เสริมแกร่งให้ ผู้ประกอบการไทย DITP จับมือ EXIM ก้าวไกลสู่ตลาดต่างประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 12 ก.ย. 2559 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/717363

 

DITP จับมือ EXIM BANK ลงนามร่วมในบันทึกความร่วมมือ เสริมแกร่งให้ผู้ประกอบการไทย สร้างศักยภาพมุ่งสู่ตลาดอินเตอร์

นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการร่วมลงนามในบันทึกความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กับ นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เพื่อแลกเปลี่ยนความร่วมมือในการพัฒนา ส่งเสริม สนับสนุน และให้ความช่วยเหลือ แก่ผู้ประกอบการการค้าระหว่างประเทศของไทย เพื่อออกไปดำเนินธุรกรรมการค้าและการลงทุนในต่างประเทศ พร้อมกันนี้ ยังได้กำหนดแนวทางการบูรณาการ ผ่านการตั้งคณะทำงานร่วมกัน ในการกำหนดแผนดำเนินงานและติดตามผลการทำงานเป็นระยะ โดยในเบื้องต้นจะมีความร่วมมือเป็นรูปธรรม

โดยบันทึกความร่วมมือฉบับนี้ ระบุว่า EXIM BANK ยินดีที่จะให้การสนับสนุนในรูปของส่วนลดพิเศษ สำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัล Prime Minister’s Export Award (PM Award) ของกรมฯ เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการที่มีผลงานดีเด่น และจะพิจารณาขยายผลสิทธิประโยชน์ดังกล่าว ให้กับกลุ่มผู้ประกอบการที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thailand Trust Mark (TTM) และ Demark โดยจะเปิดตัวสิทธิประโยชน์ดังกล่าวในงาน Thailand Innovation and Design Expo (TIDE) 2016  ของกรมฯ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-18 กันยายน 2559 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
EXIM BANK จะร่วมมือกับกรมฯ บ่มเพาะองค์ความรู้เชิงลึก แก่ผู้ประกอบการส่งออก โดยเฉพาะด้านการประกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนและการส่งออก EXIM BANK ยินดีให้ส่วนลดพิเศษสำหรับผู้ส่งออก โดยชำระเบี้ยประกันแค่ 1,500 บาทต่อวงเงินสัญญาหรือการส่งออกไม่เกิน 5 แสนบาท ซึ่งเหมาะสมแก่ผู้ประกอบการ SMEs อย่างยิ่ง


สำหรับด้านการส่งเสริมผู้ประกอบการ ให้มีโอกาสไปประกอบธุรกิจและลงทุนในต่างประเทศ (Outward Investment) นั้น ปัจจุบัน EXIM BANK ให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบการไทยที่ไปลงทุนในต่างประเทศ รวมถึงการประกันความเสี่ยงจากการลงทุนซึ่งครอบคลุมทั่วโลก โดย EXIM BANK จะเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ เพื่อประชาสัมพันธ์และให้คำปรึกษาทางการเงิน แก่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรมกับกรมฯ ในทุกเวที

นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และ EXIM BANK จะแลกเปลี่ยนข่าวประชาสัมพันธ์ เพื่อเผยแพร่ให้เข้าถึงผู้ประกอบการมากขึ้น เพื่อแจ้งข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์และได้รับการส่งเสริมการตลาด ขยายช่องทางการค้า เข้าถึงสินเชื่อทางการเงิน และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นทั้งด้านการค้าและการลงทุนอย่างครบวงจร

 

สคบ.ห่วงสารตกค้างในคอหมูย่าง!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 ก.ย. 2559 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/719433

 

ร.ต.ไพโรจน์ คนึงทรัพย์ รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า สคบ.เป็นห่วงกรณีของสารตกค้างในเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะในเนื้อหมูที่ผู้บริโภคมักนิยมนำไปทำเป็นคอหมูย่าง เพราะส่วนใหญ่หมูที่เกษตรกรเลี้ยงจะถูกฉีดยาเข้าบริเวณคอ หากไม่รอให้ฤทธิ์ของยาหมดตามกำหนดเวลาแล้วนำมาเชือดเพื่อบริโภค อาจมีความเสี่ยงที่จะได้รับสารตกค้างเกิดขึ้นได้ ดังนั้น สคบ.จะไปหารือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ไปทำความเข้าใจกับเกษตรกรถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น พร้อมขอความร่วมมือสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ช่วยสุ่มตรวจเนื้อสัตว์ที่นำมาจำหน่ายด้วย “ผู้บริโภคบางคนอาจไม่รู้มาก่อนว่าคอหมูย่างที่นิยมรับประทาน มีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับสารตกค้างจากการใช้ยาซึ่งเกิดจากกระบวนการเลี้ยงหมู ซึ่งเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูบางรายอาจฉีดยาเข้าไปที่คอแล้วก็นำหมูไปโรงเชือดเลย อาจทำให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภคได้ และที่ผ่านมาก็เคยพบข้อมูลว่ามีผู้บริโภคบางคนพบว่ามีเข็มฉีดยาหักอยู่บริเวณคอหมูที่ปรุงสุกมาแล้ว เรื่องนี้ต้องช่วยกันหาทางป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายกับผู้บริโภค”

นายอำพล วงศ์ศิริ เลขาธิการ สคบ.กล่าวว่า สคบ.ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเรื่องนี้ และพยายามหาทางป้องกันด้วยการร่วมมือกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ ล่าสุดได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการเฝ้าระวังสินค้าและบริการที่ไม่ปลอดภัยและการทดสอบสินค้าเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคระหว่าง สคบ.กับ 8 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นความร่วมมือด้านการเฝ้าระวังสินค้าและบริการที่ไม่ปลอดภัยแบบบูรณาการร่วมกัน สำหรับกรณีข้อกังวลเรื่องสารตกค้างในอาหารนั้น ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)ได้ยกประเด็นนี้ขึ้นมา หลังจากสังคมให้ความสำคัญและตื่นตัวมากในเรื่องอาหารปลอดภัยและรณรงค์เรื่องการเอายาปฏิชีวนะออกจากอาหาร โดยให้ลดและเลิกใช้ยาปฏิชีวนะในกระบวนการเลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นอาหารที่ตกค้างเกิดอันตรายต่อผู้บริโภค.

 

ซึมยาว! บัตรเครดิตขาลง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 ก.ย. 2559 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/719425

 

ผู้สื่อข่าวรายงานจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า ธปท.ได้ประกาศข้อมูลธุรกิจบัตรเครดิตล่าสุดเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ปริมาณการใช้จ่ายรวมผ่านบัตรเครดิตยังคงชะลอตัวลงต่อเนื่อง โดยในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมามีการใช้จ่ายผ่านบัตรทั้งสิ้น 140,000 ล้านบาท ลดลง 820 ล้านบาทเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยประชาชนที่ใช้บัตรเครดิตของธนาคารพาณิชย์ มียอดการใช้จ่ายลดลง 1,130 ล้านบาท ขณะที่การใช้จ่ายผ่านบัตรของบริษัทประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (นอนแบงก์) เพิ่มขึ้น 312 ล้านบาท ขณะที่ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นทำให้คนหันไปท่องเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เดือน ก.ค.มียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในต่างประเทศมีทั้งสิ้น 10,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 482 ล้านบาท สำหรับการเบิกเงินสดล่วงหน้าอยู่ที่ 16,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,080 ล้านบาท

ธปท.ยังได้รายงานสินเชื่อบัตรเครดิตในเดือน ก.ค.ว่ามีทั้งสิ้น 314,000 ล้านบาท ลดลงจากเดือนก่อนหน้า 1,090 ล้านบาท เป็นการลดลงของธนาคารพาณิชย์ถึง 1,450 ล้านบาท ขณะที่นอนแบงก์ยังคงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 355 ล้านบาท เหตุผลเพราะธนาคารพาณิชย์มีความระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อมากขึ้นเพราะห่วงหนี้เสีย ทั้งนี้ ในเดือน ก.ค.มีจำนวนบัตรเครดิตในระบบทั้งสิ้น 22.60 ล้านใบ เพิ่มขึ้น 26,000 ใบ แต่เป็นการเพิ่มขึ้นจากผู้ประกอบการที่เป็นนอนแบงก์ทั้งหมด 90,700 ใบ แต่บัตรเครดิตของธนาคารพาณิชย์กลับลดลง 70,600 ใบ เนื่องจากแบงก์เข้มงวดคุณภาพผู้สมัครบัตรเครดิตมากขึ้น.

 

นักลงทุนไทยเศร้าเพียง7วันหุ้นร่วง103จุด มาร์เก็ตแคปลดความมั่งคั่งหาย 1 ล้านล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 ก.ย. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/719420

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นับตั้งแต่ต้นเดือน ก.ย.เป็นต้นมา ที่ตลาดหุ้นไทยเริ่มปรับตัวลงมาอย่างต่อเนื่อง 7 วันทำการ พบว่าดัชนีหุ้นไทยได้ปรับตัวลงแล้วรวม 103.16 จุด และผลจากดัชนีหุ้นที่ปรับตัวลดลงทำให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ตลาดหุ้นไทยลดลง 1 ล้านล้านบาท หรือจาก ณ วันที่ 31 ส.ค.59 มาร์เก็ตแคปอยู่ที่ระดับ 14.96 ล้านล้านบาท ล่าสุด ณ วันที่ 9 ก.ย. 59 เหลืออยู่ที่ 13.96 ล้านล้านบาท นั่นหมายถึงความมั่งคั่งของนักลงทุนในตลาดหุ้นได้หายวับไปทันทีภายใน 7 วันทำการถึง 1 ล้านล้านบาท

โดยพบว่า นักลงทุนสถาบันในประเทศเป็นผู้ขายสุทธิหลักถึง 8,173 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนต่างชาติเป็นผู้ซื้อสุทธิหลัก 8,829 ล้านบาท และ 3,620 ล้านบาทตามลำดับ นอกจากนี้ยังพบว่านับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิสะสม 118,000 ล้านบาท ขณะที่บัญชีหลักทรัพย์หรือพอร์ตโบรกเกอร์ซื้อสุทธิ 18,000 ล้านบาท ส่วนนักลงทุนสถาบันในประเทศขายสุทธิ 42,000 ล้านบาท และนักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ 94,000 ล้านบาทตามลำดับ

นายวิน พรหมแพทย์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาสถาบันในประเทศขายสุทธิหุ้นไทยค่อนข้างมาก โดยเชื่อว่ามุมมองผู้จัดการกองทุนประเมินว่าช่วงนี้ควรเป็นการเข้าซื้อสะสมมากกว่า แต่แรงขายส่วนใหญ่มาจากผู้ถือหน่วยที่เริ่มทยอยขายทำกำไร โดยไถ่ถอนหน่วยลงทุนหลังดัชนีหุ้นปรับตัวขึ้นและบางส่วนมีความกังวลว่าต่างชาติจะขายหุ้นไทย หลังจากเริ่มขายสุทธิในตลาดหุ้นอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์แล้ว อย่างไรก็ตาม บลจ.ซีไอเอ็มบีฯไม่ได้เทขายหุ้นออกมาอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ มองตลาดระยะสั้นคงเป็นช่วงการปรับฐานใหม่ หลังหุ้นไทยปรับตัวขึ้นดีที่สุดในโลก โดยเพิ่มขึ้นกว่า 100-200 จุด แต่มองช่วงนี้เป็นจังหวะที่ดี ในการเข้าสะสมกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเกษียณอายุ (RMF).

 

สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย จัดหลักสูตร A to Z to build Winning Brand Concepts

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 12 ก.ย. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/719585

 

เมื่อสินค้าหรือบริการใหม่อยู่ในมือ ไม่รู้จะทำอะไรต่อดี…

มีกี่วิธีที่จะหาแนวคิด (Brand Concept) ให้ได้ เพื่อให้ “ โดนใจ” ผู้บริโภคเป้าหมายให้มากที่สุด เพื่อนำไปเตรียมตัวทำแผนการตลาดที่กระชับและได้ผลจริง….

Brand Concept ไม่ใช่โฆษณาแต่เป็นมากกว่านั้น… เป็นจุดยืนของแบรนด์ที่ต้องใช้การตอกย้ำเป้าหมายซ้ำๆ กับผู้บริโภค จนได้ผล ทำอย่างไรจะได้มาซึ่งแบรนด์คอนเซปต์ที่ยอดเยี่ยมนี้?

“แบรนด์คอนเซปต์” ที่ยอดเยี่ยม ทำอย่างไร

แบรนด์คอนเซปต์ที่ยอดเยี่ยมจะทำให้แบรนด์ยั่งยืน เพราะความชัดเจน โดดเด่นในหัวใจของผู้บริโภค กลุ่มเป้าหมาย มาเรียนรู้ที่จะสร้างสรรค์ให้เป็นด้วย Work shop ในหลักสูตรนี้ มีคำตอบให้คุณแน่ วันที่ 3-4 ตุลาคม 2559….

สามารถดูค่าใช้จ่ายหลักสูตร และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.marketingthai.or.th/ หรือ โทร. 0-2679-7360-3

 

ไอซีทีเดินหน้าเคลียร์ปมดาวเทียม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 ก.ย. 2559 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/719415

 

นายอุตตม สาวนายน รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ในวันจันทร์ที่ 12 ก.ย.นี้ จะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงแนวทางการกำกับกิจการดาวเทียมสื่อสารของประเทศ หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบในหลักการเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนรายละเอียดในแนวทางการบริหารจัดการในระยะยาวนั้น กระทรวงไอซีทีจะต้องไปดำเนินการจัดทำ และนำความเห็นของหน่วยงานต่างๆ มาประกอบการพิจารณาด้วย เพื่อความรอบคอบและถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การนำเสนอแนวทางการกำกับและบริหารกิจการดาวเทียมล่าสุดนั้น เนื่องจากไอซีทีต้องเร่งนำเสนอแนวทางก่อนสัญญาสัมปทานดาวเทียมไทยคมในปัจจุบันจะสิ้นสุดในระยะ 5 ปีข้างหน้าคือปี 2564 ซึ่งในเบื้องต้นจะเจรจากับไทยคมให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญาอย่างครบถ้วน ทั้งดาวเทียมไทยคม 4, 5, 6 ส่วนดาวเทียมไทยคม 7 และ 8 และดวงต่อๆไป ที่จะต้องเปิดเสรีนั้นจะต้องดำเนินการภายใต้สัญญาสัมปทานต่อไปก่อน แต่เมื่อสัญญาสัมปทานสิ้นสุดลงกระทรวงไอซีทีก็ต้องเจรจาหาเอกชนที่เชี่ยวชาญมาดำเนินงาน และต้องเสนอผลตอบแทนให้รัฐในอัตราที่เหมาะสม เพราะภาครัฐไม่มีความชำนาญการบริหารงานดาวเทียมได้.

 

สหรัฐฯตรวจยิบ-ปฏิเสธนำเข้า 13 รายการ สินค้าไทยไม่ได้มาตรฐาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 ก.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/719410

 

สินค้าไทยถูกสหรัฐฯตรวจพบไม่ได้มาตรฐานเดือน มิ.ย. 37 ครั้ง ปฏิเสธนำเข้าสินค้า 13 รายการ จากผู้ประกอบการ 27 ราย ทั้งอาหาร ยา เครื่องสำอาง “พาณิชย์” เตือนผู้ส่งออกปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบ หวั่นกระทบส่งออกไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (เอฟดีเอ) ได้เผยแพร่รายงาน Import Refusal Report เรื่องการปฏิเสธการนำเข้าสินค้าจากไทยในเดือน มิ.ย.59 โดยเอฟดีเอตรวจพบว่ามีสินค้าจากไทยที่ไม่ได้มาตรฐานและไม่เป็นไปตามข้อตกลง 37 ครั้ง เพิ่มขึ้น 54.17% จากเดือน พ.ค.59 ที่พบมีสินค้าจากไทยไม่ได้มาตรฐาน 13 ครั้ง และประกาศปฏิเสธการนำเข้าสินค้าที่ส่งออกจากผู้ประกอบการไทย 27 ราย เพิ่มขึ้น 51.85% จากเดือน พ.ค.59 ที่ผู้ประกอบการไทยถูกปฏิเสธการนำเข้า 14 ราย

สำหรับสินค้าที่ตรวจพบไม่ได้มาตรฐานและไม่เป็นไปตามข้อตกลง เป็นสินค้าเกี่ยวกับการอุปโภคบริโภครวม 13 รายการ ได้แก่ มะขาม ถูกตรวจพบว่ามีฝุ่นละอองหรือสิ่งสกปรก เน่าเสีย ไม่เหมาะจะเป็นอาหารเพื่อการบริโภค, มะขามแห้ง มีฝุ่นละออง หรือสิ่งสกปรกเจือปน เน่าเสีย ไม่ติดฉลากข้อมูลที่ชัดเจนให้แก่ผู้บริโภคและไม่ถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับ, ปลาทูน่า พบมีฝุ่นละอองหรือสิ่งเจือปน เน่าเสีย ไม่เหมาะที่จะเป็นอาหารเพื่อบริโภค

นอกจากนี้ ยังมีกะทิ ถูกพบมีฝุ่นละอองมีสิ่งเจือปน เน่าเสีย โดยสินค้าถูกผลิต แปรรูป หรือบรรจุหีบห่อภายใต้สภาวะที่ไม่ถูกสุขอนามัย อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ และไม่ติดฉลากโภชนาการที่ถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับ, มะพร้าว ถูกพบว่าเป็นสินค้าที่ถูกผลิต แปรรูป หรือบรรจุหีบห่อภายใต้สภาวะที่ไม่ถูกสุขอนามัย ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ, น้ำพริก มีสารตกค้างปนเปื้อนที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และไม่ถูกต้องตามระเบียบ

ขณะเดียวกัน ยังพบครีมบำรุงผิวหน้า ติดฉลากผลิตภัณฑ์ไม่ถูกต้องตามระเบียบและข้อบังคับของเครื่องสำอาง, เข็มฉีดยา ฉลากผลิตภัณฑ์ไม่ถูกต้องตามระเบียบและข้อบังคับ, ข้าวโพด ถูกผลิต แปรรูป หรือบรรจุหีบห่อภายใต้สภาวะไม่ถูกสุขอนามัย ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ, ยา ฉลากผลิตภัณฑ์ไม่ถูกต้องตามระเบียบและข้อบังคับของกฎหมาย Food Drug and Cosmetic Act โดยกระบวนการผลิต การเตรียม การประกอบ การเพิ่มปริมาณของผลิตภัณฑ์ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียน ไม่ปรากฏชื่อยาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนรายการสินค้าภายใต้กฎระเบียบดังกล่าวและไม่ได้ขึ้นทะเบียนยาใหม่ ฉลากผลิตภัณฑ์ไม่มีข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษที่ครบถ้วนถูกต้องตามระเบียบ

รวมทั้งใบชา ฉลากผลิตภัณฑ์ไม่ถูกต้องตามระเบียบและข้อบังคับของกฎหมาย Food Drug and Cosmetic Act และฉลากผลิตภัณฑ์ไม่มีข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษที่ครบถ้วนถูกต้องตามกฎระเบียบ, เครื่องสำอาง ฉลากผลิตภัณฑ์ไม่ถูกต้องตามระเบียบและข้อบังคับ และอาหารสัตว์ โดยสินค้าถูกผลิต แปรรูป หรือบรรจุหีบห่อภายใต้สภาวะที่ไม่ถูกสุขอนามัย ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

อย่างไรก็ตาม กระทรวงเตือนผู้ประกอบการไทยควรเพิ่มความระมัดระวังในการผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐาน และปฏิบัติตามข้อบังคับการนำเข้าสินค้าของสหรัฐฯอย่างเคร่งครัด เพื่อที่จะสามารถส่งออกไปยังสหรัฐฯได้อย่างราบรื่น โดยไม่ถูกปฏิเสธการนำเข้าสินค้า ไม่เช่นนั้นจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมการส่งออกไทย เพราะสหรัฐฯมีมาตรการตรวจสอบที่เข้มงวด เพื่อดูแลความปลอดภัยของผู้บริโภค หากสินค้าไทยผลิตได้ตามมาตรฐาน จะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์สินค้าไทยในภาพรวมด้วย

ขณะเดียวกัน เดือน มิ.ย.59 สหภาพยุโรป (อียู) ได้เผยแพร่รายงานปัญหาการนำเข้าสินค้าเกษตรของไทย โดยพบว่า สินค้าเกษตร และอาหารของไทยมีปัญหารวม 4 รายการ โดยเยอรมนี ได้ตรวจสอบสินค้าที่วางขายในท้องตลาด และพบสารตกค้างฮีสตามีนในปลาปากคมหางจุด ซึ่งได้นำออกจากชั้นวางสินค้าแล้ว ส่วนเนเธอร์แลนด์ตรวจพบซากแมลงในลูกเดือย และสหราชอาณาจักรตรวจสอบ ณ ด่านนำเข้าสินค้า พบเชื้อซาลโมเนลลาในไก่หมักเกลือแช่แข็ง และพบปัญหาจากการควบคุมอุณหภูมิไม่เหมาะสมในไก่แปรรูปแช่แข็ง สำหรับช่วง 6 เดือน (ม.ค.-มิ.ย.) ปีนี้ อียูตรวจพบสินค้าอาหาร และเกษตรจากไทยที่ไม่ปลอดภัยทั้งหมด 35 ครั้ง.

 

นิปปอนเพนต์ รับรางวัล “สถานประกอบการดีเด่น”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 12 ก.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/719603

 

นายทวีชัย ตังธนาวิรุตม์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นิปปอนเพนต์ (ประเทศไทย) จำกัด กลุ่มธุรกิจสีพ่นซ่อมรถยนต์ รับโล่รางวัล และใบประกาศเกียรติคุณ “สถานประกอบการดีเด่นด้านการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน ประจำปี 2558” ในโอกาสที่ร่วมสนับสนุนและพัฒนาวิชาชีพช่างสีรถยนต์สู่ความเป็นมืออาชีพ โดยมี นางสาวบุปผา สุวรรณวรางกูล ผอ.กองยุทธ์ศาสตร์และเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ร่วมแสดงความยินดีด้วย ณ สโมสรทหารบก เมื่อเร็วๆ นี้

 

‘บางกอกแอร์เวย์ส’ ประกาศ ห้ามผู้โดยสารใช้โน้ต 7 บนเครื่องบินเด็ดขาด!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.ย. 2559 14:48

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/718975

 

สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ประกาศ ห้ามผู้โดยสารใช้งานสมาร์ทโฟนซัมซุง (Samsung) รุ่น GALAXY NOTE 7 บนเครื่องบินเด็ดขาด และห้ามเก็บไว้ในสัมภาระที่ฝากใต้ท้องเครื่อง หากพบว่าสมาร์ทโฟนแตกเสียหาย กรุณาแจ้ง พนง.ต้อนรับทันที…

เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส แจ้งว่า ตามที่ได้มีประกาศของสำนักงานบริหารความปลอดภัยด้านการบินของสหภาพยุโรป (EASA) และสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (FAA) เกี่ยวกับการแจ้งเตือนผู้โดยสาร เรื่อง การใช้งานสมาร์ทโฟนซัมซุงรุ่น GALAXY NOTE 7

ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสารทุกท่าน สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส จึงขอความร่วมมือจากผู้โดยสารไม่เปิดใช้งาน หรือชาร์จแบตเตอรี่สมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าว ระหว่างการเดินทางในเที่ยวบิน และห้ามผู้โดยสารเก็บสมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าวของท่านไว้ในสัมภาระที่ฝากใต้ท้องเครื่อง (Checked Baggage) หากท่านพบว่า สมาร์ทโฟนของท่านแตกหักเสียหาย มีควัน หรือมีความผิดปกติใดๆ ขอความกรุณาแจ้งต่อพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินให้ทราบโดยทันที ทั้งนี้ เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดของทางสายการบินฯ.

 

ฟูจิซังอาย! เทสต์ไดรฟ์ “พรีอุส-คราวน์” ลองระบบความปลอดภัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.ย. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/716125

 

กิจกรรม “2016 Toyota Technology Media Trip” ในญี่ปุ่นฐานบัญชาการใหญ่ของโตโยต้าทั่วโลก วันแรกหลังจากคณะสื่อมวลชนไทยและอีกหลายชาติได้ทดสอบ “ไดรฟ์วิ่ง ซิมูเลเตอร์” และชมทดสอบการชนโตโยต้าพรีอุสกันไปแล้วนั้น


ฉากหลังของสนาม “FUJI SPEEDWAY” ในวันอากาศดี

คราวนี้ ก็ถึงเวลายืดเส้นยืดสาย โดยคณะสื่อย้ายสถานที่ไปยังสนามขับขี่ทดสอบ “MOBILITA” แต่ยังคงอยู่ภายในบริเวณของสนามแข่งรถ “FUJI SPEEDWAY” ที่มีภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลัง เพื่อขับขี่รถทดสอบระบบความปลอดภัยต่างๆ ซึ่งโตโยต้าได้ให้ความสำคัญและภูมิใจนำเสนอ เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่และลดอุบัติเหตุทางถนน


ฟูจิซังคงอาย วันนี้มองไม่เห็นยอดอันสวยงาม

โตโยต้าให้ทดลองขับขี่รถไฮบริด 2 รุ่น คือ พรีอุสและคราวน์ เพื่อทดสอบระบบความปลอดภัย นั่นก็คือ 1. “พีซีเอส” หรือ (Pre-Collision System หรือ PCS) 2. “เอบีเอส” หรือ (Anti-Lock Brake System หรือ ABS) และ 3. “วีซีเอส” (Vehicle Stability Control หรือ VCS)


สนามสำหรับทดลองขับขี่ในวันนี้

สำหรับ “PCS” เป็นระบบช่วยหลีกเลี่ยงการชน โดยระบบนี้ ทำงานร่วมกับสัญญาณเรดาร์และกล้องตรวจจับความเร็วสูง ซึ่งกรณีตรวจจับได้ ที่ปกติมักจะเป็นยานพาหนะอื่นๆ นำหน้า ขณะที่ผู้ขับขี่ยังไม่ได้เบรก ระบบจะสั่งเบรกอัตโนมัติ เป็นการเบรกทันท่วงทีเพื่อลดอุบัติเหตุ


“PCS” เบรกอัตโนมัติหลีกเลี่ยงการชน!

“เอบีเอส” ซึ่งคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว ถูกติดในรถโตโยต้าจนแทบจะเป็นระบบสแตนดาร์ดนั้น เป็นระบบป้องที่กันการเบรกจนล้อล็อกตายแล้วเกิดการลื่นไถล ทำให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมทิศทางรถได้ในขณะเหยียบเบรกกะทันหัน


เบรกกึก! ปลอดภัยได้ดั่งใจคิด

ส่วน “VCS” เป็นระบบป้องกันอุบัติเหตุจากถนนลื่น และลดการแฉลบของรถ นับว่า ช่วยเพิ่มเสถียรภาพและควบคุมการทรงตัว ใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับการหมุนของล้อร่วมกับ ABS และเซ็นเซอร์อื่นๆ ทำงานอัตโนมัติที่เซ็นเซอร์จับสัญญาณได้ว่า รถลื่นไถล พร้อมลดความเร็วรอบเครื่องยนต์เพื่อให้เกิดแรงดึงรถกลับไปในทิศทางที่ผู้ขับขี่ต้องการ


“VCS” ป้องกันอุบัติเหตุจากถนนลื่น

สรุปรวบยอดทั้ง PCS, ABS และ VCS คือเทคโนโลยีระบบความปลอดภัยอีกชุดหนึ่งของโตโยต้า ซึ่งติดตั้งในรถทุกรุ่นที่ขายในญี่ปุ่น สหรัฐฯ และยุโรป ส่วนในเอเชียรวมทั้งไทยติดตั้งแล้วในรถบางรุ่น เฉพาะในไทยคือ โตโยต้า คัมรี่ไฮบริดโฉมล่าสุด และกำลังดำเนินการจะใส่ในรถรุ่นอื่นๆ ต่อไป


โตโยต้าจัดเต็มเทคโนโลยีความปลอดภัย

“2016 Toyota Technology Media Trip” ในญี่ปุ่นยังมีต่ออีก ส่วนจะเป็นอะไรนั้น อดใจรอตอนต่อไป.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
– ชนจังๆ ‘พรีอุส’ เจนฯ 4! ‘โตโยต้า’ โชว์ทดสอบการชน มาดูสภาพ