เปิด 6 ข้อบันทึก คำ ผกา ฟันธงการเมืองบทใหม่สนุกแน่ หลัง อภิสิทธิ์ คัมแบ็กทำ ส้ม หมอง

เปิด 6 ข้อบันทึก คำ ผกา ฟันธงการเมืองบทใหม่สนุกแน่  หลัง อภิสิทธิ์ คัมแบ็กทำ ส้ม หมอง

เปิด 6 ข้อบันทึก คำ ผกา ฟันธงการเมืองบทใหม่สนุกแน่ หลัง อภิสิทธิ์ คัมแบ็กทำ ส้ม หมอง

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.12 น.

วันที่ 19 มีนาคม 2569 นางสาวลักขณา ปันวิชัย หรือ คำ ผกา หรือ แขก พิธีกรชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Lakkana Punwichai ระบุว่า บันทึกไว้

1. เราอยากได้นายกฯชื่อ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์, แพทองธาร ชินวัตร, เศรษฐา ทวีสิน, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร. ทักษิณ ชินวัตร : ไม่เคยมีแม้แต่ 1 วันที่อยากมีนายกฯชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูร

2. เมื่อประชาชนคนไทยประกาศเจตนารมณ์ผ่านการเลือกตั้งว่า โดนเลือกพรรคภูมิใจไทยมามากที่สุด เราเคารพเจตนารมณ์ของคนส่วนใหญ่และเสียงข้างมาก

3. พรรคเพื่อไทยได้รับความไว้วางใจมาเพียง 74 เสียง โหวตเตอร์อย่างเราเห็นว่า ระหว่าง ก. เป็นที่สองในพรรคร่วมรัฐบาล ข. เป็นที่สองในพรรคร่วมฝ่ายค้าน? เราขอเลือก ก.

4.  วิกฤติภูมิรัฐศาสตร์รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ต่อไปนี้คนไทยทั้งหลายต้องเรียนรู้ที่จะเรียกร้องจากพรรคภูมิใจไทยให้มากเท่าๆกับที่เคยเรียกร้องจากพรรคเพื่อไทย

5. พรรคเพื่อไทย ดูแลกระทรวงที่เป็นงานด้าน ’ทุนมนุษย์‘ ทั้งหมด ขอส่งกำลังใจให้ตั้งใจทำงาน esp. งานที่เป็น ฐานราก หรือ foundations ทั้งหมด บนสโลแกน ’ทำดีอย่าให้เด่นจะเป็นภัย’

6. ขอแสดงความยินดีกับพรรคเพื่อไทยที่ต่อไปนี้ไม่ต้องคอยสู้รบกับพรรคส้ม เพราะ คุณอภิสิทธิ์มาแล้ว

ต่อไปนี้ พรรคเพื่อไทยจะเบาแรงไปได้เยอะ ส่วนพรรคส้มนั้น ดิฉันขอบอกคุณว่า ของแท้มา ของก็อป มันก็ดูกระจอกไปในบัดดล

The new chapter of การเมืองไทย ได้เริ่มขึ้นแล้ว

และมันจะสนุกกว่าเดิม หากจะไม่เจ็บเท่าเดิม!

#แพ้ได้แต่อย่าตาย

ลุยสางปัญหาน้ำมัน! นายกฯถก ศบก.เรียกตัวแทนโรงกลั่น-จ๊อบเบอร์ แจงยิบ

ลุยสางปัญหาน้ำมัน! นายกฯถก ศบก.เรียกตัวแทนโรงกลั่น-จ๊อบเบอร์ แจงยิบ

ลุยสางปัญหาน้ำมัน! นายกฯถก ศบก.เรียกตัวแทนโรงกลั่น-จ๊อบเบอร์ แจงยิบ

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.11 น.

19 มีนาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม , นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง , นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ , พล.ต.ท.รุทพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม , พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่น ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ตัวแทนกลุ่มผู้ค้าน้ำมันขายส่ง (จ๊อบเบอร์) เข้าร่วม

นายกฯ กล่าวว่า วันนี้เรามาประชุมท่ามกลางสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ที่มีแนวโน้มว่าจพยืดเยื้อและสร้างผลกระทบอย่างต่อเนื่องต่อระบบ เศรษฐกิจโลก ซึ่งประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อย นับตั้งแต่รัฐบาลให้มีการปรับมาตรการด้านพลังงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันมากขึ้น ครอบคลุมทั้งการกําหนดเพดานราคาน้ำมันใหม่ การประกาศราคาน้ำมันเพื่อป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภค การส่งเสริมพลังงานชีวภาพให้มีการผลิต และการใช้เพิ่มมากขึ้น การขยายเวลาการขนส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมันต่างๆ โดยเป้าหมายเหล่านี้ เพื่อให้ผู้ใช้น้ำมันได้สามารถ ไปเติมน้ำมันได้เหมือนในสภาวะที่ก่อนเกิดสงครามในตะวันออกกลาง นี่คือเป้าหมายของเรา เราพยายามที่จะนําเรื่องของ การกระจายการขนส่งสินค้าทั้งหมด ให้ไปอยู่ในสภาวะก่อนวันที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา

นายกฯ กล่าวว่า เราไม่ได้เพิ่มอะไรมากมายตรงไหน ส่วนเรื่องของราคาก็ปล่อยไปตามการควบคุมกลไกตลาด รัฐก็จะหามาตรการให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนให้น้อยที่สุดเท่าที่ทําได้ ปัญหาเรื่องการปฏิบัติยังคงมีอยู่ ประชาชนหลายพื้นที่ยังคงรายงานเข้ามาว่าไม่สามารถเข้าถึงการเติมน้ำมันได้อย่างคล่องตัวและมีความกังวลเรื่องความเพียงพอของปริมาณ

จนถึงปัจจุบันนี้ ประเทศไทยก็ยังยืนยันว่าเราไม่มีปัญหาในเรื่องของการสํารองน้ำมัน การเข้ามาของน้ำมันดิบ เรายังสามารถสั่งซื้อและนําเข้าน้ำมันดิบจากหลายภูมิภาคทั่วโลก และยังไม่มีเหตุในตัวชี้วัดใดๆ ที่น้ำมันของประเทศไทยจะเข้ามาในปริมาณที่ลดน้อยลง ปัญหาทุกวันนี้กลายเป็นว่าเมื่อประชาชนเกิดความกังวล พูดง่ายๆ ตู้เอทีเอ็มมีอยู่เท่านี้ ใส่เงินไว้สามล้านบาท แต่จะเบิกเงินสิบล้านบาท เท่าไหร่ก็ไม่พอ การจัดเติมเข้าก็ค้องมีเวลาในการเติม เราไม่สามารถเติมให้น้ำมันเติมอยู่ในปั๊มตลอดเวลาได้ มันมีวงรอบของเขา รัฐบาลจึงเข้ามาปรับในส่วนนี้

เราต้องหาวิธีจัดทํายังไงให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ เมื่อเกิดความมั่นใจแล้วการจะมาออเต็มปั๊มก็ไม่มีปัญหา วันนี้ก็ต้องขอความร่วมมือในเรื่องของเวลาที่ผ่อนผันให้รถขนน้ำมันเข้ามาในเขตกรุงเทพมหานครได้ตลอดเวลา ขอความร่วมมือผ่านไปยังผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ นี่ถือเป็นนโยบายของรัฐบาล ทึ่จะต้องทําให้เกิดการเข้าถึงน้ำมันของประชาชนและลดความวิตกกังวลต่อไป

สิ่งที่จะต้องมาแก้ไขนอกเหนือจากนี้ก็คือเรื่องของราคาน้ำมัน ซึ่งที่ประชุมแห่งนี้จะต้องมีมาตรการกําหนดว่าจะขายหน้าโรงกลั่น ขายหน้าปั๊มหรือขายผ่านคนกลางหรือจ๊อบเบอร์ ต้องอยู่ในราคาที่สอดคล้องกันไป และมีมาตรการเรื่องของส่วนผสมน้ำมันต่างๆ เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมหรือกลุ่มที่ไม่ใช่ผู้ซื้อปลีกได้มีน้ำมัน ก็คือภาคอุตสาหกรรมและโรงงานต่างๆ จะได้มีน้ำมันในคลังของตนเอง ให้เหมือนช่วงก่อนเกิดเหตุที่ตะวันออกกลาง

“วันนี้ก็มีการเชิญผู้รับผิดชอบทั้งหลายมาเพื่อขอความร่วมมือกัน และจะได้ดําเนินการตามข้อสั่งการของ ศบก.เพื่อมีความชัดเจน มีการประกาศส่วนที่จําเป็นในราชกิจจานุเบกษา เพื่อนําไปปฏิบัติได้โดยที่ผู้ปฏิบัติไม่ต้องกังวลในเรื่องของระเบียบและกฎหมาย”

นายกฯ กล่าวต่อว่า วันนี้จะมีการตั้งประเด็นคําถามเพื่อให้แต่ละฝ่ายไปรับผิดชอบ และชี้แจงกันด้วยความชัดเจน ทุกฝ่ายจะได้มีความมั่นใจในข้อมูลและนําไปดําเนินการด้วยกัน เช่น ในส่วนของผู้ประกอบการโลกกลั่นน้ำมัน รัฐบาลต้องขอให้ท่านบอกให้ชัดเจนว่าน้ำมันดิบที่เข้าสู่การกลั่นแต่ละแห่งมีประมาณเท่าไหร่ แตกต่างจากช่วงปกติแค่ไหน เดินเครื่องเต็มขีดความสามารถแล้วหรือไม่ น้ำมันสําเร็จรูปแต่ละประเภทที่โรงกลั่นแต่ละโรงออกมามีเท่าไหร่เมื่อเทียบกับช่วงปกติ มีปัญหาในการจัดส่งอย่างไร กําหนดโควตาการส่งน้ำมันให้แต่ละคลังอย่างไร ในส่วนของผู้ประกอบการคลังน้ำมัน มีปัญหาอะไรหรือไม่ คาดการณ์ไว้อย่างไร ราคาเป็นอย่างไร คลังน้ำมันได้ประกาศราคาขายหน้าคลังตามที่รัฐบาลได้สั่งการแล้วหรือยัง คลังน้ำมันได้ขายน้ำมันให้กับจ๊อบเบอร์ ด้วยราคาที่ประกาศใหม่แล้วใช่หรือไม่ จะต้องมีหลักฐานเอกสารยืนยัน

“ที่มากันวันนี้ไม่ใช่มายืนยันกันเอง แต่ต้องมายืนยันให้ประชาชนได้เห็นว่าเราได้ดําเนินการทุกอย่าง ประชาชนจะได้ไม่มีความกังวลอีกต่อไป ในส่วนของจ๊อบเบอร์ที่มาในวันนี้ก็จะขอคําชี้แจงว่ามีสัญญาซื้อขายมีปริมาณอย่างไรบ้าง ถ้าราคาน่าคลังถูกกว่าราคาหน้าปั๊ม จ๊อบเบอร์ได้มีการบวกกําไรตามปกติ เหมือนช่วงก่อนมีสงครามหรือไม่ หรือฉวยใช้โอกาสนี้ค้ากําไรกันเกินควร รวมถึงผู้ประกอบการขนส่งน้ำมัน เวลาปกติวิ่งรถเป็นอย่างไร เมื่อขยายเวลาแล้วจะสามารถเพิ่มเที่ยวรถได้อีกเท่าไหร่ กระทรวงพลังงานจะสามารถประกาศลดสเปกรถขนน้ำมันได้เพิ่มเติมหรือไม่ ถ้าได้ก็จะไปขอความร่วมมือจากกองทัพ เพราะกองทัพมีรถขนน้ำมันเหล่านี้อยู่” นายกฯ กล่าว

เท้งเผย รู้ก่อนแล้วว่ามีงูเห่า ซัดคนซื้อทำลายเชื่อมั่น ปชช.ต่อระบบการเมือง

เท้งเผย รู้ก่อนแล้วว่ามีงูเห่า ซัดคนซื้อทำลายเชื่อมั่น ปชช.ต่อระบบการเมือง

เท้งเผย รู้ก่อนแล้วว่ามีงูเห่า ซัดคนซื้อทำลายเชื่อมั่น ปชช.ต่อระบบการเมือง

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.57 น.

“เท้ง”เผยรู้มาก่อนแล้วว่าจะมี”งูเห่า” ยันไม่เสียสมาธิ เดินหน้าดําเนินการภายในเต็มที่ ซัด”คนซื้อ”ทำลายเชื่อมั่นประชาชนต่อระบบการเมือง ปัดตอบ”ปฏิบัติการงูดูดงู” เผย”ศรายุทธิ์”ยื่นลาออกนานแล้วแต่เบรคไว้ก่อน ขอช่วยอยู่ทำงาน ก่อนปรับทัพใหญ่ปลาย เม.ย.นี้

19 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงกรณีที่ นายสุริยา วงศ์อารีย์ สส.อุดรธานี เขต 7 พรรคประชาชน โหวตสวนมติพรรคไปสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เป็นนายกรัฐมนตรี ว่า เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าเป็นการลงมติที่สวนกับมติของพรรค ส่วนตัวมองว่าการโหวตสวนในครั้งนี้มีผลประโยชน์อื่น และไม่ใช่การกระทำจากฝ่ายค้านแน่นอน เราต้องไปตั้งคําถามกับผู้ที่ทำว่า อยากเห็นระบบการเมืองแบบนี้ใช่หรือไม่ ส่วนตัวไม่เห็นความจําเป็นใดๆ ในตอนนี้ในสถานการณ์การเมืองที่รัฐบาลเองมีเสถียรภาพ นอกเหนือจากเป้าหมายในการพยายามมุ่งทําลายล้างความเชื่อมั่นของพวกเรา

“ยืนยันว่าพรรคประชาชนเราคงไม่ได้เสียสมาธิ และพร้อมดําเนินการเรื่องนี้ภายในอย่างเต็มที่ ในเรื่องการดําเนินการตามวินัยเช่นเดียวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต” นายณัฐพงษ์ กล่าว

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ตนได้ข้อมูลเบื้องต้นก่อนหน้านี้แล้ว แต่หากยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริง อาจจะเป็นการกล่าวหาเพื่อนร่วมพรรค ซึ่งตอนนี้ปรากฏแล้วว่าเป็นความจริง การสืบสวนข้อเท็จจริงการดําเนินการทางวินัยจะมีการดําเนินการภายในและจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบอีกครั้ง

เมื่อถามว่า เหตุการณ์ดังกล่าวจะกระทบพรรคหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ไม่กระทบในทํางานของพวกเรา แต่อยากชวนให้สังคมตั้งคําถาม ว่าการซื้อแบบนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ เราอยากเห็นระบบการเมืองในประเทศ ที่ สส.สามารถย้ายค่ายกันได้ง่ายๆ ผ่านการซื้อเสียงในสภาแบบนี้หรือไม่ เป็นสิ่งที่พวกเราคงต้องหาทางออกร่วมกัน เช่นการแก้ไขระบบการเมือง โดยการผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามว่า สังคมพุ่งเป้าไปที่ นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการคัดสรรผู้สมัคร และได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งหากพรรคประชาชนได้ไม่ถึง 250 เสียงนั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า นายศรายุทธิ์ ได้ยื่นหนังสือลาออกกับตนนานแล้ว แต่ตนปฏิเสธไว้ก่อน เพราะอยากให้ช่วยกันรักษาหน้าที่ให้ดีที่สุดในช่วงนี้ จนกว่าจะมีการประชุมใหญ่พรรคในช่วงปลายเดือน เม.ย.นี้

เมื่อถามว่า เหตุการณ์นี้ ถือเป็นความบกพร่องของกระบวนการสรรหาผู้สมัครหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้องตั้งคําถามกับคนที่ซื้องูเห่ามากกว่า โดยเฉพาะเรื่องกลไกกฎกติกาที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ ถ้าระบบการเมืองดีไม่เปิดช่องให้แบบนี้การเมืองคงดีขึ้น ประชาชนคงไม่อยากเห็น สส.ที่เลือกมาถูกซื้อ ถือเป็นการทําลายความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชน

“เพิ่งโหวตนายกรัฐมนตรีเสร็จ รัฐบาลชุดใหม่กำลังเข้ามาทําหน้าที่ แต่กลายเป็นว่ารัฐบาลเองที่กําลังทําสิ่งแบบนี้ ผมขอเรียกร้องให้ทุกคนช่วยกันเรียกร้องระบบการเมืองที่ดีขึ้น” นายณัฐพงษ์ กล่าว

เมื่อถามถึงกระแสปฎิบัติการงูดูดงู นั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ทราบข้อมูลหลังบ้านมาบ้าง แต่ความเป็นจริงจะเป็นอย่างไร ขอเวลาในการสอบสวน

เมื่อถามถึงกระแส สส.มีปัญหาการเงินในการหาเสียง จะเป็นปัจจัยให้เขาออกไปหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า กระบวนการสรรหาที่ผ่านมา เราตรวจสอบแบ็กกราวด์ทุกอย่างอย่างรอบด้านแล้ว คงยังตอบตอนนี้ไม่ได้ ว่าเป็นเหตุผลใดที่ทําให้เขาตัดสินใจแบบนี้

เมื่อถามถึงกระแสพรรคร่วมฝ่ายค้านที่พรรคประชาชนบอกว่าไม่จําเป็นต้องมีเอกภาพก็ได้ แต่บางพรรคไปโหวตเห็นชอบให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อไปการทำงานของฝ่ายค้านจะได้รับเสียงสนับสนุนจากเพื่อนต่างพรรคมากน้อยแค่ไหน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้นตอปัญหาคือกฎกติกาตามรัฐธรรมนูญปัจจุบัน วันนี้ผลโหวตนายกรัฐมนตรีเป็นสิ่งยืนยันว่าฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล คือใคร เราอาจเข้าใจมันในอดีต แต่ผลโหวตวันนี้ช่วยยืนยันมากยิ่งขึ้นว่าตกลงใครอยู่ฝ่ายไหนกันแน่

นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า อีกสิ่งหนึ่งที่ตนคิดว่าจะทําให้เกิดความชัดเจน คือฝ่ายค้านเป็นฝ่ายค้านจริง ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้นคือภายหลังมี ครม.เข้ามาทํางาน มีการใช้กลไกกรรมาธิการ (กมธ.) รวมถึงการอภิปรายทั่วไปหรือไม่ไว้วางใจ จะเป็นตัวตัดสินว่าตกลงคุณเป็นฝ่ายค้านจริงหรือไม่ แม้คุณไม่ได้โหวตสวนหรือโหวตสนับสนุน แต่อาจจะรับประโยชน์ในเบื้องหลัง แต่ไม่ได้ตรวจสอบรัฐบาลเลย ตนก็คิดว่าไม่ได้เรียกว่าเป็นฝ่ายค้านที่ทำหน้าที่อย่างถูกต้องเช่นเดียวกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : งูเห่าสีส้ม โผล่แล้ว! สุริยา วงศ์อารีย์ สส.ปชน.สวนมติพรรค โหวตอนุทินนายกฯ

จับตา พรรคส้ม รื้อโครงสร้างดิ้นสู้คดี 44 สส. ด้าน เท้ง ปัดตอบปมเปลี่ยนตัวหัวหน้า

จับตา พรรคส้ม รื้อโครงสร้างดิ้นสู้คดี 44 สส. ด้าน เท้ง ปัดตอบปมเปลี่ยนตัวหัวหน้า

จับตา พรรคส้ม รื้อโครงสร้างดิ้นสู้คดี 44 สส. ด้าน เท้ง ปัดตอบปมเปลี่ยนตัวหัวหน้า

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.54 น.

จับตา พรรคส้ม รื้อโครงสร้างดิ้นสู้คดี 44 สส. ด้าน เท้ง ปัดตอบปมเปลี่ยนตัวหัวหน้า วงในยันชื่อ วีระยุทธ จ่อรับไม้ต่อคุมพรรค ณัฐพงษ์ ถอยไปนั่งเลขาฯ

เมื่อวันที่ 19 มี.ค.2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการปรับกรรมการบริหารพรรคประชาชนช่วงเดือน เม.ย. ว่า ที่ประชุมใหญ่จะต้องรับรองกรรมการบริหารทั้งหมดอยู่แล้ว  ส่วนจะต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดหรือไม่  ก็เป็นสิ่งที่ต้องปรึกษาปรึกษาหารือร่วมกัน ขอรอความชัดเจนดีกว่า 

เมื่อถามว่าคดี 44 สส.ก็งวดเข้ามาแล้ว จะเกิดสุญญากาศทางการเมืองหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า รอความชัดเจนจากเรื่องคดี 44 สส. ก่อนดีกว่า ความคืบหน้าล่าสุดเห็นว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมจะยื่นเร็วๆนี้อยู่แล้ว ซึ่งจะมีการแถลงแนวทางในการรับมือของพรรคต่อไป

เมื่อถามว่าหากเลือกกรรมการบริหารช่วงปลายเดือน เม.ย. จะช้าไปหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ไม่หรอก เพราะตําแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน จริงๆโดยกระบวนการต้องใช้ระยะเวลาอีกเวลาหนึ่ง ซึ่งต้องรอจนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่เข้ามา จึงจะมีความแน่ชัดว่าตกลงแล้วตามรัฐธรรมนูญ พรรคใดเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลบ้าง และใช้เวลาอีกเป็นแรมเดือนเหมือนกัน กว่าจะมีการโปรดเกล้าฯ ลงมา ดังนั้น ตามไทม์ไลน์ที่เกิดขึ้นจึงคิดว่าในวันประชุมใหญ่พรรคยังไม่ต้องมีการเตรียมในตอนนี้

เมื่อถามว่าตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านก็เป็นตำแหน่งที่โปรดเกล้าฯ เหมือนกัน ควรจะทำให้ชัดเจนตั้งแต่แรกหรือไม่  นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จะให้ได้ความชัดเจนมากขึ้น ภายหลังที่ ป.ป.ช.ให้ความชัดเจนกับพวกเราเช่นเดียวกัน 

เมื่อถามว่าหัวหน้าคนใหม่อยู่ข้างๆ (นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน) ใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ ตอบทันทีว่า เดี๋ยวรอดูความชัดเจนดีกว่า ตอนนี้คดียังไม่ได้ออกจาก ป.ป.ช. ก็ยังไม่อยากที่จะไปพูดอะไรล่วงหน้า

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการปรับโครงสร้างและเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใหม่ของพรรคประชาชนนั้น จะเกิดขึ้นช่วงเดือนหน้า โดยแหล่งข่าวภายในพรรคยืนยันว่านายวีระยุทธ จะขึ้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคแทนนายณัฐพงษ์ และนายณัฐพงษ์ จะดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรค 

เท้ง ณัฐพงษ์ ลั่นพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านเต็มตัว ปกป้องภาษี-ผลประโยชน์ประชาชน

เท้ง ณัฐพงษ์ ลั่นพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านเต็มตัว ปกป้องภาษี-ผลประโยชน์ประชาชน

เท้ง ณัฐพงษ์ ลั่นพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านเต็มตัว ปกป้องภาษี-ผลประโยชน์ประชาชน

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.50 น.

“ณัฐพงษ์” ย้ำพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านปกป้องผลประโยชน์และภาษีพี่น้องประชาชน

วันที่ 19 มีนาคม 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน  โพสต์ผ่านเฟชบุ๊ก ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ -Natthaphong Ruengpanyawut  ระบุว่า พวกเราในฐานะผู้แทนราษฎรพรรคประชาชนพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านเพื่อปกป้องผลประโยชน์และภาษีของพี่น้องประชาชนทุกคนครับ

วันนี้ผมได้อภิปรายในที่ประชุมรัฐสภา ภายใต้การถูกเสนอชื่อให้ลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งผมขอย้ำให้ชัดอีกครั้งว่า พรรคประชาชนไม่ได้มีเจตนาจะจัดตั้งรัฐบาลแข่ง เพราะเรายึดหลักการว่า พรรคการเมืองที่ได้รับเสียงอันดับ 1 ควรมีสิทธิ์จัดตั้งรัฐบาลก่อนเสมอ สิ่งที่เราทำในวันนี้ คือการใช้เวทีสภาเพื่อสะท้อนความห่วงใยต่อประเทศ และส่งสัญญาณไปยังรัฐบาลชุดใหม่ว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตรอบด้านที่ไม่อาจมองข้ามได้

ในขณะที่โลกกำลังเผชิญความไม่มั่นคงจากสงคราม ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และราคาพลังงานที่ผันผวน ซึ่งกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพของประชาชน รัฐบาลไทยกลับยังไม่มีท่าทีหรือยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการรับมือ ขณะเดียวกัน ปัญหาภายในประเทศเองก็ทวีความรุนแรงขึ้น ทั้งเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ผู้ประกอบการรายเล็กที่ล้มลง ระบบราชการที่ไม่ตอบสนองประชาชน และโครงสร้างการเมืองที่เปิดช่องให้ผลประโยชน์ทับซ้อนดำรงอยู่

หากรัฐบาลไม่กล้าจัดการคนในไม่กล้าปฏิรูปตัวเอง ประเทศไทยจะไม่มีทางก้าวไปข้างหน้าได้อย่างแท้จริง และต้องพูดกันอย่างตรงไปตรงมาว่า การทุจริตคอรัปชันยังคงเป็นรากของปัญหาทั้งหมด เมื่อกติกาไม่เป็นธรรม คนที่ทำถูกต้องจะอยู่ไม่ได้ แต่คนที่มีเส้นสายกลับได้เปรียบ เศรษฐกิจที่เป็นธรรมจะไม่มีวันเกิดขึ้นได้ หากการเมืองยังปล่อยให้ปัญหานี้ดำรงอยู่

เราเชื่อมั่นว่า การเมืองต้องเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาให้กับประชาชน ไม่ใช่พื้นที่ของการต่อรองผลประโยชน์หรือการแบ่งอำนาจ เราจะยืนหยัดบนหลักการ ความโปร่งใส และการยึดโยงกับเสียงของประชาชน ไม่ว่าเราจะอยู่ในบทบาทใด เราจะทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่ เพื่อให้การเมืองกลับมาเป็นความหวังของประเทศอีกครั้ง

ผมเข้าใจดีว่าความรู้สึกของประชาชนจำนวนมากในวันนี้ คือความผิดหวังและความไม่มั่นใจต่อระบบ แต่ผมอยากขอให้ทุกคนอย่าเพิ่งหมดความหวัง ประเทศไทยยังมีศักยภาพ ยังมีผู้คนที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลง และยังมีพลังของประชาชนที่สามารถกำหนดอนาคตของประเทศได้

ร่วมกันในการตรวจสอบ ตั้งคำถาม และนำเสนอผลักดันให้ประเทศเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง และพรรคประชาชนจะเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ในสภาในฐานะฝ่ายค้าน ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา และผลักดันทางออกให้กับประเทศ

จนกว่าอำนาจสูงสุดจะเป็นของประชาชน

ยศชนัน มั่นใจจับมือภูมิใจไทย ครบเทอมตลอดรอดฝั่ง ย้ำความไว้เนื้อเชื่อใจเป็นสิ่งสำคัญ

ยศชนัน มั่นใจจับมือภูมิใจไทย ครบเทอมตลอดรอดฝั่ง ย้ำความไว้เนื้อเชื่อใจเป็นสิ่งสำคัญ

ยศชนัน มั่นใจจับมือภูมิใจไทย ครบเทอมตลอดรอดฝั่ง ย้ำความไว้เนื้อเชื่อใจเป็นสิ่งสำคัญ

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.32 น.

ยศชนัน มั่นใจจับมือภูมิใจไทย ครบเทอมตลอดรอดฝั่ง ย้ำความไว้เนื้อเชื่อใจเป็นสิ่งสำคัญ มองไร้ปัญหาร่างนโยบายรัฐบาล เหตุ 2 พรรคคลายคลึงกัน ด้าน จุลพันธ์ เผยส่งรายชื่อโควตาพท. ทั้งหมดถึงมือ อนุทิน แล้ว 

เมื่อวันที่ 19 มี.ค.2569 ที่รัฐสภา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเตรียมนโยบายที่จะไปพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทย ว่า มีการเตรียมทีมเรียบร้อยแล้ว และภายในต้นสัปดาห์หน้าจะมีการเข้าไปพูดคุยกัน 

เมื่อถามว่า มีนโยบายใดที่ต้องการผลักดันเป็นนโยบายเรือธงของพรรคเพื่อไทย ร่วมไปกับรัฐบาลภูมิใจไทย นายยศชนัน กล่าวว่า เป็นนโยบายที่เราพูดมาโดยตลอด อย่างนโยบายการแก้ไขปัญหาปากท้อง นโยบายที่สามารถแก้ไขปัญหาท้องถิ่นและชุมชนให้ดีขึ้น ซึ่งต้องยอมรับว่าพรรคภูมิใจไทยมีนโยบายหลายส่วนที่คล้ายคลึงกัน ก็น่าจะต้องมีการพูดคุย และตัวบริบทเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ค่อนข้างที่จะชัดเจนว่าทำไม่ได้ ซึ่งทุกคนก็เห็นตรงกันจึงมองว่าไม่น่าจะมีประเด็นปัญหาอะไร 

เมื่อถามว่าในด้านการเมืองจะสามารถให้ความมั่นใจได้ใช่หรือไม่ว่าจะจับมือกันไปตลอดรอดฝั่งให้ครบ 4 ปี นายยศชนัน กล่าวว่า แน่นอนว่าความไว้เนื้อเชื่อใจกัน เป็นสิ่งสำคัญในการทำงานร่วมกัน 

ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย(พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการนัดหารือพรรคร่วมรัฐบาลภายหลังจากการโหวตนายกรัฐมนตรีว่า ได้มีการพูดคุยกันเรียบร้อยแล้ว คงไม่มีการพูดคุยอะไรกันเพิ่มเติมแล้ว 

เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการส่งรายชื่อรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ให้กับนายอนุทิน ทางนายจุลพันธ์ พยักหน้า พร้อมกล่าวว่า “ครับ”

เมื่อถามว่า รวมถึงในสัดส่วนของรัฐมนตรีช่วยด้วยหรือไม่ ที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ว่ายังไม่ลงตัว นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ได้ส่งไปหมดแล้ว เรียบร้อยแล้ว พูดมากกว่านี้ไม่ได้ เป็นอำนาจของนายกฯ

อนุทิน ขอบคุณ สส.โหวตเป็นนายกฯ สมัย 2 ไม่ตอบปมงูเห่าสีส้ม ยกมือให้

อนุทิน ขอบคุณ สส.โหวตเป็นนายกฯ สมัย 2 ไม่ตอบปมงูเห่าสีส้ม ยกมือให้

อนุทิน ขอบคุณ สส.โหวตเป็นนายกฯ สมัย 2 ไม่ตอบปมงูเห่าสีส้ม ยกมือให้

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.16 น.

อนุทิน ขอบคุณ สส.โหวตเป็นนายกฯ สมัย 2 ไม่ตอบปมงูเห่าสีส้ม ยกมือให้ 

เมื่อเวลา 13.43 น. วันที่ 19 มี.ค.2569 ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากการได้รับการโหวตเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 ว่า ขอบคุณสส. ทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล ซึ่งทุกคนก็ได้ให้ข้อคิด และแสดงท่าทีของตัวเองอย่างเต็มที่

เมื่อถามว่า มีสส.พรรคประชาชน เป็นงูเห่าโหวตให้ 1 เสียง นายอนุทิน ปฏิเสธตอบคำถาม โดยได้เดินเข้าห้องประชุม เพื่อเป็นประธานประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) 

​เช็กได้เลย!!! กางเสียงโหวตสภาฯดัน อนุทิน นั่งนายกฯสมัย 2

​เช็กได้เลย!!! กางเสียงโหวตสภาฯดัน อนุทิน นั่งนายกฯสมัย 2

​เช็กได้เลย!!! กางเสียงโหวตสภาฯดัน อนุทิน นั่งนายกฯสมัย 2

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.12 น.

เช็กได้เลย!!! กางเสียงโหวตสภาฯดัน”อนุทิน”ท่วมท้น นั่งนายกฯสมัย 2 “งูเห่าสีส้ม”เสิร์ฟให้หวานๆ 1 เสียง ด้าน”ชัชวาล ไทยสร้างไทย”ร่วม รบ.แต่งดออกเสียง

19 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภา ว่า ในจำนวน 293 เสียง ที่สนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี มีเสียงงูเห่า 1 เสียง จากพรรคประชาชน คือ นายสุริยา วงศ์อารีย์ สส.อุดรธานี ร่วมโหวตให้นายอนุทินเป็นนายกฯ ขณะที่ผลการลงคะแนนส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางเดียวกันคือ พรรคร่วมรัฐบาล เห็นชอบนายอนุทิน เป็นนายกฯ ยกเว้น นายชัชวาล แพทยาไทย สส.ร้อยเอ็ด พรรคไทยสร้างไทย แม้จะเป็นเสียงฝ่ายรัฐบาล แต่โหวตงดออกเสียง

ขณะที่พรรคฝ่ายค้าน มีเพียงพรรคประชาชน และ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เท่านั้น ที่โหวตสนับสนุน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เป็นนายกฯ

ด้านพรรคฝ่ายค้านอื่นอย่าง พรรคประชาธิปัตย์ , พรรคกล้าธรรม , พรรคไทยภักดี ต่างโหวตงดออกเสียง รวมถึง นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร , น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช , นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯ คนที่ 1 และ 2 ต่างลงมติงดออกเสียงเช่นกัน

ส่วนพรรคไทรวมพลัง จำนวน 6 เสียง แม้จะไม่ถูกเชิญร่วมเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่ สส.ทั้ง 6 คน ต่างโหวตให้นายอนุทิน เป็นนายกฯ

– 006

ยังไม่ทันได้ถกวิกฤตน้ำมัน! ไอซ์ ฉะ โสภณ หลังสั่งปิดประชุมทันที พออนุทิน ได้ตำแหน่งแล้ว

ยังไม่ทันได้ถกวิกฤตน้ำมัน! ไอซ์ ฉะ โสภณ หลังสั่งปิดประชุมทันที พออนุทิน ได้ตำแหน่งแล้ว

ยังไม่ทันได้ถกวิกฤตน้ำมัน! ไอซ์ ฉะ โสภณ หลังสั่งปิดประชุมทันที พออนุทิน ได้ตำแหน่งแล้ว

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.59 น.

ไอซ์ รักชนก ฉุน! ฉะยังไม่ทันถก วิกฤตน้ำมัน แต่ โสภณ สั่งปิดประชุมมันที หลังอนุทิน ได้ตำแหน่งแล้ว 

เมื่อวันที่ 19 มี.ค.2569 จากกรณีมีการโหวตเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งปรากฎว่า เสียงส่วนใหญ่ให้ความเห็นชอบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 สมัยที่ 2 โดยได้คะแนนเสียงสนับสนุน 293 เสียง ขณะที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน ได้คะแนนเสียง 119 เสียง งดออกเสียง 86 เสียง จากนั้นนายโสภณ ได้สั่งปิดประชุม ในเวลา 13.21 น. 

ล่าสุด น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า “โหวตนายกเสร็จแล้ว ได้ตำแหน่งแล้ว แต่สภาเพิ่งประชุมมาครึ่งวัน ยังเหลือเวลาทำงานต่อได้อีก พรรคประชาชน แจ้งความประสงค์ ต้องการเสนอญัตติด่วน เรื่อง ‘วิกฤตน้ำมัน’ ที่กำลังส่งผลกระทบทุกชีวิตและทุกอาชีพ

ตอนนี้ประชาชนไม่ว่าภูมิภาคไหน เดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ประชาชนรอความชัดเจนจากรัฐบาล ปัญหารอการบรรเทา ประชาชนอยากเห็นสภา ลงมือทำอะไรสักอย่าง

แต่ประธานสภา โสภณ ซารัมย์ สส. จากพรรคภูมิใจไทย ปิดประชุมหนี”

งูเห่าสีส้ม โผล่แล้ว! สุริยา วงศ์อารีย์ สส.ปชน.สวนมติพรรค โหวตอนุทินนายกฯ

งูเห่าสีส้ม โผล่แล้ว! สุริยา วงศ์อารีย์ สส.ปชน.สวนมติพรรค โหวตอนุทินนายกฯ

งูเห่าสีส้ม โผล่แล้ว! สุริยา วงศ์อารีย์ สส.ปชน.สวนมติพรรค โหวตอนุทินนายกฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.38 น.

“งูเห่าสีส้ม”โผล่แล้ว! “สุริยา วงศ์อารีย์”สส.อุดรธานี เขต 7 พรรค ปชน. โหวตสวนมติพรรคส้ม หนุน”อนุทิน”นายกฯ

19 มีนาคม 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาการให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยมีบุคคลได้รับการเสนอชื่อ 2 คน ได้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคภูมิใจไทย และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคประชาชน

โดยการโหวตเลือกนายกฯ นั้น เป็นการแสดงตนและขานชื่อ ทั้งนี้ นายสุริยา วงศ์อารีย์ สส.อุดรธานี เขต 7 พรรคประชาชน ได้โหวต นายอนุทิน เป็นนายกฯ สวนทางมติของพรรคประชาชน ที่โหวตนายณัฐพงษ์

สำหรับ นายสุริยานั้น นับเป็น “งูเห่าสีส้ม” รายแรกในพรรค นับตั้งแต่หลังการเลือกตั้ง 69 โดยก่อนหน้านี้ นายสุริยา ยังฝืนมติของพรรค มาเอาหนังสือรับรอง สส.จากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และมารายงานตัวต่อสภาฯ เป็นคนแรกของพรรค เมื่อวันที่ 2 มี.ค.2569 ทั้งที่พรรคประชาชนนัดมารายงานตัวพร้อมกันวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา