รอยยิ้มเหนือวิกฤตฮอร์มุซ ผลงานเด่นการทูตกู้สถานการณ์พลังงาน

รอยยิ้มเหนือวิกฤตฮอร์มุซ  ผลงานเด่นการทูตกู้สถานการณ์พลังงาน

รอยยิ้มเหนือวิกฤตฮอร์มุซ ผลงานเด่นการทูตกู้สถานการณ์พลังงาน

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.32 น.

ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงส่งผลกระทบต่อเส้นทางพลังงานของโลก โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางไปยังหลายประเทศทั่วโลก

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลต่อราคาน้ำมัน ต้นทุนการผลิต และค่าครองชีพของประชาชนในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเป็นหลัก

ท่ามกลางสถานการณ์นี้ เรือขนส่งน้ำมันดิบของบริษัทบางจาก ซึ่งลอยลำรอจังหวะอยู่ในอ่าวเปอร์เซียตั้งแต่ช่วงวันที่ 11 มีนาคม 2569 สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย และกำลังเดินทางกลับประเทศไทย โดยมีกำหนดถึงปลายทางในช่วงต้นเดือนเมษายน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับกรณีเรือสินค้าไทย “มยุรีนารี” ซึ่งเป็นคนละลำกัน และถูกโจมตีในพื้นที่เดียวกัน ทำให้เห็นชัดว่าเส้นทางดังกล่าวมีความเสี่ยงเกิดขึ้นจริง

การที่เรือขนส่งน้ำมันของไทยสามารถผ่านพื้นที่นี้ได้ในช่วงเวลาที่มีเหตุโจมตีเกิดขึ้น จึงเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อสถานการณ์พลังงานของประเทศ และสะท้อนว่าการรับมือกับความเสี่ยงยังสามารถทำได้

การที่เรือขนส่งน้ำมันของไทยสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลจากการประสานงานระหว่างหน่วยงานของไทยกับประเทศที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงการต่างประเทศของไทยได้หารือกับทางการอิหร่าน เพื่อขอความร่วมมือในการดูแลความปลอดภัยของเรือไทยที่ต้องใช้เส้นทางดังกล่าว พร้อมทั้งแจ้งรายละเอียดของเรืออย่างชัดเจน

การดำเนินการนี้อยู่ภายใต้การทำงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และข้าราชการ นักการทูต และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องติดตามสถานการณ์และประสานข้อมูลอย่างต่อเนื่อง

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือเรือขนส่งน้ำมันของไทยสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย ซึ่งเป็นผลจากการทำงานเชิงรุกของฝ่ายการทูต

อีกด้านหนึ่ง เหตุการณ์ของเรือสินค้าไทย “มยุรีนารี” ซึ่งถูกโจมตีในพื้นที่เดียวกัน ทำให้ลูกเรือ 23 คนต้องอพยพออกจากเรือ โดยสามารถช่วยเหลือออกมาได้แล้ว 20 คน

ขณะเดียวกัน ยังมีลูกเรืออีก 3 คนที่ยังอยู่ในเรือลำดังกล่าว และอยู่ระหว่างการเข้าถึง โดยเป็นการดำเนินการร่วมกันระหว่างอิหร่านและโอมาน

ทั้งสองเหตุการณ์ทำให้เห็นภาพเดียวกัน คือเส้นทางดังกล่าวมีความเสี่ยงจริง แต่ในขณะเดียวกัน ความร่วมมือระหว่างประเทศยังสามารถช่วยลดผลกระทบลงได้

เมื่อมองสถานการณ์ภายในประเทศ จะพบว่าการรับรู้ของสังคมต่อวิกฤตพลังงานมีความแตกต่างจากข้อเท็จจริงบางส่วน

ข้อมูลเกี่ยวกับราคาน้ำมันและสถานการณ์ในตะวันออกกลางถูกเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็ว ทั้งในรูปแบบข้อความ ภาพ และคลิปวิดีโอ

ในหลายกรณี ข้อมูลถูกนำเสนอเฉพาะด้านที่สร้างความกังวล หรือถูกตัดบางส่วนมาใช้ ทำให้ภาพรวมของสถานการณ์ไม่ครบถ้วน

ผลที่เกิดขึ้นคือความกังวลของประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ความเข้าใจต่อสถานการณ์ไม่ได้เพิ่มขึ้นในระดับเดียวกัน

ขณะเดียวกัน ความเห็นของนักการเมืองบางส่วนเกี่ยวกับประเด็นพลังงาน ถูกนำไปเผยแพร่ต่อในวงกว้าง โดยเน้นการวิพากษ์มากกว่าการเสนอแนวทางแก้ปัญหา

ภาพรวมจึงเกิดช่องว่างระหว่างสิ่งที่เกิดขึ้นจริง กับสิ่งที่สังคมรับรู้จากข้อมูลที่ถูกเผยแพร่

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า วิกฤตพลังงานไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์โลกเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับข้อมูลที่ถูกนำเสนอในสังคม

การเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ครบ หรือยังไม่ผ่านการตรวจสอบ อาจทำให้ความกังวลเพิ่มขึ้นเกินกว่าข้อเท็จจริง

ขณะเดียวกัน การวิพากษ์ที่ไม่มีข้อเสนอที่ชัดเจน ไม่ได้ช่วยให้การแก้ปัญหาเดินหน้าไปได้

สิ่งที่จำเป็นคือการให้ข้อมูลที่ครบถ้วน อธิบายสถานการณ์ตามข้อเท็จจริง และเสนอแนวทางที่สามารถนำไปใช้ได้จริง

บทเรียนจากกรณีนี้เห็นได้ชัดว่า การทำงานของกระทรวงการต่างประเทศ ภายใต้การนำของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง สามารถช่วยให้เรือของไทยผ่านพื้นที่เสี่ยงได้

การที่เรือขนส่งน้ำมันของไทยเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย จึงเป็นหนึ่งในผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ

และเป็นภาพของ “รอยยิ้ม” ที่เกิดขึ้นจากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่.

ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์

‘หมอวรงค์’ โชว์กินข้าวสภาจ่ายเองแค่ 50 บาท ชวนเพื่อน สส. สร้างศรัทธา เลิกเบียดเบียนภาษี ปชช.

‘หมอวรงค์’ โชว์กินข้าวสภาจ่ายเองแค่ 50 บาท ชวนเพื่อน สส. สร้างศรัทธา เลิกเบียดเบียนภาษี ปชช.

‘หมอวรงค์’ โชว์กินข้าวสภาจ่ายเองแค่ 50 บาท ชวนเพื่อน สส. สร้างศรัทธา เลิกเบียดเบียนภาษี ปชช.

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.49 น.

วันที่ 25 มีนาคม 2569 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ได้ออกมาโพสต์คลิปวิดีโอขณะที่ซื้ออาหารทานเองในสภาลง พร้อมเชิญชวน สส. ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่น หากยังใช้สิทธิเดิมก็ควรหักเงินเดือนเพื่อความเป็นธรรมต่อประชาชน

โดยระบุว่าข้อความว่า “การซื้ออาหารทานเอง ที่ห้องอาหารของสภา เป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ยาก ถ้าไม่เดินมาทานเอง ให้ผู้ช่วยมาซื้อก็ได้ครับ วันนี้ผมมีประชุม วิปฝ่ายค้านที่สภา ผมก็มาซื้ออาหารทานเองครับ ข้าวราดแกงเขียวหวานไก่กับไข่พะโล้ ราคา 50 บาทเท่านั้น และตั้งใจว่า จะซื้อทานเองตลอดไปครับ”

เคาะตารางประชุมสภาฯ ใหม่ จับตา สส. 100 คน อภิปราย วิกฤตน้ำมัน

เคาะตารางประชุมสภาฯ ใหม่ จับตา สส. 100 คน อภิปราย วิกฤตน้ำมัน

เคาะตารางประชุมสภาฯ ใหม่ จับตา สส. 100 คน อภิปราย วิกฤตน้ำมัน

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.44 น.

25 มี.ค.2569 เมื่อเวลา 08.45 น. ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมือง อาทิ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นายณัฐวุฒิ  บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และพรรคอื่นๆเป็นต้น เพื่อหารือเรื่องการกำหนดวัน เวลาในการประชุม และสมัยการประชุม

จากนั้นเวลา 09.30 น. นายณัฐวุฒิ เปิดเผยผลการประชุมว่า ที่ประชุมได้มีการหารือประเด็นหลัก ๆ 3 ประเด็น คือ 1. เรื่องวันเวลาประชุม เบื้องต้นยืนยันนัดประชุมเหมือนที่เคยเกิดขึ้นที่ผ่านมาคือวันพุธและวันพฤหัสบดีของทุกสัปดาห์ แต่เราพิจารณาแล้วเห็นว่าอาจจะมีวาระอื่นๆ ทั้งรายงานของหน่วยงานต่างๆ หรือการเสนอร่างกฎหมายของสส. รวมถึงการเสนอร่างกฎหมายของภาคประชาชน ที่อาจจะมีการค้างการพิจารณา หรือในอนาคตหากคณะรัฐมนตรี มีการยืนยันกฎหมายกลับมาที่ประชุม จึงเปิดช่องให้มีการประชุมเพิ่ม กรณีที่มีการพิจารณาวาระครั้งการพิจารณา ก็จะประชุมเพิ่มในวันศุกร์อย่างน้อย 1-2 ครั้งต่อเดือน

ณัฐวุฒิ  บัวประทุม

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นตรงกันว่าการประชุมสัปดาห์ไหนที่ตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์ ก็อาจจะมีการประชุมชดเชย เพื่อทำให้สภาฯ แห่งนี้มีการนำปัญหาของประชาชนมาพูดคุยกันอย่างเต็มที่ และการประชุมสภาฯ จะเริ่มในเวลา 09.00 น. ส่วนจะจบเมื่อไหร่คงขึ้นอยู่กับวาระของแต่ละวัน 2. ที่ได้มีการหารือกันคือ วันเวลาของการปิดสมัยประชุม ทั้งในสมัยที่ 1 และสมัยที่ 2 โดยในสมัยที่หนึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 มี.ค. ไปถึงวันที่ 11 ก.ค. ขณะที่สมัยที่ 2 เริ่มวันที่ 25 ส.ค. เป็นต้นไป และปิดวันที่ 22 ธ.ค. เป็นไปตามกำหนดระยะเวลา 120 วันคือ โดยใช้กรอบนี้ตลอดการประชุม 4 ปี  และ 3. เรื่องการพิจารณาญัตติ ที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบ กับสถานการณ์สงคราม ภาคตะวันออกกลางที่เกี่ยวข้องกับราคาน้ำมัน ราคาพืชผลเกษตร ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ในวันนี้ โดยที่ประชุมเห็นว่าเนื่องจากเรื่องนี้ค้างการพิจารณามาจากสัปดาห์ที่ผ่านมา ฉะนั้น จึงจะเปิดให้สมาชิกได้มีการอภิปรายอย่างเต็มที่ และจากที่มีการหารือกันนั้นคาดว่ามีผู้อภิปรายเกือบ 100 คน ทั้งจากพรรคฝ่ายรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้าน ท่านประธานจึงระบุว่าหากเป็นเช่นนั้นให้มีผู้ที่อภิปราย เปิดเป็นระยะเวลา 15 นาทีและปิด 10 นาที ส่วนผู้อภิปรายอื่นๆใช้ 7 นาทีต่อคน เพื่อให้สมาชิกได้ทำหน้าที่ ตัวแทนประชาชนอย่างเต็มที่ในกรณีนี้จะไม่มีการตั้งคณะกรรมาธิการใดๆ แต่เป็นการอภิปรายเพื่อส่งข้อเสนอไปยังคณะรัฐมนตรีต่อไป เพราะถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องด่วนและสำคัญ

นายณัฐวุฒิ กล่าวด้วยว่า ในที่ประชุมยังมีการกล่าวถึงการประชุมในวันที่ 26 มี.ค. ที่ไม่ได้มีการประชุมนัดประชุม ซึ่งฝ่ายค้านต้องการให้มีการประชุม แต่เห็นตรงกันว่าสัปดาห์นี้ จะมีการประชุมเพียงวันเดียวคือวันที่ 25 มี.ค. เพื่อให้สส. ลงพื้นที่พบปะประชาชน ส่วนในสัปดาห์ถัดไปประธานจะนัดประชุมหัวหน้าพรรคการเมืองในวันที่ 30 มี.ค. นี้ ก็จะได้หารือถึงการประชุมต่อไป 

ณัฐวุฒิ  บัวประทุม

ภิญโญ กังขา ศุภจี เอาใจทุนใหญ่ อัดผู้ค้าน้ำมันปรับราคาขายปลีกซ้ำเติมคนไทย

ภิญโญ กังขา ศุภจี เอาใจทุนใหญ่ อัดผู้ค้าน้ำมันปรับราคาขายปลีกซ้ำเติมคนไทย

ภิญโญ กังขา ศุภจี เอาใจทุนใหญ่ อัดผู้ค้าน้ำมันปรับราคาขายปลีกซ้ำเติมคนไทย

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.27 น.

นายภิญโญ กิจเลิศไพโรจน์ อดีตผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ถึงราคาสินค้าในตลาดปรับราคาขึ้นทุกประเภท หมูปรับราคาขึ้นมา 10-12 บาทต่อกิโลกรัม เนื้อไก่ปรับราคาไม่ต่ำกว่า 14 บาท ในขณะที่ราคาไข่ไก่ปรับขึ้นมาเบอร์0 ฟองละ 6-8 บาทบาทต่อฟอง นอกจากนี้ยังมีพืชผักที่ปรับราคาขึ้นตามไปด้วย ประชาชนทำใจพกเงิน 1,000 บาทไปตลาดซื้อกับข้าวได้แค่มื้อเดียว ทุกวันนี้รายจ่ายเพิ่มรายได้ลด

นายภิญโญ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยืนยันชัดเจนว่าจะไม่มีการปรับราคาสินค้าจะตรึงราคาให้นานที่สุด ล่าสุดนายทุนใหญ่ทั้ง สหพัฒน์ ยูนิลีเวอร์ เบอร์รี่ยุคเกอร์ และเนสท์เล่ ล่าสุดกลุ่มบริษัทเหล่านี้ได้ส่งหนังสือแจ้งเตือนไปยังคู่ค้าและร้านค้าปลีกทั่วประเทศ ถึงความจำเป็นในการวางแผนสต็อกสินค้า เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และการขนส่งพุ่งสูงขึ้น ทั้งนี้การปรับราคาเกิดขึ้นหลังการหารือกับนางศุภจี โดยอ้างจำเป็นต้องปรับราคาสินค้าตามต้นทุน ดังนั้นชัดเจนว่าในเดือนเมษายนนี้ สินค้าทุกประเภททั้งอุปโภค-บริโภคเตรียมปรับราคาสินค้ายกแผง ส่งผลกระทบกับพี่น้องประชาชนต้องจ่ายราคาที่สูงขึ้นแน่นอน 

ภิญโญ กิจเลิศไพโรจน์

“นอกจากนี้จากวิกฤตพลังงานที่บรรดาผู้ค้าน้ำมัน ที่มีความพยายามปั่นกระแสว่าน้ำมันขาดแคลน และภาวะสงครามทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ดังนั้นเมื่อต้นทุนขึ้น ทางเลือกของบริษัทน้ำมันเลือกผลักภาระให้ผู้บริโภคโดยเดือนมีนาคมเพียงเดือนเดียวผู้ค้าน้ำมันปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 3.50 บาทต่อลิตรไปแล้ว ประชาชนจะอยู่อย่างไร รัฐบาลบอกน้ำมันมีแต่น่าประหลาดใจว่าทำไมน้ำมันไม่พอขาย หรือรัฐบาลหลงเหลี่ยมผู้ค้าน้ำมันที่หวังฟันกำไรมากกว่าที่จะเห็นใจพี่น้องประชาชน” นายภิญโญ กล่าว

ยศชนัน ชงรื้อโครงสร้างพลังงาน ยัน ส่งชื่อ รมต.เพื่อไทย ตรวจคุณสมบัติครบแล้ว

ยศชนัน ชงรื้อโครงสร้างพลังงาน ยัน ส่งชื่อ รมต.เพื่อไทย ตรวจคุณสมบัติครบแล้ว

ยศชนัน ชงรื้อโครงสร้างพลังงาน ยัน ส่งชื่อ รมต.เพื่อไทย ตรวจคุณสมบัติครบแล้ว

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.20 น.

วันนี้ 25 มี.ค. 2569 เมื่อเวลา 08.55 น. ที่รัฐสภา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเข้าประชุมครั้งแรก ว่า การประชุมสภาวันนี้จะหารือกันเรื่องพลังงานในส่วนของพรรคเพื่อไทยจะมีการเสนอญัตติเพื่อเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการพลังงานที่พรรคเพื่อไทยมีการพูดคุย และดำเนินการมาระยะหนึ่งแล้ว ฉะนั้นวันนี้จะเป็นการพูดคุยอย่างเป็นทางการในสภาฯ

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยจะมีการเสนอมาตรการเร่งด่วนเพิ่มเติมอะไรหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า กลไกสภาฯต้องทำงานหลายรูปแบบกันไป ส่วนเชิงพื้นที่พยายามรวบรวมข้อมูลใครทำอะไรได้ต้องบริหารจัดการในพื้นที่ที่ดูแลพร้อมกันไปด้วย 

ยศชนัน

เมื่อถามว่า ว่าที่รัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยที่ได้ กำกับดูแลกระทรวงที่เกี่ยวข้องต้องมีการเตรียมตัวอะไรหรือไม่ นายยศชนัน ยอมรับว่า มีเรื่องการรับมือวิกฤติพลังงานไม่ใช่เฉพาะกระทรวงที่ใครได้ดูแล แต่ต้องทำงานร่วมกันทุกกระทรวง เพราะแต่ละกระทรวงมีบทบาทระยะสั้น กลาง ยาว ซึ่งเป็นกลไกที่ต้องทำงานร่วมกัน และขณะนี้บรรยากาศของพรรคร่วมรัฐบาลมีการพูดคุยกันอย่างต่อเนื่อง

เมื่อถามว่า จะต้องถึงขั้นปรับโครงสร้างพลังงานของประเทศไทยหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า “ก็ควร” ควรปรับโครงสร้างทั้งระบบ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องพลังงาน เพราะเหตุการณ์นี้มีหลายเรื่อง ที่มีแนวโน้มว่าหากจะแก้ปัญหาระยะยาวต้องปรับในเชิงโครงสร้างทั้งระบบ โดยเริ่มจากดูสิ่งที่เดือดร้อน และกระจายไปในแต่ละเรื่อง เพราะเรื่องวิกฤติพลังงานเกี่ยวกับเรื่องปัจจัยสี่ แต่งบประมาณมีอยู่จำกัด ฉะนั้นการบริหารงบประมาณในช่วงวิกฤติต้องมีการบริหารแบบบูรณาการกันเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เมื่อถามว่า ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลกังวลว่าวิกฤติพลังงานจะทำให้สะเทือนกับรัฐบาลใหม่หรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า ถ้าเราอาสาเข้ามาไม่ว่าเรื่องไหนต้องจัดการให้ดีที่สุด

เมื่อถามว่า รายชื่อสัดส่วนคณะรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยส่งตรวจสอบคุณสมบัติครบทั้งหมดแล้วหรือไม่ นายยศชนัน ยอมรับว่าขณะนี้ได้ส่งตรวจคุณสมบัติทั้งหมดแล้ว

โปรดเกล้าฯ ให้นายตำรวจราชองครักษ์พิเศษ พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่

โปรดเกล้าฯ ให้นายตำรวจราชองครักษ์พิเศษ พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่

โปรดเกล้าฯ ให้นายตำรวจราชองครักษ์พิเศษ พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.29 น.

วันที่ 25 มีนาคม 2569 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระบรมราชโองการ ประกาศ ให้นายตำรวจราชองครักษ์พิเศษ พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ราชองครักษ์ ความว่า

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายตำรวจราชองครักษ์พิเศษ พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ราชองครักษ์ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการถวายความปลอดภัย พ.ศ. 2560 มาตรา 4 มาตรา 6 และมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัตินายตำรวจราชสำนัก พ.ศ. 2495

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลตำรวจตรีอำนวย พวกสนิท นายตำรวจราชองครักษ์พิเศษ พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ราชองครักษ์

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม พุทธศักราช 2569 ประกาศ ณ วันที่ 23 มีนาคม พุทธศักราช 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน

ขอ 3 ได้ 1! อ.อัจฉราวดี รับสภาพ สุริยะ หลุดโผต้องห้าม ฝากความหวัง 3 ทหารเสือ แบกรัฐบาล

ขอ 3 ได้ 1! อ.อัจฉราวดี รับสภาพ สุริยะ หลุดโผต้องห้าม ฝากความหวัง 3 ทหารเสือ แบกรัฐบาล

ขอ 3 ได้ 1! อ.อัจฉราวดี รับสภาพ สุริยะ หลุดโผต้องห้าม ฝากความหวัง 3 ทหารเสือ แบกรัฐบาล

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.10 น.

วันที่ 25 มีนาคม 2569 อาจารย์อ้อย อัจฉราวดี วงศ์สกล ประธานมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต และมูลนิธิโนอิ้ง บุดด้า เป็นอีกบุคคลหนึ่งที่ต้องยกให้เป็น อินฟลูเอนเซอร์ ที่ออกมาแสดงจุดยืนแถวหน้าในฝ่ายของผู้รักชาติ โพสต์ข้อความระบุว่า อยู่ยงคงกระพันไม่มีใครเกินนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ  

ตอนรู้ว่า ภท.ต้องเอาเพื่อไทยมาร่วมด้วย  เราขอไว้ 3 คน  พอกันทีไม่ว่าชาตินี้ชาติไหน  คือนายสุริยะ ภูมิธรรม และสมศักดิ์  

สุดท้ายนายกอนุทินจัดมาให้ 2 เหลือเข้ามาได้ 1 คือนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ  ที่ฉายภาพว่า  การเมืองหนีไม่พ้นเรื่องต่อรอง  ตราบใดที่ไม่สามารถมีเสียงข้างมากได้เด็ดขาด

ก็เข้าใจสถานภาพของ 192 เสียง  โฉมหน้ารมต.ชุดนี้ก็มีผสมใหม่และเก่า โดยมีสามทหารเสือ  คุณศุภจี คุณสีหศักดิ์ และคุณเอกนิติ ทำหน้าที่แบกรัฐบาล  แต่หาใช่ว่าปวงชนจะไม่คาดหวังหรือจับจ้องการทำงานของ รมต.อื่นๆ  

เราจับจ้องยิ่งกว่าครั้งไหนๆ  เพราะเราต้องการการเมืองใหม่  และเพราะนี่คือรัฐบาลที่พรรคสีน้ำเงินเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

หาก ภท.รักชาติเหมือนที่เรารัก ภท.ก็จะอยู่ได้ตลอดรอดฝั่ง  ไม่ว่าจะมีซินแสไหนมาทำนาย   ใจที่สัตย์ซื่อเห็นประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ  จะเป็นยันต์คุ้มภัยให้รัฐบาลอยู่ยาวครบ 4 ปีได้เอง  
อย่าเชื่อดวงมากกว่าเชื่อการกระทำของตัวเอง

เสียดาย ดร.บวรศักดิ์  อุวรรณโณ  ที่ไม่ได้ร่วมคณะรัฐบาลในครานี้  หากมี ดร.บวรศักดิ์ผู้ทรงคุณวุฒิและบารมี  จะช่วยเสริมความเข้มแข็งให้แก่รัฐบาลอย่างยิ่ง  
ขอ 3 ได้ 2 ยังดีกว่าคนละครึ่งหน่อย  

ขอนายกอนุทินทุ่ม 100% เพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : อ.อัจฉราวดี ดักคอรัฐบาลใหม่ ไม่เอา 3 รัฐมนตรีเพื่อไทย ลั่น เจ็บแล้วจำ

เทพไท ชี้ น้ำมันแพงไม่ใช่ปัญหาใหญ่ หวั่น ไม่มีขายมากกว่า จี้รัฐสื่อสารให้ชัด

เทพไท ชี้ น้ำมันแพงไม่ใช่ปัญหาใหญ่  หวั่น ไม่มีขายมากกว่า จี้รัฐสื่อสารให้ชัด

เทพไท ชี้ น้ำมันแพงไม่ใช่ปัญหาใหญ่ หวั่น ไม่มีขายมากกว่า จี้รัฐสื่อสารให้ชัด

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 08.27 น.

วันที่ 25 มีนาคม 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ถึงน้ำมันจะแพง ก็ยังดีกว่า ไม่มีน้ำมันขาย

เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีก่อนหน้านี้รัฐบาลระบุว่าจะไม่ให้ราคาน้ำมันดีเซลเกิน 33 บาทต่อลิตร ว่า ไม่มีคำว่า ตรึง เมื่อไม่มีคำนี้ ก็ไม่มีชนเพดาน โดยต้องดูกลไกตลาด ซึ่งรัฐบาลจะดูมาตรการสำหรับผู้ใช้น้ำมันรวมถึงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แต่จะฝืนกลไกตลาดไม่ได้ 

คำพูดของนายอนุทิน ก็ต้องขอคำยืนยันว่า ในส่วนรัฐบาลต้องเป็นเอกภาพ และมีความชัดเจน เพราะที่ผ่านมาการแสดงความเห็น  หรือข้อมูลเรื่องเกี่ยวกับวิกฤตน้ำมันให้กับประชาชนรับทราบ สร้างความสับสน และสร้างความตื่นตระหนกมาแล้วเช่นเดียวกัน จากกรณีหลังจากเกิดวิกฤติน้ำมันใหม่ๆ นายอนุทิน ชาญวีรกุล ได้โพสต์ข้อความใน Facebook ส่วนตัวว่า จะตรึงราคาน้ำมันไม่ให้ขึ้นราคาภายใน 15 วัน เมื่อประชาชนได้รับทราบข่าวนี้แล้ว ก็สามารถประเมินได้ว่า หลังจากเกิน 15 วันไปแล้ว น้ำมันจะขึ้นราคาอย่างแน่นอน จึงทำให้ประชาชนตื่นตระหนก แห่กันไปเติมน้ำมันกันเป็นจำนวนมาก ทำให้น้ำมันขาดแคลน และน้ำมันหมดปั้ม จนเป็นที่มาของวิกฤตน้ำมัน

หลังจากนั้นวันที่ 16 มีนาคม นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ก็ออกมาบอกว่า ราคาน้ำมันจะปรับสูงขึ้นจาก 29.94 บาทต่อลิตร จะปรับสูงขึ้น อยู่ในช่วง 30-33 บาทต่อลิตรไม่เกินจากนี้ และจะปรับเป็นขั้นบันได จึงทำให้หลายฝ่ายประเมินว่า ในเวลาไม่นานน้ำมันจะขึ้นราคาเป็น 33 บาทต่อลิตรอย่างแน่นอน จึงทำให้พ่อค้าที่กักตุนน้ำมันตั้งแต่เริ่มต้น ที่ราคาต้นทุนน้ำมันอยู่ที่ 29.94 บาท เมื่อทราบข่าวว่ารัฐบาลจะปล่อยน้ำมันลอยตัวไปถึงราคาลิตรละ 33 บาท จึงไม่ปล่อยน้ำมันออกมาจำหน่าย รอให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นถึงราคาลิตรละ 33 บาท ทำให้ได้กำไรสุทธิราคาลิตรละ 3 บาทเป็นอย่างน้อย จึงเป็นไปตามที่คาดการณ์ หลังวันที่ 16 มีนาคม ราคาน้ำมันก็ปรับตัวสูงขึ้นเป็น 31 บาทและมาถึง 32.94 บาทหรือ 33 บาท ตามที่รัฐบาลประกาศไว้ 

อยากให้รัฐบาลได้สื่อสารข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา แต่ไม่ควรทำให้ประชาชนตื่นตระหนก และประชาชนคาดการณ์ถึงอนาคตได้ จนมีการเก็งกำไรกำไรจากราคาน้ำมัน การที่นายอนุทินออกมายืนยันว่า จะไม่กำหนดเพดานราคาน้ำมันว่าจะอยู่ที่ 33 บาทต่อลิตรหรือไม่ เป็นเรื่องที่ถูกต้อง ปัญหาราคาน้ำมันหรือปัญหาวิกฤติน้ำมัน ที่ประชาชนคนไทยได้รับอยู่ในขณะนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับราคาน้ำมันจะแพงหรือไม่ ปัญหาอยู่ที่น้ำมันจะมีขายหรือไม่ ถ้าหากว่าน้ำมันราคาถูก ตรึงราคาไว้ ไม่ปล่อยให้ลอยตัว แต่ไม่มีน้ำมันขายให้กับประชาชน ก็ไม่มีประโยชน์ 

วิธีการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล คือปล่อยให้ราคาน้ำมันเป็นไปตามกลไกของตลาด ถ้าจะช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเกษตรกร ก็เป็นมาตรการเฉพาะ แต่ที่สำคัญกว่านั้น คนไทยทุกคนจะได้ซื้อน้ำมัน และมีน้ำมันขายให้กับคนไทยได้ใช้ หรือได้ซื้อกันถ้วนหน้า

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : นายกฯย้ำชัด! ราคาดีเซลฝืนไม่ได้ ปล่อยตามกลไกตลาด

อนุทิน เผย วันนอร์ ตอบรับนั่งประธานคณะที่ปรึกษานายกฯ ช่วยดูสร้างสันติภาพ ความสงบสุขในพื้นที่

อนุทิน เผย วันนอร์ ตอบรับนั่งประธานคณะที่ปรึกษานายกฯ ช่วยดูสร้างสันติภาพ ความสงบสุขในพื้นที่

อนุทิน เผย วันนอร์ ตอบรับนั่งประธานคณะที่ปรึกษานายกฯ ช่วยดูสร้างสันติภาพ ความสงบสุขในพื้นที่

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 08.09 น.

“อนุทิน” เผย “วันนอร์” ตอบรับนั่งประธานคณะที่ปรึกษานายกฯแล้ว ช่วยดูสร้างสันติภาพ – ความสงบสุขในพื้นที่

วันที่ 25 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้เข้าไปคอมเมนต์เฟซบุ๊กของนายซูการ์โน มะทา สส.ยะลา และเลขาธิการพรรคประชาชาติ ว่า ”ขอบพระคุณพระประชาชาติที่มาทำงานเพื่อชาติ และประชาชนด้วยกัน ผมได้กราบเรียนเชิญอาจารย์วันนอร์ (นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา) ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ ขอให้ท่านได้มาช่วยดูแลพี่น้องมุสลิม และการสร้างความสงบสุข และสันติภาพในพื้นที่ต่างๆ ในฐานะประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และท่านได้กรุณาตอบรับแล้วครับ“

ทั้งนี้ นายซูการ์โน ได้ตอบกลับว่า “ ผมต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีให้โอกาสกับประชาชาติครับ”

หมอวรงค์ ขอบคุณ อิหร่าน โอมาน หลังช่วยเรือไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซปลอดภัย

หมอวรงค์ ขอบคุณ อิหร่าน โอมาน หลังช่วยเรือไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซปลอดภัย

หมอวรงค์ ขอบคุณ อิหร่าน โอมาน หลังช่วยเรือไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซปลอดภัย

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 07.39 น.

วันนี้ 25 มีนาคม 2569 กลายเป็นเรื่องราวดี ๆ ท่ามกลางสถานการณ์โลก เมื่อ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ออกมาโพสต์ข้อความแสดงความขอบคุณมิตรประเทศอย่างอิหร่านและโอมาน ผ่านโซเชียลมีเดีย หลังจากสถานทูตอิหร่านแจ้งข่าวดีเรื่องความปลอดภัยของเรือไทย โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า “#เรือไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เฟซบุ๊ก IR Iran Embassy in Bangkok Thailand ของสถานทูตอิหร่านประจำประเทศไทย ได้โพสต์ว่า เราขอแจ้งให้ประชาชนชาวไทยทราบว่า ด้วยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างสองประเทศของเราและรัฐสุลต่านโอมาน เรือไทยลำหนึ่งได้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างสงบสุข เราให้ความสำคัญกับมิตรภาพของเราและจะไม่ลืมมิตรสหายของเรา

ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ขอขอบคุณรัฐบาลอิหร่าน ประชาชนชาวอิหร่าน รัฐสุลต่านโอมาน และประชาชนชาวโอมาน ที่ทำให้เรือไทยสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย และจะไม่ลืมมิตรภาพและมิตรสหายของเราเช่นกันครับ”

หมอวรงค์

หลังจากโพสต์นี้เผยแพร่ออกไป ก็มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็น ทั้งขอบคุณในมิตรภาพระหว่างประเทศ และบางส่วนก็ถือโอกาสฝากความหวังให้หมอช่วยตรวจสอบประเด็นร้อนใกล้ตัว เช่น

“หมอ ช่วยตรวจสอบกองทุนน้ำมันหน่อยครับ ทำไมซื้อถูกขายตอนสงครามแพง ถ้าซื้อต้นทุนแพง ขายตอนถูกก็ต้องเอากองทุนอุดหนุน มีแต่ได้อย่างเดียวสิ ประชาชนก็จ่ายอย่างเดียว ปตท มันของรัฐครึ่งหนึ่งนะ มาจากภาษีประชาชนใช่ไหม”

“ประชาชนชาวไทยหนึ่งเสียง ขอบคุณเช่นกันค่ะ”

“ขอบคุณอิหร่านครับ”

หมอวรงค์
หมอวรงค์

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก วรงค์ เดชกิจวิกรม – Warong Dechgitvigrom