เบื่อโต้ดราม่า ยันค่าตั๋วรถไฟไทย-จีน เส้นกทม.ไปโคราช 500บาท/คน เจ๊งยาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 มิ.ย. 2560 00:56

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/986002

สนข.เบื่อโต้ประเด็นดราม่ารถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ตอบไปก็ไม่จบ แจงราคาค่าตั๋ว เส้นกรุงเทพ-โคราช 500 บาทต่อคน ใช้เวลาเดินทาง 1 ชม. 17 นาที ยัน เจ๊งยาก เมื่อเทียบประวัติการใช้กับระบบขนส่งอื่นๆ ของไทยในอดีต…

เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.ใช้อำนาจ ม.44 เร่งรัดโครงการรถไฟความเร็วสูง ความร่วมมือไทย-จีน ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง ทั้งในภาควิชาการ และประชาชนทั่วไป หลายประเด็น ทั้งเรื่องการให้สิทธิ์แก่จีนมากเกินไป การถ่ายทอดเทคโนโลยี จนถึงประเด็นที่ระบุว่า รถไฟความเร็วสูง เมื่อเปิดให้บริการแล้วจะประสบผลขาดทุนจนถึงขั้นเจ๊งแน่นอน ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงคมนาคม โดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. ได้ชี้แจงในหลายประเด็น แต่ดูเหมือนกระแสวิพากษ์วิจารณ์ก็ยังมีอยู่

แหล่งข่าว นักวิชาการ สนข. ได้ให้ความเห็นถึงประเด็นเหล่านี้ว่า ประเด็นที่มีการโต้แย้งเรื่องรถไฟความเร็วสูงขณะนี้ บางเรื่องตอบไปยังไงก็ไม่จบ เช่น ประเด็นเรื่องการถ่ายทอดเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูงจากจีน โดยบางราย ดราม่าถึงขั้น วิจารณ์ว่าไทยทำรถไฟความเร็วสูงเจ๊งไม่เป็นไร ขอให้ได้เทคโนโลยีมา ซึ่งประเด็นนี้อยากถามกลับว่า ถ้าไทยทำรถไฟความเร็วสูงแค่กว่า 200 กิโลเมตร ยังเจ๊ง จะเอาเทคโนโลยีมาทำอะไร เพราะคงทำส่วนต่อขยายไปพื้นที่อื่น ได้ยาก

“เรื่องนี้ลองพิจารณาดูให้ดีว่า ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีเครื่องบิน ให้บริการมากี่สิบปี ถามว่าทุกวันนี้เรามีเทคโนโลยี ผลิต หรือประกอบเครื่องบินเองได้ไหม สิ่งสำคัญคือเมื่อประเทศลงทุนไป ระบบขนส่งนั้นต้องเกิดประโยชน์ คนไทยได้ใช้ สร้างแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ การเดินทาง การท่องเที่ยวให้เติบโต”

ส่วนโอกาสที่ระบบขนส่งมวลชน เช่นรถไฟความเร็วสูง จะมีคนใช้บริการมากน้อยแค่ไหน เรื่องนี้ ลองนึกตามดู จากข้อมูล สนข.ขณะนี้ รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ช่วงแรก กรุงเทพ-นครราชสีมา ระยะทาง 252 กิโลเมตร ค่าโดยสาร จะจัดเก็บกิโลเมตรไม่เกิน 2 บาท คิดเป็นค่าโดยสาร ผู้ใช้ไม่เกินคนละ 500 บาท ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 17 นาที ถามว่า หากเราเดินทางไปโคราชด้วยรถยนต์ปัจจุบัน ค่าน้ำมันเท่าไหร่ ใช้เวลาเท่าไหร่ ในเมื่อมีทางเลือกที่ดีกว่า ระบบขนส่งแบบนี้ จะเจ๊งได้อย่างไร

“ระบบขนส่งหนึ่งจะประสบความสำเร็จหรือไม่ เมื่อพิจารณาพฤติกรรมการใช้ของคนไทย ลองนึกดู เมื่อก่อน สายการบินต้นทุนต่ำ ใครก็บอกเจ๊ง เพราะบริการเครื่องบินโดยสารเป็นของคนรวย ใครจะมีเงินมาใช้บริการ แต่จนถึงปัจจุบัน คนใช้โลว์คอสต์แอร์ไลน์เติบโตต่อปีแค่ไหน มองให้ใกล้เข้ามาอีก ตอนทำรถไฟฟ้าบีทีเอส ใครก็บอกเจ๊งแน่ ยิ่งช่วงแรกที่คนใช้น้อย ตอนทำรถไฟใต้ดิน นักวิชาการบางคนบอก กรุงเทพฯมีสภาพดินอ่อน ทำไม่ได้ ทำไปคนก็ไม่กล้าใช้ ตอนนี้ผ่านมากว่า 10 ปี ระบบขนส่งทั้ง 2 นี้ ให้บริการเติบโตจนคนใช้แน่นขนาดไหน” นักวิชาการ สนข.กล่าว

นอกจากนี้ยังยกตัวอย่างรถไฟความเร็วสูงไต้หวันที่ล้มละลาย อยากถามว่า รถไฟความเร็วสูงเจ๊งแล้ว ประเทศเจ๊งไหม ระบบขนส่งมวลชนบางอย่างในหลายประเทศ รัฐบาลก็ชดเชยผลขาดทุนต่อปี ให้ระบบขนส่งมวลชนนั้น เพื่อให้ประชาชน ได้ใช้ระบบขนส่งที่มีคุณภาพ ลองนึกถึงผลตอบแทนคุณค่าทางสังคม ที่จะได้รับ เช่น คนที่เคยต้องฝากลูกให้พ่อแม่ที่อยู่ที่โคราชเลี้ยง และตัวเองต้องมาอยู่กรุงเทพฯ แต่ในอนาคต ไม่ต้องพูดว่า จะสามารถอยู่ที่โคราช แล้วเดินทางไปกลับโดยรถไฟความเร็วสูงทุกวัน เพราะค่าโดยสารก็ไม่ได้ถูกขนาดนั้น แต่อย่างน้อยทำให้เขา กลับไปหาลูกได้บ่อยขึ้น และไม่ต้องเสี่ยงชีวิตต่อการใช้รถใช้ถนน เดินทางนานๆ เพราะยังเป็นระบบขนส่งมวลชนที่สถิติอุบัติเหตุยังสูงอยู่.

 

ประชุมพาณิชย์จังหวัด ติวเข้มมาตรการบริหารจัดการสินค้าเกษตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 มิ.ย. 2560 21:06

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/985857

กระทรวงพาณิชย์ ประชุมพาณิชย์จังหวัด ติวเข้มมาตรการบริหารจัดการสินค้าเกษตร ทั้งข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และผลไม้ เพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้เกษตรกร…

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ในวันที่ 28 มิ.ย.60 กระทรวงพาณิชย์ได้เชิญประชุมพาณิชย์จังหวัดที่ประจำอยู่ทั่วประเทศ เพื่อรับทราบนโยบายและมาตรการในการบริหารจัดการสินค้าเกษตร การเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้กับเกษตรกร ทั้งสินค้าข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และผลไม้ เพราะพาณิชย์จังหวัดเป็นคนในพื้นที่ ที่ต้องเป็นกำลังหลักของกระทรวงพาณิชย์ในการบริหารจัดการสินค้าเกษตรร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

“จะชี้แจงให้พาณิชย์จังหวัดรับทราบ และนำนโยบายไปปฏิบัติ ทั้งนโยบายเร่งด่วน และการเตรียมการรองรับผลผลิตทางการเกษตรที่จะออกสู่ตลาด รวมถึงรับทราบนโยบายและมาตรการในการสนับสนุนส่งเสริมการตลาดสินค้าเกษตรของกระทรวงพาณิชย์ ที่พาณิชย์จังหวัดต้องนำไปปฏิบัติ โดยเฉพาะแนวทางการบริหารจัดการตลาดข้าวปี 60/61 มาตรการช่วยเหลือเกษตรกร การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการค้าข้าว การบริหารจัดการด้านการตลาด เป็นต้น”.

 

เรียกร้องใช้เซนเซอร์มาตรฐานเดียว หวั่นทำงานซ้ำซ้อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 มิ.ย. 2560 20:26

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/985822

สมาคมโฆษณาฯ เรียกร้องให้สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 และช่อง 7 ชี้แจงเหตุผลที่ต้องตั้งชมรมขึ้นมาเซนเซอร์โฆษณาโทรทัศน์ ซ้ำซ้อนกับกรรมการเดิมที่มีอยู่แล้ว มองการมี 2 ชมรมจะทำให้เกิดความสับสน และเสียหายเพิ่มขึ้น 2 เท่า


http://www.thairath.co.th/clip/138835

นางอ่อนอุษา ลำเลียงพล นายกสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การมีมาตรฐานตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณา หรือ เซนเซอร์ 2 แห่ง คือ กรรมการชุดเดิม และ ชมรมใหม่ที่ ช่อง 7 และ ช่อง 5 ตั้งขึ้น จะส่งผลกระทบกับทั้งเจ้าของสินค้าและเอเจนซี ทำให้เกิดความสับสนในการยื่นขออนุมัติจากทั้ง 2 แห่ง เอเจนซีวางแผนการทำงานลำบาก และเพิ่มค่าใช้จ่ายถึง 2 เท่า พร้อมฝากคำถามถึงช่อง 5 และช่อง 7 ว่าทำไมต้องมี 2 มาตรฐาน

“เมื่อมี 2 องค์กร จะต้องไปส่งทั้งองค์กรที่ 1 และองค์กรที่ 2 ในการเซนเซอร์ มันจะเกิดความเสียหายในเรื่องของการเตรียมงาน บุคลากรและค่าใช้จ่าย และที่สำคัญในเรื่องของมาตรฐานและกฎเกณฑ์ที่จะอนุมัติหรือไม่อนุมัติ เรื่องนี้จึงขอคำตอบที่ชัดเจนจากการที่จะตั้งชมรมขึ้นมาอีก 1 ชมรม เพื่อทำการเซนเซอร์ที่ซ้ำซ้อนกับการเซนเซอร์เดิม เพราะว่ามันจะได้ประโยชน์อะไรกับการทำงานที่มีอีก 1 องค์กรและทำเรื่องเดียวกัน” นายกสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย กล่าว

นายสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ ปฏิบัติการแทนรักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ กล่าวว่า การมี 2 หน่วยงาน จะทำให้เกิดความล่าช้าในการตรวจสอบ

“ความล่าช้าที่ย่อมเกิดขึ้นแน่นอน แคมเปญต่างๆ ที่เคยออกอากาศพร้อมกันทุกช่อง ที่วางแผนไว้อาจจะไม่สะดวกเหมือนที่ผ่านมา ความเสียหายที่มีก็คงจะมีบ้าง” ปฏิบัติการแทนรักษาการกรรมการผู้จัดการบริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ กล่าว

ด้าน นายสุภาพ คลี่ขจาย นายกสมาคมผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล กล่าวว่า มองไม่เห็นประโยชน์ที่ช่อง 5 และช่อง 7 จะได้รับจากการชมรมใหม่ที่มี 2 มาตรฐาน แต่กลับมีความเสียหายเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมโทรทัศน์ และมองว่าจากนี้ไปจะเกิดความวุ่นวายในอุตสาหกรรม เกิดเป็นภาระและความสับสน

นายธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ กรรมการ กสทช. กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยที่จะมีเซนเซอร์โฆษณา 2 แห่ง เพราะทำให้เกิดการทำงานซ้ำซ้อนโดยไม่จำเป็น มีต้นทุนเรื่องค่าใช้จ่ายสูง และเวลาขอความช่วยเหลือ หรือของบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐ หรือ กสทช. จะทำได้ยาก หรืออาจไม่ได้เลย เพราะขั้นตอนดำเนินการต้องพิจารณาทั้ง 2 แห่ง ซึ่งขาดความเป็นเอกภาพ แสดงให้เห็นถึงการไม่เป็นมืออาชีพ และอาจทำให้เกิดความแตกแยกในอุตสาหกรรมโทรทัศน์.

 

‘พาณิชย์’ สานฝัน นศ.อยากเป็นบอส อบรมทำแฟรนไชส์ ลดอัตราคนว่างงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 มิ.ย. 2560 20:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/985805

“พาณิชย์” ผนึกมหาวิทยาลัยเอกชนทั่วประเทศ จัดหลักสูตร Be Your Own Boss ปั้นนักศึกษาเป็นเจ้าของกิจการ ผ่านการลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์ คาดช่วยลดอัตราการว่างงานของบัณฑิตจบใหม่ และผลักดันให้เกิดผู้ประกอบการรายใหม่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศได้

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำของไทย จัดหลักสูตร Be Your Own Boss เพื่อฝึกอบรมนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ที่ต้องการมีธุรกิจเป็นของตัวเอง

นอกจากนี้ ยังรวมถึงบุคคลทั่วไปที่สนใจลงทุนธุรกิจในระบบแฟรนไชส์ ให้มีความรู้ที่ถูกต้องในการทำธุรกิจแฟรนไชส์ ซึ่งจะทำให้นักศึกษา และผู้สนใจสามารถก้าวสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจผ่านการลงทุนในระบบแฟรนไชส์ โดยการลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์สามารถช่วยลดอัตราการว่างงานให้บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาได้ และยังทำให้เกิดผู้ประกอบการรุ่นใหม่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย

สำหรับการจัดกิจกรรมฝึกอบรมได้แบ่งออกเป็นจำนวน 3 ครั้ง คือ วันที่ 5 ก.ค.60 ณ มหาวิทยาลัยศรีปทุม วันที่ 24 ส.ค.60 ณ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต และวันที่ 29 ส.ค.60 ณ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตบางนา โดยนักศึกษาหรือประชาชนที่สนใจ สามารถเลือกสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว

“ผู้ที่เข้าร่วมฝึกอบรมจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับธุรกิจแฟรนไชส์ว่าคืออะไร การพัฒนาระบบแฟรนไชส์ในปัจจุบัน โครงสร้างระบบแฟรนไชส์ ข้อดีข้อเสียของระบบแฟรนไชส์ ข้อบังคับทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับระบบแฟรนไชส์ การพัฒนาระบบแฟรนไชส์ การวิเคราะห์ความสามารถของธุรกิจในการทำระบบแฟรนไชส์ และข้อผิดพลาดที่มักจะเกิดขึ้นในระบบแฟรนไชส์ เพื่อให้ผู้สนใจได้ทราบว่าลงทุนในระบบแฟรนไชส์ได้อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ”

นอกจากนี้ในช่วงการจัดกิจกรรม ยังมีกิจกรรมการออกบูธโชว์เคสของแฟรนไชส์ซอร์ที่ผ่านการพัฒนาจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่มีความสนใจต้องการซื้อหรือลงทุนในระบบแฟนไชส์ สามารถเลือกซื้อและลงทุนให้เหมาะสมกับความต้องการของตนเองด้วย.

 

สินทรัพย์เสี่ยงยังโดดเด่น แนะสะสมหุ้นประเทศพัฒนาแล้ว ชูทองยังน่าลงทุน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 มิ.ย. 2560 18:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/985718

บลจ.ไทยพาณิชย์ มองสินทรัพย์เสี่ยงยังโดดเด่น แนะทยอยสะสมตลาดหุ้นประเทศพัฒนาแล้ว เช่น หุ้นสหรัฐฯ หุ้นยุโรป หุ้นจีน รวมถึงทองคำ-น้ำมัน

นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ จำกัด กล่าว่า ภาพรวมการลงทุนในสัปดาห์นี้ แนะนำให้นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดหุ้นที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่น เช่น เกาหลี และอินเดีย จากการเข้าซื้ออย่างต่อเนื่องของนักลงทุนต่างชาติ ทำให้ปริมาณเข้าซื้อสะสมของนักลงทุนต่างชาติตั้งแต่ต้นปีของทั้งสองตลาดอยู่ในระดับสูง ทำให้มีความเสี่ยงถูกเทขายหลังจากเฟดเริ่มส่งสัญญาณการลดงบดุลที่เร็วกว่าการคาดการณ์ของตลาด

อย่างไรก็ตาม คาดว่าเฟดจะดำเนินนโยบายการเงินตึงตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อไม่ให้เกิดความผันผวนมากเกินไปในตลาด จึงยังคงมุมมองบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง โดยแนะนำให้นักลงทุนทยอยซื้อสะสมตลาดหุ้นประเทศพัฒนาแล้วจากเศรษฐกิจในประเทศที่แข็งแกร่ง และผลประกอบการบริษัท มีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้น ได้แก่ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เนื่องจากเศรษฐกิจที่ยังคงแข็งแกร่ง ดังที่เห็นได้จากตัวเลขทางเศรษฐกิจล่าสุดที่ออกมาดีกว่าการคาดการณ์ และผลประกอบการบริษัทโดยรวมยังมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลาดหุ้นยุโรป จากการคลายความกังวลในทางการเมือง

ล่าสุด ธนาคารกลางยุโรปได้มีการปรับประมาณการตัวเลขการขยายตัวเศรษฐกิจหรือ GDP เพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับดัชนีชี้นำทางเศรษฐกิจยุโรปที่ชี้ถึงการขยายตัวในภาคอุตสาหกรรมและบริการ ส่งผลให้การบริโภคครัวเรือนและความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการบริษัทเอกชน และตลาดหุ้นญี่ปุ่นหลังจากตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดที่ออกมาเป็นที่น่าพอใจ รวมถึงแนวโน้มค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯที่จะแข็งค่าขึ้น ส่งผลให้ค่าเงินเยนญี่ปุ่นอ่อนตัวลง ซึ่งจะเป็นปัจจัยทางบวกต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่น

นอกจากนี้ ยังแนะนำให้ทยอยสะสมตลาดหุ้นจีน ทั้ง H-share และ A-share จากภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้นในทุกภาคส่วน โดยได้รับแรงขับเคลื่อนหลักจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน นอกจากนี้ รัฐบาลจีนมีท่าทีผ่อนคลายกับนโยบายการเงินมากขึ้นหลังจากอัตราผลตอบแทนพันบัตรรัฐบาลปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยธนาคารกลางจีนทำการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าระบบธนาคารพาณิชย์สูงที่สุดในรอบ 9 เดือน

สำหรับ สินทรัพย์ทางเลือกแนะนำให้นักลงทุนมีทองคำในพอร์ตไว้บ้างเพื่อการกระจายความเสี่ยงจากความผันผวนในตลาดหุ้น เนื่องจากตลาดหุ้นหลักๆ ของโลกปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่อง ทำให้มูลค่าพื้นฐานของตลาดหุ้นโลกโดยรวมอยู่ในระดับสูง ทำให้ความเสี่ยงขาลงมีมากหากมีปัจจัยลบเข้ามากระทบ

นอกจากนี้ คาดว่าการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์ยังจำกัด เนื่องจากตลาดได้คาดการณ์ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไว้ส่วนหนึ่งแล้ว ทำให้แรงกดดันต่อราคาทองคำลดลง

อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ซื้อสะสมน้ำมัน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากอัตราการใช้กำลังการผลิตโรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐฯ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามความต้องการๆ ใช้น้ำมันที่สูงขึ้นในช่วงหน้าร้อน จึงคาดว่าการปรับขึ้นของปริมาณสำรองน้ำมันดิบในสัปดาห์ที่ผ่านมาจะเป็นการเพิ่มขึ้นเพียงชั่วคราว เนื่องจากผู้ผลิตต้องการสำรองน้ำมันไว้เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น

 

คมนาคม สั่ง รฟท. ตรวจสอบพร้อมแจง ปมพนักงานเบิกโอทีกว่าแสนบาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 มิ.ย. 2560 18:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/985758

ปมพนักงาน รฟท. เบิกค่าโอที เดือนหนึ่งกว่าแสนบาท คมนาคม สั่งตรวจสอบ พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริง  จี้รถไฟหาทางอุดรูรั่ว บริหารค่าใช้จ่ายในองค์กรให้เหมาะสม ตามนโยบายแก้ปัญหาขาดทุน …

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึง กรณีที่พนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. ได้เบิกค่าล่วงเวลาสูงจนผิดสังเกตนั้น ในเรื่องนี้ให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหาร รฟท. ที่จะเป็นผู้พิจารณาตามขั้นตอนว่า จะมีการดำเนินการอย่างไร เพราะเป็นเรื่องการบริหารภายในองค์กร

ด้าน นายพิชิต อัคราทิตย์ รมช.คมนาคม ในฐานะกำกับดูแลงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยถึงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวนายสถานีปัตตานี ของ รฟท. มีการเบิกค่าล่วงเวลาประจำเดือน พ.ค. 2560 รวมเป็นเงิน 102,271 บาท ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการเบิกค่าล่วงเวลาเกือบ 24 ชั่วโมง ว่า ได้ทราบว่า นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว. คมนาคม ได้ส่งข้อความทางไลน์ไปสอบถาม นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รักษาการผู้ว่าการ รฟท.แล้ว โดยขอให้ รฟท. เร่งตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว

โดย รฟท. แจ้งว่า อยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริงคาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน อย่างไรก็ตาม เบื้องต้น ได้ดูรายการเบิกค่าโอทีแล้วรู้สึกแปลกๆ ดังนั้นจึงได้สั่งการให้บอร์ดของ รฟท. เข้ามาตรวจสอบและดูแลการเบิกเงินดังกล่าวแล้ว เพราะขณะนี้ได้มอบนโยบายให้ รฟท. ปรับปรุงการบริหารค่าใช้จ่ายขององค์กร ให้มีความเหมาะสม ซึ่งเป็นถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิรูป รฟท. ซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลมีนโยบายให้เร่งแก้ไขปัญหาการขาดทุน ประกอบกับที่ผ่านมายังพบว่า รฟท. มีค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไปซึ่งตามแผนจะต้องเร่งปรับลดค่าใช้จ่ายอยู่แล้ว

นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำให้ รฟท. ทำงานด้วยความโปร่งใสสุจริต ซึ่งกรณีนี้บอร์ดจะต้องข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยว่าการเบิกค่าล่วงเวลาดังกล่าวนั้นสมเหตุสมผล หรือเป็นการกระทำที่เข้าข่ายการทุจริตหรือไม่

“เรื่องนี้บอร์ดรถไฟต้องเข้ามาดูแลและจัดการ เพราะเป็นเรื่องของการควบคุมค่าใช้จ่ายองค์กร ตามแผนปฏิรูป รวมทั้งต้องตรวจสอบด้วยว่า การเบิกเงินดังกล่าวถูกต้องเหมาะสมหรือเข้าข่ายทุจริตหรือไม่ คาดว่าจะได้คำตอบเร็วๆ นี้” นายพิชิต กล่าว

 

หุ้นไทยปิดตลาดบ่าย ปรับขึ้น 0.84 ดัชนีอยู่ที่ 1,586 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 มิ.ย. 2560 17:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/985693

หุ้นไทยปิดตลาดปรับขึ้น 0.84 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,586.45 จุด มูลค่าซื้อขาย 38,501.94 ล้านบาท

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันที่ 27 มิ.ย. 60 ช่วงครึ่งวันบ่ายพบว่า ดัชนีปรับตัวขึ้น 0.84 จุด อยู่ที่ 1,586.45 เปลี่ยนแปลง 0.05% มูลค่าการซื้อขาย 38,501.94 ล้านบาท โดยดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,591.09 จุด และต่ำสุดที่ 1,584.22 จุด

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 2.บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) 3.บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) 4.บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) 5.บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน)

 

ขสมก.บริจาครถโดยสาร ปลดระวาง 110 คัน ให้สถานศึกษา หน่วยงานรัฐ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 มิ.ย. 2560 15:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/985383

ขสมก.บริจาครถโดยสารปลดระวาง 110 คัน ให้สถานศึกษา หน่วยงานภาครัฐ 25 แห่ง เพื่อจัดทำเป็นโครงการส่งเสริมการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (CSR) ประจำปี 2560

วันที่ 27 มิ.ย. นายสมศักดิ์ ห่มม่วง กรรมการบริหารกิจการองค์การ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ขณะนี้องค์การอยู่ระหว่างดำเนินโครงการจัดหารถโดยสารใหม่ ซึ่งเป็นไปตามแผนฟื้นฟูกิจการองค์การ ระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2560 – 2564) โดยมีเป้าหมายในการจัดหารถโดยสารใหม่ จำนวน 3,450 คัน นำมาวิ่งให้บริการเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับประชาชน ทดแทนรถโดยสารเก่า ที่มีสภาพทรุดโทรม เนื่องจากมีอายุการใช้งานเกิน 20 ปี และเพื่อรองรับการปฏิรูปเส้นทางเดินรถโดยสารใหม่ จำนวน 138 เส้นทาง ของกรมการขนส่งทางบก โดยจะทยอยปลดระวางรถโดยสารเก่า เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง สำหรับปี 2560 คณะกรรมการบริหารกิจการองค์การ ได้มีมติปลดระวางรถโดยสารเก่า จำนวน 110 คัน แบ่งเป็นรถโดยสารปรับอากาศยูโรทู ยี่ห้อ แดวู 13 คัน, รถโดยสารปรับอากาศยูโรทู ยี่ห้อแมน 25 คัน, รถโดยสารปรับอากาศยูโรทู ยี่ห้อเบนซ์ 8 คัน, รถโดยสารปรับอากาศครีม – น้ำเงิน 45 คัน, รถโดยสารธรรมดา ยี่ห้ออีซูซุ 1 คัน และรถโดยสารธรรมดา ยี่ห้อฮีโน่ 18 คัน

และให้นำรถจำนวนดังกล่าว มอบให้กับหน่วยงานภาครัฐที่แจ้งความประสงค์ขอรับบริจาค เพื่อจัดทำเป็นโครงการส่งเสริมการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (CSR) ประจำปี 2560 เพิ่มเติมในแผนการดำเนินงาน จากเดิมมีจำนวน 4 โครงการ ได้แก่ โครงการนักเรียนปลอดภัยใช้บริการ ขสมก., โครงการจัดรถโดยสารรับ – ส่งประชาชนถวายสักการะพระบรมศพในหลวง รัชกาลที่ 9, โครงการอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางด้วยระบบ GPS และโครงการรณรงค์ลดใช้กระดาษในสำนักงานเพื่อรักษาสภาพแวดล้อม

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ องค์การจึงบริจาครถโดยสารปลดระวาง ให้กับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, สำนักงานเทศบาลเมือง, สำนักงานเทศบาลตำบล, องค์การบริหารส่วนตำบล, วิทยาลัยการสาธารณสุข, กองบัญชาการช่วยรบ 1 และสถานศึกษาต่างๆ ครอบคลุมทุกภูมิภาค ตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ รวมจำนวน 25 แห่ง เพื่อนำไปใช้ในกิจการสาธารณประโยชน์ตามภารกิจหน่วยงาน ซึ่งจะจัดพิธีส่งมอบรถโดยสารปลดระวาง โดยมีผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เป็นประธานในพิธี ในวันอังคารที่ 27 มิถุนายน 2560 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุม 401 อาคารสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

 

ทางหลวงชนบท เร่งขยายถนน รับเศรษฐกิจอีอีซี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 มิ.ย. 2560 14:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/985393

กรมทางหลวงชนบท เร่งพัฒนาสร้างขยายถนนเป็น 4 เลนเขตอุตสาหกรรม หวังเชื่อมระเบียงเศรษฐกิจ EEC พร้อมพัฒนาระบบโลจิสติกส์ จ.นครนายก, ฉะเชิงเทรา คาดช่วยระบายปริมาณการจราจรที่หนาแน่นของทางหลวง..

วันที่ 27 มิ.ย. 60 นายโกสินท์ พิทยะเวสด์สุนทร วิศวกรใหญ่ด้านการควบคุมการก่อสร้าง กรมทางหลวงชนบท เป็นประธานในการประชุมตรวจติดตามความก้าวหน้าโครงการก่อสร้างถนนสาย นย.3001 แยกทางหลวงหมายเลข 305- บ้านบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดนครนายก, ฉะเชิงเทรา เพื่อรองรับเขตอุตสาหกรรม เชื่อมเขตเศรษฐกิจพิเศษกล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นสายทางที่สนับสนุนการขนส่งสินค้าในพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออกสอดรับ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC)

รวมทั้ง จะเป็นเส้นทางสนับสนุนการขนส่งทางอากาศ ต่อเนื่องไปยังท่าเรือแหลมฉบัง ผ่านทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (มอเตอร์เวย์) ให้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยระบายปริมาณการจราจรที่หนาแน่นของทางหลวงหมายเลข 305 ที่จะมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพฯและปริมณฑลอีกด้วย โดยจะดำเนินการขยายถนน จาก 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร

สำหรับ ก่อสร้างเป็นถนนลาดยางแอสฟัลต์คอนกรีต พร้อมก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดใหญ่ จำนวน 2 แห่ง สะพานคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดเล็ก จำนวน 8 แห่ง รวมทั้งระบบระบายน้ำไฟฟ้าแสงสว่าง เครื่องหมายจราจร สิ่งอำนวยความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้เส้นทาง ปัจจุบันมีผลงานความก้าวหน้ากว่า 24.096% ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 2,116.695 ล้านบาท.

 

ทล.ปรับปรุงสวนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จย่า สายปั่นเฮ! เพิ่มเลนจักรยาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 มิ.ย. 2560 14:12

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/985308

สายปั่นเฮ! กรมทางหลวง ปรับปรุงภูมิทัศน์และสถาปัตยกรรม สวนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จย่า ทล.338 เพิ่มปอดแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ย่านฝั่งธนฯ ส่งเสริมการออกกำลังกาย พร้อมมีเลนจักรยานภายในสวน…

วันที่ 27 มิ.ย. 60 นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เผยว่า กรมทางหลวง โดย สำนักงานทางหลวงที่ 13 (กรุงเทพ) ได้ดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์และสถาปัตยกรรม สวนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จย่า ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 338 ตอน อรุณอมรินทร์-พุทธมณฑลสาย 4 บริเวณ กม.ที่ 8 ฝั่งขาออก (ถนนบรมราชชนนี ด้านขาออก บริเวณต่างระดับพุทธมณฑลสาย 2) ในพื้นที่แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ แล้วเสร็จโดยปัจจุบัน เป็นพื้นที่พักผ่อนและออกกำลังกายแห่งใหม่ ของประชาชนกรุงเทพฯ

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสวนเดิมมีความทรุดโทรม ตลอดจนได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่ผ่านมา กรมทางหลวงดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์และสถาปัตยกรรม สวนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จย่า ตามนโยบายของรัฐบาล ที่ส่งเสริมเรื่องการออกกำลังกายแก่ประชาชน รวมถึงนโยบายของกรมทางหลวงในเรื่องการส่งเสริมสิ่งแวดล้อม

สำหรับ สวนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จย่า เป็นสวนสาธารณะแบบใหม่บนพื้นที่ 31 ไร่ ออกแบบโดยการใช้พื้นที่ว่างในเขตทางให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีแนวความคิดในการออกแบบโดยมุ่งเน้นเส้นสายสีสันของพรรณไม้เข้ามาช่วย ในการออกแบบการแบ่งในแต่ละโซน พรรณไม้ที่เลือกใช้ในพื้นที่โครงการ เน้นไม้ดอกที่ให้สีสันสดใส เช่น ต้นชมพูพันธ์ทิพย์ จะออกดอกสีชมพูสะพรั่งเต็มต้นในช่วงฤดูร้อน ซึ่งปลูกในพื้นที่โครงการกว่าร้อยต้น รวมทั้งมีสนามหญ้ากว้างใต้เงาไม้ใหญ่เหมาะกับการนั่งพักผ่อน

นอกจากนี้ยังมี ไฮไล์ คือเลนจักรยานที่มีระยะทางกว่า 1.33 กม. เหมาะสำหรับนักปั่นจักรยานผู้รักการออกกำลังกายมีความปลอดภัยสูง พื้นที่โครงการที่มีความร่มรื่น นอกจากนี้ยังมีพื้นที่กิจกรรมต่างๆ เช่น สนามกีฬาฟุตซอล มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ห้องน้ำ ที่จอดรถ และยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลธรรมศาลาเข้ามาตรวจตราบริเวณ เพื่อความปลอดภัยต่อประชาชน

ทั้งนี้ ประชาชนทั่วไปสามารถเข้ามาใช้บริการ สวนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จย่า ตั้งแต่เวลา 05.00-21.00 น. ทุกวัน ต้องการสอบถามเส้นทางหรือรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อแขวงทางหลวงธนบุรี โทร. 0 2354 6668 75 หรือสายด่วนกรมทางหลวง 1586 โทรฟรี ทุกเครือข่ายตลอด 24 ชม.