ยกชิ้นส่วนสร้างรถไฟฟ้าสีเขียว รฟม.แจ้งเบี่ยงจราจร หน้าตลาดยิ่งเจริญ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 ก.ค. 2559 20:31

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/678027

 

รฟม. แจ้งเบี่ยงจราจรถนนพหลฯ หน้าลานจอดรถตลาดยิ่งเจริญ 2 ถึง 3 เพื่อยกชิ้นส่วนทางวิ่งสำเร็จรูป และคานสถานีสะพานใหม่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว (เหนือ) ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ในวันที่ 1-2 ส.ค. ช่วง 4 ทุ่มถึงตี 5…

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) แจ้งว่า รฟม. ขอแจ้งเบี่ยงจราจร บนถนนพหลโยธิน บริเวณด้านหน้าลานจอดรถตลาดยิ่งเจริญ 2 ถึง 3 เนื่องด้วย บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ผู้รับจ้างก่อสร้างงานโยธา โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว (เหนือ) ช่วงหมอชิต–สะพานใหม่–คูคต สัญญาที่ 1 จะดำเนินการยกชิ้นส่วนทางวิ่งสำเร็จรูป และชิ้นส่วนคานสถานีสะพานใหม่ บริเวณด้านหน้าลานจอดรถของตลาดยิ่งเจริญ 2 ถึง ด้านหน้าลานจอดรถของตลาดยิ่งเจริญ 3 จึงมีความจำเป็นต้องเบี่ยงการจราจรบนถนนพหลโยธินฝั่งขาออกเพิ่ม (ชิดเกาะกลาง) จำนวน 1 ช่องทาง ทำให้มีช่องทางการจราจรฝั่งขาออกคงเหลือ 1 ช่องทางและฝั่งขาเข้าคงมี 2 ช่องทาง ในวันจันทร์ที่ 1 ส.ค. 2559 ถึง วันอังคารที่ 2 ส.ค. 2559 ตั้งแต่เวลา 22.00–05.00 น.

ทั้งนี้ การเบี่ยงการจราจรเพื่อการดำเนินการก่อสร้าง อาจทำให้ผู้ใช้เส้นทางไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทาง และอาจะจะมีเสียงดังรบกวนในวันเวลาดังกล่าว ดังนั้น หากไม่มีความจำเป็น โปรดหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว.

 

แค่เดือน มิ.ย. แรงงานไทยขุดทองเมืองนอก ส่งเงินกลับประเทศ 7 พันกว่าล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 ก.ค. 2559 17:58

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/677947

 

ก.แรงงาน เผย มิ.ย. เพียงเดือนเดียว คนไทยไปทำงาน ตปท. สร้างรายได้ 7 พันล้านบาท เจ้ากระทรวงย้ำแรงงานทุกคนต้องพัฒนาทักษะ รองรับยุคดิจิตอล…

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. นายธีรพล ขุนเมือง ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า พลเอกศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกำหนดแนวทางการทำงาน เพื่อมุ่งสู่การมีงานทำของคนไทยอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน โดยการทำงานเชิงรุก ให้ข้อมูลข่าวสารด้านการทำงานทุกรูปแบบ เพื่อสร้างโอกาสให้คนไทยทุกกลุ่มทุกคนมีงานทำ ทั้งการทำงานในประเทศ และการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งเฉพาะเดือน มิ.ย. 2559 กระทรวงแรงงาน สามารถบรรจุงานผ่านหน่วยงานในสังกัดได้ จำนวน 33,546 คน สร้างรายได้ให้กับผู้ที่ได้รับการบรรจุงาน จำนวน 362,965,985 บาทต่อเดือน (เป็นข้อมูลค่าจ้างเฉลี่ยที่นายจ้างแจ้งกรมการจัดหางานในแต่ละพื้นที่ และในแต่ละประเภทอาชีพ คูณด้วยจำนวนการบรรจุงานของเดือนนั้นๆ)

นอกจากนั้น ผู้ที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศในเดือน มิ.ย. 59 สร้างรายได้ส่งเงินกลับประเทศไทยผ่านระบบธนาคาร จำนวน 7,395,000,000 บาท รวมยอดเงินที่สร้างรายได้ให้แก่แรงงานไทยในเดือน มิ.ย. 59 เพียงเดือนเดียว จำนวน 7 พันล้านบาท

ทั้งนี้ เพื่อให้แรงงานมีรายได้ที่สูงยิ่งขึ้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้มุ่งเน้นให้แรงงานทุกคนต้องพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ให้มีทักษะ เชี่ยวชาญในวิชาชีพมากขึ้น ใช้ความรู้สมัยใหม่ เพื่อรองรับกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคดิจิตอล ซึ่งนอกจากมีการกำหนดอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน เพื่อให้มีรายได้สอดคล้องกับความรู้ ทักษะฝีมือของแต่ละบุคคลแล้ว กระทรวงฯ ยังได้จัดทำยุทธศาสตร์พัฒนากำลังคน 20 ปี เพื่อเตรียมคนให้พร้อมไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 และมุ่งสู่สังคมการทำงานแห่งปัญญาเพื่อการทำงานที่มูลค่าสูงต่อไป.

 

โพลชี้ปชช.นิยม‘สื่อโซเชียล’ รู้ข้อมูลข่าวสารเร็ว แต่ต้องใช้้อย่างมีสติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 ก.ค. 2559 10:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/677697

 

ดุสิตโพล สำรวจความเห็นประชาชน ‘สื่อโซเชียล กับสังคมไทย’ ส่วนใหญ่มองว่าเป็นที่นิยมของคนทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย ทำให้รับรู้ข้อมูลข่าวสารได้รวดเร็วทันเหตุการณ์ เข้าถึงง่าย แต่ขณะเดียวกัน ข้อมูลอาจขาดการกลั่นกรอง และเป็นช่องทางพวกมิจฉาชีพ ชี้ควรมีสติก่อนโพสต์

เมื่อ 31 ก.ค.59 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความเห็นของประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะผู้ที่สนใจและใช้สื่อโซเชียล จำนวน 1,196 คน ระหว่างวันที่ 25-30 ก.ค.ที่ผ่านมา ในหัวข้อ “สื่อโซเชียล กับสังคมไทย” เนื่องจากปัจจุบันการใช้สื่อโซเชียลในสังคมไทยเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่วัยรุ่น การเผยแพร่ข้อมูลต่างๆ มีความสะดวกและรวดเร็ว แต่หากขาดการคัดกรองและไม่มีการควบคุม อาจส่งผลให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา และส่งผลกระทบต่อสังคมได้

จากการสำรวจในประเด็นที่ 1 ประชาชนคิดอย่างไร? กับการใช้สื่อโซเชียล ณ วันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 82.78 เห็นว่า สื่อโซเชียลเป็นที่นิยมในทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน รองลงมาอันดับ 2 ร้อยละ 73.49 ชี้ว่าสื่อโซเชียล ทำให้รับรู้ข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว ทันเหตุการณ์ และอันดับ 3 ร้อยละ 71.91 เห็นว่า มีทั้งคุณและโทษ ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของผู้ใช้

ส่วนประเด็นที่ 2 ข้อดี-ข้อเสีย ของการใช้สื่อโซเชียลนั้น ร้อยละ 78.43 เห็นว่ามีข้อดีคือ รับรู้ข้อมูลข่าวสารได้รวดเร็ว รองลงมา 76.17% ชี้ข้อดีคือเข้าถึงได้ง่าย สะดวก ส่วนข้อเสีย ร้อยละ 75.08 มองว่า ข้อมูลอาจไม่เป็นจริง ขาดการคัดกรอง และ 66.30% ชี้ว่าเป็นช่องทางของมิจฉาชีพ ควบคุมยาก

ขณะที่จากการสอบถามในประเด็นที่ 3 ระหว่างข้อดี-ข้อเสีย ของการใช้สื่อโซเชียล ประชาชนคิดว่าอะไรมากกว่ากัน? อันดับ 1 ร้อยละ 51.67 เห็นว่า ข้อดีมากกว่าข้อเสีย เพราะสื่อสารได้รวดเร็ว เข้าถึงคนจำนวนมาก ทันต่อเหตุการณ์ อันดับ 2 ร้อยละ 27.09 มองว่ามีทั้งข้อดีข้อเสียพอๆ กัน ขึ้นกับผู้ใช้งาน

และประเด็นที่ 4 บทเรียนที่ประชาชนได้รับจากกรณีข่าวต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการใช้สื่อโซเชียล เช่น การแอบถ่าย โพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์ และละเมิดสิทธิผู้อื่น พบว่าอันดับ 1 ร้อยละ 77.59 เห็นว่าต้องมีสติ คิดก่อนจะโพสต์แสดงความคิดเห็น คำนึงถึงผลที่จะตามมา และรองลงมาอันดับ 2 ร้อยละ 73.83 ชี้ว่าต้องรอบคอบ ใช้วิจารณญาณและระมัดระวังให้มากขึ้น.

 

นครชัยแอร์ เดินหน้ากระตุ้นท่องเที่ยว มอบส่วนลดโรงแรม-ร้านอาหาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ก.ค. 2559 15:09

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/677251

 

นครชัยแอร์ เดินหน้าปลุกกระแสการท่องเที่ยว ขยายกิจกรรมมอบสิทธิพิเศษ ส่วนลดโรงแรม-ร้านอาหารชั้นนำ เผย เข้าร่วมแล้วมากกว่า 100 แห่ง ตั้งเป้าครอบคลุมทุกเส้นทางเดินรถภายในสิ้นปีนี้ …

วันที่ 30 ก.ค.59 นางเครือวัลย์ วงศ์รักมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการปลุกกระแสท่องเที่ยวและส่งเสริมให้ประชาชนหันมาเดินทางด้วยรถร่วมโดยสาร นครชัยแอร์จึงได้จัดกิจกรรมมอบสิทธิพิเศษให้กับผู้โดยสารที่เดินทางกับ รถโดยสารนครชัยแอร์ รับส่วนลดโรงแรม หรือร้านอาหารชั้นนำในจังหวัดต่างๆ นั้น ล่าสุดโรงแรม “HOP INN” บริหารงานโดยบริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย ตกลงเข้าร่วมกิจกรรมมอบสิทธิพิเศษ มอบส่วนลดค่าห้องพัก 50 บาท/คืน สำหรับลูกค้านครชัยแอร์ โดยวันที่เข้าพักที่โรงแรมฮ็อป อินน์ จะต้องตรงกับวันที่เดินทาง และตรงกับจังหวัดที่เดินทาง

ทั้งนี้ โรงแรมฮ็อป อินน์ มีสาขาที่เข้าร่วมรายการ 10 สาขา ได้แก่ จังหวัดลำปาง, จังหวัดเชียงใหม่, จังหวัดมุกดาหาร, จังหวัดหนองคาย, จังหวัดอุดรธานี, จังหวัดอุบลราชธานี, จังหวัดขอนแก่น, จังหวัดร้อยเอ็ด, จังหวัดสกลนคร และจังหวัดพิษณุโลก โดยลูกค้านครชัยแอร์ สามารถใช้สิทธิส่วนลดโรงแรมฮ็อป อินน์ ได้ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2559-วันที่ 30 เมษายน 2560

นางเครือวัลย์ กล่าวต่อไปว่า เพื่อเป็นการมอบสิทธิประโยชน์ให้กับผู้โดยสารนครชัยแอร์อย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ ขยายกิจกรรมเพิ่มขึ้นอีก 3 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ-ปริมณฑล, จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเดิมบริษัทฯ ได้นำร่องมอบสิทธิพิเศษ 3 จังหวัดแรก ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือคือ จังหวัดนครพนม, จังหวัดหนองคาย และจังหวัดอุดรธานี ปัจจุบัน รายชื่อโรงแรม และร้านอาหารที่เข้าร่วม ทั้งสิ้นกว่า 102 แห่ง ใน 6 จังหวัดดังกล่าว และในอนาคตอันใกล้นี้ นครชัยแอร์ยังเตรียมขยายสิทธิพิเศษในเส้นทางแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดระยอง, จังหวัดชลบุรี และเมืองพัทยา อีกด้วย

นอกจากนั้น บริษัทได้มีเป้าหมายขยายกิจกรรม เพื่อมอบสิทธิประโยชน์ ให้ครอบคลุมโรงแรม และร้านอาหาร ในทุกจังหวัดที่นครชัยแอร์ให้บริการรถโดยสารแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งสิทธิประโยชน์จากโรงแรม และร้านอาหารในจังหวัดดังกล่าว สามารถใช้ได้ตั้งแต่วันนี้-วันที่ 30 เมษายน 60 โดยลูกค้านครชัยแอร์ สามารถรับสิทธิส่วนลดโดยแจ้งความประสงค์ต่อเจ้าหน้าที่โรงแรมพร้อม แสดงตั๋วโดยสารนครชัยแอร์ หรือสลิปชำระเงินค่าโดยสารที่ได้รับจากเคาน์เตอร์เซอร์วิส โดยต้องเป็นตั๋วที่มีอายุไม่เกิน 1 เดือน (นับจากวันที่ใช้บริการ) สามารถใช้ได้ทั้งตั๋วที่เดินทางแล้วหรือยังไม่ได้เดินทางลูกค้าสามารถดูรายละเอียดรายชื่อโรงแรมที่เข้าร่วม และสิทธิประโยชน์อื่นๆ ได้ที่ http://www.nakhonchaiair.com

สำหรับผู้โดยสารที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่สถานีเดินรถนครชัยแอร์ ทุกสาขา หรือสอบถามได้ที่เบอร์ Call Center 1624 ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06:00-24:00 น.

 

หัวเว่ยเติบโตกว่าตลาด ครึ่งปีขายสมาร์ทโฟน 60.56 ล้านเครื่อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ก.ค. 2559 13:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/677148

 

หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก ปี 2559 แซงหน้าการเติบโตของอุตสาหกรรมโดยรวม มีตัวเลขการจัดส่งสมาร์ทโฟน 60.56 ล้านเครื่อง…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์รายใหญ่ เปิดเผยผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของบริษัทฯ ในปี 2559 มียอดขายเพิ่มขึ้น 41% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สูงถึง 11.59 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีตัวเลขการจัดส่งสมาร์ทโฟนอยู่ที่ 60.56 ล้านเครื่อง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 25% ขณะที่ตัวเลขการจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกของอุตสาหกรรมโดยรวมในครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้นเพียง 3.1% ตามรายงานของ IDC หมายความว่า การเติบโตของหัวเว่ยแซงหน้าการเติบโตของตลาดรวม

นายริชาร์ด หยู ซีอีโอหัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป กล่าวว่า บริษัทฯ ได้เติบโตอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในตลาดสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ในยุโรป และตลาดเกิดใหม่ เช่น ในอเมริกาเหนือ เอเชียกลางและลาตินอเมริกา นอกจากนั้น ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในการรักษาระดับการเติบโตอันน่าประทับใจนี้ เอาไว้แม้ว่าตลาดสมาร์ทโฟนจะมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง ซึ่งถือเป็นเครื่องพิสูจน์ความมุ่งมั่นของเราในระยะยาว ที่จะคอยสรรสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบสนองต่อกระแสความต้องการของผู้บริโภค พร้อมไปกับการดำเนินยุทธศาสตร์ที่ให้ความสำคัญกับตลาดทั้งในประเทศ และต่างประเทศไปพร้อมกัน

ทั้งนี้ ในอนาคตข้างหน้าหัวเว่ยและบริษัทคู่ค้าต่างๆ จะยังคงทำงานร่วมกันเพื่อส่งมอบบริการอันยอดเยี่ยมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมซึ่งรวมเอาเทคโนโลยี คุณภาพและสไตล์อันโดดเด่นเข้าไว้ด้วยกันอย่างไม่หยุดยั้ง.

 

เก็บเงินรอเลย! เตรียมเปิดตัว “PlayStation®VR” ในไทย 13 ต.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ก.ค. 2559 10:59

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/676998

 

บริษัท โซนี่ฯ เตรียมเปิดตัววางขาย “PlayStation®VR” ในไทย 13 ต.ค.นี้ พร้อมในญี่ปุ่น ทวีปยุโรป และฝั่งอเมริกาเหนือเอาใจขาเล่นเกม…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท โซนี่ อินเตอร์แอคทีฟ เอนเตอร์เทนเมนต์ ฮ่องกง จำกัด (สาขาสิงคโปร์) (หรือ SIES) ประกาศเตรียมเปิดตัว PlayStation®VR (หรือ PS VR) เทคโนโลยีระบบภาพเสมือนจริงที่ยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมบนเครื่อง PlayStation®4 (PS4th) ไปอีกขั้นที่งาน PlayStation®VR Asia Conference และพร้อมเปิดตัวที่ประเทศไทยในวันที่ 13 ต.ค. 2559 ในราคาขายปลีกที่ 17,490 บาท พิเศษหากซื้อเป็นชุดที่ประกอบด้วย PlayStation®VR และ PlayStation Camera ราคาอยู่ที่ 18,990 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

ทั้งนี้ มีเกมมากกว่า 60 เกมที่รองรับ PS VR ที่ยืนยันจะเปิดตัวในภูมิภาคเอเชีย โดยมี 13 เกมที่ได้รับการพัฒนาโดยนักพัฒนาท้องถิ่น ประกอบด้วย เกม Mortal Blitz VR (ของ SKONEC Entertainment Co., Ltd) จากประเทศเกาหลี และเกม O! My Genesis (ของ XPEC ENTERTAINMENT INC.) จากประเทศไต้หวัน

ขณะที่ นายฮิโรยูกิ โอดะ รองประธานบริษัท โซนี่ อินเตอร์แอคทีฟ เอนเตอร์เทนเมนต์ ประเทศญี่ปุ่นและทวีปเอเชีย กล่าวว่า ตั้งแต่เปิดตัว PS VR ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากทั้งเหล่าเกมเมอร์และนักพัฒนาเกม โดย PS VR จะเริ่มวางขายในวันที่ 13 ต.ค. พร้อมกันทั้งในประเทศญี่ปุ่น ทวีปยุโรป และฝั่งอเมริกาเหนือ แสดงให้เห็นว่าให้ความสำคัญกับเกมเมอร์ในตลาดเอเชีย

 

ลุยประชารัฐเต็มสูบนำตะกร้าจักสาน-สินค้าโอทอปจัดกระเช้าปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ก.ค. 2559 10:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/676968

 

“เทสโก้โลตัส” จับมือ “กรมการพัฒนาชุมชน” ทำเอ็มโอยูเดินหน้าสนองนโยบายประชารัฐต่อเนื่อง ล่าสุด รับซื้อตะกร้าจักสานและสินค้าโอทอปจัดกระเช้าปีใหม่…

นายสมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย ประธานกรรมการบริหารฝ่ายการพาณิชย์ เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า เทสโก้โลตัสในฐานะผู้นำวงการค้าปลีกในประเทศไทยได้ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการโอทอปมาอย่างต่อเนื่องโดยเป็นช่องทางการกระจายสินค้าโอทอปจาก 200 ชุมชนทั่วประเทศ ผ่านร้านค้าของเทสโก้โลตัส กว่า 1,800 สาขา และแพลตฟอร์มออนไลน์ ล่าสุด ได้ร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย จัดโครงการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “เทสโก้ โลตัส ประชารัฐ ร่วมใจ รับซื้อและกระจายผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP)” เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจให้กับสินค้าโอทอป สร้างความมั่นคงให้เศรษฐกิจฐานรากหลังจากที่ได้ร่วมมือกันมานานเป็นเวลาหลายเดือน เพื่อพัฒนาทั้งรูปแบบและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ตรงกับความต้องการของตลาด

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว เป็นอีกก้าวที่สำคัญในการขยายโอกาสทางธุรกิจสำหรับสินค้าโอทอป ซึ่งเป็นความร่วมมือของ 3 ภาคส่วนตามกรอบประชารัฐ คือ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ชุมชนจากทั่วประเทศผู้ผลิตตะกร้าจักสานและสินค้าโอทอป และเทสโก้โลตัส ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้ชุมชนกว่า 15,000,000 ล้านบาท และสร้างโอกาสให้ลูกค้าประชาชนได้เลือกซื้อกระเช้าปีใหม่ที่มีความสวยงามและมีเอกลักษณ์อันโดดเด่น เป็นของขวัญสำหรับช่วงเทศกาลที่กำลังจะมาถึง ผ่านช่องทางร้านค้ารูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ตกว่า 180 สาขาทั่วประเทศ และช่องทางเทสโก้ โลตัส ช็อปออนไลน์


นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ เทสโก้โลตัสได้รับซื้อตะกร้าจักสานจากวัสดุธรรมชาติและสินค้าโอทอปจากชุมชนต่างๆ เพื่อนำมาจัดเป็นกระเช้าของขวัญปีใหม่โอทอปจำหน่ายในช่วงเทศกาล ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์จักสานและสินค้าแปรรูปอื่นๆ และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของประเทศไทย นอกจากนี้ เทสโก้โลตัสยังวางแผนขยายการรับซื้อในอนาคตอีกด้วย ซึ่งในช่วงเริ่มต้นได้รับซื้อตะกร้าและผลิตภัณฑ์โอทอปจาก วิสาหกิจชุมชนโอทอปคอมเพล็กซ์พุแค สระบุรี และบริษัท กาญจนบุรี อินเตอร์เทรด จำกัด จำนวน 12,000 ตะกร้า ขณะที่ความต้องการกระเช้าในช่วงเทศกาลปีใหม่ของเทสโก้โลตัส มากกว่า 300,000 ตะกร้า ดังนั้น จึงมีโอกาสในการเติบโตอีกมากสำหรับผู้ประกอบการโอทอปในอนาคต

สำหรับมาตรการลดหย่อนภาษีจากการซื้อสินค้าโอทอปนั้น แคมเปญตลอดเดือน ส.ค. นี้ ได้เตรียมความพร้อมในการทำโปรโมชั่นเสริมเพื่อสร้างความน่าสนใจให้กับลูกค้า เช่น สินค้าโอทอปที่ร่วมรายการลดราคา และยังมีการจัดบูธสินค้าโอทอปภายในร้านค้า ร้านค้าที่เช่าพื้นที่ของเทสโก้ โลตัส ในส่วนของศูนย์การค้าก็มีสินค้าโอทอปจำหน่ายเช่นกันขอเชิญชวนลูกค้าช่วยกันอุดหนุนสินค้าโอทอป โดยเฉพาะในช่วงตั้งแต่วันที่ 1-31 ส.ค. 2559 เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยตามนโยบายของภาครัฐด้วย

ด้านนายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย มีวิสัยทัศน์ในการสร้างชุมชนเข้มแข็ง เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง จึงได้ร่วมมือกับภาคเอกชนและภาคประชาชนในการดำเนินงานโครงการในรูปแบบประชารัฐเพื่อยกระดับการสร้างรายได้ในชุมชนอันจะก่อให้เกิดชุมชนที่พึ่งพาตนเองได้ และมีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน โดยทำงานร่วมกับเทสโก้โลตัส เพื่อวางแผนการเพิ่มปริมาณการรับซื้อสินค้าโอทอปในอนาคต รวมถึงร่วมมือพัฒนาสินค้าโอทอปให้มีรูปแบบตรงตามความต้องการของตลาด และช่วยยกระดับสินค้าโอทอปให้เป็นที่ยอมรับของลูกค้าประชาชนมากยิ่งขึ้น

 

ทองเปิดตลาดขึ้น 200 รูปพรรณขายบาทละ 22,700

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ก.ค. 2559 09:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/676953

 

ราคาทองวันที่ 30 ก.ค. 59 เปิดตลาดขึ้น 200 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 22,100 ขายออกบาทละ 22,200 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 21,709.12 ขายออกบาทละ 22,700 บาท …

วันที่ 30 ก.ค. 59 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.09 น. ปรับเพิ่มขึ้น 200 บาท ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 22,100.00 บาท ขายออกบาทละ 22,200.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 21,709.12 บาท ขายออกบาทละ 22,700.00 บาท

 

หุ้นสหรัฐฯ ปิดแคบ ผลประกอบการ อเมซอน-อัลฟาเบต ช่วยหนุน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ก.ค. 2559 06:32

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/676883

 

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ปิดบวกในวันศุกร์ โดยได้แรงหนุนจากผลประกอบการของบริษัท อเมซอนและอัลฟาเบต ฟื้นตัวจากความผิดหวังตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจไตรมาส 2 ของสหรัฐฯ…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 29 ก.ค. แบบผสมผสาน โดยดัชนีดาวโจนส์ลดลง 24.11 จุด หรือ 0.13% ปิดที่ 18432.24 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 3.54 จุด หรือ 0.16% ปิดที่ 2173.60 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 7.15 จุด หรือ 0.14% ปิดที่ 5162.13 จุด

เศรษฐกิจของสหรัฐฯ เติบโตเพียง 1.2% น้อยกว่าตัวเลข 2.6% ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้มาก อย่างไรก็ตาม ตลาดได้แรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของหุ้นบริษัท อัลฟาเบต ที่ปรับตัวขึ้น 3.1% หลังมีรายได้ในไตรมาส 2 สูง กว่าที่คาดไว้ ขณะที่หุ้นบริษัทอเมซอนก็เพิ่มขึ้น 0.9% หลังเผยตัวเลขรายได้ไตรมาส 2 ที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน

ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์ถูกฉุดโดยหุ้นของบริษัท เอ็กซ์ซอนโมบิล ที่ลดลง 1.4% หลังพบว่ารายได้ไตรมาส 2 ของบริษัทลดลงเกือบ 60%

 

70 เส้นทางตามรอยพระบาท ททท.จัดแพ็กเกจโดนใจเที่ยวไทยเดือนสิงหา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 30 ก.ค. 2559 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/676752

 

ททท.ชูแผนกระตุ้นท่องเที่ยวเดือน ส.ค. ผุดกิจกรรมใหญ่ “70 เส้นทางตามรอยพระบาท” แจกคู่มือแสนเล่มพาทัวร์โครงการตามพระราชดำริ-พระราชเสาวนีย์ พร้อมร่วมมือภาครัฐ-เอกชน 200 ราย จัดโปรโมชั่นพิเศษท่องเที่ยวสำหรับผู้หญิง คาดรายได้สะพัด 2.17 แสนล้านบาท

นายศุกรีย์ สิทธิวณิช รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ในเดือน ส.ค.นี้ เตรียมแผนกระตุ้นรายได้ท่องเที่ยวตลาดในและต่างประเทศด้วยกิจกรรมใหญ่ 70 เส้นทางตามรอยพระบาท ซึ่งเป็นการสนองแนวคิดของรัฐบาลในการกำหนดจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลทรงครองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี วันที่ 9 มิ.ย.2559 และกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญ พระชนมพรรษาครบ 7 รอบ วันที่ 12 ส.ค.2559 โดยจะ ให้ความสำคัญกับการตามรอยโครงการพระราชดำริ และโครงการส่งเสริมศิลปาชีพต่างๆ ควบคู่ไปกับการ ทำกิจกรรมที่สอดคล้องกับความสนใจของนักท่องเที่ยวผู้หญิง เนื่องจากเดือน ส.ค. เป็นเดือนแห่งการเฉลิมฉลองวันแม่ ภายใต้กิจกรรมวีเมนส์ เจอร์นีย์ ไทยแลนด์ ตลอดเดือนนี้

ทั้งนี้ วางแผนให้ตามรอยเส้นทางทั้งในรูปแบบเดินทางด้วยตัวเอง (FIT) และร่วมมือกับบริษัทนำเที่ยวในการจัดแพ็กเกจทัวร์จำหน่ายด้วย โดยจัดพิมพ์คู่มือแนะนำแหล่งท่องเที่ยว “70 เส้นทางตามรอยพระบาท” พร้อมตัวอย่างเส้นทางในโครงการตามพระราชดำริ โครงการตามพระราชเสาวนีย์ โครงการหลวง โครงการทดลองทางการเกษตรที่เกี่ยวกับแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง จำนวน 100,000 เล่ม และเปิดให้ดาวน์โหลดหนังสือได้จากเว็บไซต์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

นอกจากนั้น ตลอดเดือน ส.ค. ยังได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนกว่า 200 ราย เข้าร่วมสร้างการรับรู้สร้างชื่อเสียงกิจกรรมท่องเที่ยวสำหรับผู้หญิงในเดือนนี้ ทั้งในรูปแบบการมอบโปรโมชั่น ส่วนลด และสิทธิพิเศษต่างๆ สำหรับนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติเมื่อซื้อสินค้าและบริการใน 5 หมวดหมู่ ขณะที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จัดซุ้มถ่ายภาพและซุ้มกิจกรรมสำหรับผู้โดยสารสตรีภายในท่าอากาศยาน พร้อมจัดโซนจอดรถสำหรับผู้หญิง บริเวณชั้น 3 อาคารจอดรถโซน 2 สำหรับผู้โดยสารสตรีที่เดินทางมาคนเดียว และบริษัท วีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล (เอเชีย-แปซิฟิก) แอลแอลซี จำกัด ร่วมตกแต่งพื้นที่ย่านราชประสงค์ให้เข้ากับโครงการเพื่อกระตุ้นการรับรู้ ขณะที่สายการบิน โรงแรม โรงเรียนสอนทำอาหาร และผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวอื่นๆ เข้าร่วมจัดกิจกรรมที่สอดคล้องกัน

ทั้งนี้ คาดว่าตลาดในประเทศตลอดเดือน ส.ค.จะมีรายได้สะพัดกว่า 71,700 ล้านบาท ขณะที่ตลาดต่างประเทศมีรายได้สะพัด 146,000 ล้านบาท รวมแล้วจะมีรายได้สะพัดกว่า 217,000 ล้านบาท

ด้านตลาดต่างประเทศที่จะขับเคลื่อนด้วยโครงการวีเมนส์ เจอร์นีย์ ไทยแลนด์ นั้น จะสร้างการรับรู้ในวงกว้างด้วยการนำนักเขียน, บล็อกเกอร์ ชั้นนำ 84 คนทั่วโลกที่เป็นผู้หญิงเดินทางมาไทย เพื่อเข้าร่วมกิจกรรม สำหรับกิจกรรม 84 Perspectives of Thailand จัดเส้นทางทัศนศึกษาโครงการพระ ราชดำริเส้นทางพัฒนาป่าไม้และอนุรักษ์ธรรมชาติ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษที่จัดขึ้นตลอดเดือน ส.ค. อาทิ จัดการแข่งขันเลดี้ กอล์ฟ ชาลเลนจ์ ที่นำโปรกอล์ฟดังจากไทย เช่น พรอนงค์ เพชรล้ำ และเพื่อนนักกอล์ฟอาชีพมาแข่งขันร่วมกับผู้สมัครจากประเทศต่างๆ และการนำจุดเด่นเรื่องวัฒนธรรมประเพณีไทยมาออกแบบเป็นสินค้าท่องเที่ยวสำหรับกลุ่มผู้หญิง ภายใต้แนวคิดมหกรรมผ้าไทย หรือเลดี้ส์ อิน ไทย แฟบริคส์ เป็นต้น

ด้านนางสุจิตรา จงชาณสิทโธ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท.วางกลยุทธ์การท่องเที่ยวเชิงกีฬา เพื่อเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวต่อหัวของนักท่องเที่ยว โดยใช้กระแสความนิยมกีฬาจักรยานที่กำลัง ได้รับความนิยมในการจัดโครงการเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ด้วยกิจกรรม “คาราวานสิงหาตามหาเสือผู้หญิง ไปบอกรักแม่” เชิญชวนกลุ่มผู้หญิงกว่า 600 คนไปปั่น 3 เส้นทางท่องเที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์ “ปั่นชมเวียง เคียงชมวัด นิทรรศน์วัง” ในวันเสาร์ที่ 6 ส.ค.นี้ ซึ่งถือเป็นโครงการนำร่องในการเจาะตลาดผู้หญิง ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมาก โดยผู้สมัครเต็มจำนวนภายใน 1 วันหลังจากเปิดรับสมัคร

โดยเส้นทางเริ่มต้นที่สยามนิรมิตถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ระยะทาง 15 กม. จากนั้นขบวนจะแยกตามเส้นทางท่องเที่ยว 3 เส้นทาง และไปสิ้นสุดที่วังปารุสกวัน ได้แก่ เส้นทางที่ 1 “ปั่นชมเวียง” ระยะทาง 16.4 กม. เส้นทางทางเที่ยว พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เส้นทางที่ 2 “เคียงชมวัด” ระยะทาง 15.3 กม. เส้นทางทางเที่ยว วัดราชบพิธฯ อนุสาวรีย์หมู วัดราชประดิษฐ์ฯ และเส้นทางที่ 3 “นิทรรศน์วัง” ระยะทาง 20 กม. เส้นทางทางเที่ยวพิพิธภัณฑ์ไม้-สักทอง ในวัดเทวราชกุญชรวรวิหาร วังปารุสกวัน ทั้งนี้ วางเป้าหมายตลอดปี 2559 รายได้ตลาดในประเทศจะสูงถึง 850,000-900,000 ล้านบาท.