จับกระแสรักสุขภาพ เทสโก้ โลตัส ส่งขนมปังโฮลวีทใหม่เอาใจลูกค้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ส.ค. 2559 09:32

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/693762

 

“เทสโก้ โลตัส” แนะนำขนมปังแซนด์วิชโฮลวีทเบรดใหม่เอาใจลูกค้า ขณะที่ “โคคา” รังสรรค์ความอร่อยใหม่ของขนมไหว้พระจันทร์ไส้หมูแฮมเซี่ยงไฮ้ให้ได้ลอง…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทสโก้ โลตัส ห้างค้าปลีกรายใหญ่ แนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ขนมปัง  เทสโก้แซนด์วิชโฮลวีทเบรดชนิดแผ่นขนาด 500 กรัม สำหรับผู้รักสุขภาพ โดยผลิตจากแป้งสาลีพันธุ์ดี มีวิตามินคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ ด้วยวิธีการหมักธรรมชาติ ทำให้เนื้อแป้งนุ่มนวลมีกลิ่นหอมและเหนียวนุ่ม ปราศจากคลอเลสเตอรอล  ฉีกเป็นเส้นได้ไม่ขาด ทานได้ทั้งแผ่นไม่ต้องทิ้งขอบ ทั้งนี้มีขายแล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ส.ค. 2559 ที่ทุกสาขา

ขณะที่ โคคา แนะนำขนมไหว้พระจันทร์สูตรพิเศษแป้งบางหอมละมุน โดยเสิร์ฟความอร่อยใหม่เป็นครั้งแรกกับไส้หมูแฮมเซี่ยงไฮ้ สูตรต้นตำรับจากเซี่ยงไฮ้ ด้วยวัตถุดิบมีคุณภาพจากเมล็ดถั่วนานาชนิด ได้แก่ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เม็ดอัลมอนด์ วอลนัทและงา เพิ่มความเข้มข้นของไส้ด้วยหมูแฮมเป็นวัตถุดิบหลัก บนแม่พิมพ์รูปกระต่าย นอก จากนี้ ยังมีขนมไหว้พระจันทร์ไส้ยอดนิยมให้เลือกอีก 5 ชนิด ได้แก่ ไส้ทุเรียน ไส้คัสตาร์ด ไส้โหงวยิ้ง ไส้ลูกบัว และไส้เกาลัด ซึ่งผลิตสดใหม่ทุกวัน ปราศจากสารกันเสีย บรรจุอยู่ในกล่องสวยงาม วางจำหน่ายตั้งแต่วันนี้ -15 ก.ย. 2559 ที่ร้านโคคาทั้ง 8 สาขา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 08-5123-4575.

 

เรคกูเลเตอร์ตรึงค่าไฟจนถึงสิ้นปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 ส.ค. 2559 07:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/693593

 

นายวีระพล จิรประดิษฐ์กุล โฆษกกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรคกูเลเตอร์) เปิดเผยว่า ที่ประชุมเรคกูเลเตอร์ได้มีมติเห็นชอบตรึงค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) ในรอบเดือน ก.ย.-ธ.ค. ให้อยู่ที่ติดลบ 33.29 สตางค์ (สต.) ต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยเรียกเก็บอยู่ที่ 3.4227 บาทต่อหน่วยเท่ากับงวดที่ผ่านมา หรือเมื่อเดือน พ.ค.-ส.ค. ซึ่งหากพิจารณาจากต้นทุนเชื้อเพลิงจริงแล้ว จะต้องปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 11.47 สต.ต่อหน่วย แต่เรคกูเลเตอร์ได้พิจารณานำเงินสะสมที่ไม่ได้ใช้จ่ายเป็นไปตามแผนที่มีอยู่ 12,000 ล้านบาท รวมกับเงินค่าความพร้อมจ่าย (AP) ของโรงไฟฟ้าหงสาลิกไนต์ 3,300 ล้านบาท รวมเป็น 16,000 ล้านบาท แต่งวดที่ผ่านมาใช้ไปแล้ว 7,300 ล้านบาท จึงได้นำเงินประมาณ 6,496 ล้านบาท มาใช้ตรึงค่าเอฟทีงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค.นี้

สำหรับเงินที่ยังเหลือ 2,900 ล้านบาท ซึ่งหากใช้หมดแล้ว ก็จะทำให้เอฟที ลดลงได้ 4.23 สต.ต่อหน่วย แต่เรคกูเลเตอร์เห็นว่าควรจะตรึงไว้ระดับหนึ่งก่อน เพื่อนำเงินส่วนที่เหลือไปดูแลค่าเอฟทีงวดเดือน ม.ค.-เม.ย.2560 เพราะถ้าใช้เงินทั้งหมดคือ 6,496 ล้านบาท มาใช้ตรึงค่าเอฟทีงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค.นี้ ก็จะทำให้ค่าเอฟทีงวดนี้ลดลงได้ 4.23 สต.ต่อหน่วย หรือเอฟทีจะอยู่ที่ -37.52 สต.ต่อหน่วย แต่เรคกูเลเตอร์มีความเห็นว่าปัจจัยหลายอย่างจะเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะราคาน้ำมัน ที่จะสะท้อนไปยังราคาก๊าซธรรมชาติ ประกอบกับการใช้ไฟฟ้า จะเพิ่มสูงขึ้นในช่วงฤดูร้อน และที่สำคัญในเดือน มี.ค.-เม.ย.2560 จะมีการซ่อมท่อก๊าซธรรมชาติของพม่า ทำให้ประเทศไทยต้องใช้น้ำมันดีเซลและน้ำมันเตาผลิตไฟฟ้าจำนวนมาก จึงมีมติตรึงราคาเพื่อที่จะไปดูแลค่าเอฟทีงวดหน้าแทน

ขณะที่ค่าเอฟทีงวด ม.ค.-เม.ย.60 หากนำเงินที่เหลือไปดูแล ก็ยังได้ไม่มากนัก คาดว่าภาพรวมค่าเอฟทีจะต้องปรับขึ้นขั้นต่ำ 8-11 สต.ต่อหน่วย ส่วนจะเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยเพียงใด ต้องติดตามปัจจัยต่างๆใกล้ชิด”.

 

หุ้นสหรัฐฯ ปิดบวก เชื่อเฟดไม่ขึ้นดอกเบี้ยในเดือนก.ย.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ส.ค. 2559 06:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/693685

 

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้นในวันพุธ หลังจากรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ ช่วยเพิ่มความมั่นใจว่า เฟดไม่น่าจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานในเดือนก.ย.นี้…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 17 ส.ค. ในแดนบวก โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 21.92 จุด หรือ 0.12% ปิดที่ 18573.94 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 4.07 จุด หรือ 0.19% ปิดที่ 2182.22 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 1.55 จุด หรือ 0.03% ปิดที่ 5228.66 จุด

รายงานการประชุมเดือนก.ค. ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) แสดงให้เห็นว่า ผู้กำหนดนโยบายของเฟดเชื่อว่าความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ลดลงแล้ว แต่ต้องการรอเพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายอัตราดอกเบี้ยของพวกเขา

 

ศุลกากรจ้องรีดนักช็อป! ธปท.ห่วงตัวเลขเศรษฐกิจโตต่ำกว่าคาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 ส.ค. 2559 06:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/693582

 

ศุลกากรสั่งอุดรูรั่วเก็บภาษีละเอียดยิบหลังยอดจับเก็บส่อเค้าวืดเป้า ด้านแบงก์ชาติยังห่วงลงทุนเอกชนไม่กระเตื้อง-ปัจจัยเสี่ยงต่างประเทศหนัก แม้ไตรมาส 2 เศรษฐกิจจะโตกว่าที่คาดไว้ ส่งผลให้ทั้งปีตัวเลขการขยายตัวทั้งปียังมีโอกาสต่ำกว่าที่คาดไว้ได้

นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ผลการจัดเก็บรายได้ของกรมศุลกากรในปีงบประมาณ 59 ที่จะสิ้นสุดในเดือน ก.ย.นี้ คาดว่า จะจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าประมาณการที่ได้รับมอบหมาย 4,000-5,000 ล้านบาท จากเป้าหมายที่ต้องจัดเก็บทั้งหมด 114,900 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ ผลการจัดเก็บในช่วง 10 เดือนแรกของปีงบประมาณ จัดเก็บได้แล้วเกือบ 100,000 ล้านบาท ซึ่งยังเหลือระยะเวลาอีกประมาณ 2 เดือน ก็จะสิ้นสุดปีงบประมาณแล้ว จึงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรทุกรายเพิ่มความเข้มงวดและอุดรูรั่วไหลของภาษีอย่างเต็มที่

“ผลการจัดเก็บรายได้ของศุลกากรตั้งแต่เดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา เริ่มดีขึ้น เนื่องจากผู้นำเข้าเริ่มมีการสั่งสินค้าประเภทวัตถุดิบเข้ามาผลิตสินค้าสำเร็จรูปมากขึ้นเช่น เหล็ก เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการนำเข้ารถยนต์จากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเงินบาทแข็งค่าทำให้ราคารถยนต์ถูกลง ขณะที่ภาพรวมของเศรษฐกิจภายในประเทศก็เริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น ทำให้มีความต้องการวัตถุดิบและสินค้าเพิ่มเติมมากขึ้น”

นายกุลิศกล่าวว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนสิ้นปีงบประมาณ 59 นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ได้มอบนโยบายให้กรมศุลกากรเร่งดำเนินการ 4 ด้านพร้อมกัน ประกอบด้วย 1.การจับตากลุ่มสินค้าที่มีความเสี่ยงสูง โดยจะพิจารณาสินค้าที่มาจากประเทศที่มีความเสี่ยงสูง 2.การตรวจสอบราคาสินค้าต้องไม่ต่ำกว่าความเป็นจริง 3.ตรวจสอบข้อมูลจากการกรอกแบบฟอร์มว่า ถูกต้องตรงความจริงหรือไม่ และ 4.การตรวจสอบย้อนหลังของสำนักงานสืบสวนและปราบปรามศุลกากร ซึ่งวิธีการต่างๆ เหล่านี้ มั่นใจว่าจะได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ศุลกากรอย่างเต็มที่

ด้านนายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สายนโยบายการ เงิน กล่าวถึงกรณีตัวเลขการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ดีกว่าที่ ธปท.คาดไว้ว่าเป็นส่วนหนึ่งที่จะนำมาพิจารณาในการปรับประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจในครั้งหน้า โดยตัวเลขที่ดีขึ้นคือการใช้จ่ายภาคเอกชน และการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ ธปท.เป็นห่วงสำหรับในประเทศยังคงเป็นการลงทุนที่ขยายตัวต่ำมาก และยังไม่มีทิศทางที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น

“เหตุผลที่ ธปท.ยังคงมองว่า เศรษฐกิจไทยยังมีโอกาสขยายตัวในด้านต่ำกว่าที่ประมาณการไว้ที่ 3.1% แม้ไตรมาสที่ 2 เศรษฐกิจจะขยายตัวได้ ในระดับที่ดีขึ้นที่ 3.5% นั้น มาจากปัจจัยต่างประเทศที่ยังมีความผันผวนสูงเป็นหลัก ขณะที่ในตลาดการเงิน ค่าเงินบาทที่ยังคงมีทิศทางที่จะมีความผันผวนสูงขึ้น อาจจะไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจไทย ซึ่งในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ผ่านมา แสดงความเป็นห่วงต่อปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจโลกที่มีน้ำหนักมากขึ้น ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจของไทย ขณะที่ปัจจัยในประเทศปัจจัยเดียวที่ ธปท.เป็นห่วงคือ การลงทุนภาคเอกชนที่อยู่ ในระดับต่ำ เมื่อปัจจัยเหล่านี้ยังไม่หมดไป โอกาสที่กราฟของการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยจะต่ำลงก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้ ขณะเดียวกัน ทาง กนง. ได้สั่งการให้ ธปท.ดูแลค่าเงินบาทไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย โดยใช้มาตรการ และเครื่องมือที่มีอยู่ ซึ่งการแทรกแซงค่าเงินบาทก็เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ ธปท.สามารถนำมาใช้ในการดูแลค่าเงินบาทได้”.

 

“ก.ล.ต.” เชือดมาร์เก็ตติ้ง 2 ราย สั่งพักแนะนำลูกค้าซื้อขายหุ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 ส.ค. 2559 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/693577

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ลงโทษผู้แนะนำการลงทุน 2 ราย ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพ ได้แก่ นางสาวพรรณประภา ไวทยะวณิช เนื่องจากตัดสินใจซื้อขายหลักทรัพย์แทนลูกค้า และนายกชอาภา ทรงธรรม เนื่องจากไม่ได้ให้คำแนะนำแก่ลูกค้าตามหลักวิชาชีพ โดยกรณีนางสาวพรรณประภา เป็นการกระทำผิดขณะสังกัดบริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด โดย ก.ล.ต.ได้รับเรื่องร้องเรียนจากลูกค้าของ บล.โกลเบล็ก และตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่านางสาวพรรณประภาตัดสินใจซื้อขายหลักทรัพย์แทนลูกค้า ทำให้ลูกค้าได้รับความเสียหาย

ส่วนกรณีนายกชอาภา เป็นการกระทำผิดขณะเป็นผู้บริหารและผู้แนะนำการลงทุนบริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า โดย ก.ล.ต.ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ลงทุนและรายงานการตรวจสอบของ บล.ไอร่า และได้ตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า นายกชอาภาให้คำแนะนำหลักทรัพย์รายตัวในงานสัมมนาและแอพพลิเคชั่น LINE โดยวิเคราะห์จากความเห็นส่วนตัว และไม่มีบทวิเคราะห์จากแหล่งที่น่าเชื่อถืออ้างอิง

ทั้งนี้ เห็นว่าการกระทำของบุคคลทั้งสองเป็นการไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบและรอบคอบเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพ จึงสั่งพักการให้ความเห็นชอบเป็นผู้แนะนำการลงทุนด้านตลาดทุนของนางสาวพรรณประภา เป็นเวลา 6 เดือน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 12 ส.ค.59 และนายกชอาภาเป็นเวลา 8 เดือน มีผลตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค.59.

 

“แพลทินัม” ทุ่มหมื่น ล.ผุดศูนย์ค้าปลีก เดอะมาร์เก็ตจับลูกค้าทั่วไป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 ส.ค. 2559 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/693570

 

เสริมกำลังผู้ค้าย่านราชดำริ

นายชาญชัย พันธุ์โสภา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ เจ้าของโครงการ “ศูนย์การค้า เดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์” ประตูน้ำ เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัท พร้อมรุกขยายธุรกิจค้าปลีกเสริมทัพ ด้วยการทุ่มเงินกว่า 10,000 ล้านบาท ผุดโครงการศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ขนาด 50,000 ตารางเมตร ภายใต้ชื่อ “เดอะ มาร์เก็ต” บนถนนราชดำริ พื้นที่ 21 ไร่ ใกล้ๆกับห้างบิ๊กซี ราชดำริ โดยในโครงการจะมีโรงแรมขนาด 400 ห้อง อาคารสำนักงาน 2 อาคาร รวมพื้นที่ 50,000 ตารางเมตร รองรับลูกค้าด้วย ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง จะเปิดให้บริการได้ในไตรมาส 4 ปี 2561 คาดว่าหลังเปิดให้บริการจะทำรายได้ให้กับบริษัทเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว จากปี 2558 ที่ทำยอดรายได้รวมแตะ 1,789 ล้านบาท

“การเปิดศูนย์การค้าในย่านดังกล่าวที่มีการแข่งขันสูง มีห้างค้าปลีกขนาดใหญ่อยู่โดยรอบ ทั้งศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, เกษร, บิ๊กซี ราชดำริ, ศูนย์การค้าเอราวัณ แบงค็อก, อัมรินทร์ พลาซ่า, สยามพารากอน เป็นต้น แต่การเปิดศูนย์การค้าเดอะ มาร์เก็ต เป็นการเปิดศูนย์ค้าปลีกในแบบของเรา ที่เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าทั่วไป คนไทยที่พักอาศัยอยู่ในบริเวณรัศมี 5 ตารางกิโลเมตรโดยรอบพื้นที่โครงการฯ ที่มีจำนวนประชากรพักอาศัยอยู่ประมาณ 1 ล้านคน หรือ 500,000 ครัวเรือน และหากรวมคนที่เดินไป-มาอยู่ในย่านดังกล่าวด้วยก็ประมาณ 2.5 ล้านคน ซึ่งคนละกลุ่มเป้าหมายกันชัดเจน แต่โดยส่วนตัวเชื่อว่าจะเอื้อประโยชน์กันมากกว่า เพราะคนที่เดินศูนย์การค้าอื่นๆ ในย่านนี้ ก็อาจอยากเดินศูนย์การค้าเดอะ มาร์เก็ตด้วย”

สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยครึ่งแรกปี 2559 มีกำไรสุทธิ 344 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45 ล้านบาท หรือ 15% เนื่องจากมีการปรับเพิ่มค่าเช่าประจำปีในช่วงไตรมาส 4 ปี 2558 ทำให้มีการเพิ่มขึ้นของรายได้จากพื้นที่เช่าและบริการจากการปรับเปลี่ยนพื้นที่บางส่วนของร้านอาหารที่บริษัทดำเนินงานเอง เป็นพื้นที่เช่า รวมทั้งการเพิ่มพื้นที่ให้เช่าจัดงานและการให้เช่าพื้นที่ป้ายโฆษณาภายในศูนย์การค้าและอัตราการเช่าพื้นที่ในศูนย์การค้าเดอะแพลทินัม แฟชั่น มอลล์ที่สูงถึง 99% ขณะที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นเพียง 1% เท่านั้น.

 

ไอซีทีย้ำเน็ตประชารัฐหนุนไทยแลนด์ 4.0

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 ส.ค. 2559 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/693562

 

นายอุตตม สาวนายน รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวปาฐกถาในงานสัมมนา “ไทยแลนด์ : ดิจิตอล ทรานฟอร์เมชั่น” จัดโดยสมาคมศิษย์เก่าเอ็มเอ็มพี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่า ในช่วง 2 ปีนี้รัฐบาลได้เร่งวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เพื่อให้นำพาประเทศไทยสู่ยุค 4.0 โดยเฉพาะการลงทุนสร้างโครงข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงหรืออินเตอร์เน็ตประชารัฐให้เข้าถึงทุกหมู่บ้าน จะเป็นการสร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำให้กับสังคมไทย เพราะอินเตอร์เน็ตเป็นทุกสิ่งหรือ Internet on things หากไม่มีอินเตอร์เน็ตคงไม่สามารถพลิกโฉมเศรษฐกิจและสังคมดิจิตอลได้สำเร็จและคงไม่สามารถก้าวข้ามการทำให้ประชากรที่มีรายได้ปานกลางไปสู่รายได้ขั้นสูงได้ นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าหมายว่าภายใน 5 ปีจะพยายามทำให้ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิตอล.

 

ซัมซุงมั่นใจ “โน้ต 7” ดันยอดพุ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 ส.ค. 2559 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/693558

 

นายวิชัย พรพระตั้ง รองประธานองค์กรธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัทไทยซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ จำกัด เปิดเผยว่า จากที่ไทยซัมซุงได้เปิดให้มีการจองซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ กาแล็กซี่ โน้ต 7 ระหว่างวันที่ 5-14 ส.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่าโน้ต 7 สามารถทำยอดจองได้สูงกว่ายอดจองของกาแล็กซี่ เอส 7 ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงที่เปิดตัวไปเมื่อต้นปีกว่า 30-40% คาดว่าจะทำให้ปีนี้ เป็นปีที่ดีมากอีกปีของธุรกิจมือถือซัมซุง จากความแรงของมือถือเรือธงทั้ง 2 รุ่น

“ปิดครึ่งแรกของปีนี้ แม้เศรษฐกิจไม่ดีนัก แต่ไทยซัมซุงสามารถทำยอดขายมือถือได้โตกว่าตลาดในภาพรวม ซึ่งเติบโตราว 1-3% โดยทำยอดเติบโตสูงกว่าตลาดทั้งในแง่ของรายได้และจำนวนเครื่อง ส่วนครึ่งปีหลังนี้ เรามองว่าตลาดจะยิ่งดีขึ้นไปใหญ่ จากปัจจัยบวกหลากหลาย เช่นดัชนีหุ้นที่ปรับตัวสูงขึ้น การเดินหน้าโครงข่าย 4 จีของบรรดาค่ายมือถือแบบเต็มพิกัด รวมทั้งการเติบโตของตลาดออนไลน์ อี-เพย์เม้นท์ ซึ่งรัฐบาลกำลังหนุนเต็มที่”

นายวิชัยกล่าวว่า แม้ปัจจุบันจำนวนคนใช้สมาร์ทโฟนจะเริ่มอิ่มตัว โดยคาดว่าจะมีมากกว่า 90% ของคนใช้มือถือในประเทศไทยแล้วก็ตาม แต่อายุการใช้งานที่สั้นลงระหว่าง 1 ปีครึ่ง – 2 ปี ทำให้ยังมีช่องว่างสำหรับสมาร์ทโฟนที่โดนใจลูกค้า โดยในปีนี้การแข่งขันส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มแบรนด์อินเตอร์เป็นหลักต่างจากปีก่อนๆหน้าที่แบรนด์จากเมืองจีนหรือแบรนด์จากผู้ผลิตภายในประเทศ ที่เข้ามากินส่วนแบ่งตลาดได้บางส่วน

ทั้งนี้ ซัมซุงซึ่งเพิ่งเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุดโน้ต 7 ได้เลื่อนการส่งมอบเครื่องตามยอดจองล่วงหน้าในประเทศไทยออกไปเป็นในช่วงวันที่ 2 ก.ย. จาก 20 ส.ค. เนื่องจากโน้ต 7 ใช้เทคโนโลยีที่มีความซับซ้อนต่อการผลิตในเชิงพาณิชย์ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีสแกนม่านตา หรือปากกาเอสเพน ซึ่งล่าสุด ถูกพัฒนาให้เขียนได้แม้บนหน้าจอเปียกหรือมีฝุ่น ส่วนการเปิดขายทั่วไปจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย.ในราคา 28,900 บาท.

 

กรมศุลฯประมูลรถหรู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 ส.ค. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/693546

 

นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรจะจัดการประมูลขายทอดตลาดรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของกลาง โดยวิธีประมูลด้วยวาจา ในวันที่ 23 ส.ค.59 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ณ กรมศุลกากร คลองเตย โดยมีรถยนต์หรูราคาแพง เช่น ROLLS ROYCE, MAYBACH, BENTLEY, PORSCHE, BENZ, JAGUAR รวมทั้งรถยุโรปและรถญี่ปุ่นยี่ห้อต่างๆ และยังมีรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์เข้าร่วมประมูลด้วย รวมทั้งสิ้น 343 คัน มาเปิดประมูลขายในราคาเริ่มต้นต่ำกว่าท้องตลาด และคาดว่าจะนำรายได้เข้ารัฐไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท โดยผู้ที่ประสงค์เข้าร่วมประมูลรถยนต์ดังกล่าว สามารถลงทะเบียนและวางเงินค้ำประกันเป็นแคชเชียร์เช็คของธนาคารในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล สั่งจ่ายกรมศุลกากร ได้ที่เจ้าหน้าที่รับลงทะเบียนส่วนของกลาง กรมศุลกากร ในวันที่ 18, 19, 22 ส.ค.59 เวลา 08.30-16.30 น.

“รถยนต์ที่มีราคาการเปิดประมูลสูงสุดในครั้งนี้ ได้แก่ ลำดับที่ 181 ยี่ห้อ ROLLS ROYCE รุ่น Phantom black edition ปี 2006 เปิดประมูลด้วยราคา 10.75 ล้านบาท รถจักรยานยนต์ที่มีราคาการเปิดประมูลสูงที่สุด ได้แก่ ลำดับที่ 195 ยี่ห้อ HARLEY DAVIDSON เปิดประมูล ด้วยราคา 560,000 บาท โดยรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของกลางที่ประมูลได้สามารถนำไปจด ทะเบียนได้ เมื่อมีการปรับปรุงสภาพตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด โดยไม่มีสภาพเป็นรถยนต์จดประกอบแต่อย่างใด”.

 

“กรุงไทย” ปรับแผนขายหวยรัฐ เปลี่ยนวันซื้อ-จองลอตเตอรี่!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 ส.ค. 2559 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/693534

 

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารจัดการทางการเงินเพื่อธุรกิจ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้เปลี่ยนแปลงกำหนดวันซื้อ-จองสลากฯใหม่ โดยแยกเป็นวันซื้อ 1 วัน และวันจอง 1 วัน ซึ่งในวันที่ 18 ส.ค.นี้ สามารถซื้อสลากฯประจำงวดวันที่ 1 ก.ย. และวันที่ 19 ส.ค. ก็สามารถจองสลากประจำงวดวันที่ 16 ก.ย.ได้ตามปกติ

ทั้งนี้ ผู้ที่ต้องการจองซื้อสลากฯสามารถทำรายการผ่านช่องทาง KTB netbank ตู้ ATM กรุงไทย ตั้งแต่เวลา 08.15 น. และเคาน์เตอร์ สาขา ตั้งแต่เวลาเปิดทำการของสาขาจนถึงเวลา 15.30 น. โดยมีเงินคงเหลือในบัญชีเพียงพอต่อการซื้อ-จอง ก่อนเวลา 18.00 น. ของวันก่อนซื้อ-จองสลากฯ ซึ่งสามารถซื้อ-จองสลากฯได้คนละ 5 เล่ม และธนาคารได้เพิ่มลิ้งค์ใหม่ http://www.lotto.ktbnetbank.com สำหรับการซื้อ-จองสลากฯบน KTB netbank หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ KTB Call Center หมายเลข 0-2111-1111.