วิ่งเข้าคิวคนจนล้นแบงก์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ก.ค. 2559 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/664909

 

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงการคลังว่า วานนี้ (15 ก.ค.) เป็นวันแรกที่กระทรวงการคลังเปิดให้ลงทะเบียนประชาชนที่มีรายได้น้อยเพื่อขอรับสวัสดิการรัฐ โดยบรรยากาศในช่วงเช้าที่ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนจำนวนมากมายืนรอลงทะเบียนตั้งแต่เช้า

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ในช่วงเช้ามีประชาชนมาลงทะเบียนรับสวัสดิการจากรัฐจำนวนมากต่อคิวกันยาวจนล้นธนาคาร โดยในวันถัดไปธนาคารออมสินจะเปลี่ยนแผนการให้บริการใหม่ โดยมอบหมายให้พนักงานของธนาคารนำเอกสารลงทะเบียนไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชนที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย เพื่อกรอกข้อมูลให้เสร็จเรียบร้อย หลังจากนั้นค่อยมาลงทะเบียนที่ธนาคาร

ด้านนายอภิรมย์ สุขประเสริฐ รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า บรรยากาศการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยเป็นไปอย่างคึกคัก โดยในส่วนของ ธ.ก.ส.ที่มีลูกค้าเป็นเกษตรกร กรณีที่มีรายได้ 200,000 บาทต่อปี จะนำแรงงานที่อยู่ในครอบครัวมาหารเพื่อเฉลี่ยรายได้ เช่น ทำนา 3 คน มีรายได้ 200,000 บาทต่อปี ก็หาร 3 ซึ่งจะทำให้เกษตรกรที่ทำงานแบบครัวเรือน ส่วนใหญ่จะเข้าเกณฑ์รับสวัสดิการจากรัฐ เพราะเกษตรกรเหล่านี้ยากจน ซึ่งคาดว่าจะมีเกษตรกรสมัครลงทะเบียนกับ ธ.ก.ส. 8-10 ล้านคน จากจำนวนผู้มีสิทธิทั้งหมด 19 ล้านคน

ขณะที่ยอดลงทะเบียนพร้อมเพย์ของ ธ.ก.ส. ณ วันที่ 15 ก.ค.รวมทั้งสิ้น 7,073,916 ราย ส่วนการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยมีจำนวน 12,000 ราย ขณะที่ยอดลงทะเบียนพร้อมเพย์ของธนาคารออมสิน รวม 277,652 ราย ส่วนการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยมีจำนวน 40,657 ราย.

 

ดัชนีเศรษฐกิจ 16/07/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ก.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/664876

 

AEC Go On 16/07/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย 16 ก.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/664286

 

คำถามที่ได้ทิ้งท้ายไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า “AEC ซึ่งเป็นเขตการค้าเสรี (FTA) ที่มีความใกล้เคียงกับ EU จะเจอเหตุการณ์ Brexit แบบเดียวกับ EU หรือไม่” และ “AEC มีความเสี่ยงต่อการลาออกของสมาชิกหรือการล่มสลายเหมือน EU หรือไม่” ยังเป็นคำถามคาใจคนไทยหลายคน ณ ขณะนี้ เรามาหาคำตอบกันดีกว่าครับ

ก่อนอื่นต้องมาทำความเข้าใจความหมายและเงื่อนไขของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจกันครับ การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจหมายถึง การที่ประเทศตั้งแต่สองประเทศขึ้นไปตกลงร่วมมือกันเพื่อประโยชน์ทางการค้าและทางเศรษฐกิจเพื่อลดหรือยกเลิกข้อจำกัดทางด้านการค้าระหว่างกัน ทั้งด้านภาษีและไม่ใช่ภาษีศุลกากร โดยสามารถแบ่งระดับของความร่วมมือตามลำดับจากน้อยไปหามากถึง 5 ระดับ ซึ่งแบ่งตามระดับของการลดอุปสรรคทางการค้าลงเป็นลำดับหรือขยายระดับความร่วมมือกันให้กว้างขวางมากขึ้น

การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในระดับแรกคือ เขตการค้าเสรี (Free Trade Area) เป็นการรวมกลุ่มเพื่อพยายามลดภาษีนำเข้าสินค้าระหว่างประเทศสมาชิก รวมถึงการตกลงจะยกเลิกมาตรการต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคทางการค้าระหว่างกัน อีกทั้งมีความเป็นไปได้ในการเปิดตลาดด้านการค้าบริการการลงทุนและความร่วมมือต่างๆ แต่ยังมีอิสระในการตั้งอัตราภาษีและมาตรการจำกัดทางการค้ากับประเทศนอกกลุ่มแตกต่างกันได้ในแต่ละประเทศสมาชิก

สมาชิกในอาเซียน 10 ประเทศที่รวมตัวกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC จัดเป็นการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในระดับแรกเท่านั้น และถ้านับรวมถึง ASEAN+3 ซึ่งประกอบด้วย AEC บวกกับจีน ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ หรือ ASEAN+6 ซึ่งประกอบด้วย ASEAN+3 บวกกับอินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ จัดเป็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่จัดอยู่ในระดับแรกคือ FTA เท่านั้น

ขณะที่สหภาพยุโรป หรือ European Union หรือที่เราคุ้นเคยกับคำย่อว่า EU จัดเป็นการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในระดับที่สูงขึ้นไปครับ นี่คือสิ่งที่แตกต่างกันระหว่าง AEC กับ EU เรามาคุยเรื่อง Brexit ให้จบในสัปดาห์หน้านะครับ.

ผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ผอ.ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ

 

เคลียร์ใจนักลงทุนญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ก.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/664906

 

“สมคิด” รับหน้าเสื่อแก้ภาษีบีโอไอ-ศุลกากร

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังให้นายชินโกะ ซาโตะ ประธานหอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ และคณะ เข้าพบว่า ได้หารือถึงแนวทางความร่วมมือเกี่ยวกับการลงทุนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยได้ขอให้นักลงทุนญี่ปุ่นเป็นตัวกลาง โดยไทยต้องการให้เกิดการเจรจาในเชิงยุทธศาสตร์ เช่น อุตสาหกรรมใดที่ญี่ปุ่นต้องการขยายการลงทุน อุตสาหกรรมใดที่ประเทศไทยต้องการ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของทั้ง 2 ประเทศ

บอกเขาว่าเราจะเป็นตัวกลางในกลุ่ม CLMV ถ้าเขาต้องการจะผลิตสินค้าเพื่อผ่านไปขาย หรือต้อง การผลิตส่งไปจีนเรามีนักธุรกิจไทยเชื้อสายจีน มีคอนเน็กชั่นกับจีน รวมถึงการผลิตเพื่อส่งไปเอเชียใต้ เราก็เป็นตัวกลางได้
รองนายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงกรณีที่กลุ่มผู้บริหารจากหอการค้าญี่ปุ่นฯ ขอหารือถึงความชัดเจนเรื่องมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่มีความเห็นแย้งระหว่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และกรมสรรพากรและจนเกิดกรณีที่นักลงทุนต้องเสียภาษีย้อนหลังว่า ได้บอกกับทางนักลงทุนว่าไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น และตอนนี้ศาลฎีกาก็ได้ตัดสินไปแล้ว ซึ่งทางรัฐบาลก็หาทางผ่อนคลายผลกระทบให้โดยการมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ไม่ต้องเสียในส่วนของเบี้ยปรับ และรัฐบาลไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกในอนาคต
นักลงทุนญี่ปุ่นยังขอให้แก้ไขปัญหาด้านศุลกากร เช่น กรณีระบบ Self Declare แหล่งกำเนิดสินค้า (Rule of Origing) ที่หลายประเทศในอาเซียน ยังไม่ยอมรับเอกสารที่ออกโดยไทยทำให้เกิดความล่าช้า ได้บอกว่ายินดีที่จะเป็นตัวกลางในการเจรจา โดยขอให้ทางญี่ปุ่นไปรวมกลุ่มมาแล้วจะเชิญกรมศุลกากรมาฟังปัญหาเพื่อนำไปแก้ไข.

 

‘อภิรดี’ นำทัพ เปิดเจรจา FTA ไทย-ตุรกี 19-21 ก.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ก.ค. 2559 01:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/664732

 

รมว.พาณิชย์ นำทัพประกาศเปิดเจรจา เอฟทีเอไทย-ตุรกี 19-21 ก.ค.นี้ ที่ประเทศตุรกี ตั้งเป้าเจรจาเสร็จสิ้นใน 1 ปี คาด ช่วยลดภาษีสินค้า ดันจีดีพีศก. ไทยโตเพิ่ม

เมื่อวันที่ 15 ก.ค.59 นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจา เขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย-ตุรกี เปิดเผยว่า นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะนำคณะเยือนสาธารณรัฐตุรกี ระหว่างวันที่ 19-21 ก.ค.นี้ เพื่อประกาศเริ่มการเจรจาจัดทำเอฟทีเอระหว่างไทย-ตุรกีอย่างเป็นทางการ โดยทั้ง 2 ประเทศ ตั้งเป้าหมายการเจรจาให้สำเร็จภายใน 1 ปี เบื้องต้นคาดว่า จะสามารถลดภาษีสินค้า 90% ของรายการสินค้าที่ค้าขายระหว่างกันเป็น 0% ได้ทันที

“สาเหตุที่ไทยต้องจัดทำเอฟทีเอกับตุรกี เพราะก่อนหน้านี้ ไทยได้เจรจาจัดทำเอฟทีเอกับสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งมีเงื่อนไขว่าไทยต้องเจรจาเอฟทีเอกับตุรกีไปพร้อมกันด้วย เพราะตุรกีอยู่ในกลุ่ม Custom Union ซึ่งใช้ระบบอัตราภาษีศุลกากรเดียวกับอียู แต่ในภายหลังอียูได้ยุติการเจรจาเอฟทีเอกับไทย เพราะการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แต่ไทยยังต้องการสานต่อการเจรจากับตุรกี เพื่อโอกาสใหม่ในการขยายการค้า และการลงทุนให้กับผู้ประกอบการไทย”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ได้ศึกษาโอกาสการเจรจาเอฟทีเอไทย-ตุรกี พบว่า หากเจรจาสำเร็จ จะทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยเพิ่มขึ้น 0.03% คิดเป็นมูลค่า 65.9-76.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยการส่งออกของไทยจะเพิ่มขึ้น 0.02% หรือมีมูลค่าประมาณ 33 ล้านเหรียญฯ อีกทั้งไทยยังสามารถใช้ประโยชน์จากการลดภาษีนำเข้า เพราะขณะนี้ ตุรกีได้ระงับการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) กับไทย ทำให้สินค้าที่ไทยเคยได้รับสิทธิจีเอสพี ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้านั้น ต้องกลับมาเสียภาษีนำเข้าในอัตราปกติ เช่น ยานยนต์ขนส่งไม่เกิน 5 ตัน เครื่องปรับอากาศ ด้าย ใยสังเคราะห์โพลีเอสเตอร์ ตู้เย็น ตู้แช่แข็ง เป็นต้น.

 

ท่าสุวรรณภูมิ เข้ม รปภ.และให้บริการผู้โดยสาร ช่วงเทศกาลหยุดยาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.ค. 2559 23:44

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/664859

 

‘สุวรรณภูมิ’ เตรียม จนท.และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆบริการผู้โดยสารที่จะเดินทางผ่านทางท่าอากาศยานในช่วงวันหยุดต่อเนื่องระหว่างวันที่ 16-20 ก.ค.นี้ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ใช้บริการสูงเฉลี่ยวันละ 152,000 คน

เมื่อวันที่ 15 ก.ค. นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่าในระหว่างวันที่ 16-20 กรกฎาคม 2559 เป็นช่วงเทศกาลวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ซึ่งจะมีวันหยุดต่อเนื่องเป็นเวลา 5 วัน โดย คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) เป็นจำนวนมากรวมทั้งสิ้นสูงถึง 759,155 คน หรือเฉลี่ยวันละ 151,831 คน และในส่วนของเที่ยวบินคาดว่าในช่วงเวลาดังกล่าวจะมีเที่ยวบินให้บริการรวมทั้งสิ้นประมาณ 4,591 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ยวันละ 918 เที่ยวบิน

นายศิโรตม์ กล่าวว่า ดังนั้น เพื่อให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกในการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าว ทสภ. ได้จัดเตรียมพื้นที่จอดรถเพิ่มเติมนอกเหนือจากอาคารและลานจอดรถ 1 – 4 บริเวณใกล้เคียงอาคารผู้โดยสาร โดยได้จัดที่จอดรถยนต์เพิ่มเติมบริเวณข้างอาคารโรงแรม โนโวเทล สุวรรณภูมิ ซึ่งสามารถจอดรถได้ประมาณ 450 คัน นอกจากนี้ ทสภ. ได้จัดช่วงเวลายกเว้นค่าบริการจอดรถยนต์แก่ผู้โดยสารที่นำรถมาจอดที่ลานจอดรถระยะยาว โซน C ซึ่งสามารถจอดรถได้จำนวน 718 คัน ตั้งแต่วันที่ 16 – 20 ก.ค. เวลา 24.00 น. เนื่องจากบริเวณพื้นที่จอดรถยนต์หน้าอาคารผู้โดยสารในช่วงเทศกาลที่มีวันหยุดติดต่อกันจะมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก ทำให้พื้นที่จอดรถไม่เพียงพอ อย่างไรก็ดี ผู้ใช้บริการลานจอดรถระยะยาวในช่วงวันหยุดเทศกาลดังกล่าว สามารถใช้บริการรถ Shuttle Bus สายพิเศษ ซึ่งให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารระหว่างบริเวณลานจอดรถระยะยาว โซน C กับ อาคารผู้โดยสารทุกๆ 15 นาที โดยจุดจอดรถ Shuttle Bus จะอยู่ที่อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตู 5 และที่อาคารผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 2 ประตู 5 โดยผู้ใช้บริการรถ Shuttle Bus ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

นายศิโรตม์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ ทสภ. ยังได้จัดเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์อำนวยความสะดวกการให้บริการผู้โดยสารในการเดินทางของผู้โดยสาร ณ ทสภ. เพื่อเป็นศูนย์กลางในการประสานความร่วมมือระหว่างส่วนงาน ทอท. กับส่วนราชการ สายการบินและผู้ประกอบการ รวมถึง การให้บริการในการเดินทางของผู้โดยสารทั้งขาเข้าและขาออกในภาพรวมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย นอกจากนี้ ทสภ. ยังได้ประสานกับกองบังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 2 (บก.ตม.2) จัดเจ้าหน้าที่ประจำเคาน์เตอร์ตรวจคนเข้าเมืองให้เพียงพอกับปริมาณผู้โดยสาร พร้อมจัดกำลังพนักงานจัดจ้างอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารที่มีสัญชาติไทยให้ผ่านกระบวนการตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ (Auto Channel) ทั้งนี้ ในด้านการรักษาความปลอดภัย ได้มีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของ ทอท. โดยเฉพาะการจัดพนักงานตรวจค้นผู้โดยสารและสัมภาระให้เพียงพอกับจำนวนผู้โดยสาร การกวดขันระวังป้องกันมิจฉาชีพในพื้นที่ รวมไปถึง การประสานงานกับสถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตำรวจท่องเที่ยว สารวัตรทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีการเพิ่มเจ้าหน้าที่ และเพิ่มความถี่ในการตรวจตราตามจุดต่าง ๆ อย่างเข้มงวด เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและผู้ใช้บริการ

นายศิโรตม์ กล่าวในตอนท้ายว่า นอกจากนี้ ทสภ. ยังได้มีการดูแลเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ ให้มีความพร้อมในทุก ๆ ด้าน อาทิ การให้บริการเครื่องเช็คอินอัตโนมัติ (X – PRESS CHECK – IN KIOSK) ระบบสายพานลำเลียงกระเป๋า ระบบลิฟต์ บันไดเลื่อน รถเข็นกระเป๋า โดยได้จัดเจ้าหน้าที่คอยดูแล เพื่อให้อุปกรณ์ต่าง ๆ สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพตลอด 24 ชั่วโมง หากเกิดเหตุฉุกเฉิน อุปกรณ์ต่าง ๆ ขัดข้อง เจ้าหน้าที่จะต้องเข้าดำเนินการซ่อมแซมแก้ไขได้ทันทีทั้งนี้ หากผู้โดยสารต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้บริการในด้านต่างๆ ภายใน ทสภ. สามารถติดต่อ ได้ที่ Call Center หมายเลข 1722 ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้ง สามารถเช็คข้อมูลตารางการบินต่าง ๆ ได้ล่วงหน้าที่ เว็บไซต์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ.

 

2 บิ๊กไอซีที โต้ลาออก หลังใบปลิวว่อน-ปลัด ยัน ไร้นโยบายซิงเกิลเกตเวย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.ค. 2559 21:37

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/664797

 

รองปลัดไอซีที – รักษาการที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร โต้ลาออก หลังมีใบปลิวว่อนกระทรวง ยืนยัน ยังทำงานตามปกติ ด้านปลัดไอซีที ย้ำ รบ. ไร้นโยบายซิงเกิลเกตเวย์

เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 59 จากกรณีที่มีการเผยแพร่เอกสารใบปลิวภายในกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที และหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งได้เผยแพร่ผ่านสื่อโซเชียล เกี่ยวกับประเด็นการยื่นใบลาออกของข้าราชการระดับสูงนั้น นางทรงพร โกมลสุรเดช ปลัดกระทรวงไอซีที ขอชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริง ซึ่งได้สอบถามทั้ง 2 ท่าน คือ น.ส.มาลี วงศาโรจน์ รองปลัดกระทรวงไอซีที และ นางอาทิตยา สุธาธรรม รักษาการที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่ง น.ส.มาลี กล่าวว่า “ขอยืนยันว่ายังทำงานตามปกติ และกำลังเร่งรัดติดตามงานในความรับผิดชอบให้เป็นไปตามกำหนดแผนงานและกรอบเวลา” ส่วนนางอาทิตยา เผยว่า “ไม่มีการลาออกแต่อย่างใด และยังทำงานที่กระทรวงในงานที่ได้รับมอบหมายตามปกติ”

สำหรับโครงการต่างๆ ภายใต้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล ปลัดกระทรวงไอซีที กล่าวเน้นย้ำว่า กระทรวงไอซีที กำลังดำเนินการขับเคลื่อนทุกโครงการให้เป็นไปตามแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการขนาดใหญ่จะทำงานแบบบูรณาการ และหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สำนักงบประมาณ และกรมบัญชีกลาง เพื่อให้การดำเนินการทุกโครงการของกระทรวงไอซีที เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายและข้อระเบียบอย่างครบถ้วน ด้วยความรอบคอบ โปร่งใส โดยคำนึงถึงประโยชน์ต่อประชาชนเป็นสำคัญ และทำงานด้วยความรัดกุมสามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอนของการดำเนินการ

ส่วนประเด็นที่มีการกล่าวอ้างว่า โครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเป็นซิงเกิลเกตเวย์นั้น “ขอยืนยันอีกครั้งว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายเรื่องซิงเกิลเกตเวย์ให้กระทรวงดำเนินการแต่อย่างใด ส่วนการพิจารณาเลือกอุปกรณ์ที่จะติดตั้งในบางโครงการ เช่น โครงการอินเทอร์เน็ตหมู่บ้านนั้น เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นที่จะต้องติดตั้งเพื่อดูแลป้องกันความปลอดภัยของระบบ เช่น ปัญหาจากการนำไวรัสหรือมัลแวร์เข้าสู่ระบบ ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบงานได้อย่างรุนแรง โดยอุปกรณ์ที่จะติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนใช้ติดตั้งเป็นปกติ” นางทรงพร กล่าว.

 

รถไฟเพิ่มโบกี้ช่วงหยุดยาวงานบุญ รองรับผู้โดยสารเพิ่ม 1 หมื่นคน/วัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.ค. 2559 20:42

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/664814

 

การรถไฟฯ เพิ่มพ่วงตู้โดยสารช่วงเทศกาลหยุดยาววันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา รองรับผู้โดยสารเพิ่มวันละ 10,000 คน เชื่อ ไร้ปัญหาคนตกค้าง ขณะวันนี้ คนมาหัวลำโพง 3-4 หมื่นคน

เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานจากศูนย์ประชาสัมพันธ์การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลวันหยุดยาววันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา ตั้งแต่วันที่ 16-20 ก.ค.นี้ รวม 5 วัน ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนเดินทางออกสู่ต่างจังหวัดจำนวนมากนั้น การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้เตรียมแผนอำนวยความสะดวกรองรับการเดินทางกลับสู่ภูมิลำเนา และการเดินทางท่องเที่ยว โดยมีการจัดเพิ่มตู้รถโดยสารเพื่อรองรับการเดินทางแก่ประชาชนให้ได้รับความสะดวกสบายและเพียงพอต่อการเดินทาง

ทั้งนี้ การรถไฟฯ ได้พ่วงตู้โดยสารในขบวนรถเส้นทางสายหลักต่างๆ ประกอบด้วยเส้นทางสายเหนือ สายตะวันออกเฉียงเหนือ และสายใต้ทุกขบวน ทั้งแบบตู้นอน และตู้โดยสาร ชั้นสาม ทั้งเที่ยวไปในวันที่ 15-16 ก.ค. 59 และเที่ยวกลับในวันที่ 19-20 ก.ค. 59 รวมตลอดทั้งเทศกาลประมาณ 70 ขบวน หรือเพิ่มเฉลี่ยขบวนละ 2 โบกี้ หรือจนกว่าจะเต็มกำลังลากจูง ซึ่งสามารถรองรับการเดินทางของประชาชนได้เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 10,000 คนต่อวัน นอกจากนี้ หากพบว่าขบวนที่เปิดให้บริการมีไม่เพียงพอ การรถไฟฯ ก็เตรียมพร้อมในการเพิ่มขบวนรถพิเศษเพื่อรองรับการเดินทางของประชาชน และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนทุกคนได้เดินทาง ไม่มีปัญหาตกค้างตามสถานีต้นทางอย่างแน่นอน

สำหรับบรรยากาศประชาชนที่เข้ามาใช้บริการที่สถานีกรุงเทพฯ (หัวลำโพง) ในวันนี้ คาดว่ามีประชาชนมาใช้บริการไม่ต่ำกว่า 30,000-40,000 คน หลังจากพบว่ามีประชาชนจองตั๋วเดินทางล่วงหน้าเข้ามาจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงเย็นจนถึงค่ำ คาดว่าจะมีประชาชนเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ส่วนประชาชนที่ต้องการเดินทางโดยรถไฟในช่วงเทศกาลหยุดยาวนี้ แต่ยังไม่ได้จองตั๋วโดยสาร สามารถเข้ามาจองตั๋วได้ โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลข 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือเฟซบุ๊กแฟนเพจ ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย.

 

บขส. เพิ่มเที่ยววิ่งรถโดยสาร รองรับประชาชนเดินทาง ช่วงหยุดยาว 5 วัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.ค. 2559 18:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/664584

 

บขส. พร้อมอำนวยความสะดวกประชาชน เดินทางช่วงวันหยุดยาวตั้งแต่ 16-20 ก.ค. เพิ่มเที่ยววิ่งรถโดยสาร 1,000 เที่ยว รองรับผู้โดยสารร่วม 1 แสนคน เผย วันนี้ (15 ก.ค.) คนจองตั๋วเต็มทุกที่นั่ง มั่นใจ ไม่มีตกค้าง …

วันที่ 15 ก.ค. 59 พล.ต.อ.อำนาจ อันอาตม์งาม กรรมการบริษัทฯ รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลวันหยุดยาววันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา ตั้งแต่วันที่ 16–20 ก.ค.นี้ รวม 5 วัน บขส. ได้จัดเที่ยววิ่งรถโดยสาร (รถ บขส., รถร่วม, รถตู้) เพื่อรองรับประชาชนจากปกติประมาณ 6,000 เที่ยว เพิ่มเที่ยววิ่งอีกประมาณ 1,000 เที่ยว และรถโดยสารไม่ประจำทาง (รถทะเบียน 30) ประมาณ 300 คัน สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 100,000 คน

ขณะที่ การจองตั๋วโดยสารเที่ยวปกติในวันนี้ (15 ก.ค.) เต็มทุกที่นั่ง แต่ บขส. ได้จัดเที่ยวรถเสริมรองรับประชาชนไว้ จึงมั่นใจ ไม่มีปัญหาผู้โดยสารตกค้าง และสามารถส่งผู้โดยสารเดินทางกลับภูมิลำเนาได้ภายใน 23.00 น.

รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. กล่าวเพิ่มเติมว่า ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝน การจราจรบริเวณโดยรอบสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) ค่อนข้างติดขัด จึงขอให้ผู้ใช้บริการ เผื่อเวลาในการเดินทางอย่างน้อย 2 ชั่วโมง ขณะเดียวกันทางกองบัญชาการตำรวจจราจร และสถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ ได้จัดกำลังเจ้าที่ตำรวจ เข้าอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน พร้อมดูแลการจราจรบริเวณโดยรอบสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) สอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1490 เรียก บขส. ตลอด 24 ชั่วโมง

 

หุ้นไทยปิดตลาดบวก 3.31 จุด มูลค่าซื้อขาย 59,275.04 ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.ค. 2559 17:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/664707

 

หุ้นไทยปิดตลาด เพิ่มขึ้น 3.31 จุด ที่ระดับ 1,492.00 จุด มูลค่าการซื้อขาย 59,275.04 ล้านบาท …

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประจำวันที่ 15 ก.ค. 59 ปิดตลาดที่ 1,492.00 จุด เพิ่มขึ้น 3.31 จุด หรือคิดเป็น 0.22% โดยมีมูลค่าการซื้อขายตลอดทั้งวันอยู่ที่ 59,275.04 ล้านบาท

สำหรับ 5 อันดับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด ได้แก่ 1.บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 2.บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 4.ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และ 5.บริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)