ผุดโรงไฟฟ้า “พลังงานทดแทนทับสะแก” กฟผ.จัดเต็ม!! โซลาร์เซลล์ กังหันลม ก๊าซชีวภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 31 ส.ค. 2559 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/706814

 

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ขนานเครื่องโครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนทับสะแก ซึ่งประกอบด้วยโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดกำลังผลิต 5 เมกะวัตต์ เข้าระบบจำหน่าย เพื่อความเสริมมั่นคงระบบไฟฟ้าและสนองนโยบายรัฐในการนำพลังงานหมุนเวียนมาผลิตไฟฟ้ามากขึ้น พร้อมติดตามความคืบหน้างานวิจัยและพัฒนาต้นแบบโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพจากหญ้าเนเปียร์ ขนาดกำลังผลิต 500 กิโลวัตต์ งานวิจัยการผลิตไฟฟ้ากังหันลมแกนนอน ขนาด 250 กิโลวัตต์ และอาคารศูนย์การเรียนรู้ด้านพลังงานโรงไฟฟ้า


เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2559 นายรัตนชัย นามวงศ์ รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้า (รวพฟ.) เป็นประธานในพิธีขนานเครื่องโครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนทับสะแก ซึ่งประกอบด้วย โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดกำลังผลิต 5 เมกะวัตต์ เข้าระบบจำหน่าย และติดตามความคืบหน้างานวิจัยและพัฒนาต้นแบบโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพจากหญ้าเนเปียร์ ขนาดกำลังผลิต 500 กิโลวัตต์ และงานวิจัยการผลิตไฟฟ้ากังหันลมแกนนอน ขนาด 250กิโลวัตต์ และอาคารศูนย์การเรียนรู้ด้านพลังงานโรงไฟฟ้า ณ โครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนทับสะแกตำบลนาหูกวาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์


กฟผ. ได้ดำเนินโครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนทับสะแก ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาพลังงานทดแทน 15 ปี (พ.ศ. 2551-2565) ของประเทศ เพื่อสนองนโยบายของภาครัฐ ในการนำพลังงานหมุนเวียนมาผลิตไฟฟ้า ซึ่งประกอบด้วย โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดกำลังผลิต 5 เมกะวัตต์ งานวิจัยและพัฒนาต้นแบบโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพจากหญ้าเนเปียร์ ขนาดกำลังผลิต 500 กิโลวัตต์ งานวิจัยการผลิตไฟฟ้ากังหันลมแกนนอน ขนาด 250 กิโลวัตต์ และอาคารศูนย์การเรียนรู้ด้านพลังงานโรงไฟฟ้า


สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดกำลังผลิต 5 เมกะวัตต์ นั้น ประกอบด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ 4 ชนิด คือ ชนิดผลึกซิลิคอน (Crystalline Silicon: c-Si) จำนวน 1 เมกะวัตต์ ติดตั้งบนตัวตามดวงอาทิตย์ โดยใช้ระบบติดตามดวงอาทิตย์ที่พัฒนาโดย กฟผ. ซึ่งติดตั้งใช้งานแล้วที่โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เขื่อนสิรินธรและระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนทุ่นลอยน้ำโดยใช้ระบบติดตามดวงอาทิตย์แบบถ่วงน้ำหนักด้วยน้ำที่เขื่อนศรีนครินทร์ ผลการใช้งานจากทั้งสองแห่งได้ผลดีตามที่ได้ออกแบบไว้ โครงการนี้จึงเป็นการขยายผลการใช้งานจากผลงานวิจัยของ กฟผ. ชนิดอะมอร์ฟัสซิลิคอน (Amorphous Silicon: a-Si) จำนวน 2 เมกะวัตต์ ชนิดคอปเปอร์ อินเดียม (แกลเลี่ยม)ไดเซเลไนด์ (Copper Indium (Gallium) Di-Selenide: Cl(G)S) จำนวน 1 เมกะวัตต์ และชนิดไมโครคริสตัลไลน์ อะมอร์ฟัสซิลิคอน (Micro Crystalline Amorphous Silicon: µc/a-Si) จำนวน 1 เมกะวัตต์

อีกทั้งได้ติดตามความคืบหน้างานวิจัยและพัฒนาต้นแบบโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพจากหญ้าเนเปียร์ ขนาดกำลังผลิต 500 กิโลวัตต์ งานวิจัยการผลิตไฟฟ้ากังหันลมแกนนอน ขนาด 250 กิโลวัตต์ รวมถึงอาคารศูนย์การเรียนรู้ด้านพลังงานโรงไฟฟ้า

www.egat.co.th

 

ธปท.ห่วงคนไทยไม่มีทางห่างไกลหนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 31 ส.ค. 2559 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/707415

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยบทความ “มองมาตรการภาครัฐและหนี้ครัวเรือนผ่านข้อมูลเครดิตบูโร” ว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลไทยได้ใช้มาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก ซึ่งไม่เพียงส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่ยังส่งผลต่อสภาวะทางการเงินของครัวเรือน ซึ่งมีนัยสำคัญต่อเสถียรภาพทางการเงินของประเทศด้วย งานวิจัยของ ธปท.เรื่องนี้ได้วิเคราะห์มาตรการภาครัฐและหนี้ครัวเรือนเชิงลึก โดยใช้ข้อมูลเชิงสถิติของสินเชื่อบุคคลรายสัญญาจากเครดิตบูโร ซึ่งมาจากสถาบันการเงินกว่า 89 แห่ง และครอบคลุมรายละเอียดของหนี้และประวัติการชําระหนี้ของผู้กู้กว่า 16 ล้านคนทั่วประเทศ หรือกว่า 85% ของสินเชื่อครัวเรือนทั้งระบบตั้งแต่ปี 2552 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 7 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจไทย

โดยพบว่า 61.2% ของหนี้ในระบบกระจุกตัวอยู่กับครัวเรือนเพียง 10% เท่านั้น และตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา ทุกพื้นที่มีการขยายตัวของหนี้ครัวเรือนต่อหัว แต่ด้วยระดับที่ไม่เท่ากัน โดย 64% ของปริมาณหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นจากผู้กู้ใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในระบบ โดยพบว่าครัวเรือนมีการกู้เพื่อซื้อทรัพย์สินเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรถยนต์และจำนวนผู้กู้ที่มีสินเชื่อมากกว่าหนึ่งสัญญาก็ขยายตัวมากขึ้นด้วย ซึ่งส่วนหนึ่งพบว่าอาจเป็นผลมาจากมาตรการภาครัฐ

งานวิจัยนี้ยังได้ระบุถึงโครงการรถคันแรกในช่วงปี 2554-2555 เป็นกรณีศึกษา โดยระบุว่าโครงการดังกล่าวจัดเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจประเภทหนึ่ง โดยทำผ่านสินค้าคงทน (Durable Goods Stimulus) กลไกของการสร้างแรงจูงใจในรูปตัวเงินให้คนซื้อสินค้าคงทนในช่วงเวลาที่รัฐบาลกำหนด ทำให้เกิดการยืมความต้องการใช้จ่ายในอนาคตมาใช้ใน ปัจจุบัน โดยงานวิจัยนี้พบว่าโครงการรถคันแรกได้ส่งผลกระทบทางลบต่อความสามารถการชำระหนี้ และแนวโน้มการสร้างหนี้ใหม่ของผู้เข้าร่วมโครงการ และพบว่าผู้เข้าร่วมโครงการมีแนวโน้มผิดนัดชำระหนี้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังการซื้อรถคันแรก ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่สินเชื่อรถคันแรกเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงสินเชื่ออื่นๆของผู้ร่วมโครงการด้วย ซึ่งสะท้อนผลกระทบทางลบดังกล่าว อาจจะลดประสิทธิผลของการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบเดียวกันในอนาคต และบั่นทอนเสถียรภาพการเงินในระยะยาว.

 

หุ้นสหรัฐฯ ร่วง จากแรงฉุดกลุ่มเทคโนโลยี-แอปเปิลถูกเรียกภาษีย้อนหลัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 ส.ค. 2559 05:58

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/707449

 

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ลดลงในวันอังคาร หลังจากสหภาพยุโรปออกคำสั่งเรียกเก็บภาษีย้อนหลังจากบริษัท แอปเปิล ถึง 1.3 ล้านยูโร ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้แก่เจ้าหน้าที่ในสหรัฐฯ อย่างมาก…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 30 ส.ค. ในแดนลบ โดยดัชนีดาวโจนส์ลดลง 48.69 จุด หรือ 0.26% ปิดที่ 18454.30 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 4.26 จุด หรือ 0.20% ปิดที่ 2176.12 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กลดลง 9.34 จุด หรือ 0.18% ปิดที่ 5222.99 จุด

หลังมีข่าวถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง หุ้นของบริษัท แอปเปิล ลดลง 0.8% นอกจากนี้ บริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ ก็ปิดในแดนลบ เช่น ไมโครซอฟท์ และ เอชพี ลดลง 0.4% ส่วนบริษัท อัลฟาเบท อิงค์ ลดลง 0.5% ขณะที่บริษัทกลุ่มปิโตรเลียมบางส่วนลดลง เนื่องจากราคาน้ำมันดิบยังคงขยับลงอย่างต่อเนื่อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
– อียูแฉเทคนิคเลี่ยงภาษีของ ‘แอปเปิล’ ในยุโรป อึ้งจ่ายแค่ 0.005%

 

สมัคร SCB พร้อมเพย์ รับสมาร์ทโฟน 4G ฟรี…ไม่ต้องลุ้น!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 31 ส.ค. 2559 05:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/707710

 

นางปิติพร พนาภัทร์ (ที่ 3 จากขวา) รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด Partnership and Business Development และนางสาวอัญชลี จรัสยศวุฒิชัย (ที่ 2 จากขวา) ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารสายผลิตภัณฑ์บัตรเครดิต ธนาคารไทยพาณิชย์ พร้อมด้วย ดร.กิตติณัฐ ทีคะวรรณ (ที่ 3 จากซ้าย) หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่ม ด้านการพาณิชย์ และนายนนทิ ศัพทเสวี (ที่ 2 จากซ้าย) รองผู้อำนวยการสายงานพัฒนาธุรกิจ และการพาณิชย์ (ธุรกิจโมบาย) บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมเปิดตัวแคมเปญสมัคร SCB พร้อมเพย์ รับสมาร์ทโฟน 4G ฟรี…ไม่ต้องลุ้น!! จากทรูมูฟ เอช ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการผนึกกำลังมอบสิทธิพิเศษ สำหรับลูกค้า ทรูมูฟ เอช และธนาคารไทยพาณิชย์ เพียงสมัคร SCB พร้อมเพย์ ใช้เบอร์มือถือ และ/หรือเลขประจำตัวประชาชนมาผูกบัญชีเงินฝากธนาคารไทยพาณิชย์ พร้อมสมัครแพ็กเกจรายเดือนตามเงื่อนไขที่กำหนดจากทรูมูฟ เอช โดยผ่อนแพ็กเกจรายเดือน 0% นานสูงสุด 24 เดือน ผ่านระบบแบ่งจ่าย SCB ดีจัง กับบัตรเครดิตไทยพาณิชย์ และบัตรกดเงินสด สปีดี้ แคช รับฟรีทันที! โทรศัพท์มือถือ Huawei P9 Plus, Samsung Galaxy Note 7, Samsung Galaxy S7 Edge, และ iPhone และอีกหลากหลายรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน-31 ตุลาคมนี้

 

สินเชื่อบ้าน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย บ้านแบบไหน โครงการไหน ก็กู้ได้



ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 31 ส.ค. 2559 05:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/708274

 

ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก เริ่มต้นเพียง 3.33%
สำหรับพนักงานที่มีรายได้ประจำ วงเงินกู้ 2 ล้านบาทขึ้นไป
สินเชื่อบ้าน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย สมัครออนไลน์ ที่ www.cimbthai.com 

ถึง 30 กันยายน นี้

 

ว้าว! ข้าวสต๊อกรัฐขายออก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 31 ส.ค. 2559 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/707405

 

เอกชนแห่ยื่นซองพร้อมควัก 8.4 พันล้านจ่าย

นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า การเปิดให้ยื่นซองเสนอราคาข้าวสารสต๊อกรัฐบาลปริมาณ 1 ล้านตัน แบ่งเป็นการประมูลทั่วไปปริมาณ 750,000 ตัน เมื่อวันที่ 29 ส.ค.59 มีผู้มายื่นซองเสนอราคา 13 ราย โดยเสนอราคาสูงสุด 8 ราย ใน 28 คลัง ปริมาณ 750,000 ตัน มูลค่าที่เสนอซื้อ 7,403 ล้านบาท ส่วนการเปิดประมูลทั่วไปและเข้าอุตสาหกรรม ปริมาณ 255,000 ตัน วันที่ 30 ส.ค.59 มีผู้มายื่นซองเสนอราคา 10 ราย โดยเสนอ ราคาสูงสุด 7 ราย ใน 18 คลัง ปริมาณ 169,000 ตัน คิดเป็นสัดส่วน 66.12% ของปริมาณที่เปิดระบายทั้งหมด มูลค่า 1,024 ล้านบาท

“รวมมีผู้มายื่นซองเสนอราคาสูงสุดทั้งสองส่วน 15 ราย ปริมาณข้าว 919,000 ตัน มูลค่า 8,427 ล้านบาท ซึ่งคณะทำงานพิจารณาการระบายข้าวจะประชุมในวันที่ 1 ก.ย.นี้ ว่า ราคาที่เสนอซื้อสูงสุดผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ (ฟอร์แวลู) ที่คณะทำงานกำหนดไว้หรือไม่ จากนั้นจะนำผลสรุปเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) อนุมัติขายภายในต้นเดือน ก.ย.”

สำหรับการเปิดระบายข้าวรอบต่อไปยังอยู่ระหว่างการพิจารณา เพราะมีปัจจัยรอบด้านมากขึ้น เช่น ผลผลิตข้าวฤดูกาลใหม่ที่ทยอยออกมาช่วงปลายปีนี้ ซึ่งอาจต้องติดตามสถานการณ์แบบวันต่อวัน หากสถานการณ์พอไปได้ ก็อาจระบายข้าวเพื่อการส่งออก.

 

บิ๊กซี รับมอบประกาศนียบัตร ระบบคุณภาพมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2013

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 31 ส.ค. 2559 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/707720

 

บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ นับเป็นห้างค้าปลีกเจ้าแรกที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2005 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2012 และเมื่อ ISO ได้ออกมาตรฐานเวอร์ชั่นใหม่ ISO/IEC 27001:2013 เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2013 บิ๊กซี ได้อัพเกรดระบบเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐาน จนได้รับการรับรองมาตราฐาน ISO/IEC 27001:2013 จากบริษัท บูโร เวอริทัส เซอทิฟิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการด้านการตรวจประเมิน และให้ใบรับรองในด้านคุณภาพ สุขอนามัย และความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม ระดับโลก โดยมาตรฐานดังกล่าว ครอบคลุมในส่วนของระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานและอุปกรณ์สนับสนุนการดำเนินงาน

ดร.บัณฑิต รุ่งเจริญพร รองประธานกรรมการฝ่ายข้อมูลสารสนเทศ เปิดเผยว่า “บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์” ได้ให้ความสำคัญกับระบบข้อมูลสารสนเทศเป็นอย่างมาก เพราะถือว่าเป็นสินทรัพย์สำคัญ และเป็นหัวใจหลักของการประกอบธุรกิจค้าปลีก จึงได้มีการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยของระบบข้อมูล เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลและสารสนเทศ จะยังถูกเก็บรักษาไว้ได้อย่างครบถ้วนและปลอดภัย โดยล่าสุด บริษัทฯ ได้ผ่านการรับรอง ตามมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2013 ระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security Management System : ISMS) อีกครั้ง โดยการตรวจสอบและรับรองจาก บริษัท บูโร เวอริทัส เซอทิฟิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการด้านการตรวจประเมินและให้ใบรับรองในด้านคุณภาพ สุขอนามัย และความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม รายใหญ่ของโลก”

“บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ได้ผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO 27001:2013 ในครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นการรักษามาตรฐานในด้านระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูลขององค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันให้พ้นจากภัยคุกคาม รวมถึงความเสี่ยงในรูปแบบต่างๆ ในโลกของการติดต่อสื่อสารแบบไร้พรมแดน ทั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าและคู่ค้าของเรา อีกทั้ง ยังได้มีการจัดทำแผนรับมือกับเหตุฉุกเฉินต่างๆ เพื่อลดความสูญเสีย และทำให้เราสามารถอยู่เคียงข้างพี่น้องชาวไทยให้สมกับที่เป็น ห้างคนไทยหัวใจคือลูกค้า” ดร.บัณฑิต กล่าวสรุป

 

“สิงห์อมควัน” บนรถแท็กซี่มีหนาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 31 ส.ค. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/707400

 

ดีเดย์ 1 ก.ย.คนขับ-คนนั่ง “สูบบุหรี่” เจอปรับ 2 พัน

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ตั้งแต่ 1 ก.ย.นี้เป็นต้นไป ขนส่งทางบกได้กำหนดให้รถแท็กซี่ทั่วประเทศปลอดบุหรี่ 100% ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ.2535 ที่กำหนดให้รถแท็กซี่เป็นเขตปลอดบุหรี่ ห้ามสูบบุหรี่ในรถแท็กซี่ ไม่ว่าจะมีผู้โดยสารหรือไม่ก็ตามและขอให้เจ้าของรถแท็กซี่ต้องแสดงเครื่องหมายเขตปลอดบุหรี่ (ห้ามสูบบุหรี่) ภายในรถของตน

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกกำหนดให้รถแท็กซี่ทุกคันทั่วประเทศต้องติดเครื่องหมายเขตปลอดบุหรี่ (ห้ามสูบบุหรี่) ไว้ที่คอนโซลบริเวณที่นั่งผู้โดยสารตอนหน้าภายในรถให้ผู้โดยสารสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน และหากรถแท็กซี่ที่ไม่ติดเครื่องหมายห้ามสูบบุหรี่ จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ.2535 มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท และผู้ขับรถแท็กซี่หรือผู้โดยสารที่ฝ่าฝืนสูบบุหรี่ มีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ.2535 ปรับไม่เกิน 2,000 บาท นอกจากนั้น คนขับแท็กซี่จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 ปรับไม่เกิน 1,000 บาทด้วย

โดยขนส่งทางบกจะตรวจสอบให้มีการติดเครื่องหมายเขตปลอดบุหรี่ (ห้ามสูบบุหรี่) ในบริเวณที่กำหนดจึงจะผ่านการตรวจสภาพรถเพื่อต่อภาษีประจำปี โดยเจ้าของรถสามารถจัดหาสติกเกอร์ตามแบบเครื่องหมายที่ประกาศกำหนดต้องมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า พื้นสีขาว ขนาดความกว้างไม่น้อยกว่า 9 เซนติเมตร ความสูงไม่น้อยกว่า 12.5 เซนติเมตร โดยมีเส้นกรอบสีแดงกว้างไม่น้อยกว่า 0.2 เซนติเมตร และมีวงกลมพื้นสีขาวขอบสีแดงมีรูปมวนบุหรี่ตรงกลางและมีเส้นสีแดงคาดทับ ระบุข้อความ “ห้ามสูบบุหรี่”

หากพบเห็นผู้ขับรถแท็กซี่ฝ่าฝืนสูบบุหรี่บนรถ สามารถร้องเรียนที่ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน โทร.1584 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยระบุรายละเอียด เช่น สีรถ หมายเลขทะเบียนรถหรือชื่อผู้ขับรถ พร้อมทั้งวัน เวลา และสถานที่เกิดเหตุ เพื่อการติดตามตัวผู้กระทำความผิดได้อย่างรวดเร็ว.

 

ครม.เพิ่มเขี้ยวเล็บ ปตท.แข่งตลาดโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 31 ส.ค. 2559 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/707399

 

ไฟเขียวตั้งบริษัทลูกที่ลอนดอน เว้นระเบียบรัฐวิสาหกิจ ปตท.สผ.

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการขออนุมัติจัดตั้งบริษัทลูกของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ภายใต้ชื่อ บริษัท PTT International Trading London Ltd. โดยบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นทั้งหมด ภายใต้ทุนจดทะเบียน 21 ล้านบาท และคาดว่าภายใน 10 ปี จะมีกำไร 800 ล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มีเป้าหมายในการเป็นบริษัทพลังงานไทยชั้นนำข้ามชาติ ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ในการสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานให้กับประเทศไทย ควบคู่การขยายฐานการค้าไปยังภูมิภาคทั่วโลก ในขณะที่ปัจจุบันตลาดภูมิภาคตะวันตกของโลกจะเริ่มมีบทบาทมากขึ้น จากการที่ประเทศสหรัฐฯ เปลี่ยนสถานะเป็นผู้ส่งออก น้ำมันดิบของโลก โรงกลั่นในภูมิภาคยุโรปต้องทยอยปิดกิจการ เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น จึงต้องมีการนำเข้าจากภูมิภาคตะวันออกที่มีการขยายโรงกลั่นใหม่ที่มีขนาดใหญ่ มีการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปมากขึ้น

สถานการณ์ดังกล่าวเป็นโอกาสและความจำเป็นที่ ปตท.ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ระหว่างประเทศจากยึดภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นหลัก ขยายตลาดไปยังกลุ่มภาคตะวันตกของโลก เพื่อดำเนินธุรกิจการค้าระหว่างประเทศที่ครอบคลุมทั่วโลก สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากโอกาสทางการค้าที่เพิ่มขึ้นเพื่อนำรายได้จากต่างประเทศเข้าสู่ประเทศไทย สร้างมูลค่าเพิ่มทางการค้าและเสริมสร้างความมั่นคงในการจัดหาพลังงานของประเทศไทยควบคู่ไปด้วย

นอกจากนี้ ครม.เห็นชอบให้บริษัท ปตท. สผ. ดำเนินธุรกิจโดยไม่นำคำสั่งกฎระเบียบข้อบังคับและมติคณะรัฐมนตรีที่ใช้บังคับรัฐวิสาหกิจทั่วไปมาใช้บังคับกับบริษัท แต่ให้บริษัทจัดให้มีกฎระเบียบข้อบังคับของตนเอง โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับพัสดุการงบประมาณ การเงิน การบัญชี และการบริหารงานบุคคล โดยให้เป็นไปตามมาตรฐานระดับเดียวกันกับบริษัท น้ำมันนานาชาติชั้นนำ และจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ปตท.ก่อนใช้บังคับ.

 

รัฐยังไม่เบื่อ! อัดสินเชื่อเกษตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 31 ส.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/707395

 

ครม.ยกเครื่อง 2 กฎหมายเล็งดัดหลังพ่อค้าขี้ฉ้อ

ครม.ผ่านร่าง พ.ร.บ. 2 ฉบับ ยกเครื่องมาตรฐานสินค้าอุตสาหกรรมและเกษตร ปิดช่องโหว่พ่อค้าลักไก่แจ้งนำเข้าสินค้ามาใช้เองส่วนตัว แต่กลับเอาไปขายประ-ชาชน พร้อมเปิดช่องเพิ่มมาตรฐานสินค้าเกษตร จัดเต็มไฟเขียวหนุนโครงการเกษตร แปลงใหญ่ 3,250 ล้านบาท และบริหารจัดการมันสำปะหลังอีก 4,800 ล้านบาท

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างกฎหมาย 2 ฉบับ เกี่ยวกับการควบคุมมาตรฐานของสินค้า ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ของกระทรวงอุตสาหกรรม และร่าง พ.ร.บ.มาตรฐานสินค้าเกษตร ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่ง เป็นการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายฉบับเดิมให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และลดปัญหาคอขวดในขั้นตอนการดำเนินงานต่างๆ ให้เกิดความสะดวกมากขึ้น โดยหลังจากผ่านการเห็นชอบจาก ครม.แล้ว จะส่งให้สำนักงานคณะ กรรมการกฤษฎีกาตรวจ ก่อนส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป

สำหรับ ร่าง พ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มีสาระสำคัญกับการช่วยปิดช่องโหว่เรื่องมาตรฐานบังคับสำหรับการนำเข้าผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เพราะในอดีตถ้าเป็นสินค้านำเข้าที่นำมาใช้เองจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องขออนุญาต แต่ก็มีบางรายที่แจ้งนำสินค้าเข้ามาใช้เอง แต่กลับนำไปใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง และใช้สินค้าที่ไม่มีมาตรฐานจนส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค ดังนั้น กฎหมายที่ออกมานี้จึงอุดช่องโหว่ด้วยการ กำหนดให้สินค้านำเข้าต้องขออนุญาตก่อน โดยที่ยกเว้นจะมีเพียงสินค้าที่นำมาเพื่อการศึกษา วิจัย และเป็นตัวอย่าง และการนำเข้ามาเป็นส่วนประกอบเพื่อการส่งออก

นอกจากนั้น ยังแก้ไขการออกประกาศมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมจากเดิมที่ต้องออกเป็น พ.ร.ฎ. ซึ่งใช้เวลานาน ให้รัฐมนตรีเป็นผู้ประกาศแทน โดยถ้าเป็นมาตรฐานบังคับจะช่วยลดเวลาจากเดิม 542 วัน เหลือเพียง 180 วัน ส่วนมาตรฐานทั่วไปจะลดจากเดิม 390 วัน เหลือ 150 วัน เพื่อให้สินค้าที่มีความจำเป็นและสำคัญ ต่อเศรษฐกิจของไทยได้รับประกาศที่รวดเร็วขึ้น

ส่วน ร่าง พ.ร.บ.มาตรฐานสินค้าเกษตร มีสาระสำคัญกำหนดให้การนำเข้าสินค้าเกษตรจากต่างประเทศที่มีมาตรฐานใกล้เคียงกับมาตรฐานบังคับตามมาตรา 29 วรรคหนึ่งของไทย สามารถนำเข้ามาได้โดยไม่ต้องมีใบรับรองมาตรฐานบังคับจากไทยเพิ่มอีก เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับการนำเข้าสินค้า ไม่เกิดความล่าช้า นอกจากนี้ ได้กำหนดเรื่องเครื่องหมายรับรองจากเดิมที่มี 2 แบบคือ เครื่องหมายบังคับที่ต้องมีการแสดง และเครื่องหมายสมัครใจ ซึ่งต่อไปจะมีสินค้าที่เป็นที่ต้องการของตลาดออกมามาก และไม่ได้มีเครื่องหมายมารองรับอย่างชัดเจน เช่น สินค้าออ– แกนิก และสินค้าฮาลาล ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการแก้ไขข้อกำหนดในกฎหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

วันเดียวกัน นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ครม.ยังเห็นชอบโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อพัฒนาระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ โดยมีวงเงินสินเชื่อจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จำนวน 3,250 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปี 2560-2562 ทั้งนี้ รัฐบาลจะชดเชยดอกเบี้ยให้กับ ธ.ก.ส.ในอัตรา 3% ต่อปี รวมวงเงินชดเชยจำนวน 228.60 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารโครงการอีก 8 ล้านบาท ส่วนกลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และสหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการ จะเสียดอกเบี้ยในอัตรา 0.01% ต่อปี

โดยเกษตรกรที่รวมกลุ่มกันจะนำสินเชื่อไปใช้ในการจัดหาปัจจัยการผลิต เช่น พันธุ์ปุ๋ย สารชีวภัณฑ์ เครื่องจักรกลขนาดเล็ก หรือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนรวบรวมผลผลิต บริหารจัดการน้ำ หรือพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โรงเรือน ลานตาก รวมถึงการจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ โดยมีกลุ่มเป้าหมายมีจำนวน 650 แปลง ธ.ก.ส.จะเป็นผู้อนุมัติสินเชื่อให้แปลงละไม่เกิน 5 ล้าน บาท คาดว่าจะลดต้นทุนการผลิตได้ 20% และเพิ่มผลผลิตได้ 20%

นอกจากนี้ ครม.ยังได้อนุมัติแนวทางการ บริหารจัดการมันสำปะหลังปี 2559-2560 สินเชื่อรวม 4,800 ล้านบาท รัฐชดเชยดอกเบี้ยรวม 567 ล้านบาท ประกอบด้วย 4 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการ ลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง 3% ต่อปี รายละไม่เกิน 80,000 บาท เป็นเวลา 6 เดือน 2.โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกมันสำปะหลังในระบบน้ำหยด อัตราดอกเบี้ย 4% ต่อปี วงเงินกู้รายละไม่เกิน 230,000 บาท วงเงิน สินเชื่อรวม 2,300 ล้านบาท 3.โครงการสินเชื่อเพื่อ รวบรวมมันสำปะหลังและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบัน เกษตรกร คิดดอกเบี้ยในอัตรา 1% ต่อปี วงเงินสินเชื่อ 1,500 ล้านบาท และ 4.โครงการสินเชื่อเพื่อยกระดับ มาตรฐานการผลิตและแปรรูปมันสำปะหลัง คิดดอกเบี้ย 3% ต่อปี วงเงินสินเชื่อ 1,000 ล้านบาท.