ไม่เลอะ ไม่ลบ ไม่เละ! 7 ไอเทมลุยสงกรานต์ หน้าเป๊ะสวยปังเอาอยู่!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 เม.ย. 2559 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/601611

 

อยากเล่นน้ำสงกรานต์กันแล้วล่ะสิ! โดยเฉพาะสาวๆ ที่อยากสาดน้ำให้สะใจ แต่แอบกังวลว่าเครื่องสำอางที่โบ๊ะมาเพื่อให้หน้าเด้งสวยใสจะละลายไปกับน้ำน่ะสิ งานนี้คงต้องงัดเคล็ดลับเด็ดมาเปิดเผยซะแล้ว

ก่อนออกสาดน้ำสาวๆ ต้องเตรียมผิวหน้าให้ดี อย่าให้น้ำลบเลือนความสวยออกไปเด็ดขาด บิวตี้ไอเทม ไทยรัฐออนไลน์ สัปดาห์นี้เลยขอเสิร์ฟทริกดีๆ ที่จะช่วยให้คุณแต่งหน้าได้สวยนาน สวยทน ในวันสงกรานต์ แม้จะมีหนุ่มมาสาดน้ำใส่จนตัวเปื่อย แต่หน้าก็ยังใสวิ้งได้ เชื่อดิ!

ส่วนจะต้องใช้สิ่งไหน อย่างไรบ้าง ตามมาดู…

1. ไพรเมอร์เสริมความทน

ขั้นแรกของการแต่งหน้าให้ติดทนนาน ควรใช้ไพรเมอร์ลงก่อน เป็นเมคอัพเบส นอกจากจะช่วยปรับสีผิวให้สว่าง กลมกลืน เนียนเสมอกันแล้ว ยังช่วยให้เครื่องสำอางต่างๆ ที่เราจะแต่งทับในขั้นตอนต่อๆ ไปติดทนทานยาวนานมากขึ้น ไม่ใช่แค่ผิวหน้าเท่านั้น แต่อย่าลืมไพรเมอร์สำหรับเปลือกตาด้วย สำหรับสาวๆ ที่ต้องการแต่งตาสีสันต่างๆ ให้เข้ากับธีมสงกรานต์


ควรลงไพรเมอร์ก่อนแต่งหน้า ลงทั้งผิวหน้าและเปลือกตา

ด้านซ้ายคือไพรเมอร์ผิวหน้า ส่วนด้านขวาคือไพรเมอร์เปลือกตา

แนะนำ : ไพรเมอร์สำหรับผิวหน้าที่เราใช้อยู่คือ Too Faced Skin Smoothing Face Primer ตัวนี้ทาลงบางๆ ก็พอ ไม่ต้องใช้เยอะ พอทาลงไปแล้วจะเห็นว่ามันซึมซาบได้ดี ไม่มีสี ไม่ทิ้งคราบขาว ช่วยปกปิดรูขุมขนได้ดี ช่วยให้ผิวหน้าซับเครื่องสำอางในขั้นตอนต่อไปติดเนียนได้ดี ส่วนเปลือกตาแนะนำของ e.l.f. Eyelid primer ทาลงบางๆ ที่เปลือกตา ช่วยให้อายแชโดว์ติดทนนาน

2. รองพื้น บีบีครีม ซีซีครีม

ขั้นตอนต่อมา คือการลงสิ่งที่ช่วยปกปิดริ้วรอย จุดด่างดำ และรูขุมขนได้ดียิ่งขึ้นไปอีก นั่นคือ รองพื้น บีบีครีม ซีซีครีม แต่ควรเลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่งใน 3 สิ่งนี้ก็พอ อย่าลงทับกันทั้ง 3 อย่าง เพราะจะทำให้หน้าดูหนาเตอะ ไม่เป็นธรรมชาติ แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องเลือกรองพื้น บีบีครีม หรือซีซีครีม ที่กันน้ำได้ เพื่อให้เวลาออกไปเล่นสาดน้ำ ครีมเหล่านี้จะได้ไม่ละลายหลุดออกไป ผิวหน้าก็จะใสวิ้งตลอดวัน


หลอดซ้ายมือคือบีบีครีมกันน้ำ ขวามือคือซีซีแอนด์บีบีครีมกันน้ำ

ด้านซ้ายคือซีซีครีมสีขาว ส่วนด้านขวาเป็นบีบีครีมสีเนื้อ

แนะนำ : มี 2 ตัวที่ใช้อยู่ตอนนี้คือ Babalah Aqua Pore BB และ Smooto Vampire BB&CC Gluta White Cream ทั้งสองตัวนี้ปกปิดรูขุมขนได้ดี หน้าสว่างเรียบเนียนขึ้น ช่วยป้องกันผิวจากแสงแดดได้ด้วยสาร SPF กันน้ำได้ดี ไม่เยิ้ม ไม่หลุด

3. อายแชโดว์เนื้อครีม

มาถึงการแต่งตากันบ้าง สาวๆ ควรหลีกเลี่ยงอายแชโดว์แบบฝุ่น เพราะแค่เพียงเหงื่อออกหรือหน้ามัน ก็มักจะเลอะเป็นคราบแล้ว ไม่ต้องพูดถึงการโดนสาดน้ำแบบนอนสต็อปทั้งวัน รับรองว่าหลุดออกหมดแน่ๆ ดังนั้นควรเลือกใช้อายแชโดว์เนื้อครีมจะดีกว่า ซึ่งถ้าจะให้วิ้งรับซัมเมอร์ ก็เลือกแบบสีสดๆ หรือแบบผสมกลิตเตอร์นิดๆ ก็ได้ ช่วยให้ดวงตาโดดเด่นชวนมอง


อายแชโดว์สีฟ้าสด เพิ่มสีสันเล่นน้ำสงกรานต์

อายแชโดว์รุ่นนี้กันน้ำสุดๆ

แนะนำ : MAYBELLINE NEW YORK Color Tattoo By EYESTUDIO เป็นอายแชโดว์เนื้อครีมผสมกลิตเตอร์ เนื้อเนียนดี ทาแล้วติดทนนานดีจริง ขอบอก ขนาดแต่งตาลงไปเล่นน้ำทะเล ขึ้นจากน้ำแล้วอายแชโดว์ก็ยังไม่หลุดจ้า เริ่ดมากๆ

4. ดินสอเขียนขอบตาเนื้อครีม

ต่อด้วย อายไลเนอร์ เชื่อว่าสาวๆ หลายคนชอบใช้อายไลเนอร์แบบลิควิด เพราะเขียนง่าย วาดหางตาได้คมกริบดั่งใจ แต่ส่วนใหญ่มักจะไม่กันน้ำ หรือยี่ห้อไหนที่บอกว่ากันน้ำ ก็กันได้จริงๆ น่ะแหละ แต่ว่าพอเล่นนานทั้งวันมันก็หลุดร่อนออกมาบ้าง ดังนั้นสงกรานต์นี้ เปลี่ยนมาใช้ดินสอเขียนขอบตาเนื้อครีม จะติดทนนานมากกว่านะจ๊ะ อาจจะเขียนหางตายากสักหน่อย แต่รับรองว่าไม่เลอะ ไม่ลบ แน่นอน


ดินสอเขียนขอบตาเนื้อครีม

แนะนำ : ดินสอเขียนขอบตาสีดำสนิทจากอิทูดี้ เฮ้าส์ ETUDE HOUSE Proof 10 Auto Pencil (BK801) รุ่นนี้มีที่เหลาไส้ดินสอมาให้ด้วยที่ปลายด้าม ปกติเราใช้ตัวนี้เขียนขอบตาล่าง แต่ก็เคยเอามาลองใช้เขียนแทนอายไลเนอร์ด้วยเหมือนกัน ซึ่งทาแล้วมันติดทนทายาดมากๆ โดนน้ำก็ไม่เลอะ ไม่ลอก แต่ข้อเสียคือเวลาล้างจะล้างออกยากนิดนึง ต้องเช็ดซ้ำบ่อยๆ จนหมด


ด้านซ้ายคือดินสอเขียนขอบตา ด้านขวาคือมาสคาร่ากันน้ำ

5. มาสคาร่าขนตาเด้ง

มาถึงการแต่งขนตาของสาวๆ บ้าง บางคนก็ไม่อยากใช้ขนตาปลอม เพราะกลัวว่าเล่นสาดน้ำอยู่ดีๆ แล้วขนตาเจ้ากรรมก็หลุดห้อยลงมาซะงั้น คงอับอายสายตาประชาชีอยู่ไม่น้อย เอาล่ะ สำหรับมาสคาร่าที่จะช่วยให้ขนตางอนเด้ง ก็ควรเลือกแบบกันน้ำได้ดีเช่นกัน


มาสคาร่าต่อขนตา แถมกันน้ำด้วย

แนะนำ : False Lash Architect 4 Dimensions Effect Fibers Waterproof ปกติเราเป็นคนขนตาบางและสั้น จึงชอบใช้มาสคาร่าที่ช่วยต่อขนตาให้ยาวเข้ามาช่วย ซึ่งตัวนี้ลองใช้แล้วดีมาก ต่อขนตาได้ยาวดี และก็กันน้ำได้ดีมากๆ เราเคยล้างหน้าน้ำเปล่าระหว่างวันขนตาไฟเบอร์ก็ไม่หลุด แต่ข้อเสียคือล้างออกค่อนข้างยาก เช็ด 2-3 รอบจนหมด (แต่ถ้ารีมูฟเวอร์ดีๆ ก็ล้างออกง่ายนะ ขึ้นอยู่กับรีมูฟเวอร์ด้วยจ้า)

6. กาวติดขนตากันน้ำ

ส่วนสาวๆ คนไหนที่เสพติดการติดขนตา ไม่ว่าจะเทศกาลไหนๆ ชั้นต้องติดขนตาก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง ถ้าไม่ติดก็เหมือนไม่แต่งหน้าออกจากบ้าน…ประมาณนั้น ถ้างั้นสิ่งเดียวที่คุณควรมีก็คือ กาวติดขนตากันน้ำดีๆ สักหลอด ก็เอาอยู่แล้ว


กาวติดขนตาสูตรกันน้ำ

แนะนำ : ปกติไม่ค่อยติดขนตาปลอม แต่เพื่อนที่ติดขนตาปลอมทุกวันแนะนำของดีราคาถูกอย่าง Birthday Lash Adhesive Waterproof กาวติดขนตาที่หาซื้อได้ง่ายตามเคาน์เตอร์ขายเครื่องสำอางทั่วไป นอกจากจะติดขนตาได้ทนดีแล้ว ก็ยังกันน้ำได้ดีอีกด้วย แต่เนื้อกาวอาจจะลอกเป็นขุยง่ายถ้ายังไม่แห้งสนิทดี (ต้องใช้เทคนิคในการติดนึดนึง) เมื่อเทียบกับกาวราคาแพงที่มักมีเนื้อเนียนกว่า แห้งเร็ว ไม่เป็นขุย แต่โดยสรุปถือว่าเริ่ด!

7. บลัชออนและลิปสติกเนื้อทินท์

ปิดท้ายกันที่แต่งเติมสีสันให้แก้มและริมฝีปาก การออกไปเล่นน้ำสงกรานต์นั้น ขอให้คุณหยุดนึกถึงบลัชออนและลิปสติกราคาแพงไปก่อน เพราะถึงจะเนื้อดีแค่ไหน เมื่อมาเจอสงกรานต์เมืองไทย ก็หลุดร่อนไปได้ง่ายๆ จึงควรเลือกเครื่องสำอางที่ทาแก้มทาปากได้ติดทนทาน เช่น บลัชออนเนื้อครีม เนื้อทินท์ และลิปสติกเนื้อทินท์ นี่แหละเอาอยู่


น้ำยาอุทัยเพื่อพวงแก้มและริมฝีปาก

แนะนำ : หันมาใช้ของถูกๆ ตามคนสมัยโบราณนี่แหละดีที่สุด นั่นก็คือ น้ำยาอุทัยสีแดงสด นอกจากใช้ผสมน้ำดื่มแก้ร้อนในแล้ว ยังเอามาเพิ่มความสดใสให้แก้มและริมฝีปากได้ด้วย แต่ต้องมีเทคนิคนิดนึง สำหรับการทาแก้ม แตะน้ำยาลงไปที่แก้มอย่างเบามือ และรีบเกลี่ยให้เร็ว ค่อยๆ ลงทีละน้อย (อย่าทาเยอะเป็นปื้นนะ เดี๋ยวแก้มแดงเป็นก้นลิง) ส่วนริมฝีปากก็ใช้น้ำยาอุทัยมาแตะเบาๆ ที่ปากด้านใน ทำให้ปากดูสดใสสุขภาพดี

 

เติมเสน่ห์ด้วยเรือนเวลา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 เม.ย. 2559 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/605813

 

อัพเดทนวัตกรรมแห่งเรือนเวลาที่งดงามทั้งรูปแบบและการดีไซน์ ฟาแบร์เฌ (Faberge) ภูมิใจเสนอ Lady Compliquee Peacock ขนาด 38 มม. กระจกคริสตัล

แซฟไฟร์ ประดับเพชร หน้าปัดเป็นเปลือกหอยมุกสีขาวแกะสลักด้วยมือรูปนกยูง ที่ขอบตัวเรือนเป็นทองคำขาวล้อมเพชรน้ำหนัก 1.83 กะรัต เม็ดมะยมทำจากแพลตินัม สายหนังจระเข้สีขาว แวะชมได้ที่ร้านกาโดซ์ จิวเวลรี่ ชั้น 1 เกษร พลาซ่า, ชั้น 3 เซ็นทรัล ชิดลม และชั้น 1 เซ็นทรัล ลาดพร้าว


โอเมก้า (OMEGA) แนะนำ เลดี้’ส คอลเลกชั่น Seamaster AquaTerra 150M งดงามด้วยหน้าปัดทำจากเปลือกหอยมุกตาฮิติ ล้อมเพชร ตัวเรือนใหญ่รังสรรค์จากทองโรสโกลด์ 18 กะรัต และยังสะกดสายตาด้วยตัวเลขบอกเวลาประดับเพชร มองหาได้ที่เคาน์เตอร์ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ


โฆรุ่ม (Corum) นำเสนอ Admiral’s Cup Legend 32 lady เด่นด้วยหน้าปัดเปลือกหอยมุกสีขาว ประดับธงสีสัญลักษณ์ทางทะเลตรงตำแหน่งชั่วโมง ขอบตัวเรือนเป็นทองคำสีชมพู สายซาตินสีขาว แวะดูได้ที่ชั้น 1 เกษร, ชั้น 2 เซ็นทรัล ชิดลม ชั้น M สยามพารากอน และชั้น 1 เซ็นทรัล ลาดพร้าว


ชาแนล (CHANEL) จัดเต็มนาฬิกาสุภาพสตรี รุ่น Boy Friend Tweed ตัวเรือนทำด้วยเหล็กกล้า ขอบตัวเรือนประดับเพชรเหลี่ยม เกสร เก๋ที่สายรัดข้อมือทำด้วยเหล็กกล้าลายผ้าทวีต และตะขอล็อกแบบพับทำด้วยเหล็กกล้าเช่นกัน กลไกการทำงานระบบควอตซ์ที่มีความแม่นยำสูง นอกจากนี้ ยังมีรุ่น Premiere Flying Tourbillon ตัวเรือนทำด้วยทองคำขาว ประดับเพชรทรง สี่เหลี่ยมผืนผ้าและเพชรเหลี่ยมเกสร หน้าปัดไฮเทคเซรามิกสีดำ

ชาร์ริโอล์ (Charriol) จัดคอลเลกชั่น The Alexander C รุ่นใหม่อวดดีไซน์ล่าสุดตามสไตล์เดิมรุ่นออริจินัล สายเคเบิ้ลไขว้บ่งบอกเอกลักษณ์ของชาร์ริโอล์ พร้อมเพิ่มลุคใหม่ๆ ให้น่าค้นหาทั้งขนาดหน้าปัดสีขาวมุกมาสเตอร์ ออฟ เพิร์ล ที่ใหญ่ขึ้น พร้อมประดับเพชร และรุ่นที่ไม่ประดับเพชร แวะชมได้ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป

อิซเซ่ มิยาเกะ (ISSEY MIYAKE) สร้างสรรค์นาฬิกาคอลเลกชั่นสุดพิเศษ W Fallen Snow แรงบันดาลใจจากวงล้ออัลลอย และแดชบอร์ด (แผงหน้าปัดรถยนต์) สื่อถึงความรู้สึกที่พร้อมจะวิ่งไปข้างหน้า หน้าปัดและสายหนังสีขาว บนแนวคิดของความเรียบง่าย แต่โดดเด่นสะดุดตาอย่างที่สุด สอบถามรายละเอียดได้ที่โทรคาเดโร กรุ๊ป โทร.0-2677-4500.

 

สงกรานต์น่ารักอะ! แฟชั่นเด็กสยาม โจงกระเบนก็มี ผ้าขาวม้าก็มา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 เม.ย. 2559 18:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/605900

 

สงกรานต์ยังไม่จบ ชุ่มฉ่ำกันทั่วประเทศ แฮปปี้กันแบบสุดๆ ไทยรัฐออนไลน์ ขอลงพื้นที่ไปเล่นน้ำและแวะไปส่องแฟชั่นสงกรานต์ของเหล่าวัยรุ่นละแวกใจกลางกรุงเทพฯ ที่สยามสแควร์ กันสักนิด บอกเลยว่าเห็นภาพแล้วประทับใจกับวัยรุ่นสุดน่ารัก ไม่โป๊เปลือยให้คุณต้องส่ายหน้าอย่างระอาใจแน่นอน ไปชมภาพบรรยากาศกันได้เลย…


บางระจันเก๋ดีนะเออ


โจงกระเบนคอกระเช้าน่ารักสุดๆ

คอกระเช้าสดใสไปอีก

คลุมผ้าขาวม้ามาเบาๆ

คอสเพลย์ก็มีนะจ๊ะ แจ่มว้าวเชียวเธอ




หนูไม่ได้แต่งชุดไทยแต่สีสันเข้าสู้ค่ะ


ลายดอกเต็มไปหมด สดใสจริงๆ




กอดกันปีใหม่ไทย




สรงน้ําพระกันสักหน่อย

ยิงๆ


ชุ่มฉ่ำ

ปิ้วๆ

ใส่น้ำหอมอย่างไรให้สาวเหลียว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย GQ Thailand 14 เม.ย. 2559 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/601620

 

ทำไมเราต้องใส่น้ำหอม? เหตุผลนั้นง่ายมากครับ เพราะกลิ่นหอมทำให้มีความสุข แถมยังทำให้คุณน่าสนใจขึ้นอีกด้วย แต่บางครั้งผู้ชายมักประสบปัญหาในการเลือกซื้อน้ำหอมที่วางขายอย่างละลานตาบนชั้นขาย เพราะมีความแตกต่างกันทั้งกลิ่น ขนาด สี และยี่ห้อ ดังนั้นเราจึงรวบรวมเคล็ดลับการเลือกน้ำหอมและเทคนิคการใส่น้ำหอมจนสาวๆ ต้องอยากเข้าไปซบอกคุณ

เลือกน้ำหอมอย่างไรให้เข้ากับสไตล์

การเลือกกลิ่นน้ำหอมที่ใช่และเข้ากับตัวคุณนั้นอาจต้องใช้ความพยายามและเวลา แต่เป็นเรื่องที่ควรลงทุนศึกษาเรียนรู้ไว้ เพราะการได้น้ำหอมที่เข้ากับสไตล์จะช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้คุณได้มากโขทีเดียว

ก่อนอื่นต้องเข้าใจพื้นฐานของน้ำหอมก่อน เพราะน้ำหอมหนึ่งขวดจะมีกลิ่นที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา ดังนั้นการลองน้ำหอมกลิ่นใหม่จึงต้องใช้เวลา เพื่อให้น้ำหอมเผยกลิ่นที่เป็นส่วนหลักและอยู่บนร่างกายคุณนานที่สุด

Top Notes: กลิ่นแรกที่จะได้จากการฉีดหรือการดมจากขวด หลังจากนั้นจะระเหยไปอย่างรวดเร็ว โดยกลิ่นช่วงนี้จะอยู่ได้ประมาณ 10-20 นาทีแรก

Middle Notes: กลิ่นที่มาแทนที่ Top Notes และเป็นหัวใจหลักของน้ำหอม เป็นกลิ่นที่อยู่บนร่างกายนานที่สุดประมาณ 3-6 ชั่วโมง

Base Notes: กลิ่นสุดท้ายที่สามารถอยู่ได้นานถึง 24 ชั่วโมง เพราะทำมาจากโมเลกุลที่ระเหยช้า


เมื่อคุณไปลองน้ำหอม อย่าเพิ่งลองกับผิวหนังของตัวเอง เพราะกลิ่นนั้นจะติดผิวไปตลอดวัน (ถ้าเป็นกลิ่นที่ไม่ถูกใจก็อาจทำให้คุณเสียความมั่นใจไปทั้งวันได้) ให้ลองฉีดใส่แซมเพิลชีทก่อน และเวลาลองไม่ควรนำแซมเพิลชีทมาดมติดจมูก เพราะมันยิ่งทำให้การรับรู้กลิ่นน้ำหอมผิดเพี้ยนไป

เมื่อเจอกลิ่นที่ใช่แล้วให้เก็บไว้ในกระเป๋าหรือกระเป๋ากางเกง เพื่อให้มีเวลาตัดสินใจและลองดมกลิ่นที่เปลี่ยนไปได้ แต่ต้องระวังไม่ให้แต่ละกลิ่นมาอยู่ในที่เดียวกัน หรือหากต้องการจะลองที่ผิวก็สามารถทำได้ แต่ไม่ควรมากกว่า 4 กลิ่น (ข้อมือ 2 ข้าง และข้อพับแขน 2 ข้าง) และต้องเว้นระยะห่างเพื่อไม่ให้กลิ่นผสมกัน

การลองน้ำหอมต้องใช้เวลากว่าจะเจอกลิ่นที่ใช่ อาจใช้เวลาหลายวันหรือเป็นอาทิตย์ กลิ่นบางกลิ่นอาจจะต้องมาลองซ้ำ 2-3 ครั้ง ดังนั้นไม่จำเป็นต้องรีบตัดสินใจจนกว่าจะเจอกลิ่นที่ถูกใจจริงๆ

Do it better: น้ำหอมยังแบ่งประเภทเป็น Day Time ที่ต้องฉีดบริเวณลำตัวและสะโพก เพราะกลิ่นจะลอยขึ้นข้างบน กับ Night Time ที่ต้องฉีดบริเวณคอและช่วงบน เพราะกลิ่นจะเข้มข้นกว่า แต่ไม่ติดทนนาน จึงต้องเลือกให้เหมาะกับความต้องการด้วย

ใส่น้ำหอมอย่างไรให้หอมติดทนนาน

เคล็ดลับการใส่น้ำหอมก็เหมือนกับการทาครีม คือต้องฉีดหลังจากอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ เพราะเป็นช่วงที่ผิวหนังจะเปิดรับและซึมซับกลิ่นน้ำหอมได้ดีที่สุด แต่ต้องเช็ดให้ผิวแห้งเสียก่อน แล้วค่อยๆ ฉีดตามจุดชีพจร (Pulse Point) เช่น ข้อมือ ข้อพับ ช่วงลำคอ เพราะจุดชีพจรเหล่านี้จะส่งความร้อนออกสู่ภายนอกทำให้กลิ่นน้ำหอมออกมาด้วย การฉีดน้ำหอมบริเวณนี้จึงทำให้กลิ่นกระจายตัวได้ดีที่สุด


Do it better: การทามอยส์เจอไรเซอร์หรือครีมทาผิวที่มีความชุ่มชื้นก่อนใส่น้ำหอม จะช่วยทำให้กลิ่นหอมติดทนนานขึ้น

ความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับน้ำหอม

• การใช้ข้อมือถูกันหลังฉีดน้ำหอมไม่ช่วยให้น้ำหอมหอมขึ้น แต่ความร้อนจากการถูจะไปเร่งการระเหยของกลิ่น Top Notes ทำให้กลิ่นน้ำหอมจางเร็วขึ้น

• การได้กลิ่นน้ำหอมตัวเองแปลว่าใส่น้ำหอมมากเกินไปนั้นก็ไม่จริงอีกเช่นกัน

• การฉีดน้ำหอมใส่อากาศและเดินผ่าน ก็ไม่ได้ทำให้เกิดอะไรขึ้นนอกจากเปลือง

Do it better: น้ำหอมไม่ควรใส่มากเกินไป เพราะแทนที่จะหอมกลับทำให้คนรอบข้างเวียนหัวได้ แต่ควรใช้วิธีเติมในช่วงเวลาที่ต้องการกลิ่นหอมเป็นพิเศษ

ที่มา – GQ Thailand
www.gqthailand.com

 

ฟรีซสุดขั้วที่ฟินแลนด์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 เม.ย. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/605400

 

องอาจ สุขเลิศกมล (3 จากซ้าย) ผู้บริหาร CPN ชวนไปสัมผัสความหนาวสุดขั้วที่ฟินแลนด์ โดยมีสกาย วงศ์รวี, ณัฐวัฒน์ สุธาพงษ์, ศักดิ์สินี พูนวัตถุ มาร่วมสนุกด้วย.

อุณหภูมิความร้อนที่พุ่งปรี๊ดดดดด!! ต้องกลับมาเย็นสุดขั้ว เมื่อ “ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์” จัดงาน STYLISTIC SUMMER POP UP ในธีม “A CELEBRATION OF BEAUTIFUL JOURNEY OF FASHIONFREEZTA” ให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าได้เพลิดเพลินกับกิจกรรมแฟชั่นซัมเมอร์จากแบรนด์อินเตอร์และไทยดีไซเนอร์ ในรูปแบบ FASHION POP UP STORE พร้อมสนุกกับกิจกรรม BREAKING CHALLENGE กะเทาะเกราะน้ำแข็งชิงแฟชั่นไอเท็ม แถมด้วยแคมเปญ Fashion Freezta Summer 2016 “ร้อนนี้ต้องฟรีซ” ลุ้นโปรโมชั่น FREEZING COOL TRIP TO FINLAND ทริปฟรีซสุดขั้วที่ฟินแลนด์ เพื่อให้ได้หนีจากองศาร้อนไปรับไอเย็นสุดขั้วที่โรงแรมน้ำแข็ง Snow Castle ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก พร้อมเปิดประสบการณ์มหัศจรรย์ ชมแสงเหนือ ที่ควรเห็นสักครั้งในชีวิตเป็นเวลา 8 วัน 5 คืน จำนวน 5 รางวัล (รางวัลละ 2 ที่นั่ง) รวมมูลค่ากว่า 2,990,000 บาท ด้วยกติกาช็อปในศูนย์ฯ ครบทุก 1,000 บาท รับสิทธิ์ ×3 สำหรับลูกค้าบัตรไทยไลฟ์การ์ด และผู้ถือบัตรเครดิตอิออนที่มียอดใช้จ่ายผ่านบัตร ตั้งแต่วันนี้-30 เมษายน 2559.




มาเต็มหัวจรดเท้า! แฟชั่นวันสาด (น้ำ) สงกรานต์นี้คุณยังขาดอะไร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 เม.ย. 2559 14:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/602179

 

เทศกาลแห่งการสาด (น้ำ) มาถึงแล้ว ฟิตร่างกาย เตรียมใจ เตรียมอุปกรณ์พร้อมหรือยัง? วันสงกรานต์มาถึงทั้งที ใครจะยอมพลาดเทศกาลความสนุกแห่งปี จริงมั้ย? มีวันหยุดติดกันหลายวันแบบนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้เดินทางท่องเที่ยวเปิดหูเปิดตา และได้เล่นสาดน้ำสนุกๆ ไปพร้อมกัน วันนี้ไทยรัฐออนไลน์ขอสแกนแฟชั่นสงกรานต์ตั้งแต่หัวจรดเท้า อุปกรณ์อะไรที่เราต้องมี แต่งตัวแบบไหนถึงชิค ใครไม่อยากเปียกแต่อยากจะออกไปเล่นสงกรานต์ด้วยต้องทำยังไง เรามีคำตอบมาให้คุณแล้ว! 

1. เสื้อลายดอกหรือเสื้อผ้าสีสันสดใส


สงกรานต์เฮฮา

สดใสสุดๆ


ใส่เสื้อลายดอกไปเล่นน้ำกันค่า

อันดับแรกหาเสื้อผ้าสีสันสดใสมาใส่กันก่อนเลยจ้า แต่ถ้าจะให้เก๋เท่อินเทรนด์แบบไทยๆ เราแนะนำเสื้อลายดอกนะจ๊ะ ยิ่งช่วงเทศกาลสงกรานต์แบบนี้ หาซื้อง่ายมากๆขอบอกราคาก็แสนจะสบายกระเป๋า แถมยังมีให้เลือกกันมากมายอีกด้วย อ่อ! เราขอฝากเตือนไปถึงสาวๆ สักนิดว่าอย่าแต่งตัวโป๊เกินเหตุกันนะจ๊ะ เอาแบบน่ารัก สวยๆ พอดีๆ เนอะ

2. เสื้อกันฝน



เสื้อกันฝนสีสดใส

สำหรับใครที่ไม่อยากเปียกแฉะ เป็นวันนั้นของเดือน แต่ฉันอยากเล่นน้ำอ่ะจะทำยังไงดี? เราแนะนำให้ใส่เสื้อกันฝนเลยจ้า คิดซะว่าเป็นวันฝนตกไปซะเลย อาจจะมีสายตามองมานิดหน่อยแต่อย่าได้แคร์ค่ะคุณ เชิดๆ เข้าไว้ก็ฉันอยากเล่นแต่ไม่อยากเปียกนี่หน่า แต่เรามีทริคนิดหน่อยนั่นก็คืออย่าใส่เสื้อกันฝนสีอึมครึม เลือกแบบที่มีสีสันสดใสกันซะหน่อยให้เข้ากับวันสงกรานต์แบบนี้นะจ๊ะ จะได้สวยใสอินเทรนด์

3. แว่นตากันน้ำสงกรานต์


แว่นกันน้ำเข้าตาอย่าลืม


อันนี้ก็ต้องมีนะจ๊ะเผื่อมีปืนฉีดน้ำอัดฉีดแบบแรงๆ มาฉีดเราก็ไม่ต้องกลัว เพราะแว่นอันนี้สามารถป้องกันน้ำ หรือแป้งเข้าตาได้ แถมยังมีสีสันสดใสให้เลือกอีกมากมายแล้วแต่ชอบ ราคาเบาๆ ตั้งแต่ 20 บาทขึ้นไป

4. ซองมือถือกันน้ำ


ซองกันน้ำก็ห้ามลืม

ในยุคโซเชียลแบบนี้ ไปไหนทำอะไรก็อยากจะอัพเดตรูปภาพ เช็กอิน ให้เพื่อนๆ ได้รู้กัน แต่ไปเล่นน้ำแล้วจะพกโทรศัพท์มือถือไปได้ยังไงไม่ให้เปียก ด็อนวอรี่นะจ๊ะ ในเมื่อมีซองพลาสติกสีสันสดใสหรือแบบมีลวดลายการ์ตูนน่ารักๆ มากมายวางขายอยู่ทุกที่ทุกมุมในช่วงสงกรานต์นี้ ราคาก็ไม่แพงเริ่มต้นที่ 20 บาท หรือถ้าใครมีงบเยอะหน่อยก็ซื้อแบบดีๆ เริ่ดๆ ไปเลย กระเป๋าคาดเอวกันน้ำ ซองคาดเอวสีสันต่างๆ มีราคาให้เลือกกันมากมาย ตั้งแต่หลักสิบถึงหลักร้อยลองไปหาซื้อได้จ้า

5. ปืนฉีดน้ำ ขันน้ำ ถังน้ำ


ปืนฉีดน้ำต้องพร้อม

ถังน้ำก็ดี

ฉีดน้ำกันค่ะ

ข้อนี้ก็สำคัญเหมือนกัน ถ้าคุณไม่อยากให้ผมเต็มไปด้วยแป้งหรือไม่มั่นใจเมื่อผมเปียก ผมไม่เป็นทรง การใส่หมวกช่วยคุณได้ แต่สงกรานต์แบบนี้จะใส่หมวกผ้าก็คงจะไม่รอด เราแนะนำหมวกพลาสติกใสสีสันและลวดลายน่ารักต่างๆ มีให้เลือกมากมายในราคาเริ่มต้นที่ 120 บาท รับรองใส่แล้วสวยเท่เก๋ไม่หยอก

6. รองเท้ายาง รองเท้าแตะ หรือรองเท้าบูท


รองเท้าแบบยางเปียกน้ำแล้วไม่เป็นอะไร

จะไปเล่นน้ำสงกรานต์ทั้งทีรองเท้าที่ควรเลือกมาสวมใส่นั้นควรเป็นรองเท้าที่ทำจากยาง หรือจะเป็นรองเท้าแตะลายน่ารักๆ ประดับดอกไม้ลูกปัดเพื่อความสดใส ก่อนซื้อควรลองสวมใส่ให้พอดีกับเท้าของเรา ไม่ควรให้คับจนเกินไปหรือหลวมจนเกินไป หรือจะมีอีกหนึ่งทางเลือกเป็นรองเท้าบูทแบบใส มีความโดดเด่นตรงลายเชือกและทรงที่เก๋ไก๋ตามยุคของสมัยนี้ ใครไม่อยากตกเทรนด์ รีบไปหาซื้อกันก่อนที่จะไปเล่นสงกรานต์ในสถานที่ต่างๆ

7. แป้ง ดินสอพอง น้ำอบ



ประแป้งมั้ยคะ

ดินสอพอง

ข้อนี้ก็ขาดไม่ได้สำหรับหนุ่มๆ สาวๆ ที่จะนำไปใช้แปะแก้มกันในวันสงกรานต์ด้วย หรือจะใช้น้ำอบไทย ดอกไม้สดหอมๆ ด้วยก็ได้เพราะนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง ใช้ทาตัวหลังอาบน้ำ ทำให้เย็นสบายตัว หอมสดชื่น ใช้สรงน้ำพระ รดน้ำผู้ใหญ่ และใช้ในเทศกาลต่างๆ แต่ขอฝากเตือนไปถึงหนุ่มๆ กันสักนิดว่าจะเข้าไปประแป้งสาวๆ ก็ขออนุญาตดีๆ อย่าไปลวนลามเขา นั่นไม่ใช่พฤติกรรมที่ดีเลยนะจ๊ะ.

 

สูตรลับเพื่อสาวโสดโดยเฉพาะ!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 เม.ย. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/604933

 

ดร.แสงสุข

จากผลการสำรวจของ U.S.Census Bureau, International Database พบว่าในปี 2563 ประเทศไทยจะมีผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึง 1.5 ล้านคน และมีแนวโน้มแต่งงานช้าลง 45% แต่คงให้ความสำคัญกับเรื่องความสวยความงาม สมูทอี ผู้นำด้านเวชสำอางของประเทศ ไทย จึงทำการศึกษาวิจัยถึงปัญหาผิวของผู้หญิงวัย 30 ปีขึ้นไป จนได้เวชสำอางที่ช่วยฟื้นฟูและบำรุงผิวหน้า สมูทอี โกลด์ ไวท์ แอนด์ เอจเลสซ์ เบบี้ เฟส ครีม ซึ่งจะช่วยลดเลือนริ้วรอย ทำให้ผิวดูกระจ่างใสและอ่อนกว่าวัย เป็นการเอาใจหญิงไทยที่ยังครองความเป็นโสดไว้อย่างเหนียวแน่น


เภสัชกร ดร.แสงสุข พิทยานุกุล กรรมการผู้บริหาร บริษัท สมูทอี จำกัด กล่าวว่า ด้วยอายุที่มากขึ้นทำให้ระบบการทำงานของร่างกายเสื่อมลงตามกาลเวลา รวมถึงระบบการทำงานในส่วนของผิว และยังมีปัจจัยภายนอก อย่างมลภาวะต่างๆ และแสงแดด ล้วนแล้วแต่เป็นกระบวนการที่ทำให้เกิดริ้วรอยและจุดด่างดำบนใบหน้า ซึ่งต้องยอมรับว่า เรื่องของ “ผิวหน้า” เป็นเรื่องละเอียดอ่อน จึงต้องใส่ใจและเริ่มดูแลผิวหน้าของเราตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อเป็นการป้องกันและบรรเทาปัญหาต่างๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ด้วยการดูแลผิวหน้าตั้งแต่ภายในสู่ภายนอก ดูแลภายใน อาทิ การทำสมาธิเพื่อบริหารจิตใจให้สดใส การออกกำลังกาย การทานอาหารที่มีประโยชน์ ฯลฯ ส่วนการดูแลภายนอก คือการทำความสะอาดผิวให้สะอาด พร้อมทั้งหาผลิตภัณฑ์บำรุงที่เหมาะกับผิวของตัวเอง จากการที่ สมูทอี อยู่ในวงการเวชสำอางมาเป็นเวลา 25 ปี จึงเข้าใจปัญหาต่างๆ จนได้ค้นพบนวัตกรรมที่จะช่วยแก้ไขปัญหาผิวให้กับสาวๆ เป็นการผสาน 3 คุณค่าจากธรรมชาติอย่างลงตัว ในการปกป้องฟื้นฟูสภาพผิว ได้แก่ Premium Natural Source, Lalonin ซึ่งมีคุณสมบัติปกป้องผิวจากการสูญเสียน้ำหล่อเลี้ยง ปรับสภาพผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น และคงความอ่อนเยาว์, Elastin & Collagen Amino Acids ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่น, Tocopherol ช่วยลดเลือนริ้วรอยและความแห้งกร้านของผิว, Grape Seed Extract & Licorice Extract ช่วยให้ผิวแลดูเนียนกระจ่างใส และ MES (Multi Layer Emulsion System) เทคโนโลยีลิขสิทธิ์เฉพาะของ สมูทอี ที่ช่วยนำพาอาหารผิวให้ซึมตรงสู่ผิวได้เร็วขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการช่วยยืดอายุผิว เสริมบุคลิกภาพ และเพิ่มความมั่นใจได้อีกด้วย.




ปริศนาขากางเกง ยาวแค่ไหนถึงจะพอดี?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย GQ Thailand 11 เม.ย. 2559 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/601598

 

หมู่นี้ดูเหมือนว่าผู้ชายหลายคนจะชอบใส่กางเกงขาเต่อให้ได้ลุคของหนุ่มฮิปสเตอร์ตามกระแสที่มาแรงตั้งแต่ปีที่ผ่านมา แต่จริงๆ แล้วการเลือกความยาวของขากางเกงนั้นสะท้อนให้เห็นถึงสไตล์ของแต่ละคนที่มีสัดส่วนร่างกายแตกต่างกันมากกว่าจะเป็นแค่เทรนด์แฟชั่นเท่านั้น ดังนั้นอย่ามองข้ามความสำคัญของขากางเกงเป็นอันขาด มาดูกันว่าความยาวของขากางเกงระดับไหนจะเหมาะสำหรับตัวตนของคุณมากที่สุด

1. ขาเต่อ


กางเกงขาเต่อเหนือข้อเท้านี้มีดีไซเนอร์ชื่อดังอย่าง Thom Browne เป็นผู้นำเทรนด์ เป็นระดับความยาวที่เหมาะกับผู้ชายผอม ขาเล็ก ข้อเท้าเล็ก และตัวต้องไม่สูงมากนัก ในลุคแคชวลที่เท่ มีสไตล์ ดูกวนๆ หน่อย โดยไม่จำเป็นต้องใส่ถุงเท้าและควรเป็นกางเกงขาไม่กว้าง

2. ระดับข้อเท้า


มีความยาวใกล้เคียงกับกางเกงขาเต่อแต่จะไม่สั้นเหนือข้อเท้า ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณข้อเท้าหรือให้ชายกางเกงอยู่แถวขอบตรงรองเท้าพอดี เป็นความยาวที่เหมาะสำหรับกางเกงขาไม่กว้างนัก ให้ลุคเนี้ยบ ดูมินิมัลแต่ก็ทันสมัย เหมาะกับผู้ชายตัวเล็ก จะใส่โดยไม่มีถุงเท้าหรือจะเลือกโชว์ถุงเท้าแพตเทิร์นเจ๋งๆ ไปเลยก็เท่อีกแบบ

3. คลุมรองเท้าเล็กน้อย


เป็นความยาวที่ไม่สั้นไม่ยาวจนเกินไป ขากางเกงด้านหน้าจะคลุมรองเท้าเล็กน้อย สร้างรอยยับเล็กๆ ตรงส่วนปลายขากางเกง เหมาะที่จะใส่กับสูทเข้ารูปที่สุด ทำให้รูปร่างดูสูงโปร่งขึ้น ให้ลุคที่คลาสสิกสไตล์นักธุรกิจ ไม่โดดเด่น แต่มีรสนิยม

4. ความยาวปานกลาง


ชายกางเกงจะอยู่ที่ประมาณครึ่งส้นเท้า สร้างรอยยับด้านหน้าชัดเจนขึ้น ให้ความรู้สึกดั้งเดิม ไม่ตกยุค ดูเป็นผู้ใหญ่ แต่ก็ไม่ได้ดูแก่ เป็นสุภาพบุรุษสไตล์คลาสสิกของแท้ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับตนเองและไม่ต้องการโดดเด่นมากนัก ควรเป็นกางเกงที่เนื้อผ้ามีน้ำหนักพอสมควร

5. ยาวพับหนึ่งทบ


เป็นความยาวที่รอยยับจะกองลงให้เห็นอย่างชัดเจน แต่เตือนไว้ก่อนว่าควรเห็นรอยยับแค่ 1 ขยักเท่านั้น ถ้ามากกว่านั้นควรส่งไปให้ช่างแก้ก่อนจะดีกว่า ความยาวระดับนี้เหมาะสำหรับคนที่เป็นผู้ใหญ่หน่อย ไม่เน้นแฟชั่นมากนัก หรือถ้าอยากจะโดดเด่นด้วยสไตล์เรโทรเหมือนในยุค Roaring Twenties (1920-1929) ไปเลย ก็ลองใส่กางเกงขากว้างๆ ที่ทำจากผ้านิ่มหน่อยในความยาวระดับนี้ดู

ที่มา – GQ Thailand
www.gqthailand.com

 

สวยเปรี้ยวแบบสาวมั่น จากไทยดีไซเนอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 เม.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/603947

 

พีชนา

ดีไซเนอร์ไทยที่กำลังมาแรงและอินเทรนด์ในหมู่แฟชั่นนิสต้าสาวแรกรุ่น พีชนา เอกชัย เจ้าของห้องเสื้อแบรนด์ PITCHANA สร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นได้เข้าตาผู้บริหารห้างฯเซ็นทรัล จึงเปิดพื้นที่โซน THAI THAI ชั้น 2 เซ็นทรัล ชิดลม ให้เปิดช็อปเป็นแห่งแรก พร้อมฉลองเปิดตัวด้วยคอลเลกชั่นใหม่สุด The Upper East Side ประจำฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2016


ทิพนันท์

ศีกัญญา ศักดิเดช ภาณุพันธ์-พิมพิศา จิราธิวัฒน์.

คอลเลกชั่นนี้ ดีไซเนอร์สาวได้ตอกย้ำ ความชัดเจนของลุคที่สะท้อนจิตวิญญาณแบบ PITCHANA ด้วยแรงบันดาลใจจากไลฟ์สไตล์และการใช้ชีวิตของผู้หญิงในมหานคร ที่เต็มไปด้วยความฝันและไม่เคยหยุดนิ่ง ถ่ายทอดผ่านตัวแทนของผู้หญิงนิวยอร์กยุคใหม่ จาก 4 สาวในซีรีส์ดัง Sex and the City โดยคีย์ลุคของคอลเลกชั่น “The Upper East Side” คือจั๊มสูท ซิลค์ซาตินดำ ที่ใช้ลูกไม้ฝรั่งเศสปักมือเพิ่มความเซ็กซี่โดยใช้เชือกพันช่วงอกบนกางเกงขาม้าผ้าซิลค์ซาติน สะท้อนความเป็นสาวมั่นใจ เปรี้ยว และกล้าที่จะแต่งตัว นอกจากภาพลักษณ์ของสี่สาว Sex and the City ที่สะท้อนทุกบุคลิกของความเป็น PITCHANA เสื้อผ้าทุกชุดยังคงเน้นที่วัสดุชั้นเลิศ และการตัดเย็บประณีต ผ้าซิลค์ซาตินเนื้อดี ผ้าชีฟอง และลูกไม้ฝรั่งเศส ปรากฏในลุคเด่นๆของคอลเลกชั่น โดยเฉพาะชุดกลางคืนที่ PITCHANA ใช้ผ้าลูกไม้ฝรั่งเศสทั้งชุด และเพิ่มความเซ็กซี่ด้วยการเปิดไหล่และผ่าหน้าขา ในขณะที่ ชุดโปรดของแฟนๆ อย่างสูทสีขาวคัตติ้งเนี้ยบนั้นได้รับการปรับให้ดูมีดีเทลมากขึ้นและไม่ทิ้งอารมณ์เซ็กซี่แบบ PITCHANA



อีกหนึ่งแบรนด์ของดีไซเนอร์ไทยที่ติดลมบน ทูอี้ (Tu΄i) แบรนด์เครื่องหนังเอ็กโซติกชั้นนำ ของ ทิพนันท์ ศรีเฟื่องฟุ้ง เฉลิมฉลองครบรอบ 1 ปี ร้าน Tu΄i QU พร้อมเปิดตัวคอล-เลกชั่นล่าสุด “Ciao Venezia!” สำหรับฤดูใบไม้ผลิ-ร้อน 2016 ที่ QURATOR โซน ชั้น 2 ศูนย์ การค้าเอ็มควอเทียร์ บรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนาน เริ่มด้วย การเปิดตัวแบรนด์มิ้วส์ “พลอย-เฌอมาลย์” ที่ออกมาพร้อมกระเป๋า Piccola Franca รุ่นใหม่ล่าสุด กระเป๋าหนังเหลี่ยมทรงสวยที่มีให้เลือกหลายเฉดสี ทั้งดำและมะฮอกกานี พบกับคอลเลกชั่นนี้ได้ที่ Tu΄i shop ทั้ง 5 สาขา ชั้น 1 เซ็นทรัลเวิลด์, ชั้น 2 THAITHAI เซ็นทรัล ชิดลม, ชั้น M พารากอน ดีพาร์ทเมนท์สโตร์, ชั้น 1 เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ และชั้น 2 ดิเอ็มควอเทียร์.




บันไดเสริมใยเหล็ก สู่ความสำเร็จ 3 ช่างผมไทยผู้สืบสานตำนาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 เม.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/603606

 

การไขว่คว้าชื่อเสียงเงินทองและความสำเร็จไม่ใช่ของง่ายๆ แต่ยากยิ่งกว่าคือทำยังไงถึงจะรักษาสิ่งเหล่านี้ให้อยู่กับเราไปนานแสนนาน เส้นทางสู่ดวงดาวของ 3 ช่างผมดังแถวหน้าของเมืองไทย อย่าง “เล็ก-สายสุดา เชื้อวิวัฒน์”, “แดง-สมศักดิ์ ชลาชล” และ “ไก่-สมพร ธิรินทร์” เป็นอีกหนึ่งในตำนานความสำเร็จของคนดังระดับเลเจนด์ ที่นำมาเล่าขานได้อย่างไม่รู้จบ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆให้คนรุ่นหลัง

แม้จะเติบโตมาแบบไข่ในหิน เพราะเป็นทายาทสุดรักของบรมครูวงการช่างผมไทย “แม่ครูน้อย-วันทนีย์ เชื้อวิวัฒน์” ผู้ก่อตั้งสถาบันเกตุวดี-แกนดินี สถาบันเสริมสวยชื่อดังอันดับต้นๆของประเทศ แต่ “เล็ก-สายสุดา เชื้อวิวัฒน์” ก็ต้องต่อสู้อย่างหนักเพื่อพิสูจน์ตัวเองให้โลกเห็นว่าเป็นหนึ่งในตองอู


สายสุดา

“เล็กเริ่มจับกรรไกรตอนอายุ 18 แม่ไม่ว่างสอนหรอก เพราะลูกค้า วีไอพีเยอะมาก จู่ๆวันหนึ่งแม่บอกให้เราจับกรรไกรตัดผมให้ดูสิ เราก็ลงมือตัดให้ดูเลย ถามแม่ว่าโอเคไหม แม่มองแล้วเฉยๆไม่พูดอะไรเลยไม่รู้ว่าตกลงอะไร แต่เล็กก็ช่วยแม่อยู่พักใหญ่ 2-3 ปี เริ่มตั้งแต่เป็นช่าง สระผม ช่างเป่าผมไดร์ผม จนเป็นช่างตัดผม อาศัยครูพักลักจำจากช่างผมเก่งๆในร้านแม่ หลังจากนั้นแม่บอกให้ไปเรียนต่อพื้นฐานการตัดผมทั้งหมดที่วิดัล แซสซูน ประเทศอังกฤษ แล้วไปต่อเรื่องเทคนิคที่อิตาลี ได้มีโอกาสเจอกับ “มร.จีจี้ แกนดินี” ซึ่งเป็น บุคคลสำคัญมากๆที่ทำให้เล็กเป็นเล็กในวันนี้ นอกเหนือจากคุณแม่”

เพราะถูกฝึกเคี่ยวกรำมาอย่างเข้มข้นจริงจัง จนกวาดรางวัลระดับโลกมากมายนับไม่ถ้วน รวมถึงการนำทีม ช่างผมไทยคว้ารางวัลแชมป์ผมอันดับ 7 ของโลก จากเวที แฮร์เวิลด์ ทำให้วันนี้ “เล็ก-สายสุดา” ขึ้นมายืนอยู่ระดับ ท็อปของช่างผมไทยได้อย่างสง่างาม โดยไม่ถูกคลื่นลูกใหม่ กลบหายไปกับแรงลม โดยสไตล์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์สร้างชื่อตั้งแต่ยุคแรกจนทุกวันนี้คือ “ไฟเออร์ฟลาย” ผมตัดสั้นท้ายทอยชิด และพิกซี่คัต ผมซอยสั้นทั้งหลาย โดยคาแรกเตอร์พิเศษการตัดผมของเธอมีเบสิกที่เป๊ะในแบบอังกฤษ แต่ก็ผสมความหวานในสไตล์อิตาเลียนเข้าไป ทำให้ได้กลิ่นอายที่ทันสมัย และมีเอกลักษณ์การตัดปลายผมไม่เหมือนใครเลย ผลลัพธ์จากการ ตัดผมแบบนี้ ทำให้ลูกค้าดูแลผมได้เองโดยไม่ต้องเข้าร้าน 2-3 เดือน


เมื่อถาม “คุณเล็ก” ว่าอยู่ในวงการนี้มากว่า 3 ทศวรรษ ทำยังไงให้อยู่ยง คงกระพันมาถึงวันนี้ ได้รับคำตอบว่า “ความจริงใจค่ะสำคัญที่สุด จริงใจกับโปรดักส์ที่ใช้ จริงใจกับลูกค้า สิ่งเหล่านี้สัมผัสได้ สมัยก่อนวงการนี้แข่งขันกันสูงมาก แต่ยุคนี้เปลี่ยนเป็นพึ่งพากันและกัน มันเหมือนเป็นเพื่อนร่วมวงการมากกว่า มีอะไรก็มาแชร์กัน ถ้าเป็นเมื่อก่อนช่างผมดังๆจะปิดห้องตัดผมเลยนะ เพราะหวงวิชามาก แต่ยุคนี้เราไม่ได้แข่งกันเองแล้ว เราผนึกกำลังเพื่อแข่งกับประเทศเพื่อนบ้าน เราไปไกลถึงระดับโกลบอลแล้ว ส่วนหนึ่ง ที่ทำให้เราพัฒนาตัวเองไม่หยุดคือ ได้ร่วมงานกับลอรีอัล ในฐานะมาสเตอร์แอมบาสเดอร์ ตั้งแต่เมื่อ 10 ปีก่อน ทำให้มีโอกาสเรียนรู้นวัตกรรมล้ำหน้าตลอดเวลา และได้รับการเทรนโปรดักส์ใหม่ๆที่ถูกต้อง ซึ่งมีผลต่อคอนซูเมอร์ ลอรีอัลมีนักวิทยาศาสตร์ค้นคว้าวิจัยอย่างจริงจัง ทำให้ได้โปรดักส์ที่มีคุณภาพ จริงๆ ทุกวันนี้เทรนด์ผมไม่ได้มาจากแคตวอล์กแล้ว มาจากสตรีทที่ผู้บริโภคหยิบมาใช้ คนยุคนี้กล้าที่จะแตกต่างกล้ารับของใหม่ๆ พฤติกรรมของผู้บริโภค เปลี่ยนไปมาก รับอะไรได้มากขึ้น ทุกอย่างฟรีฟอร์มหมด หมดยุคแล้วที่จะกำหนดเทรนด์แต่ละซีซั่น ขึ้นกับว่าแต่ละคนมองเห็นตัวเองเป็นภาพอะไร แล้วนำมาสื่อสารกับช่างทำผม ซาลอนยุคใหม่ต้องมีบริการพูดคุยแนะนำเพื่อสอบถามความต้องการแท้จริงของลูกค้า ช่างทำผมยุคนี้ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ และแฮร์คอนเซาเทชั่น ไม่ใช่แฮร์เดรสเซอร์อย่างเดียว”


สมศักดิ์

ด้านกูรูช่างผมไทยที่ล่ำซำสุดเป็นอันดับต้นๆของประเทศ “ครูแดง-สมศักดิ์ ชลาชล” บอกเล่าถึงการฝ่าฟันอุปสรรค กว่าจะก้าวมาเป็นเจ้ายุทธจักรคร่ำหวอดอยู่ในวงการซาลอน ถึง 4 ทศวรรษ “สมัยเป็นหนุ่มๆเราเป็นอีแอบ ไม่กล้าเปิดเผยว่าชอบผู้ชาย พ่อเป็นเจ้าของโรงสีใหญ่ ที่แปดริ้ว ก็คาดหวังว่าจะให้ลูกชายคนเล็กอย่างเราสืบทอดกิจการ เลยจับคลุมถุงชนแต่งงานกับลูกสาวโรงฟอกหนัง บังเอิญเราไปทำผมร้านประจำแถวลาดพร้าว เจ้าของร้านเกิดอยากจะเซ้ง ร้านทิ้ง เลยชักชวนให้ซื้อกิจการ เราจบอนุปริญญาด้านครูมา เจ้าของร้านแนะนำให้ไปเทกคอร์สเรียนทำผมที่เกตุวดี เพื่อจะได้คุมช่างผมอยู่ สมัยก่อนคนที่เรียนทำผมมีแค่ 2 กะ คือ กะหรี่ กับกะเทย ตอนนั้นเรายังไม่เปิดตัว ก็เลยสองจิตสองใจ แต่พอไปเรียนทำผมจริงๆ ปรากฏว่าสนุกมาก ค้นพบพรสวรรค์ในตัวเอง อินเนอร์มันได้ ก็เลยตัดสินใจเอาดีทางนี้ และได้รับการชักชวนจากครูน้อยให้เป็นช่างผมประจำร้านเกตุวดี พอเข้าวงการเต็มตัวคราวนี้สาวแตกเลยฮะ โดนที่บ้านตัดลูกตัดแม่ ให้บ้านมาหลังรถมาคัน เพราะรับไม่ได้!! ยุคนั้นมีชิงแชมป์โลกเวทีแฮร์เวิลด์ ครูน้อยเห็นหน่วยก้านก็เลยชักชวนไปร่วมประกวดที่ลาสเวกัส เป็นครั้งแรกของทีมช่างผมจากประเทศไทย หลังจากนั้น เราก็เดินสายประกวดชิงแชมป์ประเทศไทยทุกเวที ได้แชมป์มาครองทุกปี เป็นช่างผมที่โด่งดังมากในยุคนั้น ภูมิใจสุดคือได้แชมป์ผมเอเชียมาครอง เราก้มหน้าก้มตาทำงานกับเกตุวดี มา 8-9 ปี รู้สึกถึงจุดอิ่มตัว เลยขอลาครูน้อยออกมาเปิดร้านของตัวเอง สาขาแรกที่ทองหล่อ ตอนนั้นมีชื่อเสียงและรู้จักคนเยอะแล้ว เปิดร้านชลาชลปุ๊บก็บูมเลย จากช่างในร้าน 4 คน ทุกวันนี้ขยายไป 17 สาขาแล้ว มีช่างทั้งหมด 300 คน”


นอกจากจะมีหัวเซ็งลี้ปลุกปั้นธุรกิจซาลอนจนเฟื่องฟู “ครูแดง” ยังคิดการใหญ่ลุกขึ้นเป็นโต้โผปฏิวัติวงการซาลอนเมืองไทยให้ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง “เรามาจากยุคที่ตัดผมวันละ 60 หัว คือทำงานหนักมาก ถ้าไม่คิดแยกตัวออกมาเปิดร้านเอง ก็คง ไม่มีทุกวันนี้ เมื่อประสบความสำเร็จแล้ว เลยอยากช่วยพัฒนาและ ยกระดับมาตรฐานวงการช่างผมไทย สมัยก่อนบ้านเราร้านทำผมเป็นเหมือนศาลาตอแหลคนมานั่งนินทากัน แต่ร้านชลาชลเป็นซาลอน แบบมาตรฐานแห่งแรกๆที่สร้างแบรนดิ้งให้กับร้านทำผม ปีหน้าเราก็จะครบแซยิดแล้ว สิ่งที่ตั้งใจอยากจะทำให้ได้คือ การนำวิชาความรู้ที่ร่ำเรียนมาทั้งปริญญาตรี-โท-เอก ช่วยพัฒนามาตรฐานวิชาชีพของช่างทำผมไทย อยากเห็นอาชีพช่างทำผมเป็นอาชีพที่ได้รับการยอมรับ คนจะมาเป็นช่างผมต้องสอบไลเซนส์เพื่อจะได้ตรวจสอบที่มาที่ไปได้ อันนี้กำลังผลักดันร่วมกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน สิ่งที่เราทุ่มเททั้งหมดไม่ใช่อยากดัง แต่เพราะอยาก ให้วงการนี้มีสแตนดาร์ดที่สูงขึ้น และมีย่างก้าวการพัฒนาแบบเดียวกับมาตรฐานวิชาชีพอื่นๆ มีระดับประถม, มัธยม และปริญญา ความฝันสูงสุดของสมศักดิ์คืออยากเป็น “วิดัล แซสซูน” แห่งอาเซียน ถึงวันหนึ่งเราจะรีไทร์ไปแล้ว ชลาชลก็จะต้องเดินหน้าต่อไปได้ เหมือนที่ “วิดัล แซสซูน” ยังคงเป็นสถาบันที่ยิ่งใหญ่ แม้จะมีอายุเป็นร้อยปี ตรงนี้เองที่จุดประกายให้เราเปิดสถาบันชลาชล อคาเดมี่ เมื่อ 3 ปีก่อน เพื่อถ่ายทอดวิชาความรู้ของเราให้ช่างผมรุ่นใหม่ๆ สร้างช่างทำผมที่มีคุณภาพ และอยากนำโมเดลนี้ขยายไปให้ทั่วประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน”


สมพร

ถ้าพูดถึงช่างผมดังมือหนึ่งของวงการแฟชั่นไทยยุคปัจจุบัน จะต้องมีชื่อของ “ไก่-สมพร ธิรินทร์” ผู้ร่วมก่อตั้งซาลอนดัง “เดอะ เลาจ์ แฮร์ ซาลอน” ติดอันดับต้นๆอย่างแน่นอน เส้นทางของเขาคนนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะต้องเริ่มนับศูนย์ตั้งแต่การเป็นเด็กสระผมในร้าน พนักงานเก็บเงิน และเป็นลูกมือให้พี่สาว กระทั่งพิสูจน์ฝีมือจนเป็นที่ยอมรับในวงการโฆษณาและแฟชั่น “ไก่เข้าวงการทำผมมา 30 ปีแล้ว เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย เดิมทีเป็นคนพังงา ที่บ้านส่งมาเรียน มัธยมที่กรุงเทพฯ โดยฝากฝังให้อยู่กับหลวงพี่ที่วัดแถววงเวียนเล็ก ชีวิตเด็กวัดต้องอดทนมาก เดินตาม พระไปบิณฑบาตทุกเช้า แต่ไม่รู้สึก น้อยอกน้อยใจนะ เพราะช่วงที่ว่างเราก็ไปเป็นเด็กช่วยงานในร้านทำผมของพี่สาวแถวอนุสาวรีย์ชัยฯ ฝึกงานในร้านตั้งแต่สระผม ไดร์ผม เก็บเงิน จนลูกค้าแนะนำว่าน่าจะไปเรียนทำผมให้เป็นเรื่องเป็นราว จะมัวอยู่แค่นี้ไม่ได้นะ น้าสาวก็เลยส่งไปเรียนซอยผมที่ “เรืองฤทธิ์” จบแล้วก็ส่งไปชุบตัวฝึกงานต่อที่ร้านแถวนนทบุรี กลับมาอีกทีคราวนี้กลายเป็นช่างไก่แล้ว”


ลำพังเป็นช่างผมในซาลอนเล็กๆคงไม่ทำให้ “ไก่-สมพร” มีชื่อเสียงก้องประเทศอย่างทุกวันนี้ แต่ด้วยโชคชะตาลิขิตให้ได้ไปคลุกคลีใกล้ชิดกับคนวงการแฟชั่น จึงมีโอกาสแสดงฝีมือจนโด่งดังเป็นที่ยอมรับ “ได้มีโอกาสรู้จักกับช่างแต่งหน้า ดังของยุคอย่างพี่ต้อ พี่เป็ด พี่มน พี่ม้า และพี่โอใหญ่ พวกพี่ๆช่วยแนะนำบอกกันต่อๆว่า มีช่างทำผมคนหนึ่งท่าทางกะโหลกกะลา ดูเหมือนเก้ๆกังๆ แต่มันทำผมดีนะ ลองเอามาใช้ดู นับจากนั้นก็เลยได้ทำงานแฟชั่นมาเรื่อยๆ มีคนเรียกใช้งานตลอด ซึ่งการจะมายืนตรงจุดนี้ได้ เราต้องมีความอดทนสูงมาก แรกๆก็มีบ้างที่โดนลองของ ไม่ยอมรับเรา แต่เราก็ตั้งใจทำงานและทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทำให้งานสวยโดดเด่นจนคนยอมรับเรา งานทำผมก็เหมือนกับงานปั้นอย่างหนึ่ง เวลาเห็นผลงาน แล้วลูกค้าชอบยิ้มพอใจ เราก็มีความสุขและภูมิใจในผลงานของเรา โดยหนึ่งในความ ภาคภูมิใจในชีวิตคือ การได้ทำงานรับใช้ “พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรี นารีรัตน์” ในการแสดงแฟชั่นโชว์เสื้อผ้าตั้งแต่คอลเลกชั่นแรก ที่ปารีส แฟชั่น วีก 2007 จนถึงคอลเลกชั่นล่าสุดในปัจจุบัน ไก่เข้าวงการทำผมมา 30 ปี รู้สึกภูมิใจมากที่ได้เป็นเมนหลักในการคุมแฟชั่นโชว์ใหญ่ๆทุกครั้ง และคนไม่เคยลืมสมพรเลย ไก่จะบอกช่างผมที่ร้านทุกคนว่า ต้องนึกถึง 3 H คือ Head ใช้สมองคิด, Hand ลงมือทำ และ Heart ทำออกมาจากใจ คุณถึงจะประสบความสำเร็จ ปีนี้เดอะเลาจ์อายุครบ 11 ขวบแล้ว ก้าวต่อไปของไก่คืออยากเปิดโรงเรียนสอนทำผมแฟชั่นและสอนเดินแบบ เพื่อแบ่งปันวิชาความรู้ให้คนรุ่นใหม่”.

ทีมข่าวหน้าสตรี