ลมหายใจคนเหนือรอไม่ได้! สส.ตี๋ ย้ำประโยชน์ หากประกาศเขตภัยพิบัติ PM2.5

ลมหายใจคนเหนือรอไม่ได้! สส.ตี๋ ย้ำประโยชน์ หากประกาศเขตภัยพิบัติ PM2.5

ลมหายใจคนเหนือรอไม่ได้! สส.ตี๋ ย้ำประโยชน์ หากประกาศเขตภัยพิบัติ PM2.5

วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.43 น.

ลมหายใจคนเหนือรอไม่ได้! สส.ตี๋ ย้ำประโยชน์ หากประกาศเขตภัยพิบัติ PM2.5 

เมื่อวันที่ 30 มี.ค.2569 จากกรณีนายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ หรือสส.ตี๋ สส.เขต 8 เชียงใหม่ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊ก “Phattarapong Leelaphat – ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์” เรียกร้องให้ 9 ผู้ว่าราชการจังหวัดภาคเหนือประกาศเขตภัยพิบัติ และยกระดับเป็นภัยระดับสามให้รัฐมนตรีมหาดไทยมาบัญชาการโดยด่วน เนื่องจากค่าฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่สูง (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : สส.ตี๋ จี้ 9 ผู้ว่าฯ เหนือ ประกาศเขตภัยพิบัติฝุ่น PM2.5 ขู่หากไม่ทำ ห่วงเซฟอนุทิน ระวังเจอ ม.157)

ล่าสุด นายภัทรพงษ์ ได้โพสต์เพิ่มเติม เรื่องประกาศเขตภัยพิบัติ PM2.5 แล้วได้อะไร? โดยระบุว่า “โพสต์นี้ขอลงรายละเอียดยาวนิดนึงนะครับ

อย่างแรกเลยครับเรื่องนี้ สิ่งที่ผมเรียกร้องมาโดยตลอดคือ ผู้ว่าฯประกาศเขตภัยพิบัติ แล้วต้องยกระดับเป็นภัยระดับ 3 เพื่อให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมาเป็นผู้บัญชาการ (อนุทิน ชาญวีรกูล) เพราะเรื่องนี้เกินกำลังของจังหวัดแล้ว (จังหวัดประกาศจะเป็นภัยระดับ 2 จังหวัดจัดการกันเองเท่านั้น)

เมื่อประกาศภัยและยกระดับแล้ว รัฐบาลจะเข้าบัญชาการโดยตรง ทำงานด้วยวอร์รูมระดับภาค และมีอำนาจสั่งการกระทรวงต่าง ๆ เพื่อเสริมกำลังการจัดการให้เป็นระดับประเทศ โดยมีจังหวัดต่าง ๆ ในพื้นที่ประสบภัยเป็น node คอยสานงานต่ออีกทอดหนึ่ง

โดยการประกาศจะปลดล็อคการใช้งบประมาณฉุกเฉิน (เงินทดรองราชการ) ที่ทุกจังหวัดจะมีงบ 50 ล้านบาทต่อจังหวัด และเมื่อยกระดับภัยเป็นระดับสาม แต่ละกระทรวงที่เข้ามาจัดการก็จะมีงบประมาณเฉพาะในส่วนนี้เช่นกัน เช่น ก.กลาโหม 100 ล้านบาท สำนักนายกฯ 100 ล้านบาท ก.เกษตรฯ 100 ล้านบาท ก.มหาดไทย 50 ล้านบาท ก.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ ก.สาธารณสุข อีกกระทรวงละ 10 ล้านบาท กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 100 ล้านบาทอีกด้วย

งบฉุกเฉินมีอยู่ในกระเป๋าแล้วกว่า 620 ล้านบาท และยังสามารถขอขยายได้อีก แต่ต้องประกาศเขตภัยพิบัติก่อน ถึงจะใช้ได้

เงินกว่า 620 ล้านบาท++ ใช้กับอะไรได้บ้างครับ? ตามระเบียบแล้ว ต้องใช้เงินตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังประกาศ แต่ระเบียบนี้ก็เปิดช่องให้สามารถ #ขอใช้เงินนอกหลักเกณฑ์ได้ เอาง่ายๆคือระเบียบฉบับนี้เปิดช่องว่างไว้ให้มีความยืดหยุ่นในการจัดการภัยที่เราคาดไม่ถึงไว้แล้ว เพราะฉะนั้นการประกาศเขตเป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากแน่นอนครับ ผมขออธิบายเป็นสองส่วนก่อน ส่วนแรกคือ ใช้เงินตามหลักเกณฑ์ ส่วนที่สองคือ การขอใช้เงินนอกหลักเกณฑ์ ครับ

ส่วนแรกในหลักเกณฑ์ งบฉุกเฉินก้อนนี้จะช่วยในภารกิจดับไฟที่มาจากการเผาป่า ต้นเหตุหลักของฝุ่นพิษที่เรากำลังเจอกันตอนนี้ ลดจำนวนไฟและค่าฝุ่นลงให้เหลือน้อยที่สุด โดยการเพิ่มเจ้าหน้าที่ลาดตระเวน+ดับไฟพร้อมค่าตอบแทน น้ำมันเชื้อเพลิง ค่าซ่อมแซม หรือค่าเช่า อุปกรณ์ ยานพาหนะ ที่ใช้ในการดับไฟเพิ่ม คือเอาง่าย เราจะเพิ่ม คน อาวุธ พร้อมกระสุน ให้ทีมดับไฟของเรานั่นเอง เซฟเจ้าหน้าที่ที่ตอนนี้มีกำลังคนน้อย และกำลังเจอปัญหาความล้าสะสม เสี่ยงต่อชีวิตของเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก

และในส่วนของการรับมือผลกระทบด้านสุขภาพ เงินก้อนนี้สามารถใช้ซื้อหน้ากากอนามัย N95, 1 ชิ้นต่อคนต่อวัน(ฟังดูเหมือนเรื่องง่ายๆไม่ต้องประกาศเขตก็ทำได้ใช่ไหมครับ แต่ทุกวันนี้ยังไม่ทำกันเลย) และสำหรับกลุ่มผู้เปราะบาง เด็กเล็กอายุน้อยกว่า 5 ปี (เพราะเราไม่มีหน้ากากขนาดที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงกับเด็กเล็กนะครับทุกวันนี้ เด็กเสี่ยงมากๆ) และกลุ่มผู้ป่วยติดเตียง รวมถึงผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปีที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ รัฐจะสามารถจัดซื้อมุ้งสู้งฝุ่น นวัตกรรมที่พิสูจน์แล้วว่าทำได้จริงจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ครัวเรือนละ 1 ชุด รวมถึงค่าอาหาร ค่าไฟฟ้า ในกรณีตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวที่เป็นห้องปลอดฝุ่นด้วย

แต่แค่นั้นก็ยังไม่พอครับ รัฐต้องจัดการส่วนที่สอง คือ การขอใช้เงินนอกหลักเกณฑ์ด้วย เพื่อเอามาอุดช่องโหว่ ของส่วนแรก ให้สามารถใช้งบฉุกเฉินในการจัดสร้าง/ดัดแปลง ศูนย์พักพิงชั่วคราว ให้เป็นห้องปลอดฝุ่นขนาดใหญ่ เพื่อรองรับประชาชนในกลุ่มที่ไม่มีเครื่องฟอกอากาศในครัวเรือนให้สามารถอพยพมาพักพิงที่ศูนย์แห่งนี้ได้ ให้อย่างน้อยในช่วงวิกฤตแบบนี้ ประชาชนสามาถหาที่พักพิง ที่มีอากาศหายใจที่ไม่เป็นพิษ 24 ชั่วโมงให้กับพวกเขาด้วย นี่คือสิ่งที่รัฐมองข้ามมาตลอดหลายปี

รวมถึงการขออนุมัติเงินนอกหลักเกณฑ์ในการออกค่าตอบแทนพร้อมประกันชีวิตเฉพาะสำหรับภารกิจที่มีความเสี่ยงแบบนี้ จากหลักเกณฑ์เดิมที่ระบุว่าให้คิดตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ให้ปรับเพิ่มจากอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 2 เท่า และให้สามารถใช้ในการจัดซื้อประกันชีวิต/สุขภาพ ของคนดับไฟ

สถานการณ์ตอนนี้ เราต้องยอมรับว่า ปัญหานี้ต้องมีการเตรียมการล่วงหน้ากันนานแล้ว ซึ่งกับหลายรัฐบาลที่ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้มีการเตรียมการล่วงหน้ากับเหตุการณ์นี้ แม้ผมได้ยกประเด็นขึ้นในสภาหลายต่อหลายครั้ง ตอนนี้เราไม่สามารถแก้ปัญหา 100% แต่เราต้องเร่งมือลดผลกระทบด้านสุขภาพกับประชาชนให้ได้มากที่สุด และจัดการต้นเหตุของฝุ่นพิษนี้ให้เหลือน้อยที่สุด

นี่คือสิ่งที่ผู้นำทุกระดับ รัฐบาล รัฐมนตรี ทั้งหลายต้องดำเนินการ วันนี้ผมไม่สนว่าคุณจะเข้ามาในตำแหน่งด้วยวิธีใด จะแบ่งมุ้ง แบ่งเก้าอี้กันอย่างไร แต่ขอให้ทุกคนทำงานตามอำนาจที่ตนมีอยู่ในมือช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ หากไม่รู้ว่าอำนาจที่ตนได้มาทำอะไรได้บ้าง ก็ขอให้ยอมรับว่าตนไม่รู้แล้วรับฟังให้รอบด้านด้วย

ลมหายใจของประชาชนภาคเหนือตอนนี้ รอไม่ได้อีกแล้ว” 

ป.ป.ช.ได้ฤกษ์! จ่อชงคำร้องฟัน 44 สส.ก้าวไกล เข้าที่ประชุมชุดใหญ่ก่อนส่งศาลฎีกา

ป.ป.ช.ได้ฤกษ์! จ่อชงคำร้องฟัน 44 สส.ก้าวไกล เข้าที่ประชุมชุดใหญ่ก่อนส่งศาลฎีกา

ป.ป.ช.ได้ฤกษ์! จ่อชงคำร้องฟัน 44 สส.ก้าวไกล เข้าที่ประชุมชุดใหญ่ก่อนส่งศาลฎีกา

วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.20 น.

วันที่ 30 มีนาคม 2569 ความคืบหน้าคดีอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ร่วมกันเข้าชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งก่อนหน้านี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีมติชี้มูลความผิด 44 สส. แต่ยังไม่มีการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกานั้น

ล่าสุด มีรายงานว่า ภายใน 1-2 วันนี้ จะมีการเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ และต้องรอให้ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. เรียกประชุมและบรรจุวาระ เพื่อให้มีมติรับรองคำร้องที่จะยื่นต่อศาลฎีกา ซึ่งหากมีมติรับรองแล้ว ตามขั้นตอนจะส่งคำร้องให้กับศาลฎีกาต่อไป ส่วนการหยุดปฏิบัติหน้าที่ของผู้ที่ดำรงตำแหน่ง สส.นั้น อยู่ที่การพิจารณาของศาลฎีกา

สำหรับรายชื่อของอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ซึ่งปัจจุบันเป็น สส.พรรคประชาชน มีจำนวน 10 คน แบ่งเป็น สส.บัญชีรายชื่อ 8 คน ประกอบด้วย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล นายรังสิมันต์ โรม นายวาโย อัศวรุ่งเรือง นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล นายณัฐวุฒิ บัวประทุม นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ อีก 2 คน เป็น สส.แบบแบ่งเขต คือ นายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม. และนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม.

ทรงศัก เผยกำลังรวบรวมข้อมูล-ร่างคำชี้แจงศาล รธน.ปมบาร์โคด เป็นดุลยพินิจศาลจัดคูหาจำลองหรือไม่

ทรงศัก เผยกำลังรวบรวมข้อมูล-ร่างคำชี้แจงศาล รธน.ปมบาร์โคด เป็นดุลยพินิจศาลจัดคูหาจำลองหรือไม่

ทรงศัก เผยกำลังรวบรวมข้อมูล-ร่างคำชี้แจงศาล รธน.ปมบาร์โคด เป็นดุลยพินิจศาลจัดคูหาจำลองหรือไม่

วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.56 น.

‘ปธ.ผู้ตรวจการแผ่นดิน ‘เผยกำลังรวบรวมข้อมูล-ร่างคำชี้แจงศาล รธน. คำร้องบัตรเลือกตั้งมีคิวอาร์โค้ด โยนเป็นดูุลยพินิจศาลต้องจัดคูหาจำลองเลือกตั้ง ส่วนมีผู้ร้องขอส่งเป็นพยานในศาลฯ ขอพิจารณาความจำเป็นก่อน

เมื่อวันที่ 30 มี.ค.2569 นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้งกรณีบาร์โค้ดและบาร์โค้ด ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยตรงและลับ ที่อยู่ในการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ว่า ขณะนี้อยู่ที่ศาลแล้ว  ในส่วนของผู้ตรวจการแผ่นดินขณะนี้ก็มีผู้มายื่นข้อมูลหลักฐาน ซึ่งไม่ได้เป็นผู้ร้องโดยตรง  เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมข้อมูลอยู่  และผู้ตรวจอยู่ระหว่างการพิจารณา  

ส่วนที่ศาล รธน. ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นบัญชีพยานหลักฐาน และผู้ร้องต้องการให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งรายชื่อเป็นพยานต่อศาลรัฐธรรมนูญนั้น ก็ขอดูในรายละเอียดก่อน ว่ามีความจำเป็นแค่ไหน  เพราะผู้ตรวจก็ได้ส่งข้อมูลให้ศาลในระดับหนึ่งแล้ว แต่ก็ยินดีพิจารณาข้อมูลที่ส่งมา  ขณะนี้จึงยังไม่สามารถตอบอะไรได้  อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลอยู่เนื่องจากมีการส่งข้อมูลมาเมื่อไม่กี่วันนี้ 

นายทรงศัก ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาประเด็นที่มีการร้องเรียนเรื่องเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2569 ที่เหลือว่าพิจารณาไปได้พอสมควร เป็นประเด็นปลีกย่อยนอกเหนือจากเรื่องบาร์โค้ดและ QR code  เราก็ว่ากันไปตามข้อมูลหลายเรื่องเป็นการร้องเข้ามาว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ  โดยไม่ได้พูดถึงการละเมิดสิทธิเสรีภาพ  ซึ่งก็ต้องดูไปตามข้อกฎหมายเพราะอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดิน เราสามารถวินิจฉัยเพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญได้เฉพาะกรณีบทบัญญัติของกฎหมาย ระดับพระราชบัญญัติ ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่  แต่ถ้าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของเรา ยกเว้นร้องว่าไปละเมิดสิทธิเสรีภาพเหมือนที่เราได้ส่งศาลรัฐธรรมนูญไป 

เมื่อถามว่าผู้ตรวจการแผ่นดินได้เสนอไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้มีการจำลองจัดเลือกตั้งหรือไม่ นายทรงศัก  ระบุว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นดุลยพินิจของศาล ซึ่งคงจะพิจารณาไปตามกระบวนการ  เราไม่สามารถไปก้าวล่วงได้   ในส่วนของผู้ตรวจการแผ่นดินครั้งนี้กำลังร่างคำชี้แจงเพื่อส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ 

เมื่อถามว่าในคำร้องมีการร้องขอให้มีการจำลองเหตุการณ์จัดเลือกตั้งหรือไม่ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินกล่าวว่าผู้ที่มายื่นข้อมูลก็มีทั้งผู้ที่เป็นผู้ร้องและคนที่ไม่ใช่ผู้ร้อง  ขอดูรายละเอียดก่อนเพราะขณะนี้อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่กำลังมารวบรวมข้อมูล  และวิเคราะห์ประเด็นว่ามีเรื่องอะไรบ้าง  จึงยังไม่สามารถตอบได้ในขณะนี้ 

ศบก.ทลายคลังกักตุนน้ำมัน รวบ 5 รายสระบุรี-อยุธยา ฉวยโอกาสซ้ำเติมวิกฤตพลังงาน

ศบก.ทลายคลังกักตุนน้ำมัน รวบ 5 รายสระบุรี-อยุธยา ฉวยโอกาสซ้ำเติมวิกฤตพลังงาน

ศบก.ทลายคลังกักตุนน้ำมัน รวบ 5 รายสระบุรี-อยุธยา ฉวยโอกาสซ้ำเติมวิกฤตพลังงาน

วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.34 น.

ศบก.แถลงจับกุมผู้ประกอบการน้ำมันกระทำผิด สระบุรี 3 ราย อยุธยา 2 ราย กักตุนน้ำมัน เผยเริ่มจำหน่าย E20 แล้ว “รองปลัด ก.พลังงาน” รับกองทุนมีแนวโน้มติดลบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ชัดตรึงราคาช่วงสงกรานต์หรือไม่ จะพยายามดูแลเต็มที่

30 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 11.05 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน แถลงว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันขณะนี้ยังอยู่ในช่วงของความผันผวน  สถานการณ์ในตะวันออกกลางทำให้พลังงานโลกยังมีความกดดันด้านอุปทานอย่างต่อเนื่อง ราคาน้ำมันดิบดูไบเมื่อวัน 27 มี.ค. อยู่ที่ 120 กว่าเหรียญต่อบาร์เรล ปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 72% เมื่อเทียบก่อนเกิดเหตุความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยราคายืนอยู่ระดับมากกว่า 200 เหรียญต่อบาร์เรล และเคยขึ้นสูงสุดถึง 240 เหรียญต่อบาร์เรล สูงเกินกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับก่อนเกิดสถานการณ์ความขัดแย้ง

นายวีรพัฒน์ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำมันในประเทศไทย ราคาขายปลีกดีเซลยังคงอยู่ที่ 38.90 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 และ E10 อยู่ที่ 41.05 บาทต่อลิตร ส่วนการดูแลโครงสร้างราคา ซึ่งมีการตั้งคำถามเกี่ยวค่าการตลาดที่ตัวเลขสูง ทางคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้มีการกำกับดูแลค่าการตลาดตามกรอบที่กำหนด ซึ่งค่าการตลาดของเดือน มี.ค.ทั้งเดือน จะมีแค่ 2 วันเท่านั้นที่มีค่าการตลาดที่สูงขึ้น เป็นผลมาจากราคาน้ำมันโลกที่ความผันผวนสูง แต่ค่าเฉลี่ยรายเดือนยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าก่อนเกิดเหตุการณ์  อย่างไรก็ตาม สำหรับสถานการณ์ปริมาณน้ำมันดีเซลหมุนเร็วและน้ำมันเบนซิน เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ในส่วนน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว มีปริมาณการผลิตขณะนี้อยู่ที่ 85 ล้านลิตร มีการจำหน่ายอยู่ที่ 82.326 ล้านลิตร เป็นการจำหน่ายหน้าปั๊มประมาณ 66 ล้านลิตร ผ่านจ๊อบเบอร์ ส่วนราชการ และรัฐวิสาหกิจ 15  ล้านลิตร ขณะที่น้ำมันเบนซิน มีปริมาณผลิตอยู่ที่ 20 ล้านลิตร มีการจำหน่ายอยู่ที่ 32 ล้านลิตร เป็นการจำหน่ายหน้าปั๊มอยู่ที่ 30 ล้านลิตร ผ่านจ๊อบเบอร์ ภาคอุตสาหกรรม และรัฐวิสาหกิจอยู่ที่ 1.8 ล้านลิตร

นายวีรพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับมาตรการตรวจสอบสต็อกน้ำมันของสถานีบริการและคลังน้ำมัน กรมธุรกิจพลังงานได้มีการตรวจสอบปริมาณน้ำมันคงเหลือของผู้ค้าตามมาตรา 7 และมาตรา 10 และมีการรายงานมายังกรมธุรกิจพลังงานทุกวัน ส่วนการจับกุมผู้ประกอบการที่กระทำความผิด เมื่อวันที่ 15 มี.ค. กรมธุรกิจพลังงานได้ตรวจพบการลักลอบการกักเก็บน้ำมันที่ไม่ได้รับในพื้นที่ อ.เสาไห้ จ.สระบุรี รวม 3 ราย โดย 2 รายแรกมีปริมาณน้ำมันไม่เกินเกณฑ์ มีการดำเนินการเปรียบเทียบปรับแล้ว ส่วนอีกรายมีการเก็บน้ำมันกว่า 1.8 หมื่นลิตร เข้าข่ายผิดกฎหมาย อยู่ระหว่างการดำเนินคดี ส่วนวันที่ 28 มี.ค. มีการตรวจพบสถานประกอบการลักลอบกักเก็บน้ำมัน 2 แห่ง ในพื้นที่ อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา พบมีถังและแกลลอนบรรจุน้ำมันรวม 60 กว่าถัง พร้อมอุปกรณ์สูบถ่ายจำนวนมาก กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการตามกฎหมาย

นายวีรพัฒน์ กล่าวว่า ในส่วนมาตรการน้ำมัน B20 กระทรวงพลังงานมีการเตรียมความพร้อมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ผลิตน้ำมันเพื่อส่งเสริมการใช้น้ำมัน B20 ให้ผู้ประกอบการลดต้นทุนด้านพลังงาน เป็นการส่งเสริมควบคู่ไปกับการบริหารจัดการวัตถุดิบซึ่งกระทรวงพลังงานได้หารือกับบริษัทน้ำมัน ผู้ผลิตดีเซล สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กรมการค้าภายใน เพื่อติดตามสต็อกน้ำมันปาล์มที่จะมีผลกระทบจากการใช้น้ำมัน E20 โดยมีผู้สนใจที่จะใช้ E20 ได้แก่ กลุ่มประมง โดยกลุ่มบางจากได้มีการเริ่มจำหน่ายไปบางส่วนแล้วที่คลังพระโขนง ส่วนบริษัท พีทีทีโออาร์ ได้มีการเริ่มจำหน่ายแล้วที่คลังสงขลาและคลังสระบุรี ส่วนเชลล์คาดว่า จะเริ่มมีการจำหน่ายในช่วงต้นเดือน เม.ย. ซึ่งกรมธุรกิจพลังงานจะกำหนดลักษณะและคุณภาพน้ำมันมารองรับด้วย

เมื่อถามถึงสถานะกองทุนน้ำมัน รวมถึงจะมีการตรึงราคาน้ำมันในช่วงเทศกาลสงกรานต์หรือไม่ นายวีรพัฒน์ กล่าวว่า ในส่วนกองทุนน้ำมันมีเงินไหลออกจากการชดเชยราคาน้ำมันอยู่ประมาณวันละ 1.3 พันล้านบาท กองทุนติดลบ 4.2 หมื่นล้านบาท  และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากการชดเชยที่ไหลออกรายวัน แต่อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงานก็มีความพยายามที่จะดูแลประชาขนอย่างเต็มที่ และความพยายามของภาครัฐที่จะมีมาตรการมาดูแล อาจจะมีเรื่องภาษีสรรพสามิตมาช่วย ซึ่งอยู่ในช่วงการหารือ พยายามจะดูแลให้กระทบกับประชาชนน้อยที่สุด โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ที่มีการใช้พลังงานจำนวนมาก

ศาล รธน.รอ กกต.-ผู้ตรวจฯ ส่งหลักฐานคดีบาร์โค้ด ชี้หากเคลียร์ไม่ต้องเปิดไต่สวน

ศาล รธน.รอ กกต.-ผู้ตรวจฯ ส่งหลักฐานคดีบาร์โค้ด ชี้หากเคลียร์ไม่ต้องเปิดไต่สวน

ศาล รธน.รอ กกต.-ผู้ตรวจฯ ส่งหลักฐานคดีบาร์โค้ด ชี้หากเคลียร์ไม่ต้องเปิดไต่สวน

วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.29 น.

นครินทร์ เผยคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ต้องรอ กกต.-ผู้ตรวจฯ ส่งพยานหลักฐาน ชี้หากแจงเคลียร์ไม่ต้องเปิดไต่สวน ชี้จะลับหรือไม่อยู่ที่ข้อกฎหมาย และดุลพินิจของตุลาการแต่ละคน ลั่นยึดรัฐธรรมนูญตัดสินคดี

เมื่อวันที่ 30 มี.ค.2569 ที่โรงแรมดีวาน่า พลาซ่า จ.กระบี่ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวถึง ความคืบหน้าในการพิจารณาคดีบัตรเลือกตั้ง ว่า  ต้องรอคำชี้แจงจากคู่ความทั้งสองฝ่าย มติของศาลรับแล้วให้เวลาทางกกต. และคนยื่นคือผู้ตรวจการแผ่นดินทั้งสองฝ่ายต้องยื่นคำแถลง และบัญชีพยานและการได้มาซึ่งพยาน เพื่อให้ศาลได้เข้าถึงพยานเหล่านั้น แต่ยังตอบไม่ได้ว่าจะเปิดไต่สวนหรือไม่ เมื่อเราได้รับคำชี้แจงจากทั้งสองฝ่าย ถ้าทั้งสองฝ่ายส่งบัญชีพยานเป็นบุคคลก็ต้องถามบุคคล ถ้าบุคคลชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นที่เข้าใจหมดแล้วก็ไม่ต้องไต่สวน แต่ถ้าคำชี้แจงนั้นไม่เป็นที่เข้าใจตุลาการก็สามารถขอไต่สวนได้ การที่บัญชีพยานไม่ใช่บุคคลอาจจะเป็นเทปหรืออุปกรณ์ทางอื่นอิเล็กทรอนิกส์บางอย่าง อาจจะไต่สวนหรือไม่ไต่สวนก็ได้ จะต้องดูเป็นกรณีไป จึงไม่สามารถตอบล่วงหน้าได้

เมื่อถามว่ากรณีบัตรเลือกตั้งจะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ นายนครินทร์ กล่าวว่า ตนยังตอบอะไรไม่ได้ จนกว่าจะได้เห็นหลักฐาน เอาหลักฐานเข้ามาที่ศาลดีกว่า ถ้าหลักฐานเข้ามาทั้งสองฝ่ายทั้งทางผู้ตรวจการฯ ซึ่งก็อยากรู้เช่นกันว่าผู้ตรวจการฯ จะยื่นใครมาเป็นพยาน เพราะมีผู้ร้องเข้ามาจำนวนมาก ผู้ตรวจการฯ อาจจะหนักใจ อาจจะอมทุกข์คนเดียวไม่ได้ นอกจากจะออกความทุกข์มาที่ศาล ก็อยากเห็นเหมือนกันว่าผู้ตรวจการฯ จะยื่นมาทั้งหมดหรือไม่ แต่ถ้าไม่ยื่นก็จบ

ส่วนกกต. ก็เช่นกันต้องดูว่าจะยื่นใครมาเป็นพยาน จึงต้องตัดสินใจว่าจะถึงขั้นนั้นหรือไม่ ขอดูหลักฐานก่อน ศาลอาจจะเรียกพยานหลักฐานเพิ่มก็ได้ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่ส่งเข้ามา เพราะตอนนี้ก็มีในใจอยู่เหมือนกัน แต่ก็ยังพูดไม่ได้ จนกว่าจะเห็นหลักฐานของทั้งสองฝ่ายที่จะยื่นเข้ามา

ส่วนบัตรเลือกตั้งจะเป็นความลับหรือไม่นั้น นายนครินทร์ กล่าวว่าจะลับหรือไม่ลับก็อยู่ที่ข้อกฎหมาย ซึ่งเรายังไม่ได้คุยกัน เพราะคำว่าศาลไม่ใช่ความเห็นของบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นความเห็นของทั้ง 9 คนที่ได้รับมอบอำนาจจากรัฐธรรมนูญ เป็นองค์กรที่รัฐธรรมนูญจัดตั้งขึ้นหน้าที่ตามอำนาจของรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ที่มอบหมายให้ทำ ทั้ง 9 คนมีดุลพินิจเป็นอิสระ ดังนั้นหลังจากฟังข้อเท็จจริงแล้วแต่ละคนเชื่อว่ามีดุลพินิจในการวินิจฉัย ฉะนั้นบัตรเลือกตั้งจะเป็นความลับหรือไม่ ซึ่งคำวินิจฉัยก็เป็นคำวินิจฉัยส่วนตน

เมื่อถามว่ากรณีที่ภาคประชาชนจัดการเลือกตั้งจำลอง เพื่อพิสูจน์ว่าบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งสามารถย้อนกลับไปหาผู้เลือกได้ จะถูกนำหลักฐานมาพิจารณาต่อศาลได้หรือไม่ นายนครินทร์ กล่าวว่า ข้อเท็จจริงเหล่านี้ยังไม่เคยเข้ามาที่ศาล ศาลไม่เคยได้รับมาก่อน ข้อเท็จจริงที่อยู่นอกศาล ขอให้นำเข้ามาในศาล ให้เข้ามาอยู่ในกระบวนการของศาล

ส่วนจะนำหลักรัฐศาสตร์มาวินิจฉัยในกรณีนี้ด้วยหรือไม่ เพราะมีคำพูดที่ว่า การที่เดินหน้าตั้งรัฐบาล และสงครามตะวันออกกลาง อาจทำให้ศาลไม่กล้าสั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ นายนครินทร์ กล่าวยืนยันว่าวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญมีทั้งหลักรัฐศาสตร์และหลักนิติศาสตร์อยู่ในตัวเองแต่เมื่อมาผสมกันแล้ว กลายมาเป็นรัฐธรรมนูญที่กลมกล่อมหรือไม่ อยู่ที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน  

สุดารัตน์ วอนรัฐงดจัดเก็บภาษีชั่วคราว ราคาน้ำมันลดทันที 10 บาทบรรเทาความเดือดร้อน

สุดารัตน์ วอนรัฐงดจัดเก็บภาษีชั่วคราว ราคาน้ำมันลดทันที 10 บาทบรรเทาความเดือดร้อน

สุดารัตน์ วอนรัฐงดจัดเก็บภาษีชั่วคราว ราคาน้ำมันลดทันที 10 บาทบรรเทาความเดือดร้อน

วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.25 น.

สุดารัตน์ วอนรัฐ งดจัดเก็บภาษีชั่วคราว ราคาน้ำมันลดทันที 10 บาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน

30 มีนาคม 2569 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กล่าวถึงสถานการณ์ ของน้ำคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้พี่น้องประชาชน เดือดร้อนกันไปทั้งแผ่นดิน ภายใน 3 อาทิตย์ ราคาน้ำมันขึ้นไปแล้ว 3 ครั้ง รวม 9 บาท 

อย่างไรก็ตามรัฐบาล กลับลดภาษีสรรพสามิต น้ำมัน เพียงบาทเดียวต่อลิตรเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอ ภาษีสรรพสามิตที่รัฐบาลเก็บอยู่นั้นลิตรละเกือบ 7 บาท ยังมีภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT อีก

คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า เพื่อเป็นการบรรเทาปัญหาความเดือดร้อน ในระยะนี้ขอให้รัฐบาลงดเก็บไปก่อนชั่วคราว ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันลดลงทันที 10 บาท ดังนั้นอยากจะขอวิงวอน ให้รัฐบาลเห็นใจประชาชนช่วยให้ประชาชนอยู่รอดได้ 

 นอกจากนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ยังเสนอให้รัฐบาลทบทวน โครงสร้างราคาหน้าโรงกลั่น โดยเฉพาะการคำนวณค่าการกลั่นและค่าการตลาดที่ควรสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ไม่ใช่อ้างอิงราคาเสมือนนำเข้าจากสิงคโปร์เพียงอย่างเดียวในยามวิกฤต 

พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการจัดตั้ง กองทุนเฉพาะกิจ เพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้ผลิตอาหารและเกษตรกรโดยตรง เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงลามไปเป็นวิกฤตค่าครองชีพที่รุนแรงกว่าเดิม โดยย้ำว่าในภาวะที่รัฐบาลมีสถานะรักษาการ การตัดสินใจที่รวดเร็วและเห็นใจ “คนตัวเล็ก” คือบทพิสูจน์ความรับผิดชอบที่สำคัญที่สุดก่อนจะก้าวเข้าสู่การเป็นรัฐบาลเต็มตัว

โบว์ ณัฏฐา จ่อนั่งโฆษก ศบก. อนุทิน ดึงช่วยงาน-ปรับโฉมแถลงข่าวรายวัน

โบว์ ณัฏฐา จ่อนั่งโฆษก ศบก. อนุทิน ดึงช่วยงาน-ปรับโฉมแถลงข่าวรายวัน

โบว์ ณัฏฐา จ่อนั่งโฆษก ศบก. อนุทิน ดึงช่วยงาน-ปรับโฉมแถลงข่าวรายวัน

วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.02 น.

“อนุทิน”จ่อตั้ง”โบว์ ณัฏฐา”นั่งโฆษก ศบก. เจ้าตัวรุดสังการณ์แถลงข่าวแล้ว เตรียมทำหน้าที่พรุ่งนี้วันแรก

30 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เตรียมแต่งตั้ง น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ โบว์ อดีตนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ทำหน้าที่โฆษกศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันเดียวกันนี้ ระหว่างที่มีการแถลงข่าว ศบก.ประจำวัน ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ณัฏฐา ได้มาร่วมสังเกตการณ์การแถลงข่าวด้วย โดยเมื่อผู้สื่อข่าวถามมีกระแสข่าวว่า จะมาดำรงตำแหน่งเป็นโฆษก ศบก. มีหนังสือแต่งตั้งแล้วหรือไม่ ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า “ยังไม่เห็นหนังสือแต่งตั้ง”

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ศบก.ที่ดำเนินการจัดรูปแบบแถลงข่าวโดยกรมประชาสัมพันธ์ เตรียมปรับรูปแบบการแถลงข่าวประจำวันใหม่ โดยจะมีโฆษก ศบก.เป็นหลัก พร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคอยเสริมข้อมูล โดยจะเริ่มในวันพรุ่งนี้ (31 มี.ค.69)

นอกจากนี้ มีรายงานว่า น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ โบว์ ได้ทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของคณะทำงานนายอนุทิน และทำงานในพรรคภูมิใจไทย (ภท.) มาสักพักใหญ่แล้ว โดยยังไม่มีการออกหน้าสื่อแต่อย่างใด

นครินทร์ เปิดใจบทบาทหน้าที่ศาล รธน. ยัน 9 ตุลาการทำงานอิสระ-ไร้กดดันล็อบบี้

นครินทร์ เปิดใจบทบาทหน้าที่ศาล รธน. ยัน 9 ตุลาการทำงานอิสระ-ไร้กดดันล็อบบี้

นครินทร์ เปิดใจบทบาทหน้าที่ศาล รธน. ยัน 9 ตุลาการทำงานอิสระ-ไร้กดดันล็อบบี้

วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.50 น.

“นครินทร์”เปิดใจ บทบาทหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ ยัน 9 ตุลาการทำงานอิสระ-ไร้กดดันล็อบบี้ แจงเหตุบินดูงาน ตปท.ไม่ใช่ไปเที่ยวพักผ่อน แต่กระชับความสัมพันธ์ศาลโลก-เพิ่มความรู้บุคลากร

30 มีนาคม 2569 ที่ จ.กระบี่ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวบรรยายถึงบทบาทการทำหน้าที่ และการดำเนินงานของศาลรัฐธรรมนูญ ว่า ศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์กรตุลาการ ซึ่งการจะพูดคุยอะไรต้องอยู่ในกรอบ และองค์กรตุลาการทั้งหมด 9 คน ทุกคนมีอิสระ การตัดสินใจอะไรต่างๆ ก็เป็นดุลพินิจของบุคคล เราไม่สามารถก้าวล่วงได้เลย หรือทั้งในเชิงกดดันหรือล็อบบี้ซึ่งไม่สามารถทำได้ ฉะนั้นเราอยากพูดคุยกันในกฎกติกา

ส่วนข่าวที่มีการพูดถึงการอบรมของศาลรัฐธรรมนูญ และยกเลิกไปนั้น ประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า เราก่อตั้งมา 28 ปี หากเปรียบเป็นบุคคลถือว่ามีวุฒิภาวะพอและเหมือนคนหนุ่มสาว แสดงให้เห็นว่าตัวองค์กรของศาลและสังคมไทยได้เรียนรู้แล้วว่าศาลรัฐธรรมนูญทำอะไร ตลอดระยะเวลา 28 ปี เราผ่านรัฐธรรมนูญมา 3 ฉบับ คือ ปี 40 , ปี 50 และปี 60 ซึ่งอำนาจหน้าที่มีการเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร อาทิ ตุลาการจาก 15 คน เหลือ 9 คน จากนั้นก็เปลี่ยนแปลงในเรื่องรายละเอียดอีก ซึ่งมีทั้งข้อดีและไม่ดี จึงเห็นว่าเรามีตุลาการมาจากอดีตวิศวะที่เป็นอธิบดีกรมทางหลวง หรือมาจากนิติศาสตร์ เพราะเกี่ยวกับเรื่องลักษณะของคดีด้วย

ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งมา 28 ปี ในวันที่ 7 – 8 เม.ย.นี้ จะมีงานวันเกิดศาลรัฐธรรมนูญ เดิมเราจะจัดให้ใหญ่โต แต่มีการเตือนกันว่าอย่าเพื่งทำอะไรให้ใหญ่โต ให้รอช่วง 30 ปี ฉะนั้น ในปีนี้เราจะมีการจัดงาน โดยจะเชิญประธานศาลรัฐธรรมนูญแห่งเอเชีย และคณะกรรมการเวนิส เพื่อให้เป็นเครื่องประจักษ์พยานว่าคณะศาลรัฐธรรมนูญของไทย ได้รับการยอมรับจากบอร์ดศาลรัฐธรรมนูญโลก และจากสมาชิกศาลรัฐธรรมนูญโลก 125 ประเทศ โดยในงานดังกล่าวจะเชิญผู้นำองค์กรศาลรัฐธรรมนูญโลกมาบรรยายพิเศษ ซึ่งการที่ตัวแทนศาลระดับนี้เดินทางมา แสดงเห็นให้ว่าประเทศไทยไม่ได้ทำงานแบบไร้ทิศทางหรือไม่เป็นที่ยอมรับของสมาคมโลก ซึ่งสมาคมศาลโลกให้การยอมรับประเทศไทยอย่างดียิ่งและยอมรับในทุกมิติ

นายนครินทร์ กล่าวอีกว่า สมาชิกศาลรัฐธรรมนูญโลก มี 125 ประเทศ แต่ระบบศาลจะแบ่งออกประมาณ 3 – 4 ลักษณะ คือ รูปแบบที่หนึ่ง ศาลรัฐธรรมนูญ เป็นแผนหนึ่งอยู่ภายใต้ศาลฎีกา อาทิ ประเทศฟิลิปปินส์ รูปแบบที่สอง ศาลรัฐธรรมนูญแยกออกมาในรูปแบบศาล รูปแบบที่สาม ที่เป็นรูปแบบหลักของประเทศฝรั่ง คือรูปแบบสภารัฐธรรมนูญฝรั่งเศส (Consiel) และรูปแบบที่สี่ เรียกว่าทายูโน่ ซึ่งทั้ง 4 รูปแบบนี้ ประเทศไทยดำเนินการแบบรูปแบบที่สอง

ทั้งนี้ หากถามว่าคดีรัฐธรรมนูญคืออะไร ก็ต้องดูว่าตามกฎหมายของแต่ละประเทศที่เป็นข้อพิพาททางรัฐธรรมนูญ อะไรใช่หรือไม่ใช่จะรับหรือไม่รับเป็นดุลพินิจโดยอิสระของตุลาการแต่ละท่าน ซึ่งที่ผ่านประเทศไทยมีปัญหาเรื่องคดีมาตลอด

ส่วนที่หลายคนอยากให้ตนชี้แจงในเรื่องการดูงานต่างประเทศ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญตั้งมา 28 ปี มีเจ้าหน้าที่ 260 คน เล็กกว่า อบต. เทศบาล งบประมาณ 368 ล้านบาท องค์กรตุลาการศาลไม่ใช่ดูงานเป็นหลัก แต่การดูแลเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร ฉะนั้น การใช้จ่ายเงินของศาลในการเคคดินทางไปต่างประเทศ ไม่ใช่ไปเที่ยวพักผ่อน แต่เป็นในเรื่องของความสัมพันธ์และเพิ่มความรู้บุคลากรของศาล แต่เราก็ไม่ได้ขัดมติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงได้ยกเลิกการดูงานของศาลไปหมดแล้ว ฉะนั้น ขอให้เข้าใจ

“งานต่างประเทศ เป็นงานที่มีความสำคัญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญโลกมี 125 ประเทศ และไทยเป็นหนึ่งศาลรัฐธรรมนูญเอเชีย ฉะนั้น ขอให้เข้าใจว่าการดูงานต่างประเทศ เราทำด้วยความระมัดระวัง และทำในฐานะที่เป็นกลไกหนึ่งของการบริหารงานของศาล เพราะว่าการเพิ่มพูนผลงานและความเข้าใจของศาล ความสำคัญระหว่างประเทศเป็นเรื่องสำคัญ ศาลรัฐธรรมนูญไม่สามารถทำงานอย่างโดดเดี่ยวได้ในโลกที่มีปฏิสัมพันธ์กันอย่างแน่นแน่นอย่างในทุกวันนี้” ประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวและย้ำว่า ตุลาการก็มีบทบาทหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญได้มอบหมายไว้

ปธ.ศาล รธน.ชี้ชงเองไม่ได้ ปมบุคคลขาดคุณสมบัตินั่ง รมต.

ปธ.ศาล รธน.ชี้ชงเองไม่ได้ ปมบุคคลขาดคุณสมบัตินั่ง รมต.

ปธ.ศาล รธน.ชี้ชงเองไม่ได้ ปมบุคคลขาดคุณสมบัตินั่ง รมต.

วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.31 น.

“ปธ.ศาลรัฐธรรมนูญ”ชี้ชงเองไม่ได้ ปมบุคคลขาดคุณสมบัตินั่ง รมต. ลั่นต้องมีผู้ร้องตามช่องทางกติกา มองฝ่ายการเมืองระวังเรื่องจริยธรรมเป็นเรื่องดี

30 มีนาคม 2569 ที่ จ.กระบี่. นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ตอบคำถามสื่อมวลชนกรณีว่าที่รัฐบาลใช้มาตรฐานทางจริยธรรมมาเป็นคุณสมบัติหลักในการกลั่นกรองรัฐมนตรี แต่ในรัฐบาลที่ผ่านมา มีรัฐมนตรีบางคนเหมือนขาดคุณสมบัติแต่สามารถเป็นรัฐมนตรีได้ เรื่องนี้ใช้มาตราฐานใดวัด ว่า ปัญหาเรื่องจริยธรรมเป็นเรื่องใหม่รัฐธรรมนูญของเรามีวิวัฒนาการบางอย่างก็เพิ่มมาใหม่ บางอย่างหายไปอย่างในรัฐธรรมนูญปี 60 เรื่องใหม่คือเรื่องจริยธรรม เราไม่เคยใช้ในรัฐธรรมนูญปี 2550 เลย

ส่วนเรื่องที่หายไปคือการยุบพรรค ที่ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคน้อยกว่าในรัฐธรรมนูญปี 2550 มาก เพราะหากยุบพรรคโดยการตรวจสอบบัญชี ใช้จ่ายเงินจากกองทุนพัฒนาพรรคการเมืองเป็นเท็จ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สามารถยุบได้ทันทีไม่ต้องยื่นเรื่องมาที่ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นการยุบพรรคซึ่งเดิมมีจำนวนมาก ก็ลดน้อยลงไป เพราะขณะนั้น กกต.สามารถยุบได้เอง

ส่วนคำถามว่าทำไมคนที่มีปัญหาถึงเป็นรัฐมนตรีได้ เรื่องนี้ก็เป็นความเห็นส่วนตัว แต่ยังไม่มีคนยื่นเรื่องมาที่ศาล ศาลไม่สามารถริเริ่มคดีได้ คิดเองทำเองไม่ได้ ชงเองไม่ได้ ตนจะไปบอกให้เลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญไปทำคดีมา มายื่นก็ไม่ได้ ถ้าสื่อมวลชนหรือประชาชนมีความข้องใจก็ยื่นเรื่องมาที่ศาลรัฐธรรมนูญ แต่การยื่นเรื่องนั้นกรณีที่มีความสงสัยว่ารัฐมนตรีขาดคุณสมบัติ มันก็ต้องมีช่องทางของมัน ไม่ใช่บุคคลใดบุคคลหนึ่งจะยื่นได้ ต้องยื่นตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้

“ดังนั้นคำตอบก็คือ ก่อนหน้านี้ที่เป็นได้เพราะไม่มีคนมายื่นศาลรัฐธรรมนูญก็ทำอะไรไม่ได้ เราไม่สามารถวินิจฉัยเองได้ ศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์กรที่ทำงานแบบพาสซีฟเราไม่ใช่แอคทีฟ ไม่ใช่คิดเองทำเองได้หมด เพราะว่าบ้านเมืองบริหารด้วยกติกา ของฝ่ายบริหารและฝ่ายสภาอยู่แล้ว ศาลเป็นองค์กรตุลาการ ที่ตัดสินใจ หลังจากที่มีข้อพิพาทในสังคมแล้ว และต้องเป็นข้อพิพาทไม่ใช่ข้อสงสัย ผมสงสัยท่านไม่ได้ ผมกับท่านต้องมีเรื่องชกต่อยกันแล้วถ้ายอมความกันได้ก็จบไม่ต้องไปโรงพัก แต่ถ้ายอมความกันไม่ได้ ท้ายสุดก็ต้องไปที่กระบวนการยุติธรรม ต้องไปฟ้องในศาล ตอบคือเมื่อมันไม่มีเรื่องมาสู่ศาล ศาลก็ไม่สามารถวินิจฉัยได้” นายนครินทร์ กล่าว

นายนครินทร์ ยังกล่าวว่า ความระมัดระวังของฝ่ายบริหารตอนนี้ ถือเป็นเรื่องที่ดีทำไปแล้วก็ดี เขาก็ควรจะระมัดระวัง เพราะมันเป็นเรื่องที่อาจเป็นกรณีร้องต่อศาลได้

สิ้น อดิศัย โพธารามิก เสียชีวิตอย่างสงบ ด้วยวัย 85 ปี

สิ้น อดิศัย โพธารามิก เสียชีวิตอย่างสงบ ด้วยวัย 85 ปี

สิ้น อดิศัย โพธารามิก เสียชีวิตอย่างสงบ ด้วยวัย 85 ปี

วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.28 น.

30 มีนาคม 2569 นายพิชญ์ โพธารามิก ลูกชายของ นายอดิศัย โพธารามิก อดีต รมว.ศึกษาธิการ , อดีต รมว.พาณิชย์ และอดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “7.28 am : 28 มีนาคม 2569 คุณพ่อ จากไป อย่างสงบ ทุกคำสอน ทุกคำสั่งเสีย จะนำไปดำเนินการ ให้เรียบร้อยครับ” พร้อมทั้งแนบกำหนดการ พีธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ สวดพระอภิธรรม และพระราชทานเพลิงศพ โดยมีรายละเอียดดังนี้