งานคือเงิน 31/08/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย หมึกเขียว 31 ส.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/706240

 

ความขยัน และอดทนไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคและปัญหาไม่มีวันสูญเปล่า

หมึกเขียว ส่งกำลังใจให้ คนสู้ชีวิต ก้าวสู่ความสำเร็จในเร็ววัน ส่วนที่ยังเล็งหา ตำแหน่งงานดีๆ แวะเวียนมาได้เช่นเคยที่ งานคือเงิน

คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล รับ อาจารย์ 1 อัตรา ภาควิชาศึกษาศาสตร์ วุฒิ ปริญญาเอก ทาง ด้าน สิ่งแวดล้อมศึกษาจากมหาวิทยาลัยในประเทศ หรือต่างประเทศที่ ก.พ. รับรอง มีความเชี่ยวชาญ หรือ ประสบการณ์เกี่ยวกับกระบวนการวิจัยที่นำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ใหม่หรือนวัตกรรมทางสิ่งแวดล้อมศึกษา (Environmental Education Innovation) หรือ นวัตกรรมทางการศึกษา (Education Innovation) ที่สอดคล้องกับการศึกษาเพื่อการ พัฒนาที่ยั่งยืน (Education for Sustainable Development:ESD) มีความรู้ และทักษะด้านภาษาอังกฤษ (อ่าน–พูด–ฟัง–เขียน) ระดับดีมาก สนใจติดต่อที่ งานบริหารทั่วไป สำนักงานคณบดี คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา นครปฐม 73170 โทร. 0-2800-2840 (-60) ต่อ 1006 ถึง 31 ส.ค.นี้

มหาวิทยาลัยศิลปากร สังกัดภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ รับ อาจารย์ 1 อัตรา วุฒิ ปริญญาเอก สาขาวิชา ประวัติศาสตร์เอเชีย ต้องมีความเชี่ยวชาญหรือทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ ปริญญาโท สาขาวิชา ประวัติศาสตร์และกำลังศึกษาระดับปริญญาเอก โดยทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และต้องกำลังทำวิทยานิพนธ์ปีสุดท้าย โดยมีจดหมายรับรองจากอาจารย์ที่ปรึกษา หรือ ปริญญาโท สาขาวิชาประวัติศาสตร์โดยมีความเชี่ยวชาญหรือทำวิทยานิพนธ์/สารนิพนธ์ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีงานวิจัยหรือบทความวิชาการต่อเนื่องหลังจากสำเร็จการศึกษา (ต้องสำเนาตัวอย่างงานวิจัยหรือบทความวิชาการส่งพร้อมใบสมัคร), อาจารย์ 1 อัตรา วุฒิ ปริญญาเอก สาขาวิชา ประวัติศาสตร์ โดยมีความเชี่ยวชาญหรือทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ทุกสาขา ยกเว้นประวัติศาสตร์ไทย ทั้งสองตำแหน่งต้องมีคะแนนสอบความสามารถภาษาอังกฤษอย่างใดอย่างหนึ่งตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยศิลปากรกำหนดไว้ สนใจดาวน์โหลดใบสมัครที่ http://www.arts.su.ac.th สมัครที่ กองการเจ้าหน้าที่ชั้น 7 สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170 โทร. 0-2849-7500 ต่อ 31704 หรืองานการเจ้าหน้าที่ ชั้น 2 สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จ.นครปฐม โทร. 0-3425-3840 (-4) ต่อ 22142 หรือ สำนักงานเลขานุการ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัย ศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จ.นครปฐม โทร. 0-3425-5097 ถึง 5 ก.ย.นี้

สำนักงานบริหารทรัพยากรบุคคล สภากาชาดไทย ขยายเวลารับ หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาระบบสารสนเทศ (เจ้าหน้าที่ระบบงานคอมพิวเตอร์ 7) จำนวน 1 อัตรา กลุ่มงานพัฒนาระบบสารสนเทศ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ อายุ 30 ปีขึ้นไป วุฒิ ปริญญาโท สาขาวิชา วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ ระบบสารสนเทศ ทางคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ วิทยาการคอมพิวเตอร์ กรณีเป็นเจ้าหน้าที่สภากาชาดไทยต้องดำรงตำแหน่งในระดับ 6 มาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ปี และมีเงินเดือนขั้นต้นของระดับ 7 มีความรู้ความสามารถด้าน Computer Language อย่างน้อย 2 ภาษา XML PHP มีความรู้ความชำนาญ DBMS, SDLC, SQL Statement Structure S stem Design Programing MySQL มีความรู้ด้านบริหารจัดการ งานวิเคราะห์ ออกแบบ Testing Program แก้ไขระบบโปรแกรม และการควบคุมงานระดับ Project มีประสบการณ์การทำงาน 5 ปีขึ้นไป โดยต้องผ่านการบริหารมาแล้วอย่างน้อย 2 ปี ควรผ่านการเขียน พัฒนาโปรแกรมมาแล้ว ไม่ต่ำกว่า 1 งาน และทำงานตำแหน่งนักวิเคราะห์ระบบมาแล้วอย่างน้อย 3 ปี (หากมีผลงานนำเสนอจะพิจารณาเป็นพิเศษ) มีความสามารถทักษะทางภาษาอังกฤษในการสื่อสารได้, เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป 3–5 จำนวน 1 อัตรา ฝ่ายบริหารงานทั่วไป สำนักงานยุวกาชาด อายุไม่เกิน 35 ปี วุฒิ ปริญญาตรี ด้าน สังคมทุกสาขา ได้แก่ สังคมวิทยา มนุษยวิทยา มนุษยศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ นิเทศศาสตร์ รัฐศาสตร์ ศิลปศาสตร์ บริหารธุรกิจ พาณิชยศาสตร์ การจัดการ การบัญชี การศึกษา จิตวิทยา อักษรศาสตร์ เป็นต้น (หากจบสาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจจะพิจารณาเป็นพิเศษ) สามารถใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรม Microsoft Office (Word, Excel) Internet และระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสนับสนุนการทำงานต่างๆ อย่างดี มีความรู้ความสามารถในการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานภายในและภายนอกอย่างดี, เจ้าหน้าที่ระบบงานคอมพิวเตอร์ 3–5 จำนวน 1 อัตรา กลุ่มงานคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่าย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ อายุไม่เกิน 40 ปี วุฒิ ปริญญาตรี/ ปริญญาโท สาขา วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ มีประสบการณ์ปฏิบัติงาน 1 ปีขึ้นไป มีความรู้ Hardware Network & Security และ E–mail มีความรู้ด้าน Infrastructure It และ Routing Protocol ต่างๆ มีประสบการณ์ในการติดตั้งหรือใช้งานอุปกรณ์เครือข่ายคอมพิวเตอร์ เช่น Router, Switch สามารถเขียนแผน/โครงการ Project base, Project Management จัดทำคู่มือเอกสารและรายงานต่างๆได้ มีความสามารถ ทักษะภาษาอังกฤษในการสื่อสารได้, เจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี 3–5 จำนวน 1 อัตรา ฝ่ายบริหารงานทั่วไป ศูนย์ดวงตา อายุไม่เกิน 35 ปี วุฒิ ปริญญาตรี/ปริญญาโท ทาง การเงิน การบัญชี พาณิชยศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ที่มีการศึกษาวิชาบัญชีมาแล้วไม่น้อยกว่า 9 หน่วยกิต มีความรู้ ความสามารถทางด้านการเงินและการบัญชี สามารถใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรม Microsoft Office (Word/Excel) Internet และโปรแกรมประมวลผลทางด้านการเงิน การบัญชี อย่างดี (หากมีประสบการณ์ด้านการจัดทำบัญชีงบดุลจะพิจารณา เป็นพิเศษ) สามารถทำงานนอกเวลาราชการ และเดินทางไปปฏิบัติงานต่างจังหวัดได้ กรณีได้รับคัดเลือกต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกันตามหลักเกณฑ์สภากาชาดไทย กำหนดวงเงินค้ำประกันจำนวน 200,000 บาท ทุกตำแหน่งหากเป็นเพศชายต้องปลดพันธะทางทหารประจำการแล้ว หรือเป็นทหารกองหนุน, หัวหน้าหน่วย เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป 6 จำนวน 1 อัตรา หน่วยกิจการกิจกรรมนักศึกษา ฝ่ายทะเบียนและนักศึกษา วิทยาลัยการพยาบาลสภากาชาดไทย เพศหญิง อายุ 30–50 ปี วุฒิ ปริญญาตรี/ปริญญาโท ทางการพยาบาล การศึกษา สังคมศาสตร์ หรือสาขาวิชาอื่นที่เกี่ยวข้อง กรณีเป็นเจ้าหน้าที่สภา กาชาดไทยต้องดำรงตำแหน่งในระดับ 5 มาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับ 4 มาแล้วไม่น้อยกว่า 47 ปี ในรายงานที่เริ่มต้นจาก ระดับ 3 โดยจะต้องปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี และต้องมีใบอนุญาตจากผู้บังคับ บัญชาให้มาสมัครสอบ สามารถใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรม Microsoft Office และ Internet อย่างดี (หากมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง กับงานนักศึกษา การบริหารจัดการจะพิจารณาเป็นพิเศษ) สมัครที่ฝ่ายบริหารงานบุคคลและทะเบียนประวัติ สำนักงานบริหารทรัพยากรบุคคล สภากาชาดไทย ชั้น 3 อาคารเฉลิม บูรณะนนท์ เลขที่ 1871 ถนนอังรีดูนังต์ แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 โทร. 0-2256-4054, 08-9938-9155 หรือสมัครทางออนไลน์ที่ http://jobtrc.redcross.or.th 5 ก.ย.นี้

คณะวิทยาศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รับ อาจารย์ 1 อัตรา สังกัดภาควิชาเคมี วุฒิ ปริญญาเอก สาขาวิชา เคมีเชิงฟิสิกส์ หรือสาขาวิชาอื่นที่เกี่ยวข้อง ต้องมีผลคะแนนการทดสอบภาษาอังกฤษ TOEFL (PBL) อย่างน้อย 600 คะแนน หรือเทียบเท่า หากมีคะแนน TOEFL (PBL) ตั้งแต่ 500 แต่ไม่ถึง 600 คะแนนต้องเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับการเรียนการสอน ตามที่สถาบันกำหนด สนใจติดต่อที่ งานบริหารทรัพยากรบุคคล ส่วนสนับสนุนวิชาการ คณะวิทยาศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โทร. 0-2329- 8000 (-99) ต่อ 3589, 0-2329-8400 (-11) ต่อ 208 ถึง 5 ก.ย.นี้

คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขยายเวลารับ เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ (นโยบายและแผน) P7 จำนวน 1 อัตรา ปฏิบัติงานในงานนโยบายและแผน ฝ่ายบริหาร วุฒิ ปริญญาตรีทุกสาขาวิชา ต้องมีผลการทดสอบภาษาอังกฤษ อย่างใดอย่างหนึ่งที่ไม่เกิน 2 ปี ได้แก่ TOEIC ไม่น้อยกว่า 400 คะแนน, CULI–TEST ไม่น้อยกว่า 40 คะแนน, CU–TEP ไม่น้อยกว่า 40 คะแนน หรือ IELTS ไม่น้อยกว่า 4.0 คะแนน (หากมีความรู้ความสามารถด้านการรวบรวม ตรวจสอบ ศึกษา วิเคราะห์ข้อมูล หรือมีประสบการณ์ด้านงานนโยบายและแผน การวิเคราะห์บัญชีและงบประมาณจะพิจารณาเป็นพิเศษ) มีความรู้และสามารถใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ Microsoft Word, Microsoft Excel, Microsoft PowerPoint หากเป็นเพศชายต้องผ่านการเกณฑ์ทหารแล้ว สมัครทาง www.hrm.chula.ac.th/recruitmentonline  สอบถาม หน่วยการเจ้าหน้าที่ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โทร. 0-2218-9773 ถึง 7 ก.ย.นี้

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง สังกัดภาควิชาเทคโนโลยีการผลิตสัตว์และประมง รับ อาจารย์ 1 อัตรา วุฒิ ปริญญาเอก ทางด้าน สัตวศาสตร์ (Animal Science) เน้นงานวิจัยทางด้านการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง, อาจารย์ 1 อัตรา วุฒิ ปริญญาเอก ทางด้าน สัตวศาสตร์ (Animal Science) เน้นงาน วิจัยทางด้านสัตว์ปีก หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง, อาจารย์ 1 อัตรา วุฒิ ปริญญาเอก ทางด้าน เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (Aquaculture) หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง สนใจติดต่อที่ งานบริหารทรัพยากรบุคคล ส่วนสนับสนุนวิชาการ คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ถนนฉลองกรุง เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ 10520 โทร. 0-2329- 8000 ต่อ 7121, 0-2329-8505 ถึง 14 ก.ย.นี้.

หมึกเขียว

 

ดัชนีเศรษฐกิจ 31/08/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 31 ส.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/707349

 

ซีพี จับมือภาครัฐ ตั้งศูนย์เรียนรู้เกษตรกรรม มุ่งสร้างอาชีพผู้ต้องขัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 ส.ค. 2559 03:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/707284

 

เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมลงนามในข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือกับ กองทุนกำลังใจในพระดำริ พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ในการจัดตั้งและดำเนินโครงการศูนย์เรียนรู้การเลี้ยงไก่ไข่ สุกรขุน และพืช ให้แก่ทัณฑสถานเกษตรอุตสาหกรรมเขาพริก อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ต้นแบบและสร้างอาชีพด้านเกษตรกรรมให้แก่ผู้ต้องขังและบุคคลทั่วไป ซึ่งเป็นแห่งแรกของประเทศไทย

นายวสันต์ สิงคเสลิต รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ด้วยพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงประทานคำแนะนำในการแก้ไขปัญหาผู้ต้องขัง ที่จะพ้นโทษให้มีวิชาชีพติดตัว โดยเล็งเห็นว่าอาชีพเกษตรกรรมเป็นพื้นฐาน ที่ผู้ต้องขังสามารถนำความรู้กลับไปประกอบอาชีพเลี้ยงดูตัวเองได้ และเมื่อพ้นโทษแล้วสามารถใช้ชีวิตร่วมกับสังคมภายนอกได้อย่างปกติสุข จึงมีพระดำริในการสร้างโอกาสให้กับผู้ต้องขัง ได้รับความรู้และฝึกทักษะการทำงานด้านการเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดความยั่งยืน โดยให้มีการจัดตั้งและดำเนินโครงการศูนย์เรียนรู้การเลี้ยงไก่ไข่และสุกรขุน ณ ทัณฑสถานเกษตรอุตสาหกรรมเขาพริก อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา

ทั้งนี้ โดยโครงการดังกล่าวจะเป็นต้นแบบในการนำเทคโนโลยีอันทันสมัยที่ได้มาตรฐานสากลมาใช้ในฟาร์มและระบบบริหารมาตรฐานในการจัดการฟาร์มให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งองค์ความรู้เหล่านี้จะมีการถ่ายทอดให้กับผู้ต้องขังเพื่อให้เกิดทักษะและความรู้ในการนำไปประกอบอาชีพหลังพ้นโทษออกไป

ทั้งนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ จะเป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ในการเลี้ยงสัตว์ การเพาะปลูก และการบริหารจัดการฟาร์มที่ทันสมัย รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมและสัมฤทธิ์ผลตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยผู้ต้องขังจะได้รับการฝึกทักษะจนเกิดความเชี่ยวชาญ ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว เครือเจริญโภคภัณฑ์ จะเป็นผู้รับผิดชอบการจัดสร้างศูนย์เรียนรู้ด้านเกษตรกรรรมฯ ในพื้นที่ที่กำหนด สนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์ให้มีความหน้า รวมไปถึงกำกับและติดตามการดำเนินงานของศูนย์ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์

สำหรับกรมราชทัณฑ์ จะเป็นผู้จัดเตรียมพื้นที่และคัดเลือกผู้ต้องขังที่มีความพร้อมเหมาะสม เข้ารับการอบรมและฝึกทักษะในโครงการดังกล่าวฯ ขณะเดียวกันจะติดตามประเมืนผลความก้าวหน้าของร่วมมือเพื่อและปรับปรุงแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน เพื่ออำนวยความสะดวกโครงการให้มีความเจริญก้าวหน้า

“การดำเนินงานครั้งนี้ ยังสามารถตอบโจทย์การพัฒนาเพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายและหลักการพัฒนาของสหประชาชาติหลังปี พ.ศ. 2558 ที่ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals – SDGs) และเป็นทิศทางการพัฒนาก้าวทันโลกในอนาคตข้างหน้า โดยดำเนินโครงการก่อสร้างและพัฒนาทัณฑสถานเกษตรอุตสาหกรรมเขาพริกให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ในประเทศภายใต้การบริหารงานของกรมราชทัณฑ์ และโครงการกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา” นายวสันต์ กล่าว

นายสมควร ชูวรรธนะปกรณ์ ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ สายธุรกิจสุกร บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯ จะนำความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจด้านเกษตรอุตสาหกรรมแบบครบจร มาสร้างศูนย์กลางการเรียนรู้แห่งนี้ให้พร้อมด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยและวิธีบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โดยจะมีความเชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงสัตว์และผู้เชี่ยวด้านการบริหารมาเป็นวิทยากรในการถ่ายทอดความรู้และฝึกทักษะให้กับผู้ต้อง

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ จะเป็นผู้ทำแผนการใช้พื้นที่ การออกแบบกก่อสร้างโรงเรือน ติดตั้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องตามาตรฐานภายใต้ความตกลง กล่าวคือ ร่วมดำเนินการโครงการเลี้ยงสุกรขุน จำนวน 2,400 ตัว โครงการเลี้ยงไก่ไข่ จำนวน 100,000 ตัว พร้อมจัดหาพันธุ์สัตว์ อาหาร ยา วัคซีนและเวชภัฑณ์ต่างๆ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญในการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่ผู้ต้องขัง และ จัดทำโครงการสร้างระบบแก๊สชีวภาพจากมูลไก่ไข่และสุกร ซึ่งช่วยในการบำบัดของเสียที่เกิดจากการเลี้ยงสัตว์ และเป็นการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ในการลดกลิ่น ลดแหล่งเพาะเชื้อโรค ลดผลกระทบต่อชุมชน และแก๊สที่ได้จากระบบไบโอแก๊ส ยังสามารถนำมาเป็นเชื้อเพลิงเพื่อผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าใช้ ช่วยลดการใช้ไฟฟ้าภายในฟาร์ม

นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำโครงการศูนย์เรียนรู้การปลูกทุเรียนและพืชเสริม(กล้วย) มีการออกแบบการใช้พื้นที่และวางระบบการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับการเพาะปลูก และฝึกอบรมกรีดยางพารา และ โครงการสร้างศูนย์เรียนรู้การเกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อพัฒนาเป็นเกษตรอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน

โครงการความร่วมมือนี้ มุ่งหวังเพื่อให้ผู้ต้องขังได้เรียนรู้และฝึกทักษะวิชาชีพด้านเกษตรกรรม ด้านการเลี้ยงสุกรขุน เลี้ยงไก่ไข่ ในรูปแบบฟาร์มสมัยใหม่ รวมถึงการปลูกพืชตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อพัฒนาเป็นเกษตรอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน โดยประสงค์ให้ผู้กระทำผิดที่ใกล้พ้นโทษ สามารถออกไปประกอบอาชีพสุจริต และเพื่อให้เป็นศูนย์เรียนรู้เกษตรกรรมต้นแบบ รวมถึงยังสามารถเป็นแหล่งศึกษาดูงานให้กับบุคคลทั่วไป

 

พณ. จ่อชง นบข. เคาะขายข้าวสต็อกรัฐ 9.19 แสนตัน ให้เอกชน ภายในต้น ก.ย.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ส.ค. 2559 18:28

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/706890

 

พาณิชย์ เผย เอกชน 15 ราย เสนอราคาซื้อข้าวสูงสุดปริมาณ 9.19 แสนตัน จากที่เปิดขาย 1 ล้านตัน เตรียมพิจารณาผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำหรือไม่ ก่อนชง นบข. เคาะขาย ยัน แข่งประมูลนำเข้าข้าวฟิลิปปินส์ 2.5 แสนตัน 31 ส.ค.นี้ …

วันที่ 30 ส.ค.59 นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า การเปิดให้ยื่นซองเสนอราคาข้าวสารสต็อกรัฐบาลปริมาณ 1 ล้านตัน แบ่งเป็นการประมูลทั่วไปปริมาณ 750,000 ตัน เมื่อวันที่ 29 ส.ค.59 มีผู้มายื่นซองเสนอราคา 13 ราย โดยเสนอราคาสูงสุด 8 ราย ใน 28 คลัง ปริมาณ 750,000 ตัน มูลค่าที่เสนอซื้อ 7,403 ล้านบาท ส่วนการเปิดประมูลทั่วไปและเข้าอุตสาหกรรมปริมาณ 255,000 ตัน วันที่ 30 ส.ค.59 มีผู้มายื่นซองเสนอราคา 10 ราย โดยเสนอราคาสูงสุด 7 ราย ใน 18 คลัง ปริมาณ 169,000 ตัน คิดเป็นสัดส่วน 66.12% ของปริมาณที่เปิดระบายทั้งหมด มูลค่า 1,024 ล้านบาท

“รวมมีผู้มายื่นซองเสนอราคาสูงสุดทั้งสองส่วน 15 ราย ปริมาณข้าว 919,000 ตัน มูลค่า 8,427 ล้านบาท ซึ่งคณะทำงานพิจารณาการระบายข้าวจะประชุมในวันที่ 1 ก.ย.นี้ ว่าราคาที่เสนอซื้อสูงสุดผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ (ฟอร์แวลู) ที่คณะทำงานฯ กำหนดไว้หรือไม่ หลังจากนั้นจะนำผลสรุปเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) อนุมัติขายภายในต้นเดือน ก.ย.”

สำหรับการเปิดระบายข้าวรอบต่อไป ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา เพราะมีปัจจัยรอบด้านมากขึ้น เช่น ผลผลิตข้าวฤดูกาลใหม่ ที่ทยอยออกมาช่วงปลายปีนี้ ซึ่งอาจต้องติดตามสถานการณ์แบบวันต่อวัน หากสถานการณ์พอไปได้ ก็อาจระบายข้าวเพื่อการส่งออก ส่วนแนวโน้มสถานการณ์ตลาดข้าวในปัจจุบัน ยังไม่ถึงขึ้นเงียบ ยังมีคำสั่งซื้อเข้ามาบ้าง แต่ไม่มีลอตใหญ่ โดยวันที่ 31 ส.ค.นี้ ไทยจะเข้าร่วมเสนอราคาข้าวขาว 25% ที่รัฐบาลฟิลิปปินส์เปิดนำเข้า 250,000 ตัน ยืนยันว่า จะแข่งขันราคากับเวียดนามอย่างเต็มที่ หากไทยชนะประมูล จะช่วยผลักดันผลผลิตข้าวใหม่ที่กำลังจะออกมาได้ และฟิลิปปินส์จะเปิดนำเข้าข้าวอีกหลายรอบ ส่วนอินโดนีเซียคาดว่า จะมีการเปิดนำเข้าปลายปีนี้เช่นกัน

ส่วนการส่งออกข้าว ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-26 ส.ค.59 ไทยส่งออกแล้ว 6.3 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 8.2% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มูลค่า 99,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% ส่วนสถานการณ์ค่าเงินบาทที่แข็งค่า ยอมรับว่า มีผลต่อการส่งออกข้าวไทย เพราะค่าเงินที่แข็งค่าขึ้น 1 บาท จะทำให้มูลค่าการขายข้าวหายไปตันละ 10 เหรียญสหรัฐฯ ซึ่งจะกระทบต่อศักยภาพในการแข่งขันขายข้าวของไทย.

 

หุ้นไทยปิดตลาดบวก 1.98 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,546.13 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ส.ค. 2559 17:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/706899

 

หุ้นไทยปิดตลาดบวก 1.98 เปลี่ยนแปลง +0.34% ดัชนีอยู่ที่ 1,546.13 จุด มูลค่าการซื้อขาย 45,631.76 ล้านบาท

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันที่ 30 ส.ค. 59 ปิดตลาดภาคบ่าย เพิ่มขึ้น 1.98 เปลี่ยนแปลง +0.13% ดัชนีอยู่ที่ 1,546.13 จุด มูลค่าการซื้อขาย 45,631.76 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรกได้แก่ 1. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) และ 5. บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน).

 

ข่าวร้าย! น้ำมันเบนซินขยับขึ้น 40 สต. E85 ขึ้น 20 สต. ดีเซลคงเดิม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ส.ค. 2559 17:07

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/706880

 

ปตท.-บางจากฯ ขึ้นราคาน้ำมันกลุ่มเบนซิน 40 สตางค์/ลิตร เว้น E85 ปรับขึ้น 20 สตางค์/ลิตร ส่วนดีเซล คงเดิม มีผลตี 5 วันที่ 31 ส.ค.นี้

เมื่อวันที่ 30 ส.ค.59 บมจ.ปตท.-บมจ.บางจากปิโตรเลียม ประกาศปรับขึ้นราคาขายน้ำมันกลุ่มเบนซิน 40 สตางค์ต่อลิตร ส่วนE85 ปรับขึ้น 20 สตางค์ต่อลิตร ส่วนดีเซลยังคงราคาเดิม มีผลเวลา 05.00 น. วันที่ 31 ส.ค.นี้

สำหรับราคาใหม่เป็นดังนี้ เบนซิน 95 ลิตรละ 32.16 บาท แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 25.05 บาท แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 24.78 บาท E20 ลิตรละ 22.54 บาท E85 ลิตรละ 18.19 บาท และดีเซลคงเดิมลิตรละ 23.69 บาท โดยราคานี้ยังไม่รวมภาษีท้องที่ของแต่ละจังหวัด

 

กรมพัฒน์ ลุยผลักดันธุรกิจไทย จัด Thailand Online Mega Sale 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ส.ค. 2559 14:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/706280

 

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ผนึก ETDA จัด Thailand Online Mega Sale 2016 ช็อปกระหน่ำออนไลน์ 9 วัน ระหว่างวันที่ 1-9 ก.ย.นี้ ลุยผลักดันธุรกิจไทย เพิ่มช่องทางการค้าทางออนไลน์ คาดผู้เยี่ยมชมทะลัก 1 ล้านคน เงินสะพัด 450 ล้านบาท …

วันที่ 30 ส.ค. 59 ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นประธานเปิดงาน Thailand Online Mega Sale 2016 พร้อมกล่าวว่า งานที่จัดขึ้นในครั้งนี้เป็นกิจกรรมที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่ “ประเทศไทย 4.0” ในส่วนของกระทรวงไอซีที ตระหนักถึงความสำคัญของอีคอมเมิร์ซที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่ยุคดิจิทัล อันจะสร้างความสะดวกสบาย ลดต้นทุน และทำให้การค้าขายขยายวงกว้างไปสู่ต่างประเทศได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น

ด้าน นางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ร่วมกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) กระทรวงไอซีที และสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย รวมถึงหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนจัดงาน “มหกรรมลดราคาสินค้าและบริการทางออนไลน์ ผ่าน http://www.thailandmegasale.com” ระหว่างวันที่ 1-9 กันยายน 2559 โดยปีนี้จัดเป็น ปีที่ 4 ซึ่งปีที่ผ่านมาได้รับการตอบรับอย่างดี ทั้งจากผู้ซื้อและผู้ขายจำนวนมาก และนับเป็นโอกาสพิเศษสำหรับผู้ประกอบการที่จดทะเบียน DBD Registered ที่จะได้เข้าร่วมกิจกรรม รวมถึงจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้างความน่าเชื่อถือว่าร้านค้ามีตัวตนจริง สามารถติดตามได้ในกรณีที่เกิดปัญหา อันเป็นการสร้างความมั่นใจให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซไทยเติบโตอย่างยั่งยืน


นางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

สำหรับ Thailand Online Mega Sale 2016 ในครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Raining Sales Fever: ลดเว่อร์! ท้าหน้าฝน” มีสินค้ากว่า 10,000 รายการ ลดสูงสุดถึง 30-80% จากร้านออนไลน์ที่จดทะเบียนพาณิชย์ และเข้าร่วมโครงการกว่า 800 ร้านค้า และเป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่ง เนื่องจากจำนวนร้านค้าที่เข้าร่วมกิจกรรมเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านกว่าเท่าตัว

ในปีนี้ พันธมิตรทั้งจากร้านค้าออนไลน์ ผู้ให้บริการรับ-ส่งสินค้า (Logistics) สถาบันการเงิน และผู้ให้บริการชำระเงิน ฯลฯ จะมอบสิทธิพิเศษให้ร้านค้าที่เข้าร่วม ตลอดจนผู้บริโภคที่เข้ามาช็อปออนไลน์ อาทิ ร้านค้าออนไลน์ชั้นนำอย่าง CentralOnline, iTrueMart, Lazada, Zalora, Shopat24, Sephora, Konvy, Cdiscount, Weloveshopping ฯลฯ จะพร้อมใจจัดโปรโมชั่นลดราคาครั้งใหญ่ที่สุด โดย ‘ไปรษณีย์ไทย’ จะมอบสิทธิประโยชน์พิเศษให้ร้านค้าที่ลงทะเบียน 300 ร้านค้าแรกส่งฟรี รายละ 10 ชิ้น ส่วน ‘สถาบันการเงิน’ มอบส่วนลดพิเศษ สำหรับลูกค้าที่ช็อปสินค้าออนไลน์ในโครงการ รวมถึง ‘ผู้ให้บริการชำระเงิน’ ก็จะมอบส่วนลดพิเศษค่าธรรมเนียมแก่ร้านค้าเช่นกัน และความพิเศษเพิ่มเติม คือ ผู้ที่ลงทะเบียน Early Birds ผ่านเว็บไซต์ http://www.thailandmegasale.com ตั้งแต่วันนี้-31 สิงหาคม 2559 ได้รับสิทธิพิเศษในการซื้อสินค้าออนไลน์ก่อนเวลาถึง 12 ชั่วโมง โดยการจัดงานในปีนี้ได้ขยายเวลาเป็น 9 วัน ตั้งเป้าผู้เข้าเยี่ยมชม จำนวน 1 ล้านคน และคาดว่า เม็ดเงินจะสะพัดในประเทศถึง 450 ล้านบาท

ขณะที่ นางสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) เปิดเผยว่า งาน Thailand Online Mega Sale 2016 เป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่ผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซไทยมารวมตัวกัน เพื่อผลักดันให้เกิดการซื้อขายสินค้าบริการผ่านออนไลน์ อันเป็นรากฐานในการเพิ่มมูลค่าอีคอมเมิร์ซของไทยให้มากขึ้น ทั้งยังเป็นการขานรับนโยบายผลักดันธุรกิจไทยสู่ไทยแลนด์ 4.0 อีกด้วย

นอกจากนี้ จากผลสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ปี 2559 ของ ETDA พบว่า ภาพรวมคนไทยใช้อินเทอร์เน็ตโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 45.0 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือ 6.4 ชั่วโมงต่อวัน โดยสมาร์ทโฟนยังคงเป็นอุปกรณ์หลักที่มีจำนวนผู้ใช้งานมากถึง ร้อยละ 85.5 และมีจำนวนชั่วโมงการใช้งานเฉลี่ย 6.2 ชั่วโมงต่อวัน สูงกว่าปี 2558 ที่มีผู้ใช้งานร้อยละ 82.1 และใช้งานโดยเฉลี่ย 5.7 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น และจากข้อมูลปีล่าสุด กิจกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ หรือสมาร์ทโฟน พบว่า ใช้เพื่อซื้อสินค้าและบริการ 38.4% และขายสินค้าและบริการ 22.3% พฤติกรรมเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงคนไทยที่ใช้อินเทอร์เน็ต เพิ่มมากขึ้นทุกๆ ปี นอกจากแสดงถึงไลฟ์สไตล์คนไทยที่พร้อมก้าวสู่ดิจิทัลอิโคโนมีแล้ว ยังสะท้อนถึงจำนวนกลุ่มเป้าหมายที่น่าสนใจของตลาดออนไลน์ที่มากขึ้น และมีมูลค่ามหาศาล หากสามารถเข้าถึงลูกค้าออนไลน์ที่มากขึ้นเช่นกัน.

 

ตร.จับมือกรุงไทย รับชำระค่าปรับจราจรผ่านตู้ ATM ดีเดย์ 1 ก.ย.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ส.ค. 2559 12:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/706425

 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จับมือธนาคารกรุงไทย ขยายช่องทางรับชำระเงินค่าปรับจราจร ผ่านเคาน์เตอร์สาขา KTB netbank-เอทีเอ็ม ดีเดย์ 1 ก.ย.นี้ …

เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 59 พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ นายวรภัค ธันยาวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ร่วมแถลงข่าวความร่วมมือในการรับชำระค่าปรับจราจร โดยวิธีการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่ห้องศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยพลตำรวจเอกจักรทิพย์ เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งสำคัญนี้ เป็นการร่วมขับเคลื่อนนโยบาย National e-Payment ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล อีกทั้ง เป็นการยกระดับมาตรฐานงานด้านบริการประชาชน ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และธนาคารกรุงไทย ได้ร่วมกันพัฒนาระบบรองรับธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน เนื่องจากธนาคารกรุงไทยมีศักยภาพในการติดตั้งระบบการเชื่อมต่อข้อมูลรองรับการชำระเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย มีระบบตรวจสอบการรับส่งเงิน ตามที่กรมบัญชีกลางกำหนด จึงมั่นใจว่าบริการรับชำระค่าปรับจราจรผ่านธนาคารกรุงไทย จะช่วยลดขั้นตอน ระยะเวลา และภาระในการเดินทางของประชาชน และในเฟสต่อไป จะให้บริการรับชำระผ่านตัวแทนชำระเงิน (Banking Agent) และเพิ่มช่องทางการชำระด้วยบัตรเดบิต และบัตรเครดิต บนเว็บไซต์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

นายวรภัค ธันยาวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้ร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่งเสริมการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โดยขยายช่องทางรับชำระเงินค่าปรับจราจร ให้กับประชาชนที่ได้รับใบสั่งจราจรในรูปแบบไม่ยึดใบขับขี่ จากเดิมที่ต้องไปชำระที่สถานีตำรวจ ซึ่งจะให้บริการรับชำระกับผู้ที่ได้รับใบสั่งจากกล้องของกองบังคับการตำรวจจราจร กองบังคับการตำรวจทางหลวง และสถานีตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยนำใบสั่งที่ออกตั้งแต่ 1 กันยายน 2559 และมีแถบบาร์โค้ดไปชำระที่เคาน์เตอร์สาขากว่า 1,200 แห่งทั่วประเทศ และ KTB netbank ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนนี้ และผ่านเครื่องเอทีเอ็มกว่า 9,000 เครื่อง ตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 2559 นอกจากนี้ ธนาคารจะขยายการรับชำระใบสั่งทุกประเภทจากทุกสถานีตำรวจทั่วประเทศ ภายในเดือนมกราคม 2560

 

ดีแทค แจง บิลเรียกเก็บค่าโทร ลูกค้า 4 แสน มีการจดทะเบียนใช้งานจริง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ส.ค. 2559 10:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/706405

 

ดีแทค แจงกรณีลูกค้าอ้างทำงานที่ฟิลิปปินส์ ถูกเรียกเก็บค่าโทรศัพท์ 4 แสน ยืนยัน ลูกค้ามาจดทะเบียนจริง พร้อมให้ความร่วมมือ กสทช. ตรวจสอบข้อเท็จจริง …

เมื่อวันที่ 30 ส.ค. จากกรณี นายประสงค์ อยู่ไพร อายุ 57 ปี อยู่ใน อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร ได้เข้าร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ จ.มุกดาหาร ว่า เมื่อประมาณเดือนพฤษภาคม ช่วงปี 2557 ค่ายมือถือดังได้ส่งบิลเรียกเก็บค่าโทรศัพท์มือถือมายัง นางสาวจงจิตร อยู่ไพร อายุ 30 ปี ลูกสาวตนเอง ให้ไปชำระเงินค่าโทรศัพท์มือถือ 2 หมายเลข คือ หมายเลข 09-4994-5592 และหมายเลข 09-4994-5529 ซึ่งทั้งสองหมายเลขนี้ สลับแค่เลข 2 ตัวหลังเท่านั้น ซึ่งค้างชำระค่าบริการเป็นเงิน 438,858 บาท โดยทั้ง 2 หมายเลขนี้ ตนและลูกสาวไม่เคยรู้จักมาก่อน โดย นางสาวจงจิตร ได้อ้างว่า ช่วงเวลาที่บริษัทฯ เรียกเก็บค่าใช้บริการ ตัวเธอเองยังอยู่ที่ฟิลิปปินส์ และไม่เคยเปิดใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่กับทางดีแทค (พ่อร้องสื่อ ลูกสาวเจอบิลค่ามือถือกว่า 4 แสน ยันไม่เคยใช้เบอร์นี้)

ล่าสุด ทางดีแทคได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า ดีแทคมีหลักฐานยืนยันว่า ลูกค้ามาจดทะเบียนจริง โดยใช้หลักฐานเป็นสำเนาบัตรประชาชนเมื่อ 31 พฤษภาคม 2557 ที่สำนักงานดีแทค เดอะมอลล์ บางกะปิ เจ้าหน้าที่ดีแทคได้ทำการจดทะเบียนถูกต้องตามกระบวนการ และกฎของ กสทช. นอกจากนี้ จากการตรวจสอบบันทึกการใช้งานทั้ง 2 เลขหมาย ยังพบว่ามีการใช้งานจริงในประเทศฟิลิปปินส์ ในบริการข้ามแดนอัตโนมัติกลับมาประเทศไทย และอื่นๆ พร้อมทั้งภายในประเทศฟิลิปปินส์ โดยมีการเรียกเก็บค่าบริการรายเดือนในการใช้งานที่เกิดขึ้นตามหลักฐานเจ้าของหมายเลขตามปกติตลอดมา

อย่างไรก็ตาม ดีแทคยินดีที่จะร่วมกับทางสำนักงาน กสทช. และลูกค้า ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อความถูกต้อง และยังเป็นการรับฟังลูกค้าสำหรับการให้ความช่วยเหลือต่อไป.

 

กสท. สั่ง VOICE TV ระงับออกอากาศรายการ Wake Up News

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ส.ค. 2559 09:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/706234

 

กสท. มีมติให้ VOICE TV ระงับออกอากาศรายการ Wake Up News เป็นเวลา 7 วัน เพื่อดำเนินการแก้ไขปรับปรุงรายการให้เป็นตามกฎหมายกำหนด …

วันที่ 30 ส.ค. 59 จากกรณี VOICE TV ออกอากาศรายการ Wake Up News เมื่อวันจันทร์ที่ 15 สิงหาคม 2559 ในกรณีสัมภาษณ์ ร.ต.อ.ดร.จอมเดช ตรีเมฆ “วิเคราะห์เหตุระเบิด 7 จังหวัดใต้” และเมื่อวันอังคารที่ 16 สิงหาคม 2559 นำเสนอและวิเคราะห์เหตุการณ์ระเบิดในภาคใต้ และนำเสนอในหัวข้อ “ไผ่ ดาวดิน อดอาหารวันที่ 9 อาการทรุดหนัก” “มีชัยชี้ สว. เลือกนายกฯ ได้ 5 ปี แต่เสนอได้ชื่อเดียว”

ล่าสุด ผศ.ภักดี มะนะเวศ รองเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ครั้งที่ 29/2559 เมื่อวันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม 2559 ที่ประชุมเสียงข้างมากมีมติ ดังนี้ การออกอากาศรายการ Wake Up News ทางสถานีโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลช่องรายการ VOICE TV เมื่อวันที่ 15-16 สิงหาคม 2559 มีลักษณะเป็นการต้องห้ามมิให้ออกอากาศ ตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 97/2557 ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2557 และประกาศ คสช. ฉบับที่ 103/2557 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2557 อีกทั้ง เป็นการขัดต่อข้อกำหนดในบันทึกข้อตกลง ลงวันที่ 4 มิถุนายน 2558 ระหว่าง สำนักงาน กสทช. และบริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัด ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ช่องรายการ VOICE TV ซึ่งเป็นการปฏิบัติผิดเงื่อนไขหรือไม่ ปฏิบัติตามเงื่อนไขในการอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ ข้อ 19 ของประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ พ.ศ. 2555 กสท. จึงมีมติให้ บริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัด ระงับการออกอากาศรายการ Wake Up News เป็นเวลา 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งมติ เพื่อดำเนินการแก้ไขปรับปรุงการออกอากาศรายการดังกล่าวให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และเงื่อนไขในการอนุญาตต่อไป.