ดร.ณัฏฐ์ ชี้คดีบัตรเลือกตั้ง กฎหมายไม่เปิดช่อง สส. ร้องสอด เหตุไร้ส่วนได้เสียโดยตรง

ดร.ณัฏฐ์ ชี้คดีบัตรเลือกตั้ง กฎหมายไม่เปิดช่อง สส. ร้องสอด เหตุไร้ส่วนได้เสียโดยตรง

ดร.ณัฏฐ์ ชี้คดีบัตรเลือกตั้ง กฎหมายไม่เปิดช่อง สส. ร้องสอด เหตุไร้ส่วนได้เสียโดยตรง

วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.28 น.

“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ คดีบัตรเลือกตั้ง กฎหมายไม่เปิดช่องให้กลุ่ม สส.“ร้องสอด”เข้าไปในคดี แม้จะอ้างรักษาฐานอำนาจตนเองก็ตาม 

วันที่ 28 มีนาคม 2569 สืบเนื่องจาก มี สส.กลุ่มหนึ่งของพรรคการเมืองใหญ่ได้จัดทำคำร้องเป็นคำร้องสอดจะยื่นเข้าไปในคดีคดีบัตรเลือกตั้งเพื่อโต้แย้งประเด็นการเลือกตั้ง สส.ว่า เป็นความลับ นั้น

ล่าสุด “ดร.ณัฏฐ์” หรือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ระบุว่า คดีรัฐธรรมนูญมีความแตกต่างจากคดีแพ่ง เนื่องจากบทบัญญัติ พรป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 ประกอบข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2562 ไม่ได้บทบัญญัติรองรับให้บุคคลภายนอกร้องสอดเข้าไปในคดีได้ แตกต่างจากคดีแพ่ง เปิดช่องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 57 ให้บุคคลภายนอกคดีร้องสอดได้

ประเด็นข้อพิพาทแห่งคดีในคดีบัตรเลือกตั้ง ลับ-ไม่ลับ ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่  โดยมีคำขอให้การเลือกตั้ง สส.วันที่ 8 ก.พ.2569 ตกเป็นโมฆะ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไปในทางใด ย่อมเสร็จเด็ดขาดและมีผลผูกพันทุกองค์กร ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 211 วรรคสี่ กฎหมายไม่เปิดช่องให้บุคคลผู้มีส่วนได้เสีย ยื่นคำร้องสอดเข้ามาในคดีได้

เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะคดีรัฐธรรมนูญ ผลของคำวินิจฉัยชี้ขาดเสร็จเด็ดขาดและผูกพันทุกองค์กร ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 211 วรรคสี่ แตกต่างจากคำพิพากษาคดีแพ่งมีผลผูกพันเฉพาะคู่ความ จึงเปิดช่องให้ผู้มีส่วนได้เสียยื่นคำร้องหรือศาลมีหมายเรียกให้เข้ามาเป็นคู่ความฝ่ายที่สามโดยการร้องสอด โดยอาศัยช่อง ป.วิแพ่งมาตรา 57 ​ได้

ที่ผ่านมา หากเป็นคดีเลือกตั้ง หรือคดีเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง ในศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เพราะสามารถนำเรื่องร้องสอดตาม ป.วิแพ่ง มาบังคับใช้โดยอนุโลมได้

กรณี สส.กลุ่มหนึ่ง ได้ปล่อยเนื้อหาข้อโต้แย้ง ผ่านสื่อเป็นคำร้องสอดในประเด็นต่างๆเพื่อยื่นเข้าไปในคดีนั้น ต้องถามว่า มีส่วนได้เสียหรือไม่ มีกฎหมายรองรับหรือไม่  หากเป็นการยื่นคำร้องสอดเข้าในคดีบัตรเลือกตั้ง ไม่อาจกระทำได้เพราะไม่มีกฎหมายรองรับ

ทั้งผลแห่งคดี ไม่ทำให้ สส.กลุ่มรายนั้น หรือกลุ่มนั้น ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเฉพาะราย เพราะไม่ใช่ประเด็นข้อพิพาทเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง จึงไม่มีส่วนได้เสียตามกฎหมาย

แม้จะอ้างว่า ตนได้รับรองจาก กกต.ให้เป็น สส.ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 85 วรรคสี่ ในทำนองเพื่อรักษาฐานอำนาจของตนเอง ย่อมไม่อาจเป็นผู้มีส่วนได้เสียในคดีได้

 เพราะกระบวนจัดทำบัตรเลือกตั้ง บาร์โค้ด บัตรสีชมพู -คิวอาร์โค้ด บัตรสีเขียว ของ กกต. มีผลทางกฎหมาย ทำ กกต.จัดทำบัตรเลือกตั้งมีรหัสพิเศษ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 83 วรรคสอง ประกอบ มาตรา 85 วรรคหนึ่งหรือไม่ ทำให้กระบวนการเลือกตั้งเสียไปทั้งหมดหรือบางส่วนหรือไม่

หากอ่านเนื้อหาและข้อโต้แย้งของกลุ่ม สส.ยังห่างไกลที่ไปโต้แย้งแทน กกต.และนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ผู้ถูกร้องทั้งสองได้ เพราะ สส.กลุ่มนี้ ไม่ได้มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งและควบคุมการเลือกตั้ง สส.ตามรัฐธรรมนูญ ส่วนที่ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส.โดยได้รับอานิสงค์ได้เป็น สส.นี้ ย่อมเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 วรรคสี่ ตามกลไกรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้ กกต.จะต้องรับรองไม่ช้ากว่า 60 วันนับแต่วันเลือกตั้ง

แต่มีช่องทางหนึ่ง หากยื่นคำร้องสอดเข้าไปในคดีรัฐธรรมนูญ ศาลอาจไม่รับคำร้องสอด หากพิจารณาและเนื้อหาแห่งคดี จะต้องระบุให้ชัดถึงการมีส่วนได้เสียคดีตามกฎหมาย ศาลย่อมใช้ดุลพินิจเสียงข้างมากอนุญาตเข้าร่วมคดีได้

#รัฐธรรมนูญ #คดีรัฐธรรมนูญ #คดีบัตรเลือกตั้ง #เพิกถอนการเลือกตั้ง #เลือกตั้งลับไม่ลับ #เนื้อหาแห่งคดี #ร้องสอด #เข้าร่วมคดี #ดร.ณัฏฐ์ #ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม

ดร.เจิมศักดิ์ ชี้ มาตรการข้าวแกงพาณิชย์ แค่ ทายาหม่อง แก้ไม่ตรงจุด

ดร.เจิมศักดิ์ ชี้ มาตรการข้าวแกงพาณิชย์  แค่ ทายาหม่อง แก้ไม่ตรงจุด

ดร.เจิมศักดิ์ ชี้ มาตรการข้าวแกงพาณิชย์ แค่ ทายาหม่อง แก้ไม่ตรงจุด

วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.54 น.

ดร.เจิมศักดิ์ สับเละ! มาตรการข้าวแกงพาณิชย์ แค่ “ทายาหม่อง” แก้ไม่ตรงจุด

วันที่ 28 มีนาคม 2569 ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า รัฐมนตรีพาณิชย์ศุภจี น่าจะคิดอะไรได้มากกว่านี้ #ข่าวแนวหน้าออนไลน์วันนี้ : มาตรการแก้ราคาข้าวแกงที่อาจแพงขึ้น จากสถานการณ์พลังงาน 

“นางศุภจี กล่าวว่า สิ่งที่กระทรวงพาณิชย์เตรียมการไว้แล้ว เราเตรียมแผนนำเอาวัตถุดิบที่เป็นสินค้าเกษตรจากต้นทาง เช่น ข้าวสาร น้ำมันพืช ไข่ไก่ น้ำตาลทราย สินค้าจำเป็นเข้าไปยังร้านอาหารปรุงสำเร็จ เช่น ร้านอาหารตามสั่ง ร้านข้าวแกง ร้านขายน้ำในตลาดสดทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล 

ซึ่งเป็นโครงการที่จะเริ่มนำร่อง 24 แห่ง แห่งละ2ครั้ง รวม 48 ครั้งในระยะเวลาสั้นๆ และใช้กลไกนี้ทำต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้ได้ราคาวัตถุดิบที่เหมาะสมทำให้ราคาข้าวแกงไม่สูงมากเกินไป ”

หากมองในเชิงเศรษฐศาสตร์และภาพรวมของการบริหารจัดการ จะเห็นได้ว่ามาตรการที่เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและจุดอ่อนที่อาจทำให้เป็นเพียงการ “ทายาหม่อง”

1. ขนาดของโครงการ (Scale) เทียบกับความเป็นจริง
• จำนวนจุดนำร่อง 24 แห่ง แห่งละ 2 ครั้ง รวม 48 ครั้ง ถือว่า “น้อยจนน่าตกใจ” เมื่อเทียบกับจำนวนร้านอาหารตามสั่งและร้านข้าวแกงในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่มีหลักหมื่นหรือหลักแสนร้านค้า
• ผลลัพธ์: มาตรการนี้เข้าถึงผู้ประกอบการได้เพียงเศษเสี้ยว (Niche) ดังนั้นในเชิงสถิติ มันไม่สามารถกดดันราคาตลาด (Market Price) ให้ลดลงได้เลย จึงมีลักษณะคล้ายกับการทำ Event ประชาสัมพันธ์ เพื่อแสดงให้เห็นว่าภาครัฐ “กำลังทำอะไรบางอย่าง” มากกว่าการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ

2. ต้นทุนแฝงและการขนส่ง (Logistics Cost)
• จุดวิจารณ์: การนำสินค้าเกษตรจาก “ต้นทาง” มากระจายให้ร้านค้าย่อยโดยตรงมีต้นทุนการบริหารจัดการสูงมาก ใครจะเป็นผู้รับภาระค่าขนส่ง?
• ผลลัพธ์: หากรัฐอุดหนุนค่าขนส่ง ก็เท่ากับเป็นการนำเงินภาษีไปอุดหนุนแบบชั่วคราว (Subsidy) กับร้านค้าบางแห่ง ซึ่งไม่ยั่งยืน และเมื่อจบโครงการ 48 ครั้ง ร้านค้าก็ต้องกลับไปซื้อวัตถุดิบราคาปกติจากพ่อค้าคนกลางอยู่ดี

3. กลไกราคาที่บิดเบี้ยว (Market Distortion)
• จุดวิจารณ์: การคัดเลือก 24 แห่งนั้นใช้เกณฑ์อะไร? ร้านค้าที่ไม่ได้สิทธิ์จะเสียเปรียบคู่แข่งหรือไม่?
• ผลลัพธ์: การกระจายสินค้าแบบสุ่มหรือเฉพาะจุด ไม่ได้ช่วยสร้างการแข่งขัน  แต่เป็นการสร้างกลุ่มอภิสิทธิ์ชั่วคราว ซึ่งไม่ช่วยให้ราคาข้าวแกงในภาพรวมลดลง

4. ปัจจัยราคาพลังงาน (The Root Cause)
• จุดวิจารณ์: ต้นทุนข้าวแกงไม่ได้มาจากแค่ “วัตถุดิบ” แต่มาจาก ค่าก๊าซหุงต้ม (LPG) และค่าขนส่ง ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากราคาพลังงาน
แก้ปัญหาไม่ตรงจุด  เหมือนคนปวดหูแต่ใช้ยาทาก้น

ผลลัพธ์: การลดราคาวัตถุดิบ (Input) เพียงบางส่วน แต่ไม่สามารถคุมราคาพลังงานที่เป็น “เส้นเลือดใหญ่” ของต้นทุนได้  ก็เหมือนการพยายามปะรอยรั่วเล็กๆ ในขณะที่เขื่อนกำลังจะแตก

ผมจะลองแนะนำรัฐมนตรีศุภจี  ถึงมาตรการช่วยประชาชนผ่านร้านข้าวแกงอย่างแท้จริง
ในบทความหน้าครับ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ศุภจี ย้ำคุมเข้มราคาสินค้า เตรียมแผนแก้ข้าวแกงแพง

เศรษฐา เผยสื่อนอก ชี้ เสถียรภาพที่มั่นคงรัฐบาล กับความท้าทายทางเศรษฐกิจ คือโอกาสของไทย

เศรษฐา เผยสื่อนอก ชี้ เสถียรภาพที่มั่นคงรัฐบาล กับความท้าทายทางเศรษฐกิจ คือโอกาสของไทย

เศรษฐา เผยสื่อนอก ชี้ เสถียรภาพที่มั่นคงรัฐบาล กับความท้าทายทางเศรษฐกิจ คือโอกาสของไทย

วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.44 น.

⁩”อดีตนายกฯเศรษฐา“ ระบุเสถียรภาพที่มั่นคงของรัฐบาล กับความท้าทายทางเศรษฐกิจ คือโอกาสของประเทศไทย

วันที่ 28 มีนาคม 2569 นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กับสื่อการเงินระดับโลกของสหรัฐฯ Bloomberg ถึงทิศทางและความท้าทายของเศรษฐกิจไทยในบริบทโลกที่ผันผวน

ในช่วงนี้ ที่โลกเราต้องเจอกับสถานการณ์สงคราม ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ไม่ปกติ

และอีกครั้ง กับประเด็นที่สะท้อนการถกเถียงเชิงนโยบายระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ กับวินัยทางการคลัง โดยเศรษฐายังคงเห็นว่า การปรับเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะเป็นสิ่งจำเป็น ขณะที่การนำเงินไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ที่ก่อให้เกิดประโยชน์จริงถือเป็นหัวใจสำคัญ

“นี่คือช่วงเวลาที่ประเทศไทยมีเสถียรภาพทางการเมืองที่แข็งแกร่งที่สุด เป็นโอกาสทอง และเราควรใช้โอกาสนี้ในการทำสิ่งที่กล้าหาญอย่างแท้จริงในการพัฒนาประเทศ”

เขายังเน้นว่า แม้ความน่าเชื่อถือทางการคลังจะมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว “ประเด็นไม่ใช่การหลีกเลี่ยงการก่อหนี้ แต่คือการรักษาความเชื่อมั่นของตลาดและนักลงทุน”

“เราอาจจะพ้นจากภาวะโคม่าแล้ว แต่ยังไม่พ้น ICU และสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ได้เป็นผู้บริหารประเทศ เราต่างหากที่เป็นผู้ตัดสินใจ” เศรษฐากล่าว

ดร.สติธร ชี้รัฐบาลแก้เกมพลังงานตรงจุด เลิกตรึงราคา-หันช่วยเป้าเฉพาะ แนะ 3 มาตรการเร่งด่วน

ดร.สติธร ชี้รัฐบาลแก้เกมพลังงานตรงจุด เลิกตรึงราคา-หันช่วยเป้าเฉพาะ แนะ 3 มาตรการเร่งด่วน

ดร.สติธร ชี้รัฐบาลแก้เกมพลังงานตรงจุด เลิกตรึงราคา-หันช่วยเป้าเฉพาะ แนะ 3 มาตรการเร่งด่วน

วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.32 น.

“สติธร” ชี้ รัฐบาลแก้เกมพลังงานตรงจุด เลิกตรึงราคา-หันช่วยเป้าเฉพาะ แนะ 3 มาตรการเร่งด่วน สกัดกักตุน-เปิดต้นทุน-ดึงประชาชนร่วมตรวจสอบ

วันที่ 28 มีนาคม 2569 ดร.สติธร ธนานิธิโชติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นต่อแนวทางการแก้ปัญหาพลังงานของรัฐบาล ท่ามกลางวิกฤติความตึงเครียดในตะวันออกกลางว่า 

การปรับนโยบาย “เลิกตรึงราคาน้ำมัน” และหันมาใช้มาตรการช่วยเหลือแบบ “พุ่งเป้า” ไปยังกลุ่มเปราะบาง ถือเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดและสอดคล้องกับหลักเศรษฐศาสตร์การเมือง

ดร.สติธรระบุว่า วิกฤติสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะ สงครามอิหร่าน ได้ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานโลกโดยตรง และถ่ายทอดแรงกดดันมาสู่เศรษฐกิจไทย ทั้งค่าครองชีพ ต้นทุนการผลิต และเสถียรภาพระบบเศรษฐกิจ เนื่องจากไทยยังพึ่งพาการนำเข้าพลังงานในสัดส่วนสูง

ในระยะแรก รัฐบาลเลือกใช้มาตรการตรึงราคาน้ำมันผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อบรรเทาภาระประชาชนในทันที แต่ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนข้อจำกัดของนโยบายดังกล่าว โดยเฉพาะการเปิดช่องให้เกิดพฤติกรรมฉวยโอกาส เช่น การกักตุน เก็งกำไร และบิดเบือนระบบกระจายสินค้า ส่งผลให้ทรัพยากรรัฐรั่วไหล และประชาชนบางกลุ่มได้รับผลกระทบมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การปรับนโยบายในระยะต่อมา ให้ราคาน้ำมันสะท้อนกลไกตลาดมากขึ้น ควบคู่กับการอุดหนุนเฉพาะกลุ่ม เช่น ผู้มีรายได้น้อย ภาคขนส่ง และผู้ประกอบการรายย่อย ถูกมองว่าเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพกว่า เนื่องจากช่วยลดการรั่วไหลของงบประมาณ และลดแรงจูงใจในการกักตุนจากส่วนต่างราคา

“การปรับแนวทางให้ราคาน้ำมันสะท้อนกลไกตลาดมากขึ้น ควบคู่กับการอุดหนุนเฉพาะกลุ่ม จึงถือเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับหลักเศรษฐศาสตร์การเมืองและการบริหารนโยบายสมัยใหม่ กล่าวคือ แทนที่จะใช้ทรัพยากรจำนวนมากเพื่อกดราคาทั้งระบบ รัฐเลือกใช้การเยียวยาแบบจำเพาะเพื่อช่วยเหลือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจริง เช่น ผู้มีรายได้น้อย ผู้ประกอบอาชีพขนส่ง หรือภาคการผลิตที่มีความเปราะบางสูง แนวทางนี้ช่วยลดการรั่วไหล เพิ่มประสิทธิภาพของงบประมาณ และลดแรงจูงใจในการฉวยโอกาสจากส่วนต่างของราคา อย่างไรก็ตาม การปล่อยให้ราคาพลังงานเคลื่อนไหวตามกลไกตลาดย่อมมีผลกระทบลูกโซ่ไปยังราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความท้าทายสำคัญในระยะต่อไปจึงมิใช่เพียงการปล่อยราคา แต่คือการกำกับดูแลพฤติกรรมในตลาด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเอาเปรียบผู้บริโภคภายใต้สถานการณ์วิกฤติ”

ดร.สติธรยังเสนอว่า หลังการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่ รัฐบาลควรเร่งดำเนินมาตรการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่
ประการแรก ปราบปรามการกักตุนและเก็งกำไรอย่างจริงจัง โดยยกระดับการบังคับใช้กฎหมาย และตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานอย่างเข้มงวด

ประการที่สอง เปิดเผยข้อมูลต้นทุนพลังงานอย่างโปร่งใส เพื่อให้สังคมสามารถตรวจสอบได้ และลดข้อครหาการบิดเบือนราคา

ประการที่สาม เปิดช่องทางให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำกับดูแลตลาด เช่น การพัฒนาแพลตฟอร์มแจ้งเบาะแส เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบและสร้างธรรมาภิบาล

ทั้งนี้ ดร.สติธรชี้ว่า ความท้าทายสำคัญในระยะต่อไป ไม่ใช่เพียงการปล่อยให้ราคาสะท้อนตลาด แต่คือการควบคุมไม่ให้เกิดการเอาเปรียบผู้บริโภคในภาวะวิกฤติ โดยรัฐต้องสร้างสมดุลระหว่าง กลไกตลาด และ การกำกับดูแล อย่างมีประสิทธิภาพ 

อ.อัจฉราวดี จี้ อนุทิน เลิกสไตล์ตั้งคณะกรรมการ กับเรื่องวิกฤตของชาติ

อ.อัจฉราวดี จี้ อนุทิน เลิกสไตล์ตั้งคณะกรรมการ กับเรื่องวิกฤตของชาติ

อ.อัจฉราวดี จี้ อนุทิน เลิกสไตล์ตั้งคณะกรรมการ กับเรื่องวิกฤตของชาติ

วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.06 น.

วันที่ 25 มีนาคม 2569 อาจารย์อ้อย อัจฉราวดี วงศ์สกล ประธานมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต และมูลนิธิโนอิ้ง บุดด้า เป็นอีกบุคคลหนึ่งที่ต้องยกให้เป็น อินฟลูเอนเซอร์ ที่ออกมาแสดงจุดยืนแถวหน้าในฝ่ายของผู้รักชาติ โพสต์ข้อความระบุว่า สมควรต้องถูกทัวร์ลงทั่วประเทศ  เพราะนายกประมาทวิกฤตของชาติแต่ให้คนอื่นนั่งหัวโต๊ะ

คราวหาดใหญ่ก็ครั้งหนึ่ง เลิกสักทีสไตล์ “ตั้งคณะกรรมการ” กับเรื่องวิกฤตของชาติ 

นี่คือพลาดคร้ังที่ 2  ประชาชนเขาไม่อยากฟังคำขอโทษบ่อยๆ  

หากให้ความสำคัญจับตาตั้งแต่แรก ปัญหาจะไม่ลาม การกักตุนจะไม่รุนแรง นายกอนุทินต้องไถ่โทษด้วยการจัดการไอ้โม่ง และรื้อระบบเรื่องน้ำมันให้ได้ และระวังคนใกล้ในคณะทำงานเรื่องน้ำมัน

เตรียมนโยบายรับมือเงินเฟ้อและของแพงด่วน  มันมาแน่และยาวไม่ต่ำกว่า 4 เดือน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : อนุทิน ขอโทษ ยอมรับบริหารน้ำมันปั่นป่วน

หรอยจังฮู้! ลุงป้อมชวนชิม พาชิมอาหารใต้แท้ ท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเอง

หรอยจังฮู้! ลุงป้อมชวนชิม พาชิมอาหารใต้แท้ ท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเอง

หรอยจังฮู้! ลุงป้อมชวนชิม พาชิมอาหารใต้แท้ ท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเอง

วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.32 น.

“ลุงป้อมชวนชิม” พาชิมอาหารใต้แท้รสจัดจ้าน ท่ามกลางบรรยากาศคาเฟ่สบาย ๆ เป็นกันเอง ตอบโจทย์ทั้งสายอาหารพื้นถิ่นและผู้ที่มองหามุมพักผ่อนชิล ๆ

วันที่ 28 มีนาคม 2569 เวลา 12.30 น. พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ ได้เดินทางไปรับประทานอาหารที่Gatui (กาตุ่ย)อาหารใต้ ซอยรามอินทรา 5 แยก 7 พร้อมพี่น้อง หลาน ๆ และกลุ่มเพื่อนเตรียมทหาร ท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเอง

ร้านกาตุ่ย อาหารใต้ มีจุดเด่นด้านการปรุงอาหารจากเครื่องแกงที่ทำเอง คัดสรรวัตถุดิบจากชุมชนในภาคใต้โดยตรง เพื่อคงเอกลักษณ์รสชาติอาหารใต้ดั้งเดิมที่เข้มข้น หอม และถึงเครื่อง อีกทั้งยังพัฒนาเครื่องแกงสำเร็จรูปภายใต้แบรนด์ “บ้าน BJ” สำหรับผู้ที่ต้องการนำรสชาติอาหารใต้แท้ไปปรุงรับประทานที่บ้าน

เมนูยอดนิยมที่ได้รับความสนใจ ได้แก่ ขนมจีนปักษ์ใต้ น้ำยารสเข้มข้น เครื่องแน่น เสิร์ฟพร้อมผักสดหลากหลาย หมูฮ้องเนื้อนุ่ม เคี่ยวจนเข้าเนื้อ รสหวานเค็มกลมกล่อม และเกาเหลาเนื้อโคขุน น้ำซุปหอม เนื้อโคขุนนุ่ม เอาใจผู้ที่ชื่นชอบเมนูเนื้อโดยเฉพาะ

ด้านน.ส.จุฬารัตน์  นัดส์ (คุณเจน ผู้จัดการร้าน เปิดเผยว่า ทราบจากสื่อว่า พลเอกประวิตร มีการตระเวนชิมอาหารเป็นประจำ โดยเฉพาะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เมื่อทราบว่ามีกิจกรรมที่สนามกอล์ฟ ทบ.รามอินทรา ซึ่งอยู่ใกล้กับร้าน จึงได้ประสานงานผ่านหลายช่องทางจนสามารถติดต่อกับทีมงานได้ และรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่มีโอกาสต้อนรับในครั้งนี้

ทั้งนี้ ภายหลังรับประทานอาหาร พลเอกประวิตร กล่าวว่า “วันนี้ได้มาชิมอาหารใต้แท้ ๆ รสชาติเข้มข้น อร่อยถึงเครื่อง วัตถุดิบสด บรรยากาศร้านสบาย ๆ เป็นกันเอง เหมาะกับการมาทานข้าวร่วมกันทั้งครอบครัวและกลุ่มเพื่อน ถือเป็นอีกร้านที่อยากแนะนำให้มาลอง”

ศุภจี ย้ำคุมเข้มราคาสินค้า เตรียมแผนแก้ข้าวแกงแพง

ศุภจี ย้ำคุมเข้มราคาสินค้า เตรียมแผนแก้ข้าวแกงแพง

ศุภจี ย้ำคุมเข้มราคาสินค้า เตรียมแผนแก้ข้าวแกงแพง

วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.31 น.

“ศุภจี” ย้ำคุมเข้มคุมราคาสินค้า เตรียมแผนแก้ข้าวแกงแพง ส่งวัตถุดิบเกษตรจากต้นทาง ไปร้านอาหาร กรุงเทพฯ-ปริมณฑล นำร่อง 24 แห่ง 

วันที่ 28 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์  กล่าวในงาน Meet the Press ในหัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” ถึงสถานการณ์ราคาสินค้าตอนหนึ่งว่า สถานการณ์ปัจจุบันควบคุมได้ลำบากเพราะมีความผันผวนและความไม่แน่นอน และสินค้าหลายตัวเป็นสินค้าที่มีผลต่อเนื่อง สิ่งที่กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการไปแล้วคือเรื่องการเข้มงวดสินค้าที่ควบคุมได้ และมีการเพิ่มมาตรการเข้มข้นในการดูแลสินค้าบางประเภทก่อนจะขึ้นราคาต้องขออนุญาตก่อน

เมื่อถามถึงมาตรการแก้ราคาข้าวแกงที่อาจแพงขึ้น จากสถานการณ์พลังงาน นางศุภจี กล่าวว่า สิ่งที่กระทรวงพาณิชย์เตรียมการไว้แล้ว เราเตรียมแผนนำเอาวัตถุดิบที่เป็นสินค้าเกษตรจากต้นทาง เช่น ข้าวสาร น้ำมันพืช ไข่ไก่ น้ำตาลทราย สินค้าจำเป็นเข้าไปยังร้านอาหารปรุงสำเร็จ เช่น ร้านอาหารตามสั่ง ร้านข้าวแกง ร้านขายน้ำในตลาดสดทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งเป็นโครงการที่จะเริ่มนำร่อง 24 แห่ง แห่งละ2ครั้ง รวม 48 ครั้งในระยะเวลาสั้นๆ และใช้กลไกนี้ทำต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้ได้ราคาวัตถุดิบที่เหมาะสมทำให้ราคาข้าวแกงไม่สูงมากเกินไป 

อนุทิน ยัน ไทยไม่ใช่คนป่วยของเอเชีย ยังมีศักยภาพที่ดีสำหรับนักลงทุน

อนุทิน ยัน ไทยไม่ใช่คนป่วยของเอเชีย ยังมีศักยภาพที่ดีสำหรับนักลงทุน

อนุทิน ยัน ไทยไม่ใช่คนป่วยของเอเชีย ยังมีศักยภาพที่ดีสำหรับนักลงทุน

วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.25 น.

นายกฯ ตอบสื่อต่างประเทศยันไทยไม่ใช่คนป่วยของเอเชีย ชี้นักลงทุนต่างชาติยังมีความเชื่อมั่น มีโครงสร้างพื้นฐาน -พลังงานเพียงพอรองรับภาคอุตสาหกรรม

วันที่ 28 มีนาคม 2569 เวลา 12.10 น.วันที่ 28 มี.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ตอบคำถามสื่อต่างประเทศกรณีที่เคยพูดว่าประเทศไทยจะไม่เป็นคนป่วยแห่งเอเชีย แต่ตอนนี้เป็นอย่างไรเพราะไทยกำลังเผชิญวิกฤตพลังงาน ว่า “เรายังโอเคอยู่ครับ เราไม่ได้ป่วย ”

เมื่อถามต่อว่ามีอะไรอยากจะบอกกับนักลงทุนชาวต่างชาติหรือไม่ นายกรัฐมนตรี  ตอบว่า พวกเขาทั้งหมดยังคงมี ความเชื่อมั่น ในประเทศไทย โครงสร้างพื้นฐานทุกอย่างของเรายังเหมือนเดิม ไม่ได้เปลี่ยนไป”

เมื่อถามย้ำถึงเรื่องวิกฤตพลังงาน นายกรัฐมนตรี  ตอบว่า “ใช่ครับ แต่เรามีพลังงานเพียงพอที่จะรองรับภาคอุตสาหกรรมทั้งหมด และยังมีศักยภาพที่ดียิ่งกว่าสำหรับนักลงทุนด้วย”

อนุทิน ลั่น คนละครึ่ง พลัส มาแน่ ย้ำส่งชื่อครม.ต้นสัปดาห์หน้า

อนุทิน ลั่น คนละครึ่ง พลัส มาแน่ ย้ำส่งชื่อครม.ต้นสัปดาห์หน้า

อนุทิน ลั่น คนละครึ่ง พลัส มาแน่ ย้ำส่งชื่อครม.ต้นสัปดาห์หน้า

วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.56 น.

“อนุทิน” ย้ำส่งชื่อครม.ต้นสัปดาห์หน้า ลั่นคนละครึ่งพลัสออกมาแน่นอน

วันที่ 28 มีนาคม 2569 เวลา 13.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่ระบุว่าสัปดาห์หน้าจะยื่นทูลเกล้าฯรายชื่อคณะรัฐมนตรี ว่า “ถูกต้องครับ ต้นสัปดาห์หน้า”

เมื่อถามว่า คุณสมบัติรัฐมนตรีที่ยื่นตรวจสอบมีปัญหากี่คน นายอนุทิน กล่าวว่า อย่าไปพูดถึงเลย รายชื่อที่จะส่งขึ้นไปคือรายชื่อที่ไม่มีปัญหาได้รับการตรวจสอบคุณสมบัติโดยละเอียดจากหน่วยงานตรวจสอบที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ได้ส่งไป 

เมื่อถามว่า นายกฯได้พูดถึงโครงการคนละครึ่งพลัสหากสถานการณ์พลังงานดีขึ้น นายอนุทิน กล่าวว่า โครงการคนละครึ่งพลัสต้องออกมาอยู่แล้วไม่ว่าสถานการณ์น้ำมันจะมีหรือไม่มีเพราะเป็นสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยให้สัญญาไว้กับประชาชนและเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายที่เราต้องดำเนินการเมื่อพรรคภูมิใจไทยเข้ามาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลชุดที่จะมาถึงนี้ 

เมื่อถามอีกว่า กรอบระยะเวลาดำเนินการของโครงการหลังแถลงนโยบายแล้วจะเริ่มเมื่อไหร่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราประเมินจากโครงการช่วงสิ้นปี 2568 ที่ประชาชนได้ใช้ทุกคนพึงพอใจและเรียกร้องให้มีโครงการนี้เพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจกระตุ้นการใช้จ่ายทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศไม่ให้เงินไหลออกนอกประเทศซึ่งเป็นโครงการที่มีประโยชน์รัฐก็ได้ภาษีกลับคืนมาเป็นวินวินกับทุกภาคส่วน 

เมื่อถามย้ำว่า จะเริ่มโครงการได้เมื่อไหร่ นายอนุทิน กล่าวว่า พอรัฐบาลเข้ามาก็จะเร่งดำเนินการผลักดันโครงการนี้ให้ออกมาโดยเร็วที่สุดเพราะเป็นโครงการเรือธงที่พวกตนให้สัญญากับประชาชน จะไม่มีความผกผัน ผันผวน หรือเกี่ยวข้องกับสถานการณ์น้ำมันหรือสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง เป็นคนละเรื่องกัน เพราะตรงนั้นเป็นเรื่องของความมั่นคง 

เมื่อถามอีกว่า ที่ได้หาเสียงไว้ว่าจะเติมเงินเป็น 2,000 บาทจะเป็นตามนั้นใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าก็พลัส จากที่ตนได้รับรายงานจาก นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง ก็พลัสเพิ่มอยู่แล้วเป็นพลัส พลัสเป็นเวอร์ชั่นต่างๆที่อัพสกิลออกมาชัดเจนมากขึ้นครอบคลุมมากขึ้น สำหรับเงื่อนไขจะครอบคลุมไปถึงผู้เสียภาษีด้วยใช่หรือไม่เพราะขณะนี้มีเสียงสะท้อนว่า 7 มาตรการที่ออกมายังไม่ครอบคลุมนั้น เรื่องนี้ขอให้นายเอกนิติ สรุปให้ชัดเจนอีกครั้ง โครงการนี้อย่างไรก็ต้องผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เรายังต้องรอให้กระทรวงการคลังเสนอขึ้นมาแต่ย้ำว่าเกิดขึ้นแน่นอนส่วนจะพลัสเท่าไหร่อะไรไปบ้างแต่พลัสมากกว่าเดิมแน่นอนเพราะประชาชนให้ความมั่นใจกับโครงการนี้

อนุทิน สบายใจขึ้น หลังคุมน้ำมันได้ ยันช่วงสงกรานต์ไม่ขาดมือ-ไม่ต้องต่อคิว

อนุทิน สบายใจขึ้น หลังคุมน้ำมันได้ ยันช่วงสงกรานต์ไม่ขาดมือ-ไม่ต้องต่อคิว

อนุทิน สบายใจขึ้น หลังคุมน้ำมันได้ ยันช่วงสงกรานต์ไม่ขาดมือ-ไม่ต้องต่อคิว

วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.33 น.

นายกฯ บอกสบายใจขึ้น หลังควบคุมสถานการณ์น้ำมัน ให้ปชช.มีใช้เพียงพอ พยักหน้ารับสงกรานต์ไม่ต้องต่อคิวเติมน้ำมัน 

เมื่อเวลา 12.10 น. วันที่ 28 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานเปิดงาน “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” กรณีปัญหาน้ำมันสบายใจแล้วหรือยังที่ได้ชี้แจงในเวทีดังกล่าว ว่า มันสบายใจขึ้นเพราะควบคุมสถานการณ์ได้ และเกิดความมั่นใจว่าปริมาณน้ำมันที่ให้บริการประชาชนในประเทศยังมีเพียงพออยู่ ตรงนั้นคือสิ่งที่ทำให้รู้สึกดีขึ้น แต่ไม่ใช่ว่าได้แถลงแล้วสบายใจขึ้น ไม่เกี่ยว

เมื่อถามว่าคิดว่าประชาชนจะเข้าใจมากขึ้นหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เราก็ใช้ตัวเลขในการอธิบาย ตอนนี้ได้มีการสร้างหน้าจอแสดงผลสรุปข้อมูลตัวเลข (แดชบอร์ด) ทุกวัน เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบว่าน้ำมันในแต่ละวันออกจากโรงกลั่นไปที่คลังเท่าไหร่ และออกจากที่คลังไปที่จ็อบเบอร์เท่าไหร่ และส่งไปที่ปั๊มน้ำมันแต่ละแห่งทั่วประเทศเท่าไหร่ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าไม่มีการกักตุนแน่นอน 

เมื่อถามว่า ที่นายกฯบอกว่ารัฐบาลสามารถเข้าไปดูเรื่องน้ำมันสำรองได้ในช่วงสถานการณ์วิกฤต รัฐบาลสามารถขอความร่วมมือเอกชนได้หรือไม่ ไม่ให้ราคาน้ำมันขึ้นตามกลไก นายอนุทิน กล่าวว่า น้ำมันสำรองที่เขาเก็บไว้ในกรณีที่ไม่มีน้ำมันดิบเข้ามา แต่ก็ไม่ใช่หมายความว่าอยู่ดีๆเราจะเอามาใช้ได้ในทุกสถานการณ์ มันไม่ใช่ เมื่อถามย้ำว่าหมายถึงเรื่องราคา นายกฯ กล่าวว่า ราคาเป็นไปตามกลไกตลาด ถ้าราคาต่ำมากก็จะเป็นการเอื้อให้มีการนำน้ำมันออกไปต่างประเทศและมีการช่องโกงเกิดขึ้น หรือสมัยก่อนที่ประเทศมาเลเซียน้ำมันถูกกว่าประเทศไทย คนไทยเติมน้ำมันเพียงพอที่จะไปส่งสินค้าที่มาเลเซียและเติมให้เต็มถังจากมาเลเซียกลับมาไทย แต่ตอนนี้มันกลับหัวกลับหางกัน ราคาในประเทศไทยถูกกว่ามาเลเซีย รถขนส่งจากมาเลเซียมาเติมจากประเทศไทยกลับไป ซึ่งตรงนี้ทำให้คนไทยได้เข้าถึงน้อยลง ฉะนั้นเราต้องมีการปรับราคาขึ้นให้ใกล้เคียงกัน 

เมื่อถามว่าจากนี้ประชาชนจะต้องตกใจซ้ำรอยการขึ้นราคาครั้งละ 6 บาทอีกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถึงอย่างไรเราต้องอ้างอิงกับราคาตลาดโลก ซึ่งสิ่งที่เราได้ทำไปเราไม่ได้ทำเพื่อให้เกิดการไปขึ้นราคาช่วยผู้ประกอบการมีกำไรมากขึ้น แต่เราต้องใช้สินค้าพลังงานตามราคาตลาดโลก ซึ่งการที่รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันไว้อยู่เราต้องนำเงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาช่วยสนับสนุน ซึ่งเราทำอย่างนี้ในระยะยาวไม่ได้ เราต้องทำให้ราคาน้ำมันเกิดความสุมดุลและให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนให้น้อยที่สุด จึงจำเป็นต้องช่วยกันทุกฝ่าย เราก็รณรงค์ให้ประชาชนหาวิธีประหยัดพลังงาน กองทุนที่ไปอุ้มก็ไม่ต้องไปรับภาระหนักเพื่อที่เราจะได้นำกองทุนไปช่วยเหลือประชาชนในรูปแบบต่างๆ และกลุ่มเป้าหมายที่เพิ่มมากขึ้น 

เมื่อถามว่าข้อสั่งการของนายกฯบอกว่าปริมาณน้ำมันต้องเข้าสู่ระบบของทุกปั๊มหมื่นกว่าปั๊มภายในสิ้นสัปดาห์นี้ ตอนนี้สถานการณ์เป็นอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการทุกจังหวัด ก็ให้ผู้ว่าฯสรุป ซึ่งผู้ว่าฯบอกว่าตอนนี้สถานการณ์ตามปั๊มหลักดีขึ้นมามากแล้ว การมีน้ำมันให้บริการประชาชนก็ครอบคลุมแล้ว ตนเลยย้ำให้ผู้ว่าฯทุกจังหวัดได้แก้ปัญหาในแต่ละจังหวัดให้มากที่สุด ให้ปั๊มน้ำมันมีน้ำมันบริการประชาชนให้มากที่สุด ทุกจังหวัดถ้าเขาแก้ได้เวลาประชาชนสัญจรไปมาก็จะมีปั๊มน้ำมันให้เติม 

เมื่อถามว่าแต่ว่าต่างจังหวัดบางพื้นที่ยังมีปัญหาอยู่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราฟีดน้ำมันออกจากคลังไปเท่าไหร่ เราได้รับแจ้งจากผู้ที่ได้รับน้ำมันทั่วประเทศ ตอนนี้ตัวเลขกลับมาใกล้เคียงกันแล้ว  เสียอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันขณะเดินทางไปนิดหน่อย แต่ปริมาณน้ำมันไม่ได้หาย  เมื่อถามถึงสถานการณ์การต่อคิวเติมน้ำมันช่วงสงกรานต์ จะไม่เกิดขึ้นใช่หรือไม่ นายอนุทิน พยักหน้าตอบว่า “ครับ”