“อาคม” จี้รฟท.สอบทุจริต โอ้โห!ค่าโอทีรถไฟสุดหรูเดือนละแสน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 28 มิ.ย. 2560 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/986025

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว. คมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่พนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท.เบิกค่าล่วงเวลาสูงจนผิดสังเกต เรื่องนี้ให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหาร รฟท.ที่จะเป็นผู้พิจารณาตามขั้นตอนว่าจะมีการดำเนินการอย่างไร เพราะเป็นเรื่องการบริหารภายในองค์กร

ด้านนายพิชิต อัคราทิตย์ รมช.คมนาคม ในฐานะกำกับดูแลงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า กรณีที่มีการนำเสนอข่าวนายสถานีปัตตานีของ รฟท.เบิกค่าล่วงเวลาเดือน พ.ค.60 รวมเป็นเงิน 102,271 บาท และมีการตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการเบิกค่าล่วงเวลาเกือบ 24 ชั่วโมงนั้น เรื่องนี้ทราบว่า รมว.คมนาคม ได้ส่งข้อความทางไลน์ไปสอบถามนายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รักษาการผู้ว่าการ รฟท.แล้ว โดยขอให้ รฟท.เร่งตรวจสอบและชี้แจง ซึ่ง รฟท.แจ้งว่าอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริง คาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นได้ดูรายการเบิกค่าโอทีแล้วรู้สึกแปลกๆ จึงสั่งให้บอร์ด รฟท.เข้ามาตรวจสอบและดูแลการเบิกเงินดังกล่าวแล้ว “ได้มอบนโยบายให้ รฟท.ปรับปรุงการบริหารค่าใช้จ่ายขององค์กรให้มีความเหมาะสม ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิรูป รฟท. ที่เป็นหนึ่งในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลมีนโยบายให้เร่งแก้ปัญหาการขาดทุน ที่ผ่านมาพบว่า รฟท.มีค่าใช้จ่ายสูงเกินไป จึงได้เน้นย้ำให้ รฟท.ทำงานด้วยความโปร่งใส สุจริต กรณีนี้บอร์ดจะต้องเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า การเบิกค่าล่วงเวลาดังกล่าวเป็นการกระทำที่เข้าข่ายทุจริตหรือไม่”.

 

“เสี่ยปั้น” จี้ธุรกิจไทยกวดโลกให้ทัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 28 มิ.ย. 2560 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/986038

นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการธนาคารกสิกรไทย กล่าวในโอกาสที่เศรษฐกิจไทยครบรอบ 20 ปี วิกฤติต้มยำกุ้งว่า เศรษฐกิจไทยมีโอกาสเกิดวิกฤติเหมือนปี 40 หรือไม่ ว่า เมื่อ 20 ปีที่แล้วนักธุรกิจแห่กันเสี่ยง สนุกกับการเก็งกำไรหุ้น เก็งกำไรที่ดิน และกู้เงินต่างประเทศดอกเบี้ยต่ำมาลงทุน ขอเงินกู้แบงก์ง่าย หากำไรจากทุนนิยม ทำอะไรเกินตัว ราคาหุ้นขึ้นที่ดินขึ้นสนุกกันใหญ่ คิดแต่ได้อย่างเดียวจนสุดท้ายก็เกิดวิกฤติล้มละลาย

แต่สถานการณ์ขณะนี้มีความเสี่ยงอีกแบบเป็นความเสี่ยงจากความอืดของเศรษฐกิจโลกและระบบเศรษฐกิจโลกที่เป็นตัวถ่วง และความเสี่ยงสมัยใหม่ที่สำคัญที่สุด คือความเสี่ยงจากความไม่รู้ มีองค์ความรู้น้อย ไม่ปรับตัวหรือปรับตัวไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่กำลังถูก Distrub คือการทลายของธุรกิจเก่า ซึ่งปัจจุบันภาคเอกชนก็พยายามดิ้นรนปรับตัวให้ตัวเองอยู่รอด และอยู่ระหว่างการคิดว่าจะทำธุรกิจเดิมบนเทคโนโลยีใหม่ได้อย่างไร

“คนที่องค์ความรู้น้อย ไม่ปรับตัว ค้าขายแข่งสู้เค้าไม่ได้ในโลกนี้ ก็ต้องอับจน โลกขณะนี้มันไม่ขาวหรือดำ แต่มันเป็นสีเทา ใครจะรอดไม่รอดไม่รู้มีความเป็นไปได้ทั้งนั้น นี่คือความท้าทาย ใครคิดทะลุทันต่อเหตุการณ์ก็รอด”

นายบัณฑูรกล่าวว่า สถานการณ์การก่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของทั้งระบบที่เพิ่มขึ้นมายอมรับว่าห่วง แต่ก็อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ ไม่ได้วิกฤติเหมือนในอดีต ขณะที่แบงก์มีระบบและเครื่องมือในการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดีขึ้น และมีเงินกองทุนมาก นอกจากนี้การปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ต้องสอดคล้องไปตามภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ไม่ช้าหรือไม่เร็วเกินไปกว่าเศรษฐกิจ โดยปีนี้ธนาคารตั้งเป้าจะปล่อยสินเชื่อโตที่ 4-6% และคาดว่าในครึ่งปีหลังและปีหน้าสินเชื่อจะขยายตัวดีขึ้นตามโครงการที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนภาครัฐ.

 

“ชาติศิริ” หนุนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน แบงก์กรุงเทพปล่อยกู้บีทีเอส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 28 มิ.ย. 2560 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/986043

“ชาติศิริ” ภูมิใจเสนอ นโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาครัฐมาถูกทางแล้ว ประกาศพร้อมหนุนปล่อยกู้โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ประเดิมโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง-สีชมพูของบีทีเอส โดยแบงก์กรุงเทพพร้อมเป็นแกนนำปล่อยกู้ วงเงิน 7-8 หมื่นล้านบาท เปิดรายชื่อ 8 สตาร์ทอัพฟินเทคระดับโลก พร้อมอัดฉีดเงินสนับสนุนกระตุ้นไทยแลนด์ 4.0

นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า นโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาครัฐกำลังเดินมาถูกทางแล้ว และธนาคารพร้อมสนับสนุนด้านเงินทุนปล่อยกู้ให้กับโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่และยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจไทย

โดยขณะนี้ธนาคารกรุงเทพร่วมกับธนาคารพาณิชย์แห่งอื่น กำลังพิจารณาเงื่อนไขเพื่อสนับสนุนสินเชื่อให้กับบริษัทบีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ในการลงทุนโครงการรถไฟฟ้า 2 สาย คือสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง กับสายสีชมพู แคราย-มีนบุรี มูลค่าทั้ง 2 โครงการรวมกว่า 100,000 ล้านบาท “ขณะนี้ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งกำลังเจรจากันอยู่ คาดว่าวงเงินสินเชื่อรวมจะอยู่ที่ 70,000-80,000 ล้านบาท คาดว่าภายใน 2 เดือนจะได้ข้อสรุปว่าธนาคารแต่ละแห่งมีวงเงินปล่อยสินเชื่อเท่าไร โดยธนาคารกรุงเทพยินดีที่จะเป็นแกนนำในการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งเงินกู้ดังกล่าวจะทยอยเบิกใช้ได้ปลายปีนี้ แต่จะยังเป็นวงเงินที่ไม่มากนัก จะเริ่มเบิกใช้มากขึ้นในปีหน้าและปีถัดไป”

สำหรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึง 10 ธุรกิจอนาคตในกลุ่มเอสเคิร์ฟ (S-Curve) ของรัฐบาลนั้น จะเป็นตัวช่วยให้ธุรกิจมีโอกาสขยายตัวดีขึ้น และยังเป็นผลดีต่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ขณะที่ในฝั่งของธนาคารก็จะมีการให้บริการสินเชื่อเพิ่มขึ้นอีกมาก โดยปีนี้อัตราเติบโตของสินเชื่อยังเป็นไปตามเป้าหมายที่สิ้นปีนี้จะขยายตัว 3-5% ส่วนแนวโน้มหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) นั้น ธนาคารยังติดตามอยู่ โดยอาจเพิ่มขึ้นได้อีกเล็กน้อย และไม่ได้อยู่ในระดับที่น่ากังวลใจ

และเพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบาย 4.0 ของรัฐบาล แบงก์กรุงเทพได้ร่วมกับบริษัท เนสท์ พันธมิตรผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนในนวัตกรรมและพัฒนาศักยภาพของสตาร์ทอัพระดับโลก จัดทำโครงการ “Bangkok Bank InnoHub” สรรหา 8 สตาร์ทอัพกลุ่มฟินเทค ด้านบริการเงินระดับโลก จากผู้สมัคร 119 ทีม 32 ประเทศทั่วโลก เพื่อเข้าอบรมหลักสูตรเข้มข้น ระยะเวลา 12 สัปดาห์ ก่อนขึ้นเวทีวัน Demo Day ในเดือน ก.ย.นี้ เพื่อเสนอแผนธุรกิจต่อกลุ่มนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ เพื่อก้าวไปสู่การระดมทุนและร่วมเป็นพันธมิตร

โดยในส่วนของธนาคารกรุงเทพได้มีการจัด ตั้งบริษัท บัวหลวง เวนเจอร์ส จำกัด เพื่อร่วมลงทุนในสตาร์ทอัพฟินเทคที่สนใจ ในช่วง 3 ปีแรก เตรียมเงินลงทุนไว้ 2,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากสตาร์ทอัพทั้ง 8 ทีมเสนอแผนธุรกิจที่น่าสนใจ ธนาคารก็พร้อมเข้าไปร่วมลงทุนทันที โดยสตาร์ทอัพ 8 รายที่เข้ารอบ ประกอบด้วย Bambu, Bento, Invoice Interchange และ Canopy จากประเทศสิงคโปร์, Everex และ FundRadars จากประเทศไทย, Covr Security จากประเทศสวีเดน และ First Circle จากประเทศฟิลิปปินส์

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นอกจากธนาคารกรุงเทพซึ่งจะช่วยสนับสนุนวงเงินกู้ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสีชมพูแล้ว ธนาคารกรุงไทยก็เป็นอีกหนึ่งธนาคารที่พร้อมสนับสนุนสินเชื่อโครงการรถไฟฟ้า 2 สายที่มีธนาคารกรุงเทพซึ่งเป็นแกนนำเช่นกัน โดยขณะนี้ธนาคารกำลังรอรายละเอียดและเงื่อนไขในการปล่อยสินเชื่อในครั้งนี้ เพื่อนำเข้าสู่ขบวนการพิจารณาปล่อยสินเชื่อ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน.

 

ออก ม.44 ยืดเวลารุกล้ำลำน้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 28 มิ.ย. 2560 05:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/986023

วอนแจ้งด่วน!ก่อนชาวบ้าน-ประมงโดนปรับหมดตัว

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธาน ได้เห็นชอบให้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญออกคำสั่ง คสช.เพื่อขยายระยะเวลาให้กับประชาชนและผู้ประกอบการที่รุกล้ำน่านน้ำไทยไม่ว่าจะเป็นการกีดขวางการเดินเรือ การใช้ประโยชน์สาธารณะ การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ การปลูกบ้าน เลี้ยงปลา หรือมีการปักหลักสำหรับทำประมงตาม พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทยกับทางกรมเจ้าท่าออกไปอีก 60 วัน และเจ้าหน้าที่จะใช้เวลาอีกไม่เกิน 180 วันเพื่อที่จะพิจารณาว่าจะอนุญาตหรือไม่ โดยยกเว้นให้ผู้ที่มาแจ้งในระยะเวลาดังกล่าวจะไม่มีโทษทางอาญาและไม่ต้องเสียค่าปรับ

ทั้งนี้ รัฐบาลได้มีการแก้ไข พ.ร.บ.การเดินเรือน่านน้ำไทย เพื่อให้ทางกรมเจ้าท่าเข้าไปจัดระเบียบและจัดเก็บค่าเช่าพื้นที่ แต่ปรากฏว่ามีผู้เข้ามาแจ้งประมาณ 30,000 ราย คิดเป็นไม่ถึง 50% ของจำนวนผู้ที่คาดว่าได้ทำความผิดตามกฎหมายเป็นแสนราย จึงได้ขยายระยะเวลาออกไปให้อีก 60 วัน เพราะตามขั้นตอนหากไม่มาแจ้งตามกำหนดจะมีค่าปรับในอัตราที่สูงมากคือตารางเมตรละ 1,000-20,000 บาท และถ้ายังไม่มาจ่ายค่าปรับจะเสียค่าปรับอีกวันละ 20,000 บาท โดยขณะนี้มีคำสั่ง คสช.ยกเว้นค่าปรับและยืดระยะเวลาการแจ้งกับกรมเจ้าท่า ขอให้รีบมาแจ้ง เพราะถ้าเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วดำเนินการต่อไปได้ก็จะเสียค่าเช่าในอัตราที่ต่ำมาก อย่างไรก็ตาม เครื่องมือประมงที่ผิดกฎหมายจะไม่ได้รับอนุญาตเด็ดขาด

ขณะที่ความคืบหน้าการแก้ปัญหาการทําการประมงผิดกฎหมาย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาการทําการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม (ไอยูยู) ครั้งสุดท้าย เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการพูดคุยกับสหภาพยุโรป (อียู) ในวันที่ 1-15 ก.ค.นี้ โดยที่ผ่านมาทางอียู ได้ให้คำแนะนำการแก้ปัญหาให้การประมงไทยหลุดพ้นจากใบเหลืองอียู และเรากำลังเข้าสู่แนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง และต่อไปจะเป็นโมเดลในการแก้ปัญหาไอยูยูของอาเซียนด้วย.

 

โว 10 อุตสาหกรรมยักษ์บุกอีอีซี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 28 มิ.ย. 2560 05:38

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/986035

กล่อมเอกชนอย่ากังวลลงทุนชี้มี ม.44 แก้ได้

10 บริษัทยักษ์พร้อมลุยอีอีซี “คณิศ” ระบุโตโยต้า–ฮอนด้าเซย์เยส ร้านค้าออนไลน์ชื่อดัง “ลาซาด้า” พร้อมบุก โบอิ้งกำลังจ่อตามแอร์บัสมาติดๆ เตรียมเสนอท่าเรือแหลมฉบัง–มาบตาพุด–สัตหีบเป็นเขตส่งเสริมพิเศษเพิ่ม ย้ำเอกชนไม่ได้กังวลใจ พ.ร.บ.อีอีซี ล่าช้า ม.44 จัดการได้ทุกปัญหา ครม.เร่งเครื่องถนนเชื่อมระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก–ตะวันตก

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เปิดเผยว่า ในวันที่ 19 ก.ค.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายอีอีซี ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยมีวาระสำคัญคือ การเสนอให้กำหนดพื้นที่โดยรอบ 3 ท่าเรือในพื้นที่อีอีซี ประกอบด้วย ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือมาบตาพุด และท่าเรือสัตหีบ เป็นเขตส่งเสริมพิเศษเพิ่มเติม ที่อยู่ในพื้นที่ของเขตส่งเสริมพิเศษอู่ตะเภา ซึ่งเขตส่งเสริมพิเศษนี้จะเป็นเขตที่ได้รับสิทธิประโยชน์ของอีอีซี 100%

นอกจากนี้ จะติดตามความคืบหน้า 4 โครงการลงทุนเร่งด่วน ด้านโครงสร้างพื้นฐานที่จะลงทุนภายในปีนี้ ประกอบด้วย สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา ท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 2 ท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 2 และรถไฟความเร็วสูง รวมทั้งการวางระบบขนส่งสินค้าและระบบขนส่งมวลชนที่เชื่อมโยง ทั้งภาคการผลิต ภาคบริการ และท่องเที่ยวใน 3 จังหวัด คือ ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา นอกจากนั้น จะมีการเสนอแผนการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว เพื่อให้ทุกภาคส่วนเป็นมหานครร่วมกัน และการรายงานความคืบหน้าเอกชนที่สนใจเข้ามาลงทุนในพื้นที่อีอีซี ซึ่งตั้งเป้าหมายผู้ประกอบการตัดสินใจลงทุนภายปีนี้จำนวน 30 ราย และปัจจุบันมีการตัดสินใจแล้วจำนวน 10 ราย

“ผมจะรายงานความคืบหน้าต่อที่ประชุม หากมีเรื่องใดที่หน่วยงานรับผิดชอบมีข้อติดขัดก็จะเสนอให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้สั่งการโดยตรง และเร็วนี้ๆสำนักงานอีอีซีจะร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ออกไปโรดโชว์นักลงทุนประเทศจีนและสหภาพยุโรปให้เข้ามาลงทุนในอีอีซี”

สำหรับ 10 บริษัทเอกชนที่ตัดสินใจเข้ามาลงทุนมี อาทิ บริษัทเครื่องบินแอร์บัส ร้านค้าออนไลน์ชั้นนำของโลกลาซาด้า ค่ายรถยนต์โตโยต้าและฮอนด้า กลุ่มบริษัทที่พร้อมลงทุนใช้หุ่นยนต์ในระบบขนส่ง, เอสซีจีกรุ๊ป และล่าสุดเครื่องบินโบอิ้งมีความสนใจเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอากาศยาน และการฝึกอบรม ส่วนค่ายเทสล่าผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ยังอยู่ระหว่างการประสานในการเจรจา

นายคณิศยังกล่าวต่อถึงความคืบหน้าการออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อีอีซีว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ชุดที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ที่อยู่ระหว่างปรับปรุงรายละเอียด โดยคาดว่าจะเสนอกลับมายังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีผลบังคับใช้ช่วงเดือน ต.ค.นี้ ส่วนกรณีมีเอกชนแสดงความกังวล และอยากให้ พ.ร.บ.อีอีซี มีผลบังคับใช้โดยเร็วที่สุด ผมไม่อยากให้มีความกังวล เพราะเรามี ม.44 เข้ามาบังคับใช้อยู่แล้ว อาทิ การกำหนดเขตส่งเสริมพิเศษ

วันเดียวกัน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาในการจัดกรรมสิทธิ์และเวนคืนที่ดิน (พ.ร.ฎ.) ในเขตการก่อสร้างโครงการทางหลวงหมายเลข 12 ช่วง อ.แม่สอด จ.ตาก-อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร เพื่อสนับสนุนให้โครงการดังกล่าวสามารถเดินหน้าไปได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ภายหลังจากที่มีเอกชนผู้ชนะประมูลโครงการบางรายยังไม่สามารถเข้าพื้นที่เพื่อดำเนินงานก่อสร้างได้เพราะติดปัญหาเรื่องการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน

สำหรับการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 12 สายแม่สอด (เขตแดน)-มุกดาหาร ตอน บ.นาไคร้- อ.คำชะอี ระยะทาง 36.3 กิโลเมตร วงเงิน 2,650 ล้านบาทนั้น เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (EWEC East-West Economic Corridor) ระยะทางรวมทั้งสิ้น 770 กิโลเมตร เชื่อมเส้นทางระหว่าง เมียนมา-ไทย-ลาว-เวียดนามเข้าด้วยกัน ซึ่งถูกยกให้เป็นเส้นทางเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ที่สำคัญของภูมิภาคอาเซียน เพื่อรองรับการค้าในกลุ่มสมาชิกอาเซียนและประเทศลุ่มน้ำโขง (GMS) ที่กำลังเติบโตขึ้นเป็นอย่างมากตลอดจนด้านการลงทุน การท่องเที่ยว รวมถึงมาตรฐานการขนส่งที่รวดเร็วปลอดภัยเพิ่มขึ้น ซึ่งหากดำเนินการแล้วเสร็จนั้นจะไม่เพียงช่วยยกระดับการขนส่งในเส้นทาง EWEC เพียงเท่านั้น แต่ยังสามารถเป็นทางเลือกใหม่เพื่อรองรับการเดินทางจากจังหวัดกาฬสินธุ์ไปยังจังหวัดมุกดาหารได้อีกด้วย

โดยแผนการดำเนินโครงการดังกล่าวจะก่อสร้างและขยายเส้นทางจาก 2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร โดยเป็นแนวทางตัดใหม่ ผ่านพื้นที่ ต.กุดหว้า อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ กม.704+ 400.000-กม.740+708.297 กรอบวงเงิน 2,650 ล้านบาท แบ่งเป็น วงเงินค่าก่อสร้าง 2,400 ล้านบาทและวงเงินค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 250 ล้านบาท ขณะนี้ดำเนินการก่อสร้างไปบางส่วนแล้ว คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในช่วงเดือน ต.ค. 2562.

 

กรมศุลฯ ขนรถหรู-บิ๊กไบค์ประมูลลอตใหญ่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 28 มิ.ย. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/986062

เคาะราคา “เฟอร์รารี่” เริ่มต้นที่ 20 ล้านบาท

นายเสรี ไทยจงรักษ์ รองอธิบดี เปิดเผยว่า ในวันที่ 29 มิ.ย.60 เวลา 09.30 น.เป็นต้นไป กรมศุลกากรจะจัดให้มีการขายทอดตลาดรถยนต์ของกลางจำนวน 315 คัน โดยมอบหมายบริษัท สหการประมูล จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินการขายทอดตลาดตามสภาพที่เป็นอยู่ และเป็นการประมูลด้วยวาจา โดยเปิดให้ผู้สนใจที่จะเข้าร่วมประมูลสามารถเข้าชมสภาพภายนอกรถยนต์ของกลาง ได้ตั้งแต่วันที่ 26-28 มิ.ย.60 เวลา 09.00-18.00 น. ณ ลานจอดรถหน้าส่วนของกลาง สำนักสืบสวนและปราบปราม กรมศุลกากร

สำหรับรถยนต์ที่มีราคาเปิดประมูลสูงสุด ได้แก่ ลำดับที่ 153 ยี่ห้อ FERRARI รุ่น CALIFORNIAT ปี 2015 เปิดประมูลด้วยราคา 20.62 ล้านบาท และลำดับที่ 170 ยี่ห้อ ASTON MARTIN รุ่น DB9 SPIDER ปี 2013 เปิดประมูลด้วยราคา 20.08 ล้านบาท โดยรถจักรยานยนต์ที่มีราคาเปิดประมูลสูงที่สุด ได้แก่ ลำดับที่ 164 ยี่ห้อ HARLEY DAVIDSON รุ่น ELECTRA GLIDE ปี 2013 เปิดประมูลด้วยราคา 620,000 บาท โดยรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของกลางที่ประมูลได้ สามารถออกเอกสารแบบ 32 และนำไปจดทะเบียนกับกรมขนส่งทางบกได้ เมื่อปรับปรุงสภาพตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวกรมศุลกากรได้ประสานแจ้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และกรมการขนส่งทางบกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับรถยนต์จดประกอบที่กรมศุลกากรยึดและอายัดได้ก่อนหน้านี้ ประมาณ 100 คัน จะไม่มีการนำออกมาประมูลขายทอดตลาด เนื่องจากรัฐบาลยกเลิกการจดประกอบการรถยนต์ตั้งแต่ปี 56

นอกจากนี้ กรมศุลกากรจะทำการส่งมอบรถยนต์ที่ถูกโจรกรรมจากประเทศมาเลเซียซึ่งคดีถึงที่สุดแล้วคืนแก่ผู้แทนสถานทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย จำนวน 88 คัน รถยนต์ที่ถูกโจรกรรมจากญี่ปุ่น 1 คัน รถยนต์ที่ถูกโจรกรรมจากสิงคโปร์ 1 คัน และล่าสุดรถยนต์ที่ถูกโจรกรรมจากอังกฤษจำนวน5คัน.

 

อัดงบกลางเพิ่มเสริมแกร่งเศรษฐกิจ รัฐไฟเขียวประกันข้าวนาปี60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 28 มิ.ย. 2560 05:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/986028

จ่าย1,841ล้านแทนเกษตรกร

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2560 วงเงินงบประมาณที่รัฐบาลใช้อุดหนุนจ่ายเบี้ยประกันแทนประชาชน 1,841 ล้านบาท มีเป้าหมายพื้นที่เข้าร่วมโครงการขั้นต่ำ 25 ล้านไร่ สูงสุด 30 ล้านไร่ จากปีที่ผ่านมามีพื้นที่เข้าร่วมโครงการ 27.18 ล้านไร่ เกษตรกร 1.57 ล้านราย ระยะเวลาโครงการตั้งแต่เริ่มฤดูกาลเพาะปลูกไปจนถึง 31 ส.ค.2560 ยกเว้นภาคใต้ ที่จะสิ้นสุด 15 ธ.ค.2560 เพราะเริ่มฤดูกาลเพาะปลูกล่าช้ากว่าพื้นที่อื่น

สำหรับปี 2559 เอกชนรับเบี้ยประกันภัยข้าวนาปีทั้งสิ้น 2,920.99 ล้านบาท จ่ายสินไหม 597 ล้านบาท ดังนั้น กระทรวงการคลังจึงได้เจรจากับบริษัทเอกชนที่รับประกันภัย ขอลดเบี้ยประกันลงมาเหลือที่ 97.37 บาทต่อไร่ รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและอากรแสตมป์แล้ว จากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 107.428 บาทต่อไร่ หรือลดลงประมาณ 10 บาท ขณะที่วงเงินคุ้มครองได้รับเพิ่มขึ้นจาก 1,111 บาทต่อไร่ในปี 2559 เพิ่มขึ้นเป็น 1,260 บาทต่อไร่ สำหรับ 6 ภัยธรรมชาติได้แก่ น้ำท่วม หรือฝนตกหนัก, ภัยแล้ง ฝนแล้ง หรือฝนทิ้งช่วง, ลมพายุหรือพายุไต้ฝุ่น, ภัยอากาศหนาว หรือน้ำค้างแข็ง, ลูกเห็บและไฟไหม้ ส่วนภัยศัตรูพืชหรือโรคระบาดได้รับวงเงินคุ้มครองเพิ่มขึ้นจาก 555 บาท เป็น 630 บาท รวมแล้วเกษตรกรได้รับการคุ้มครองต่อจำนวนเงินเพิ่มขึ้นประมาณ 20% นอกจากนี้ ยังให้เกษตรกรสามารถซื้อประกันภัยข้าวนาปีเพิ่มเองได้ “การจ่ายเบี้ยประกันภัยในปีที่ผ่านมาและปีนี้รัฐและ ธ.ก.ส.จะเป็นผู้รับผิดชอบแทนเกษตรกร แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อยากให้ผ่านไป 2-3 ปี เกษตรกรมีส่วนร่วมจ่ายเบี้ยประกันเองในส่วนที่รัฐบาลจ่ายให้”

นายกอบศักดิ์กล่าวว่า นอกจากนี้ ครม.ยังอนุมัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ 2560 ในส่วนของงบกลางรายการค่าใช้จ่ายส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจภายในประเทศ ซึ่งเดิมรัฐได้ตั้งงบประมาณส่วนนี้ไว้ 19,942 ล้านบาท อนุมัติโครงการไปก่อนหน้านี้แล้ว 8,173 ล้านบาท เหลืออยู่ 11,769 ล้านบาท ครม.ได้อนุมัติโครงการเพื่อใช้งบประมาณในส่วนนี้เพิ่มอีก 3,828 ล้านบาท ของ 18 หน่วยงาน รวม 28 โครงการ.

 

งานคือเงิน 28/06/60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย หมึกเขียว 28 มิ.ย. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/985135

คนฉลาดกล้าเปิดใจและมองอุปสรรคเป็นความท้าทาย แต่คนโง่จะถอยหนีอุปสรรคโดยไม่พยายามลองแก้ไข

สารพัด ตำแหน่งงานน่าสนใจ มีให้ คนฉลาด เลือกจับจองเสมอที่ งานคือเงิน

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 19 (เลย-หนองบัวลำภู) รับ ลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่ง ครูธุรการโรงเรียน 1 อัตรา ประจำที่โรงเรียนท่าลี่วิทยา อ.ท่าลี่ จ.เลย,ครูอัตราจ้างขั้นวิกฤติ สาขาวิชาเอกคณิต-คหกรรมศาสตร์ และฟิสิกส์ 3 อัตรา ประจำที่โรงเรียนคำแสนวิทยาสรรค์ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู โรงเรียนศรีสงครามวิทยา อ.วังสะพุง จ.เลย และ โรงเรียนพระแก้วอาสาวิทยา อ.ด่านซ้าย จ.เลย 3 อัตรา, พี่เลี้ยงเด็กพิการ 1 อัตรา ประจำที่โรงเรียนท่าลี่วิทยา อ.ท่าลี่ จ.เลย, ครูอัตราจ้างพักนอน 4 อัตรา ประจำที่โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย เลย อ.เชียงคาน จ.เลย, ครูอัตราจ้าง Lab boy 1 อัตรา ประจำที่โรงเรียนเลยพิทยาคม อ.เมือง จ.เลย, ครูอัตราจ้างวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ 1 อัตรา ประจำที่โรงเรียนนาแห้ววิทยา อ.นาแห้ว จ.เลย และ นักการภารโรงโครงการคืนครูให้นักเรียน 1 อัตรา ประจำที่โรงเรียนกุดดินจี่พิทยาคม อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู สมัครที่กลุ่มบริหารงานบุคคล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 19 อ.เมือง จ.เลย ดูรายละเอียดที่ www.sesao19.go.th สอบถามโทร. 0-4281-1464 รับถึง 29 มิ.ย.นี้

สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขยายเวลารับ นักวิจัยปฏิบัติการ 1 อัตรา วุฒิ ปริญญาโท หรือเทียบเท่าทางด้าน สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, นักวิชาการเงินและบัญชีปฏิบัติการ 1 อัตรา วุฒิ ปริญญาตรี หรือเทียบเท่า ทาง บัญชี หรือ พาณิชยศาสตร์ สมัครที่สถาบันไทยคดีศึกษา อาคารอเนกประสงค์ 1 ชั้น 9 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กรุงเทพฯ โทร. 0-2613-3204 (-5) ต่อ 18 ดูรายละเอียดที่ http://www.facebook.com/TKRI.TU รับถึง 30 มิ.ย.นี้

โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายประถม) รับ เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป (งานธุรการและงานสารบรรณ) 1 อัตรา วุฒิ ปริญญาตรี มีความรู้เรื่องภาษา มีความสามารถในการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์พื้นฐาน Ms Office อย่างดี ต้องมีประสบการณ์ทำงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี มีความรับผิดชอบเอาใจใส่ มีความละเอียดรอบคอบ และมนุษย์สัมพันธ์ดี, คนงาน 2 อัตรา วุฒิ มัธยมศึกษาปีที่ 3 (ม.3) ขึ้นไป สามารถปฏิบัติงานนอกเวลาได้ มีความรับผิดชอบ ขยัน มีใจรักงาน มนุษยสัมพันธ์ดี มีความพร้อมและมีความกระตือรือร้นในการปฏิบัติงาน, คนครัว 2 อัตรา วุฒิ มัธยมศึกษาปีที่ 3 (ม.3) ขึ้นไป สามารถปฏิบัติงานนอกเวลาได้ มีความรับผิดชอบ ขยัน มีใจรักงาน มนุษยสัมพันธ์ดี มีความพร้อมและมีความกระตือรือร้นในการปฏิบัติงาน สมัครที่ งานการเจ้าหน้าที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายประถม) 174 สุขุมวิท 23 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ สอบถามโทร. 0-2662-3180 (-7) ต่อ 1211, 1299 หรือดูที่ http://prathom.swu.ac.th หรือที่ E-mail: s.jongjitr@gmail.com, jongjit@swu.ac.th รับถึง 30 มิ.ย.นี้

คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขยายเวลารับ อาจารย์ A-5 จำนวน 1 อัตรา ปฏิบัติงานในภาควิชาสูติศาสตร์-เธนุเวชวิทยาและวิทยาการสืบพันธุ์ วุฒิ ปริญญาเอก หรือเทียบเท่า หรือ จะจบการศึกษาระดับปริญญาเอกในปีการศึกษา 2559 สาขาวิชา วิทยาการสืบพันธุ์ในสัตว์ หรือสาขาอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ต้องมีพื้นสัตวแพทยศาสตรบัณฑิต ไม่มีภาระผูกพันเรื่องการชดใช้ทุนใดๆ หรือเงื่อนไขอื่น ต้องมีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ มีผลการทดสอบภาษาอังกฤษที่ไม่เกิน 2 ปี ได้แก่ TOEFL (Paperbased Test : PBT) ไม่น้อยกว่า 550 คะแนน, TOEFL (Internetbased Test : iBT) ไม่น้อยกว่า 79 คะแนน, CU–TEP ไม่น้อยกว่า 75 คะแนน หรือ IELTS ไม่น้อยกว่า 6.5 คะแนน (หากมีความรู้ความสามารถ ประสบการณ์การทำงาน และงานวิจัยทางด้านสุกรจะพิจารณาเป็นพิเศษ) สนใจสมัครผ่านทาง www.hrm.chula.ac.th/recruitmentonline สอบถามเพิ่มเติมที่หน่วยการเจ้าหน้าที่ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โทร. 0-2218-9773 ถึง 30 มิ.ย.นี้

มหาวิทยาลัยศิลปากร รับ อาจารย์ 1 อัตรา สังกัดคณะวิทยาการจัดการ วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี วุฒิ ปริญญาเอก ทางด้าน การสอนภาษาญี่ปุ่น ญี่ปุ่นศึกษา วรรณคดีญี่ปุ่น หรือบริหารธุรกิจแบบญี่ปุ่น มีผลคะแนนภาษาอังกฤษอย่างใดอย่างหนึ่งตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยศิลปากรกำหนด สมัครที่กองการเจ้าหน้าที่ ชั้น 7 สำนักงานอธิการบดี ตลิ่งชัน มหาวิทยาลัยศิลปากร ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ โทร. 0-2849-7544 หรือที่งานการเจ้าหน้าที่ ชั้น 2 สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม โทร. 0-3425-5790 หรือที่สำนักงานวิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี โทร. 0-3259-4043 (-50) ต่อ 41008, 41003, 41006 รับถึง 30 มิ.ย.นี้

คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล รับ อาจารย์ 3 อัตรา ภาควิชาศึกษาศาสตร์ วุฒิ ปริญญาเอก สาขา สิ่งแวดล้อมศึกษา (Environmental Education) การศึกษา (Educational Science) การจัดการ/การบริหารการศึกษา (Educational Management/Administration) การประเมินผลทางการศึกษา (Educational Evaluation) การจัดการสิ่งแวดล้อม (Environmental Management) หรือสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จากมหาวิทยาลัยในประเทศไทยหรือต่างประเทศที่ ก.พ.รับรอง มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์เกี่ยวกับกระบวนการวิจัยที่นำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ใหม่ หรือนวัตกรรมทางสิ่งแวดล้อมศึกษา (Environmental Education Innovation) นวัตกรรมทางการศึกษา (Education Innovation) ที่สอดคล้องกับการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Education for Sustainable Development:ESD) และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) มีความรู้และทักษะด้านภาษาอังกฤษ (ฟัง-พูด-อ่าน-เขียน) ระดับดีมาก และต้องมีผลการทดสอบภาษาอังกฤษ ได้แก่ IELTS (Acade-mic Module) คะแนนรวมไม่ต่ำกว่า 6 คะแนน, TOEFL IBT (Internet Based) ไม่ต่ำกว่า 79 คะแนน, TOEFL-ITP ไม่ต่ำกว่า 550 คะแนน หรือ TOEFL-CBT ไม่ต่ำกว่า 213 คะแนน สมัครที่งานพัฒนาองค์กรและทุนมนุษย์ สำนักงานคณบดี คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา นครปฐม 73170 หรือสมัครผ่านทางอีเมล ที่นางสาวเบญจมาศ บุญบวรพานิชกุล E-mail: benjamas.boo@mahidol.ac.th สอบถามเพิ่มเติมที่สำนักงานคณบดี โทร. 0-2800-2841 (-69) ต่อ 1006, 1110 รับถึง 30 มิ.ย.นี้

โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ รับ เจ้าหน้าที่กลุ่มปฏิบัติการ 1 อัตรา ปฏิบัติหน้าที่ดูแลระบบเครือข่ายและเครื่องแม่ข่าย สังกัดศูนย์คอมพิวเตอร์ สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ วุฒิ ปริญญาตรี/ ปริญญาโท สาขา วิทยาการคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ สาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยต้องเรียนรายวิชาทางคอม-พิวเตอร์ไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมระดับปริญญาตรี 2.50 ขึ้นไป และระดับปริญญาโท 3.25 ขึ้นไป มีความรู้ความสามารถในการออกแบบและบริหารจัดการระบบเครือข่ายและเครื่องแม่ข่าย สามารถติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ (สามารถติดตั้งและตั้งค่าระบบให้บริการ เช่น Web Server, DNS Server, DHCP Server) มีความรู้เกี่ยวกับการติดตั้งระบบเครือข่าย (สามารถติดตั้งและตั้งค่าอุปกรณ์ระบบเครือข่าย เช่น Juniper, HP หรือ Cisco) มีทักษะด้านการเขียนโปรแกรม และการตัดสินใจ มีความรับผิดชอบในหน้าที่ สามารถคิดวิเคราะห์ วางแผน แก้ไขปัญหา และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ สามารถทำงานให้โรงเรียนได้เต็มเวลา, เจ้าหน้าที่กลุ่มปฏิบัติการ 1 อัตรา ปฏิบัติหน้าที่งานพยาบาล สังกัดฝ่ายกิจการนักเรียน เพศหญิง วุฒิ ปริญญาตรี/ปริญญาโท สาขา พยาบาลศาสตร์ หรือสาขาอื่นๆที่เทียบเท่า มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมระดับปริญญาตรี 2.50 ขึ้นไป และระดับ ปริญญาโท 3.25 ขึ้นไป มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการพยาบาลและผดุงครรภ์ ชั้น 1 สามารถใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารอย่างดี สามารถทำงานให้โรงเรียนได้เต็มเวลา (หากมีประสบการณ์ดูแลนักเรียนจะพิจารณาเป็นพิเศษ) สมัครด้วยตนเอง หรือทางไปรษณีย์ด่วนที่สุด (EMS) ที่งานบุคคลโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ห้อง 3204 โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ เลขที่ 364 หมู่ 5 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170 โทร. 0-2849-7103 (-4) ถึง 30 มิ.ย.นี้

คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขยายเวลารับ บรรณารักษ์ P7 จำนวน 1 อัตรา ปฏิบัติหน้าที่ประจำหน่วยพัฒนาเทคโนโลยีและสารสนเทศ กลุ่มงานวิทยบริการและสารสนเทศ วุฒิ ปริญญาตรี สาขาวิชา บรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศ บรรณา-รักษศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์ สารนิเทศศึกษา สารสนเทศทั่วไป สารสนเทศศาสตร์ สารสนเทศ-ศาสตร์และบรรณารักษศาสตร์ หรือเทียบเท่า ต้องเป็นปริญญาและสถาบันการศึกษาที่สำนักงาน ก.พ. รับรอง มีความรู้ความเข้าใจในการจัดการด้านสารสนเทศประเภทสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโสตทัศน์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับ Software และระบบฐานข้อมูล มีความสามารถในการวิเคราะห์รายการทรัพยากรสารสนเทศ สามารถติดต่อประสานงานอย่างดี สนใจสมัครผ่านทาง http://www.hrm.chula.ac.th/recruitmentonline สอบถามเพิ่มเติมที่หน่วยบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โทร. 0-2218-2017 ต่อ 325 ถึง 30 มิ.ย.นี้

คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขยายเวลารับ นักวิชาการเงินและบัญชีปฏิบัติการ 1 อัตรา วุฒิ ปริญญาตรี หรือเทียบเท่า ด้านพาณิชยศาสตร์ การเงิน การธนาคาร หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง สมัครที่หน่วยบริหารทรัพยากรบุคคล คณะทันตแพทยศาสตร์ ชั้น 9 อาคารปิยชาติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โทร. 0-2986-9213 (-9) ต่อ 7105, 7102 ถึง 30 มิ.ย.นี้

หมึกเขียว

 

ดัชนีเศรษฐกิจ 28/06/60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 28 มิ.ย. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/985942

กระชับพื้นที่จัดระเบียบยูทูบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 28 มิ.ย. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/986060

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า จากที่ได้เชิญผู้ผลิตรายการ (คอนเทนต์) บนช่องยูทูบหรือยูทูบเบอร์ ยอดนิยม จำนวน 44 ราย อาทิ บี้ เดอะสกา, My Mate Nate, 108Life, จีเอ็มเอ็ม, ช่องวัน, ช่องเวิร์คพอยท์ เป็นต้น มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับขอบเขต ขั้นตอน และแนวทางการให้บริการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ประเภท Over The Top (โอทีที) หรือการให้บริการทีวีบนแอพพลิเคชั่นในประเทศไทย ซึ่งผู้ประกอบการกลุ่มนี้จัดอยู่ในกลุ่มผู้ให้บริการด้านเนื้อหา โดยส่วนใหญ่เห็นด้วยที่จะมีแนวทางการกำกับดูแล เนื่องจากการผลิตเนื้อหารายการนั้น ถือว่ามีผลกระทบต่อสาธารณะในวงกว้าง จึงควรมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อสังคมด้วย

“ยูทูบเบอร์จำนวน 44 อันดับยอดนิยมที่มาร่วมประชุมครั้งนี้มีหลายรายได้ลงทะเบียนแจ้งการประกอบกิจการต่อ กสทช.แล้ว ขณะที่ยูทูบผู้ให้บริการโครงข่ายโอทีที ซึ่งถือเป็นแพลตฟอร์มศูนย์รวมและได้รับเงินจากค่าโฆษณามากกว่า 2,000 ล้านบาทนั้น ขณะนี้ยังไม่มาแจ้งการประกอบกิจการในไทยตามที่ กสทช.ได้ทำหนังสือแจ้งไป แต่ก็ยังมีเวลาถึงวันที่ 22 ก.ค.60 ขณะที่ยูทูบเบอร์มีเวลาที่จะมาขึ้นทะเบียนตั้งแต่วันนี้-27 ก.ค.60”

พ.อ.นทีกล่าวว่า ในวันที่ 28 มิ.ย.นี้ กสทช.จะเชิญตัวแทนสมาคมมีเดียเอเยนซีและธุรกิจสื่อ รวมทั้งบริษัทวัดเรตติ้ง เข้ามาหารือและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการซื้อโฆษณาออนไลน์ โดยเฉพาะบนโครงข่ายโอทีที เพื่อให้เข้าใจตรงกันว่า ต้องซื้อโฆษณาบนโครงข่ายโอทีทีที่ถูกต้องและอยู่ภายใต้กฎหมายไทยด้วย ขณะเดียวกันอาจต้องเชิญ 50 บริษัทที่มียอดซื้อโฆษณาบนโครงข่ายโอทีทีมากที่สุดมาหารือและทำความเข้าใจด้วย

ด้านนายนาธาน บาร์ทลิงก์ เจ้าของช่องรายการ My Mate Nate ซึ่งเป็นช่องยอดนิยมอันดับ 3 บนยูทูบที่มีผู้ติดตามชม 3.2 ล้านคน กล่าวว่า เดิมกังวลและกลัวการจัดระเบียบของ กสทช.มาก แต่เมื่อมารับฟังข้อมูลและแนวทางการดำเนินการแล้ว มีความเข้าใจและเห็นด้วยกับ กสทช. โดยช่อง My Mate Nate ได้ลงทะเบียนประกอบกิจการเป็นผู้ให้บริการรายการบนโครงข่ายโอทีทีโดยสมบูรณ์แล้ว ส่วนสำหรับตนเอง นับตั้งแต่เปิดตัวช่องเป็นเวลา 2 ปีที่ผ่านมา มีการชำระภาษีโดยถูกต้อง เรียบร้อยมาตลอด.