวกร หรือ เคบินเอนจิเนียร์ และฝ่ายช่าง ที่จะแยกกันดูไปตามส่วน ทั้งปีก หาง เครื่องยนต์ และส่วนต่างๆ


กัปตันไชย์สุพัชร์ มูลศรีแก้ว หนึ่งในนักบินของฝูง เอ 330-300 สาธิตการนั่งในที่นั่งชั้นธุรกิจที่สะดวกสบาย

ที่นั่งชั้นธุรกิจพร้อมจอภาพขนาดใหญ่ และ เก้าอี้โดยสารปรับนอนราบ 180 องศาได้

ที่นั่งชั้นธุรกิจ ที่จอด้านหน้ามีช่องยูเอสบีให้ 2 ช่อง

ในส่วนของห้องโดยสารก็จะมีระบบที่ต้องตรวจสอบ คือ Inflight Entertainment: IFE ระบบอินเทอร์เน็ตไวไฟ ที่โอเปอเรชั่นเอนจิเนียร์ดูแลรับผิดชอบ ส่วนเก้าอี้ ครัวและห้องน้ำ เทคนิคัลเคบินครูวจะเป็นคนดำเนินการ แต่ถ้าลงลึกตามรายละเอียดก็จะเป็นทีมเทคนิคอลเอนจิเนียร์ดูแล รวมแล้วทีมละ 4 คน รวม 12 คนโดยประมาณ และทั้งหมดนี้หากทดสอบแล้วเกิดปัญหาอะไร ก็จะมาประชุมและแก้ไขกันต่อไป เพื่อขึ้นบินทดสอบในเที่ยวถัดไป

ในส่วนของจุดขายของ เอ350 เมื่อต้องบินเข้าไปเจอกับสภาพอากาศแปรปรวน หลือหลุมอากาศ ระบบคอมพิวเตอร์บนเครื่องจะเข้ามาช่วยควบคุมเพื่อให้เครื่องกลับสู่สมดุลได้เร็ว นอกจากเรื่องบินเร็ว และประหยัดน้ำมัน เสียงเงียบ ก็จะมีความกดอากาศภายในห้องโดยสารที่อยู่ประมาณ 6,800 ฟิต แอร์บัส เอ350XWB ออกแบบให้ใช้การควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า ทำให้เครื่องมีน้ำหนักเบา และยังมีประสิทธิภาพในการบินระยะไกล เช่น บินไปอเมริกา กรุงเทพ-นิวยอร์ก หรือ กรุงเทพ-ซีแอตเติล ได้อย่างสบาย แต่ขึ้นอยู่ว่าเราจะวางไว้ในเส้นทางไหน ลงก็มีปัจจัย บินแอลเอนี่ต้องดูถ้าบินตรงอาจรับผู้โดยสารได้ไม่เต็มลำ แต่ถ้าบินแวะ 1 จุดนี่สบาย ส่วนเส้นทางนิวยอร์กนี่สบายเพราะไม่มีลมมาเกี่ยวข้อง


ครัวส่วนกลางเครื่อง ตรงกับทางออกฉุกเฉิน

การตกแต่งห้องโดยสารด้วยแนวคิดแบบไทยร่วมสมัย (Thai Contemporary)

สำหรับ แอลเอ ถือเป็นสนามบินที่มีข้อจำกัดมากที่สุด ขาไปไม่มีปัญหาแต่ขากลับนี่มีข้อจำกัด ส่วนซีแอตเติล ซานฟรานซิสโก รวมทั้งเมืองในแถวตะวันตกสบายเลย ส่งผลให้เอื้อกับการวางเส้นทางใหม่ๆ มากขึ้น แอร์บัสออกแบบให้ เอ350 เป็นเหมือนดังมีดพับทหารสวิส หรือ สวิสอาร์มีไนฟ์ ที่มีความอเนกประสงค์ จึงใช้งานได้ทั้งระยะใกล้หรือระยะไกล หากเอามาบินระยะไกลๆ เราอาจปรับให้ครัวเล็กลง เพิ่มที่นั่งเข้าไปให้คุ้มค่า เครื่องยนต์ก็ไม่ต้องใช้แรงขับสูงสุด เพราะนำหนักวิ่งขึ้นไม่มาก นี่ก็เป็นข้อดีของเขาที่ออกแบบมาตามจุดขาย ทั้งนี้ เครื่องบินแต่ละแบบมีข้อดีข้อเสีย จุดดีจุดด้อยในตัวมันเอง ขึ้นอยู่กับการเอามาใช้งาน เพียงแต่เวลานี้เรายังไม่ได้ใช้มันจริงจัง เลยไม่เห็นจุดเสียของมันที่ชัดเจน


โต๊ะหน้าที่นั่ง และจอภาพหน้าที่นั่งในชั้นประหยัดของ เอ350

ที่นั่งชั้นประหยัดของ เอ350 แถวหน้ามีพื้นที่ยืดขา

ฮอตซีต ที่นั่งที่ดีที่สุดบนเครื่อง เอ350 ชั้นประหยัด เข้าออกไม่ติดใคร แถมได้ยืดขาเต็มที่

เมื่อถามถึงการบินใน 1 เที่ยวบินจะใช้นักบินอย่างไร และในการบินในเส้นทางที่ให้บริการ จะเจอกับอะไรบ้าง นักบินเทคนิคเครื่องบิน A330/350 การบินไทย ก็อธิบายว่า เอ350 จะใช้นักบินตามระยะทางบินใกล้ เช่น กรุงเทพ-เชียงใหม่ หรือ ภูเก็ต ก็ 2 คน หรือ 3คน ขณะที่ กรุงเทพ-เมลเบิร์น ที่จะเป็นเส้นทางหลัก ก็จะมีนักบินปกติ 3 คน แต่ช่วงฝึกอาจจะมี 4 คน เพื่อให้การฝึกทำได้อย่างรวดเร็ว ส่วนบินไกลมากๆ ไปทวีปยุโรปก็จะมีนักบิน 4 คน


เก้าอี้ที่นั่งในชั้นประหยัดสบายมากขึ้น ไม่อึดอัดเกินไป

ที่นั่งฮอตซีตในชั้นประหยัด นั่งสบายมาก

สำหรับเส้นทางเมลเบิร์น เท่าที่บินมาใช้เวลาราวๆ 9 ชั่วโมง เราก็จะเจอแค่การบินลงรันเวย์สั้นกับยาว โดยรันเวย์สั้นก็จะเจอกับแฮดวิน หรือลมที่มาจากข้างหน้า ส่วนรันเวย์ยาวๆ ก็จะเจอกับครอสวิน หรือ ลมขวางสนามบิน ที่ทำให้เครื่องบินเอียงเข้าสนามบินแล้วค่อยปรับแก้คืน ขึ้นกับนักบินจะลงแบบไหน ส่วนตลอดเส้นทางคงไม่มีอะไรมากๆ ไม่ต่างจากบินไปซิดนีย์


ที่นั่งชั้นธุรกิจแถวริมหน้าต่าง นั่งคนเดียวมีความเป็นส่วนตัว

ที่นั่งฮันนีมูนซีตในชั้นธุรกิจ สวีตหวานกันได้ตลอดเที่ยวบิน

สำหรับในห้องนักบิน เอ350 ของการบินไทยจะไม่มีฮัดเหมือนกับ โบอิ้ง 787 ดรีมไลน์เนอร์ ที่จัดให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในห้องนักบิน เพราะสำหรับแอร์บัสเป็นเพียงอุปกรณ์เสริม เลยไม่ได้เลือกให้ติดตั้ง ส่วนตัวยังไม่เห็นประโยชน์เต็มที่ เพราะหากเรามองไม่เห็นก็จะใช้ระบบออโต้แลนดิ้ง ส่วนจอฮัดเหนือศีรษะจะไปช่วยในการมองเห็นสนามบิน และข้อมูลต่างๆ ลดแอพโพรชตอนเข้าสนามบินเท่านั้น


มีอินเทอร์เน็ตไวไฟตลอดเที่ยวบินทั้งลำ

เกี่ยวกับประเด็นความปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุเครื่องยนต์ดับ นักบินเทคนิคเครื่องบิน A330/350 การบินไทย ก็อธิบายว่า เครื่อง เอ350 สามารถบินได้ด้วยเครื่องยนต์เดียวในกรณีเกิดเหตุขัดข้อง หรือเสียเครื่องยนต์เครื่องใดเครื่องหนึ่งไปได้นานสุด 180 นาที ที่ถือว่าครอบคลุมเพียงพอที่นักบินจะหาสนามบินลงจอดอย่างปลอดภัยตามมาตรฐานสากล แต่แอร์บัสเขาออกแบบให้บินได้นานถึง 350 นาที ขึ้นอยู่กับการติดออปชั่นเสริมบนเครื่อง ที่จะเหมาะกับเครื่องบินที่ต้องบินผ่านขั้วโลก หรือบินข้ามทะเลไกลๆ เป็นต้น


เอ350 สามารถบินได้ด้วยเครื่องยนต์เดียว เมื่อมีเหตุต้องเสียเครื่องยนต์เครื่องใดเครื่องหนึ่งไปได้นานสุด 180 นาที

กัปตันอิษฎ์ กล่าวด้วยว่า สุดท้ายนี้ ก็ถือเป็นความภูมิใจที่ได้บินกับแอร์บัส เอ350 เพราะทุกอย่างเริ่มต้นจากกระดาษ แบบแปลนพิมพ์เขียว และสร้างเป็นชิ้นส่วนต่างๆ มาประกอบจนสำเร็จ โดยมีคนจากส่วนต่างๆ หลายๆ ทีมมาร่วมแรงร่วมใจทำให้สำเร็จ จนสามารถนำเครื่องออกไปบินได้จริงๆ ในที่สุด


การบินไทยจะนำ เอ350-900 ไปให้บริการในเส้นทางไปกลับ กรุงเทพ-เมลเบิร์น

ทั้งนี้ หลายคนคงได้สัมผัสกับประสบการณ์การเดินทางกับ แอร์บัส เอ350 กันไปบ้างแล้วจากเส้นทางไปกลับ กรุงเทพ-เชียงใหม่ และ กรุงเทพ-ภูเก็ต ใครที่ยังไม่ได้ลองยังเหลือเวลา เพราะการบินไทยเพิ่งประกาศเลื่อนการบินในเส้นทาง กรุงเทพ-เมลเบิร์น ไปเป็นช่วงเดือน ต.ค. 2559 เพื่อความพร้อม ดังนั้นยังมีโอกาสได้นั่ง เอ350 ในเส้นทางในประเทศแบบนี้ต้องรีบกันหน่อย.

การบินไทยรับมอบเครื่องบินแอร์บัส เอ350-900 XWB ลำแรกแล้ว

การบินไทยเลื่อนตารางบินแอร์บัส เอ350 xwb สู่เมลเบิร์น

 

14 บริษัทหุ้นไทยมาตรฐานโลก ร่วมดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 ก.ย. 2559 07:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/721940

 

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียนไทย(บจ.) 14 บริษัท ได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกของดัชนีแห่งความยั่งยืน Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) ประจำปี 59 โดยมีผลต่อการคำนวณดัชนี 19 ก.ย.59 เป็นต้นไป โดยมี บมจ.กสิกรไทย (KBANK) ได้รับคัดเลือกเพิ่มเข้ามาในปีนี้ ทำให้เป็นธนาคารพาณิชย์แห่งแรกของไทยและอาเซียนที่ได้รับคัดเลือกให้อยู่ในดัชนี DJSI นอกจากนี้ บมจ.ไทยออยล์ (TOP) ยังได้รับคะแนนสูงสุดเป็นที่หนึ่ง ในกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานของโลกจากจำนวน 159 บริษัทในกลุ่มเดียวกันอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ทั้งนี้ ไทยยังเป็นประเทศที่มี บจ.ได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกสูงสุดในอาเซียน ทั้งในกลุ่มดัชนี DJSI World และกลุ่มดัชนี DJSI Emerging Markets ทั้งนี้ กลุ่มดัชนี DJSI เป็นดัชนีหลักทรัพย์ของบริษัทชั้นนำระดับโลก ที่ผ่านการประเมินความยั่งยืน ที่มีผู้ลงทุนสถาบันและกองทุนทั่วโลกให้ความสนใจลงทุนมากกว่า 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

สำหรับ บจ.ที่ได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิก DJSI ปีนี้ ได้แก่กลุ่มดัชนี DJSI World 5 บริษัท ได้แก่ บมจ.กสิกรไทย (KBANK) บมจ. ปตท. (PTT) บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) และ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ขณะที่กลุ่มดัชนี DJSI Emerging Markets 14 บริษัท ได้แก่ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) บมจ.ท่าอากาศยานไทย (AOT) บมจ.บ้านปู (BANPU) บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) บมจ.ไออาร์พีซี (IRPC) บมจ.กสิกรไทย (KBANK) บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) บมจ.ปตท. (PTT) บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) บมจ.ไทยออยล์ (TOP) บมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) และยังมี บมจ.ไทยเบฟเวอเรจซึ่งอยู่ในตลาดหุ้นสิงคโปร์.

 

ก.ล.ต.เชือดบิ๊ก “แอพเพิลเวลธ์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 ก.ย. 2559 07:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/721930

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ลงโทษนายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ประธานกรรมการบริหาร บล.แอพเพิลเวลธ์ เนื่องจากละเลยการตรวจสอบดูแลระบบงานในการทำความรู้จักลูกค้าและตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า และการกำกับดูแลการทำธุรกรรมของลูกค้า ซึ่งเป็นระบบงานหลักที่สำคัญและมีผลต่อความเชื่อมั่นในตลาดทุนโดยรวม โดยพักการให้ความเห็นชอบเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน 2 ปี มีผลตั้งแต่วันที่ 14 ก.ย.59 นอกจากนี้ จะเสนอต่อคณะกรรมการเปรียบเทียบเพื่อพิจารณาเปรียบเทียบความผิดนายประสิทธิ์ต่อไป ซึ่งหากนายประสิทธิ์ไม่ยินยอมเข้ารับการเปรียบเทียบ จะดำเนินการกล่าวโทษต่อไป

ทั้งนี้ ก.ล.ต.พบการกระทำผิดจากการเข้าตรวจสอบ บล.แอพเพิลเวลธ์ โดยพบความบกพร่องในระบบงานการทำความรู้จักลูกค้าและตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (KYC/CDD) และการกำกับดูแลการทำธุรกรรมของลูกค้าที่ยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอจะระบุตัวตนหรือผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงของลูกค้า รวมถึงไม่สามารถป้องกันการกระทำที่อาจไม่เหมาะสมของลูกค้าได้ และหากลูกค้ากระทำผิดกฎหมาย บริษัทอาจมีความเสี่ยงที่จะถูกพิจารณาได้ ว่า มีส่วนสนับสนุนหรือมีส่วนร่วมในการกระทำของลูกค้า นอกจากนี้ นายประสิทธิ์ มีส่วนในการกระทำผิดของบริษัทและละเลยการตรวจสอบดูแลตามสมควร โดยเป็นผู้อนุมัติการเปิดบัญชีและเพิ่มวงเงินให้ลูกค้าหลายราย ทั้งที่ลูกค้ามีเอกสารการเงินไม่ครบถ้วน ข้อมูลไม่สอดคล้องกับมูลค่าธุรกรรมของลูกค้าอย่างมีนัยสำคัญ และนายประสิทธิ์ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการป้องกันการฟอกเงินของบริษัท มิได้สั่งการให้กระทำการใดเพิ่มเติม เมื่อพบว่าลูกค้าทำธุรกรรมที่ไม่สอดคล้องกับศักยภาพทางการเงินหรือพบลูกค้าทำรายการที่โดยปกติต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเชิงลึก ซึ่งมีรายการลักษณะนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ขณะที่นายประสิทธิ์ออกจดหมายเปิดผนึกขอต่อสู้โดยยื่นอุทธรณ์ในชั้นศาล.

 

ตอมหึ่งระเบียงเศรษฐกิจอีอีซี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 ก.ย. 2559 06:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/721925

 

นายมงคล พฤกษ์วัฒนา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยความคืบหน้าโครงการลงทุนระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) เพื่อพัฒนาเมืองใหม่ ทั้งด้านอุตสาหกรรม การค้า และบริการใน 3 จังหวัด ประกอบด้วย ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา ว่า ขณะนี้มีนักลงทุนจำนวนมากแสดงความสนใจตั้งพื้นที่อุตสาหกรรมใน 3 จังหวัด นอกจากพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ที่การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) รับผิดชอบ เพื่อรองรับการลงทุนที่จะขยายตัวมากขึ้นตามโครงการอีอีซี โดยพื้นที่อุตสาหกรรมที่ กรอ.รับผิดชอบในการออกใบอนุญาตให้ประกอบการจะแบ่งเป็น 3 รูปแบบ คือ เขตประกอบการอุตสาหกรรม สวนอุตสาหกรรม และเขตชุมชน ซึ่งล่าสุดผู้ประกอบการไทยและจีน แสดงความสนใจตั้งเขตประกอบการอุตสาหกรรม ที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมฟอกย้อม เพื่อให้โรงงานที่เกี่ยวข้องดำเนินกิจการคล้ายรูปแบบกลุ่มอุตสาหกรรมหรือคลัสเตอร์ โดยล่าสุด กรอ.ได้สำรวจความพร้อมพื้นที่อุตสาหกรรมใน 3 จังหวัด พบว่ามีโอกาสจัดตั้งได้เพิ่มเติมอีก 10,000 ไร่ จากปัจจุบันที่มีการจัดตั้งพื้นที่ลงทุนภาคอุตสาหกรรมแล้วเพียง 9 แห่ง และมีพื้นที่เหลืออีกจำนวนหนึ่ง

นายศิริรุจ จุลกะรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า สศอ.ได้มีการนำเสนอแผนการพัฒนาอีอีซีต่อนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว โดยเป็นแผนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงคมนาคม กองทัพเรือ โดยจะต้องมีการพัฒนาระบบขนส่งทางเรือ ทางราง ทางบก และทางอากาศ เพื่อรองรับการลงทุน ซึ่งพบว่ามีนักลงทุนสนใจจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ที่ต้องการให้รัฐพัฒนานิคมอุตสาหกรรมสำหรับนักลงทุนจากต่างประเทศเป็นกรณีพิเศษ “การลงทุนต่างๆภาครัฐจะต้องเป็นคนเริ่มต้นก่อน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคเอกชน อาทิ ท่าเรือน้ำลึก ศูนย์การท่องเที่ยวนานาชาติ สนามบิน สถานที่พักสำหรับแรงงาน ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องเร่งปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อีอีซีตามความเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งมีการรับฟังเร็วๆนี้ ซึ่งคาดว่าจะต้องเร่งประกาศให้ทันภายในสิ้นปีนี้ เพื่อดึงดูดให้เกิดการลงทุนในปี 2560”.

 

เยนแข็งแล้วไงไทยเมามันรูดปรื๊ด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 ก.ย. 2559 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/721920

 

นางสาววรรวิมล กนกธนาพร กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด เปิดเผยว่า ยอดใช้จ่ายของคนไทยที่เดินทางไปท่องเที่ยวและช็อปปิ้งที่ญี่ปุ่นไม่ได้ปรับตัวลดลง แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาค่าเงินเยนจะปรับตัวแข็งค่าขึ้น เห็นได้จากยอดใช้จ่ายผ่านบัตรกรุงศรี เจซีบี แพลทินัม ที่มีสัดส่วนการใช้จ่ายในญี่ปุ่น 20% ของยอดใช้จ่ายรวม และหากแยกรายละเอียดของการใช้จ่ายในญี่ปุ่น พบว่าเป็นการซื้อสินค้าในหมวดแฟชั่น 30% ห้างสรรพสินค้า 30% ส่วนที่เหลือเป็นหมวดอาหารและยา “เมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นอนุญาตให้คนไทยเดินทางเข้าประเทศไม่ต้องใช้วีซ่า ทำให้คนไทยนิยมไปท่องเที่ยวและช็อปปิ้งที่ญี่ปุ่นมากขึ้น แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาเงินเยนแข็งค่าขึ้น ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตไม่ลดลง เพราะคนไทยตั้งใจไว้แล้วว่าไปญี่ปุ่นจะไปท่องเที่ยวและช็อปปิ้ง”

ทั้งนี้ บัตรเครดิต กรุงศรี เจซีบี แพลทินัม เปิดตัวเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับอย่างมาก เนื่องจากมีการให้สิทธิประโยชน์ส่วนลดร้านค้าในญี่ปุ่น 200 ร้านค้า และหากใช้จ่ายในประเทศมีส่วนลดร้านอาหารญี่ปุ่น และห้างสรรพสินค้าของญี่ปุ่น ทำให้ปัจจุบันมีจำนวนบัตรสูงถึง 62,000 ใบ เติบโตสูงกว่าเป้าถึง 30% และยอดใช้จ่ายผ่านบัตร ตั้งแต่เปิดตัวจนถึงเดือน ก.ค.สูงถึง 1,000 ล้านบาท หรือสูงกว่าเป้า 20% และสิ้นปีจะมียอดใช้จ่ายผ่านบัตร 3,000 ล้านบาท ขณะที่ยอดบัตรจะอยู่ที่ 100,000 ใบ และอีก 5 ปีข้างหน้ายอดบัตรจะเพิ่มขึ้นเป็น 500,000 ใบ.

 

หุ้นสหรัฐฯ ดิ่ง หลังราคาน้ำมันร่วงหนัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ก.ย. 2559 06:18

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/721993

 

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ลดลงอย่างมากในวันอังคาร หลังราคาน้ำมันที่ลดลงอย่างรุนแรง ฉุดหุ้นบริษัทกลุ่มพลังงาน กอปรกับแนวโน้มที่ไม่ชัดเจนของนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 13 ก.ย. ในแดนลบ โดยดัชนีดาวโจนส์ลดลง 258.32 จุด หรือ 1.41% ปิดที่ 18066.75 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 32.02 จุด หรือ 1.48% ปิดที่ 2127.02 จุด ขณะที่ ดัชนีแนสแด็กลดลง 56.63 จุด หรือ 1.09% ปิดที่ 5155.26 จุด

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นหรือลดลงเกินกว่า 1% มา 3 วันติดต่อกันแล้ว โดยนักวิเคราะห์ระบุว่า เป็นผลมาจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ มีท่าทีเกี่ยวกับการรีบขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานตรงข้ามกัน

ขณะที่ ราคาน้ำมันลดลงมากกว่า 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หลังจากทบวงพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) ชี้ว่า ภาวะอุปทานน้ำมันล้นตลาด จะดำเนินไปจนถึงช่วงครึ่งแรกของปีหน้า ฉุดหุ้นกลุ่มปิโตรเลียม เช่น เอ็กซ์ซอนโมบิล และ เชฟรอน ซึ่งลดลงมากกว่า 2%

 

ลดค่าธรรมเนียมทีวีดิจิตอล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 ก.ย. 2559 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/721918

 

บอร์ดกสท.อุ้มทีวี-วิทยุ 70% ของระบบ

มาตรการอุ้มทีวีดิจิตอลก๊อกแรกโผล่ บอร์ด กสท.เคาะลดค่าธรรมเนียมใบอนุญาต จาก 2% เป็นเก็บอัตราขั้นบันได เหลือต่ำสุด 0.50% อุ้มผู้ประกอบการทั้งระบบได้กว่า 70% เผยที่จะเสียเต็ม 2% เหลือแค่ 3–5 ราย ส่วนการเลื่อนชำระค่างวดประมูลต้องรออีกนิด ชงของบโฆษณาลงทีวีดิจิตอล ชดเชยออกอากาศรายการทอล์กโชว์นายกฯ

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เผยว่า ที่ประชุมบอร์ด กสท. ได้เห็นชอบแนวทางการปรับลดค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์รายปีลง จากเดิมเก็บในอัตรา 2% ของรายได้ เปลี่ยนเป็นจัดเก็บตามอัตราขั้นบันได โดยจะเสนอให้บอร์ด กสทช.พิจารณาในวันนี้ (14 ก.ย.) เมื่อบอร์ด กสทช.เห็นชอบแล้ว ก็จะนำไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไป โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ ปี 2559 เป็นต้นไป ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องมาชำระค่าธรรมเนียมทุกปีในช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย.

สำหรับอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตใหม่ ที่กำหนดเป็นขั้นบันไดของรายได้ แบ่งเป็น 5 ระดับ ได้แก่ 1.รายได้ 0-5 ล้านแรก อัตราค่าธรรมเนียม 0.50% ของรายได้ 2.รายได้ส่วนที่เกินกว่า 5 ล้านบาทแต่ไม่เกิน 50 ล้านบาท อัตราค่าธรรมเนียม 0.75% ของรายได้ 3.รายได้ส่วนที่เกิน 50 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 500 ล้านบาท อัตราค่าธรรมเนียม 1% ของรายได้ 4.รายได้ส่วนที่เกินกว่า 500 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 1,000 ล้านบาท อัตราค่าธรรมเนียม 1.75% ของรายได้ 5.รายได้ส่วนที่เกิน 1,000 ล้านบาทขึ้นไป อัตราค่าธรรมเนียม 2% ของรายได้

โดยการปรับลดค่าธรรมเนียมใบอนุญาตครั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล ผู้ประกอบการเคเบิลทีวี ผู้ประกอบการดาวเทียม และผู้ประกอบการวิทยุส่วนใหญ่ ขณะที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีรายได้มากกว่า 1,000 ล้านบาทมีเพียง 3-5 รายเท่านั้น โดยปีที่ผ่านมา กสทช.จัดเก็บค่าธรรมเนียมได้ราว 580 ล้านบาท ส่วนแนวทางความช่วยเหลือด้านอื่นๆ นั้น สำนักงาน กสทช.กำลังเร่งดำเนินการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และเลขาธิการ กสทช. หารือร่วมกับกระทรวงการคลัง เพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลคาดว่าภายใน 1-2 เดือนจะมีข้อสรุป

สำหรับแนวทางความช่วยเหลือเบื้องต้น ซึ่งถือว่ามีความเป็นไปได้มากที่สุด คือ การเลื่อนระยะเวลาการชำระค่าประมูลทีวีดิจิตอลงวดที่ 4 ซึ่งจะครบกำหนดชำระในเดือน พ.ค.2560 ออกไป 1-2 ปี โดยขณะนี้ผู้ประกอบการได้ชำระค่าประมูลทีวีดิจิตอลไปแล้ว 3 งวด วงเงินรวม 27,580 ล้านบาท หรือคิดเป็น 60%ของเงินประมูลทั้งหมด 50,862 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากจะมีการเลื่อนชำระค่างวดประมูล สำนักงบประมาณและกระทรวงการคลัง จะต้องเป็นหน่วยงานที่ให้ความเห็นว่าจะกระทบต่อการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลหรือไม่ ซึ่งต้องรอฟังความเห็นก่อน

นอกจากนี้ กสทช.ยังได้มีข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาล ให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจจัดสรรเงินโฆษณาและประชาสัมพันธ์ให้กับช่องทีวีดิจิตอลในอัตราเท่าๆกัน เพื่อชดเชยรายได้ ในกรณีที่รัฐบาลใช้ช่วงเวลาออกอากาศรายการเดินหน้าประเทศไทย รายการนายกฯพบประชาชนทุกวันศุกร์ เพื่อประชาสัมพันธ์ผลงานของรัฐบาล

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีผู้รับใบอนุญาตทีวีดิจิตอล ทีวีดาวเทียม เคเบิลทีวี และวิทยุ จำนวน 500 ใบ แต่เมื่อลดค่าธรรมเนียมลง จะทำให้ผู้รับใบอนุญาตราว 70% ของทั้งหมด จ่ายค่าธรรมเนียมเพียง 0.50% ของรายได้.