ข่าวดี! ‘ปตท.-บางจาก’ ลดน้ำมันดีเซล 40 สต./ล. เบนซินคงเดิม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.ค. 2559 18:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/662119

 

ข่าวดี! ‘ปตท.-บางจาก’ ลดราคาน้ำมันดีเซล 40 สต./ล. ส่วนกลุ่มน้ำมันเบนซิน ราคาคงเดิม มีผลตั้งแต่พรุ่งนี้ เวลา 05.00 น.

วันที่ 12 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปตท.-บางจาก ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล 40 สตางค์/ลิตร (ส่วนกลุ่มเบนซินราคาคงเดิม) มีผลตั้งแต่พรุ่งนี้ (13 ก.ค. 59) เวลา 05.00 น.

ราคาใหม่เป็นดังนี้

เบนซิน 95: 30.96 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 95: 24.00 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 91: 23.58 บาท/ลิตร E20: 21.34 บาท/ลิตร E85: 17.29 บาท/ลิตร ดีเซล 24.69 บาท/ลิตร (ราคานี้ยังไม่รวมภาษีท้องที่ของแต่ละจังหวัด).

หุ้นไทยปิดตลาดบวก 6.53 จุด มูลค่าซื้อขาย 68,357.78 ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.ค. 2559 17:23

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/662061

 

หุ้นไทยปิดตลาด 6.53 จุด ที่ระดับ 1,474.92 จุด มูลค่าการซื้อขาย 68,357.78 ล้านบาท…

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประจำวันที่ 12 ก.ค. 59 ปิดตลาดที่ 1,474.92 จุด เพิ่มขึ้น 6.53 จุด หรือคิดเป็น 0.44% โดยมีมูลค่าการซื้อขายตลอดทั้งวันอยู่ที่ 68,357.78 ล้านบาท

สำหรับ 5 อันดับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด ได้แก่ 1.บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 2.บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) 3.บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 4.บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) และ 5.บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน).

แจ้งเบี่ยงจราจร ถ.พหลโยธิน 15-17 ก.ค. วางท่อใต้ดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.ค. 2559 17:12

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/661959

 

รฟม. แจ้งเบี่ยงจราจรหน้า ร.ร.สตรีวรนาถบางเขน ถึง ปากซอยพหลโยธิน 24 เพื่อดำเนินการวางท่อสาธารณูปโภคใต้ดิน โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว (เหนือ) ช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต ช่วงวันที่ 15 – 17 ก.ค.2559 ในเวลา 22.00 – 05.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) แจ้งว่าในวันที่ 15 – 17 กรกฎาคม 2559 ตั้งแต่เวลา 22.00 – 05.00 น. รฟม.ขอแจ้งว่า บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ผู้รับจ้างก่อสร้างงานโยธา โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว (เหนือ) ช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต สัญญาที่ 1 จะดำเนินการวางท่อสาธารณูปโภคใต้ดิน บริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวรนาถบางเขน ถึง ปากซอยพหลโยธิน 24 ดังนั้นเพื่อให้การก่อสร้างดำเนินการด้วยความสะดวก และผู้สัญจรใช้รถใช้ถนนได้อย่างปลอดภัย รฟม.จึงมีความจำเป็นแจ้งเบี่ยงจราจรบนถนนพหลโยธินบริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวรนาถบางเขน ถึง ปากซอยพหลโยธิน 24

ผู้ที่สัญจรพื้นที่ดังกล่าว ต้องเบี่ยงช่องทางการจราจรบนถนนพหลโยธินฝั่งขาเข้า (ชิดบาทวิถี) เพิ่มจำนวน 2 ช่องทาง ทำให้มีช่องทางจราจรฝั่งขาเข้าคงเหลือ 1 ช่องทาง สำหรับฝั่งขาออกคงมี 2 ช่องทาง ในวันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม 2559 ถึงวันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม 2559 ตั้งแต่เวลา 22.00 – 05.00 น. เป็นระยะเวลา 3 วัน ทั้งนี้การเบี่ยงการจราจรเพื่อการดำเนินการก่อสร้าง อาจทำให้ผู้ใช้เส้นทางไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทางและอาจจะมีเสียงดังรบกวนในวันเวลาดังกล่าว ดังนั้นหากไม่มีความจำเป็น โปรดหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว.

หอการค้าไทย เผยดัชนีคอร์รัปชัน มิ.ย. ปรับตัวลด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.ค. 2559 16:58

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/661992

 

ม.หอการค้าไทย เผยดัชนีคอร์รัปชันไทยเดือน มิ.ย.59 เริ่มแผ่วลงจากการสำรวจครั้งก่อนเดือน ธ.ค.58 หลังรัฐลงทุนเมกะโปรเจกต์มากขึ้น หวั่นเกิดทุจริตจัดซื้อจัดจ้าง เผยอัตรารีดเงินใต้โต๊ะอยู่ที่ 1-15% คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 5.9 หมื่นล้านบาท ถึง 1.78 แสนล้านบาท ฉุดจีดีพีลด 0.42-1.27% แต่บางโครงการยังจ่ายสูงถึง 30-35%

นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลการสำรวจดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชันไทย จากกลุ่มตัวอย่าง 2,400 ตัวอย่าง จากประชาชนทั่วไป ผู้ประกอบการภาคเอกชน และข้าราชการ/ภาครัฐ เมื่อเดือน มิ.ย.59 ว่า ดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชันไทยโดยรวมอยู่ที่ 53 คะแนน จากเต็ม 100 คะแนน (0 คะแนน หมายถึง สถานการณ์ปรับตัวแย่ลงที่สุด และ 100 คะแนน หมายถึง สถานการณ์ปรับตัวดีที่สุดถึงไม่มีปัญหาเลย) ลดลงจาก 55 คะแนน ในการสำรวจครั้งก่อนเมื่อเดือน ธ.ค.58 แต่ดัชนียังยืนอยู่เหนือ 50 คะแนน ได้ถือว่าสถานการณ์คอร์รัปชันไทยยังดีอยู่ และยังดีกว่าการสำรวจในช่วงที่ผ่านมา ส่วนดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชันในปัจจุบันอยู่ที่ 51 จากครั้งก่อนที่ 52 คะแนน และดัชนีแนวโน้มสถานการณ์ในอนาคตอยู่ที่ 56 จากครั้งก่อนที่ 57 เพราะรัฐมีการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ต่างๆ ซึ่งอาจเกิดความเสี่ยงให้เกิดการทุจริตในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง

“ถ้าเปรียบเทียบความรุนแรงของปัญหาคอร์รัปชันในปัจจุบันกับปีที่ผ่านมา พบว่า ผู้ที่ตอบว่า รุนแรงเพิ่มขึ้นมี 38% น้อยกว่าครั้งก่อนที่ตอบ 44% ส่วนคาดการณ์ความรุนแรงในปีหน้า มีผู้ตอบรุนแรงเพิ่มขึ้นเพียง 16% น้อยกว่าครั้งก่อนที่มี 28% แต่กลับมีผู้ที่ตอบว่า รุนแรงเท่าเดิม 30% สูงกว่าครั้งก่อนที่มี 17% ส่วนความสามารถที่จะทานทนต่อการทุจริต อยู่ที่ 2.41 คะแนน จากเต็ม 10 คะแนน เท่ากับการสำรวจครั้งก่อน โดย 0 คะแนน หมายถึงเกลียดการทุจริต และ 10 คะแนน หมายถึง สามารถทนต่อการทุจริตได้” นางเสาวณีย์ กล่าว

สาเหตุสำคัญของการเกิดทุจริต อันดับ 1 คือ กฎหมายเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลยพินิจที่เอื้อต่อการทุจริต อันดับ 2 ความไม่เข้มงวดของการบังคับใช้กฎหมาย และอันดับ 3 กระบวนการทางการเมืองขาดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ยาก ซึ่งทั้ง 3 อันดับ ยังอยู่ในอันดับเดิมตั้งแต่มีการสำรวจในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา ส่วนรูปแบบการคอร์รัปชันที่เกิดบ่อยที่สุด อันดับ 1 ยังคงเป็นการให้สินบน ของกำนัล หรือรางวัล อันดับ 2 คือ การใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว และอันดับ 3 การใช้ตำแหน่งทางการเมืองเพื่อเอื้อประโยชน์แก่พรรคพวก

สำหรับทัศนคติและจิตสำนึกต่อการทุจริตคอร์รัปชันนั้น เมื่อถามว่าเห็นด้วยหรือไม่ว่าการทุจริตเป็นเรื่องไกลตัว ส่วนใหญ่ 94% ตอบว่า ไม่เห็นด้วย เท่ากับการสำรวจครั้งก่อน และมีสัดส่วนสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มสำรวจในปี 53 ส่วนเมื่อถามว่า เห็นด้วยหรือไม่ว่า แม้รัฐบาลทุจริตคอร์รัปชันแต่มีผลงานและทำประโยชน์ให้สังคมเป็นเรื่องที่รับได้ ส่วนใหญ่ 89% ตอบว่า ไม่เห็นด้วย และถามว่าเห็นด้วยหรือไม่ว่าการให้สินน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นเรื่องไม่เสียหาย ส่วนใหญ่ 91% ตอบว่า ไม่เห็นด้วย สะท้อนให้เห็นว่าการรณรงค์สร้างจิตสำนึกไม่เอาทุจริตคอร์รัปชันในช่วงที่ผ่านมาได้ผลเป็นอย่างดี

นางเสาวณีย์ กล่าวต่อถึงความเสียหายของการทุจริตคอร์รัปชัน โดยประเมินจากงบประมาณรายจ่าย ปี 59 ที่ 2.72 ล้านล้านบาทว่า แม้จะมีการจ่ายเงินใต้โต๊ะ แต่อัตราการจ่ายอยู่ที่เฉลี่ย 1-15% เท่ากับการสำรวจครั้งก่อน โดยหากจ่ายที่ 5% มูลค่าความเสียหายจะอยู่ที่ 59,610 ล้านบาท หรือ 2.19% ของเงินงบประมาณ และมีผลทำให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจลดลง 0.42% แต่หากจ่ายที่ 15% คิดเป็นความเสียหาย 178,830 ล้านบาท หรือ 6.57% ของเงินงบประมาณ และมีผลทำให้เศรษฐกิจลดลง 1.27% โดยการลดการเรียกเงินสินบนลงทุกๆ 1% จะทำให้มูลค่าความเสียหายจากการคอร์รัปชันลดลง 10,000 ล้านบาท

ด้าน นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ค่าเฉลี่ยความสามารถที่จะทานทนต่อการทุจริตคอร์รัปชัน ในการสำรวจเดือน มิ.ย.59 อยู่ที่ 2.41 เท่ากับครั้งก่อน และยังเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่มีการสำรวจในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นว่า คนไทยเริ่มรับไม่ได้กับการคอร์รัปชัน และผู้ตอบส่วนใหญ่ 85% ระบุยินดีมีส่วนร่วมในการป้องกันต่อต้านการทุจริต ส่วนอีก 9% ตอบไม่ต้องการมีส่วนร่วม และอีก 6% อยากมีส่วนร่วมแต่ทำไม่ได้ เพราะความจำเป็น กลัวอันตราย อย่างไรก็ตาม ในปีนี้องค์การเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ได้ประเมินสถานการณ์คอร์รัปชันในไทยดีขึ้น โดยจัดให้อยู่ในอันดับที่ 10 ของเอเชีย จากปีก่อนที่อันดับ 12 และอยู่อันดับ 76 ของโลก

“แม้แนวโน้มดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชันไทยจะดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา แต่ในการสำรวจล่าสุดยังพบว่า ยังมีความพยายามหาช่องว่างของกระบวนการที่จะจ่ายเงินใต้โต๊ะหรือเงินพิเศษเพิ่มขึ้น โดยบางรายต้องการจ่าย 30-35% ด้วยซ้ำ เพื่อให้ได้งาน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ประชาชนต้องการให้รัฐดำเนินการเพื่อต่อต้านการทุจริตคือ ลดการใช้ดุลยพินิจ, มีกฎหมายคนแจ้งเบาะแสทุจริต, ตรวจสอบการทุจริตของข้าราชการ, สร้างระบบที่ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมตรวจสอบ เป็นต้น” นายธนวรรธน์ กล่าว.

บินไทยจัดกิจกรรม ‘แพทย์นักบิน นางฟ้าพยาบาล’ ปี 59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.ค. 2559 16:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/661941

 

การบินไทย จัดกิจกรรม “แพทย์นักบิน นางฟ้าพยาบาล” ประจำปี 2559 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระราชินี เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 ส.ค. โดยจะเปิดตรวจรักษาสุขภาพกาย สุขภาพช่องปาก แก่ชาวบ้าน อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์…

เมื่อวันที่ 12 ก.ค.2559 กัปตันภูริต ศรีวัฒน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แม้ว่าวิทยาการทางการแพทย์ของประเทศไทยจะก้าวหน้าและได้รับการพัฒนาให้ทัดเทียมกับนานาชาติ จนทำให้คนไทยจำนวนมากได้รับการดูแลรักษาให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่ต้องยอมรับว่า สำหรับในพื้นที่ห่างไกล ยังคงมีประชาชนอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังห่างไกลจากการได้รับบริการด้านสาธารณสุขขั้นพื้นฐานอย่างทั่วถึง ดังนั้นบริษัทฯ จึงได้สนับสนุนให้จัดกิจกรรม “แพทย์นักบิน นางฟ้าพยาบาล” ประจำปี 2559 ซึ่งเป็นไปตามนโยบายในฐานะสายการบินแห่งชาติ ที่จะดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility : CSR) และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559

ในโครงการฯ นี้ มีพนักงานของบริษัทฯ ที่เป็นแพทย์และพยาบาล ได้แก่ นักบินที่เป็นแพทย์และทันตแพทย์ พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่เป็นแพทย์และพยาบาล ทีมแพทย์และพยาบาลจากสำนักงานแพทย์ของบริษัทฯ พร้อมด้วยพนักงานจิตอาสาฝ่ายต่างๆ ร่วมออกหน่วยแพทย์ เพื่อทำการตรวจรักษาสุขภาพกาย สุขภาพช่องปาก (ถอนฟัน อุดฟัน) โดยกำหนดออกหน่วยแพทย์ฯ ในวันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม 2559 ณ โรงเรียนบ้านหนองสีซอ อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อตรวจรักษาให้แก่เด็กนักเรียน และชาวบ้านทั่วไป รวมทั้งผู้ด้อยโอกาสในหมู่บ้านใกล้เคียง

คาดว่าจะมีผู้เข้ารับการตรวจรักษาโรคทั่วไปและทันตกรรม รวมเป็นจำนวน 400-500 คน สำหรับงบประมาณทั้งหมดที่ใช้ในการจัดกิจกรรม ได้รับการสนับสนุนจากพนักงานการบินไทย และผู้มีจิตศรัทธา เพื่อซื้อยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ยังได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ได้แก่ ด้านการประสานงานหลักในพื้นที่ที่ออกหน่วยแพทย์ฯ ได้รับการสนับสนุนจากกองบิน 4 จังหวัดนครสวรรค์, ด้านทันตกรรม ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยทันตกรรมพระราชทาน คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก, ด้านแพทย์ทั่วไป ยารักษาโรค เวชภัณฑ์ และอื่นๆ ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์ สมาคมนักบินไทย บริษัท เบอร์ลินฟาร์มาซูติคอล อินดัสตรี้ จำกัด บริษัท ที เอ็น พี เฮลท์แคร์ จำกัด บริษัท สยามฟาร์มาซูติคอล จำกัด บริษัท ยูโรเปี้ยนฟู้ด จำกัด (มหาชน) และ บริษัท AVIS Rent A Car Thailand

ทั้งนี้ การจัดกิจกรรม “แพทย์นักบิน นางฟ้าพยาบาล” จัดมาอย่างต่อเนื่องและครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 7 ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมไปแล้วจำนวน 6 ครั้ง ดังนี้ ปี 2553 จัดที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนการบินไทย จังหวัดสระแก้ว ปี 2554 จัดกิจกรรมเพื่อตรวจรักษาผู้ประสบอุทกภัย ที่ชุมชนบริเวณเขตดอนเมือง ปี 2555 จัดที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนการบินไทย จังหวัดสระแก้ว ในกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ปี 2556 จัดที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนการบินไทย จังหวัดสระแก้ว ในกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ปี 2556 จัดที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านถ้ำหิน อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี และในปี 2558 จัดที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนการบินไทย จังหวัดสระแก้ว.

เช็กด่วน! ฮอนด้าเรียกรถในไทยกว่า 2 แสนคัน เปลี่ยนถุงลมนิรภัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.ค. 2559 16:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/661949

 

“ฮอนด้า” แจ้งเรียกรถหลายรุ่นและหลายปีการผลิต 234,819 คัน เข้ารับการตรวจสอบและเปลี่ยนชิ้นส่วนในชุดถุงลมด้านหน้าฝั่งคนขับ เพื่อสร้างความมั่นใจในการใช้งาน…

เมื่อวันที่ 12 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด แจ้งเรียกรถยนต์เพิ่มเติมในประเทศไทย เพื่อเข้ารับบริการตรวจสอบและเปลี่ยนชิ้นส่วนในชุดถุงลมด้านหน้าฝั่งคนขับของทาคาตะ ซึ่งเป็นมาตรการเชิงป้องกันและสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยให้กับลูกค้า โดยการแจ้งเรียกรถยนต์เพิ่มเติมในครั้งนี้ มีรถยนต์ที่เข้าข่ายจำนวน 234,819 คัน ที่ต้องเข้ารับบริการตรวจสอบและเปลี่ยนชิ้นส่วนที่ศูนย์บริการฮอนด้าทุกแห่งทั่วประเทศ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

ทั้งนี้ ฮอนด้าแจ้งเรียกรถยนต์เพิ่มเติมในครั้งนี้ จากกรณีปัญหาของชุดสร้างแรงดันก๊าซในชุดถุงลมด้านหน้าฝั่งคนขับของทาคาตะ ที่อาจสร้างแรงดันสูงผิดปกติในขณะที่ชุดถุงลมทำงานในบางกรณี ซึ่งในกรณีดังกล่าว อาจทำให้ชุดถุงลมแตกออก และก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่อผู้ขับขี่ หรือ ผู้โดยสารได้

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า การแจ้งเรียกรถยนต์เพิ่มเติมในครั้งนี้ มีรุ่นรถยนต์ที่เข้าข่ายการเปลี่ยนชิ้นส่วนในชุดถุงลมด้านหน้าฝั่งคนขับ ได้แก่ ซิตี้ รุ่นปี 2012-2013 ซิตี้ซีเอ็นจี รุ่นปี 2012 แจ๊ซ รุ่นปี 2012-2013 แจ๊ซ ไฮบริด รุ่นปี 2013 แจ๊ซ (นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น) รุ่นปี 2012 ซีอาร์-วี รุ่นปี 2011 อย่างไรก็ตาม ฮอนด้าอยู่ในระหว่างการจัดเตรียมชิ้นส่วน เพื่อให้รองรับการเปลี่ยนในครั้งนี้โดยเร็วที่สุด ซึ่งในลำดับต่อไปทางบริษัทฯ จะจัดส่งจดหมายไปยังลูกค้าแต่ละราย เพื่อให้นำรถเข้ามาตรวจสอบและเปลี่ยนชิ้นส่วนดังกล่าว จึงขอให้ลูกค้าที่ได้รับจดหมาย ให้โทรศัพท์ติดต่อที่ศูนย์บริการฮอนด้าทุกแห่งทั่วประเทศ เพื่อนัดหมายเข้ารับบริการ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

การเรียกรถกลับมารับบริการในครั้งนี้ เป็นกรณีเพิ่มเติมจากการเรียกเข้ารับบริการครั้งก่อนหน้านี้ ที่ทางฮอนด้าได้ส่งจดหมายแจ้งลูกค้าไปแล้ว จึงขอให้ลูกค้าที่ยังไม่ได้เข้ารับบริการติดต่อศูนย์บริการฮอนด้า เพื่อนำรถยนต์เข้ารับบริการเปลี่ยนชิ้นส่วนในชุดถุงลมด้านหน้าของทาคาตะ โดยมีรายละเอียดการส่งจดหมายแจ้งลูกค้าที่ผ่านมาสรุปดังนี้ รุ่นรถยนต์ (เฉพาะรุ่นที่มีถุงลม) ที่เข้าข่ายการเปลี่ยนชิ้นส่วนในชุดถุงลมด้านหน้าฝั่งคนขับของทาคาตะ ได้แก่ บริโอ้ รุ่นปี 2012-2014 บริโอ้ อเมซ รุ่นปี 2014 ซิตี้ รุ่นปี 2003-2011 แจ๊ซ รุ่นปี 2009-2011 ซีวิค รุ่นปี 2006-2011 และ รุ่นปี 2013-2014 แอคคอร์ด รุ่นปี 2004-2007 ซีอาร์-วี รุ่นปี 2007-2010 และ รุ่นปี 2013 และรุ่นรถยนต์ (เฉพาะรุ่นที่มีถุงลม) ที่เข้าข่ายการเปลี่ยนชิ้นส่วนในชุดถุงลมด้านหน้าฝั่งผู้โดยสารของทาคาตะ ได้แก่ ซิตี้ รุ่นปี 2003-2009 แจ๊ซ รุ่นปี 2004-2009 ซีวิค รุ่นปี 2001-2009 แอคคอร์ด รุ่นปี 2003 ซีอาร์-วี รุ่นปี 2002-2009 สตรีม รุ่นปี 2002-2004

สำหรับกรณีของลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถยนต์ที่เข้าข่ายการเรียกเข้ารับบริการดังกล่าว แต่ไม่ได้รับจดหมายแจ้ง เนื่องจากมีการเปลี่ยนที่อยู่ หรือมีการเปลี่ยนเจ้าของรถใหม่ และในกรณีที่ลูกค้าท่านใดสงสัยว่ารถอยู่ในข่ายที่ต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนในชุดถุงลมหรือไม่ สามารถนำหมายเลขตัวถังตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นได้หลายช่องทาง ดังนี้ เข้าเว็บไซต์ www.honda.co.th/vinsearch โทรศัพท์ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นกับศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ โดยสามารถค้นหาหมายเลขโทรศัพท์ของศูนย์บริการฮอนด้าได้ที่ http://www.honda.co.th/th/dealer สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Honda Call Center โทร. 0-2341-7777 บริษัทฯ ต้องขออภัยในความไม่สะดวกที่อาจเกิดขึ้นกับลูกค้าทุกท่านมา ณ โอกาสนี้ และต้องขอชี้แจงว่าการเรียกเข้ารับบริการในครั้งนี้ เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยให้กับลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ฮอนด้าทุกท่าน.

นายกฯ เยี่ยมชม รถเมล์ ขสมก.นำของเก่ามาปรับปรุงใหม่ ไฉไลกว่าเดิม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.ค. 2559 15:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/661856

 

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมการจัดแสดงรถโดยสารประจำทางของ ขสมก.โดยเป็นรถร้อนแบบใช้เครื่องดีเซล และเอ็นจีวีเก่าที่ปรับปรุงใหม่ให้ใกล้เคียงกับรถใหม่ รวมทั้ง ปอ.แบบไฮบริด เพื่อใช้ระหว่างรอรถประจำทางที่จัดซื้อ…

เมื่อวันที่ 12 ก.ค.2559 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี เยี่ยมชมการจัดแสดงรถโดยสารประจำทางของ ขสมก. จำนวน 5 คัน ในวันอังคารที่ 12 กรกฎาคม 2559 เวลา 08.00-09.00 น. ณ บริเวณหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี แสดงรถโดยสาร พร้อมอุปกรณ์ส่วนควบและคุณลักษณะที่สำคัญของรถโดยสารเก่าที่ปรับปรุงสภาพใหม่ และรถโดยสารตัวอย่างที่ ขสมก. กำลังดำเนินการจัดหา เพื่อให้นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ได้พิจารณาและเปรียบเทียบคุณลักษณะของรถ และอัตราการสิ้นเปลืองพลังงานเชื้อเพลิง


นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เร่งดำเนินการจัดหารถโดยสารใหม่ เพื่อนำมาให้บริการประชาชน นั้น ขสมก. ได้จัดทำแผนการจัดหารถโดยสารใหม่และปรับปรุงสภาพรถโดยสารเก่า เพื่อนำมาใช้งาน ระหว่างการจัดหารถโดยสาร ทาง ขสมก. จะจัดแสดงรถโดยสาร พร้อมอุปกรณ์ส่วนควบและคุณลักษณะที่สำคัญของรถโดยสารเก่าที่ปรับปรุงสภาพใหม่ และรถโดยสารตัวอย่างที่ ขสมก. กำลังดำเนินการจัดหา เพื่อให้นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ได้พิจารณาและเปรียบเทียบคุณลักษณะของรถ และอัตราการสิ้นเปลืองพลังงานเชื้อเพลิง

ทั้งนี้ ขสมก. จะจัดแสดงรถโดยสาร จำนวน 5 คัน ประกอบด้วย รถโดยสารเก่าที่ปรับปรุงสภาพเป็นรถใหม่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง จำนวน 2 คัน รถโดยสารใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง จำนวน 1 คัน รถโดยสารปรับอากาศระบบไฟฟ้า จำนวน 1 คัน รถโดยสารปรับอากาศระบบดีเซลและไฟฟ้า (Hybrid) จำนวน 1 คัน สำหรับรถโดยสารที่นำมาจัดแสดงในครั้งนี้เป็นรถโดยสารของ ขสมก. จำนวน 3 คัน ได้แก่ รถโดยสารเก่าที่ปรับปรุงสภาพเป็นรถใหม่ยี่ห้อฮีโน่ และเบนซ์ จำนวน 2 คัน ที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง โดยรถดังกล่าวเป็นรถต้นแบบที่องค์การจะทยอยนำมาปรับปรุง เพื่อให้มีสภาพการใช้งานได้เทียบเท่ากับ รถโดยสารใหม่ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2560 และอีก 1 คัน เป็นรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ NGV ยี่ห้อฮีโน่ ที่เปลี่ยนเครื่องยนต์จากระบบดีเซลเป็นระบบก๊าซธรรมชาติ NGV


นอกจากนั้น ขสมก. ได้รับความร่วมมือจากบริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) นำรถโดยสารปรับอากาศระบบไฟฟ้า จำนวน 1 คัน ซึ่งเคยนำมาให้ ขสมก. ทดลองวิ่งให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสาร ระหว่างวันที่ 26 ก.พ.-25 พ.ค. 59 และบริษัท ฮีโน่มอเตอร์สเซลส์(ประเทศไทย) จำกัด นำเข้ารถโดยสารปรับอากาศยี่ห้อ ฮีโน่ระบบดีเซลและไฟฟ้า (Hybrid) จำนวน 1 คัน มาทดลองวิ่งให้บริการประชาชนในเส้นทางจริง เพื่อทดสอบประสิทธิภาพการทำงาน และสมรรถภาพของรถโดยสาร ขณะนี้ วิ่งให้บริการในเส้นทางเดินรถสาย A1, A2, 510, 522, 77, 137, 140, 138, 511 และสาย 145 รวม 10 เส้นทาง เส้นทางละ 15 วัน โดยเก็บค่าโดยสารตามอัตราปกติ (เริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย.-15 พ.ย. 59) ทั้งนี้ เพื่อเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งในการจัดหารถโดยสารที่ประหยัดพลังงานเชื้อเพลิง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาวิ่งให้บริการประชาชน เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานการให้บริการรถโดยสารประจำทางของ ขสมก.ต่อไป.

ทองเปิดตลาด ปรับลด 50 รูปพรรณขายบาทละ 23,100

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.ค. 2559 10:18

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/661474

 

ราคาทองวันที่ 12 ก.ค. 59 เปิดตลาดลดลง 50 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 22,500 ขายออกบาทละ 22,600 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 22,088.12 ขายออกบาทละ 23,100 บาท…

วันที่ 12 ก.ค. 59 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.25 น. ลดลง 50 บาท ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 22,500.00 บาท ขายออกบาทละ 22,600.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 22,088.12 บาท ขายออกบาทละ 23,100.00 บาท.

ดึงสหกรณ์เป็นสมาชิกเครดิตบูโร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 ก.ค. 2559 08:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/661309

 

นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือเครดิตบูโร เปิดเผยว่า บริษัทได้ส่งหนังสือไปยังกลุ่มสหกรณ์ออมทรัพย์ทั่วประเทศราว 150 แห่ง ที่มีสมาชิกตั้งแต่ 5,000 รายขึ้นไป และมีขีดความสามารถบริหารจัดการภายในสูง เพื่อเชิญชวนให้เป็นสมาชิกเครดิตบูโร หลังจากคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิต ประกาศให้สหกรณ์และชุมนุมสหกรณ์สมัครเป็นสมาชิกเครดิตบูโรได้ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกัน

ทั้งนี้ หลังจากส่งหนังสือแจ้งไปยังสหกรณ์ต่างๆ ปรากฏว่า มีสหกรณ์ 133 ราย สอบถามข้อมูลและ 6 ราย ได้ยื่นใบสมัครขอเป็นสมาชิกเครดิตบูโรแล้ว ขณะเดียวกัน เครดิตบูโรได้อนุมัติให้สหกรณ์ออม–ทรัพย์กรมป่าไม้ จำกัด เป็นสมาชิกรายล่าสุด โดยผ่านขั้นตอนการเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการปฏิบัติงานแล้ว และหลังจากนี้ก็จะคัดเลือกนำสหกรณ์เข้ามาเป็นสมาชิกเครดิตบูโรอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยยกระดับการบริหารความเสี่ยงด้านการฝากเงิน การปล่อยกู้ยืมของสหกรณ์ออมทรัพย์ให้เข้มแข็ง มีมาตรฐานเทียบเคียงกับสถาบันการเงินชั้นนำ ตลอดจนเป็นการช่วยปฏิรูปสหกรณ์ตามนโยบายของรัฐบาลด้วย

นายโชคชัย เลิศเกียรติวงศ์ กรรมการทำหน้าที่ผู้จัดการ สหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้ กล่าวว่าการเข้าเป็นสมาชิกเครดิตบูโรจะช่วยให้สหกรณ์ สามารถบริหารความเสี่ยงได้มีประสิทธิภาพขึ้น เพราะช่วยให้สหกรณ์ มีข้อมูลสมาชิกที่มาขอกู้ว่ามีหนี้ที่ไหนบ้าง มีกี่บัญชี แต่ละบัญชีชำระหนี้ครบ ชำระตรงตามกำหนดหรือไม่ รวมถึงมีพฤติกรรมที่บ่งบอกถึงปัญหาความตั้งใจในการชําระหนี้เป็นอย่างไร ตลอดจนทำให้ทราบถึงสถานะสมาชิกว่า กำลังถูกดำเนินการทางกฎหมายหรือไม่ เพราะหากสหกรณ์ไม่รู้และยังปล่อยกู้ออกไปอาจเกิดความเสียหายขึ้นได้

“ที่ผ่านมาเกิดคำถามมากว่า สหกรณ์ตัดสินใจเอาเงินฝากของสมาชิกคนหนึ่งไปให้สมาชิกอีกคน กู้ยืมนั้น อะไรคือความมั่นคงปลอดภัยของเงินที่นำเงินมาให้สหกรณ์บริหาร แต่หากสหกรณ์ต้องการให้มีระบบการบริหารความเสี่ยงด้านสินเชื่อที่มีประสิทธิภาพก็ต้องเข้าร่วมเป็นสมาชิกเครดิตบูโร”.

ธปท.จับตาเศรษฐกิจการเงินโลกใกล้ชิด สร้างภูมิคุ้มกันรับมือสกัดลามเป็นลูกโซ่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 ก.ค. 2559 08:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/661306

 

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวถึงทิศทางเศรษฐกิจและเสถียรภาพการเงินไทยในโอกาสนักเศรษฐศาสตร์จากองค์กรชั้นนำต่างๆเข้าเยี่ยมและแลก เปลี่ยนความคิดเห็นกับ ธปท.ว่า จากนี้ต่อไปการเปลี่ยนแปลงของนโยบายการเงินของโลก และเศรษฐกิจโลกที่เปราะบาง จะสร้างผลกระทบให้เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย ดังนั้น นโยบายการเงินของไทยจะต้องเตรียมตัวและสร้างภูมิคุ้มกัน เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น โดย ธปท.จะดูแลไม่ให้เกิดจุดเปราะบางขึ้นในระบบการเงินไทย จึงต้องจับตาอย่างใกล้ชิดให้แน่ใจว่าไม่มีจุดอ่อนไหว และที่สำคัญต้องเห็นความเชื่อมโยงระหว่างจุดต่างๆ ป้องกันไม่ให้เวลาเกิดปัญหาแล้วจะลามเป็นลูกโซ่ได้

“ที่ผ่านมา ธปท. ตั้งหน่วยงานดูแลเสถียรภาพทางการเงิน เพื่อติดตามดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ เพราะเป็นโจทย์ใหญ่ที่ ธปท.ต้องทำงานร่วมกับหลายหน่วยงานที่ต้องทำงานใกล้ชิด และต้องมองเสถียรภาพของประเทศในภาพใหญ่ เพราะยังมีหลายธุรกิจการเงินที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ธปท. ดังนั้น เราต้องมองถึงความเชื่อมโยงต่างๆ เพื่อรับมือสถานการณ์ และความผันผวนที่จะมาจากต่างประเทศทั้งระบบ”.