กพท. เริ่มตรวจมาตรฐาน ออกใบรับรองใหม่ 25 สายการบิน คาดใช้เวลา 4 เดือน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.ย. 2559 17:52

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/720015

 

กพท. เริ่มตรวจมาตรฐาน ออกใบรับรองใหม่ 25 สายการบินแล้ว นำร่องที่การบินไทย คาดใช้ระยะเวลาจนเสร็จสมบูรณ์ตามมาตรฐาน ICAO 4 เดือน …

วันที่ 12 ก.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ กทพ. ว่า กพท. ได้เริ่มกระบวนการประเมินใบอนุญาตการเดินอากาศของสายการบินใหม่ (Re-Certification) ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการ แก้ไขปัญหามาตรฐานการบินหลังจากที่ประเทศไทย ถูกองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO ติดธงแดง โดยมีการชี้ข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัย ด้านการบิน 33 ข้อให้ไทยเร่งดำเนินการแก้ปัญหา ซึ่งครอบคลุมถึงมาตรฐานกระบวนการออกใบอนุญาต หรือการให้การรับรองกับสายการบินในประเทศไทยด้วย

นายจุฬา สุขมานพ อธิบดีกรมท่าอากาศยานและรักษาการผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) กล่าวว่า กระบวนการประเมินใบอนุญาตเดินอากาศของสายการบินใหม่ในวันนี้ กพท.ได้มีการนัดหมายผู้บริหาร 3 สายการบินเข้ามารับทราบขั้นตอนในการตรวจสอบ ประกอบด้วย บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สายการบินไทย, สายการบินไทยแอร์เอเชีย และสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส จากสายการบินที่จะเข้ารับการตรวจสอบทั้งหมด 25 สายการบิน โดยจำนวนสายการบินที่เข้ารับการตรวจสอบ ซึ่งลดลงจาก 27 สายการบินนั้น เนื่องจากมีสายการบินบางแห่ง ที่ใบอนุญาตทำการบิน หมดอายุพอดี ซึ่งทำให้สายการบินเหล่านี้ต้องไปดำเนินการตรวจมาตรฐานหลังจากที่ 25 สายการบินดำเนินการตรวจสอบแล้วเสร็จ

ขณะที่ ขั้นตอนในการตรวจสอบ จะแบ่งออกเป็น 5 ขั้น เริ่มจาก ขั้นตอนที่ 1 และ 2 จะมีการเชิญสายการบินมาประชุมและประเมิน ภาพรวมการให้บริการทีละสายการบิน โดยจะแบ่งออกเป็น 3 ชุด ชุดละ 8 สายการบิน ซึ่งคาดว่า ในขั้นตอนที่ 1 และ 2 จะใช้ระยะเวลา 2 สัปดาห์ หลังจากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนที่ 3 การตรวจเอกสารของแต่ละสายการบิน ขั้นตอนที่ 4 เป็นการตรวจภาคปฏิบัติ ซึ่งจะมีการลงพื้นที่ทั้งในส่วนของสำนักงานของแต่ละสายการบิน ศูนย์ซ่อมบำรุงและการปฏิบัติการบิน และสุดท้ายขั้นตอนที่ 5 เป็นการออกใบอนุญาตให้สายการบิน โดยกระบวนการทั้งหมด จนถึงมีการออกใบรับรองผู้เดินอากาศใหม่ตามมาตรฐาน ICAO คาดว่าจะใช้ระยะเวลา 4 เดือนส่วนการรายงานความคืบหน้าในการตรวจสอบให้องค์กรการบินระหว่างประเทศรับทราบนั้น วันพรุ่งนี้ตน จะเดินทางไปกรุงบรัสเซลส์ เพื่อแจ้งความคืบหน้าในการแก้ไขมาตรฐานการบินให้ ผู้บริหารองค์การความปลอดภัยด้านการบินแห่ง สหภาพยุโรป (European Aviation. Safety Agency) หรือ EASA ทราบด้วย

ส่วนประเด็นว่าจะสามารถมีความก้าวหน้าพอที่จะมีการเชิญ ICAO มาตรวจสอบมาตรฐานซ้ำได้เมื่อไรนั้น ในส่วนนี้ หลังจากมีการตรวจมาตรฐานเพื่อออกใบอนุญาตใหม่ให้แก่สายการบินเสร็จจำนวน 8 สายการบินในกลุ่มแรก ก็จะมีการหารือกับที่ปรึกษาเพื่อประเมินมาตรฐานซึ่งหากมีความพร้อมก็จะทำการเชิญ ICAO มาตรวจสอบมาตรฐานซ้ำได้ ซึ่งเชื่อว่า จะสามารถดำเนินการในขั้นตอนนี้ได้ในต้นปี 2560 แต่การที่จะสามารถปลดธงแดงได้เมื่อไรนั้น จะขึ้นอยู่กับการพิจารณา ICAO โดยในส่วนของ กพท. ทำได้แค่ตั้งเป้าหมายว่า การตรวจมาตรฐานรอบใหม่ ไทยจะต้องสามารถปลดธงแดงให้ได้ เพื่อไม่ให้ปัญหาดังกล่าวลากยาวไปกว่านี้

 

รีบเติมก่อนตี5 พรุ่งนี้ ปตท.-บางจาก ขึ้นเบนซิน 60 สต.ดีเซล ขยับ 50 สต.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.ย. 2559 17:41

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/720288

 

ข่าวร้าย!! ตี 5 พรุ่งนี้ ปตท.-บางจาก ขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซิน 60 สต./ลิตร ยกเว้น E85 ปรับเพิ่ม 40 สตางค์ และดีเซล ขยับ 50 สตางค์/ลิตร…

เมื่อวันที่ 12 ก.ย. บมจ.ปตท. และ บมจ.บางจากปิโตรเลียม ประกาศปรับขึ้นราคาขายปลีกกลุ่มน้ำมันเบนซิน 60 สตางค์/ลิตร ยกเว้น E85 ปรับขึ้น 40 สตางค์/ลิตร และดีเซล ปรับขึ้น 50 สตางค์/ลิตร โดยให้มีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น.วันที่ 13 ก.ย.

สำหรับราคาใหม่เป็นดังนี้ เบนซิน 95 ราคา 32.36 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 25.25 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 91ราคา 24.98 บาท/ลิตร E20 ราคา 22.74 บาท/ลิตร E85 ราคา18.39 บาท/ลิตร และดีเซล ราคา 23.69 บาท/ลิตร โดยราคานี้ยังไม่รวมภาษีท้องที่ของแต่ละจังหวัด.

 

หุ้นไทยปิดตลาดร่วงแรง 33.43 จุด ดัชนีที่ 1,411.85 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.ย. 2559 17:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/720263

 

หุ้นไทยปิดตลาดภาคบ่ายลดลง 33.43 จุด คิดเป็น -2.31% ดัชนีอยู่ที่ 1,411.85 จุด มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 53,983.22 ล้านบาท

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย วันที่ 12 ก.ย. 59 พบว่า หุ้นไทยปิดตลาดภาคบ่ายลดลง 33.43 จุด คิดเป็น -2.31% ดัชนีอยู่ที่ 1,411.85 จุด มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 53,983.22 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 2. ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) 4. ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และ 5. บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)

ทั้งนี้ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงไปกว่า 100 จุดในช่วงประมาณ 3 วันทำการ อาจจะมาจากปัจจัยภายในประเทศ.

 

ศก.ไทยอยู่ในช่วงฟื้นตัว คลัง จ่อชง ครม. คงภาษี VAT 7% อีก 1 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.ย. 2559 15:28

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/719973

 

คลัง เตรียมเสนอที่ประชุม ครม. พรุ่งนี้ (13 ก.ย.) ขยายเวลาลดภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่ 7% ต่ออีก 1 ปี หลัง ศก.ไทยยังอยู่ในช่วงการฟื้นตัว ประกอบกับส่งออก-ราคาสินค้าเกษตรยังอยู่ระดับต่ำ หวั่นเพิ่มภาระให้ ปชช.มากขึ้น…

เมื่อวันที่ 12 ก.ย. นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันอังคารนี้ (13 ก.ย.) พิจารณาขยายระยะเวลาการลดภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในอัตรา 7% ต่อไปอีก 1 ปี จากเดิมที่จะสิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย.นี้ เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในช่วงการฟื้นตัว ตลอดจนการส่งออก และราคาสินค้าเกษตรยังอยู่ในระดับต่ำ ดังนั้นหากมีการปรับขึ้นภาษี VAT ในขณะนี้อาจจะเป็นการเพิ่มภาระให้กับประชาชนมากขึ้นได้ ส่วนจะมีการปรับเพิ่มอัตราภาษีดังกล่าวหรือไม่ คงต้องให้ฝ่ายนโยบายเป็นคนตัดสินใจ ทุกอย่างต้องดูจังหวะที่เหมาะสมประกอบด้วย ส่วนแนวคิดว่าจะคงอัตรา VAT ไว้ที่ 7% เป็นการถาวรนั้นยังไม่มี

พร้อมระบุว่า การปรับขึ้นอัตราภาษี VAT ทุก 1% จะทำให้กรมสรรพากรมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 1 แสนล้านบาท จากปกติอยู่ที่ 7 หมื่นล้านบาท เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจประเทศมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกปี แม้ว่าจะต่ำกว่าศักยภาพก็ตาม

ทั้งนี้ มั่นใจว่า การจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ 2560 จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 1.82 ล้านล้านบาท เนื่องจากมองว่าเศรษฐกิจในปี 60 จะสามารถขยายตัวได้ดีกว่าในปีนี้ รวมถึงแนวโน้มราคาน้ำมันที่มีการประเมินไว้สูงกว่าในระดับปัจจุบัน และการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ โดยเฉพาะการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการจัดทำบัญชีเดียว ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนการทำงานที่สำคัญ

สำหรับภาพรวมการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพากรในปีงบประมาณ 2559 คาดว่าจะจัดเก็บได้ 1.75 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นเป้าหมายใหม่ที่กระทรวงการคลังได้ปรับประมาณการให้ต่ำกว่าเป้าหมาย เดิม 1.4 แสนล้านบาท อันเป็นผลมาจากราคาน้ำมันนำเข้าที่อยู่ในระดับต่ำ และการจัดเก็บภาษีปิโตรเลียมได้ต่ำกว่าเป้าหมาย.

 

ทางหลวงชนบท พัฒนา-สร้างทางจักรยาน กระตุ้นท่องเที่ยวพัทยา-ชลบุรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.ย. 2559 14:36

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/719768

 

ทางหลวงชนบท ดำเนินการพัฒนาเส้นทาง ระยะทางกว่า 13 กม. ตั้งแต่ทางหลวงหมายเลข 3–ทางหลวงหมายเลข 331 อ.บางละมุง พร้อมก่อสร้างทางจักรยาน หวังกระตุ้นท่องเที่ยวพัทยา-ชลบุรี …

วันที่ 12 ก.ย. 59 นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท กล่าวว่า ด้วยเมืองพัทยาเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก ที่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินิยมมาท่องเที่ยว นอกจากมีแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลแล้ว ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ เช่น วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร วิหารเซียน พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ ดังนั้น เมืองพัทยาจึงได้นำเส้นทางสายแยกทางหลวงหมายเลข 3 – ทางหลวงหมายเลข 331 อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว มาอยู่ในแผนแม่บทการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองพัทยา


โครงการจะเริ่มที่เส้นทางสายแยกทางหลวงหมายเลข 3 – ทางหลวงหมายเลข 331 อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

กรมทางหลวงชนบท จึงได้ทำการปรับปรุงเป็นเส้นทางดังกล่าว พร้อมสร้างทางจักรยาน สนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมการใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน หรือการสันทนาการ และส่งเสริมการท่องเที่ยว การชมทิวทัศน์อันเป็นเอกลักษณ์ที่สวยงามของแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมแบบครอบครัว

การก่อสร้าง มีจุดเริ่มต้นโครงการฯ เชื่อมกับถนนสุขุมวิท (ทางหลวงหมายเลข 3) ที่ กม.0+000 แนวทางมุ่งไปทางทิศตะวันออกผ่านสายทาง ชบ.1008 ผ่านสายทาง ชบ.3020 ผ่านสายทาง ชบ.5010 และผ่านสายทาง ชบ.1003 จนไปสิ้นสุดโครงการฯ ที่ กม.13+662 บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 331 ระยะทางรอบ 13.662 กิโลเมตร


โครงการปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 3 พร้อมสร้างทางจักรยาน

สำหรับรูปแบบการก่อสร้างสายดังกล่าว แบ่งออกเป็น 4 สายทาง ดังนี้

1. ช่วง ชบ.1008 จาก กม.ที่ 0+000 ถึง กม.ที่ 4+900 ก่อสร้างผิวจราจรแอสฟัลติกคอนกรีต ขนาด 2 ช่องจราจร ทางจักรยาน 2 ข้าง กว้างข้างละ 2.50 เมตร พร้อมก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 แห่ง ระยะทางก่อสร้าง 4.900 กิโลเมตร

2. ช่วง ชบ.3002 จาก กม.ที่ 5+100 ถึง กม.ที่ 6+467.205 ก่อสร้างผิวจราจรแอสฟัลติกคอนกรีต ขนาด 2 ช่องจราจร ระยะทางก่อสร้าง 1.367 กิโลเมตร

3. ช่วง ชบ.5010 จาก กม.ที่ 0+000 ถึง กม.ที่ 2+640.178 ก่อสร้างผิวจราจรแอสฟัลติกคอนกรีต ขนาด 2 ช่องจราจร ระยะทางก่อสร้าง 2.640 กิโลเมตร

4. ช่วง ชบ.1003 จาก กม.ที่ 4+800 ถึง กม.ที่ 9+544.972 ก่อสร้างผิวจราจรแอสฟัลติกคอนกรีต ขนาด 2 ช่องจราจร พร้อมทางจักรยาน กว้างข้างละ 2.50 เมตร ระยะทางก่อสร้าง 4.744 กิโลเมตร

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณปลายปี 2560 ใช้งบประมาณในการก่อสร้างรวม 144.950 ล้านบาท

 

สรรพากร เอาผิดแก๊งขายใบกำกับภาษีปลอม พบผู้ร่วมขบวนการทั้ง กทม.-ตจว.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.ย. 2559 14:26

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/719798

 

กรมสรรพากร เอาผิดแก๊งขายใบกำกับภาษีปลอม มูลค่าสินค้ากว่าพันล้านบาท พบผู้ร่วมขบวนการหลายราย ทั้ง กรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด เตรียมตรวจสอบ ขยายผลมาดำเนินการต่อไป …

วันที่ 12 ก.ย. 59 นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยถึงการจับกุมแก๊งขายใบกำกับภาษีปลอมว่า จากการสืบสวนพบว่า มีกลุ่มนิติบุคคลจำนวนหลายรายมีพฤติการณ์กระทำความผิด ด้วยการออกใบกำกับภาษีโดยไม่ได้มีการซื้อขายสินค้าจริง ถือเป็นการออกใบกำกับภาษีโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายให้แก่ผู้ประกอบการรายอื่นๆ เป็นจำนวนมาก โดยมีการประกอบธุรกิจขายวัสดุก่อสร้างบังหน้า ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวสร้างความเสียหายให้แก่รัฐเป็นอย่างยิ่ง จึงดำเนินการสืบสวนสอบสวน และเข้าตรวจค้นเมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2559

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบในเบื้องต้น พบว่ามีผู้ร่วมขบวนการอีกหลายรายทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยมีการยื่นยอดขายภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) บังหน้าเพื่อให้ดูสมจริง เป็นมูลค่าสินค้ากว่าพันล้านบาท ซึ่งความเสียหายที่แท้จริงนั้น อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบข้อมูลในคอมพิวเตอร์ โดยกรมสรรพากรจะขยายผลจากข้อมูลที่มีอยู่ในครั้งนี้ ติดตามไปสู่ผู้ที่ซื้อ และขายใบกำกับภาษีปลอมจากผู้ขายกลุ่มนี้มาดำเนินการต่อไป

สำหรับความผิดกรณีดังกล่าว สามารถแบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ กรณีที่ 1 ผู้ออกใบกำกับภาษีโดยไม่มีสิทธิ มีโทษทางอาญาตามมาตรา 90/4(3) แห่งประมวลรัษฎากร มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 200,000 บาท และโทษทางแพ่ง ต้องรับผิดเบี้ยปรับสองเท่าของภาษีตามมาตรา 89(6) และเงินเพิ่มตามมาตรา 89/1 ส่วนกรณีที่ 2 ผู้นำไปใช้ มีโทษทางอาญาตามมาตรา 90/4(7) แห่งประมวลรัษฎากร มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 200,000 บาท และโทษทางแพ่ง ต้องรับผิดเบี้ยปรับสองเท่าตามมาตรา 89(7) และเงินเพิ่ม ตามมาตรา 89/1

 

ร.ฟ.ท. ลุยปรับโฉมตู้โดยสารชั้น 3 รถไฟฟรีครั้งใหญ่ นำร่องรถเร็ว 8 ขบวน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.ย. 2559 12:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/719810

 

ร.ฟ.ท. เดินหน้าปรับปรุงขบวนรถโดยสารชั้น 3 รถไฟฟรี ครั้งใหญ่ นำร่องขบวนรถเร็ว 8 ขบวน ใน 4 เส้นทาง พร้อมเตรียมทยอยปรับปรุงรถไฟฟรีชานเมืองอีก 164 ขบวน ให้มีรูปโฉมทันสมัย อำนวยความสะดวก ปชช. ในการเดินทาง …

วันที่ 12 ก.ย.59 นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การรถไฟฯ ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และกระทรวงคมนาคม ในการพัฒนาบริการรถไฟให้มีความสะดวกสบาย รวดเร็ว สะอาด และปลอดภัย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและการเดินทางของประชาชนคนไทยของทั้งประเทศอย่างต่อเนื่อง และล่าสุด การรถไฟฯ ยังได้เตรียมดำเนินการปรับปรุงขบวนรถโดยสารชั้น 3 รถไฟฟรี ครั้งใหญ่ เพื่อมอบให้เป็นของขวัญแก่ประชาชนคนไทย ซึ่งคาดว่าจะเสร็จและเปิดให้บริการขบวนรถไฟโดยสารโฉมใหม่ ได้ในวันคล้ายวันสถาปนากิจการรถไฟฯ ก้าวเข้าสู่การให้บริการในปีที่ 120 วันที่ 26 มีนาคม 2560

ทั้งนี้ ขบวนรถโดยสารดังกล่าว จะมีการปรับปรุงในส่วนของรถไฟฟรีชั้น 3 ซึ่งพ่วงอยู่ในขบวนรถเร็ว 8 ขบวน ใน 4 เส้นทาง ได้แก่ ขบวนที่ 109 กรุงเทพ-เชียงใหม่ ขบวนที่ 102 เชียงใหม่-กรุงเทพ ขบวนที่ 171 กรุงเทพ-สุไหงโก-ลก ขบวนที่ 172 สุไหงโก-ลก-กรุงเทพ ขบวนที่ 133 กรุงเทพ-หนองคาย ขบวนที่ 134 หนองคาย-กรุงเทพ ขบวนที่145 กรุงเทพ-อุบลราชธานี และขบวนที่ 146 อุบลราชธานี-กรุงเทพ และจะทยอยดำเนินการปรับปรุงขบวนรถไฟชานเมือง ซึ่งเป็นรถไฟฟรี ที่เปิดให้บริการแก่ประชาชนวันละ 164 ขบวน ให้มีรูปโฉมทันสมัย สามารถอำนวยความสะดวกในการเดินทางได้ดียิ่งขึ้น


เบาะที่นั่งมีความสะดวกสบายมากขึ้น

สำหรับรายละเอียดการปรับโฉมขบวนรถไฟโดยสารครั้งใหญ่นี้ จะมีการปรับปรุงหลายส่วนด้วยกัน อาทิ การทำสีขบวนรถโดยสารทั้งภายในและภายนอกใหม่ การปรับปรุงห้องน้ำให้มีความสะอาด ปราศจากกลิ่นรบกวนระหว่างเดินทาง การปรับปรุงสภาพพื้นในตัวรถโดยสารให้มีความสะอาดแข็งแรง เบาะที่นั่งให้นั่งได้สะดวกสบาย การปรับปรุงพัดลมในรถโดยสารทุกคันและที่สำคัญจะมีการทำความสะอาด บิ๊กคลีนนิ่ง ในขบวนรถไฟโดยสารทุกคันอีกด้วย โดยการปรับโฉมรถโดยสารใหม่ครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งจากหลายโครงการที่การรถไฟฯ มุ่งยกระดับการให้บริการรถไฟ เพื่อให้กลับมาเป็นที่พึ่งของประชาชนคนไทยได้อีกครั้ง

 

กสทช. สั่งซัมซุง ระงับนำเข้า Galaxy Note 7 ลอตเรียกคืน มาจำหน่ายในไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.ย. 2559 11:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/719740

 

กสทช. มีหนังสือถึงซัมซุง ให้ระงับการนำเข้า Galaxy Note 7 ลอตที่ถูกเรียกคืนจากบริษัทแม่ มาจำหน่ายในไทย เพื่อความปลอดภัย ส่วนลอตที่ไม่มีปัญหาสามารถจำหน่ายได้ แต่ต้องมีผลทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยทางไฟฟ้ามาแสดง..

วันที่ 12 ก.ย. 59 นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบของ สำนักงาน กสทช. พบว่าปัจจุบันนี้ ยังไม่มีการนำเข้าโทรศัพท์เคลื่อนที่ Galaxy Note 7 เข้ามาในประเทศไทย และในวันนี้ (12 ก.ย. 2559) สำนักงาน กสทช. ได้มีหนังสือถึง บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ในฐานะผู้ยื่นขอใบรับรองมาตรฐานเครื่องโทรคมนาคม และอุปกรณ์ Galaxy Note 7 ให้ระงับการนำเข้า Galaxy Note 7 ลอตที่ถูกเรียกคืนจากบริษัท ซัมซุง เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยแล้ว เพื่อความปลอดภัย ซึ่งหลังจากนี้ บริษัทสามารถนำ Galaxy Note 7 ลอตที่ไม่มีปัญหาถูกเรียกคืนได้เข้ามาจำหน่ายได้ โดยต้องมีผลการทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยทางไฟฟ้า มาแสดงกับสำนักงาน กสทช. เพิ่มด้วย

พร้อมกันนี้ สำนักงาน กสทช. จะได้เร่งประสานกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ในการตรวจสอบอุปกรณ์ดังกล่าวต่อไป เพื่อให้ประชาชนได้ใช้อุปกรณ์โทรคมนาคมที่มีคุณภาพ

 

ทองเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ ราคาคงที่ รูปพรรณขาย 22,450

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.ย. 2559 09:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/719593

 

ราคาทองเปิดตลาดวันที่ 12 ก.ย. 59 คงที่ ทองแท่งรับซื้อบาทละ 21,850 ขายออกบาทละ 21,950 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 21,451.40 ขายออกบาทละ 22,450 บาท …

เมื่อวันที่ 12 ก.ย. 59 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.23 น. ราคาคงที่ ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 21,850.00 บาท ขายออกบาทละ 21,950.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 21,451.40 บาท ขายออกบาทละ 22,450.00 บาท

 

ส่งออกทองสูงเป็นประวัติการณ์ เหตุราคาโลกขยับขึ้น-เศรษฐีเพื่อนบ้านแห่ซื้อตุน!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 ก.ย. 2559 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/719438

 

นายกฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการร้านทองประเมินว่าปีนี้การส่งออกทองคำจะช่วยพยุงการส่งออกรวมของประเทศไทยได้ 3% หลังจากช่วง 7 เดือนแรกของปี (ม.ค.-ก.ค.59) ส่งออกทองคำมีมูลค่ารวมแล้วประมาณ 185,000 ล้านบาท ขยายตัวเกือบ 200% เนื่องจากผู้ประกอบการหันมาขยายตลาดส่งออกเพิ่มขึ้น เช่น ในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่ปัจจุบันมีเศรษฐีที่มีกำลังซื้อสูงเพิ่มขึ้นจำนวนมาก จากเดิมที่เน้นตลาดส่งออกไปสวิตเซอร์แลนด์, สิงคโปร์และฮ่องกง เป็นต้น ทั้งนี้หากคิดในรูปแบบเงินดอลลาร์สหรัฐฯช่วงเดือน ก.ค.59 ไทยส่งออกทองคำ 841 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 457.1% และรวม 7 เดือนส่งออกรวม 5,398 ล้านดอลลาร์ฯ เพิ่มขึ้น 196.6% โดยหากการส่งออกในภาพรวมไทยอยู่ที่ 122,183 ล้านดอลลาร์ฯ ลดลง 2.3% แต่หากหักทองคำออกการส่งออกภาพรวม 7 เดือนติดลบถึง 5.2%

“ปีนี้น่าจะส่งออกทองคำได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ มากกว่าช่วงที่ทองคำในประเทศแพงๆหรือราคาบาทละ 27,000 บาท โดยปัจจุบันหากนำทองคำรวมกับเครื่องประดับก็จะเป็นสินค้าส่งออกที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากสินค้ารถยนต์ และคาดว่าการส่งออกเฉพาะทองคำไทยช่วงที่เหลือของปีน่าจะอยู่ที่ 50,000 ล้านบาท”

นายกฤชรัตน์ยังกล่าวถึงการซื้อขายทองคำในประเทศปีนี้ว่า ยอมรับว่ายังซบเซาเพราะประสบปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวและหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นทำให้ประชาชนทั่วไปต้องประหยัดรายจ่าย แต่จะต่างจากนักลงทุนที่ซื้อไว้เก็งกำไรที่ยังคึกคักมาก เพราะอานิสงส์ราคาทองที่เพิ่มทำให้นักลงทุนได้กำไรจากต้นปีไปแล้ว 17-18% ส่วนสถานการณ์ราคาทองคำในประเทศคาดว่าปีนี้มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นไปที่บาทละ 23,000 บาทได้ แต่คงไม่ถึงระดับบาทละ 25,000 บาท แต่ในปี 60 ราคาน่าจะขึ้นไปที่ระดับบาทละ 24,000-25,000 บาทได้

นายกฤชรัตน์กล่าวถึงปัญหาร้านทองคำทั่วไปในขณะนี้ที่พบว่าบางร้านยังเจอแก๊งมิจฉาชีพนำทองยัดไส้ตะกั่วและเงินมาขาย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นร้านเล็กๆ แต่มีน้อยเพราะมีมาตรการตรวจสอบกันเข้มงวดแต่บางร้านไม่ทันระวังตัวโดยเฉพาะทองน้ำหนักไม่มากเช่น น้ำหนัก 1 สลึง, 2 สลึง และ 1 บาท.