19 ส.ค. ‘ธนารักษ์’ พร้อมเปิดจองบ้านประชารัฐ ใช้เพียงบัตรประชาชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ส.ค. 2559 16:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/692128

 

19 ส.ค. ธนารักษ์ พร้อมลงทะเบียน เปิดจองสิทธิบ้านธนารักษ์ฯ ใช้หลักฐานบัตรประชาชนเท่านั้น จองก่อนได้ก่อน จ่อชงครม.ใช้มาตรา 44 แก้ไขการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ เปิดช่องผู้ประมูลสามารถนำพื้นที่ไปจัดสรรเช่าต่อได้…

เมื่อวันที่ 16 ส.ค.59 นายจักรกฤศฎิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า เราเตรียมประกาศพื้นที่โครงการบ้านธนารักษ์ประชารัฐ ระยะที่ 2 (เฟส 2) ในวันที่ 19 ส.ค.59 นี้ เบื้องต้นเป็นที่ราชพัสดุใน กทม. จ.ปทุมธานี และ จ.ฉะเชิงเทรา ให้เอกชนยื่นซองประกวดราคา ขณะที่จ.เชียงใหม่ต้องยกเลิกไป และจะต้องมีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นว่าจะเลือกพื้นที่ใดที่เหมาะสม ไม่กระทบกับประชาชน โดยคาดว่าเฟส 2 จะมีจำนวนยูนิตไม่น้อยกว่าโครงการรอบแรก ในส่วน บมจ. อารียา พรอพเพอร์ตี้ (A) ไม่ได้ติดใจฟ้องร้องอะไร และมีการเจรจากันด้วยดี

ส่วนโครงการบ้านธนารักษ์ประชารัฐที่จะเปิดจองนั้นคาดว่าจะได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยที่ผ่านมามีหน่วยราชการหลายแห่งติดต่อมายังกรมธนารักษ์ เพื่อขอจองบ้านธนารักษ์ในส่วนของการเช่าแบบบิ๊กลอต ซึ่งได้ตอบปฏิเสธไป แต่จะเปิดให้จองพร้อมกัน และยืนยันว่าโครงการบ้านธนารักษ์ฯ ใครมาจองก่อนได้สิทธิก่อน หากผู้ที่ได้สิทธิมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วน ผู้ที่ลงทะเบียนในลำดับถัดไปก็จะได้รับสิทธิแทน โดยขณะนี้กรมได้ทำระบบลงทะเบียนที่มีความพร้อมทั้งหมดแล้ว

สำหรับการยื่นจองในสิทธิของการเช่าบ้านธนารักษ์ของส่วนราชการนั้น สามารถจองได้พร้อมกันในวันที่ 19 ส.ค.นี้ ทั้งภายในงานที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และเว็บไซต์ของกรมธนารักษ์ โดยใช้หลักฐานคือบัตรประจำตัวประชาชนเท่านั้น ขณะที่บ้านที่เป็นลักษณะการซื้อ สามารถลงทะเบียนได้ผ่านเว็บไซต์ของธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และเว็บไซต์ของเอกชนผู้ชนะการประกวดราคา จากนั้นจึงส่งเอกสารพิจารณาการขอกู้ซื้อบ้านเพื่อพิจารณาต่อไป

นอกจากนี้ เตรียมจะเสนอ ครม.ให้ใช้มาตรา 44 แก้ไขการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยให้ผู้ที่เข้าประมูลสามารถนำพื้นที่ไปจัดสรรเช่าต่อได้ จากเดิมที่ติดกฎหมายของการนิคมอุตสาหกรรม (กนอ.) ที่ไม่สามารถทำได้ เพราะการให้เช่า เอกชนจะต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เท่านั้น

 

ดึงธุรกิจไทยร่วมงานไชน่า-อาเซียน เอ็กซ์โปครั้งที่ 13

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 16 ส.ค. 2559 16:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/692161

 

กระทรวงพาณิชย์ไทย-จีน หนุนภาคธุรกิจไทยร่วมงาน ที่เมืองหนานหนิง ระหว่างวันที่ 11-14 ก.ย.59 หวังสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจ คาดทะลุ 5,800 บูธ

เมื่อวันก่อน ที่โรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด กรุงเทพฯ กระทรวงพาณิชย์ไทยและจีน ร่วมกับสำนักงานเลขาธิการงานนิทรรศการแสดงสินค้าจีน-อาเซียน (ไชน่า-อาเซียน เอ็กซ์โป) ร่วมกันแถลงการจัดงานไชน่า-อาเซียน เอ็กซ์โป ครั้งที่ 13 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 11-14 กันยายน 2559 ที่เมืองหนานหนิง มณฑลกวางสี สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมี จาง เพ่ยตง อุปทูตฝ่ายพาณิชย์ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย นางวรรณภรณ์ เกตุทัต ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและเอเชีย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และ หยาง เยี่ยนเยี่ยน รองเลขาธิการสำนักงานเลขาธิการเอ็กซ์โปจีน-อาเซียน เข้าร่วมงานแถลงข่าวด้วย

จาง เพ่ยตง อุปทูตฝ่ายพาณิชย์ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยกล่าวสุนทรพจน์ว่า งานไชน่า-อาเซียน เอ็กซ์โป ประสบความสำเร็จตลอด 12 ปีที่ผ่านมา โดยส่งเสริมความร่วมมือทางการค้าการลงทุนระหว่างจีน-อาเซียนมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเทศไทย ที่มีมูลค่าการค้าระหว่างไทย-จีนเมื่อปี 2558 สูงถึง 392,392 ล้านบาท จากการจัดงานครั้งแรกเมื่อปี 2547 ที่มีมูลค่าการค้าไทย-จีนเพียง 79,323.2 ล้านบาท และมีแนวโน้มจะยกระดับความร่วมมือกันต่อไป โดยมีส่วนช่วยส่งเสริมนโยบายเส้นทางสายไหมของจีนและกระชับความสัมพันธ์ ระหว่างจีนและประชาคมอาเซียนด้วย

ด้าน หยาง เยี่ยนเยี่ยน รองเลขาธิการสำนักงานเลขาธิการเอ็กซ์โปจีน-อาเซียนกล่าวว่า งานไชน่า-อาเซียน เอ็กซ์โปครั้งที่ 13 ปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ร่วมสร้างเส้นทางสายไหมทางทะเลแห่งศตวรรษที่ 21 กระชับความสัมพันธ์ระหว่างจีน-ประชาคมอาเซียน”แบ่งเป็น 5 โซน ได้แก่ การซื้อขายสินค้า การค้าและบริการ ความร่วมมือด้านการลงทุน เทคโนโลยีล้ำสมัยและเมืองแห่งมนตร์เสน่ห์ ซึ่งเน้นการส่งเสริมความร่วมมือด้านต่างๆ ได้แก่ ความร่วมมือด้านกำลังผลิตระหว่างประเทศ การเชื่อมโยง การสร้างศูนย์รวมข่าวสารจีน-อาเซียน ความร่วมมือเขตนิคมอุตสาหกรรมระหว่างประเทศ รวมถึงการขยายสู่การชักชวนนักธุรกิจเข้าไปลงทุนในจีน นอกจากนี้ ภายในงานจะมีกิจกรรมจับคู่ทางธุรกิจ เช่น งานสัมมนาจับคู่ทางธุรกิจแบบครบวงจร สัมมนาจับคู่ทางธุรกิจระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน เป็นต้น ทั้งนี้ งานไชน่า-อาเซียน เอ็กซ์โปครั้งนี้ จะมีการจัดงานสัมมนาสำคัญรวม 26 งาน และกิจกรรมกว่า 50 รายการ โดยคาดว่าปีนี้จะมีผู้เข้าร่วมแสดงสินค้ารวมกว่า 5,800 บูธ ซึ่งไทย เป็น 1 ใน 7 ประเทศที่มีหอจัดแสดงโดยเฉพาะ ประกอบด้วย กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว พม่า มาเลเซียและเวียดนาม และมีการเพิ่มโซนจัดแสดงความร่วมมือด้านเกษตรกรรม โดยเน้นจัดแสดงเทคโนโลยีการเพาะปลูกแบบใหม่ เครื่องจักรด้านเกษตรกรรม พลังงานหมุนเวียน สวนสาธิตการเกษตร เป็นต้น ตลอดจนมีการเพิ่มโซนจัดการแสดงนานาชาติ จากประเทศสมาชิกความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคหรือ RCEP และผู้ประกอบการต่างประเทศในภูมิภาคอื่นๆ เข้าร่วมด้วย

นางวรรณภรณ์ เกตุทัต ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและเอเชีย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า หลายปีที่ผ่านมา กลุ่มอาเซียนและประเทศจีนมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นต่อกัน และปีนี้ยังครบรอบ 25 ปีความสัมพันธ์คู่เจรจาจีน-อาเซียน ซึ่งจีนถือเป็นประเทศคู่เจรจารายใหญ่ของกลุ่มอาเซียน รวมทั้งประเทศไทย ซึ่งไทยได้เข้าร่วมงานไชน่า-อาเซียนเอ็กซ์โปมาตลอด 12 ปีที่ผ่านมา นับเป็นเวทีที่ทำให้ผู้เข้าร่วมงานได้เรียนรู้เกี่ยวกับประเทศไทยผ่านนิทรรศการแสดงเอกลักษณ์ความเป็นไทย โดยปีนี้ได้รับความสนใจจากนักธุรกิจไทยจำนวนมากที่ต้องการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าข้างต้น และจองบูธแสดงสินค้าเต็มตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา

 

แจ้งเบี่ยงจราจร ถ.เจริญกรุง 17 ส.ค.-31 ต.ค. สร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ส.ค. 2559 15:34

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/692042

 

รฟม. แจ้งเบี่ยงจราจร ถนนเจริญกรุง ซ.ชุมชนเจริญไชย-โรงพยาบาลกว๋องสิว เพื่อดำเนินงานคืนผิวจราจรสถานีวัดมังกร สร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ตั้งแต่ 17 ส.ค. ถึง 31 ต.ค. 59 ตลอด 24 ชม.

วันที่ 16 ส.ค. 59 การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) แจ้งว่า บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ผู้รับจ้างก่อสร้างงานโยธา โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง-สนามไชย (สัญญาที่ 1) จะดำเนินงานคืนผิวจราจร บริเวณสถานีวัดมังกร จึงมีความจำเป็นต้องเบี่ยงจราจรบนถนนเจริญกรุง บริเวณซอยชุมชนเจริญไชย-โรงพยาบาลกว๋องสิว ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม ถึง 31 ตุลาคม 2559 ตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับแผนการเบี่ยงเส้นทางจราจร มีดังนี้ 1. รถที่มาจากถนนเจริญกรุง ให้เบี่ยงจราจรตามทางที่จัดไว้ เพื่อมุ่งหน้าไปห้าแยกหมอมี 2. รถที่มาจากถนนเยาวราช เข้าซอยแปลงนาม ให้เบี่ยงจราจรตามทางที่จัดไว้ เพื่อมุ่งหน้าไปห้าแยกหมอมี

ทั้งนี้ การเบี่ยงจราจรดังกล่าว อาจทำให้ผู้ใช้เส้นทางไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทาง ดังนั้นหากไม่มีความจำเป็น โปรดหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว

 

‘กอบกาญจน์’ จ่อกระตุ้นท่องเที่ยวผ่าน ‘โปเกมอน โก’ ชงหยุดยาว 24-27 ก.ย.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ส.ค. 2559 14:16

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/691927

 

ก.ท่องเที่ยว ทำทุกทางเพิ่มเชื่อมั่นต่างชาติ หลังเกิดเหตุไม่สงบในภาคใต้ เล็งส่งเสริมท่องเที่ยว ผ่านเกมโปเกมอน โก ปล่อยตัว Rare และ Gym ตามแหล่งท่องเที่ยว จัดคู่มือเล่นให้เหล่าเซียน จ่อชง ครม.ไฟเขียววันหยุดยาว 24-27 ก.ย. …

เมื่อวันที่ 16 ส.ค. นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ในช่วงวันที่ 12-14 ส.ค. นักท่องเที่ยวต่างชาติยังเดินทางเข้าไทยเพิ่มขึ้น 6.4% รายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 6.26% ขณะที่นักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทยเพิ่มขึ้น 7.8% รายได้เพิ่มขึ้น 10.45% โดยยังเชื่อว่าเป้าหมายรายได้ท่องเที่ยวปีนี้ที่ 2.4 ล้านล้านบาท จะสามารถทำได้อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ต่างชาติภายหลังจากเกิดเหตุความไม่สงบในหลายจังหวัดทางภาคใต้ ได้มอบหมายให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เร่งเดินหน้าจัดกิจกรรมการตลาด เพื่อลดผลกระทบ โดยจะกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้เดินทางมาท่องเที่ยวกับกิจกรรมต่างๆ อาทิ กิจกรรม “อลังการเมืองไทย”, เทศกาล วิ่ง เล่น เต้น กิน หัวหินเฟสติวัล และกิจกรรมท้าเที่ยวข้ามภาค

นอกจากนี้จะประสานกับ Master License ของโปเกมอน คอมปานี ประเทศญี่ปุ่น เพื่อขอความร่วมมือในการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยการปล่อย Rare Pokemon GO (โปเกมอน โก) และ Gym ให้มากขึ้นตามแหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะสมและปลอดภัย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยกระทรวงจะจัดทำแผนที่และคู่มือ infographic “เซียนโปเกมอน ต้องเล่นแบบนี้” เพื่อบอกตำแหน่งและข้อควรระวัง

ขณะเดียวกัน ยังมีโครงการอบรม “เครือข่ายตาสับปะรด” ของกรมการท่องเที่ยวร่วมกับกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว ที่จะนำผู้ประกอบการและผู้ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจท่องเที่ยวมาเข้ารับการอบรม เพื่อให้ความรู้ในการเป็นเจ้าบ้านที่ดี รู้จักหลักการสังเกตบุคคลหรือวัตถุต้องสงสัย ซึ่งจะเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่บ้านเมืองในลักษณะเครือข่ายได้อย่างครอบคลุมทุกพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว

“เราทำทุกทาง เพื่อให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกได้เห็นว่าเมืองไทยยังเป็นเมืองที่น่ามาพักผ่อน โดยเร่งชี้แจงกับหน่วยงานท่องเที่ยวในหลายประเทศ ย้ำให้เห็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเร่งหาเบาะแสอย่างเต็มที่ และคดีคืบหน้าไปเร็วมาก มั่นใจว่าจากการระดมและร่วมมือกันของทุกฝ่ายในรูปแบบนี้ จะทำให้นักท่องเที่ยวคลายความกังวลได้อย่างแน่นอน”

ทั้งนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ อยู่ระหว่างเตรียมเสนอที่ประชุม ครม. เพื่อพิจารณาอนุมัติให้มีวันหยุดยาวในระหว่างวันที่ 24-27 ก.ย.นี้ โดยระหว่างนี้กำลังรอให้ ททท.สรุปแผนเข้ามาภายในสัปดาห์นี้ก่อน.

 

ทองเปิดตลาดขึ้น 50 รูปพรรณขายบาทละ 22,550

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ส.ค. 2559 09:38

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/691663

 

ราคาทองวันที่ 16 ส.ค. 59 เปิดตลาดขึ้น 50 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 21,950 ขายออกบาทละ 22,050 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 21,557.52 ขายออกบาทละ 22,550 บาท…

เมื่อวันที่ 16 ส.ค. 59 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.28 น. ปรับเพิ่มขึ้น 50 บาท ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 21,950.00 บาท ขายออกบาทละ 22,050.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 21,557.52 บาท ขายออกบาทละ 22,550.00 บาท

 

ส.อ.ท.ชี้ยังไม่ถึงจุดต่ำสุด ยอดขายหนังสือพิมพ์-นิตยสารปีนี้วูบ 10%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ส.ค. 2559 07:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/691442

 

ส.อ.ท.เผยยอดขายหนังสือพิมพ์ นิตยสาร ปีนี้ ลดลง 10% หลังจาก 2 ปีที่ผ่านมาตกต่ำต่อเนื่อง ยอดขายหายไป 30% แต่ปีนี้ยังโชคดี เพราะสิ่งพิมพ์ กลุ่มบรรจุภัณฑ์เติบโตเพิ่มขึ้น ลุ้นยอดขายรวมปีนี้ 3 แสนล้านบาทใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ขณะที่ นายทุนชาวไทยทยอยย้ายฐานไปเวียดนาม

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงแนวโน้มอุตสาหกรรมการพิมพ์ของประเทศไทยว่า ในอุตสาหกรรมการพิมพ์แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่ 1.อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ 2.อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์เพื่อความปลอดภัย 3.อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ โดยในอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ จำพวกหนังสือพิมพ์ นิตยสาร นิตยสารแจกฟรี และใบปลิวส่งเสริมการขาย เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยีสารสนเทศมากที่สุด เพราะ 2 ปีที่ผ่านมา ยอดขายลดลงไป 30% และในขณะนี้ก็ยังลดลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไม่มีแนวโน้มเห็นถึงจุดต่ำสุด แต่ก็ค่อยๆปรับตัวเข้าสู่ภาวะสมดุล หรือมีอัตราการถดถอยที่ลดลง หรือค่อยๆทยอยลดลงไม่เหมือนก่อนหน้านี้ ที่ลดลงอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง ทำให้คาดว่าปีนี้ยอดขายในกลุ่มนี้จะลดลง 10%

สำหรับสิ่งพิมพ์เพื่อความปลอดภัย อาทิ การพิมพ์เอกสารเฉพาะกิจ มีสัดส่วนไม่มากนักและอยู่ในภาวะทรงตัว แต่ในอนาคตอาจจะลดลง เพราะคนใช้เช็คกันมากขึ้น เพราะรัฐบาลให้ไปส่งเสริมอี-เพย์เม้นท์ มากขึ้น โดยทั้ง 2 กลุ่มนี้มีมูลค่ารวมกัน 135,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 45% ของอุตสาหกรรมการพิมพ์ทั้งหมด ขณะที่อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ตามการเพิ่มขึ้นของอาหารแปรรูป และอาหารสำเร็จรูป ที่ประชาชนหันมานิยมมากขึ้น โดยยอดขายเพิ่มขึ้นปีละ 10% หรือปีละ 10,000 ล้านบาท ทำให้สัดส่วนในอุตสาหกรรมนี้เพิ่ มขึ้นเป็น 55% ของกลุ่มอุตสาหกรรมการพิมพ์ ที่มียอดขายปีละ 165,000 ล้านบาท และยังมีการขยายการลงทุนเพิ่มขึ้น

“ยอดขายในอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ปรับลดลงมาโดยตลอด แต่ในส่วนของบรรจุภัณฑ์กลับขยาย ตัวเพิ่มขึ้น ทำให้ในภาพรวมทั้งระบบจึงไม่ลดลง และทรงตัวเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ที่คาดว่าจะมียอดขายรวม 3 00,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา”

นายเกรียงไกรกล่าวว่า การรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ทำให้หลายๆประเทศ มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็วทำให้ในอนาคตนักลงทุนไทยมีแนวโน้มเข้าไปลงทุนตั้งโรงพิมพ์ในประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น ที่ผ่านมาก็มีนักลงทุนชาวไทยเข้าไปตั้งกิจการโรงงานสิ่งพิมพ์ในเวียดนามแล้ว 5 แห่ง และหากพม่า ลาว กัมพูชา มีระบบสาธารณูปโภคที่ดีขึ้น ก็จะมีนักลงทุนไทย เข้าไปลงทุนด้านสิ่งพิมพ์มากขึ้น ขณะที่โรงพิมพ์ในประเทศไทย ก็ต้องปรับตัวไปใช้เทคโนโลยีระดับสูงให้มากขึ้น โดยในปัจจุบันอุตสาหกรรมนี้จะอยู่ ในระดับอุตสาหกรรม 3-3.5 มีเพียงบางส่วนที่ต้องใช้แรงงานคนในการขนส่งย้ายไลน์การผลิต ซึ่งจะค่อยๆนำหุ่นยนต์ และเทคโนโลยีอัตโนมัติเข้ามาใช้เพิ่มขึ้น รวมทั้งหันไปผลิตสิ่งพิมพ์ บรรจุภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพิ่มขึ้น

นายสมศักดิ์ ดารารัตนโรจน์ ประธานกรรมการบริหารนิคมอุตสาหกรรมสินสาคร จังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า หลังจาก บริษัท ซี.เอ.เอส.แอสเซท จำกัด ที่ตั้งกิจการในนิคมฯสินสาคร นำเทคโนโลยี เข้ามาใช้บริหารจัดการโกดังสินค้าแทนแรงงานคน ช่วยให้ต้นทุนการดำเนินธุรกิจลดลง 30% จากเดิมที่ต้นทุนการขนส่งสูงถึง 30 ล้านบาทต่อปี สอดคล้องกับแนวคิดรัฐบาล ที่ผลักดันอุตสาหกรรมไทยไปสู่ยุค 4.0 ขณะที่การรวมกลุ่มคลัสเตอร์สิ่งพิมพ์ตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำในนิคมฯแห่งนี้ ทำให้ผู้ประกอบการ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการขนส่งวัตถุดิบ ทำให้ต้นทุนรวมลดลง 15%

นายเจน นำชัยศิริ ประธาน ส.อ.ท. ระบุว่า การเข้าสู่ยุค 4.0 ประเทศจะไม่กระทบกับการจ้างงานในตลาดแ รงงาน สะท้อนจากอัตราการว่างงานขณะนี้ ที่ยังอยู่ในระดับต่ำที่ 1% แต่แรงงานก็ต้องปรับตัวไปสู่การเป็นแรงงานที่มีทักษะ เพื่อให้ยังสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก.

 

“ทรู” เปิดตัวโปเกมอนภาคไทยสิ้นปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ส.ค. 2559 07:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/691433

 

นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหารบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทรูน่าจะเปิดตัวเกมโปเกมอน โก เวอร์ชั่นประเทศไทยได้ภายในไตรมาส 4 โดยขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการหารือกับโปเกมอนญี่ปุ่น ถึงรายละเอียดของเกมเวอร์ชั่นประเทศไทยว่าอะไรที่ทำได้หรือทำไม่ได้บ้าง

ด้านนายกิตติณัฐ ทีคะวรรณ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการพาณิชย์ ธุรกิจโมบายล์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า เกมโปเกมอน โก เวอร์ชั่นสำหรับประเทศไทย จะเป็นสิทธิพิเศษเฉพาะสำหรับลูกค้าทรูมูฟเอชเท่านั้น โดยทรูเตรียมจะเปิดตัวซิมโปเกมอน โก ในอีก 1 เดือนข้างหน้า ซึ่งซิมดังกล่าวจะสามารถเล่นเกมโปเกมอน โกในเวอร์ชั่นไทยได้ รวมทั้งจะได้สิทธิประโยชน์ในคาแรกเตอร์โปเกมอน โก ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ของทรูด้วย ส่วนการคัดเลือกสปอนเซอร์ของเกมนั้น เบื้องต้นมีแนวทางที่จะเลือกรายที่มีศักยภาพที่สุดเพียง 1 ธุรกิจในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม

นายกิตติณัฐกล่าวอีกว่า ตัวขับเคลื่อนธุรกิจของทรูมูฟเอชในปีนี้ ได้แก่ คอนเทนต์ที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของทรูได้แก่ สิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ซึ่งเป็นของทรูมูฟเอชเพียงรายเดียว รวมทั้งเกมโปเกมอน โก ซึ่งด้วยคอนเทนต์หัวหอก 2 รายการดังกล่าว จะทำให้ยอดรายได้ของทรูมูฟเอชในปีนี้เติบโตได้เกิน 20% แน่ โดย ณ สิ้นไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ทรูมูฟเอชมีลูกค้า 4 จี ทั้งสิ้น 5 ล้านราย คาดว่าสิ้นปีนี้จะเพิ่มเป็น 10 ล้านราย

ทั้งนี้ ทรูเป็นผู้บริหารจัดการลิขสิทธิ์โปเกมอนแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ภายใต้สัญญา 3 ปี ซึ่งทำให้ทรูได้ลิขสิทธิ์เกมโปเกมอน โก เวอร์ชั่นประเทศไทยไปด้วย แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเกมโปเกมอน โกในเวอร์ชั่นระดับโลกที่กำลังเล่นกันอยู่ในปัจจุบัน.

 

ดึงลูกค้าถือบัตร “ช้างศึกกสิกรไทย”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ส.ค. 2559 07:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/691426

 

สมทบทุนนักบอลแห่งทวีปเอเชีย “สมยศ” ย้ำพร้อมโม่แข้งทุกชาติ

นางนพวรรณ เจิมหรรษา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ร่วมมือกับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ออกบัตรเดบิตช้างศึกกสิกรไทย เนื่องจากทีมฟุตบอลทีมชาติไทย เป็นทีมขวัญใจชาวไทย ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก จากผลงานการเล่นที่ครองใจแฟนฟุตบอล ด้วยการผ่านเข้ารอบคัดเลือกฟุตบอลโลกรอบ 12 ทีมสุดท้ายของทวีปเอเชียอีกครั้ง หลังจากรอคอยมานาน 14 ปี และเมื่อมีการสมัครบัตรเดบิตช้างศึกกสิกรทุก 1 ใบ ธนาคารได้มอบเงิน 100 บาทและได้มอบเงิน 30 ล้านบาท ให้กับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และคาดว่าในปีแรกจะออกบัตรได้ 300,000 ใบ โดยเริ่มออกบัตรตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค.นี้

“ธนาคารได้ให้บริการบัตรเดบิต ที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย รวมถึงลูกค้าที่นิยมกีฬาฟุตบอล การออกบัตรเดบิตช้างศึกกสิกรไทย เป็นการต่อยอดการออกบัตรเดบิตสโมสรฟุตบอล ที่ธนาคารได้ร่วมกับสโมสรต่างๆ จำนวน 49 แห่ง ทั้งไทยพรีเมียร์ลีก ดิวิชั่น 1 และดิวิชั่น 2 ออกมาให้บริการกับลูกค้าตั้งแต่ปี 2557 มียอดการออกบัตร 200,000 ใบ”

นางนพวรรณกล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจบัตรเดบิตในปัจจุบัน มีจำนวนผู้ถือบัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิตทุกธนาคาร อยู่ประมาณ 61 ล้านใบ แบ่งเป็น บัตรเดบิต 48 ล้านใบ บัตรเอทีเอ็ม 13 ล้านใบ และแนวโน้มผู้ถือบัตรเอทีเอ็มจะลดลง เนื่องจากทุกธนาคารมีการผลักดันการใช้บัตรเดบิตเพิ่มมากขึ้น และปีนี้ธนาคารจะออกบัตรเดบิต 4 ล้านใบ ทำให้ฐานบัตรเดบิตปีนี้เพิ่มเป็น 11 ล้านใบ จากปัจจุบัน 10.5 ล้าน ขณะที่ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิต ครึ่งปีแรกของปีนี้ ภาพรวมตลาดมีมูลค่า 66,800 ล้านบาท โดยธนาคารมีส่วนแบ่งตลาด 25,000 ล้านบาท หรือ 38% ของตลาดรวม ทำให้ธนาคารครองอันดับ 1 ในด้านยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิต

พลตำรวจเอกสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า การออกบัตรเดบิตช้างศึกกสิกรไทย เป็นอีกหนึ่งช่องทางให้แฟนฟุตบอลได้ช่วยส่งแรงใจสนับสนุนมายังทีมฟุตบอลไทย ตนเชื่อมั่นว่าเด็กไทยมีความสามารถ สู้ได้กับทุกชาติ โดยรอบคัดเลือกรอบ 12 ทีมสุดท้ายของทวีปเอเชีย มีนัดเตะทั้งหมด 10 นัด เป็นนัดเยือน 5 นัด นัดเหย้า 5 นัด ซึ่งจะแข่งขันที่สนาม ราชมังคลากีฬาสถาน โดยนัดเหย้าที่จะจัดในปีนี้จะมี 2 นัด คือ นัดระหว่างไทยกับญี่ปุ่นในวันที่ 6 ก.ย. นัดระหว่างไทยกับออสเตรเลียวันที่ 15 พ.ย.นี้.

 

G LAND โตใสๆรับรู้รายได้พุ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ส.ค. 2559 06:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/691423

 

น.ส.รมณี บุญดีเจริญ กรรมการ และรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แกรนด์ คาแนลแลนด์ จำกัด (G Land) เปิดเผยว่า ขณะนี้อาคารสำนักงาน G Tower ซึ่งเปิดพื้นที่ให้จองตั้งแต่ปี 2558 โดยเฉพาะอาคาร South Wing มีการลงนามในสัญญากับผู้เช่าจนเต็มพื้นที่แล้ว ส่วนอาคารด้านเหนือ North Wing ซึ่งสูงกว่า อยู่ระหว่างเจรจากับผู้ที่สนใจรายใหญ่จะเข้ามาเช่าใช้พื้นที่ อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถปล่อยเช่าพื้นที่ของอาคารนี้ได้แล้วกว่า 70%

G Tower เป็นอาคารที่ได้รับการออกแบบเป็นรูปตัว G และเป็นมีความเอน 8 องศา โดยใช้เทคโนโลยีการก่อสร้างทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน ทั้งยังเป็นอาคารเอนแห่งแรกของประเทศไทยที่มีพื้นที่ให้เช่าทั้งสิ้น 65,000 ตร.ม. เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงการแกรนด์ พระรามเก้าให้เป็นศูนย์กลางทางธุรกิจใหม่ของกรุงเทพมหานคร จากพื้นที่ให้เช่าที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้การรับรู้รายได้จากการให้เช่าเพิ่มตามขึ้นไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่ G Land จะแล้วเสร็จในอีกไม่นานนี้ และจะเตรียมเปิดตัว Penhouse&Duplex ในอาคารพักอาศัย Grand Bell Condominium และแกรนด์ คาแนล ดอนเมืองเฟส 2 ใน Q 3 ของปีนี้ต่อ ทั้งหมดนี้ทำให้บริษัทมีกำไรเพิ่มขึ้นจากปีก่อนเป็น 110.8 ล้านบาท.

 

หุ้นสหรัฐฯ ทำนิวไฮใหม่ หลังราคาน้ำมันพุ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ส.ค. 2559 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/691541

 

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปิดที่สถิติสูงสุดตลอดกาลอีกครั้งในวันจันทร์ โดยได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งของราคาน้ำมัน…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 15 ส.ค. ในแดนบวก โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 59.58 จุด หรือ 0.32% ปิดที่ 18636.05 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 6.10 จุด หรือ 0.28% ปิดที่ 2190.15 จุด ขณะที่ดัชนีแนสเด็กเพิ่มขึ้น 29.12 จุด หรือ 0.56% ปิดที่ 5262.02 จุด

เมื่อวันจันทร์นับเป็นวันที่ 2 ในรอบไม่กี่วัน ที่ดัชนีหุ้นชั้นนำทั้ง 3 ตัวของสหรัฐฯ ทำสถิติใหม่พร้อมกัน โดยการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันสหรัฐฯ ช่วยหนุนหุ้นของบริษัทในกลุ่มพลังงาน นอกจากนี้ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากหุ้นบริษัทกลุ่มอุตสาหกรรม, การเงิน และวัตถุดิบ