ม.นครพนม จัดกิจกรรมจิตอาสา ‘ปล่อยปลา–ดำนาโยน’ สืบสานวิถีเกษตร ปลูกจิตสำนึกอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

26 สิงหาคม 2569 เวลา 06:00 น.

คณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม จัดกิจกรรมจิตอาสาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ประจำปีการศึกษา 2569 ภายใต้กิจกรรม “ปล่อยปลาและดำนาโยน” ณ บริเวณสระน้ำทฤษฎีใหม่และแปลงนาสาขาวิชาพืชศาสตร์ เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษามีจิตสาธารณะ เรียนรู้การทำงานร่วมกัน และตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมผ่านการลงมือปฏิบัติจริง

กิจกรรมได้รับความร่วมมือจากคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาคณะเกษตรและเทคโนโลยี รวมถึงนักศึกษาคณะครุศาสตร์ ที่ร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลาดุกและปลาตะเพียนลงสู่สระน้ำทฤษฎีใหม่ เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำ พร้อมร่วมกิจกรรมดำนาโยน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการทำนาที่ช่วยลดการก้มทำงาน ลดอาการปวดหลัง และเป็นทางเลือกด้านการผลิตข้าวที่สอดคล้องกับวิถีการเกษตรในปัจจุบัน

การจัดกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนถึงแนวทางการพัฒนานักศึกษาที่มุ่งเน้นการสร้างบัณฑิตให้มีทั้งความรู้ควบคู่คุณธรรม มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเห็นคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติและวิถีชีวิตทางการเกษตร โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านการลงมือปฏิบัติจริง

นายวัชพล สาริศรี นักศึกษาคณะครุศาสตร์ กล่าวว่า แม้ครอบครัวจะประกอบอาชีพทำนา แต่การดำนาโยนเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ไม่เคยได้ลองมาก่อน รู้สึกตื่นเต้นและสนุกกับกิจกรรม ได้พบเพื่อนต่างคณะ และได้เรียนรู้วิธีการทำนาอีกรูปแบบหนึ่ง แม้ว่าฝนจะตกตลอดกิจกรรมแต่บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกและความประทับใจ

ขณะที่นักศึกษาคณะเกษตรและเทคโนโลยีที่เข้าร่วมกิจกรรมต่างเห็นว่า การดำนาโยนเป็นวิธีที่ช่วยลดอาการปวดหลังเมื่อเทียบกับการดำนาแบบปักกล้า อีกทั้งยังได้เรียนรู้วิถีการทำนาของชาวอีสาน พร้อมสร้างมิตรภาพกับเพื่อนต่างคณะผ่านการทำกิจกรรมร่วมกัน

น.ส.มุกดา คำพิลา นายกสโมสรนักศึกษาคณะเกษตรและเทคโนโลยี เปิดเผยว่า กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในรูปแบบดำนาโยน โดยมีเป้าหมายส่งเสริมความสามัคคี การเรียนรู้วิถีเกษตร และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน ซึ่งได้รับการตอบรับจากนักศึกษาเป็นอย่างดี นอกจากกิจกรรมดำนาโยนแล้ว การปล่อยพันธุ์ปลาดุกและปลาตะเพียนยังเป็นอีกกิจกรรมที่ช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับแหล่งน้ำ และสร้างจิตสำนึกในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ

กิจกรรมจิตอาสาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยนครพนม บูรณาการการเรียนการสอนเข้ากับการบริการสังคม ผ่านการสร้างประสบการณ์จริงให้นักศึกษาได้เรียนรู้คุณค่าของธรรมชาติ การทำงานร่วมกัน และการสืบสานวิถีเกษตรไทย อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน

ดำนาโยนปล่อยปลาม.นครพนมวิถีเกษตรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

คลิปเต็มมาแล้ว! ‘เนเน่ รอยัล’ สะกดโลก คว้า Golden Buzzer ระเบิดความมัน ‘Black Hole Sun’

26 สิงหาคม 2569 เวลา 09:54 น.

agtเนเน่

Youtube ช่อง America’s Got Talent ได้ปล่อยคลิปวิดีโอการแสดงสุดอัศจรรย์ของ “เนเน่ รอยัล” (Nene Royal) หรือ แพรว รัตติกานต์ อำลอย นักร้องและมือกีตาร์สาวน้อยมากความสามารถวัยเพียง 16 ปี จากจังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย ที่เดินทางไปโชว์ศักยภาพดนตรีไกลถึงสหรัฐอเมริกา

ในการแข่งขันรอบ Live Show ของรายการ America’s Got Talent 2026 (AGT ซีซัน 21) “เนเน่ รอยัล” ได้สะกดผู้ชมและคณะกรรมการด้วยเสียงร้องทรงพลังรวมถึงไลน์กีตาร์สุดสะกดจิต ในเพลง “Black Hole Sun” วง Soundgarden สะท้อนตัวตนและพรสวรรค์ขั้นเทพจนคนดูทั้งฮอลล์ต้องลุกขึ้นปรบมือ ให้อย่างพร้อมเพรียง ด้วยความโดดเด่นเกินวัย ส่งผลให้เธอสามารถคว้า Golden Buzzer จากคณะกรรมการไปครองได้สำเร็จ พร้อมตีตั๋วผ่านเข้ารอบต่อไปอย่างสมศักดิ์ศรี

agtAGT2026AmericasGotTalent2026GoldenBuzzerเนเน่รอยัล

เพจดัง แจ้งแนวทางแฟนคลับที่จะมาร่วมพิธีฌาปนกิจ ‘เร แม๊คโดแนลด์’ ครั้งสุดท้าย

26 สิงหาคม 2569 เวลา 09:27 น.

เร

เมื่อวานนี้ 25 สิงหาคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก Rayron เร่ร่อน โพสต์ภาพและข้อความแจ้งข่าวการเข้าร่วมพิธีฌาปนกิจของ เร แม๊คโดแนลด์ โดยพิธีจะมีขึ้นใน วันพุธที่ 26 สิงหาคม 2569 นี้ เพื่อให้แฟนคลับและผู้ที่รักใคร่ได้มาร่วมเดินทางไกลและส่งพี่เรเป็นครั้งสุดท้าย โดยมีรายละเอียดข้อความในประกาศดังนี้ครับ

การเข้าร่วมพิธีฌาปนกิจ เร แม๊คโดแนลด์ วันพุธที่ 26 สิงหาคม 2569 สำหรับแฟนคลับที่ต้องการมาร่วมส่งพี่เรเป็นครั้งสุดท้าย สามารถเข้าพื้นที่บริเวณงานพิธีฯ ได้จากทางเข้าวัดยาง ประตู 1 เท่านั้น ขอความร่วมมือแฟนคลับทุกท่าน ร่วมส่งพี่เรเดินทางไกลเฉพาะในพื้นที่สำหรับแฟนคลับ ที่ทางทีมงานจัดเตรียมไว้ให้เท่านั้น

เร แม๊คโดแนลด์

หมายเหตุ เนื่องจากพื้นที่จอดรถของทางวัดยาง อ่อนนุช มีจำนวนจำกัด ขอความกรุณาใช้บริการขนส่งสาธารณะเป็นลำดับแรก การจอดรถที่ ลานจอดประตู 2 มีค่าใช้จ่ายและจะไม่สามารถเข้าพื้นที่จัดงานได้ต้องเข้าประตู 1 เท่านั้น

เร แม๊คโดแนลด์

หลังจากที่ทางเพจเฟซบุ๊ก Rayron เร่ร่อน เผยแพร่โพสต์ดังกล่าวลงมาบนโลกโซเชียล ทำเอาชาวเน็ตต่างก็เข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก เช่น

“อยู่ในความทรงจำตลอดกาลและตลอดไป”

“เดินทางปลอดภัยครับพี่”

“ผมรู้จักพี่เรย์ ตั้งแต่สมัย Teen Talk ตอนนั้นผม เป็น วัยรุ่นม. ต้น กลุ่มเพื่อนๆ ชอบกันมากผมให้เพื่อนเรียกผมว่าเรย์ แต่มันจะบอกว่าผมเป็นลีโอพุฒ พอรู้ไหม เพราะว่าเพื่อนอีกคนนึงมันก็ชอบพี่เรย์โคตรๆ เหมือนกัน ขอให้พี่เรย์เดินทางถึงจุดหมายอย่างมีความสุขครับ”

“พี่ เดินทางไปไกลครั้งนี้ ขอให้พี่ ไปสู่ภพภูมิที่ดีหนูเชื่อว่าพี่รับรู้ได้ถึงความรู้สึกทุกคนที่ส่งไปถึงพี่นะพี่เร หนูไม่เคยเจอพี่ แต่ตั้งแต่เกิดมาหนูก็เจอพี่ในทีวีตลอด ขอบคุณที่สร้างเสียงหัวเราะ และ แรงบันดาลใจให้เด็กรุ่นหลังๆ หลายๆคน ขอให้พี่เที่ยวให้สนุกนะพี่ RIP. #อย่าลืมเร”

“ขอร่วมส่งพี่เรย์จากทางเพจเร่ร่อนนี้ด้วยนะคะ ขอให้พี่เรย์เดินทางไกลนี้สู่ภพภูมิที่ดีและสุขสงบในตลอดทั้งเส้นทางที่ก้าวไปนะคะ”

“RIP ขอให้ไปสู่ภพภูมิที่ดีนะค่ะ “

“ขอส่งตรงนี้ครับพี่ ผมจะละหมาดและดุอาร์ขอพรให้ครับ รักและคิดถึงเสมอครับ พี่เหมือนคนในครอครัวผมครับ”

“ขอส่งคุณเรจากตรงนี้ดีกว่าอ่ะนะฮะ เราอยากให้พื้นที่ตรงนั้นสำหรับคนสนิทกับคุณเรจริงๆได้โอบกอดเป็นครั้งสุดท้าย ขอให้การเดินทางครั้งนี้สุขสงบ พักผ่อนเยอะๆ แน่นอนทุกที่ที่คุณไปมักจะมีรอยยิ้มและความหมายดีๆเสมอ ขอบคุณสำหรับแรงบันดาลใจดีๆตั้งแต่ Teen talk จนถึงเร่ร่อนเดินทางปลอดภัยนะคะ RIP”

เร แม๊คโดแนลด์
เร แม๊คโดแนลด์
เร แม๊คโดแนลด์

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม raymacdonald, เฟซบุ๊ก Rayron : เร่ร่อน

Rayron เร่ร่อนข่าวดาราข่าวบันเทิงดาราเสียชีวิตเร แม๊คโดแนลด์

ประวัติศาสตร์ต้องจารึก! “เนเน่ รอยัล” ผงาดคว้า Golden Buzzer บนเวที America’s Got Talent 2026

26 สิงหาคม 2569 เวลา 08:51 น.

เนเน่ได้ปุ่มทอง

ประวัติศาสตร์ต้องจารึก! “เนเน่ รอยัล” ผงาดคว้า Golden Buzzer บนเวที America’s Got Talent 2026

สร้างปรากฏการณ์กระหึ่มโลกและสะเทือนวงการดนตรีอีกครั้ง เมื่อ “เนเน่ รอยัล” หรือ แพรว รัตติกานต์ อำลอย นักร้องและมือกีตาร์สาวน้อยมากความสามารถวัยเพียง 16 ปี จากจังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย สามารถคว้า Golden Buzzer จากคณะกรรมการในรอบ Live Show ของรายการระดับโลก America’s Got Talent 2026 (AGT ซีซัน 21) ท่ามกลางเสียงปรบมือและอาการอึ้งทึ่งกันทั้งฮอลล์

การแข่งขันในรอบ Live Show กลุ่มที่ 2 ที่ถ่ายทอดสดผ่านทางสถานีโทรทัศน์ NBC ของสหรัฐอเมริกา (ตรงกับเช้าวันพุธที่ 26 สิงหาคม 2569 เวลา 07.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย)

Screenshot 2026-08-26 083809

เนเน่ รอยัล ขึ้นเวทีพร้อมกีตาร์คู่ใจ ก่อนจะสะกดผู้ชมทั่วโลกด้วยพลังเสียงและการเล่นกีตาร์อันโดดเด่น จนกรรมการทนไม่ไหว ต้องกดปุ่ม Golden Buzzer ส่งเธอผ่านเข้ารอบต่อไปอย่างสมเกียรติ

ชัยชนะและการได้รับ Golden Buzzer ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นก้าวสำคัญในชีวิตของ แพรว รัตติกานต์ อำลอย แต่ยังเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ที่ทำให้คนไทยทั้งประเทศได้ภาคภูมิใจ ร่วมส่งแรงใจเชียร์เด็กไทยให้ไปถึงดวงดาวบนเวทีระดับโลกต่อไป

Screenshot 2026-08-26 083947
Screenshot 2026-08-26 084003
Screenshot 2026-08-26 084027
Screenshot 2026-08-26 090643
Screenshot 2026-08-26 090704

agtAGT2026AmericasGotTalent2026GoldenBuzzerน้องเนเน่รอยัล

เบิร์ด ธงไชย ย้อนวันวาน กลับมาเยือนสถานที่ทำงานแรกในชีวิต

25 สิงหาคม 2569 เวลา 19:40 น.

“พี่เบิร์ด ธงไชย” ย้อนวันวานมนุษย์เงินเดือน กลับมายืนหน้าธนาคารที่เคยทำงาน จุดเริ่มต้นชีวิตก่อนเป็นซูเปอร์สตาร์

เรียกว่าเป็นภาพที่สร้างความอบอุ่นหัวใจให้กับแฟนๆ ไม่น้อย สำหรับซูเปอร์สตาร์ระดับตำนานของเมืองไทยอย่าง “พี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์” ที่ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัย ก็ยังคงเป็นศิลปินที่ครองใจคนไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยบุคลิกเป็นกันเอง รอยยิ้มสดใส และผลงานเพลงที่อยู่ในความทรงจำของคนหลายรุ่น

แต่ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นศิลปินแถวหน้าของประเทศอย่างทุกวันนี้ พี่เบิร์ดเคยผ่านชีวิตการเป็น มนุษย์เงินเดือนและพนักงานธนาคาร มาก่อน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาสำคัญที่หล่อหลอมประสบการณ์ชีวิตของเจ้าตัว

ล่าสุด “พี่นกน้อย” ผู้จัดการส่วนตัวของพี่เบิร์ด ได้เผยภาพโมเมนต์สุดประทับใจผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า

“ได้ไปงานบุญแถวท่าพระ ฝั่งธนบุรี พี่เบิร์ดถามถึง ‘กสิกร-ท่าพระ’ รถก็ผ่านหน้าธนาคารพอดี พี่เบิร์ดบอกบรรยากาศเปลี่ยนไปมาก แต่เมื่อยืนหน้าธนาคาร ความรู้สึกเดิม บรรยากาศที่เคยจำได้ ก็กลับมาทันที ชีวิตมนุษย์เงินเดือนเริ่มต้นและสิ้นสุดที่นี่ แต่ประสบการณ์ที่ได้รับเป็นส่วนที่สำคัญของความสำเร็จในทุกวันนี้ด้วย”

ธงไชย แมคอินไตย์เบิร์ด ธงไชย

รักเกือบพัง! นก จริยา ย้อนเล่าเคยจับได้ จอนนี่ แอนโฟเน่ แอบคุยดาราสาว

25 สิงหาคม 2569 เวลา 17:08 น.

ทำเอาหลายคนถึงกับอึ้ง เมื่อได้ฟังเรื่องราวชีวิตคู่ของนักแสดงรุ่นใหญ่ “นก จริยา แอนโฟเน่” และ “จอนนี่ แอนโฟเน่” ที่เจ้าตัวนำมาเล่าย้อนผ่านรายการ “แฉ” โดยบอกว่า ครั้งหนึ่งเคยมีบุคคลในวงการบันเทิงเข้ามาพัวพันกับสามี จนเกือบทำให้ครอบครัวมีปัญหา เรียกได้ว่าชีวิตจริงเข้มข้นไม่แพ้ละคร

ในรายการ “มดดำ คชาภา” ได้ถามถึงเรื่องที่เคยมีคนในวงการเข้ามาเป็นมือที่สามระหว่างทั้งคู่หรือไม่ ด้านนก จริยา ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง พร้อมเล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงที่เธอเพิ่งมีลูกและจอนนี่ต้องออกไปถ่ายละคร

นก จริยา เล่าว่า ด้วยความที่วงการบันเทิงในยุคนั้นค่อนข้างแคบ เมื่อเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นก็มักมีคนพูดถึงกัน โดยในเวลานั้นมีข่าวว่าจอนนี่แอบพูดคุยทางโทรศัพท์กับนักแสดงหญิงอีกคน ซึ่งฝ่ายหญิงก็ทำงานอยู่ในกองละครเช่นกัน

โดย นก จริยา ได้เปิดเผยถึงเหตุการณ์ในวันนั้นไว้ว่า “ในวงการมันแคบ พอมันเกิดอะไรขึ้น หรือมันมีอะไร มันก็มีคนเอามาเม้าท์ และเราเป็นพวกที่สัญชาตญาณดี ตอนนั้นเรามีลูกอ่อน พี่จอน (จอนนี่ แอนโฟเน่) ไปถ่ายละคร มันก็มีคนมาคุยกัน มาวุ่นวายกับสามีเรา เขามาในช่วงเวลาที่เมียของผู้ชายคนนั้นมีลูกอ่อน ว่าคุยไปเถอะ เมียเขาคงไม่รู้หรอก น่าจะเลี้ยงลูกอย่างเดียว ก็เกิดการคุยกันขึ้น เขาคุยกัน ผ่านโทรศัพท์ เขาก็แอบคุยกัน

อีนักแสดงในกอง ก็แอบจูนโทรศัพท์ เพื่อจะแกล้งกันเล่น มันมีเครื่องดักฟัง และดันไปเข้าเครื่องของผู้หญิง ซึ่งกำลังคุยกับสามีดิฉัน และไม่ได้คุยเรื่องงาน เพราะถ้าจะคุยเรื่องงาน มันจะกลายเป็นเรื่องไหมล่ะ จะคุยกันเรื่องนัด นัดกันว่าจะไปเจอกันที่ไหน ซึ่งตอนนั้นไม่มีใครมาบอก แต่ด้วยเซ้นส์ของเรา ก็ถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นหรอ คุณสามีก็หันมา “หึ” เราก็หันไป พูดว่า “มีอะไรบอกกูมาให้หมดนะ” เขาก็เลยเล่าให้ฟัง ว่าผู้ชายพูดแบบนี้ ผู้หญิงพูดแบบนี้ ฉันก็จำทุกไดอะล็อก

เราก็เลยขับรถไปที่กองถ่ายหนึ่ง ก็บอกผู้หญิงคนนั้นไปว่า จะให้ไปเจอข้างในกอง หรือจะมาเจอกันข้างนอกข้างนอก เพราะเขารู้จากน้ำเสียงว่า มันต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ เขาก็มาเจอข้างนอก ขึ้นมาบนรถ เราก็พูดไดอะล็อกที่เราได้ฟังมา สุดท้ายก็จบ โชคดีที่มันแค่เริ่มต้น มันยังไม่มีอะไร”

ขอบคุณรายการ แฉ

จอนนี่ แอนโฟเน่ดาราสาวมือที่สามนก จริยามือที่สามรายการแฉ

โปรตีน ตัวช่วยเสริมความแกร่ง ไม่ได้สำคัญแค่สำหรับคนออกกำลังกาย

26 สิงหาคม 2569 เวลา 07:00 น.

This photo is being used on the Herbalife.com sites as part of the H1 Digital Transformation.

โปรตีน มักถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับนักกีฬา ฟิตเนส หรือการควบคุมน้ำหนัก แต่ความจริงแล้วโปรตีนมีบทบาทสำคัญต่อร่างกายมากกว่านั้น สำหรับผู้ใหญ่ที่ใช้ชีวิตอย่างแอคทีฟในแต่ละวัน โปรตีนคือ “รากฐานสำคัญ” ที่ช่วยเสริมความแข็งแรง พลังงาน การฟื้นฟูร่างกาย และสุขภาวะโดยรวม ไม่ว่าคุณจะออกกำลังกายเป็นประจำ ทำงานที่ต้องใช้แรง หรือต้องการรู้สึกแข็งแรงและให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น การบริโภคโปรตีนอย่างสม่ำเสมอจะช่วยสนับสนุนการใช้ชีวิตที่แอคทีฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Dr. Krissy Ladner ผู้อำนวยการฝ่ายสมรรถนะทางกีฬาและการศึกษาด้านโภชนาการของเฮอร์บาไลฟ์  ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ โปรตีน ตัวช่วยเสริมความแกร่ง เติมเต็มพลังเพื่อการทำงานได้อย่างเต็มที่ในทุกๆ วัน โดยไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ที่ออกกำลังกายเท่านั้น

โปรตีน ไม่ได้สำคัญแค่สำหรับคนออกกำลังกาย

โปรตีนคือแหล่งกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อการซ่อมแซมและคงสภาพมวลกล้ามเนื้อ ทุกครั้งที่เราเคลื่อนไหว ยกของ เดิน หรือออกกำลังกาย เส้นใยกล้ามเนื้อจะถูกใช้งานและเกิดความเครียด โปรตีนจึงมีบทบาทในการฟื้นฟูและช่วยให้ร่างกายปรับตัว ส่งผลให้กล้ามเนื้อแข็งแรง การเคลื่อนไหวดีขึ้น และช่วยให้กระบวนการเผาผลาญทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มวลกล้ามเนื้อยังเป็นเนื้อเยื่อที่เผาผลาญพลังงานสูง การรักษามวลกล้ามเนื้อด้วยโปรตีนที่เพียงพอจึงช่วยรักษาการทำงานของระบบเผาผลาญ รวมถึงช่วยในการควบคุมน้ำหนักเมื่อทำควบคู่กับการบริโภคอาหารที่สมดุลและการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอ

บริโภคโปรตีน “ตลอดทั้งวัน” สำคัญกว่าที่คิด

หลายคนมักเข้าใจว่าโปรตีนจำเป็นเฉพาะหลังออกกำลังกาย หรือเมื่อต้องการเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ แท้จริงแล้วร่างกายต้องการโปรตีนอย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งวัน การกระจายโปรตีนในทุกมื้อจะช่วยรักษาระดับพลังงาน คงมวลกล้ามเนื้อ และช่วยควบคุมความอยากอาหาร มื้ออาหารที่มีโปรตีนเพียงพอจะทำให้อิ่มนาน ลดอาการพลังงานตกจากการกินคาร์โบไฮเดรตขัดสีมากเกินไป นอกจากนี้ การทานโปรตีนคู่กับคาร์โบไฮเดรตหลังออกกำลังกายยังช่วยเติมพลังงานและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ ทำให้ฟื้นตัวดีขึ้นและลดอาการล้าสะสม

เลือกโปรตีนอย่างมีคุณภาพและหลากหลาย

การเลือกแหล่งโปรตีนที่ดีมีผลต่อคุณภาพของโภชนาการโดยรวม แหล่งโปรตีนจากสัตว์ เช่น ปลา ไก่ ไข่ และนมไขมันต่ำ ให้กรดอะมิโนจำเป็นในรูปแบบที่ร่างกายดูดซึมง่าย ส่วนแหล่งโปรตีนจากพืช เช่น ถั่วเหลือง ถั่วต่าง ๆ ธัญพืช เมล็ดพืช และถั่วเปลือกแข็ง ให้ทั้งโปรตีน ไฟเบอร์ และสารพฤกษเคมีที่เป็นประโยชน์

This photo is being used on the Herbalife.com sites as part of the H1 Digital Transformation.

ในชีวิตที่เร่งรีบ การได้รับโปรตีนให้เพียงพอในแต่ละวันอาจไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะมื้อเช้าที่มักเร่งรีบหรือวันที่ต้องทำงานยาวนาน ตัวเลือกที่สะดวก เช่น ของว่างโปรตีนสูง สมูทตี้ หรือเชคโปรตีน จึงเป็นวิธีดี ๆ ที่ช่วยเติมโปรตีนโดยไม่เพิ่มแคลอรีมากเกินไป

โปรตีนกับวัยที่เพิ่มขึ้น

เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะรักษามวลกล้ามเนื้อได้ยากขึ้น กระบวนการนี้อาจเริ่มต้นตั้งแต่วัยกลางคน หากไม่ได้รับโปรตีนเพียงพออาจส่งผลต่อความแข็งแรง การทรงตัว และการเคลื่อนไหว โปรตีนจึงเป็นกุญแจสำคัญในการคงความแข็งแรง คล่องตัว และการใช้ชีวิตอย่างอิสระในระยะยาว

กล้ามเนื้อมีความสำคัญต่อกิจกรรมพื้นฐานประจำวัน เช่น เดินขึ้นบันได ถือของ หรือการทรงตัว โปรตีนที่เพียงพอร่วมกับการออกกำลังกายช่วยให้ร่างกายทนต่อแรงกายต่าง ๆ และคงความสามารถในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ดีขึ้นแม้ในวัยสูงขึ้น

เป้าหมายไม่ใช่การทานเยอะ แต่คือ “ความสม่ำเสมอ”

การได้รับโปรตีนไม่ใช่เรื่องของการทานมากเกินไปหรือจำกัดจนเกินเหตุ แต่คือ การสร้างนิสัยที่ดีในทุกวัน เช่น การเพิ่มโปรตีนในมื้อเช้า การจัดมื้ออาหารให้สมดุล และการเตรียมตัวสำหรับวันที่ยุ่ง การสร้างนิสัยเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้จะส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว โปรตีนไม่ได้สำคัญเฉพาะนักกีฬา แต่เป็นสารอาหารประจำวันสำหรับทุกคนที่ต้องการมีพลัง เคลื่อนไหวดี ฟื้นตัวไว และมีชีวิตที่แอคทีฟในระยะยาว

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรตีนและสุขภาพ สามารถเยี่ยมชมได้ที่ www.herbalife.com

ช่องทาง Social Media: Facebook/HerbalifeThailandOfficial และ Instagram/HerbalifeThailandOfficial  โทร.02-6601600 หรือ Line OA: Herbalife

โปรตีน

จิตแพทย์เตือนสัญญาณ PTSD ที่ไม่ควรปล่อยให้ใครเผชิญลำพัง

26 สิงหาคม 2569 เวลา 07:00 น.

หนึ่งในบาดแผลทางใจที่ต้องเฝ้าระวังคือ โรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ หรือ PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) ซึ่งอาจเกิดขึ้นหลังเผชิญหรือเห็นเหตุการณ์รุนแรงหรือคุกคามชีวิต เช่น ภัยพิบัติ อุบัติเหตุร้ายแรง การถูกทำร้ายหรือเผชิญภัยคุกคามรุนแรง การเห็นเหตุการณ์โหดร้าย การสูญเสียบุคคลใกล้ชิดอย่างฉับพลันหรือรุนแรง รวมถึงการสัมผัสรายละเอียดของเหตุการณ์สะเทือนใจซ้ำๆ จากการทำงาน

พญ.ดุจฤดี อภิวงศ์

พญ.ดุจฤดี อภิวงศ์ จิตแพทย์ โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้ข้อมูลว่า ในระยะแรก หลายคนอาจรู้สึกกลัว เศร้า โกรธ นอนไม่หลับ สมาธิลดลง หรือคิดถึงเหตุการณ์ซ้ำๆ ปฏิกิริยาเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้หลังเหตุสะเทือนขวัญ และไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเป็น PTSD คนจำนวนมากจะค่อยๆ ฟื้นตัวเมื่อเวลาผ่านไปและได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสม

สัญญาณสำคัญที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่ ภาพเหตุการณ์ย้อนกลับ ความทรงจำที่รบกวน ฝันร้าย การหลีกเลี่ยงสถานที่หรือสิ่งที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ ความรู้สึกผิด สิ้นหวัง ชาไร้ความรู้สึก แยกตัว รู้สึกว่าตนเองไม่มีคุณค่า รวมถึงอาการสะดุ้งง่าย ระแวง หงุดหงิด สมาธิลดลง และนอนไม่หลับ อย่างไรก็ตาม การวินิจฉัย PTSD ต้องพิจารณาทั้งลักษณะการเผชิญเหตุ กลุ่มอาการ ระยะเวลา และผลกระทบต่อการใช้ชีวิตโดยผู้เชี่ยวชาญ ไม่ควรตัดสินจากอาการเพียงข้อใดข้อหนึ่ง สำหรับผู้ที่ติดตามภาพข่าวความรุนแรงซ้ำ ๆ แม้ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ อาจเกิดความเครียด

การฟื้นฟูเบื้องต้นสามารถเริ่มได้จากการกลับไปอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัย รักษากิจวัตรการนอนและการรับประทานอาหารเท่าที่ทำได้ ฝึกหายใจช้า ๆ ดึงความสนใจกลับมาอยู่กับปัจจุบัน ออกกำลังกายเบา ๆ และใช้เวลาอยู่กับคนที่ทำให้รู้สึกปลอดภัย อาจจดบันทึก ฝึกสมาธิ ทำงานศิลปะ หรือฟังและเล่นดนตรี หากกิจกรรมนั้นช่วยให้รู้สึกดีขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องบังคับตนเองให้เล่าเหตุการณ์ซ้ำก่อนที่จะพร้อม

ควรหลีกเลี่ยงการใช้แอลกอฮอล์หรือสารเสพติดเพื่อกดความรู้สึก และลดคาเฟอีนหากพบว่าทำให้อาการใจสั่น วิตกกังวล หรือนอนไม่หลับมากขึ้น การดูแลตนเองช่วยประคับประคองอาการได้ แต่ไม่ใช่สิ่งทดแทนการรักษา หากอาการไม่ดีขึ้นหรือเริ่มรบกวนการใช้ชีวิต ควรพบผู้เชี่ยวชาญ เพราะ PTSD สามารถรักษาได้ด้วยจิตบำบัด ยา หรือทั้งสองอย่างตามความเหมาะสมของแต่ละคน

สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่การยอมรับว่าตนเองมีบาดแผล แต่คือการปล่อยให้ตนเองหรือคนที่รักต้องเผชิญกับบาดแผลนั้นตามลำพัง การได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสมเมื่อจำเป็น จะช่วยให้ผู้ได้รับผลกระทบมีโอกาสฟื้นตัวและกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคงมากขึ้น

“เราควรร่วมกันสร้างสังคมที่การพบจิตแพทย์เป็นเรื่องปกติ ลดการตีตราผู้มีปัญหาสุขภาพจิต การพบแพทย์หรือนักจิตวิทยาคือการดูแลสุขภาวะที่เข้มแข็งและรับผิดชอบต่อส่วนรวม”  พญ.ดุจฤดี กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับผู้ที่ต้องการปรึกษาปัญหาด้านสุขภาพจิต สามารถทำนัดหมายได้ที่ ศูนย์สุขภาพจิต (Mind Center) โรงพยาบาลพระรามเก้า หรือ LINE Official Account: @praram9hospital หรือ โทร.1270

PTSD

เรื่องนี้มีประวัติ : วังภาษีเจริญ วังของสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจีฯ

26 สิงหาคม 2569 เวลา 06:00 น.

หลายคนอาจไม่รู้มาก่อนว่าสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา หรือสมเด็จอินทรฯ คือผู้ทรงได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระนางเจ้าเพียงพระองค์เดียวในแผ่นดินของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6

สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา ทรงมีพระนามเดิมว่าประไพ สุจริตกุล ประสูติเมื่อ 10 มิถุนายน 2445 สิ้นพระชนม์ 30 พฤศจิกายน 2518 ทรงเป็นธิดาของเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (ปลื้ม สุจริตกุล) กับท่านผู้หญิงสุธรรมมนตรี (กิมไล้ สุจริตกุล) 

สมเด็จอินทรฯ ทรงเข้ารับราชการฝ่ายใน ในรัชสมัยของรัชกาลที่ โดยได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นพระอินทราณี ครั้งมีทรงพระครรภ์ ก็ทรงได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นพระวรราชชายาเธอ พระอินทรศักดิศจี ตำแหน่งพระมเหสี ซึ่งต่อมาทรงมีพระนามว่าสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระบรมราชินี แต่ในภายหลังทรงมีพระนามว่าสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา

เมื่อรัชกาลที่ 6 เสด็จสวรรคตแล้ว พระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา ทรงย้ายไปประทับ ณ พระตำหนักสวนนกไม้ พระราชวังดุสิต ครั้นต่อมาทรงย้ายไปประทับ ณ วังภาษีเจริญ หรือวังประตูน้ำภาษีเจริญ ซึ่งเป็นพระนิวาสน์เดิมของพระองค์ โดยบริเวณที่ทรงให้สร้างวังคือพื้นที่บ้านเดิมของพระบิดาของพระองค์ แล้วเสด็จประทับ ณ วังภาษีเจริญจนถึงพระวาระสุดท้ายของพระชนม์ชีพ โดยเมื่อทรงพระประชวรก็ทรงเข้ารับการถวายการรักษา ณ โรงพยาบาลศิริราช สิ้นพระชนม์ ณ โรงพยาบาลศิริราช เมื่อ 30 พฤศจิกายน 2518 สิริพระชันษา 73 ปี

พระราชประวัติเพิ่มเติมของพระองค์ พระอัยกา (ปู่) ของพระองค์คือพระยาราชภักดี (โค สุจริตกุล) พระอนุชาในสมเด็จพระปิยมาวดี ศรีพัชรินทรมาตา พระสนมเอกในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระราชชนนีของสมเด็จพระอัครมเหสีในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ถึงสามพระองค์ คือ สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี และสมเด็จพระศรีสวรินทิรา พระบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า และสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นพระอัยยิกา (ยาย) ฝ่ายพระชนนีในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก 

อีกทั้งยังทรงเป็นพระอัยยิกา (ย่า) ฝ่ายพระชนกในสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ รวมถึงทรงเป็นพระปัยยิกา (ทวด) ในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 

ขอย้อนกลับไปกล่าวถึงพระราชประวัติของสมเด็จอินทรฯ เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ ทรงมีพระวรกายบอบบาง มีพระอุปนิสัยร่าเริง ทรงเข้าศึกษาที่โรงเรียนราชินี จนทรงจบชั้นมัธยมบริบูรณ์ ทรงโปรดการกีฬา แต่ทรงสอบได้คะแนนดีในด้านวิชาการ ทรงพระปรีชาด้านการขับร้อง ทรงเป็นต้นเสียงร่วมกับพระสุจริตสุดา (เปรื่อง สุจริตกุล) ผู้เป็นพี่สาว และทรงแสดงโขนรามเกียรติ์ ตอนนางลอย และยังทรงรับบท อินทิรา ดุลยวัจน์ นางเอกในพระราชนิพนธ์ละครพูดในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่อง เสือเฒ่า 

เมื่อกล่าวถึงวังภาษีเจริญ ก็ต้องบอกว่าในปัจจุบันไม่มีวังนี้ปรากฏอีกต่อไปแล้ว เพราะถูกรื้อลงจนหมดสิ้น หลังจากสมเด็จอินทรฯ สิ้นพระชนม์ โดยปัจจุบันพื้นที่ของวังภาษีเจริญได้แปรสภาพเป็นอาคารบ้านเรือนที่พักอาศัยของผู้คนทั่วไปในบริเวณประตูน้ำภาษีเจริญ ใกล้กับวัดนวลนรดิศ ซึ่งน่าเสียดายมากที่ไม่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ แต่มีหลักฐานระบุว่าวังนี้สร้างในช่วงปี 2475 โดยเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี วังเดิมสร้างด้วยไม้สัก ผู้คนในยุคนั้นซึ่งคุ้นเคยกับวังแห่งนี้บอกเล่าว่า สมัยเมื่อสมเด็จอินทรฯ ยังประทับอยู่ จะมีห่านฝูงใหญ่ ดังนั้นเมื่อเวลาผู้คนเข้าออกจากวัง ก็จะได้ยินเสียงห่านดังระงม

วังภาษีเจริญมีรูปแบบสถาปัตยกรรมผสมระหว่างเรือนไทยประยุกต์กับสถาปัตยกรรมยุโรปยุคโคโลเนียล ซึ่งเป็นแบบที่นิยมในสมัยรัชกาลที่ 5-6 โดยวังแห่งนี้มีจุดเด่นที่หอคอยทรงแปดเหลี่ยม ตั้งตระหง่านกลางตัววัง ส่วนตัววังเป็นโครงสร้างไม้ มีบานหน้าต่างจำนวนมากทั้งบานทึบและบานเกล็ด ซึ่งช่วยในการระบายอากาศและทำให้ลมพัดผ่านได้อย่างดี และทำให้แสงธรรมชาติเข้าถึงตัววังได้สะดวก ส่วนหลังคามุงด้วยกระเบื้องเรียบทรงแปดเหลี่ยม วังนี้เน้นการสร้างบรรยากาศแบบเรือนสำหรับพักผ่อนของเจ้านายฝ่ายใน นอกจากนี้ยังมีเรือนไม้ชั้นล่างที่มีระเบียงรอบ โดยมีบานหน้าต่างแบบบานเกล็ดทำด้วยไม้รอบอาคาร ส่วนตัวเรือนยกใต้ถุนสูง โดยมีเสาปูนทรงกลมรองรับ ทำให้ได้รับลมจากคลองภาษีเจริญได้ตลอดเวลา ตามแบบฉบับของเรือนริมน้ำ และต่อมาได้ต่อเติมวังด้วยปีกอาคารที่ทำด้วยซีเมนต์ เรียกอาคารปูนสามชั้น สร้างเมื่อสมเด็จอินทรฯ เสด็จมาประทับ จุดเด่นคือทำหน้าต่างทรงสูงแบบตะวันตก และมีกันสาดไม้อยู่เหนือหน้าต่าง หลังคาแบบปั้นหยา มี ที่หน้าจั่วแบบโคโลเนียล เป็นการผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบไทยกับตะวันตกได้อย่างลงตัว ส่วนจุดเด่นอีกอย่างของวังนี้คืองานเหล็กฉลุ และบัวปูนปั้นที่แสนประณีต ที่แสดงถึงความอ่อนช้อยละเอียดอ่อนแต่หรูหรา โดยเฉพาะช่องลมเหนือหน้าต่างที่ทำเป็นลวดลายเลขาคณิต ซึ่งเป็นงานช่างที่ได้รับอิทธิพลสไตล์วิกตอเรียนโคโลเนียล ที่ปัจจุบันหาชมได้ยากมาก 

แผนผังของวังเป็นรูปตัวแอล โดยด้านหน้าเป็นเรือนไม้ และหอแปดเหลี่ยม ด้านหลังเป็นอาคารสามชั้นทำด้วยซิเมนต์ รอบวังเป็นสวน มีต้นไม้ใหญ่ที่ให้ความร่มรื่นตามแบบฉบับเรือนริมคลอง แต่ชะตากรรมของวังแห่งนี้ก็ประสบกับวันเวลาสุดท้าย เมื่อสมเด็จอินทรฯ สิ้นพระชนม์ วังถูกทิ้งร้างเป็นเวลานาน จนทรุดโทรมมาก แล้วต่อมาพิ้นที่ของวังแห่งนี้ก็ได้แปรสภาพเป็นบ้านเรือนและทาวน์เฮาส์ริมคลอง แต่ชาวบ้านยังคงเรียกขานบริเวณนี้ว่าวังภาษีเจริญ หรือวังประตู้น้ำภาษีเจริญ 

(ขอบคุณภาพประกอบคอลัมน์จากเว็บไซต์ และเฟซบุ๊คต่าง ๆ อาทิ เรื่องเล่าสยามแต่ปางก่อน และเว็บไซต์ตึกรามบ้านช่อง ฯลฯ)  

เฉลิมชัย ยอดมาลัย 

วังภาษีเจริญเรื่องนี้มีประวัติ

LIFE & HEALTH : เคล็ดลับพัฒนาภาษาอังกฤษ..ทักษะสำคัญในการทำงาน

26 สิงหาคม 2569 เวลา 06:00 น.

ในโลกที่การสื่อสารไร้พรมแดนและการแข่งขันทางอาชีพเกิดขึ้นในระดับสากล ทักษะภาษาอังกฤษ ได้กลายเป็นทักษะพื้นฐานที่มีความสำคัญที่ช่วยเปิดประตูสู่โอกาสทางการศึกษา การทำงาน และการสร้างเครือข่ายระดับนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนต่อในต่างประเทศ การทำงานกับองค์กรข้ามชาติ หรือการเข้าถึงองค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่จากทั่วโลก ล้วนต้องอาศัยภาษาอังกฤษเป็นเครื่องมือสำคัญ

ข้อมูลจาก ดร.พอล เบเกอร์ (Dr. Paul Baker) ผู้อำนวยการศูนย์ภาษา มหาวิทยาลัยโอทาโก (University of Otago) ประเทศนิวซีแลนด์ ให้มุมมองว่า การพัฒนาภาษาอังกฤษให้ใช้ได้จริงไม่ใช่เรื่องของการท่องจำคำศัพท์หรือกฎไวยากรณ์เพียงอย่างเดียว แต่คือการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับเป้าหมายชีวิต พร้อมฝึกฝนอย่างต่อเนื่องและนำภาษาไปใช้ในสถานการณ์จริง

  • เรียนภาษาให้เชื่อมโยงกับอาชีพในอนาคตหนึ่งในวิธีที่ทำให้การเรียนภาษาอังกฤษมีประสิทธิภาพมากขึ้น คือการเชื่อมโยงการเรียนรู้เข้ากับสายอาชีพที่สนใจ หากใฝ่ฝันจะทำงานในวงการเทคโนโลยี ควรเริ่มอ่านบทความ ดูวิดีโอ หรือฟังพอดแคสต์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับนวัตกรรมและดิจิทัล ขณะที่ผู้สนใจด้านธุรกิจ การตลาด หรือการเงิน อาจเลือกติดตามสื่อและผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมนั้นโดยตรง การเรียนรู้ผ่านเนื้อหาที่สอดคล้องกับความสนใจ จะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจบริบทของภาษาได้ง่ายขึ้น พร้อมพัฒนาทั้งทักษะภาษาและองค์ความรู้ในสาขาวิชาชีพไปพร้อมกัน
  • คลังคำศัพท์ คือสินทรัพย์สำคัญของการสื่อสาร : หลายคนกังวลกับการใช้ไวยากรณ์ให้ถูกต้องทุกประโยค สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการมีคลังคำศัพท์ที่เพียงพอสำหรับการสื่อสาร การอ่าน ฟัง และติดตามเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่สนใจ พร้อมจดบันทึกคำศัพท์หรือวลีที่ใช้บ่อย จะช่วยให้สามารถนำภาษาไปใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนอีเมล การนำเสนอผลงาน การประชุม หรือการสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานจากหลากหลายประเทศ
  • พัฒนาทักษะให้ตรงกับเป้าหมาย คำถามที่ผู้เรียนภาษาอังกฤษมักสงสัยคือ ควรเริ่มฝึกจากการฟัง พูด อ่าน หรือเขียนก่อน ความจริงแล้วไม่มีคำตอบเดียวที่เหมาะกับทุกคน เพราะแต่ละคนมีเป้าหมายการใช้งานแตกต่างกัน หากต้องทำงานที่เกี่ยวข้องกับการเขียนรายงาน เอกสาร หรืออีเมลทางธุรกิจ การอ่านและการเขียนอาจเป็นทักษะที่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก แต่หากทำงานด้านบริการ การท่องเที่ยว หรืออาชีพที่ต้องพบปะผู้คน การฟังและการพูดจะมีบทบาทสำคัญมากกว่า การกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน จะช่วยให้การพัฒนาภาษาอังกฤษมีทิศทางและเห็นผลได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
  • กล้าพูด กล้าลอง คือก้าวสำคัญของการเรียนรู้ : อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดของผู้เรียนภาษาอังกฤษคือ ความกังวลว่าจะพูดผิด การฝึกใช้ภาษาในสถานการณ์ที่ไม่กดดัน เช่น พูดคุยกับเพื่อน สมาชิกในครอบครัว ฝึกพูดกับตัวเอง สามารถช่วยสร้างความคุ้นเคยและเพิ่มความมั่นใจได้อย่างมาก ความผิดพลาดจึงไม่ใช่อุปสรรค แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ที่ช่วยให้พัฒนาตนเองได้ดียิ่งขึ้น
  • เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง นอกเหนือจากห้องเรียน : สำหรับผู้ที่วางแผนศึกษาต่อต่างประเทศ การได้ใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก ถือเป็นหนึ่งในวิธีพัฒนาทักษะที่มีประสิทธิภาพที่สุด นิวซีแลนด์เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านการศึกษาที่เปิดโอกาสให้นักเรียนต่างชาติได้ฝึกภาษาอังกฤษผ่านประสบการณ์จริง ทั้งการพักอาศัยกับครอบครัวเจ้าบ้าน (Homestay) การเข้าร่วมกิจกรรมชมรม การทำงานระหว่างเรียน หรือการทำกิจกรรมอาสาสมัครในชุมชน ประสบการณ์เหล่านี้ช่วยให้ผู้เรียนได้ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ฝึกการสื่อสารกับผู้คนหลากหลายวัฒนธรรม และสร้างความมั่นใจในการใช้ภาษาในสถานการณ์จริง ซึ่งเป็นทักษะที่ยากจะได้จากการเรียนในตำราเพียงอย่างเดียว
  • เทคนิคพัฒนาภาษาอังกฤษให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง มี 5 แนวทาง ดังนี้
  1. พัฒนาคลังคำศัพท์ทุกวัน : จดคำศัพท์ใหม่ที่ได้ยินหรืออ่านพบ และหมั่นทบทวนอย่างสม่ำเสมอ
  2. ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน : เริ่มจากเรื่องง่าย ๆ เช่น เปลี่ยนภาษาบนโทรศัพท์มือถือเป็นภาษาอังกฤษ
  3. ฟังภาษาอังกฤษทุกวัน : เปิดฟังพอดแคสต์ เพลง หรือสื่อภาษาอังกฤษระหว่างทำงานบ้าน เดินทาง หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ
  4. ฝึกพูดให้มากที่สุด : ฝึกกับเพื่อนที่กำลังเรียนภาษาอังกฤษเช่นกัน พูดกับตัวเอง หรืออัดเสียงตนเองเพื่อตรวจสอบการออกเสียง
  5. อย่ากลัวที่จะทำผิดพลาด: คือสิ่งสำคัญที่สุด คนส่วนใหญ่มักเข้าใจและชื่นชมความพยายามในการสื่อสารโดยเฉพาะคนนิวซีแลนด์ แม้จะมีข้อผิดพลาดเล็กน้อยก็ตาม และความผิดพลาดเหล่านั้นคือโอกาสสำคัญในการเรียนรู้

เปิดโลกการศึกษานิวซีแลนด์ ในงาน New Zealand Education Fair 2026

สำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครองที่สนใจศึกษาต่อประเทศนิวซีแลนด์ ไม่ควรพลาดงาน New Zealand Education Fair 2026 งานการศึกษาต่อประเทศนิวซีแลนด์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งปี พบกับสถาบันการศึกษาชั้นนำจากนิวซีแลนด์กว่า 70 แห่ง ครอบคลุมตั้งแต่หลักสูตรภาษาอังกฤษ ระยะสั้น เรียนระยะสั้นปิดภาคเรียน มัธยมศึกษา ปริญญาตรี ปริญญาโท และหลักสูตรวิชาชีพ พร้อมทุนการศึกษารวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท และการประกาศ Manaaki New Zealand Scholarships ทุนรัฐบาลนิวซีแลนด์แบบเต็มจำนวน ตอน 10.30 น. ก่อนพิธีเปิด กิจกรรม ห้องเรียนจำลองสไตล์นิวซีแลนด์ การทดสอบวัดระดับภาษาอังกฤษฟรี

ผู้สนใจลงทะเบียนร่วมงาน (ฟรีตลอดงาน) ในวันเสาร์ที่ 29 ส.ค. 2569 นี้  11.00 – 17.00 น. สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ 2 ชั้น 5 ลงทะเบียน https://www.learnenglishnewzealand.com/nzeducationfair

ผ.ศ. (พิเศษ) ดร. อภิสิทธิ์  ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

LIFE&HEALTH