ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 ส.ค. 2559 05:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/693614

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 ส.ค. 2559 05:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/693614

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 ส.ค. 2559 05:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/693533

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานได้เห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรปีการผลิต 2559/60 ด้านการผลิต (เพิ่มเติม) 5 โครงการ วงเงินรวม 15,597.34 ล้านบาท ประกอบด้วย วงเงินสินเชื่อธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) 10,686 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในกรอบเงิน 4,911.34 ล้านบาท เพื่อเป็นงบดำเนินงานของหน่วยงาน งบชดเชยดอกเบี้ย และงบสนับสนุน ปรับเปลี่ยนพื้นที่เกษตรกรปี 2559 ถึง 2565
ทั้งนี้ จะขอใช้งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ปีงบประมาณ 2559 จำนวน 3,594 ล้านบาท ดังนี้ 1.โครงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำนาไม่เหมาะสมเพื่อส่งเสริมการเลี้ยงกระบือ โดย กรมปศุสัตว์ วงเงิน 344.5 ล้านบาท โดยเป็นงบกลางฯรายการเงินสำรองจ่าย ปีงบประมาณ 2559 จำนวน 155.5 ล้านบาท 2.โครงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำนาไม่เหมาะสมเพื่อส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อ โดยกรมปศุสัตว์วงเงิน 1,907.4 ล้านบาท เป็นงบกลางฯปี 2559 จำนวน 800.4 ล้านบาท 3.โครงการปรับเปลี่ยน พื้นที่ทำนาไม่เหมาะสมเพื่อส่งเสริมการเลี้ยงแพะ โดยกรมปศุสัตว์ วงเงิน 33.56 ล้านบาท เป็นงบกลางฯปี 2559 จำนวน 15.48 ล้านบาท
4.โครงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำนาไม่เหมาะสมเพื่อส่งเสริมการทำนาหญ้า โดยกรมปศุสัตว์ วงเงิน 15.78 ล้านบาท เป็นงบกลางฯปี 2559 จำนวน 12.65 ล้านบาท และ 5.โครงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกนา ไม่เหมาะสมเป็นเกษตรกรรมทางเลือกอื่น โดยกรมส่งเสริมการเกษตร 2,610.09 ล้านบาท แยกเป็นงบสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการปรับเปลี่ยนพื้นที่ 2,532.09 ล้านบาท และงบดำเนินงาน 78 ล้านบาท ส่วนวงเงินที่เหลือ 1,317.21 ล้านบาท สำหรับดำเนินโครงการตามข้อ 1 ถึง 4 ในปี 60-65 ส่วนการปรับเปลี่ยนอาชีพปศุสัตว์และพืชอาหารสัตว์จะขอสนับสนุนงบรายปีในปีต่อไป.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ส.ค. 2559 04:05
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/693454

ผู้ว่าการรถไฟฯ สั่งเร่งดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยในการเดินรถไฟสายเหนือ หลังหลายพื้นที่ฝนตกหนักน้ำท่วมหลายพื้นที่ ยันยังไม่เข้าภาวะวิกฤติ ให้บริการตามปกติ เปิดสายด่วน 1690 สอบถามได้ตลอด 24 ชม.
เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์ที่มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ของประเทศไทย จนเกิดปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดภาคเหนือ เช่น จ.เชียงราย เชียงใหม่ น่าน สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมาก อีกทั้ง ยังมีอีกหลายอำเภอของ จ.พะเยา แพร่ สุโขทัย และพิษณุโลก ต้องเตรียมรับมวลน้ำหลากที่ไหลลงมาอย่างต่อเนื่องนั้น
นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. เปิดเผยถึงแนวทางการรับจัดเตรียมความพร้อมในการให้บริการรถไฟสายเหนือ ว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการจัดเตรียมความพร้อมมาตรการด้านความปลอดภัยในการเดินรถในเส้นทางสายเหนืออย่างเข้มข้น เพื่อรองรับมวลน้ำที่ไหลลงมาจนอาจกระทบต่อการให้บริการของรถไฟ โดยในส่วนเจ้าหน้าที่ฝ่ายการช่างโยธา ฝ่ายอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม ได้กำชับให้มีการเฝ้าระวัง ติดตาม และตรวจสอบความเรียบร้อยของสภาพทาง ระบบราง ประแจ ระบบอาณัติสัญญาณ เนินดินสองข้างทาง และสะพานต่างๆ ให้อยู่ในสภาพแข็งแรง รวมถึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ส่วนอื่นเตรียมพร้อมรับมือในกรณีที่เกิดเหตุน้ำท่วมทางรถไฟด้วย
อย่างไรก็ตาม จากการได้รับรายงานสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุดของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ พบว่าสถานการณ์น้ำท่วมยังไม่กระทบต่อการให้บริการเดินรถไฟในสายเหนือ และยังสามารถเปิดให้บริการแก่ประชาชนได้ตามปกติ ส่วนระดับน้ำบริเวณ กม.551 (สะพานห้วยแม่ต้า) ระหว่างสถานีแก่งหลวง และบ้านปิน จ.ลำปาง ที่มีระดับน้ำสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังไม่ถึงขั้นวิกฤติ แต่ รฟท. มีการติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดและจะเร่งประชาสัมพันธ์ให้รับทราบอย่างต่อเนื่อง
“การรถไฟฯ ได้ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำทางภาคเหนือที่มีมวลน้ำไหลมาจาก จ.พะเยา และ น่าน มาที่ จ.แพร่ อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่และมาตรการด้านความปลอดภัยในการเดินรถในเส้นทางสายเหนืออย่างเต็มกำลัง เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความปลอดภัยในการเดินทางแก่พี่น้องประชาชนคนไทยสูงสุด”
ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังคงพยากรณ์อากาศว่า ประเทศไทยยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะฝนตกหนักในหลายแห่งของภาคเหนือ และขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากฝนหนัก ดังนั้น ร.ฟ.ท. จึงขอให้ผู้โดยสารที่มีความประสงค์จะเดินทางในเส้นทางสายเหนือของ ร.ฟ.ท. รวมถึงเส้นทางสายอื่น สามารถติดต่อถามรายละเอียดก่อนเดินทางได้ที่โทรศัพท์สายด่วน 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือทาง FACEBOOK : ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทยกองโฆษณาและส่งเสริมการท่องเที่ยว.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ส.ค. 2559 01:10
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/693462

รฟท. เตรียมเสนอ คนร.ปัดฝุ่น ตั้งหน่วยธุรกิจ “เดินรถ-บริหารทรัพย์สิน-ซ่อมบำรุง” รองรับเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดง ปี 63 “วุฒิชาติ” พ้อ เบิกจ่ายงบประมาณล่าช้า ยัน ทำดีที่สุด ส่วนงานก่อสร้างสายสีแดงภาพรวมล่าช้า 20%
วันที่ 17 ส.ค. นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. เปิดเผยว่า ภายในปี 59-60 นี้ รถไฟจะเสนอให้คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ คนร. พิจารณาแนวทางในการจัดตั้ง 3 หน่วยธุรกิจ (business unit) เพื่อเข้ามาบริการจัดการ ฝ่ายเดินรถ, ฝ่ายบริหารทรัพย์สิน และฝ่ายซ่อมบำรุง ซึ่งการจัดตั้งหน่วยธุรกิจดังกล่าว เพื่อมารองรับการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดง ที่รถไฟดำเนินการอยู่และมีแผนที่จะเปิดให้บริการได้ ในต้น ปี 63
นอกจากจะเสนอจัดตั้งหน่วยธุรกิจแล้ว รถไฟยังมีแผนที่จะจัดตั้งการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นโฮลดิ้ง คัมปานี ซึ่งสอดคล้องกับมติ ครม. ที่ผ่านมา ที่ให้โฮลดิ้ง คัมปานี เพื่อเข้ามากำกับ 3 หน่วยธุรกิจ นอกจากนั้นในส่วนของการเร่งรัดเบิกจ่ายในปีงบประมาณ 59 นั้น ในส่วนของ รฟท. ยืนยันว่า การเร่งรัดเบิกจ่ายต่ำกว่าแผนที่กระทรวงการคลัง โดย สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร. ตั้งเป้าหมายไว้ เพราะมีการเบิกจ่ายเพียง 40,000 ล้านบาท จากงบประมาณ 60,000 ล้านบาท ซึ่งไม่ถึงที่ สคร.ตั้งไว้ว่า จะต้องเบิกจ่ายที่ 95% ในปีงบประมาณแน่นอน
“อย่างไรก็ตาม จะเร่งรัดให้มีการเบิกจ่ายงบประมาณภายในกันยายนนี้ เพิ่มอีกกว่า 1,000 ล้านบาท ก็ได้แค่ 60% กว่าๆ เท่านั้น สำหรับสาเหตุที่เบิกจ่ายไม่ได้ตามแผนเนื่องจากว่า ที่ผ่านมา มีปัญหาในเรื่อง การรื้อย้ายชุมชนในพื้นที่ก่อสร้างทำให้ไม่สามารถเริ่มงานก่อสร้างได้ตามแผน และมีโครงการยกเครื่องปรับปรุงรถไฟทั้งระบบกว่า 1.7 แสนล้านบาท แต่ในทางปฏิบัติเป็นโครงการที่เตรียมใช้เงินกู้แต่ไม่มีการใช้จริง ดังนั้นในปีงบประมาณ 60 ตน จะเสนอขอยกเลิกโครงการที่ยังผูกพันแต่ไม่มีการปฎิบัติได้จริงออกไปจากแผน จำนวนกว่า 3,000-4,000 ล้านบาท” ผู้ว่าการ รฟท. กล่าว..
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ส.ค. 2559 23:50
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/693405

‘อุตตม’ ย้ำเน็ตประชารัฐ หรือการลงทุนสร้างโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เป็นการวางรากฐานสู่ไทยแลนด์ 4.0 ถ้าไม่มีคงไม่สามารถพลิกโฉมเศรษฐกิจและสังคมดิจิตอลได้
เมื่อวันที่ 17 ส.ค.59 นายอุตตม สาวนายน รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวปาฐกถาในงานสัมมนา “ไทยแลนด์:ดิจิตอล ทรานฟอร์เมชั่น” จัดโดยสมาคมศิษย์เก่าเอ็มเอ็มพี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่า ในช่วง 2 ปีนี้รัฐบาลได้เร่งวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เพื่อให้นำพาประเทศไทยสู่ยุค 4.0 โดยเฉพาะการลงทุนสร้างโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือ อินเทอร์เน็ตประชารัฐให้เข้าถึงทุกหมู่บ้าน จะเป็นการสร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำให้กับสังคมไทย เพราะอินเทอร์เน็ตเป็นทุกสิ่งหรือ Internet of things หากไม่มีอินเทอร์เน็ตคงไม่สามารถพลิกโฉมเศรษฐกิจและสังคมดิจิตอลได้ และคงไม่สามารถก้าวข้ามการมีประชากรที่มีรายได้ปานกลางไปสู่รายได้ขั้นสูงได้ นอกจากนี้ยังตั้งเป้าหมายว่าภายใน 5 ปีจะพยายามทำให้ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิตอล
นายอุตตม กล่าวอีกว่า ปัจจุบันวิถีชีวิตประจำวันของประชาชนก็เปลี่ยนไปมากก้าวตามเทคโนโลยีดิจิตอล จะเห็นจากการเข้าถึงโซเชียลมีเดียต่างๆ ของคนไทย ขณะที่ภาคเอกชนก็เริ่มหันมาใช้เทคโนโลยีดิจิตอลมาพัฒนาสินค้าใหม่ บริการใหม่ รองรับความต้องการของผู้บริโภค ส่วนภาครัฐกำลังเร่งปรับปรุงระบบการให้บริการต่างๆ ให้ทันสมัยและสนองตอบการให้บริการภาคประชาชนให้มากที่สุด โดยตั้งเป้าว่าภายใน 10 ปีทุกอย่างจะสมบูรณ์ทุกรูปแบบ
“ทุกวันนี้การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีดิจิตอลเร็วมาก เช่นเดียวกับการฮือฮาเกมโปเกมอน จนกลายเป็นกระแสฟีเวอร์มาก ผมอยากให้มองหลายมุม เพราะมีทั้งประโยชน์และโทษ แต่สิ่งสำคัญคือการเรียนรู้ การใช้อย่างถูกต้องถูกทาง ดังนั้นการแบนเกมโปเกมอนคงทำไม่ได้ และผมไม่เคยคิด เพราะเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงเร็ว เกมที่ฮิตตอนนี้ อีกระยะหนึ่งก็มีเกมใหม่เข้ามาแทน เพราะฉะนั้นแม้อินเทอร์เน็ตเป็นทุกสิ่ง แต่ไม่ใช่ทุกอย่าง เพราะอินเทอร์เน็ตมีประโยชน์ก็ต้องใช้ให้ถูกทาง สร้างประโยชน์ สร้างโอกาส สร้างรายได้ สร้างความเท่าเทียม อินเทอร์เน็ตคือเส้นเลือดยุคดิจิตอลถ้าโครงข่ายอินเทอร์เน็ตไม่พร้อมหรือเส้นเลือดไปไม่ถึง พลังการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิตอลก็ไม่เกิดขึ้น”
นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การก้าวสู่ยุคดิจิตอลเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะฉะนั้นภาคอุตสาหกรรมจะต้องปรับตัว มองไกลรับการเปลี่ยนแปลงให้ได้ หากไม่ปรับตัว อาจไม่รอด โดยอุตสาหกรรมที่น่าเป็นห่วงมากสุดคืออุตสาหกรรมยานยนต์ เพราะมีส่ิงมาทดแทนมีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ตลอดเวลา ถ้าไม่ปรับตัวก็น่าห่วง ยกกรณีโทรศัพท์มือถือยี่ห้อโนเกีย เมื่อไม่ยอมปรับตัวก็ต้องปิดกิจการลง เช่นเดียวกับการบริการภาคการเงินที่ขณะนี้มีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ปัจจุบันมีการใช้บริการออนไลน์มากย่ิงขึ้น
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ส.ค. 2559 21:31
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/693317

ครม.เห็นชอบแต่งตั้ง “สุทธิรัตน์ รัตนโชติ” เป็นอธิบดีกรมบัญชีกลาง แทน “มนัส แจ่มเวหา” ที่เกษียณอายุสิ้นเดือน ก.ย.นี้
เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 59 นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้งข้าราชการระดับ 10 ของกระทรวงการคลัง ที่จะมีผู้เกษียณอายุราชการในสิ้นเดือน ก.ย.นี้ ประกอบด้วย 5 ตำแหน่ง โดยได้แต่งตั้ง น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมบัญชีกลาง แทน นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลางปัจจุบัน ที่เกษียณอายุราชการ
ทั้งนี้ ได้แต่งตั้ง นายพชร อนันตศิลป์ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาระบบการเงินการคลัง ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงการคลัง ภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน แทน น.ส.สุทธิรัตน์
นอกจากนี้ ยังแต่งตั้งผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลังอีก 3 ตำแหน่ง ประกอบด้วย นายลวรรณ แสงสนิท ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.), น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ที่ปรึกษาด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง และนายจำเริญ โพธิยอด ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี
ด้าน นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวว่า การโยกย้ายข้าราชการกระทรวงการคลังครั้งนี้ ในที่ประชุม ครม.มีการแต่งตั้งเพียงไม่กี่ตำแหน่ง ซึ่งได้แต่งตั้งในตำแหน่งที่ว่างลงเท่านั้น หลังจากมีการเกษียณอายุราชการในเดือน ก.ย.นี้ โดยจะยังไม่มีการสลับตำแหน่งอื่นๆ
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ส.ค. 2559 20:38
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/693226

‘พาณิชย์’ เตรียมเปิดระบายข้าวลอตใหม่ อีก 1 ล้านตัน เปิดให้ยื่นซองเสนอราคา 25 ส.ค.นี้ ตั้งเป้าส่งออกข้าวปี 59 ที่ 9.5 ล้านตัน…
เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 59 นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า ในเดือน ส.ค.นี้ กรมฯ เตรียมเปิดประมูลข้าวในสต๊อกรัฐบาลเป็นการทั่วไปครั้งที่ 5/59 ประมาณ 1 ล้านตัน โดยเป็นข้าวขาว 5% และปลายข้าว ซึ่งการประมูลครั้งนี้จะแบ่งสัดส่วนเป็นข้าวเพื่อการบริโภค 70% หรือกว่า 700,000 ตัน และข้าวเพื่อใช้ในอุตสาหกรรม เช่น อาหารสัตว์ เอทานอล ฯลฯ อีก 30% หรือกว่า 200,000 ตัน ซึ่งจะมีการเปิดชี้แจงเงื่อนไขการประมูล (ทีโออาร์) ในวันที่ 19 ส.ค.นี้ และจะเปิดให้ผู้สนใจยื่นซองคุณสมบัติวันที่ 25 ส.ค. จากนั้น วันที่ 29 ส.ค. จะเปิดให้ยื่นซองเสนอราคา
สำหรับการประมูลข้าวครั้งล่าสุด เมื่อเดือน ก.ค. 59 ทั้งการประมูลเป็นการทั่วไป และเข้าสู่อุตสาหกรรม และการเปิดให้ผู้ส่งออกที่มีคำสั่งซื้อมาเสนอซื้อโดยตรงนั้น สามารถอนุมัติขายได้ 370,000 ตัน หรือ 9% ของปริมาณที่นำออกขาย 3.81 ล้านตัน เพราะผู้ประมูลเสนอซื้อในราคาต่ำกว่าเกณฑ์ราคาขั้นต่ำ (ฟลอร์แวลู) ที่รัฐบาลกำหนด ทำให้คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ไม่อนุมัติขายให้ เพราะเกรงจะทำให้ราคาตลาดข้าวในประเทศตกต่ำลงตาม ส่งผลให้ล่าสุด รัฐบาลนี้ระบายข้าวออกจากสต๊อกแล้วกว่า 8 ล้านตัน มูลค่าราว 78,218 ล้านบาท โดยยังเหลือข้าวในสต๊อกประมาณ 9.1 ล้านตัน และตั้งเป้าหมายระบายให้หมดภายในกลางปี 60
ส่วนการส่งออกข้าวไทยปี 59 กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 9.5 ล้านตัน โดยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-26 ก.ค. ส่งออกแล้ว 5.5 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 8.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นมูลค่า 86,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.8% โดยราคาข้าวส่งออกขณะนี้ลดลงจากปีก่อน 10% ทำให้มูลค่าส่งออกไม่สูงมากนัก
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ส.ค. 2559 18:50
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/693102

‘พาณิชย์’ เตรียมถกบีโอไอ เพิ่มมาตรการส่งเสริมเอสเอ็มอี และธุรกิจบริการไทยออกไปลงทุน และหาเงินในต่างประเทศ พร้อมมองเงินบาทแข็งค่าแค่ระยะสั้น มั่นใจผู้ประกอบการจัดการความเสี่ยงได้
เมื่อวันที่ 17 ส.ค. น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานเปิดงาน “96 ปี พาณิชย์ก้าวไกล เศรษฐกิจไทยก้าวหน้า” ว่า ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อพิจารณามาตรการส่งเสริมการลงทุนให้กับผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) และธุรกิจภาคบริการของไทย เพื่อช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับเอสเอ็มอี และผลักดันให้ธุรกิจบริการของไทยทำรายได้เข้าประเทศให้มากขึ้น
“กระทรวงฯ ได้ให้ความสำคัญในการผลักดันให้เอสเอ็มอี และนักธุรกิจหน้าใหม่ (สตาร์ต อัพ) ใช้นวัตกรรมในการผลิตสินค้า และยังได้ช่วยเหลือในการตลาดให้ ส่วนรายใดที่มีความเข้มแข็ง ก็พร้อมที่จะพาออกไปลุยตลาดต่างประเทศ ขณะนี้กำลังหารือกับบีโอไอ ที่จะมีมาตรการสนับสนุน โดยจะรวมไปถึงธุรกิจภาคบริการ ที่จะเป็นแหล่งรายได้ใหม่ของไทยด้วย โดยธุรกิจของเอสเอ็มอี และธุรกิจบริการที่มีศักยภาพ เช่น การแปรรูปอาหาร การเกษตร บริการธุรกิจ วิศวกร สถาปนิก การวิจัยและพัฒนา โลจิสติกส์ การท่องเที่ยว ก่อสร้าง สุขภาพ ดิจิตอล เป็นต้น”
น.ส.ชุติมา กล่าวต่อถึงการที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง และหลายฝ่ายเริ่มกังวลว่าจะกระทบต่อเศรษฐกิจและเป้าหมายการส่งออกของไทยว่า ไม่อยากให้ตื่นตระหนกจนเกินไป เพราะค่าเงินบาทแข็งค่าในช่วงสั้นๆ ยังไม่มีสัญญาณรุนแรงอะไร และผู้ประกอบการยังสามารถบริหารจัดการได้ ไม่มีการร้องขอให้ภาครัฐเข้าไปดูแล ซึ่งกระทรวงฯ ติดตามอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว แต่ส่วนตัวมองว่าไม่น่าจะมีผลกระทบต่อการส่งออกและเศรษฐกิจไทย
สำหรับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดให้กับสินค้าของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ลานอเนกประสงค์ชั้น 3 กระทรวงพาณิชย์ เป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับเอสเอ็มอี โดยกระทรวงฯ ได้นำสินค้าเอสเอ็มอีกว่า 170 บูธมาจัดแสดงและจำหน่าย ประกอบด้วยสินค้าชุมชน สินค้าจากตลาดต้องชม สินค้าจากศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) สินค้าเกษตรอินทรีย์ สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) สินค้าอุปโภคบริโภค ธุรกิจแฟรนไชส์ สินค้าส่งออก และผลิตภัณฑ์จากราชทัณฑ์ เป็นต้น
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ส.ค. 2559 17:25
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/693156

ครม.อนุมัติ งบ 3.57 หมื่นล้าน ฟื้นฟูยกระดับแฟลตดินแดง เป็นอาคารสูง 28 ชั้นทันสมัย รวม 4 เฟส 2 หมื่นกว่ายูนิต ดำเนินการ 8 ปี รองรับคนอาศัยเดิม-ผู้อยู่ใหม่ คาดเริ่มก่อสร้าง ต.ค.นี้ …
เมื่อวันที่ 17 ส.ค. นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ที่ประชุม ครม.ได้อนุมัติงบประมาณ 35,754 ล้านบาท เพื่อลงทุนในโครงการฟื้นฟู และยกระดับคุณภาพชีวิตแก่ผู้ที่มีรายได้น้อยในโครงการแฟลตดินแดง ซึ่งก่อสร้างมา 50 ปี จนมีความทรุดโทรม โดยระยะเวลาการดำเนินการ 8 ปี ตั้งแต่ปี 2559-2567 เพื่อยกระดับแฟลตเป็นอาคารที่พักสมัยใหม่ ซึ่งจะเป็นอาคารตึกสูงทั้งหมด 28 ชั้น ทั้งหมด 4 เฟส คาดว่ามีทั้งสิ้น 20,296 หน่วย
ทั้งนี้ ยืนยันจะสามารถรองรับประชาชนเดิมได้ทั้งหมด และสามารถเพิ่มประชาชนใหม่ได้อีกประมาณ 13,000 หน่วย โดยกระบวนการทั้งหมดคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ภายในเดือน ต.ค.นี้ เป็นต้นไป ซึ่งจะให้กระทรวงการคลังเป็นผู้กู้ และให้การเคหะแห่งชาติกู้ต่อในอัตราที่เท่ากัน.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ส.ค. 2559 17:05
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/693197

ปตท.-บางจาก ประกาศขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด-ดีเซล 50 สต. เว้น E85 ขยับ 30 สต. มีผลตี 5 วันที่ 18 ส.ค.
เมื่อวันที่ 17 ส.ค. บมจ.ปตท.-บมจ.บางจากปิโตรเลียม ประกาศปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิดและดีเซล 50 สตางค์ต่อลิตร ยกเว้น E85 เพิ่มขึ้น 30 สตางค์ต่อลิตร มีผลเวลา 05.00 น. วันที่ 18 ส.ค. 59
สำหรับราคาใหม่เป็นดังนี้ เบนซิน 95 ราคา 31.36 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 24.25 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 23.98 บาท/ลิตร E20 ราคา 21.74 บาท/ลิตร E85 ราคา 17.59 บาท/ลิตร และดีเซล ราคา 23.79 บาท/ลิตร (ราคานี้ยังไม่รวมภาษีท้องที่ของแต่ละจังหวัด).