หุ้นสหรัฐฯ บวกแคบ จากแรงฉุดกลุ่มค้าปลีก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ส.ค. 2559 06:29

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/686361

 

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในวันอังคาร โดยถูกฉุดจากการลดลงของหุ้นบริษัทกลุ่มค้าปลีก ขณะที่แนสแด็กทำนิวไฮใหม่เป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 9 ส.ค. ในแดนบวก โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 3.76 จุด หรือ 0.02% ปิดที่ 18533.05 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 0.85 จุด หรือ 0.04% ปิดที่ 2181.74 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 12.34 จุด หรือ 0.24% ปิดที่ 5225.48 จุด

ในช่วงกลางวัน ตลาดสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นจากรายได้ของบริษัท ดิสนีย์ อย่างไรก็ตาม ตลาดถูกฉุดด้วยหุ้นบริษัทกลุ่มค้าปลีก โดยบริษัทเสื้อผ้าอย่าง ‘แกป อิงค์’ และ ‘นอร์ดสตรอม’, ห้างสรรพสินค้า ‘มาซีส์’ และ ‘โคห์ลส์’ รวมทั้ง วิลเลียมส์-โซโนมา และเบสต์บาย หุ้นตกทั้งหมด

 

ลั่นตอกเสาเข็มต้นปี 60 เปิดหวูดประมูลสร้างรถไฟทางคู่ 5 สาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 ส.ค. 2559 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/686282

 

นายกมล ตั้งจิตเจริญชัย รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งจัดทำรายละเอียดเงื่อนไขการประกวดราคา (ทีโออาร์) โครงการรถไฟทางคู่ที่ผ่านการพิจารณาจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้วทั้ง 5 สาย ระยะทางรวมประมาณ 702 กิโลเมตร (กม.) มูลค่าก่อสร้างรวม 101,100 ล้านบาท เพื่อให้ได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์นี้ คือ รถไฟทางคู่ ช่วงประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร ระยะทาง 167 กิโลเมตร วงเงินลงทุนประมาณ 17,200 ล้านบาท 2.ช่วงนครปฐม-หัวหิน ระยะทาง 165 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 20,000 ล้านบาท 3.ช่วงหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ ระยะทาง 90 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 10,000 ล้านบาท 4.ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ ระยะทาง 132 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 29,600 ล้านบาท และ 5.ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ ระยะทาง 148 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 24,900 ล้านบาท หากทีโออาร์ได้ข้อสรุปจะประกาศประกวดราคาได้ในสัปดาห์หน้า

“ยอมรับว่าที่ผ่านมาทีโออาร์บางช่วงที่ดำเนินการล่าช้ากว่าแผนงานที่กำหนด ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปตามแผน ครั้งนี้จะเปิดประกวดราคาพร้อมกันทั้ง 5 สายเลย ทีโออาร์ครั้งนี้เปิดกว้างให้เอกชนเข้าร่วมประกวดราคาได้มากขึ้น และทุกบริษัทสามารถยื่นซองประกวดราคาได้ตามต้องการ คาดว่าจะมีบริษัทเอกชนจากไทยและต่างประเทศสนใจเข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 10 ราย และสามารถเริ่มก่อสร้าง ตอกเสาเข็มพร้อมกันทั้ง 5 สายในต้นปี 60”.

 

ล่อใจตั้ง “นิติบุคคล” ลดเหมาจ่ายภาษี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 ส.ค. 2559 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/686277

 

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการเพื่อส่งเสริมให้บุคคลธรรมดาประกอบธุรกิจในรูปของนิติบุคคล ซึ่งปัจจุบันการประกอบธุรกิจดำเนินการใน 2 รูปแบบคือ ดำเนินการในรูปของบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล โดยในส่วนของนิติบุคคล จะต้องมีการทำบัญชี และมีผู้สอบบัญชี ทำให้ธุรกิจมีความโปร่งใส เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามรายได้และรายจ่ายที่เกิดขึ้นจริงจากการประกอบธุรกิจ ขณะที่การทำธุรกิจแบบบุคคลธรรมดา สามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาหรือเลือกหักค่าใช้จ่ายได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม ซึ่งหากบุคคลธรรมดามีรายได้จากการรับเหมาสามารถหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ในอัตรา 70% และหากมีเงินได้จากธุรกิจ สามารถหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ในอัตรา 40-85% โดยการหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาทั้ง 2 รูปแบบของบุคคลธรรมดาอยู่ในอัตราที่สูง ทำให้ผู้มีเงินได้ส่วนใหญ่เลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา ไม่ได้หักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นหรือเหมาะสมจึงไม่ได้แสดงให้เห็นถึงผลประกอบการที่แท้จริง

ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องการส่งเสริมให้บุคคลธรรมดาประกอบธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคล ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบธุรกิจแสดงผลประกอบการที่แท้จริง ทำให้ธุรกิจมีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ง่าย และเป็นการสร้างฐานภาษีที่ยั่งยืนในระยะยาว รัฐบาลจึงมีมาตรการที่สำคัญ เพื่อช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการใช้วิธีการหักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเท่าเทียมกันมากขึ้นดังนี้คือ มาตรการที่ 1 ลดอัตราการหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาลงมาเหลือไม่เกิน 60% สำหรับรายได้พึงประเมินตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2560 มาตรการที่ 2 ยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์แก่บุคคลธรรมดาในการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์และทรัพย์สินให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จดทะเบียนจัดตั้ง ตั้งแต่วันที่ 9 ส.ค. 2559-31 ธ.ค.2560

มาตรการที่ 3 คือ บริษัทที่จัดตั้งใหม่โดยมีทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการไม่เกิน 30 ล้านบาท สามารถนำรายจ่ายที่เกิดจากการจัดตั้งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล รวมทั้งรายจ่ายค่าทำบัญชีและค่าสอบบัญชีมาหักรายจ่ายได้ 2 เท่า มาตรการที่ 4 กระทรวงมหาดไทยจะลดค่าธรรมเนียมการโอนอสังหาริมทรัพย์ และห้องชุดที่ถือเป็นการส่วนตัวโอนเข้าบริษัทนิติบุคคลจาก 2% เหลือ 0.01% และมาตรการที่ 5 การอนุญาตให้บุคคลธรรมดาสามารถโอนใบอนุญาตในการประกอบกิจการ ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะสนับสนุนให้มีผู้ประกอบการนิติบุคคลรายใหม่ในระบบภาษีเพิ่มขึ้น 250,000 ราย และทำให้รัฐจัดเก็บ ภาษีเพิ่มขึ้นได้ 4,200 ล้านบาท.

 

ครม.อนุมัติ4กองทุนหมุนเวียน ช่วยเลี้ยงตัวยามเกษียณ-สร้างฐานประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 ส.ค. 2559 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/686276

 

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในหลักการจัดตั้งกองทุนหมุนเวียน 4 กองทุน ได้แก่ 1.กองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เพื่อช่วยเหลือกลุ่มแรงงานในระบบ ด้วยการบังคับให้นายจ้างตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้กับลูกจ้าง ได้มีเงินออมเพิ่มเติม ไว้ใช้ในช่วงวัยเกษียณ โดยร่าง พ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ จะจัดทำเสร็จและเสนอเข้ามาเป็นแพ็กเกจใหญ่รวมกับมาตรการดูแลผู้สูงอายุ ให้ ครม.พิจารณาในเดือน ส.ค.นี้

ทั้งนี้ กระทรวงคลังรายงานว่า แรงงานส่วนใหญ่มีรายได้หลังเกษียณไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต โดยแรงงานในระบบที่ส่งเงินเข้ากองทุนประกันสังคมเพียงช่องทางเดียว ได้แก่ ลูกจ้างภาคเอกชน ลูกจ้างชั่วคราวของส่วนราชการ และพนักงานของรัฐ จะมีรายได้หลังเกษียณเฉลี่ยเพียง 19% ของเงินเดือนเดือนสุดท้าย ซึ่งต่ำกว่าระดับรายได้หลังเกษียณที่เพียงพอที่ควรอยู่อัตรา 50-60% ของรายได้ก่อนเกษียณ ทำให้ประชาชนกลุ่มนี้มีความเสี่ยงที่จะยากจนในช่วงวัยชรา จะมีเพียงกลุ่มข้าราชการที่มีรายได้หลังเกษียณค่อนข้างเพียงพอในอัตรา 70% ของเงินเดือนเดือนสุดท้าย จึงเห็นควรให้มีการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับสำหรับแรงงานครอบคลุมลูกจ้างเอกชน ลูกจ้างชั่วคราว ส่วนราชการ พนักงานรัฐ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รวม 11.37 ล้านคน

2.กองทุนเพื่อสนับสนุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย เป็นการจัดตั้งขึ้นเพื่อคุ้มครองการจ่ายผลตอบแทนให้กับผู้ถือหลักทรัพย์ที่จะได้รับความคุ้มครองของกองทุนรวมฯ ซึ่งกำหนดผลตอบแทนไม่ต่ำกว่า 2-3% ต่อปี และสนับสนุนผลประกอบการของกองทุนรวมฯ ให้มีความมั่นคง ลดการพึ่งพางบประมาณภาครัฐ

3.กองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรมจะช่วยเหลือด้านงานวิจัย โดยเป็นการอุดหนุนสมทบบางส่วน หรือเป็นทุนอุดหนุนสมทบกำหนดเงื่อนไขส่งคืนเมื่อโครงการประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ 4.กองทุนเพื่อโครงการอาหารนักเรียนในโรงเรียน โดยย้ายจากที่อยู่ภายใต้กระทรวงคลัง ให้ไปอยู่ภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ.

 

ตลาดหุ้นพร้อมจ่ายภาษีนิติบุคคล!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 ส.ค. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/686271

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 271) เรื่อง กำหนดนิติบุคคลตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร โดยประกาศให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร จึงต้องเสียภาษีนิติบุคคล ในอัตรา 20% ของกำไรเหมือนกับบริษัททั่วไป จากเดิมที่ตลาดหลักทรัพย์ได้รับการยกเว้นภาษี เนื่องจากภาครัฐต้องการกระตุ้นให้ตลาดหลักทรัพย์มีความแข็งแกร่ง โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 9 ส.ค.59 เป็นต้นไป ทั้งนี้ ปี 58 ตลาดหลักทรัพย์และกิจการย่อยของตลาดหลักทรัพย์มีรายได้รวม 5,215 ล้านบาท และมีกำไรประมาณ 1,150 ล้านบาท ส่วนปี 57 มีรายได้รวม 5,237 ล้านบาท และมีกำไรประมาณ 1,585 ล้านบาท ขณะที่สินทรัพย์รวมหมุนเวียนในปี 58 อยู่ที่ 17,326 ล้านบาท และในปี 57 สินทรัพย์รวมหมุนเวียน 18,012 ล้านบาท

ด้านนางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์มีความพร้อมที่จะจ่ายภาษีนิติบุคคลในอัตรา 20% เหมือนกับบริษัททั่วไป เนื่องจากองค์กรมีความแข็งแกร่งและมีรายได้ที่มั่นคง ซึ่งนอกจากจะมีความพร้อมด้านการจ่ายภาษีแล้ว ทางตลาดหลักทรัพย์ก็ยังสามารถที่จะช่วยเหลือสังคมและการส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามาลงทุนหรือออมเงินผ่านตลาดทุนด้วย สำหรับรายได้ส่วนใหญ่ของตลาดหลักทรัพย์มาจากค่าธรรมเนียมการจัดระบบการซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียน, การให้บริการชำระราคา, ส่งมอบหลักทรัพย์และการกำกับดูแลการซื้อขาย, รายได้จากตราสารอนุพันธ์ เช่น การจัดระบบการซื้อขายและการชำระราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือตราสารอนุพันธ์ทุกประเภท, รายได้จากธุรกิจงานนายทะเบียนและรายได้จากผลตอบแทนจากการลงทุน เป็นต้น ทั้งนี้ นับตั้งแต่จัดตั้งตลาดหลักทรัพย์ได้รับการยกเว้นภาษีในฐานะองค์กรที่จัดตั้งขึ้นมาตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์.

 

ซีคอนบางแคจัดให้ รวมมิตรโชว์แมลง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 ส.ค. 2559 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/686267

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์การค้าซีคอน บางแค ถ.เพชรเกษม ร่วมกับบริษัท ไทยประกันชีวิต จัดงาน A Bug’s Life เนรมิตศูนย์วิจัยแมลง 70 สายพันธุ์ สำหรับผู้ชื่นชอบในโลกของแมลง ระหว่างวันที่ 12-21 ส.ค. 59 ณ ลานกลางและฮอลล์บี ชั้น 1 ศูนย์สรรพสินค้าซีคอน บางแค ภายในงานมีการนำแมลงหลากหลายมาแสดงให้ชม ได้แก่ ตั๊กแตนจังเกิ๊ลนิมพ์ ตั๊กแตนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก, แมงมุมแม่ม่ายหลังเพลิง ด้วยลวดลายบนหลังสีแดงหรือส้มคล้ายเปลวเพลิง, หนอนอีรี่ หนอนเลี้ยงเพื่อผลิตเส้นใบคล้ายผ้าขนสัตว์ ระบายอากาศได้ดีและให้ความอบอุ่น, แมงป่อง หรือ Death Stalker ที่มีพิษรุนแรงที่สุดในโลก เมื่อเทียบน้ำพิษหยดต่อหยดกับแมงป่องชนิดอื่น รวมทั้งพบกับกิจกรรมมากมาย เช่น ส่องกล้องจ้องหน้ากับแมลง และการทำของที่ระลึกจากแมลงด้วย.

 

ดัชนีเศรษฐกิจ 10/08/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 ส.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/686212

 

ดับบลิวเอชเอทุ่ม 4.3 หมื่นล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 ส.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/686262

 

ลุยลงทุน 4 กลุ่มธุรกิจหนุนรัฐดันอีสเทิร์นซีบอร์ดเฟส 2

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดับบลิวเอชเอกรุ๊ป (WHA) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารแถลงแผนธุรกิจ 5 ปีว่า ตั้งงบลงทุน 43,000 ล้านบาท ในการขยาย 4 กลุ่มธุรกิจหลัก เพื่อนำดับบลิวเอชเอสู่การเป็นผู้นำด้านโลจิสติกส์ อสังหาริมทรัพย์และนิคมอุตสาหกรรมแบบครบวงจรในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) หลังเห็นโอกาสที่ดีจากโครงการรัฐบาลที่จะพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) หรืออีสเทิร์นซีบอร์ดเฟส 2 โดยธุรกิจทั้ง 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์, นิคมอุตสาหกรรม, สาธารณูปโภคและไฟฟ้า และธุรกิจดิจิทัล ล้วนสอดรับกับเป้าหมายและการพัฒนาโครงการ EEC ในการจัดหาแพลตฟอร์มดิจิทัลและโรงงานหรือคลังสินค้าอัจฉริยะ เพื่อช่วยให้ซุปเปอร์คลัสเตอร์ของ อุตสาหกรรมใหม่เกิดขึ้นได้ ตามนโยบายรัฐบาล นอกจากขยายการลงทุนไปต่างประเทศ “ดับบลิวเอชเอกรุ๊ปพร้อมสนับสนุนโครงการ EEC ให้เกิดขึ้น โดยหลังควบรวมกิจการกับ บมจ.เหมราชพัฒนาที่ดิน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาคลัสเตอร์ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และปิโตรเคมี และอนาคตมุ่งอุตสาหกรรมเป้าหมายทั้งดิจิทัล การบิน หุ่นยนต์ พลังงานชีวภาพ เคมีชีวภาพและสุขภาพ”

นางสาวจรีพรได้ฉายภาพการลงทุนแต่ละกลุ่มว่า ธุรกิจโลจิสติกส์เตรียมงบลงทุน 14,000 ล้านบาท ขยายกิจการทั้งในและต่างประเทศ โดยในไทยเน้นพัฒนาอาคารมูลค่าสูงให้เช่า ทั้งคลังสินค้า โรงงานและสำนักงาน และพัฒนาคลัสเตอร์อุตสาหกรรมและบริการใหม่ๆ ในอีสเทิร์นซีบอร์ด โดยมีแผนพัฒนาพื้นที่ 500 ไร่ รองรับอุตสาหกรรมการบินและหุ่นยนต์ใกล้กับสนามบินอู่ตะเภา ส่วนกลุ่มธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมจะลงทุน 14,000 ล้านบาท พัฒนานิคมอุตสาหกรรมใหม่ 2 แห่งในอีสเทิร์นซีบอร์ด และอีก 2 แห่งในต่างประเทศ ปัจจุบันมีที่ดินรอพัฒนาอีก 11,000 ไร่ และวางแผนจะซื้อที่ดินเพิ่มเติมในปี 61 โดยทุกนิคมฯจะออกแบบและพัฒนาให้เป็น “สมาร์ท ดิสทริค” สำหรับกลุ่มธุรกิจสาธารณูปโภคและไฟฟ้าใช้งบลงทุน 11,000 ล้านบาท ขยายบริการไปยังพื้นที่นอกเขตนิคมอุตสาหกรรมและต่างประเทศ รวมทั้งมีแผนเสนอบริการเพิ่มทั้งจ่ายก๊าซธรรมชาติและการสื่อสารผ่านใยแก้วนำแสง กลุ่มนี้มีแผนนำเข้าตลาดหุ้นปีหน้า ส่วนธุรกิจดิจิทัล แพลตฟอร์มลงทุน 4,000 ล้านบาท สร้างดาต้าเซ็นเตอร์ 3-5 แห่ง ในปี 59-63 โดยศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ 2 แห่งแรกพร้อมเปิดให้บริการปลายปี 59 ส่วนแห่งที่ 3 เปิดให้บริการต้นปี 61 ตามด้วยอีก 2 โครงการภายในปี 65.

 

ขนส่งจัด ‘วิ่งฟรี ทำดีเพื่อแม่’ ให้บริการแท็กซี่ ไม่คิดค่าโดยสาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ส.ค. 2559 20:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/686088

 

ขนส่งทางบก ร่วมกับผู้ประกอบการรถแท็กซี่ และภาคีเครือข่าย ด้านความปลอดภัยทางถนน จัดงานเฉลิมพระเกียรติ “12 สิงหามหาราชินี 2559” พร้อมจัดกิจกรรมพิเศษ “วิ่งฟรี ทำดีเพื่อแม่” ให้บริการรถแท็กซี่ฟรีภายในเขตกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เวลา 11.00–17.00 น. ณ บริเวณด้านหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์

เมื่อวันที่ 9 ส.ค.59 นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับผู้ประกอบการ รถแท็กซี่ สหกรณ์รถแท็กซี่ สหกรณ์รถยนต์รับจ้างสามล้อ สหกรณ์สี่ล้อเล็กรับจ้าง ชมรมศูนย์วิทยุสื่อสารแท็กซี่ ผู้ขับรถยนต์รับจ้างในเขตกรุงเทพมหานคร และภาคีเครือข่ายด้านความปลอดภัยทางถนน ได้แก่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี

สำหรับกำหนดจัดงานในวันที่ 12 ส.ค.59 จะมีกิจกรรมการมอบทุนการศึกษาแก่บุตรผู้ขับรถแท็กซี่หรือรถรับจ้างที่เรียนดี การบริจาคเงินเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ การมอบรางวัลแก่ผู้ขับรถแท็กซี่ดีเด่นที่ประกอบคุณงามความดี ที่ผ่านการคัดเลือกจากสถานีวิทยุ จส.100, สวพ.91 และสถานีวิทยุจราจรเพื่อสังคม FM 99.5 รวม 6 ราย โดยผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับรางวัลเงินสด 5,000 บาท พร้อมประกาศเกียรติคุณจากกรมการขนส่งทางบก และการกล่าวคำปฏิญาณตนเป็นผู้ขับรถแท็กซี่ที่ดีถวายเป็นพระราชกุศล

นายสนิท กล่าวอีกว่า ปีนี้นับเป็นโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 ส.ค.59 กรมการขนส่งทางบกยังได้จัดกิจกรรม “ต้นไม้แห่งความดี” เพื่อให้ผู้ขับรถแท็กซี่และผู้เข้าร่วมงานเขียนคำปฏิญาณการทำความดีในกระดาษใบไม้ เพื่อถวายความตั้งใจและความคิดที่จะกระทำความดีถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และกิจกรรม “วิ่งฟรี ทำดีเพื่อแม่” นำรถแท็กซี่กว่า 200 คัน ให้บริการโดยไม่คิดค่าโดยสาร เฉพาะภายในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ณ บริเวณด้านหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งแต่เวลา 11.00–17.00 น. โดยประชาชนสามารถใช้บริการรถแท็กซี่ที่มีป้ายข้อความ “แท็กซี่ให้บริการฟรี” ที่ติดด้านหน้ากระจกรถ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และร่วมกันเป็นต้นแบบการสร้างวัฒนธรรมที่ดี ส่งเสริมภาพลักษณ์ของผู้ประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่อีกด้วย

นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกขอเชิญชวนผู้ขับรถแท็กซี่หรือผู้ขับรถโดยสารสาธารณะที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการดังกล่าว สามารถร่วมกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ด้านอื่นๆ และการให้บริการที่ดี ปลอดภัยแก่ผู้โดยสาร เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

 

โลตัส ย้ำคุณภาพเนื้อหมู-ไก่ ปลอดภัย คว้าเครื่องหมาย ‘ปศุสัตว์ OK’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ส.ค. 2559 19:59

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/685941

 

เทสโก้ โลตัส ย้ำคุณภาพเนื้อหมู-ไก่ ปลอดภัย ผ่านเกณฑ์มาตรฐานกรมปศุสัตว์ คว้าเครื่องหมาย “ปศุสัตว์ OK” ครบ 1,800 สาขาทั่วประเทศ …

วันที่ 9 ส.ค.59 นางสาวพรเพ็ญ นาถพิริยรัตน์ รองประธานกรรมการ แผนกกำกับดูแลคุณภาพสินค้า เทสโก้ โลตัส กล่าวถึงกรณีที่ เทสโก้ โลตัส เป็นผู้ประกอบการค้าปลีกรายแรกในประเทศไทย ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานปศุสัตว์ OK จากกรมปศุสัตว์ ครบทุกสาขา หรือ 1,800 แห่งทั่วประเทศ รวมไปถึงศูนย์กระจายสินค้าอาหารสด ว่า สินค้าประเภท เนื้อหมู เนื้อไก่ ที่ผู้บริโภคมีความต้องการในช่วงเทศกาลสารทจีนนั้น เทสโก้ โลตัส ได้สร้างความมั่นใจ โดยทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับเกษตรกร คู่ค้า และเจ้าหน้าที่จากกรมปศุสัตว์ เพื่อควบคุมและยกระดับมาตรฐานและความปลอดภัยของสินค้าปศุสัตว์ตลอดทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่กระบวนการผลิตที่ฟาร์ม การตัดแต่งและแพ็กสินค้า การขนส่งและจัดเก็บสินค้า ไปจนถึงหน้าร้านค้า เพื่อให้มั่นใจได้ว่า เนื้อหมูและเนื้อไก่ มีความปลอดภัยสูงสุดเมื่อถึงมือลูกค้า


ด้าน นายสัตวแพทย์อยุทธ์ หรินทรานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ขอให้ผู้บริโภคสังเกตตราสัญลักษณ์ “ปศุสัตว์ OK” เพื่อใช้เป็นจุดสังเกตในการเลือกซื้อเนื้อสัตว์และสินค้า คาดว่า ตราสัญลักษณ์ดังกล่าว จะช่วยสร้างความมั่นใจในการพิจารณาเลือกซื้อสินค้าปศุสัตว์และเนื้อสัตว์คุณภาพที่มีความปลอดภัยได้ง่ายขึ้น

สำหรับผู้จำหน่ายสินค้าเนื้อสัตว์ที่ต้องการได้รับตรารับรองปศุสัตว์ OK สามารถยื่นแบบฟอร์มขอรับการตรวจประเมินสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ (ปศุสัตว์ OK) ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดในพื้นที่ พร้อมเอกสารประกอบตามที่ระบุในแบบคำขอ ซึ่งเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด ตรวจแบบคำขอของผู้ประกอบการฯ และตรวจประเมิน

ทั้งนี้ สถานที่จำหน่าย จะต้องจำหน่ายเนื้อสัตว์ที่มาจากฟาร์มเลี้ยงสัตว์มาตรฐาน ผ่านการฆ่าและชำแหละจากโรงฆ่าที่ถูกสุขลักษณะ และมีสถานที่จำหน่ายสะอาด โดยทั้งหมดที่กล่าวมานี้ สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตั้งแต่สถานที่จำหน่ายจนถึงสถานที่ผลิต