โฆษก ทบ. ติง รอมฎอน โพสต์คำถามชี้นำปมใช้ ฮ. ยิงวัยรุ่น จชต. ชี้ควรกลั่นกรองข้อมูล ไม่ใช่ฟังเฉพาะคำบอกเล่า

23 สิงหาคม 2569 เวลา 19:08 น.

โฆษก ทบ. ติง รอมฎอน โพสต์คำถามชี้นำปมใช้ ฮ. ยิงวัยรุ่น จชต. ชี้ควรระมัดระวัง-กลั่นกรองข้อมูล ไม่ใช่ฟังเฉพาะคำบอกเล่า

เมื่อวันที่ 23 ส.ค.2569 ​จากกรณีนายรอมฎอน ปันจอร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคประชาชน ได้ตั้งข้อสังเกตผ่านเพจเฟซบุ๊ก โดยอ้างรายงานจากประชาชนในพื้นที่อำเภอจะแนะว่า มีกลุ่มวัยรุ่นได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนที่ยิงมาจากเฮลิคอปเตอร์นั้น

ล่าสุด ​พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ทั้งในมิติทางยุทธการและยุทธวิธี เนื่องจากการใช้อากาศยานของกองทัพบกในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) มีไว้เพื่อการลาดตระเวนและตรวจการณ์ทางอากาศเท่านั้น ไม่เคยมีการนำเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธมาใช้โจมตีเป้าหมายแต่อย่างใด

​สำหรับการใช้กำลังอาวุธต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ จชต. เจ้าหน้าที่จะใช้เป็น “ทางเลือกสุดท้าย” เสมอ ซึ่งสามารถเห็นได้ชัดเจนจากการปฏิบัติการที่ผ่านมา เช่น การบังคับใช้กฎหมายต่อผู้ต้องสงสัยตามหมายจับ หากไม่มีการต่อสู้ขัดขืนหรือใช้อาวุธทำร้ายเจ้าหน้าที่ จะไม่มีการใช้อาวุธจากเจ้าหน้าที่อย่างแน่นอน ทั้งนี้ยืนยันว่าการใช้อาวุธจะดำเนินการในลักษณะเพื่อการป้องกันตัว ภายใต้กรอบของกฎหมายและหลักสากล

​การนำเสนอข้อมูลในลักษณะดังกล่าว นอกจากจะเป็นการสร้างกระแสข่าวที่ยังไม่ผ่านกระบวนการที่เหมาะสม และมีลักษณะเป็นข้อมูลเพียงด้านเดียวแล้ว ยังก่อให้เกิดความสงสัยว่าเหตุใดจึงไม่ประสานงานหรือสอบถามผ่านช่องทางทางการไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง โดยเฉพาะข้อมูลหลายอย่างในพื้นที่ จชต. ที่ไม่สามารถตัดสินได้จากการบอกเล่าเพียงฝ่ายเดียว จำเป็นต้องอาศัยองค์ประกอบอื่นๆ มาร่วมพิจารณาด้วยเสมอ

​ต่อกรณีดังกล่าว อาจนำมาซึ่งความตื่นตระหนกแก่ประชาชน และส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจรวมถึงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในช่วงภาวะวิกฤต

​ทั้งนี้ ในระยะหลังพบว่ามีการพาดพิงการทำงานของหน่วยงานรัฐโดยอ้างอิงข้อมูลที่ไม่ผ่านการกลั่นกรองบ่อยครั้ง จึงขอให้สังคมและผู้บริโภคสื่อพิจารณาด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากพฤติการณ์เช่นนี้อาจเข้าข่ายการใช้กลยุทธ์สื่อสารเพื่อชี้นำสังคม และสร้างทัศนคติเชิงลบต่อเจ้าหน้าที่รวมถึงหน่วยงานรัฐได้

ชายแดนใต้รอมฏอนแนวหน้าออนไลน์โฆษกกองทัพบก

วันวิชิต แฉ 2 เหตุผล ทำไมขบวนการผู้ไม่หวังดีปลุกปั่นข่าวเสี้ยม-ก่อเหตุรุนแรง

23 สิงหาคม 2569 เวลา 18:12 น.

วันวิชิต แฉ 2 เหตุผล ทำไมขบวนการผู้ไม่หวังดีปลุกปั่นข่าวเสี้ยม-ก่อเหตุรุนแรง

เมื่อวันที่ 23 ส.ค.2569 ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “การปลุกปั่นข่าวเสี้ยมกับก่อเหตุความรุนแรงในจังหวัดนราธิวาส มี 2 ขยัก ที่ขบวนการผู้ไม่หวังดีต้องการ คือ

1. ใส่ร้าย ว่าทหารใช้เฮลิคอปเตอร์ บินมายิงประชาชน เพื่อโหมไฟให้คนโกรธและเชื่อว่าทหารทำ ข่าวนี้เท็จทั้งเพ

2. กดดัน ดิสเครดิต เพื่อเปลี่ยนตัวแม่ทัพภาคที่ ๔ เพราะใกล้วงรอบการแต่งตั้งโยกย้ายงวดมาแล้ว แสดงว่ากองทัพขยับงานคืบหน้า ทำลายแนวร่วมขบวนการฯ ได้เพิ่มขึ้น

ป.ล. ประชาชนขอให้เชื่อมั่นฝ่ายความมั่นคงนะครับ อย่าตกเป็นเครื่องมือถือของพวกขบวนการฯ ทำร้ายประเทศของเรา”

ชายแดนใต้วันวิชิตแนวหน้าออนไลน์แม่ทัพภาคที่4

แม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่ปัตตานี ติดตามเหตุระเบิด ให้กำลังใจจนท.เร่งตรวจสอบความเสียหาย- ดูแลความปลอดภัย

23 สิงหาคม 2569 เวลา 17:55 น.

แม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่ปัตตานี ติดตามเหตุระเบิด ให้กำลังใจจนท.เร่งตรวจสอบความเสียหาย- ดูแลความปลอดภัย

เมื่อวันที่ 23 ส.ค.2569 ที่เทศบาลเมืองตะลุบัน (หลังใหม่) อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดเกิดเหตุ และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองตะลุบัน ภายหลังเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อคืนที่ผ่านมา

โดย พล.ท.นรธิป ได้ติดตามสถานการณ์และรับฟังรายงานความคืบหน้าการดำเนินงาน พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่เทศบาลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจสอบและดูแลพื้นที่ โดยกำชับให้ทุกหน่วยดำเนินการด้วยความรอบคอบ คำนึงถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนและเจ้าหน้าที่เป็นสำคัญ

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง หากพบเห็นวัตถุ บุคคล หรือยานพาหนะต้องสงสัย อย่าเข้าใกล้หรือดำเนินการด้วยตนเอง ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ หรือสายด่วนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า 1341 เพื่อป้องกันอันตรายและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่าทุกภาคส่วนยังคงร่วมกันดูแลพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ชายแดนใต้ปัตตานีแนวหน้าออนไลน์แม่ทัพภาคที่4

อนุทิน เสียงสั่น ให้กำลังใจทหารเหยียบทุ่นระเบิดเสียอวัยวะ ลั่น พร้อมหนุนทุกภารกิจ ป้องแผ่นดินไทย

23 สิงหาคม 2569 เวลา 17:39 น.

อนุทิน ไปต่อช่องอานม้า จ.อุบลฯ ตามสถานการณ์กู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม เสียงสั่น ให้กำลังใจนายทหาร หลังเหยียบทุ่นระเบิดเสียอวัยวะ ลั่น พร้อมหนุนทุกภารกิจ ปกป้องแผ่นดินไทย ย้ำ ไม่ยอมให้ใครเอาเปรียบไทย

เมื่อวันที่ 23 ส.ค.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ ประกอบด้วย พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม ในฐานะ สส.จังหวัดอุบลราชธานี นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก และคณะ

เดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยเดินทางถึงท่าอากาศยานกองบิน 21 และเดินทางต่อด้วยเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ ไปยังจุดจอดเฮลิคอปเตอร์ อำเภอน้ำยืน เพื่อเดินทางโดยรถยนต์ต่อไปยังบริเวณช่องอานม้า เพื่อรับฟังบรรยายสรุป การปฏิบัติงานด้านยุทธวิธี พร้อมให้กำลังใจพลทหาร ที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษา และปกป้องผืนแผ่นดินไทย

ทันทีที่เดินทางถึง นายกรัฐมนตรี ได้รับฟังบรรยายสรุปโครงการปรับปรุงพัฒนาเส้นทางลาดตระเวนและตรวจการเพื่อคุ้มครองทรัพยากรป่าไม้ และสัตว์ป่าเพื่อความมั่นคงตามแนวชายแดนบริเวณพื้นที่อนุรักษ์อำเภอน้ำยืน และโครงการจัดกำลังพล และสิ่งอุปกรณ์ที่สำคัญ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ได้รับฟังสถานการณ์ทุ่นระเบิด และการปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมของประเทศไทย โดยการขอขยายระยะระยะเวลาการเก็บกู้ทุนแบบครั้งที่ 4 ของประเทศไทยระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่วันที่ 1ม.ค.2570-31ธ.ค.2574 พร้อมทั้งดูภาพประกอบจุดกำลังพลเหยียบขึ้นระเบิดในวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา

สำหรับรายงานการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ไทยมีพื้นที่ที่ปนเปื้อนทุ่นระเบิดทั้งสิ้น 15 อำเภอ 6 จังหวัด ครอบคลุมทั้งจังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว และตราด โดยได้มีการเก็บกู้ทุนระเบิดและสรรพาวุธระเบิด ตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค.68-31มี.ค.69 ไปแล้วรวม 673 ทุ่น ส่วนการเก็บกู้กวาดล้างทุ่นระเบิดในพื้นที่ยุทธบริเวณ เพื่อสนับสนุน กองกำลังป้องกันชายแดน ระหว่างวันที่ 11ธ.ค.68-31มี.ค.69 มีพื้นที่ที่ปลอดภัยแล้วทั้งสิ้น 390,883 ตร.ม.

จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้ยืนส่องกล้องทางไกล ดูหมู่บ้านอานแซะ ช่องอานม้า ฝั่งกัมพูชา ก่อนจะตรวจเยี่ยมกำลังพล และมอบสิ่งของเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับพลทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่บริเวณช่องอานม้า

นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวกับกำลังพล ด้วยน้ำเสียงที่สะเทือนใจ ว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่น่าเสียใจที่มีทหารต้องสูญเสียอวัยวะจากการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งทำความเสียใจให้กับตนเป็นอย่างมาก ตนมีความห่วงใย จึงได้หารือกับทางผู้บัญชาการทหารบก บอกว่าเมื่อกลับจากการไปราชการต่างประเทศแล้ว จะขอมาพบกับกองกำลังทุกคนอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมายังไม่มีมีโอกาสพบกับทุกคน และเป็นสิ่งที่น่าอึดอัดใจอยู่ตลอดเวลา

โดยช่วงที่มีเหตุการณ์สู้รบทั้งสองระลอก ตนมีความใกล้ชิดผูกพันกับนายทหารทุกคน มีโอกาสได้มา ติดตามสถานการณ์ และได้เห็นวีรกรรม ของพี่น้องทหาร ทั้งบาดเจ็บ และเสียชีวิต จึงบอกตัวเองว่าตราบใดที่ยังทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ จะปฏิบัติและใช้ความสามารถทุกอย่างที่มีอยู่ สนับสนุนให้ทหาร ของชาติ มีประสิทธิภาพสูงสุดในการสู้รบ และปลอดภัย จากการปะทะ จากอริราชศัตรู จึงอยากให้ทุกคนมีความเชื่อมั่นว่ารัฐบาล อยู่ข้างทหารทุกคน และมีการประสานงานใกล้ชิดกับผู้บังคับบัญชาระดับสูงตลอดเวลา เมื่อใีเหตุการณ์ใด ๆ ขึ้นมา ก็ไม่เคยมีความรู้สึกที่ดี นอกจากความเป็นห่วง และกังวลเป็นอันมากต่อความปลอดภัยของพวกเรา

ดังนั้นขอให้นายทหารทุกคนได้ร่วมมือกัน รัฐบาลจะดูแลอย่างเต็มที่ และขอให้ได้ระมัดระวังตนเองในการปฏิบัติภารกิจทุกภารกิจ ให้ปลอดความเสี่ยงมากที่สุด และสิ่งที่ทำให้ตนสามารถตัดสินใจ หรือเจรจา กับนานาประเทศ เวลามาพูดถึง เรื่องความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา คือการมาพบกับนายทหารที่ชายแดน เวลามีการพูดคุยบางทีมีประเทศที่ 3 ที่ 4 ไปฟังข้อมูลอะไรต่าง ๆ มา ก็พยายาม จะมาหาว่าเราเป็นประเทศที่ศักยภาพเหนือกว่าขีดความสามารถสูงกว่า เราไปรังแกประเทศเพื่อนบ้านหรือเปล่า ถ้าตนไม่ได้มาเจอ ตนอาจจะไม่มีความมั่นใจในการโต้ตอบกับพวกเขา

นายอนุทิน กล่าวว่า การที่เราทำงานอย่างใกล้ชิดกันเช่นนี้ และมีความรู้สึกร่วมด้วยกันเช่นนี้ ทำให้ทุกครั้งที่มีการหารือ กับต่างประเทศ ตนมีความมั่นใจ ที่จะต้องปกป้องและยืนหยัดในจุดยืนของพวกเราโดยที่ไม่ยอม ให้มีการเอารัดเอาเปรียบใด ๆ ไม่ว่าจะใช้กลไกใด ๆ ในการกดดันรัฐบาลไทย และกองทัพไทย สิ่งเหล่านี้ คือสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะเรามีความใกล้ชิดกัน มีความรู้สึกร่วมกัน ในการหวงแหน รักษา แผ่นดินของพวกเรา

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่ตนมีโอกาส ก็จะขอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารบกเสมอว่า อยากจะมาพบกับพวกเราแล้ว วันนี้ก็เป็นโอกาสที่ดีอีกครั้งหนึ่ง แล้วยังมีใจที่เห็นพวกเรามีขวัญกำลังใจที่แน่วแน่ และมีความมุ่งมั่นในการทำหน้าที่ของพวกเราอย่างเต็มที่

นอกจากนี้ ตนจะไปเยี่ยมเพื่อนของเราที่ได้รับบาดเจ็บ ขอให้เป็นคนสุดท้าย ขอให้เราทุกคนถอดบทเรียนเพิ่มความระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยให้กับตัวเองพวกเราอยู่กับท่านเสมอท้ายที่สุดนี้ขออำอวยพร ให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย พระบารมี องค์จอมทัพไทย และโปรดดลบันดาล ให้ทหาร ทุกคน และเจ้าหน้าที่ทุกคน จงประสบแต่ชัยชนะ มีความคล้ายของข้าจากภัยอันตรายทุกสิ่ง มีความปลอดภัย และรักษา บ้านรักษาเมืองของเรา ให้มีความภาคภูมิใจ เป็นเกียรติยศเกียรติศักดิ์ แล้วจะมาพบกันเสมอยืนยันให้การสนับสนุนภารกิจของทุกคนให้เราได้รับชัยชนะ โดยที่ไม่มีวันจบสิ้น

ชายแดนไทยเขมรนายกฯอนุทินแนวหน้าออนไลน์

อภิสิทธิ์ ยันผนึกฝ่ายค้าน เปิดซักฟอกรัฐบาลแน่ แย้มมีข้อมูลใหม่ ถึงล้มไม่ได้ แต่อาจบอบช้ำ

23 สิงหาคม 2569 เวลา 16:41 น.

อภิสิทธิ์ ยันผนึกร่วมฝ่ายค้าน เปิดซักฟอกรัฐบาล แน่นอน แย้มมีข้อมูลใหม่ที่สาธารณะควรรู้ ชี้ถึงล้มรัฐบาลไม่ได้ แต่อาจบอบช้ำ ต้องปรับปรุงตัว แจงไทม์ไลน์เดินงานหลังเปิดประชุมสภาฯ

เมื่อวันที่ 23 ส.ค.2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวการเตรียมความพร้อมทำงานหลังเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร ว่า ในวันที่ 25 ส.ค. นี้จะมีการยื่นกฎหมายสำคัญเข้าสู่ที่ประชุมสภา ตั้งแต่เรื่องปาล์มน้ำมัน ไปจนถึงการเร่งรัดกฎหมายการศึกษาแห่งชาติ กฎหมายประกันสังคม กฎหมายเกี่ยวข้องกับท้องถิ่น ส่วนวันพุธก็พร้อมอภิปรายเรื่องพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นโอกาสดีที่จะชี้ให้เห็นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล ซึ่งปัจจุบันมีการใช้เงินกู้ก้อนใหญ่ก้อนนี้ และทำให้หนี้สาธารณะเกือบชนเพดานแล้ว กำลังมาถึงทางตันในแง่ที่ว่าเงินที่จะนำมาช่วยเหลือประชาชนเหลือแค่งวดเดียว คือต้น ก.ย.นี้ แต่ปัญหาข้าวของแพง ราคาพลังงาน

ซึ่งรัฐบาลเคยรับปากเกี่ยวกับการรื้อโครงสร้างต่างๆ แต่เอาเข้าจริงๆ พรรคประชาธิปัตย์จะชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลยังไม่ได้เอาจริงเท่าที่สามารถทำได้ ซึ่งหากใช้แนวทางที่เราเคยเสนอตั้งแต่ต้น ยึดมาตรการลดต้นทุนเป็นหลัก เราจะไม่อยู่ในสถานการณ์แบบนี้ นอกจากนี้ จะชี้ให้เห็นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่จะพบว่า พยานที่เป็นผู้เชี่ยวชาญทุกคน เห็นไปในแนวทางเดียวกันกับพรรคประชาธิปัตย์และพรรคฝ่ายค้าน ว่าสิ่งที่รัฐบาลทำไม่น่าเข้าเงื่อนไขตอบโจทย์ความมั่นคงทางเศรฐกิจ

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า ในวันพฤหัสบดี จะมีการตั้งกระทู้ถาม หรืออาจจะร่วมกับฝ่ายค้านในการเสนอญัตติการแก้ปัญหาความรุนแรงในภาคใต้ ส่วนวันศุกร์และวันเสาร์จะประชุม 3 เรื่องใหญ่คือการฮั้วสว. ซึ่งจะร่วมกับพรรคฝ่ายค้านเพื่อแสดงให้เห็นว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ส่งเรื่องให้ศาลฎีกา ก่อนที่กกต.จะมีการวินิจฉัยเรื่องนี้ในช่วงปลายเดือน นอกจากนี้จะเป็นการเข้าร่วมการแก้ไขเพิ่มเติมการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

โดยจะชี้ให้เห็นว่าการยกร่างรัฐธรรมนูญโดยมีส.ส.ร. แนวคิดของพรรคการเมืองยังมีความแตกต่าง หลากหลาย ขณะที่มีเรื่องเร่งด่วน จำเป็นต้องแก้ไขไปก่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการได้มาของสว. ซึ่งเห็นว่าไม่ควรมีการได้มาเหมือนครั้งที่ผ่านมาอีกต่อไป รวมถึงอำนาจของประธานสภาในการส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาตั้งกรรมการไต่สวนอิสระกรณีป.ป.ช.ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ ซึ่งเรื่องนี้จะเรียกร้องให้ประธานสภาอย่างน้อยสุดต้องเปิดเผยชื่อกรรมการกลั่นกรอง รวมถึงกรอบเวลาที่ชัดเจน ว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จเมื่อไหร่

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า อีกกิจกรรมที่ตนเป็นกรรมาธิการศาล และองค์กรอิสระ คือการเชิญผู้ทรงคุณวุฒิหลายคน ทั้งนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ และนายวัส ติงสมิทร อดีตตุลาการ นายวิชา มหาคุณ อดีต ป.ป.ช. มพูดถึงวิกติศรัธธาขององค์กรอิสระในภาพรวมว่าจะฟื้นศรัทธาและววางกลไกถ่วงดุลให้เกิดความเหมาะสมในอนาคต

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการประชุมอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นจะมีการหารือร่วมกันของแกนนำพรรคฝ่ายค้านช่วงสิ้นเดือนส.ค.นี้ ว่าการดำเนินการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลนั้น จะวางแนวทางและตารางเวลาอย่างไร เพราะหลังสภาเปิดจะมีการอภิปรายทั้ง พ.ร.ก.กู้เงิน และจากนั้นไม่เกิน 2 สัปดาห์จะเป็นการอภิปรายงบประมาณวาระ 2 และวาระ 3

เมื่อถามว่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจมีการวางเรื่องไหนไว้เป็นพิศษ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สส.หลายคนทำข้อมูลอยู่ แต่ต้องไปหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านก่อน พร้อมยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ร่วมอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างแน่นอน

เมื่อถามว่า พรรคประชาชนปูทางเรื่องการฮั้วสว. และการทุจริต พรรคประชาธิปัตย์ อยากเน้นเรื่องอะไรเป็นพิเศษ กล่าวว่า อย่าไปบอกว่าใครทำอะไรก่อน หลัง มากน้อยอย่างไร เพาะการตรวจสอบเป็นหน้าที่ของทุกคน ซึ่งเรื่องฮั้ว สว.ตนก็พูดไว้ตั้งแต่วันเลือกนายกรัฐมนตรีแล้วว่า มีฐมนตรีที่เกี่ยวข้องถูกแจ้งข้อกล่าวหาอยู่ในสํานวนของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ตนคิดว่าข้อเท็จจริงที่พรรคประชาชนทยอยเปิดออกมาโดยลำดับ กับข้อมูลที่เรามีอยู่ก็สอดคล้องกันหมด ไม่ได้มีปัญหา เพียงแต่ว่าภารกิจเบื้องต้นขณะนี้ก็คือ เราต้องการที่จะให้ กกต. ส่งเรื่องนี้ไปสู่ศาล ซึ่งเราคิดว่าก็จะทำให้การตรวจสอบ หรือการทำหน้าที่ของ กกต.สามารถทำให้เราได้ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ได้มากที่สุด

“ถ้าเรานึกภาพว่าในอดีตเนี่ย กกต. เคยส่งกรณีที่ผู้สมัคร สว. 2 คนคุยไลน์กันแล้วแลกเปลี่ยนคะแนนกัน ไปให้ศาลพิจาณรา ซึ่งศาลก็ตัดสินว่าผิดแล้ว ดังนั้นถามว่าสิ่งที่พวกเราเห็นข้อเท็จจริงเปิดเผยมาในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีเหตุผลอะไรที่ กกต. จะไม่ส่งเรื่องนี้ให้กับศาล คำพิพากษาศาล คำพิพากษาศาลจบไปแล้วในกรณี” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เมื่อถามว่า มีเรื่องใหม่ๆ ที่จะเป็นหมัดเด็ดเพิ่มเติมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวย้อนว่า “ถ้าบอกก็ไม่ใหม่สิ” ทั้งนี้เรายังไม่ทราบว่าการอภิปรายจะเกิดขุ้นเมื่อไหร่ ตุ่กคนทำการบ้านกะนอยู่ซึ่งจะเป็รเรื่องใหม่หรือไม่ใหม่ไม่ทราบ แต่ว่าก็คงมีข้อมูลหลายอย่างซึ่งปัจจุบันนี้ก็ยังไม่ได้ปรากฏในสาธารณชน

เมื่อถามต่อว่านิด้าโพลทายว่ารัฐบาลอาจจะอยู่ไม่นานเพราะปัญหาที่รุมเร้า นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า บางโพลก็บอกรอด แต่อาจจะบอบช้ำหน่อย แต่เรื่องสำคัญคือกเรามีหน้าที่ตรวจสอบ และเราเห็นความล้มเหลวในการบริหาร การทุจริตคอร์รัป ก็เป็นสิ่งที่สาธารณชนมีสิทธิ์ที่จะรับรู้ อาจจะไม่สามารถส่งผลในแง่ของคะแนนเสียงในสภา แต่มันเป็นหน้าที่สำคัญของเรา ที่จะเป็นตัวช่วยให้สังคมกดดัให้รัฐบาลปรับปรุงการทำงาน

ซึ่งเป็นไปตามที่ตนแถลงว่าเรื่องไหนที่รัฐบาลทำได้ดี ตนก็บอกว่าทำได้ดี แต่เรื่องไหนที่ทำได้ไม่ดี เราก็มีหน้าที่ทำให้เห็นมุมมอง และหวังว่ารัฐบาลอาจจะไปแก้ไขปรับปรุง เช่นที่เราเคลื่อนเรื่องของ Landbridge ในที่สุดก็นำไปสู่การตั้งกรรมการ แล้วก็สุดท้ายกรรมการก็มีความเห็นสอดคล้องกับภาคประชาชน กับพรรคการเมืองทั้งหลายที่ได้นำเสนอว่า มันเป็นโครงการที่ไม่คุ้มทุน

ซักฟอกรัฐบาลฝ่ายค้านอภิสิทธิ์แนวหน้าออนไลน์

อภิสิทธิ์ ห่วงชายแดนใต้ครุกรุ่น ติง รัฐบาล นโยบายไม่ชัด ลามขัดแย้งหนัก

23 สิงหาคม 2569 เวลา 16:18 น.

อภิสิทธิ์ ห่วงสถานการณ์ชายแดนใต้ครุกรุ่น ติง รัฐบาล นโยบายไม่ชัด ลามขัดแย้งหนัก ชงตั้งกระทู้ล็อคเป้าบี้ถาม นายกฯ ตอบแจงมาตรการแก้ปัญหาสัปดาห์นี้ ชมบรรดารมต.ลงพื้นที่สาง น้ำท่วมน่าน ได้ไว เป็นเอกภาพ

เมื่อวันที่ 23 ส.ค.2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ขณะนี้กำลังจะเปิดสมัยประชุมสภาฯนัดแรกในวันที่ 26ส.ค.นี้ ช่วงนี้มีเหตุการณ์สำคัญ2เรื่องที่เกิดขึ้น คือ 1.อุทกภัยจังหวัดน่าน พรรคประชาธิปัตย์ มีสมาชิก และกลไกของพรรคทางภาคเหนือ ดำเนินการช่วยเหลือประชาชน และรายงานสถานการณ์มาให้ทราบตลอดเวลา ตนขอแสดงความเสียใจกับผู้สูญเสีย ผู้ได้รับผลกระทบ และขอเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ จากการติดตาม ต้องชมเชยบรรดารัฐมนตรี ที่ลงพื้นที่อย่างรวดเร็วช่วยสร้างความมั่นใจ ขวัญกำลังใจ ดูการทำงานครั้งนี้มีความเป็นเอกภาพค่อนข้างมาก ก็อยากให้สิ่งเหล่านี้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เพราะกระบวนการฟื้นฟูหลังจากนี้ รวมถึงความเป็นไปได้ในการเกิดภัยพิบัติที่อื่น ก็จะนำไปใช้เป็นรูปแบบหรือบทเรียนที่นำไปใช้เป็นประโยชน์ต่อไป

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า 2.เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน3จังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อคืนที่ผ่านมา ก็ขอแสดงความเสียใจ และเป็นกำลังใจให้กับผู้บาดเจ็บ ครอบครัว ประชาชนในพื้นที่ ที่สำคัญคือเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ที่มีหน้าที่รักษาความสงบ พรรคประชาธิปัตย์ ติดตาม และเป็นห่วงเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น ตนเคยพูดในวันแถลงนโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับการลอบยิงสส. ได้เตือนรัฐบาลว่าจะเป็นเงื่อนไขนำไปสู่ความขัดแย้ง นโยบายของรัฐบาลที่แถลงในเรื่องเหล่านี้สั้นมาก เพียงหนึ่งข้อความที่ยึดหลักเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา แต่ไม่มีอะไรมากกว่านั้น จากนั้นสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มาแถลงกับสภาฯ ก็ยังยืนยันเป้าหมายเดิมว่าปีหน้าเหตุการณ์จะสงบ ตามแผนเดินจะมีการถอนกำลังด้วย แต่เราเตือนว่าไม่น่าจะเป็นจริง แล้วถามถึงกระบวนการพูดคุยต่างๆที่มีการจัดคณะฯขึ้นมาใหม่โดยรัฐบาล หลังจากนั้นก็เกิดเหตุ ที่จ.นราธิวาส รัฐบาลก็พยายามตามล่าผู้กระทำความผิด แล้วก็เลื่อนการพูดคุยออกไป

“แล้วก็เกิดเหตุซ้ำอีกเมื่อคืน การก่อเหตุหลายจุดถ้าดูจากรูปการณ์แล้ว เป็นลักษณะการก่อเหตุเชิงสัญลักษณ์ สิ่งที่เราจะเสนอคือ นโยบายของรัฐบาล และการใส่ใจของฝ่ายนโยบายมีความจำเป็นอย่างมาก ผมเชื่อว่ากองทัพ เจ้าหน้าที่ ทำอย่างเต็มที่ คณะที่มีหน้าที่เรื่องการต่างประเทศ การพูดคุยเขาก็ต้องรอสัญญาณเชิงนโยบาย แต่เรายังไม่มีความชัดเจน ว่านโยบายของรัฐบาลต่อจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะยึดแนวทางไหน อย่างไร เราคิดว่าเรื่องนี้สำคัญที่จะทำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนทำงานได้ เรามองว่าการใช้กลไกความมั่นคงในการดูแลประชาชนให้ปลอดภัย และการบังคับใช้กฎหมายเป็นเรื่องที่จำเป็น แต่น้องควบคู่ไปกับนโยบายด้านอื่นๆ ดังนั้นในสัปดาห์นี้ เราจะแจ้งไปยังพรรคแกนนำฝ่ายค้าน คือพรรคประชาชนว่าเราจะตั้งกระทู้ถามสดต่อนายกรัฐมนตรี ให้มาชี้แจงถึงแนวทางของรัฐบาลในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยระบุชัดว่าต้องเป็นนายกฯเท่านั้น เพราะเรื่องนี้ต้องเป็นนโยบายจากผู้นำรัฐบาล จึงจะมีความชัดเจน หากมอบหมายฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อาจจะส่งสัญญาณที่ผิดได้” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ชายแดนใต้นายกฯอภิสิทธิ์แนวหน้าออนไลน์

ด่วน! ราชกิจจาฯ ไฟเขียว กฎหมายนิรโทษกรรม ล้างผิดคดีการเมืองย้อนหลัง 20 ปี

23 สิงหาคม 2569 เวลา 16:01 น.

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำคัญที่คนไทยทั้งประเทศจับตามอง โดยมีการประกาศใช้ พระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569″ อย่างเป็นทางการ ซึ่งกฎหมายฉบับนี้มีเป้าหมายเพื่อนิรโทษกรรมให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากคดีทางการเมืองตลอดช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา


พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ว่า “โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการสร้างเสริมสังคมสันติสุขด้วยการนิรโทษกรรมให้แก่ ผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองหรือแสดงออกทางการเมืองอันมีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งหรือแรงจูงใจทางการเมือง…”

สาระสำคัญและกรอบเวลาการนิรโทษกรรม

การตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้รับคำแนะนำและยินยอมจากรัฐสภา โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งที่ฝังรากลึกและสร้างความปรองดองในชาติ ซึ่งมีรายละเอียดที่สำคัญดังนี้

  • กลุ่มเป้าหมายที่ได้รับสิทธิ ผู้ที่เข้าร่วมการชุมนุม หรือมีการแสดงออกทางการเมือง โดยมีเงื่อนไขว่าต้องเป็นเหตุที่มาจากความขัดแย้งหรือมีแรงจูงใจทางการเมือง
  • ระยะเวลาที่ครอบคลุม ครอบคลุมการกระทำที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ มกราคม พ.ศ. 2548 ลากยาวไปจนถึงวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568
  • เป้าหมายสูงสุด เพื่อยุติความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษ และเปิดทางให้ประเทศเดินหน้าสู่สังคมที่สงบสุข

 อ่านรายละเอียดทั้งหมด

กฎหมายนิรโทษกรรมการเมืองคดีการเมือง

เพื่อน คณิน ขอแฟนสาวชาวญี่ปุ่นแต่งงานแล้ว แคปชั่นสั้นๆ แต่หวานมาก

23 สิงหาคม 2569 เวลา 17:05 น.

ขึ้นแท่นว่าที่เจ้าบ่าวป้ายแดงอีกคน สำหรับพระเอกหนุ่ม “เพื่อน คณิน ชอบประดิถ” ที่ล่าสุดออกมาประกาศข่าวดีสุดหวาน หลังตัดสินใจขอแฟนสาวชาวญี่ปุ่น “แอนจัง” แต่งงาน ท่ามกลางความยินดีของเพื่อน ๆ ในวงการและแฟนคลับที่เข้ามาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม

ก่อนหน้านี้ “เพื่อน คณิน” เพิ่งเปิดตัวแฟนสาวชาวญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ และตั้งแต่นั้นมาทั้งคู่ก็มีโมเมนต์หวานๆ ออกมาให้แฟนๆ ได้ติดตามผ่านอินสตาแกรมอยู่เป็นระยะ จนหลายคนแอบลุ้นว่าเมื่อไรจะมีข่าวดีเรื่องแต่งงาน

ล่าสุดหนุ่มเพื่อนโพสต์ภาพโมเมนต์สุดประทับใจจากประเทศญี่ปุ่น ขณะคุกเข่าขอ “แอนจัง” แต่งงาน พร้อมเผยภาพแหวนหมั้นดีไซน์น่ารักที่นิ้วของแฟนสาว

ที่ทำเอาหลายคนยิ้มตามคือแคปชั่นประกาศข่าวดีของเจ้าตัว ที่ระบุว่า “คนนี้สิวะ”

ขอบคุณภาพจาก : @khaninch

ดาราขอแฟนแต่งงานเพื่อน คณินเพื่อน คณิน ขอแต่งงาน

โซเชียลไฟลุก ป้าแจ๋ว ยุทธนา ฟาดชาวเน็ต โพสต์ร่ายยาวปกป้อง หลิงหลิง คอง ปมเล่นละครแข็ง

22 สิงหาคม 2569 เวลา 18:45 น.

22 สิงหาคม 2569 กลายเป็นประเด็นร้อนแรงสนั่นโซเชียล เมื่อมีผู้ใช้เอ็กซ์รายหนึ่งได้ออกมาโพสต์คลิปของละคร Girl’s Love อย่างชื่อดังอย่าง ‘วาดฝันวันวิวาห์’ พร้อมยังได้วิจารณ์การแสดงของ นักแสดงสาว หลิงหลิง ศิริลักษณ์ คอง หรือ หลิงหลิง คอง สาวสวยที่เพิ่งสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการคว้า อันดับ 1 ผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลก ประจำปี 2026 ไปครอง

ซึ่งเป็นฉากที่นักแสดงหลักของเรื่องทั้ง 2 คน อย่าง หลิงหลิง คอง และ ออม กรณ์นภัส ได้พูดคุยเป็นภาษาอังกฤษ โดยชาวเน็ตได้ออกมาวิเคราะห์ พร้อมเปรียบเทียบฝีมือการแสดง หลิงหลิง พร้อมทั้งเปรียบเทียบการแสดงกับนักแสดงคู่กันในเรื่องว่าสาว หลิงหลิง นั้นเล่นแข็ง ยังทำไม่ถึงและการแสดงเหมือนท่องบทไม่เป็นธรรมชาติ

งานนี้ทำเอาผู้กำกับชื่อดังอย่าง ป้าแจ๋ว ยุทธนา ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านทางเอ็กซ์ส่วนตัว @paajaew ระบุข้อความร่ายยาว ระบุว่า … เพิ่งได้เข้ามาอ่าน เจอการวิจารณ์การแสดงของนักแสดง โดยตัดฉากที่นักแสดงพูดคุยกันเป็นภาษาอังกฤษว่าด้วยเรื่องร้านอาหารเปิดใหม่ ฉากเดียว แล้วบอกว่าคนนี้เล่นดี คนนี้เล่นแข็ง แถมยังเอาเรื่องความไม่สันทัดเรื่องภาษามาตีขลุมรวมกันไปอีก โดยไม่สนใจฉากปะทะมารดา หรือฉากอารมณ์อื่นๆมาร่วมวิจารณ์เลย เหตุนี้ไม่ได้เกิดหลังจากละครออกอากาศไปใหม่ๆ แต่เกิดหลังจากที่นักแสดงได้รับการโหวตให้เป็น … ที่สุด 555 เอาเถอะ เอาไงก็เอา ชอบไม่ชอบ เล่นแข็งไม่แข็ง อยู่ที่ใจแต่ละคนแล้วกัน เราอาจจะดูแลการแสดงของนักแสดงไม่ดีเองแหละ

วงการนี้อยู่ยากเนาะ เราทำ BL มา 1 เรื่อง GL อีก 1 เรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องที่ให้ข้อคิดทางสังคมเกี่ยวกับครอบครัวทั้งสองเรื่อง เราพอใจกับคุณภาพของงานและสิ่งที่ทำให้กับนักแสดง ก็คิดว่าน่าจะพอแล้ว ชีวิตนี้มันสั้นนัก เวลามีน้อย วงการละครโทรทัศน์ก็มีหนทางทำงานที่แคบลง ลำบากมากขึ้น ควรใช้เวลาที่เหลือ ทำละครที่ชอบให้คนดูที่ชอบ ดูเพลินใจได้สาระ ตามแบบที่เคยทำมาน่าจะดีกว่า สบายใจเพราะ
แฟนละครในรูปแบบที่ติดตามละครเราก็ดูไปวิจารณ์ไปในแบบที่มีเหตุผล ยอมรับซึ่งกันและกัน ไปทำนักแสดงใหม่ๆให้เป็นที่รู้จักเหมือนที่เคยทำมา 555

สำหรับ #วาดฝันวันวิวาห์ ep 10 คืนนี้ อาจจะมีส่วนเพิ่มเติมจากนิยาย ที่บางคนอาจจะไม่ชอบ ไม่พอใจ ก็กราบขออภัยผู้ชมและ @reallyb__ผู้ประพันธ์ไว้ล่วงหน้า ที่เติมเพิ่มจากนิยายเพราะนอกจากเหตุในร้านอาหารแล้ว ทางทีมบทอยากให้มีอีกเหตุการณ์ที่ใหญ่และร้ายแรงพอที่จะนำไปสู่การตัดสินใจสุดท้ายของครอบครัวและตัวน้องนีนเอง

ละครและนิยายอาจจะไม่ได้เหมือนกันแบบ copy and paste แต่ทีมเคารพในงานนิยายต้นแบบทุกๆเล่มที่เราเลือกมาทำ ความคิดแนวทางทุกอย่างของผู้ประพันธ์เรายังคงไว้ แต่อาจมีการดัดแปลงเพิ่มเติมบ้าง เพื่อเหตุผลในการเดินเรื่องในแบบละคร ในหนังและละครทั้งไทยและเทศ จึงมี ตำแหน่งในไตเติ้ลให้เราเห็นเสมอว่า บทดัดแปลงจากนิยาย โดย …หรือ Adaptaion from Novel by…
เคยมีละครบางเรื่องของเรา ที่แทบไม่ฉีกนิยายเลย ตามเป๊ะๆแม้บางไดอะล็อกสำคัญก็เหมือนนิยาย แค่เสริมนิดหน่อย และขยับไทม์ไลน์บางช่วงบางตอนให้เหมาะสม อย่าง #คุณหมีปาฏิหาริย์ และ #คุณพี่เจ้าขาดิฉันเป็นห่านมิใช่หงส์ นั่นเพราะทั้งสองเรื่องมีความสมบูรณ์ในการเล่าทั้งในแบบนิยายและละคร ที่เราค้นพบตั้งแต่อ่านและเลือกมาดัดแปลงทำละคร

ถึงอย่างไรก็หวังว่าคงจะติดตามชม #วาดฝันวันวิวาห์ ep10 คืนนี้กันนะครับ เพราะจากวันนี้ก็เหลือแค่สอง ep ก็จะถึงบทสรุปของ รัญชน์กับนีนแล้ว

ซึ่งหลังจากที่ ‘ป้าแจ๋ว ยุทธนา’ ได้ออกมาเคลื่อนไหวถึงประเด็นดังกล่าวนั้นทำเอาชาวเน็ตเสียงแตกแบ่งเป็น 2 ฝ่ายอย่างชัดเจน มีทั้งเห็นด้วยถึงพัฒนาการ ในฉากปะทะอารมณ์ดรามากับ กิ๊ก สุวัจนี ของสาวหลิงหลิง ในมุมมองของผู้กำกับมากฝีมือ ขณะที่บางคอมเมนต์ก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นว่าได้วิจารณ์ตามที่เห็นเท่านั้น อีกทั้งบอกว่าเป็นการติเพื่อก่อ เพื่อให้ละครไทยยกมาตรฐานให้สูงขึ้น

ป้าแจ๋วป้าแจ๋ว ยุทธนาวาดฝันวันวิวาห์หลิงหลิงหลิงหลิง คองหลิงออม

กรี๊ดสนั่น !! ‘โจว อี้หราน’ ซุปตาร์จีนปรากฏตัว พร้อมเหล่าคนดังกว่า 100 ชีวิต

22 สิงหาคม 2569 เวลา 17:21 น.

เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่สมการรอคอยสำหรับ Happitat (แฮปปี้แทท) แลนด์มาร์กแห่งความสุขแห่งใหม่บนทำเลบางนา-ตราด กม.7 โดย บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) (CP AXTRA) พร้อม Grand Opening Ceremony ที่รวมทัพศิลปินและคนดังกว่า 100 ชีวิต นำโดยแขกรับเชิญพิเศษจากประเทศจีน “โจว อี้หราน” (Zhou Yiran) และเหล่าศิลปินและนักแสดงแถวหน้าของไทย

พร้อมการปรากฏตัวของเหล่าศิลปินและคนดังที่มาร่วมงานเริ่มจากครอบครัวชมพู่อารยาพร้อมคุณยายหนิงน้องสายฟ้าน้องพายุและน้องแอบิเกล Family of Happitat กับโชว์ Whimsical Wonder ที่ Whimsical Market

ฟรีน–สโรชาที่ปรากฏตัวพร้อมขบวน Rise of The Magical Butterfly Princess บริเวณ Grand Stairs

น้องเนยและพี่เบียงก้า(Butterbear & Bianca) กับโชว์ Forest Awakens ณ Amphitheater หน้าอาคาร Wonderwild

หยิ่น–วอร์ที่นำขบวนพาเหรดพร้อมเหล่า IP Character ของ Happitat และ Happitizen สร้างสีสันที่อาคาร Festie Town

พี่จองคัลแลนจูดี้และน้องแดนที่มาร่วมสร้างโมเมนต์แห่งความสุขบน Bloominas Stage

ปิดท้ายการเปิดตัวด้วยเซอร์ไพรส์พิเศษจากโจวอี้หราน (Zhou Yiran)นักแสดงชื่อดังจากประเทศจีนที่สร้างโมเมนต์เรียกเสียงกรี๊ดด้วยการนั่งรถ Mercedes-Benz เข้าสู่อาคาร Bloominas ก่อนก้าวลงรถและเดิน Green Carpet ท่ามกลางการต้อนรับของแฟนๆและสื่อมวลชนอย่างเนืองแน่น