“โออิชิ” ดึงคนดื่มนม-น้ำผลไม้ ทุ่มอัดสื่อออนไลน์เจาะวัยรุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 ก.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/661287

 

นางเจษฎากร โคชส์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ต้นปี 59 ตลาดชาพร้อมดื่มโดยรวมเติบโตติดลบ 3.9% สวนทางกับโออิชิที่เติบโตสูงขึ้น 10.1% เป็นผลจากการเข็นสินค้าใหม่เข้ามาทำตลาดต่อเนื่อง โดยเฉพาะ “โออิชิ กรีนที องุ่นเคียวโฮ” ที่ตลาดให้การตอบรับดีเกินคาด จนสินค้ามียอดขายขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ที่ผู้บริโภคเลือกดื่ม รองจาก “โออิชิ ฮันนี่ เลม่อน” ขณะที่อันดับ 3 คือ โออิชิชาเขียวรสข้าวญี่ปุ่น นอกจากนี้ ยังอัดแคมเปญซัมเมอร์โปรโมชั่นที่โดนใจลูกค้าด้วย ล่าสุดเตรียมจัดแคมเปญใหญ่ “โออิชิ ซีรี่ส์ แบทเทิลเคียวโฮ ไฟท์โตะ” ที่ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี วันที่ 6 ส.ค.นี้ ซึ่งคาดว่าจะได้รับการตอบรับจากกลุ่มวัยรุ่นเป็นจำนวนมาก รวมถึงขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ โดยเฉพาะกลุ่มที่เคยดื่มนม และดื่มน้ำผลไม้ เพิ่มขึ้น

“ในภาวะที่ตลาดแข่งขันรุนแรง หากเครื่องดื่มชาเขียวพร้อมดื่มไม่มีการอัดกิจกรรมหรือทำอะไรเลย ลูกค้ากลุ่มที่เคยดื่มนมและน้ำผลไม้ ก็จะกระโดดไปดื่มน้ำอัดลมแทนชาเขียว ไตรมาส 3 บริษัท มีแผนทุ่มงบกว่า 50 ล้านบาท ทำกิจกรรมการตลาดสื่อสารกับผู้บริโภคทั้งกลุ่มลูกค้าทั่วไป (แมส) กลุ่มวัยรุ่นอายุ 15-45 ปี ผ่านช่องทางออนไลน์ สื่อนอกบ้าน และทีวีสกู๊ป เพื่อเจาะตรงถึงกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายและรักษาความเป็นผู้นำตลาดอันดับ 1 ทั้งในตลาดชาโดยรวมและตลาดชาเขียว ที่โออิชิกรุ๊ปมีส่วนแบ่งตลาด 43.6%”.

อนุมัติให้ ร.ฟ.ท.ดูแลโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง 2 ช่วง ค่า 4 หมื่นล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.ค. 2559 20:59

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/661127

 

คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ อนุมัติให้การรถไฟ เดินหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อนและสีแดงเข้ม วงเงินรวมมากกว่า 4 หมื่นล้านบาท พร้อมขยายวงเงินพัฒนาสนามบินภูเก็ตจาก 5,000 ล้าน เป็น 8,861 ล้าน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ คนร. มีมติเห็นชอบให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ดำเนินโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน-หัวหมาก และสายสีแดงเข้ม ช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง วงเงิน 44,157 ล้านบาท

ทั้งนี้ให้ ร.ฟ.ท.เป็นผู้บริหารทรัพย์สิน โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ตามแนวเขตทางรถไฟและย่านสถานีให้เกิดประโยชน์สูงสุด และมอบหมายให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรอง และกระทรวงคมนาคมร่วมกันจัดทำหลักเกณฑ์การพิจารณารูปแบบการบริการจัดการโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน และแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อกำกับติดตามพัฒนาที่ดินของการรถไฟฯ ทั้งระบบ และให้เสนอกลับมายัง คนร.เพื่อพิจารณาภายใน 3 เดือน

นอกจากนี้ คนร.ยังเห็นชอบขยายกรอบวงเงินพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต จาก 5,000 ล้าน เป็น 8,861 ล้าน เพื่อชดเชยผลกระทบด้านเสียงที่เกิดจากการดำเนินโครงการ และเห็นชอบให้ดำเนินการก่อสร้างสายเคเบิ้ลใต้น้ำไปยังเกาะสมุยและเกาะเต่า รวมวงเงิน 3,906 ล้านบาท

ขณะเดียวกันยังมีมติเห็นชอบในหลักการของร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ ตามที่คณะอนุกรรมการเตรียมจัดตั้งบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ โดยมอบหมายให้กระทรวงการคลังเร่งนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป.

‘อภิศักดิ์’ ยัน ระบบพร้อมเพย์ปลอดภัยสูง ไม่ยุ่งข้อมูลส่วนตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.ค. 2559 20:16

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/661047

 

รมว.คลัง ยัน ระบบพร้อมเพย์มีความปลอดภัยสูง อยู่ภายใต้การดูแลของแบงก์ชาติ-ธนาคารพาณิชย์อย่างใกล้ชิด ระบุ การลงทะเบียนผ่านเลขบัตร ปชช. เป็นข้อมูลอ้างอิงยืนยันตัวตนการทำธุรกรรมเท่านั้น ไม่มีการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลอย่างแน่นอน…

วันที่ 11 ก.ค.59 จากกรณีที่ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าฯ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ออกมาระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับระบบพร้อมเพย์ และหากไม่มีการออกกฎหมายบังคับใช้ จะไม่มีวันยอมเข้าระบบ เนื่องจากมีการใช้เลขบัตรประจำตัวประชาชนที่ถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลมาเชื่อมโยงข้อมูล ซึ่งอาจจะไม่ปลอดภัย

ประเด็นดังกล่าว นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงว่า ได้สั่งการให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้ว และยืนยันว่าการลงทะเบียนพร้อมเพย์ ด้วยการผูกเลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือเบอร์โทรศัพท์กับเลขบัญชีธนาคารนั้นไม่มีปัญหาอะไร และไม่ได้มีเงื่อนไขที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนแตกต่างไปจากที่ผ่านมา เพราะการนำเลขบัตรประจำตัวประชาชนมาใช้ลงทะเบียนนั้นเป็นเพียงการอ้างอิงข้อมูลเพื่อยืนยันตัวตนเท่านั้น

ขณะที่ ข้อมูลของตัวบุคคลตามเลขประจำตัวประชาชน ธนาคาร หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่สามารถเข้าไปยุ่งได้ เนื่องจากเป็นข้อมูลส่วนบุคคล และระบบพร้อมเพย์ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลด้วย

นายอภิศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. และธนาคารพาณิชย์ ได้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด ทำให้เห็นความสำคัญและมีความเข้าใจเรื่องความปลอดภัยเป็นอย่างดี และที่ผ่านมาก็ได้มีการพัฒนาการให้บริการทางการเงินที่ทันสมัยมากขึ้น เช่น โมบายแบงก์กิ้ง ดังนั้นระบบพร้อมเพย์จึงไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ทั้งหมด และยืนยันว่าเป็นระบบที่มีความปลอดภัยอย่างแน่นอน

สำหรับการลงทะเบียนพร้อมเพย์ เป็นระบบที่ทำให้เกิดความสะดวกสบายในการทำธุรกรรม รับและจ่ายเงินเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องภาษี หรือการตรวจสอบเส้นทางการเงินแต่อย่างใด.

ปัจจัย ตปท. หนุนหุ้นไทยปิดบวก 12.74 จุด ดัชนีแตะ 1,468 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.ค. 2559 17:26

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/661037

 

ปัจจัยต่างประเทศหนุนหุ้นไทยปิดบวก 12.74 จุด ดัชนีแตะ 1,468 จุด นักวิเคราะห์ยังคงแนะนำให้เก็บหุ้นในกลุ่มที่เติบโตจากเศรษฐกิจภายในประเทศต่อเนื่อง

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประจำวันที่ 11 ก.ค. 59 ได้รับปัจจัยบวกจากต่างประเทศหนุนให้ตลาดปิดบวก 12.74 จุด ดัชนีแตะ 1,468 จุด มีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 59,587.31 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 2.บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 3.บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) 4.บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และ 5.บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)

คาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้รับปัจจัยบวกจากต่างประเทศต่อเนื่อง

นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ KTBST กล่าวว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ยังคงต้องรอผลการเลือกตั้งในสภาสูงของญี่ปุ่นที่จะหนุนให้บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียดีขึ้น ต่อเนื่องจากคืนวันศุกร์ (8 ก.ค.) ที่สหรัฐฯ มีการรายงานตัวเลขการจ้างงานที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด โดยส่งผลบวกมาถึงตลาดหุ้นในสัปดาห์นี้

ขณะที่ประเด็นในเรื่องของ Brexit นั้นยังไม่มีการเพิ่มความกังวลให้กับนักลงทุนในเวลานี้ เพราะตลาดรอดูผลการประชุมธนาคารกลางอังกฤษในวันพฤหัสฯ (14 ก.ค.) ว่าจะปรับนโยบายทางการเงินทั้งดอกเบี้ยและการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าระบบ หรือการทำ QE เพื่อรองรับผลของ Brexit ในอนาคต หลังไม่มีการปรับนโยบายทางการเงินนี้มานานหลายปี ดังนั้นปัจจัยในต่างประเทศ จึงให้น้ำหนักไปในทางที่เป็นบวก

ส่วนปัจจัยในประเทศ ตลาดยังรับปัจจัยเดิมๆ เพราะขาดปัจจัยใหม่ๆ เข้ามาในตลาด ดังนั้นในช่วงนี้หุ้นในกลุ่มที่เติบโตจากเศรษฐกิจภายในประเทศ (Domestic Play) และกลุ่มที่เป็นการลงทุนของทั้งภาครัฐกับเอกชนยังเป็นกลุ่มนำตลาดต่อไป ขณะที่การเก็งกำไรงบไตรมาส 2 นั้นจะเป็นการเก็งเป็นรายตัวไป รวมถึงหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลกลางปีด้วย

“กลยุทธ์การลงทุนในสัปดาห์นี้มองว่าตลาดหุ้นอาจจะไม่เคลื่อนไหว ไม่ดีเหมือนสัปดาห์ก่อน จึงแนะให้รอซื้อเมื่ออ่อนตัวหรือเลือกขายกำไรบางส่วนในหุ้นที่ปรับตัวสูงขึ้นมาก มองกรอบว่าดัชนีหุ้นในสัปดาห์นี้ที่ 1,468-1,485 จุด”

นายชาตรี โรจนอาภา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ บล. เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด มองว่า กลยุทธ์การลงทุนของ บล. KTBST ยังให้น้ำหนักในตลาดหุ้นญี่ปุ่น และเอเชียที่ไม่ได้รับผลกระทบจากเรื่อง Brexit ขณะที่หุ้นสหรัฐฯ แม้เศรษฐกิจมีแนวโน้มเติบโตดีขึ้น แต่หุ้นที่ปรับตัวขึ้นมากอาจมองว่าเป็นระดับราคาที่แพง โดยการลงทุนที่ยังแนะนำยังคงเป็นการลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ประเภทโครงสร้างพื้นฐาน หุ้นกู้ภาคเอกชน ส่วนทิศทางราคาทองคำมองว่าแนวโน้มยังคงไปได้ต่อ เพราะยังได้ปัจจัยจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่ยังมีอยู่ มองว่าราคาอาจไปถึงที่ระดับ 1,400 เหรียญฯ ได้.

ปตท.-บางจาก ลดเบนซิน 60 สต./ล. เว้น E20,E85 ลง 70 สต. คงดีเซล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.ค. 2559 16:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/660961

 

ปตท.-บางจาก ลดราคากลุ่มน้ำมันเบนซิน 60 สต./ล. เว้น E20, E85 ลง 70 สต./ล. ส่วนดีเซลคงเดิม มีผลพรุ่งนี้ (12 ก.ค.) เวลา ตี 5…

วันที่ 11 ก.ค.59 ปตท.-บางจาก ปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินลง 60 สตางค์/ลิตร เว้น E20 เเละ E85 ลดลง 70 สตางค์/ลิตร ส่วนดีเซลราคาคงเดิม มีผลพรุ่งนี้ (12 ก.ค. 59) เวลา 05.00 น.

สำหรับราคาใหม่เป็นดังนี้

เบนซิน 95: 30.96 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 95: 24.00 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 91: 23.58 บาท/ลิตร E20: 21.34 บาท/ลิตร E85: 17.29 บาท/ลิตร ดีเซล: 25.09 บาท/ลิตร.

ทั้งนี้ ราคาดังกล่าวไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่ กทม.

ขสมก.เผย จ่อรับรถเมล์เอ็นจีวีลอตใหม่ มาให้บริการ ต.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.ค. 2559 15:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/660827

 

ข่าวดีสำหรับประชาชนที่ใช้บริการรถเมล์เป็นประจำ โดยภายในเดือน ต.ค.นี้ จะได้ใช้รถเมล์เอ็นจีวีลอตใหม่ ล่าสุด ขสมก.ได้ผู้ชนะการประมูลจัดซื้อรถเมล์ NGV อย่างไม่เป็นทางการแล้ว เริ่มลงนามสัญญา ส.ค.นี้…

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2559 นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. เปิดเผยว่า การจัดซื้อรถเมล์ NGV ลอตแรก จำนวน 489 คัน ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ มีบริษัทเข้าร่วมประมูลจำนวน 2 ราย ได้แก่ กลุ่มกิจการร่วมค้า JVCC และบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป ล่าสุด ได้ผู้ชนะการประมูลอย่างไม่เป็นทางการแล้ว คือ บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป โดยเสนอราคาต่ำกว่าราคากลางประมาณ 632 ล้านบาท จากราคากลางที่ตั้งไว้ 4,021 ล้านบาท

ผู้อำนวยการ ขสมก. กล่าวต่อว่า หลังจากนี้จะมีการเสนอคณะกรรมการ ขสมก. เพื่อดำเนินการอนุมัติต่อไป และหลังจากที่สามารถลงนามในสัญญาภายในเดือนนี้ ผู้ชนะประมูลจะต้องทยอยส่งมอบรถภายใน 90 วัน หรือภายในเดือนตุลาคมนี้ หากสามารถดำเนินการได้ตามแผน จะนับเป็นครั้งแรกที่สามารถจัดหารถเมล์ NGV ลอตใหม่มาใช้งาน หลังมีการอนุมัติมานานกว่า 4 รัฐบาล

ส่วนการจัดซื้อรถเมล์ไฟฟ้าลอตแรก จำนวน 200 คัน ขณะนี้ อยู่ระหว่างการจัดทำร่างเงื่อนไขจัดซื้อจัดจ้าง ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี พิจารณาอนุมัติ คาดว่าในเดือนสิงหาคมนี้จะเริ่มเปิดประมูลได้.

กกจ. เผย ยอดจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ กว่า 7.5 แสนคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.ค. 2559 15:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/660877

 

กกจ.เผย ยอดจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ กว่า 7.5 แสนคน จากยอดรวมที่คาดการณ์ไว้กว่า 1 ล้านคน จี้นายจ้าง เร่งพาลูกจ้างมาจดทะเบียนภายใน 29 ก.ค. นี้ …

วันที่ 11 ก.ค.59 นายอารักษ์ พรหมณี อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ตามที่ กกจ.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ คือ เมียนมา กัมพูชาและลาว ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 23 ก.พ. ในกลุ่มที่มีบัตรสีชมพูและกลุ่มเดิมที่มีเอกสาร ซึ่งเริ่มเปิดจดทะเบียนวันที่ 1 เม.ย. จนถึงวันที่ 8 ก.ค. ที่ผ่านมา ขณะนี้ มีนายจ้างจำนวน 223,574 ราย พาลูกจ้างต่างด้าวมาจดทะเบียนและมีแรงงานต่างด้าว และผู้ติดตามมาจดทะเบียนทั้งหมด 754,923 คน แยกเป็นสัญชาติเมียนมา 435,304 คน กัมพูชา 275,434 คน และลาว 44,185 คน เมื่อครบกำหนดในวันที่ 29 ก.ค. นี้ คาดว่า จะมีแรงงานต่างด้าวมาจดทะเบียนทั้งหมดประมาณ 8 แสนคน จากยอดรวมที่คาดการณ์ไว้กว่า 1 ล้านคน

อธิบดี กกจ. กล่าวอีกว่า ส่วนยอดแรงงานที่คาดว่าจะหายไป 10-20% ถือเป็นเรื่องปกติ จะเกิดขึ้นทุกครั้งที่มีการจดทะเบียน เนื่องจากแรงงานต่างด้าวบางส่วน เดินทางกลับประเทศต้นทาง และส่วนหนึ่งไปอยู่ในระบบของหนังสือเดินทาง มีวีซ่า ใบอนุญาตทำงานอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ ขอให้นายจ้างเร่งพาลูกจ้างต่างด้าวมายื่นจดทะเบียนภายในเวลาที่กำหนด หลังจากวันที่ 29 ก.ค. นี้ กกจ. จะมีการออกตรวจแรงงานเข้มข้นมากขึ้น.

ปตท. แจ้งปิด 1 ช่องทาง ถ.ร่มเกล้า ตรวจสอบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.ค. 2559 11:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/660634

 

ปตท. แจ้งปิดการจราจร 1 ช่องทางถนนร่มเกล้า บริเวณแยกเคหะร่มเกล้า-ลาดกระบัง ระยะทาง 400 ม. ตั้งแต่วันที่ 14 ก.ค.–9 ก.ย. 59 ระหว่างเวลา 22.00–05.00 น. เพื่อตรวจสอบท่อส่งก๊าซธรรมชาติตามแผน ยัน ไม่มีผลต่อการใช้ก๊าซฯ …

วันที่ 11 ก.ค. 59 นายยุทธนา วิญญูพงศ์พันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เนื่องด้วย ปตท. มีความจำเป็นต้องขุดเปิดถนน เพื่อบำรุงรักษาท่อส่งก๊าซธรรมชาติตามแผนการบำรุงรักษา ทำให้ต้องปิดการจราจร 1 ช่องทาง บริเวณถนนร่มเกล้า บริเวณแยกเคหะร่มเกล้า-ลาดกระบัง (ทางหลวงหมายเลข 3119 กม.8+446.41 ฝั่งขาออก) เป็นระยะทาง 400 เมตร ตั้งแต่ หลังปากซอยร่มเกล้า 21/9 จนถึงก่อนปากซอยร่มเกล้า 23 ตั้งแต่วันที่ 14 ก.ค.59 – 9 ก.ย.59 เฉพาะระหว่างเวลา 22.00–05.00 น. ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ใช้ทางไม่ได้รับความสะดวก โปรดใช้เส้นทางด้วยความระมัดระวัง ปตท. ต้องขออภัยมา ณ โอกาสนี้

นายยุทธนา กล่าวเพิ่มเติมว่า การซ่อมบำรุงท่อส่งก๊าซธรรมชาติดังกล่าว ไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดส่ง หรือการใช้ก๊าซธรรมชาติของผู้ใช้ก๊าซฯ แต่อย่างใด โดย ปตท. ได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกด้านการจราจร รวมทั้งมีการประชาสัมพันธ์ถึงชุมชน และผู้ใช้ทางถึงข้อมูลการก่อสร้าง และการปิดช่องทางจราจรในพื้นที่เป็นการล่วงหน้า เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถ และให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ปตท. ต้องขออภัยและขอขอบคุณในความร่วมมือของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกท่าน

ทั้งนี้ หากไม่ได้รับความสะดวก หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อ PTT Contact Center 1365 หรือ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน ณ จุดซ่อมบำรุง โทรศัพท์ 02-577-9777

รฟท. ติดตามอาการ-ให้ความช่วยเหลือ ครูหญิง โดดให้รถไฟทับที่บุรีรัมย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.ค. 2559 10:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/660539

 

รฟท. ให้กำลังใจ-ติดตามอาการครูหญิง กระโดดให้รถไฟทับที่สถานีบุรีรัมย์ พร้อมพิจารณาให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม เผยล่าสุด อาการพ้นขีดอันตราย แต่ยังต้องเฝ้าระวังติดเชื้อ ขณะที่ การรถไฟฯ เตรียมมาตรการรองรับ หากเกิดเหตุฉุกเฉิน …

วันที่ 11 ก.ค.59 นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 12.00 น. ของวันที่ 9 ก.ค.59 ที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์ ขณะที่ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 เส้นทางกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี กำลังจะเข้าจอดที่สถานี มีหญิงคนหนึ่งกระโดดลงไปในรางเพื่อให้รถไฟทับในระยะกระชั้นชิด เป็นเหตุให้รถไฟทับได้รับบาดเจ็บสาหัส (สยอง! ครูหญิง เครียดจัด หวังฆ่าตัวตาย โดดให้รถไฟทับขาขาด สาหัส) เจ้าหน้าที่การรถไฟฯ ประจำสถานีบุรีรัมย์ได้รีบติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ชีพฉุกเฉินโรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์มารับตัวผู้บาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน

สำหรับกรณีนี้ การรถไฟฯ ได้มอบหมายให้ผู้บริหารนำกระเช้าไปเยี่ยมผู้ป่วยที่โรงพยาบาล เพื่อให้กำลังใจและติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ตอนนี้กำลังพิจารณาระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องว่า จะสามารถให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้บาดเจ็บอย่างไรได้บ้าง

ส่วนความคืบหน้าล่าสุดของผู้บาดเจ็บ ขณะนี้อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังไม่สามารถพูดได้เนื่องจากต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และยังต้องเฝ้าระวังภาวะติดเชื้อและรับการรักษาตัวต่ออีกระยะหนึ่ง โดยการรถไฟฯ ได้จัดเจ้าหน้าที่เข้าเยี่ยมและติดตามอาการผู้บาดเจ็บเป็นระยะๆ ต่อไป

ทั้งนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทย ขอเรียนให้ทราบว่า การรถไฟฯ มีมาตรการรองรับกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน อาทิ การจัดเจ้าหน้าที่ การจัดเวรยาม เฝ้าระวังบริเวณชานชาลา และโดยรอบสถานี การปฐมพยาบาลเบื้องต้น รวมถึงการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือหน่วยฉุกเฉินต่างๆ จึงสามารถช่วยเหลือผู้ประสบเหตุได้อย่างรวดเร็ว การติดตั้งกล้องวงจรปิด ซึ่งการรถไฟฯ ต้องขอความร่วมมือจากท่านผู้โดยสาร ประชาชนที่ใช้บริการที่สถานีรถไฟ หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรืออุบัติเหตุ ขอความกรุณาติดต่อนายสถานี หรือเจ้าหน้าที่การรถไฟฯ เพื่อที่จะได้เร่งเข้าไปดำเนินการตรวจสอบและดำเนินการต่อไป

ทองเปิดตลาดเพิ่มขึ้น 50 รูปพรรณขายออกบาทละ 23,300

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.ค. 2559 09:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/660519

 

ราคาทองเปิดตลาดเพิ่มขึ้น 50 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 22,700 ขายออกบาทละ 22,800 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 22,285.20 ขายออกบาทละ 23,300 บาท…

วันที่ 11 ก.ค. 59 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.30 น. ราคาเพิ่มขึ้น 50 บาท ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 22,700.00 บาท ขายออกบาทละ 22,800.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 22,285.20 บาท ขายออกบาทละ 23,300.00 บาท