การบินไทยจัด แอร์บัส A330-300 เที่ยวพิเศษ นำผู้แสวงบุญ ทำฮัจญ์ ซาอุฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ส.ค. 2559 11:34

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/681368

 

การบินไทยจัดเที่ยวบินพิเศษ แอร์บัส เอ330-300 นำผู้แสวงบุญฮัจญ์ ออกเดินทางจากหาดใหญ่-นราธิวาส สู่ซาอุฯ เที่ยวแรกวันนี้

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จัดเที่ยวบินพิเศษฮัจญ์ เที่ยวบินแรกของการบินไทย พร้อมออกเดินทางจากท่าอากาศยานหาดใหญ่และนราธิวาส ไปยังท่าอากาศยานมะดีนะห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ในวันที่ 4 สิงหาคม 2559 เพื่อนำผู้แสวงบุญชาวไทยมุสลิมจากภาคใต้ เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ โดยในปีนี้การบินไทยจัดเที่ยวบินพิเศษรวม 13 เที่ยวบิน มีผู้แสวงบุญประสงค์จะเดินทางกับการบินไทยรวม จำนวน 3,757 คน

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าการบินไทยพร้อมให้บริการเที่ยวบินพิเศษ ขนส่งผู้แสวงบุญชาวไทยมุสลิมจากภาคใต้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ณ นครเมกกะ ประเทศซาอุดีอาระเบีย เส้นทางหาดใหญ่ – มะดีนะห์ และนราธิวาส – มะดีนะห์ โดยเที่ยวบินพิเศษเที่ยวบินแรกออกจากท่าอากาศยานหาดใหญ่เวลา 08.00 น. และออกจากท่าอากาศยานนราธิวาสเวลา 11.50 น. ในวันที่ 4 สิงหาคม 2559 ซึ่งตรงกับวันแรกของเทศกาลแสวงบุญดังกล่าว ตามที่คณะรัฐมนตรีและคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจญ์แห่งประเทศไทย ได้มีมติมอบหมายกระทรวงคมนาคมโดยการบินไทยเป็นผู้ดำเนินการจัดเที่ยวบินพิเศษเช่าเหมา ขนส่งผู้แสวงบุญจากภาคใต้ไปประกอบพิธีฮัจญ์ ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย เป็นประจำทุกปี


ในปีนี้การบินไทยได้เตรียมการจัดเที่ยวบินพิเศษเช่าเหมาขนส่งผู้แสวงบุญเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ จำนวน 13 เที่ยวบิน โดยเที่ยวบินขาไปทำการบินออกจากท่าอากาศยานนราธิวาส จำนวน 4 เที่ยวบิน ในวันที่ 4 – 5 สิงหาคม 2559 และออกจากท่าอากาศยานหาดใหญ่ จำนวน 9 เที่ยวบิน ระหว่างวันที่ 4 – 9 สิงหาคม 2559 ไปยังเมืองมะดีนะห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ด้วยเครื่องบินแบบแอร์บัส เอ330-300 สามารถรองรับผู้แสวงบุญได้ประมาณ 3,757 คน โดยตลอดการเดินทาง บริษัทฯ ได้มุ่งเน้นความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และการตรงต่อเวลาในทุกเที่ยวบิน พร้อมทั้งให้บริการอาหารและเครื่องดื่มในทุกเที่ยวบินพิเศษ ที่ผลิตโดยครัวฮาลาลของการบินไทย ซึ่งมีขั้นตอนการประกอบอาหารเป็นไปตามหลักของศาสนาอิสลามและได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาล HAL-Q


ทั้งนี้ ผู้แสวงบุญที่มีความประสงค์จะเดินทางขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารและข้อปฏิบัติในการเดินทางได้ที่สมาคมผู้ประกอบการกิจการฮัจย์ภาคใต้ หรือที่สำนักงานขายการบินไทยหาดใหญ่ โทร. 0-7423-3433 ระหว่างวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.00 – 17.00 น. (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)

 

‘ออมสิน’ หนุนนโยบาย ‘บิ๊กตู่’ เร่งจัดหารถเมล์ไฟฟ้า 200 คัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ส.ค. 2559 10:02

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/681298

 

รมว.กระทรวงคมนาคม หนุนนโยบายบิ๊กตู่ เร่งจัดหารถเมล์ไฟฟ้า 200 คัน ขสมก.เตรียมออกทีโออาร์จัดหาลอตแรก 20 คันสิ้นปีนี้ ปฏิเสธล็อกสเปกให้ทาง ล็อกซเล่ย์ ยืนยันมีไม่น้อยกว่า 3 รายพร้อมแข่งขัน เชื่อจะคุ้มทุนในระยะยาว…

เมื่อวันที่ 4 ส.ค.2559 นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 9 ส.ค.นี้ กระทรวงคมนาคมจะเสนอแผนการปฏิรูปรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งมีการเสนอขอทบทวนแผนการจัดหารถเมล์เอ็นจีวี ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จำนวน 3,183 คัน แบ่งเป็น จัดหารถเมล์เอ็นจีวีเพียง 498 คัน ส่วนที่เหลือจะเป็นการปรับปรุงรถโดยสารเก่า และจัดหารถเมล์ไฟฟ้าอีก 200 คัน นโยบายของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเร่งรัดให้มีการจัดหารถเมล์ไฟฟ้าและนำเข้ามาให้บริการภายในเดือน พ.ย.2559 ว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเปิดประกวดราคาเพื่อจัดหารถเมล์ไฟฟ้าลอตแรกก่อน 20 คันให้ทันตามกำหนด หรือภายในสิ้นปี 2559 นี้

รมช.คมนาคม กล่าวต่อว่า ส่วนขั้นตอนการจัดหารถเมล์ไฟฟ้าในส่วนของลอตแรกคาดว่าจะเป็นการนำเข้าทั้งคันจากต่างประเทศ ซึ่งจะใช้เวลาไม่นาน โดยจะมีการเปิดประมูลเป็นการทั่วไป จะไม่ใช้วิธีพิเศษ แต่เป็นเงื่อนไขที่ผู้เข้าร่วมประมูลจะต้องจัดหาโดยวิธีการนำเข้ารถทั้งคัน โดยทาง ขสมก.มีการเตรียมจัดทำร่างประกาศเชิญชวนเอกชน

นายออมสิน กล่าวอีกว่า ในที่ประชุม ครม.เมื่อวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา ทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้เสนอขออนุมัติ ครม.ในการส่งเสริมการใช้รถไฟฟ้าทั้งในส่วนของรถยนต์นั่งและรถโดยสาร พร้อมกับมีการเสนอมาตรการจูงใจให้ส่วนลดทางด้านภาษีการนำเข้าด้วย ในขณะเดียวกันทาง ขสมก.จะต้องเตรียมความพร้อม โดยประสานกับทางการไฟฟ้านครหลวงเพื่อดำเนินการติดตั้งระบบการจ่ายไฟ ณ บริเวณอู่หรือพื้นที่ของ ขสมก. ซึ่งรถโดยสารที่เป็นรถเมล์ไฟฟ้าจะต้องดำเนินการชาร์จไฟในช่วงกลางคืน และให้บริการได้คราวละประมาณ 300 กม.

ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตว่า การจัดหารถเมล์ไฟฟ้าอาจมีการล็อกสเปกให้กับบริษัท ล็อกซเล่ย์ เพราะได้นำตัวอย่างรถโดยสารไฟฟ้าจากประเทศจีนเข้ามาให้ ขสมก.ทดลองนำไปวิ่งให้บริการนั้น รมว.คมนาคม ยืนยันว่า โครงการนี้จะต้องเปิดประมูลทั่วไป ไม่ใช้วิธีพิเศษ รวมทั้งที่ผ่านมามีเอกชนหลายรายได้ติดต่อเสนอขอขายรถไฟฟ้า ซึ่งมีไม่น้อยกว่า 3 ราย จึงเชื่อว่าหากมีการเปิดประมูลจะมีการแข่งขันอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องราคาต้นทุนของรถไฟฟ้าสูงกว่ารถโดยสารทั่วไปนั้น ที่ผ่านมาก็มีการศึกษาข้อมูลเบื้องต้นพบว่าจะเกิดความคุ้มทุนในระยะยาวด้วย

ด้านนายสุรชัย เอี่ยมวชิรกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กล่าวถึงแนวทางการนำรถโดยสารระบบไฟฟ้ามาให้บริการประชาชนว่า ขณะนี้ ได้จัดทำเอกสารร่างประกวดราคา (ทีโออาร์) แล้ว ซึ่งคณะกรรมการทีโออาร์จะอนุมัติภายในสิ้นเดือน ส.ค.นี้ และจะต้องเปิดทำประชาพิจารณ์ ก่อนที่จะประกาศขายซองประกวดราคาผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (อีอ๊อกชั่น) และหลังประกวดราคาประมาณ 2 – 3 เดือนคาดว่าจะสามารถส่งมอบรถได้ ส่วนจะนำเข้าทั้งรถทั้งคันหรือนำเข้าเพียงชิ้นส่วนเข้ามาประกอบนั้น จะต้องพิจารณาความเหมาะสมในเรื่องของระยะเวลา เทคโนโลยีการผลิต  เพราะขณะนี้ประเทศไทยยังไม่มีเทคโนโลยีเพียงพอที่จะผลิตเองทั้งคัน

ผอ.ขสมก. กล่าวด้วยว่า ส่วนการติดตั้งพื้นที่เติมไฟฟ้า จะสร้างภายในพื้นที่อู่จอดรถของ ขสมก. ที่ทางการไฟฟ้านครหลวงจะศึกษาการจัดหาไฟฟ้ามาเติมรถ อาจต้องใช้เวลาศึกษาหลายเดือน เนื่องจากเป็นการจ่ายไฟฟ้าแรงสูง โดยขสมก.ศึกษาพื้นที่ติดตั้งไว้ 4 จุด คือ พื้นที่ ขสมก.บริเวณถนนกำแพงเพชร คลองเตย สาธุประดิษฐ์ และบริเวณใต้ทางด่วนเอกมัย – รามอินทรา ส่วนพื้นที่พระราม 9 และพื้นที่อื่นอยู่ระหว่างการศึกษา แต่ละจุดจะติดตั้งหัวจ่ายไฟฟ้าให้รถโดยสารจุดละ 50 คัน.

 

ทองเปิดตลาดร่วง 100 รูปพรรณขายออกบาทละ 22,950

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ส.ค. 2559 09:44

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/681282

 

ราคาทองเปิดตลาดวันที่ 4 ส.ค. 59 ลดลง 100 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 22,350 ขายออกบาทละ 22,450 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 21,951.68 ขายออกบาทละ 22,950 บาท…

เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 59 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.28 น. ราคาลดลง 100 บาท ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 22,350.00 บาท ขายออกบาทละ 22,450.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 21,951.68 บาท ขายออกบาทละ 22,950.00 บาท.

 

ล็อกซเล่ย์ขยายไลน์ธุรกิจต่อเนื่อง เดินหน้าพลังงานทางเลือก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ส.ค. 2559 08:48

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/681212

 

ล็อกซเล่ย์เดินหน้าธุรกิจพลังงานทางเลือก โชว์ศักยภาพด้านพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร จับมือพันธมิตรติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ล่าสุดคว้า 2 รางวัล จากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนฯ…

นายเฉลิมโชค ล่ำซำ กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการขยายธุรกิจเข้าสู่สายงานพลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่องดังจะเห็นได้จากความคืบหน้าของการบุกเบิกและพัฒนาธุรกิจพลังงานทางเลือกด้านต่างๆ ของบริษัท เช่น ธุรกิจรถโดยสารไฟฟ้า ที่ร่วมมือกับบริษัท BYD ซึ่งเป็นผู้นำเรื่องยานยนต์ไฟฟ้านำรถโดยสารไฟฟ้าเข้ามาทำตลาดในไทย ธุรกิจผลิตก๊าซชีวภาพจากขยะ ที่บริษัทร่วมมือกับ Axpo Kompogas Engineering AG ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ผู้นำด้านเทคโนโลยีกระบวนการหมักขยะแบบแห้ง ในการศึกษาความเป็นไปได้เกี่ยวกับการผลิตก๊าซจากขยะในประเทศไทย รวมถึงธุรกิจพลังงานทดแทนจากสาหร่าย ธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากชีวมวล และพลังงานลม ทั้งหมดกำลังอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ และอีกหนึ่งโครงการที่ดำเนินการประสบความสำเร็จอย่างชัดเจนได้แก่ ธุรกิจโซลาร์ฟาร์ม หรือ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ แอล โซลาร์ 1 ขนาดกำลังผลิต 8.67 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี โดยเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไปตั้งแต่ปลายปี 2554

ทั้งนี้ ล่าสุด บริษัทฯ ยังตอกย้ำความเป็นมืออาชีพและความเชี่ยวชาญเรื่องพลังงานทดแทนของ บริษัท แอล โซลาร์ 1 จำกัด ในกลุ่มล็อกซเล่ย์ ด้วยการคว้า 2 รางวัลใหญ่ ด้านอนุรักษ์พลังงานและการพัฒนาพลังงานจากการประกวด Thailand Enegy Awards 2016 โดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน ได้แก่ 1. โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ รางวัลดีเด่น ด้านพลังงานทดแทน ประเภทโครงการพลังงานหมุนเวียนที่เชื่อมโยงกับระบบสายส่งไฟฟ้า (On-Grid) 2. ผลงานเครื่องมือช่วยล้างแผงโซลาร์เซลล์ รางวัลดีเด่น ด้านพลังงานทดแทน ประเภทโครงการประยุกต์ใช้พลังงานทดแทน (Special Submission)

สำหรับการประกวดดังกล่าว จัดโดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน   แบ่งการประกวดออกเป็น 5 ด้าน ได้แก่ ด้านพลังงานทดแทน ด้านอนุรักษ์พลังงาน ด้านบุคลากร ด้านพลังงานสร้างสรรค์ และด้านผู้ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน ซึ่งปีนี้มีรวมผลงานเข้าประกวดทั้งสิ้น 260 ราย โดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนฯ จะคัดเลือกผู้ชนะรางวัลจากคุณสมบัติเบื้องต้น เช่น การดำเนินการหรือใช้งานจริงในประเทศไทย การผลิตและการใช้พลังงานทดแทนเป็นรูปธรรม 1 ปีขึ้นไป เพื่อประกาศรางวัลยกย่องและชื่นชมผู้ที่มีผลงานดีเด่นด้านอนุรักษ์พลังงานและการพัฒนาพลังงานทดแทน อันจะเป็นตัวอย่างที่ดีแก่องค์กรต่างๆ ซึ่งบริษัท แอล โซลาร์ 1 ในกลุ่มล็อกซเล่ย์ สามารถคว้ารางวัลมาได้ถึง 2 รางวัลใหญ่ข้างต้น

นายเฉลิมโชค กล่าวต่อว่า การขยายไลน์ธุรกิจใหม่นั้น นอกจากฐานเดิมในธุรกิจโซลาร์ฟาร์ม บริษัทฯ ยังมีความสนใจที่จะพัฒนาธุรกิจโซลาร์รูฟท็อป โดยวางตัวเป็นผู้ให้บริการแบบครบวงจร ในการออกแบบและติดตั้งระบบให้ลูกค้า ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทได้ลงนามในสัญญากิจการร่วมค้ากับ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น จำกัด จัดตั้ง บริษัท แอล โซลาร์ 3 จำกัด ในการติดตั้งหลังคาพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์รูฟท็อป) เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้กับโรงงานของ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น จำกัด จึงนับเป็นอีกหนึ่งความก้าวหน้าของธุรกิจพลังงานทดแทน ที่บริษัทฯ ได้เข้ามาลงทุนด้วยความมุ่งมั่นใส่ใจสิ่งแวดล้อม และได้กลายเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของพลังงานทดแทน ซึ่งนอกจากพลังงานแสงอาทิตย์แล้ว บริษัทฯ ยังพร้อมที่จะร่วมกับบริษัทอื่นๆ ในธุรกิจด้านพลังงานทดแทน เพื่อร่วมดำเนินธุรกิจด้านพลังงานทางเลือก เพื่อสร้างความยั่งยืนในการใช้พลังงานของประเทศไทยในอนาคตอีกด้วย.

 

ตัวเลขจ้างงาน-ราคาน้ำมันเพิ่ม ดันหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ส.ค. 2559 06:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/681168

 

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นในวันพุธ ตามหลังการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนที่แข็งแกร่ง ขณะที่ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นช่วยหนุนหุ้นบริษัทกลุ่มปิโตรเลียม…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 3 ส.ค. ในแดนบวก โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 41.23 จุด หรือ 0.23% ปิดที่ 18355.00 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 6.76 จุด หรือ 0.31% ปิดที่ 2163.79 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 22.01 จุด หรือ 0.43% ปิดที่ 5159.74 จุด

เมื่อวันพุธ บริษัท เอดีพี รายงานว่า การจ้างงานของบริษัทเอกชนสหรัฐฯ ในเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 179,000 ตำแหน่ง มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์เอาไว้ ขณะที่ราคาน้ำมันสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น หลังมีข่าวว่าปริมาณแก๊สโซลีนในสต๊อกของสหรัฐฯลดลง ทำให้หุ้นบริษัทกลุ่มปิโตรเลียมเพิ่มขึ้น เช่น เชฟรอน +1.0%, อาปาเช +3.6% และ ฮัลลิเบอร์ตัน +2.1%

 

จี้มหาดไทยเร่งพิสูจน์สิทธิ์เกษตรกร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 ส.ค. 2559 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/681128

 

“ฉัตรชัย” ลั่นไม่กลัวอิทธิพลทหาร สั่งยึดที่ดิน ส.ป.ก.ลพบุรีหมื่นไร่

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้ยื่นคัดค้านการยึดที่ดินสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กว่า 3,495 คน จำนวน 195 แปลงจาก 413 แปลงที่ติดประกาศแล้วทั้งประเทศ โดยเมื่อวานนี้ (3 ส.ค.59) มีพื้นที่ที่ครบกำหนดปิดประกาศพื้นที่เป้าหมายอีก 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาฬสินธุ์ กาญจนบุรี กำแพงเพชร และชัยภูมิ รวมพื้นที่ปิดประกาศ 48,000 ไร่ จำนวน 52 แปลง ซึ่งมีผู้ยื่นคัดค้านการยึดที่ดินสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ประมาณ 30,000 ไร่ ส่วนพื้นที่ที่ไม่มีผู้ยื่นคัดค้านและสามารถยึดคืนได้มีมากกว่าจำนวน 15,000 ไร่ ซึ่งตัวเลข สุทธิจะยังไม่นิ่งจนกว่าจะถึงวันสุดท้ายที่มีการปิดประกาศในวันที่ 16 ส.ค.2559

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ผู้มีอิทธิพลในจังหวัดสระแก้วโทรศัพท์สายตรงถึงผู้ใหญ่ในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้กระทรวงเกษตรฯ และ ส.ป.ก.ยุติการดำเนินการทวงคืนที่ดิน ส.ป.ก.ในจังหวัดสระแก้วนั้น พล.อ. ฉัตรชัยยืนยันว่า กระทรวงเกษตรฯจะเดินหน้าทวงคืนที่ดิน ส.ป.ก.ต่อไป และ ไม่มีใครที่จะมาสั่งให้ยุติโครงการนี้ได้ เนื่องจากนายกรัฐมนตรีเป็นผู้สั่งการเองให้กระทรวงเกษตรฯเดินหน้าเรื่องนี้ได้อย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับที่ดินของหน่วยงานกลาโหม ที่มีการระบุว่าที่ดินแถบจังหวัดลพบุรี เป็นที่ยึดครองของ ทหารหลายหมื่นไร่

“ผมไม่กลัวอิทธิพลของทหาร ผมคือทหารที่จะมายึดที่ทหารที่ได้มาอย่างไม่ถูกต้อง และพร้อมเดินหน้าทวงคืนที่ดินอย่างเต็มที่ โดยสั่งการให้กระทรวงเกษตรฯเร่งดำเนินการทวงคืนให้ได้ และเมื่อนายกรัฐมนตรีไฟเขียวแล้ว คงไม่มีใครที่จะมาหยุดผมได้ เพราะไม่มีใครที่จะใหญ่กว่านายกรัฐมนตรี แม้ว่าจะเป็นพื้นที่ของทหารก็ตาม ผมก็ไม่กลัวหรอก จะเร่งเดินหน้าให้เต็มที่ เพื่อให้การยึดคืนที่ ส.ป.ก.เกิดได้ทันภายในรัฐบาลชุดนี้ ตอนนี้ผมกลัวอย่างเดียวคือ เรื่องการนำเอกสารสิทธิมายื่นคัดค้าน ซึ่งอาจต้องนำไปพิสูจน์สิทธิ์กับกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย จึงอาจทำให้กระบวนการเข้ายึดที่ดินต้องล่าช้าออกไป”

พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวว่า ล่าสุด ส.ป.ก.ได้รับหนังสือจาก พล.ต.ต.ชาลี เภกะนันทน์ อดีตรองผู้บัญชาการประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และอดีตผู้บังคับการตำรวจน้ำ ว่า ยินดีจะมอบที่ดินแปลงหมายเลข 8069 อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เนื้อที่ 535 ไร่ 2 งาน 11 ตารางวา คืนให้กับ ส.ป.ก.แล้ว โดยในวันที่ 5 ส.ค.นี้ จะลงพื้นที่ในจังหวัดสระแก้ว เพื่อตรวจเยี่ยมการทำงาน และให้กำลังใจข้าราชการ.

 

ดัชนีฐานรากขยับดีขึ้น ภัยแล้งคลี่คลายชาวบ้านอมยิ้มแก้มปริ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 ส.ค. 2559 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/681121

 

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจฐานราก (Grassroots Economic Sentiment Index : GSI) ประจำ เดือน มิ.ย.59 โดยได้สำรวจกลุ่มตัวอย่างประชาชนที่มีรายได้ไม่เกิน 15,000 บาท ทั่วประเทศ 1,533 ตัวอย่าง พบว่า GSI เดือน มิ.ย.59 ส่งสัญญาณดีขึ้น อยู่ที่ระดับ 46.3 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือน พ.ค. ที่อยู่ระดับ 43.6 เนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้งเริ่มคลี่คลายลงช่วยบรรเทาความกังวลในเรื่องรายได้ ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวลดลง ขณะเดียวกัน ประชาชนระดับฐานรากรู้สึกว่าภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันฟื้นตัวค่อนข้างช้า ปัญหาค่าครองชีพ ราคาสินค้าที่ทรงตัวในระดับสูง และกรณีอังกฤษถอนตัวออกจากสมาชิกสหภาพยุโรป (Brexit) ที่อาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย

ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจฐานรากต่อสถานการณ์ใน 6 เดือนข้างหน้า ปรับตัวเพิ่มขึ้น จากระดับ 44.2 ในเดือน ก.ค. มาอยู่ที่ระดับ 48.4 ในเดือน มิ.ย.59 สะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของประชาชนระดับฐานรากยังคงขึ้นอยู่กับทิศทางการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระยะต่อไปที่จะส่งผลให้รายได้ของประชาชนเพิ่มขึ้น โดยคาดหวังว่ารัฐบาลจะเน้นค่าใช้จ่ายเพื่อการลงทุนและกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง

“ส่วนของปัญหาที่ประสบอยู่ในปัจจุบัน พบว่าประชาชนระดับฐานรากยังคงมีปัญหาเดิมๆ คือ เรื่องของรายได้และหนี้สิน โดยประเด็นที่ตอบว่ามีปัญหามาก 3 อันดับแรก คือเรื่องรายได้ไม่แน่นอน/ ราคาผลผลิตการเกษตรไม่แน่นอน 18.3% ดอกเบี้ยแพง/หนี้นอกระบบ 15.3% และการทำมาหากินฝืดเคือง/ไม่มีลูกค้า 14.5% จึงสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับความต้องการให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหา โดย 3 อันดับแรกที่ต้องการให้รัฐบาลช่วยดำเนินการคือ ลดค่าครองชีพ 28% ควบคุมราคาสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน 21.7% และปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำ 14.9%”.

 

เอสซีฯคว้ารางวัล Investors’ Choice Award ประเภท100คะแนนเต็มต่อเนื่องกัน8ปีซ้อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 4 ส.ค. 2559 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/676572

 

นายอรรถพล สฤษฎิพันธาวาทย์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการเงิน บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รับรางวัล “Investors’ Choice Award” จาก ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประธานในพิธีมอบรางวัล โครงการประเมินคุณภาพจากการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีของบริษัทจดทะเบียนที่ให้ความสำคัญกับผู้ถือหุ้นอย่างยอดเยี่ยมดีเลิศ ที่ได้รับรางวัลการทำคะแนนการประเมินคุณภาพการจัดประชุมผู้ถือหุ้นเต็ม 100 คะแนน ต่อเนื่องกันถึง 8 ปีซ้อน โดยมี นางวชิรา ณ ระนอง นายกสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยผู้จัดงานร่วมพิธี ณ ห้องประชุม ศาสตราจารย์ศุกรีย์ แก้วเจริญ อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อเร็วๆ นี้



5 ปีข้างหน้าเงินสะพัด 1.5 ล้านล้านบาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 ส.ค. 2559 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/681113

 

สปพ.ลุยไฟพัฒนาพื้นที่“อีอีซี”รับนักลงทุน

นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ในฐานะผู้อำนวยการสำนักงานประสานการพัฒนาพื้นที่ ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (สปพ.) เปิดเผยความคืบหน้าการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ว่า ขณะนี้การพัฒนาพื้นที่คืบหน้า ไปแล้ว 20% เพื่อทำให้ 3 จังหวัดคือ ฉะเชิงเทรา ระยอง ชลบุรี เป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดนแห่งแรกของประเทศ โดยการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกจะเริ่มก่อสร้างได้ในปลายปีนี้ และใช้เวลาพัฒนาพื้นที่ 18 เดือน และระหว่างการพัฒนาพื้นที่หากพื้นที่ใดพร้อมรองรับนักลงทุน ก็จะเปิดขายพื้นที่ให้นักลงทุนได้เป็นระยะๆ โดยพื้นที่รองรับนักลงทุนประกอบไปด้วย 21 นิคมอุตสาหกรรม ที่พัฒนาพื้นที่แล้วในขณะนี้มีพื้นที่รองรับรวม 14,660 ไร่ และอีก 7 นิคมฯที่อยู่ระหว่างการพัฒนา มีพื้นที่รวม 15,600 ไร่ รวมทั้งยังมีอีก 7 เขตประกอบการอุตสาหกรรม พื้นที่รวม 1,134 ไร่

นายวีรพงศ์กล่าวว่า โครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เป็นโครงการที่ส่งเสริมให้ 3 จังหวัดภาคตะวันออกเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ดี ทันสมัยที่สุดในอาเซียน ที่รัฐบาลวางแผนการลงทุนไว้รวม 1.5 ล้านล้านบาท ใน 5 ปีแรก เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ขยายเส้นทางมอเตอร์เวย์ รถไฟทางคู่ รถไฟฟ้าความเร็วสูง ขยายท่าเรือแหลมฉบังและท่าเรือมาบตาพุด พัฒนาท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ฯลฯ และเพิ่มเป็น 2 ล้านล้านบาท ตลอดโครงการภายใน 10 ปี เพื่อทำให้เกิดการลงทุนจากภาคเอกชน 1.5 ล้านล้านบาท ภายใน 5 ปีแรก โดยจะมีการลงทุน ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย 500,000 ล้านบาท โครงสร้างพื้นฐาน 400,000 ล้านบาท การสร้างเมืองใหม่ โรงพยาบาล โรงเรียน ที่อยู่อาศัย 400,000 ล้านบาท การท่องเที่ยวคุณภาพ เชิงสุขภาพ 200,000 ล้านบาท.

 

ยันไม่ออกมาตรการคุมหุ้นเพิ่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 ส.ค. 2559 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/681123

 

โบรกประสานเสียงผลประชามติไม่กระทบหุ้นไทย

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์กล่าวว่า คงไม่มีการออกมาตรการมาควบคุมภาวะตลาดเพิ่มเติมในช่วงการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 7 ส.ค.นี้ และคาดว่าหุ้นไทยจะไม่ได้รับผลกระทบจากผลของประชามติมากนัก

ด้านนายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทิสโก้และนายกสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ กล่าวว่า หากประชามติผลออกมาว่าประชาชนส่วนใหญ่รับร่างรัฐธรรมนูญ คาดว่าจะทำให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นภายใน ต.ค.60 แต่หากเสียงส่วนใหญ่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะต้องเลือกรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งมาแก้ไขและบังคับ ใช้ภายในปลายปี 59 เท่านั้นจึงจะได้เห็นการเลือกตั้งภายในปี 60

ส่วนผลกระทบต่อหุ้นไทย หากเสียงส่วนใหญ่รับร่างฯประเมินว่าจะทำให้ดัชนียังคงยืนเหนือระดับ 1,500 จุดได้ต่อ แต่จะปรับขึ้นกว่านี้ได้อีกไม่มาก เพราะก่อนหน้านี้ตลาดขึ้นมามากแล้ว แต่หากเสียงส่วนใหญ่ออกมาไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ คาดว่าตลาดจะปรับฐานระยะสั้น เพราะมีปัจจัยลบความไม่แน่นอนทางการเมืองเข้ามากระทบ ขณะที่ราคาน้ำมันอยู่ในระดับต่ำกดราคาหุ้นพลังงาน รวมทั้งยังมีความผิดหวังเรื่องธนาคารกลางประเทศต่างๆอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบน้อยกว่าคาด แต่ไม่ว่าผลประชามติจะเป็นอย่างไร ระยะยาวยังมองว่าหุ้นไทยไปได้ต่อ และจะปรับขึ้นแตะ 1,600 จุดได้ภายในปี 2560 เพราะเม็ดเงินสภาพคล่องยังคงล้นโลก อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้อยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ยอดการถือครองหุ้นไทยของต่างชาติยังอยู่ในระดับต่ำเพียง 29% ถือว่าต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี และกำไรบริษัทจดทะเบียนไทยน่าจะดีขึ้น อีกทั้งก่อนหน้านี้ต่างชาติขายหุ้นไทยออกมาถึง 400,000 ล้านบาท ซึ่งปีนี้ซื้อคืนมาเพียง 80,000 ล้านบาท หรือ 20% จากที่ขายออก จึงมีโอกาสที่เงินต่างชาติจะไหลเข้ามาหนุนดัชนี

นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บล. เคทีบี เปิดเผยว่า การลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เป็นการทำให้เกิดความชัดเจนในทางการเมือง ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร จะไม่ส่งผลให้ตลาดหุ้นขึ้นหรือลงอย่างมีนัยสำคัญ เพราะนักลงทุนต้องประเมินผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนและราคาน้ำมันที่มีผลต่อการลงทุนประกอบด้วย.