พรุ่งนี้ตี 5! ปตท.-บางจาก ลดเบนซินทุกชนิด 30 สต./ล. ดีเซลลง 20 สต.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.ค. 2559 17:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/664656

 

ปตท.-บางจาก ลดราคากลุ่มน้ำมันเบนซินทุกชนิด 30 สต./ล. ส่วนดีเซล ปรับลดลง 20 สต./ล. มีผลพรุ่งนี้ (16 ก.ค.) ตี 5 …

วันที่ 15 ก.ค.59 ปตท.-บางจาก ปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินเเละเเก๊สโซฮอล์ทุกชนิดลง 30 สตางค์/ลิตร ส่วนดีเซล ปรับลดลง 20 สตางค์/ลิตร มีผลพรุ่งนี้ (16 ก.ค. 59) เวลา 05.00 น.

สำหรับราคาใหม่เป็นดังนี้

เบนซิน 95: 30.66 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 95: 23.70 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 91: 23.28 บาท/ลิตร E20: 21.04 บาท/ลิตร E85: 16.99 บาท/ลิตร ดีเซล 24.49 บาท/ลิตร

ทั้งนี้ ราคาดังกล่าวยังไม่รวมภาษีท้องที่ของแต่ละจังหวัด

 

สมคิด บี้คมนาคม เวนคืนที่ดินโครงสร้างพื้นฐาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.ค. 2559 15:48

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/664466

 

สมคิด สั่งคมนาคม เร่งทำผลศึกษาผลตอบแทนรายได้เชิงพาณิชย์ จากโครงการเมกะโปรเจกต์ตามนโยบายรัฐ ด้านคมนาคม รับหากกระบวนการแก้ไขกฎหมายล่าช้า อาจขอใช้ ม.44 เร่งรัด…

วันที่ 15 ก.ค. 59 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีเศรษฐกิจ พร้อมด้วย นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เดินทางมาประชุมร่วมกับ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังหารือ ติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล โดย นายสมคิด กล่าวว่า ได้ให้นโยบายผู้บริหารกระทรวงตามแนวทางนายกรัฐมนตรีให้เร่งเพิ่มรายได้เชิงพาณิชย์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่รัฐบาลกำลังดำเนินการ อยากให้เกิดความชัดเจนว่า จะมีผลตอบแทนเชิงพาณิชย์จากโครงการเหล่านี้เท่าใด

ส่วนรูปแบบเบื้องต้น เห็นว่าควรจะเป็นการเปิดประมูลให้เอกชนในประเทศและต่างประเทศสามารถประมูล เพื่อบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ โดยเบื้องต้นโครงการที่สามารถดำเนินการได้ทันที จะเป็นรถไฟไทย-จีน เส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา รถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-ระยอง กรุงเทพฯ-หัวหิน และเส้นทางรถไฟเซาน์เทิร์นคอริดอร์ ซึ่งแผนการกำหนดการจัดการพื้นที่เชิงพาณิชย์จะเริ่มจากข้อมูลที่ชัดเจนว่าแนวเส้นทางมีกี่สถานี และสถานีไหนมีศักยภาพในการดำเนินการ

นอกจากนี้ หากกระทรวงคมนาคมเห็นว่ามีความจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมาย ขอให้นำเสนอข้อมูลมาครั้งเดียว ทั้งนี้ ขอให้กระทรวงคมนาคม เริ่มศึกษาข้อมูลการลงทุนบริหารเชิงพาณิชย์ทันทีช่วงวันหยุดนี้ หลังจากนั้นสัปดาห์หน้าจะติดตามผลการศึกษา และเมื่อได้ข้อสรุปครบจะนำข้อมูลทั้งหมดรายงานนายกรัฐมนตรีทราบ

นายอาคม กล่าวว่า การแก้ไขกฎหมาย หากจำเป็นต้องใช้เวลาดำเนินการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องนโยบายดังกล่าว ก็จะมีการนำเสนอขอให้นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจ ม.44 เพื่อให้การแก้ไขกฎหมายจะดำเนินการได้รวดเร็ว นอกจากนี้ ปัญหากฎหมายเวนคืน เมื่อเวนคืนแล้ว ไม่สามารถนำที่ดินไปใช้ประโยชน์สร้างรายได้เชิงพาณิชย์ เนื่องจากกฎหมายเวนคืนในอดีตไม่ได้เปิดช่องให้นำที่ดินไปลงทุนเชิงพาณิชย์ได้นั้น ได้มีการหารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว ส่วนระยะสั้นสามารถใช้กฎหมาย 2 ฉบับ ทั้งกฎหมายเวนคืนและกฎหมายจัดรูปที่ดิน เพื่อให้การดำเนินการใช้ประโยชน์สอดคล้องแต่ละพื้นที่.

 

ทางหลวงชนบท จัดแผนทางเลี่ยงแก่ ปชช. ช่วงวันหยุดยาว 15-21 ก.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.ค. 2559 14:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/664441

 

ทช. จัดแผนอำนวยความปลอดภัยการเดินทางของผู้ใช้รถใช้ถนนช่วงวันหยุดยาว วันอาสาฬหบูชา-เข้าพรรษา ระหว่างวันที่ 15–21 ก.ค. 59 ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกปลอดภัยมากยิ่งขึ้นในการเดินทาง ช่วงวันหยุดดังกล่าว…

เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 59 นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) กล่าวว่า ช่วงวันที่ 15–21 ก.ค. 59 เป็นช่วงวันหยุดยาวต่อเนื่อง ซึ่งเป็นวันสำคัญทางศาสนา และเป็นช่วงที่ประชาชนจำนวนมากเดินทางกลับภูมิลำเนา เพื่อร่วมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา และถือโอกาสท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว ทั้งนี้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก ปลอดภัย ในการเดินทางของประชาชน ทช. จึงได้จัดทำแผนปฏิบัติงานอำนวยความสะดวก ปลอดภัย รองรับการเดินทางของประชาชน โดยมีแผนปฏิบัติงานดังนี้

1. ประชาสัมพันธ์/เตรียมความพร้อมเส้นทาง เพื่อให้ประชาชนใช้เส้นทางเลี่ยง ผ่านทางสื่อวิทยุกระจายเสียง สวพ. FM 91 รายการ ทช.หมอทาง

2. จัดตั้งศูนย์อำนวยความปลอดภัย กรมทางหลวงชนบท เพื่อประสานงานระดับสำนัก และระดับจังหวัด พร้อมให้ความช่วยเหลือ อำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทาง

3. จัดชุดเคลื่อนที่เร็ว ระดับสำนัก และระดับจังหวัด อำนวยความสะดวกในเส้นทางที่มีปริมาณการจราจรสูง และบูรณาการร่วมกับชุดตรวจ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

อธิบดีกรมทางหลวงชนบท กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงวันหยุดยาวนี้ ประชาชนสามารถใช้เส้นทางเลี่ยง ทช.ได้ ซึ่งได้ติดป้ายทางเลี่ยง พร้อมทั้งปรับปรุงถนนให้สะดวกปลอดภัย ขอให้ประชาชนระมัดระวังในการขับขี่ เดินทางอย่างปลอดภัยไม่ประมาท เมาไม่ขับ และสามารถติดต่อสอบถามเส้นทางเลี่ยงของ ทช.ได้ที่ สายด่วนกรมทางหลวงชนบท 1146 ตลอด 24 ชั่วโมง

 

เปิดแน่ 19 ธ.ค.! เทอร์มินอล 21 โคราช ชูหอคอย-บันไดเลื่อนยาวสุดในไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.ค. 2559 13:18

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/664377

 

สยามรีเทล หนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ปั้น Young Brander ขับเคลื่อนธุรกิจ เผย ความคืบหน้าเทอร์มินอล 21 โคราช งบ 6,000 ล้าน ก่อสร้างอาคารเสร็จ 100% เช่าพื้นที่แล้ว 90% ชูจุดเด่น หอคอยชมเมือง-หอไอเฟล บันไดเลื่อนยาวสุดในไทย แกรนด์โอเพนนิ่งยิ่งใหญ่ 19 ธ.ค. 59 …

เมื่อวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา นายประเสริฐ ศรีอุฬารพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยาม รีเทล ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด ผู้พัฒนาศูนย์การค้า เทอร์มินอล 21 เปิดเผยถึงความคืบหน้าล่าสุดของเทอร์มินอล 21 โคราช ขณะนี้ว่า ในตอนนี้พื้นที่ส่วนโครงสร้างอาคารได้เสร็จสิ้น 100% แล้ว เหลือเพียงการติดตั้งระบบและตกแต่งภายใน มั่นใจพร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 ธ.ค.นี้


นายประเสริฐ ศรีอุฬารพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยาม รีเทล ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด ผู้พัฒนาศูนย์การค้า เทอร์มินอล 21

เทอร์มินอล 21 โคราช เป็นศูนย์การค้าตั้งอยู่ใจกลางเมืองนครราชสีมา ติดถนนมิตรภาพ ทางไปจังหวัดขอนแก่น บนพื้นที่ 32 ไร่ ขนาดพื้นที่อาคาร 200,000 ตร.ม. ช็อปปิ้งมอลล์ 7 ชั้น ขนาดพื้นที่เช่า 70,000 ตร.ม. มูลค่าโครงการ 6,000 ล้านบาท จอดรถยนต์ได้จำนวน 2,500 คัน ตัวอาคารมีจุดเด่นเป็นหอคอยชมเมืองสูงเท่าตึก 24 ชั้น มีบันไดเลื่อนยาวที่สุดในประเทศไทยถึง 36 เมตร และมีหอไอเฟลจำลองสูง 72 ฟุต เท่าตึก 5 ชั้น สูงที่สุดในประเทศไทย


บันไดเลื่อนยาวที่สุดในประเทศไทยถึง 36 เมตร อยู่ระหว่างก่อสร้าง ดำเนินการตกแต่ง

อลังการมาก หอไอเฟลจำลองสูง 72 ฟุต เท่าตึก 5 ชั้น

สำหรับอัตราการเช่าพื้นที่รวมในเทอร์มินอล 21 โคราช ขณะนี้อยู่ที่ 90% โดยแบ่งเป็น

1. ผู้เช่าหลัก ประกอบด้วย โรงภาพยนตร์เอสเอฟ ซิเนม่า ซิตี้, ไอซ์สเก็ต The Rink, สวนสนุก FANPEKKA, สปอร์ตฮอลล์, ฟู้ดแลนด์ซูเปอร์มาร์เก็ต สาขาแรกในภาคอีสาน, สปอร์ตเวิลด์ (Sports World), โฮมโปร ลีฟวิ่ง นอกจากนี้ ยังมี Kelly ซึ่งเป็นโซน Shoes & Bags Mega Store และ Klein ซึ่งเป็นโซน Menswear Mega Store แห่งแรกของเอเชีย รวมทั้งศูนย์อาหาร Pier 21 ที่รวบรวมร้านอาหารมาไว้ที่เดียวกัน เช่นเดียวกับ เทอร์มินอล 21 อโศก

2. ผู้เช่า Mini Anchor ที่เป็นแบรนด์แฟชั่นชั้นนำ อย่าง H&M, Mango American, Eagle แบรนด์ร้านอาหารที่มีชื่อเสียง เช่น หัวปลาช่องนนทรี, FIN SUSHI, มานีมีหม้อ, DAO Coffee Restaurant

3. โซน Urbanista Shop เป็นโซนร้านค้าขนาดเล็ก พื้นที่ตั้งแต่ 6-20 ตร.ม. ทั้งหมดประมาณ 400 ยูนิต ซึ่งบางส่วนเป็นร้านค้าที่ได้รับการสนับสนุนจากโครงการ Young Brander ก็ได้รับความนิยมจากผู้ประกอบการด้านแฟชั่น และผู้ประกอบการท้องถิ่น ขณะนี้ อัตราการเช่าพื้นที่เต็ม 100% แล้ว


เปิดโครงการ Young Brander อย่างเป็นทางการ

สำหรับโครงการ Young Brander สยามรีเทลได้ริเริ่มขึ้น เพื่อช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ หรือนักธุรกิจเลือดใหม่ ทั้งยังได้รับการดูแลจากทีมงานคุณภาพที่เชี่ยวชาญด้านการวางแผน และบริหารธุรกิจระดับมืออาชีพ

นายประเสริฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า การส่งเสริมและร่วมขับเคลื่อนธุรกิจกับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เชื่อว่าจะช่วยสร้างการเติบโตทางธุรกิจที่แข็งแรง และยั่งยืนให้กับตัวผู้ประกอบการเอง ตลอดจนอุตสาหกรรมค้าปลีกของจังหวัดโคราช และการเติบโตทางเศรษฐกิจของภาคอีสานได้อีกด้วย

ด้าน นายอนันต์ อัศวโภคิน ประธานกรรมการบริษัท และประธานกรรมการบริหาร บริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยด้วยว่า จังหวัดนครราชสีมาถือว่ามีความพร้อมสำหรับการลงทุน มีประชากรสูงเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพฯ ทั้งยังเป็นเมืองสำคัญที่มีศักยภาพด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวมากกว่า 5 ล้านคนต่อปี สูงเป็นอันดับ 1 ของภาค


เทอร์มินอล 21 โคราช เหลือเพียงการติดตั้งระบบและตกแต่งภายใน พร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 ธ.ค.59 นี้

เทอร์มินอล 21 โคราช เป็นศูนย์การค้าที่แตกต่างจากศูนย์การค้าอื่น ร้านค้ามีความหลากหลาย พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น ที่มั่นใจได้ว่าจะไม่ขาดทุนแน่นอน นอกจากนี้ ยังคำนึงถึงกลุ่มเป้าหมาย นักเรียน นักศึกษาเป็นหลัก มีการติดตั้ง Free WIFI 200 Mbps ทุกจุด ตั้งเป้ามีลูกค้ามาเดินในศูนย์การค้าเฉลี่ย 5-6 หมื่นคนต่อวัน ส่วนแนวโน้มในการขยายสาขา เทอร์มินอล 21 มองตามหัวเมืองใหญ่ๆ เช่น ขอนแก่น พัทยา เป็นต้น


น่าเดินสุดๆ ไปเลย

 

เนสท์เล่ส่งกาแฟ 4 ล้านแก้วชิมฟรี-อโรม่าจัดประลองฝีมือบาริสต้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.ค. 2559 11:07

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/664376

 

“เนสท์เล่” จัดกิจกรรมเสิร์ฟกาแฟ 4 ล้านแก้ว ให้คอกาแฟได้ทดลองชิมรสทั่วประเทศ หลังเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ด้าน “อโรม่า” จัดเวทีแข่งขันฝีมือบาริสต้าหาตัวแทนแข่งขันเวทีระดับโลก…

เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงาน บริษัทผู้ทำธุรกิจเกี่ยวกับกาแฟในประเทศไทย เดินหน้าจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและกิจกรรมเกี่ยวเนื่องคึกคัก เพื่อชิงส่วนแบ่งทางการตลาด ซึ่งมีมูลค่าหลักหมื่นล้านบาท โดยในส่วนของเนสท์เล่ นางออดรีย์ เลียว ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า นำทีมผู้บริหารและพนักงานบริษัท 
เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กว่า 200 คน ทำกิจกรรมเดินสายเสิร์ฟเนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู ผสมกาแฟ
คั่วบดละเอียดกว่า 200,000 แก้ว ให้ผู้บริโภคในกรุงเทพฯ ได้ทดลองรสชาติ หลังจากเพิ่งเปิดตัวผลิตภัณฑ์ไปก่อนหน้านี้ นอกจากนั้น ยังจะมีคาราวานเดินสายแจกผลิตภัณฑ์ดังกล่าว อีกกว่า 4,000,000 แก้ว ให้กับผู้บริโภคทั่วประเทศต่อเนื่อง ตลอดหลายสัปดาห์ต่อจากนี้

อีกด้านหนึ่ง นายกิจจา วงศ์วารี กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทในเครือ อโรม่า กรุ๊ป ผู้ทำธุรกิจกาแฟคั่วบด กล่าวว่า อโรม่า กรุ๊ปร่วมมือกับหอการค้าไทย-อิตาลี และเครื่องชงกาแฟ WEGA จัดการแข่งขันรายการ “The Maestro Barista Challenge 2016” ประกบการแข่งขันระดับประเทศ “Espresso Italiano Champion 2016” และ “Thailand Indy Barista Championship 2016” ครั้งที่ 8 หรือที่รู้จักกันดีในนาม TIBC 8 เพื่อเปิดโอกาสให้กาแฟบาริสต้าทั้งมืออาชีพและมือใหม่ ชิงความเป็นที่สุดของประเทศ โดยนับเป็นครั้งแรกของไทย สำหรับการแข่งขัน Espresso Italiano Champion 2016 เวทีที่ได้รับการรับรองจากสถาบัน The Italian Espresso National Institute หรือ Inei ที่จะมอบโอกาสให้ผู้ชนะการแข่งขันระดับมืออาชีพจากเวทีนี้ ได้เป็นตัวแทนบาริสต้าไทยไปแข่งขันกับนานาประเทศในรอบสุดท้ายที่ประเทศอิตาลีในเดือน ต.ค.นี้ด้วย


“กิจจา วงศ์วารี” ผู้บริหารเครืออโรม่ากรุ๊ป แถลงข่าว

สำหรับการแข่งขันนั้น จะเปิดรับสมัครผู้สนใจตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค. ถึง 15 ส.ค. 2559 จากนั้นแข่งขัน 2 รอบ โดยรอบแรกระหว่างวันที่ 29 ส.ค.-4 ก.ย. 2559 เพื่อคัดผู้ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ซึ่งสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.aromathailand.com หรือสอบถามโทรศัพท์หมายเลข 095 7989142.

 

ทองเปิดตลาดคงที่ รูปพรรณขายออกบาทละ 22,600

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.ค. 2559 09:54

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/664329

 

เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 59 ราคาทองเปิดตลาดคงที่ ทองแท่งรับซื้อบาทละ 22,000 ขายออกบาทละ 22,100 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 21,603 ขายออกบาทละ 22,600 บาท…

เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 59 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.35 น. ราคาคงที่ ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 22,000.00 บาท ขายออกบาทละ 22,100.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 21,603.00 บาท ขายออกบาทละ 22,600.00 บาท

 

เทสโก้ โลตัส ปล่อยพลังสะกดจิต ผ่านหนังโฆษณา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย Advertorial 15 ก.ค. 2559 09:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/664277

 

เทสโก้ โลตัส ส่งพลังธุรกิจเพื่อสังคมสิ่งแวดล้อม รณรงค์ผู้คนลดใช้ถุงพลาสติกทุกวันพุธ ผ่านภาพยนตร์โฆษณา The Calendar โดยใช้แนวเรื่องแบบสะกดจิต ตอกย้ำแคมเปญภูมิใจไม่ใช้ถุง ปี 4 ที่รณรงค์ให้ลูกค้าประชาชนลดใช้ถุงพลาสติก เฉพาะอย่างยิ่งในวันพุธ จะได้แต้มกรีนพอยท์พิเศษ 150 แต้ม โดยคาดหวังที่จะกระตุ้นให้ผู้คนหันมาเห็นความสำคัญของการลดขยะที่เกิดจากถุงพลาสติก รักษาสิ่งแวดล้อมให้โลกของเรา ประเทศของเรา

CONCEPT STORY
ภาพยนตร์โฆษณาเทสโก้ โลตัส ชุด “The calendar”

ชื่อเรื่อง : The Calendar
ความยาว : 30 วินาที
เจ้าของผลิตภัณฑ์ : เทสโก้ โลตัส
สร้างสรรค์โดย : บริษัท เกรย์ (ประเทศไทย) จำกัด
ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายสร้างสรรค์ : คุณจุรีพร ไทยดำรงค์
ผู้เขียนบทโฆษณา : คุณ Irvine Prisilla, คุณวุฒินันท์ นาคพรหม, คุณกนกวรรณ ฉัตรแก้วมณี
ผู้กำกับศิลป์ : คุณอภิวัฒน์ ภัทราลังการ
โปรดักส์ชั่นเฮาส์ : บริษัท แฮปปี้ เอท จำกัด
ผู้กำกับ : คุณคงเดช จาตุรันต์รัศมี

แนวความคิดในการโฆษณา

เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาของเทสโก้ โลตัส ตัวใหม่ ที่ได้ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง “คงเดช จาตุรันต์รัศมี” มาช่วยกำกับ กับการเชิญชวนให้คนไปช็อปปิ้งวันพุธ และถ้าไม่รับถุงพลาสติกก็ยังได้รับ 150 แต้มกรีนพอยท์มากกว่าวันอื่น และเป็นการช่วยโลกไปด้วย เพียงแค่อย่าลืมเอาถุงผ้าไปช็อป

จากแนวความคิดนี้ครีเอทีฟหยิบยกอินไซด์ของคนส่วนใหญ่ที่ชอบไปเทสโก้โลตัสในวันหยุด นำมาเล่นไปกับโฆษณาที่ว่าแค่คุณไปเทสโก้ โลตัส ในวันพุธก็ได้แต้มกรีนพอยท์มากกว่าวันไหนๆ เพียงแค่งดใช้ถุงพลาสติก ซึ่งก็ใช้ลูกเล่นอย่างการสะกดจิตเข้าไปเพื่ออยากให้ทุกคนจำได้ว่า ไปไม่รับถุงทุกวันพุธได้ 150 แต้มกรีนพอยท์

แคมเปญลดการใช้ถุงของ เทสโก้ โลตัส มีต่อเนื่องมาถึงปีที่ 4 แล้วกับ “ภูมิใจ ไม่ใช้ถุง” ทั้งนี้จึงอยากเชิญชวนลูกค้าทุกคนเมื่อไปช็อปปิ้งที่เทสโก้ โลตัส อย่าลืมหยิบถุงผ้าไปใช้ใส่สินค้าที่ซื้อ แทนการใช้ถุงพลาสติกตอกย้ำการเป็นองค์กรค้าปลีกเพื่อสังคม ของเทสโก้ โลตัสอย่างแท้จริง

เนื้อเรื่องย่อโฆษณา “The calendar”

ตัวอย่าง Headline

: อย่ามองนาน! คลิปสะกดจิตที่ทำให้คุณต้องไป Tesco Lotus…
: โฆษณาสะกดจิต ที่ทำให้คุณได้แต้ม…
: ระวัง! ถูกสะกดจิตทุกวันพุธ ถ้าได้ดูคลิปนี้

อย่าลืมกะพริบตากันด้วยเวลาดูคลิปนี้ เพราะไม่งั้นคุณอาจถูกสะกดจิต

เปิดเรื่องด้วยครอบครัวพ่อกับแม่คุยกันชวนกันไปช็อปปิ้ง แต่พ่ออิดออดขอผัดไปช็อปปิ้งวันอื่น แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงจากปฏิทินที่เป็นพนักงานเทสโก้ โลตัส ว่า ให้ไปช็อปปิ้งวันนี้ดีกว่า เพราะวันนี้วันพุธ ถ้าไปช้อปปิ้งแล้วไม่รับถุง จะได้แต้มกรีนพอยท์ 150 แต้ม ซึ่งมากกว่าวันอื่นๆ พร้อมด้วยการพูดย้ำเหมือนสะกดจิตว่า 150 พอยท์ 150 พอยท์ ทำให้พ่อกับแม่เคลิ้มนำเอาถุงผ้าไปช็อปปิ้งที่เทสโก้ โลตัส และปฏิเสธไม่รับถุงพลาสติก โดยสามารถรับแต้มกรีนพอยท์ 150 แต้ม เมื่อช็อปปิ้งแล้วไม่รับถุงพลาสติกทุกวันพุธ ได้ถึงวันที่ 28 ธันวาคมนี้ ที่เทสโก้ โลตัส ทุกสาขา











ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทสโก้ โลตัส

เทสโก้ โลตัส ผู้นำวงการค้าปลีกในประเทศไทย ปัจจุบันมีสาขาทั้งหมดประมาณ 1,800 สาขาทั่วประเทศ โดยมีร้านค้า 5 ฟอร์แมตเพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างของลูกค้า ได้แก่ พลัส มอลล์, เอ็กซ์ตร้า, ไฮเปอร์มาร์เก็ต, ตลาด และ เอ็กซ์เพรส โดยให้บริการลูกค้ามากกว่า 15 ล้านคนในแต่ละสัปดาห์ นอกจากนั้น เทสโก้ โลตัส ยังมีช่องทางจำหน่ายสินค้าบนแพลตฟอร์มดิจิตอล ถึง 2 ช่องทาง คือ เทสโก้ โลตัส ช็อป ออนไลน์ ซึ่งมีสินค้ามากกว่า 20,000 รายการ รวมถึงอาหารสด สินค้าอุปโภคบริโภค และร้านค้าของเทสโก้ โลตัส บนเว็บไซต์ลาซาด้า ซึ่งมีสินค้ามากกว่า 8,000 รายการ อาทิ ผลิตภัณฑ์แม่และเด็ก เครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม เป็นต้น

เทสโก้ โลตัส คลับการ์ด เปิดตัวในประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 โดยเป็นโปรแกรมบัตรสมาชิกสะสมแต้มโปรแกรมแรกและมีขนาดใหญ่ที่สุดในวงการค้าปลีก ปัจจุบัน เทสโก้ โลตัส คลับการ์ดมีสมาชิกมากกว่า 15 ล้านคนทั่วประเทศ ที่ได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ เช่น คูปองเงินสด คูปองส่วนลด ไมล์สะสม และอื่นๆ ผ่านการสะสมแต้มจากการจับจ่ายใช้สอยในเทสโก้ โลตัส

นอกจากนั้น เทสโก้ โลตัส สนับสนุนเกษตรกรไทยผ่านการซื้อผักและผลไม้โดยตรงจากเกษตรกร ปีละกว่า 150,000 ตัน นอกจากนั้น ยังให้การสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และสินค้าโอทอปอย่างต่อเนื่อง

 

รุมแลกเงินปอนด์ขาดตลาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 ก.ค. 2559 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/664169

 

คนทั่วโลกและไทยแห่เก็งกำไรหลังร่วง 10%

ตลาดเงินโลกยังคงทำสถิติผันผวนต่อเนื่อง หลังจากการลงประชามติของชาวอังกฤษที่ให้รัฐบาลแยกตัวออกจากการเป็นสมาชิกภาพของสหภาพยุโรป (European Union : EU) เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ จนถึงปัจจุบันค่าเงินปอนด์ได้ร่วงลงแล้วกว่า 10% และอาจร่วงต่ำลงต่อไปอีก เช่นเดียวกับค่าเงินยูโร ที่ผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะบรรดานักลงทุน และผู้ไปศึกษาต่อยังประเทศอังกฤษ หรือในกลุ่มประเทศอียู ได้มีการแลกเงินปอนด์เก็บไว้จำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ค่าเงินปอนด์ยังคงร่วงลงจากช่วงต้นของการประกาศผลการลงประชามติให้อังกฤษแยกตัวออกจากอียู จากระดับ 50-52 บาทต่อ 1 ปอนด์ ลงไปอยู่ที่ 49 บาทกว่าต่อปอนด์ กระนั้นก็ตาม ความผันผวนยังคงมีต่อเนื่อง โดยเมื่อเย็นวันที่ 14 ก.ค. (เวลาไทย) ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ได้มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.5% ซึ่งสวนทางกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ส่งผลให้ค่าเงินปอนด์เริ่มดีดกลับขึ้นมาบ้าง หลังจากที่ได้อ่อนค่าลงต่อเนื่องหลังจากผลโหวตเบร็กซิต

เมื่อเทียบกับเงินบาทต่อเงินดอลลาร์สหรัฐฯอยู่ที่ 35.07 บาท ส่วนเงินปอนด์ต่อบาท อยู่ที่ 46.39 บาท ตามอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ขณะที่กระดานค่าเงินในธนาคารพาณิชย์ ระบุว่า เงินปอนด์ได้ร่วงลงไปอยู่ที่รับซื้อ 44 บาทกว่า ต่อปอนด์ และขาย 45 บาทกว่าต่อปอนด์

เจ้าหน้าที่ของธนาคารกสิกรไทยระบุว่า มีลูกค้าโทร.มาขอซื้อเงินปอนด์จากธนาคารจำนวนมากในแต่ละวัน เพราะราคาค่าเงินปอนด์กำลังต่ำลงเรื่อยๆ แต่ธนาคารไม่สามารถหาให้ลูกค้าได้ แม้แต่ได้มีการติดต่อไปยังบริษัทซุปเปอร์ริช ก็ได้รับแจ้งว่าไม่สามารถ หาเงินปอนด์ให้ได้เช่นกัน เพราะมีทั้งผู้ปกครองของนักศึกษาไทยในอังกฤษ ผู้ส่งออก และบรรดานักลงทุนกว้านซื้อเงินปอนด์เก็บไว้จำนวนมาก โดยความ ต้องการเงินปอนด์วันนี้พุ่งสูงมากกว่า 20% เพราะดีมานด์-ซัพพลาย ไม่มาบรรจบกัน

สำหรับเงินเยนที่หลายคนคิดว่าจะเป็นแหล่งหลบภัยของบรรดานักค้าเงิน ปรากฏพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 33.19-34 บาทต่อ 100 เยน ส่วนเงินยูโรต่อบาท อยู่ที่ 38.95 บาท

นายจิรเทพ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงกรณีตามปกติธนาคารพาณิชย์จะเก็บตัวธนบัตรเงินตราต่างประเทศไว้ที่ธนาคารพาณิชย์ไม่มาก เพราะส่วนใหญ่การซื้อ ขายสินค้าส่งออก นำเข้า หรือทำธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศ จะเป็นการซื้อขายกันผ่านเครดิต หรือการตัดบัญชี ส่วนธนบัตรเงินตราต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเงินปอนด์ หรือสกุลอื่นๆนั้น จะเก็บสำรองไว้เพียงพอต่อการแลกเงินตามปกติ เช่น การไปเที่ยวต่างประเทศ เป็นต้น

“ในช่วงที่ผ่านมา มีคนไทยจำนวนหนึ่งแห่ไปแลกเงินปอนด์กับธนาคารพาณิชย์ อาจจะเพื่อหวังผลในการเก็งกำไร หรือแห่ไปท่องเที่ยวประเทศอังกฤษ ทำให้ธนบัตรที่ธนาคารพาณิชย์มีสำรองไว้ในบางสาขาไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ไม่กระทบกับการทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศ ส่วนกรณีเงินปอนด์ ในทุนสำรองทางการระหว่างประเทศไม่ได้เก็บในรูปธนบัตร เก็บเป็นการลงทุน เช่น ตราสารเงินปอนด์”

นายธิติ ตันติกุลานันท์ ผู้บริหารสายงานตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เงินปอนด์ที่ขาดตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราในไทย เชื่อว่าตลาดจะกลับสู่ภาวะปกติหลังจากวันหยุดยาวช่วงเข้าพรรษา เนื่องจากจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น แต่ต้องไม่เกิดเหตุการณ์ในต่างประเทศที่เข้ามามีผลกระทบ ทั้งนี้ คนไทยที่มีความจำเป็นเดินทางไปท่องเที่ยว หรือทำธุรกิจที่อังกฤษ ควรแลกเงินดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเงินยูโรเมื่อเดินทางถึงอังกฤษ นำเงินดังกล่าวมาแลกเป็นเงินปอนด์ หรือใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตแทนการใช้เงินปอนด์
นางสาวธณัทร์ษริน สุสมาวัตนะ กรรมการผู้จัดการบริษัทซุปเปอร์ริช ไทยแลนด์ หรือซุปเปอร์ริชสีเขียวให้ความเห็นว่า ช่วงนี้มีลูกค้าเข้ามาขอซื้อเงินปอนด์จำนวนมาก อาจมีบางช่วงที่เงินปอนด์ขาด ตลาดบ้าง แต่เป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้น ที่ซุปเปอร์ริชสีเขียวขณะนี้ก็ยังคงมีให้บริการ จากการสอบถามผู้ที่มาแลกเงินปอนด์ส่วนใหญ่พบว่า ยังไม่ได้ต้องการใช้เงินปอนด์ในตอนนี้แต่ต้องการซื้อเก็บไว้ก่อน หลังเห็นว่าค่าเงินปอนด์อ่อนค่าลงมาก ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีลูกหลานเรียนอยู่ที่อังกฤษ รวมทั้งผู้ที่ตัดสินใจจะไปเที่ยวอังกฤษหลังเห็นเงินปอนด์ถูก

“ซุปเปอร์ริชสีเขียวก็ต้องพยายามให้คำแนะนำลูกค้าที่ยังไม่ได้ต้องการใช้เงินทันทีให้รอการแลกออกไปก่อนหรืออาจแลกบางส่วน เพราะเงินปอนด์อาจปรับตัวอ่อนค่าลงได้อีก ซึ่งลูกค้าก็ได้ประโยชน์เพราะวันนี้ค่าเงินปอนด์ก็ยังอ่อนค่าลงมาต่อเนื่อง”.

 

ยกขีดความสามารถขึ้นอันดับ 20-25

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 ก.ค. 2559 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/664166

 

“สมคิด” เปิด 4 มิติสร้างแข็งแกร่ง ตั้งเป้าไทยใหม่ท้าทายปี 2560

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในงานสัมมนา Thailand Competitiveness Conference 2016 ว่า การวัดขีดความ สามารถในการแข่งขันของประเทศ จากสถาบันจัดอันดับต่างๆ สิ่งที่ต้องคำนึงถึง คือ เงื่อนไขและข้อจำกัดในแต่ละประเทศที่แตกต่างกัน ดังนั้น กรอบที่สถาบันจัดอันดับนำมาใช้นั้น จึงเป็นกรอบที่ใช้ทั่วไปในระดับสากล แต่คงไม่ใช่สิ่งที่ประเทศต่างๆจะต้องเดินตามกรอบนั้นทั้งหมด แต่ละประเทศสามารถมีมาตรการเสริม หรือผลักดันสิ่งต่างๆที่เหมาะกับประเทศตัวเองแต่ไม่อยู่ใน กรอบที่สถาบันจัดอันดับวางไว้ก็ได้ สิ่งสำคัญคือต้องแข่งกับตัวเอง พัฒนาตัวเองโดยเอากรอบที่กำหนดไว้มาปรับใช้ “วิธีการสำรวจขีดความสามารถในการแข่งขันของสถาบันจัดอันดับ โดยการใช้แบบสอบถามให้กรอก บางคนที่ถามก็ไม่รู้เรื่องไม่เข้าใจในสิ่งที่รัฐบาลดำเนินการ ตรงนี้ต้องปรับปรุงแก้ไขต้องคุยกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หรือสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) รวมทั้งผมหรือนายกรัฐมนตรีก็พร้อมให้ข้อมูล อย่างไรก็ตาม การจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศของสถาบันระหว่างประเทศเพื่อพัฒนาการจัดการ (ไอเอ็มดี) ปี 2560 อันดับของประเทศไทยจะต้องอยู่ที่ 20-25 จากปีนี้อยู่ที่อันดับ 28”

ทั้งนี้ การจะขับเคลื่อนขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศต้องพิจารณาใน 4 มิติ ประกอบด้วย 1.เรื่องภูมิรัฐศาสตร์ หรือการเดินเกมทางการเมืองระหว่างประเทศ การที่นักลงทุนจะตัดสินใจเข้าไปลงทุนในประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นฐานการผลิต จะต้องมีความมั่นใจว่าประเทศนั้น มีความยั่งยืนทางการเมืองและมีความโดดเด่นในระดับภูมิภาค 2.มิติด้านการพัฒนาประเทศต้องมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจน สอดรับกับโลกที่เปลี่ยนแปลง อย่าแค่มุ่งกระตุ้นให้เกิดการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เท่านั้น โดยไม่ได้มีการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจให้เกิดความสมดุล และคนส่วนใหญ่ของประเทศยังมีฐานะยากจน การเติบโตทางเศรษฐกิจกระจุกตัวอยู่ในเมืองหลวงไม่มีการกระจายตัวไปยังภูมิภาค 3.มิติในเชิงสถาบัน ทั้งด้านการเงิน กฎระเบียบต่างๆ ซึ่งภาครัฐได้มีการแก้ไขปรับปรุง

พระราชบัญญัติเพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ ส่งเสริมเรื่อง ธรรมาภิบาลในภาครัฐ ปฏิรูปโครงสร้างภาษีทั้งระบบ และเตรียมออก พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังด้วย 4.มิติด้านประชาสังคม ขณะนี้รัฐบาลได้เดินหน้าสร้างความเข้มแข็งด้านสังคมผ่านโครงการประชารัฐ ขณะที่ด้านการศึกษา จะต้องปรับปรุงแก้ไขอีกมาก ซึ่งนายกรัฐมนตรีเห็นจุดบกพร่องแล้ว ซึ่งพร้อมใช้กฎหมายพิเศษ มาตรา 44 เข้ามาเร่งการพัฒนาด้านการศึกษาด้วย

“พวกผมจะขออยู่อีกแค่ปีเดียว จากนั้นจะไม่อยู่แล้ว ดังนั้น จะต้องวางรากฐานไว้ให้รัฐบาลต่อไปมาสานต่อนโยบาย อะไรที่คิดว่าถูกต้อง รัฐบาลที่มาใหม่จะต้องเดินหน้าต่อไป”.

 

‘นาวิน ต้าร์-กาละแมร์ และเชฟพล’ แท็กทีมเปิดตัว “เอไอเอ ไวทัลลิตี้” แชร์เคล็ดลับสู่สุขภาพดีหุ่นเฟิร์มแบบไม่ต้องพึ่งหมอ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย Advertorial 15 ก.ค. 2559 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/663686

 

‘นาวิน ต้าร์ เยาวพลกุล’ เผยเคล็ดลับความสุขง่ายๆ อยู่ที่การมีสุขภาพดี อันเป็นผลลัพธ์มาจากความมุ่งมั่นในการเล่นกีฬา ที่หนุ่มต้าร์ทุ่มเทจนกลายเป็นไอดอลด้านนี้ไปแล้ว ล่าสุด ยังชวนเพื่อนร่วมอุดมการณ์อย่างสาวมั่นรักสุขภาพตัวแม่ ‘กาละแมร์–พัชรศรี เบญจมาศ’ และเชฟหนุ่มรูปหล่อ ‘พล ตัณฑเสถียร’ มาโชว์ความฟิตแอนด์เฟิร์มในงานเปิดตัวโครงการ “เอไอเอ ไวทัลลิตี้” ซึ่งเป็นโปรแกรมดูแลสุขภาพระดับโลก เพื่อส่งเสริมให้คนไทยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้มีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน


หนุ่มต้าร์ เล่าว่า “การดูแลสุขภาพ การออกกำลัง การเล่นกีฬา จนมาถึงการเป็นนักวิ่งมาราธอน และการเล่นไตรกีฬาของผม เป็นเส้นทางให้ผมได้ค้นพบศักยภาพของตัวเอง ได้ชนะตัวเอง เพราะผมมีความเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ว่า หากทำอะไรด้วยความมุ่งมั่นแล้วย่อมต้องได้ผลลัพธ์ที่ดี แล้วยิ่งตอนนี้มีตัวช่วยอย่างโครงการ เอไอเอ ไวทัลลิตี้ ผมก็สนุกกับการออกกำลังกายมากขึ้นครับ ง่ายๆ เลยเวลาผมเข้าร่วมแข่งขันไตรกีฬา จากแต่ก่อนพอแข่งจบ ผมก็จะได้แต่เหรียญรางวัลและความภูมิใจกลับบ้าน แต่ตอนนี้ผมสามารถสะสมคะแนนไวทัลลิตี้จากการแข่งขัน เพื่อให้สถานะไวทัลลิตี้ขยับสูงขึ้น ก็ท้าทายดี สนุกดีครับ แล้วสถานะยิ่งสูงเราก็ยิ่งได้ส่วนลด และสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นด้วย”


ด้านสาวกาละแมร์ เผยถึงการดูแลตัวเองในสไตล์ของเธอว่า “การจะทำให้ชีวิตมีความสุขทั้งกายและใจ ทุกอย่างต้องมาพร้อมกัน คือ ต้องสร้างสมดุลชีวิตโดยการออกกำลังกายให้เพียงพอ การเลือกทานแต่ของดีมีประโยชน์ และที่สำคัญคือ การพักผ่อนที่ดี ทั้งการนอนหลับอย่างเพียงพอในแต่ละวัน และการพักผ่อนด้วยกิจกรรมผ่อนคลายที่ทำให้เรามีความสุข สำหรับแมร์เอง กิจกรรมที่ชอบมากที่สุดคือ การเดินทางท่องเที่ยว เพราะได้เปิดหูเปิดตา ได้เห็นสถานที่ใหม่ๆ ได้สัมผัสวัฒนธรรมที่แตกต่างออกไป ซึ่งสำหรับสิทธิพิเศษที่ เอไอเอ ไวทัลลิตี้ มอบให้มา มันตอบโจทย์ชีวิตแมร์มาก อาทิ ส่วนลดค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าโรงแรม ซึ่งก็เป็นโรงแรมชั้นนำของโลก นอกจากนี้ แมร์เป็นคนชอบเข้าซุปเปอร์มาร์เก็ตมากๆ ปกติเข้าไปซื้อผักและผลไม้เกือบทุกวัน เอไอเอ ไวทัลลิตี้ ก็มีส่วนลดให้ถึง 15% เมื่อซื้อผักและผลไม้ทุกครั้ง ซึ่งแมร์มองว่าโครงการนี้ดีจริงๆ เพราะมันช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คนอยากดูแลตัวเองมากขึ้น เพราะสุขภาพที่ดี ใครๆ ก็อยากมี”


สำหรับ เชฟพล ตัณฑเสถียร กูรูการปรุงอาหารเพื่อสุขภาพ กล่าวว่า “สุขภาพดีเป็นสิ่งที่เราเลือกได้ด้วยตัวเองครับ เราจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เลือกกิน ดังนั้น อาหารจึงมีผลต่อสุขภาพที่ดีของคุณมากๆ เช่น ทานผัก ผลไม้ อาหารไขมันต่ำ รสไม่จัดเกินไป อาหารที่ไม่ผ่านการแปรรูป หรือแปรรูปน้อยขั้นตอน เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน หรือเนื้อปลา อาหารเหล่านี้จะเข้าไปช่วยสร้างเสริมและซ่อมแซมร่างกายให้แข็งแรง เพราะร่างกายนี้จะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต และเป็นเรื่องที่น่าดีใจมากครับ ที่มีโครงการเอไอเอ ไวทัลลิตี้ มาช่วยกระตุ้นเตือนให้คนไทยหันมาสนใจสุขภาพ และปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต และการกิน โดยมีพันธมิตรอีกหลากหลายที่มาร่วมมอบสิทธิประโยชน์ให้กับสมาชิกในโครงการให้มีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้นครับ”

หนุ่มนาวิน ต้าร์ กล่าวปิดท้ายว่า “การจะมีสุขภาพที่ดีได้ในระยะยาวนั้น ข้อสำคัญคือต้องเริ่มจากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเราเอง และทำอย่างสม่ำเสมอ เพราะผมเชื่ออย่างที่เอไอเอ ไวทัลลิตี้เชื่อว่า ‘สุขภาพดี คุณกำหนดเอง’ ครับ”

สำหรับผู้สนใจอยากเริ่มต้นมีสุขภาพที่ดีขึ้นกับ เอไอเอ ไวทัลลิตี้ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง www.aiavitality.co.th


เกี่ยวกับเอไอเอ ไวทัลลิตี้

เอไอเอ ไวทัลลิตี้ เป็นการดำเนินการร่วมกันระหว่าง บริษัทเอไอเอ และ บริษัทดิสคัฟเวอรี่ ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันชีวิตจากประเทศแอฟริกาใต้ และประสบความสำเร็จอย่างสูงตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในประเทศแอฟริกาใต้ ในปี พ.ศ. 2540 โดยปัจจุบัน โปรแกรมเอไอเอ ไวทัลลิตี้ มีสมาชิกกว่า 3.4 ล้านคนทั่วโลก ประเทศไทยเป็นตลาดที่ 6 ในกลุ่มบริษัทเอไอเอที่มีการเปิดตัวโปรแกรมเอไอเอ ไวทัลลิตี้ โดยมีบริษัท เอไอเอ จำกัด สาขาประเทศไทย เป็นผู้ให้บริการ หลังจากเปิดตัวที่สิงคโปร์ ออสเตรเลีย ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย

เอไอเอ ไวทัลลิตี้ จะช่วยสมาชิกวางแนวทางในการก้าวสู่สุขภาพที่ดีในระยะยาว เริ่มจากการให้สมาชิกกรอกแบบประเมินสุขภาพออนไลน์เพื่อให้เข้าใจถึงสถานะทางสุขภาพในปัจจุบันของตน จากนั้นจึงนำเสนอแนวทางในการเสริมสร้างสุขภาพ โดยการวางเป้าหมายด้านสุขภาพ และสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับจากพันธมิตรต่างๆ  วิธีนี้จะเป็นการช่วยให้สมาชิกสามารถมีสุขภาพที่ดีได้อย่างสะดวกและง่ายขึ้น โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากเกินไป ทุกครั้งที่สมาชิกเข้าร่วมกิจกรรมที่ส่งเสริมสุขภาพ ก็จะได้รับคะแนนเอไอเอ ไวทัลลิตี้ ซึ่งจะสะสมเพื่อยกระดับสถานะเอไอเอ ไวทัลลิตี้ ของตัวเอง ยิ่งสะสมคะแนนได้มากก็จะได้สถานะที่สูงขึ้น และได้รับรางวัลและสิทธิประโยชน์ต่างๆ มากขึ้นตามไปด้วย

เอไอเอ ไวทัลลิตี้ มีพันธมิตรสินค้าและบริการด้านสุขภาพชั้นนำของประเทศไทยที่จะช่วยสนับสนุนการดูแลสุขภาพและมอบสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้กับสมาชิก ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ส่วนลดค่าบริการตรวจสุขภาพ, สมาชิกฟิตเนสและโยคะ, อุปกรณ์กีฬา, อาหารเพื่อสุขภาพ, บัตรชมภาพยนตร์ รวมถึงส่วนลดตั๋วเครื่องบินและโรงแรม นอกจากนั้น สมาชิกโครงการเอไอเอ ไวทัลลิตี้ยังสามารถรับส่วนลดค่าเบี้ยจากแบบประกันที่ร่วมโครงการอีกด้วย พันธมิตรของ เอไอเอ ไวทัลลิตี้ ได้แก่ กลุ่มบริษัทกรุงเทพดุสิตเวชการ (อาทิ โรงพยาบาลกรุงเทพ โรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาลบีเอ็นเอช โรงพยาบาลพญาไท และโรงพยาบาลเปาโล), ฟิตเนส เฟิรส์ท, แอ๊บเซอลูท โยคะ, เพลย์กราวด์ สามหกศูนย์ (ผู้ค้าปลีกสินค้าไนกี้อย่างเป็นทางการ), เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ มาร์เก็ต, การ์มิน, ฟิตบิต, จอว์โบน, เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์, สายการบินแอร์เอเชีย, สายการบินเอมิเรตส์, กลุ่มโรงแรมแมริออท, สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์, รองเท้าเจอ็อกซ์ และเครื่องทำความสะอาดอากาศเมดคลิน