โฆษก กห.ยันสหรัฐฯ คอนเฟิร์มไม่ยื่นเงื่อนไขความมั่นคงไทย แลกลดภาษีทรัมป์

17 สิงหาคม 2569 เวลา 11:59 น.

“โฆษก กห.”ยัน”สหรัฐฯ” คอนเฟิร์มไม่ยื่นเงื่อนไขความมั่นคงไทย แลกลดภาษีทรัมป์ แจง Pete Hegseth เยือนไทย ลงนามข้อตกลงวิสัยทัศน์ร่วม รับมีหารือเรื่องโดรน แต่ยังไม่ถึงขั้นตั้งโรงงาน

17 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรม ดิ แอทธินี ถ.วิทยุ พลเรือตรีสุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกำหนดการเดินทางเยือนไทยของ นาย Pete Hegseth รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงครามของสหรัฐอเมริกา เพื่อมาลงนามกับ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง กลาโหมไทย ในข้อตกลงวิสัยทัศน์ร่วม หรือ Joint Vision Statement 2026 (JVS 2026) ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือระยะต่อไปแทนฉบับเดิม ว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นาย Elbridge A. Colby รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสงครามสหรัฐอเมริกา เดินทางมาเยือนไทย โดยได้พูดคุยเรื่องกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทย-สหรัฐฯ ซึ่งเป็นการยืนยันว่าไทย-สหรัฐฯ ยังมีการดำเนินกิจกรรมร่วมกันอยู่ เช่นการฝึกคอบร้าโกลด์ รวมถึงการขยายความร่วมมือในอนาคต โดยเฉพาะอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ พร้อมยอมรับว่าเรื่องโดรน เป็นอุตสาหกรรมป้องกันประเทศที่ไทย-สหรัฐฯ มีการพูดคุยกัน แต่ยังไม่ถึงระดับที่จะมาตั้งโรงงานในไทย เป็นเพียงการพูดคุยเชิงหลักการ ว่าโดรนคือแนวคิดหนึ่งที่เราจะทำงานร่วมกันได้ รวมถึงปัจจัยอื่น ด้วยตลอดจนถึงการปฏิบัติการร่วมกันต่างๆ
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังประสบปัญหาภัยคุกคามจาก AI ไซเบอร์ อวกาศ ก็ถือเป็นมิติใหม่ที่ไทยกับสหรัฐฯ จะร่วมมือกัน ถือเป็นประเด็นหลักที่นาย Elbridge A. Colby พูดคุยกับ พลโท อดุลย์

โฆษกกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่า การเดินทางมาของนาย Elbridge A. Colby ในช่วงที่ผ่านมาเป็นการเตรียมความพร้อมการมาเยือนประเทศไทยในอนาคตอันใกล้ของนาย Pete Hegseth แต่ยังไม่สามารถระบุวันเวลาได้ โดยอาจมีการลงนามข้อตกลงวิสัยทัศน์ร่วม JVS 2026 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการร่างวิสัยทัศน์ร่วมกัน ซึ่งทั้ง 4 ประเด็นถือเป็นความร่วมมือความมั่นคงระหว่างไทย-สหรัฐฯ ที่แน่นแฟ้นมากแล้ว เนื่องจาก 2 ประเทศมีความสัมพันธ์ที่ยาวนาน เรื่องกิจกรรมความร่วมมือทางทหารถือเป็นสิ่งสำคัญ

เมื่อถามว่า การมีผู้แทนรัฐมนตรีความมั่นคงของสหรัฐฯ มาเยือนประเทศไทยในห้วงที่ไทยกำลังจะเจรจาภาษีสหรัฐฯ อาจถูกเชื่อมโยง ว่ามีการใช้เป็นเงื่อนไขแลกเปลี่ยน โฆษกกระทรวงกลาโหม ยืนยันร้อย100% ว่าไม่มีการผูกทั้งสองเรื่องเข้าด้วยกัน เพราะความมั่นคงไม่สามารถนำไปผูกโยงกับเรื่องอะไรได้ รวมถึงการลดทอนความมั่นคงลง และเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอธิปไตยประเทศชาติ ความปลอดภัยประชาชน หรือแม้แต่ประเด็นต่อรองต่างๆ ซึ่งรัฐบาลก็ออกมายืนยันแล้วว่าไม่มีการนำเรื่องความมั่นคงไปต่อรองภาษี

เมื่อถามว่า ทางรัฐบาลได้ขอรายละเอียดจากกระทรวงกลาโหมเรื่องความร่วมมือทางความมั่นคงกับสหรัฐฯ หรือไม่ เพื่อนำไปตอบคำถามในการเจรจาภาษี หากทางสหรัฐฯ สอบถาม โฆษกกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่า ไม่มี ไม่มีการนำประเด็นความมั่นคงไปเจรจาภาษี

เมื่อถามย้ำว่า เผื่อทางสหรัฐฯ สอบถามกับทีมเจรจาภาษีของไทย โฆษกกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่า ไม่มี และตนเคยสอบถามกับเจ้าหน้าที่ที่ร่วมคณะไป ก็ยังงงว่าข่าวนี้ออกมาได้อย่างไร อีกทั้งทางสหรัฐฯ ก็ยืนยันว่าจะไม่มีการนำประเด็นความมั่นคงมาผูกกับเรื่องใดทั้งสิ้น

กระทรวงกลาโหม,สหรัฐฯ,ภาษีทรัมป์,ความมั่นคง,

โฆษก กห.โนคอมเมนต์ กัมพูชายาหอมขนคนกลับบ้านหนองจาน ชี้เป็นการเมืองภายใน ย้ำใช้กลไกทวิภาคีเจรจา

17 สิงหาคม 2569 เวลา 11:51 น.

“โฆษก กห.”ไม่ออกความเห็น “กัมพูชา”ยาหอมขนคนกลับบ้านหนองจาน ชี้เป็นการเมืองภายใน ย้ำใช้กลไกทวิภาคีเจรจา แม้บรรยากาศไม่เอื้อ รับมีการประท้วงโดรนบินก่อกวนในพื้นที่ชายแดน ชี้เป็นสิทธิ”สหรัฐฯ-กัมพูชา”ฝึกซ้อมรบ”อังกอร์ เซนตินอล”

17 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรม ดิ แอทธินี ถ.วิทยุ พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยถึงกรณีชาวกัมพูชาเตรียมอพยพกลับบ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว ได้รับรายงานแล้วหรือไม่ ว่า ประเด็นนี้ต้องตรวจสอบก่อน เพราะยังไม่มีการยืนยัน ย้ำว่าต้องตรวจสอบรายละเอียดก่อน แต่ก็เป็นการยืนยันหลังมีการพบปะพูดคุยของรัฐบาลและผู้แทนรัฐบาลกับหลายประเทศ และยืนยันเช่นเดียวกันว่า ปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชา เป็นปัญหาระหว่างสองประเทศ ดังนั้น ต้องแก้ไขด้วยเวทีทวีวิภาคี ทั้งสองประเทศพูดคุยเจรจากัน ซึ่งทุกประเทศยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากจะให้ไทยและกัมพูชาพูดคุยกันในลักษณะทวีวิภาคี จะไม่มีการเข้ามายุ่งในเรื่องนี้ ดังนั้น เรามีกระบวนการและกลไกพร้อมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น JBC/GBC ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในเรื่องของการกำหนดเส้นเขตแดน โดยจะต้องรอฟังการเจรจาพูดคุย ผ่านทวิภาคีก่อน

ส่วนกรณีที่กัมพูชาบินโดรนตามแนวชายแดน จะมีวิธีการพูดคุยระหว่างประเทศหรือไม่นั้น พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า เรื่องการบินโดรน หรือแอนตี้โดรน ที่มีข่าวว่ากัมพูชาใช้อยู่นั้น ไทยก็ใช้แนวทางการประท้วง โดยกองกำลังไทยที่อยู่ตามแนวชายแดนส่งหนังสือประท้วง ซึ่งมาตรการในการป้องกัน ไทยก็มีระบบในการต่อต้านแอนตี้โดรน เป็นลักษณะแอนตี้ แอนตี้โดรน ที่เรามีระบบพร้อมอยู่แล้ว และบริษัทเอกชนก็มีความพร้อมในการสนับสนุนในการปฏิบัติดังกล่าวด้วย แต่ไม่ขอลงรายละเอียดในการใช้เทคนิค พร้อมขอสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชน ว่าเรามีระบบในเรื่องของการต่อต้านแอนตี้โดรนของกัมพูชา และมีการข่าวเฝ้าระวังตลอดเวลาว่ากัมพูชามีการใช้ระบบต่างๆ อย่างไร ซึ่งจะนำไปสู่ปฏิบัติการของไทยในการต่อต้านด้วย

ขณะที่กระบวนการเจรจาทวิภาคีและการประชุม JBC ที่ยังชะงักอยู่ มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่กัมพูชาจะมองข้ามช็อต จะเกิดสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า ในกระบวนการ JBC จะมีการพูดคุยกันอยู่ อย่างน้อยฝ่ายเลขาฯ ก็มีการประสานงานกันอย่างต่อเนื่อง แต่ต้องดูความพร้อมของทั้งสองฝ่าย ว่าปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลง ของ Joint Statement ที่ลงนามเมื่อ 27 ธันวาคม 2568 มากน้อยเพียงใด แต่เท่าที่ดูเสียงสะท้อนจาก นายสีหศักดิ์พงศ์เกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พูดไปว่ากัมพูชายังไม่แสดงความพร้อม ยังมีการยั่วยุ และพยายามพูดคุยในเวทีต่างประเทศในเรื่องของการประท้วงและตำหนิไทย ทั้งทั้งที่สิ่งที่ไทยทำมาปฏิบัติตามมาตรฐานสากลกฎหมายระหว่างประเทศ และ Joint Statement เราทำตามอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังมีการใช้โดรนและแอนตี้โดนมาก่อกวน ซึ่งถือเป็นตัวอย่างของการละเมิด Joint Statement ที่กัมพูชาทำกับไทย ตราบใดที่ยังมีกระบวนการหรือขั้นตอนตรงนี้อยู่ การพูดคุยก็จะเลื่อนออกไปเรื่อย ๆ เพราะกัมพูชาแสดงความไม่จริงใจในเรื่องการดำเนินการตรงนี้ เหตุใดเราต้องมาคุย หากคุย ความไม่จริงใจก็ยังคงอยู่ มันก็จะไม่เกิดประโยชน์ ในเรื่องของการเจรจา เพราะมีการละเมิดในสิ่งที่ตกลงไว้

สำหรับการเจรจาไม่เอื้อจะกระทบต่อบรรยากาศตามแนวชายแดน หรือไม่ พล.ร.ต. สุรสันต์ ระบุว่า ก็จะมีกองกำลังหน่วยตามแนวชายแดน พูดคุยระดับพื้นที่กับฝ่ายตรงข้ามอยู่เสมอ ซึ่งตนดูแล้วในเรื่องความสัมพันธ์ ระดับหน่วยท้องถิ่นตามแนวชายแดน ถือว่ายังสามารถพูดคุยกันได้ และบางหน่วยก็ฟื้นฟูความสัมพันธ์มาได้ในระดับหนึ่ง เช่นกองกำลังบูรพา กองกำลังสุรนารี มีการพูดคุยระดับ RBC ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน ทุกอย่างต้องจบลงด้วยการเจรจาพูดคุย

ส่วนอาจจะเป็นการพูดเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมืองในประเทศ หรือไม่ ที่สัญญาว่าชาวกัมพูชาจะกลับไปอยู่บ้านหนองจาน พล.ร.ต.สุรสันต์ ว่า ส่วนตัวคงไม่สามารถไปแสดงความคิดเห็นไปในเรื่องการเมือง หรือมุมมองของฝ่ายกัมพูชาได้ ว่าวัตถุประสงค์คืออะไร แต่ท้ายที่สุดแล้ว ทุกอย่างอยู่ที่ความจริงใจการพูดคุย หากมีความจริงใจพูดคุยกันและปฏิบัติตาม ตามที่ตกลงไว้ก็จะกลับไปสู่สันติภาพได้

สำหรับกรณีกัมพูชาเตรียมรื้อฟื้นความสัมพันธ์ในการฝึกซ้อมรบร่วมทางทหารภายใต้รหัส อังกอร์ เซนตินอล จะกระทบกับไทย หรือไม่นั้น พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า การฝึกซ้อมระหว่างกัมพูชากับสหรัฐฯ จะเน้นเพื่อการบรรเทาสาธารณะภัยเป็นหลัก มิติของเรื่องการใช้อาวุธ จะไม่มีในการฝึกครั้งนี้ ส่วนตัวมองว่าไม่น่าเป็นห่วง แม้ว่าจะมีการฝึกใช้อาวุธก็ตาม แต่มุมมองของตนเองนั้น มองว่าเป็นสิทธิของประเทศนั้น เพราะเป็นอธิปไตยของเขาในการดำเนินงาน แต่สิ่งสำคัญที่อยากจะให้ความเชื่อมั่นกับประชาชนว่าไทยมีความพร้อม ทั้งกองกำลังตามแนวชายแดน ก็มีการเฝ้าระวังตรวจสอบตามแนวชายแดนตลอด และมีมาตรการรับมือกับภัยคุกคามต่างๆ ข้ามชายแดน เชื่อว่าจากที่ผู้ใหญ่ไปพูดคุยกับสหรัฐอเมริกา หรือจีน ทุกคนก็ยืนยันว่าจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยว ปัญหาไทยกัมพูชา ขอให้ทั้งสองประเทศพูดคุยกันเอง เจรจาผ่านกลไกทวิภาคี ในการพูดคุย

กระทรวงกลาโหม,บ้านหนองจาน,ชายแดนไทยกัมพูชา,

ยศชนัน บอกไม่จำเป็นต้องเตรียมตัว หากถูกฝ่ายค้านซักฟอกเรื่อง อว. ย้ำพร้อมตอบตั้งแต่วันนี้

17 สิงหาคม 2569 เวลา 10:40 น.

17 สิงหาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ หากมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระทรวง อว. มีการเตรียมความพร้อมในการชี้แจงแล้วหรือไม่ ว่า เรื่องนี้เอาให้ชัดเจน เรามีการตั้งคณะกรรมการดูแลเรื่องนี้อยู่แล้ว ซึ่งมีการทำตามคำแนะนำทุกขั้นตอน เป็นไปตามกระบวนการ มันไม่ใช่ว่า มั่นใจหรือไม่มั่นใจ เพราะเราทำตามกระบวนการมาตลอดอยู่แล้ว ไม่ได้มีอะไรต้องกังวลในเรื่องนี้

เมื่อถามย้ำว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกของนายยศชนัน นายศชนัน ถามกลับว่า ตนถูกอภิปรายหรือ เมื่อถามอีกว่า จะต้องมีการเตรียมตัว หรือให้พรรคเพื่อไทยติวอะไรหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ตนในฐานะที่เป็นรองนายกฯ มีความรับผิดชอบในเรื่องนี้เต็มที่ มาเรื่องนี้ได้ด้วยสิ่งที่ประเทศมอบหมายมาให้ทำ ไม่มีการนำเรื่องนี้มาเป็นเรื่องส่วนตัว ฉะนั้น ทำเต็มที่ เตรียมข้อมูลและสามารถตอบตั้งแต่วันนี้ได้ด้วยซ้ำ ไม่ได้จำเป็นต้องเตรียม และไม่จำเป็นต้องดูแลเรื่องการแยกส่วนของการเมืองกับของกระทรวง

ยศชนันวงศ์สวัสดิ์,ฝ่ายค้าน,อภิปรายไม่ไว้วางใจ,พรรคเพื่อไทย,

โยกย้าย ตร.ไม่มีโผ ผบ.ตร.ยันปฏิบัติตาม กม.ทุกขั้นตอน ชี้ไม่จำกัดรุ่นไหน อยู่ที่ผลงาน

17 สิงหาคม 2569 เวลา 10:22 น.

17 สิงหาคม 2569 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ปฏิเสธตอบคำถามถึงกระแสเรื่องการแต่งตั้งตำรวจระดับนายพล โดยชี้ไปที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.ที่เดินทางมาส่งนายกฯเดินทางไปออสเตรเลีย ด้าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ให้สัมภาษณ์ว่า อย่าใช้คำว่าโผเลย ทุกอย่างปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย ทั้ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ และ ก.ตร. ไม่มีโผไม่มีอะไรทั้งนั้น ทุกอย่างเป็นไปตามที่หน่วยพิจารณาตามความเหมาะสม และนำเรื่องขึ้นมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อรายชื่อส่งขึ้นมาแล้ว ก็จะจัดอยู่ในกลุ่มผู้มีเกณฑ์ และจะนำไปสู่ที่ประชุมคณะกรรมการคณะกรรมการตามมาตรา 81 (1)(ก) ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติซึ่งเราก็ต้องว่ากันไป และพิจารณาตามความเหมาะสมว่าใครมีผลงาน ใครมีประวัติอย่างไรเราก็ว่าไปตามนั้น ไม่ได้มีโผ ไม่ได้มีอะไร เมื่อถามว่า มีกระแสว่าชื่อนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 47 ค่อนข้างนิ่ง แต่นายร้อยตำรวจรุ่น 48 รายชื่อขยับขึ้นระดับ “พล.ต.ท.” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ไม่มีจำกัดว่านักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นไหน จะรุ่นพี่รุ่นน้อง อยู่ที่ประวัติและผลงาน ที่จะต้องนำมาเสนอกันในที่ประชุม ทุกอย่างขอให้ทุกคนไม่ต้องกังวล ว่าจะมาจำกัดรุ่นหรืออะไร ยืนยันว่าทุกอย่างไม่มี ผู้สื่อข่าวย้ำถามว่า ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน และทุกคนได้รับความเป็นธรรมใช่หรือไม่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ตอบสั้นๆ ว่า “ถูกต้องครับ”

กิตติ์รัฐพันธุ์เพ็ชร์, ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, แต่งตั้งตำรวจ

มหาดไทยแจงยิบ ปมคำสั่งปลดข้าราชการทุจริตสอบ ยัน สถ.-ก.กลาง ทำตามขั้นตอน ไม่โยนเผือกร้อน-ไร้สั่งกดดัน

17 สิงหาคม 2569 เวลา 10:14 น.

“นิรัตน์”แจงปมคำสั่งปลดข้าราชการทุจริตสอบ ยัน”สถ.-ก.กลาง”ทำขั้นตอนครบ ไม่โยนเผือกร้อนให้ท้องถิ่น พร้อมส่งใบคะแนนสอบประกอบเป็นหลักฐาน ย้ำชัดไม่มีบังคับท้องถิ่นให้เซ็นปลดข้าราชการ ชี้เป็นเรื่องสำคัญ ต้องทำเพื่อรักษาความถูกต้องระบบราชการ

17 สิงหาคม 2569 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง (บน.6 ) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กล่าวถึงกรณีที่ นายวีระเดช ภู่พิสิฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ลำพูน ที่วิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับคำสั่งส่วนกลาง ที่ให้ผู้บริหารท้องถิ่นเซ็นปลดข้าราชการที่เข้าข่ายทุจริตสอบออกจากราชการ ขาดความชัดเจน เหมือนเป็นการโยนเผือกร้อนมาให้ท้องถิ่น โดยที่คนส่วนกลางไม่ต้องรับผิดชอบในคำสั่งตัวเอง ว่า ไม่ต้องกังวลขนาดนั้น เพราะก่อนที่จะไปถึงในขั้นตอนของจังหวัด ซึ่ง ก.จังหวัด จะไปแจ้งเทศบาล อบต.และ อบจ.ต่างๆ ในจังหวัดตัวเอง ทางส่วนกลางทั้ง สถ.และ ก.กลาง ได้ทำหน้าที่ครบขั้นตอนของตยเองเรียบร้อย จนกระทั่งมีผลคะแนนที่ถูกต้องที่ใช้เทียบกับผลคะแนนที่อ้างว่าถูก แต่มีถูก โดยขณะนี้ได้ส่งแยกไปรายจังหวัด ซึ่งตอนนี้ขั้นตอนอาจจะยังไม่ถึง และแต่ละท้องถิ่นก็จะเห็นข้อมูลดังกล่าว

นายนิรัตน์ ระบุเพิ่มเติมว่า แต่ละจังหวัดก็จะมีการประชุม ก.จังหวัด ในวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคมนี้ ซึ่งสิ่งนายก อบจ.ลำพูน แสดงความกังวลออกมา ตนเข้าใจว่า ก.จังหวัดลำพูน เขายังไม่ได้เรียกประชุม ท่านอาจจะยังไม่เห็น แต่เราจะส่งข้อมูลไปพร้อมใบคะแนน

ส่วนที่นายก อบจ.ลำพูน มีการแฉว่า ผู้ใหญ่ใน สถ.กดดันอย่าโวยวาย และรีบเซ็นให้จบเรื่อง นายนิรัตน์ ร้องโห ก่อนระบุว่า “ไม่ใช่ผมแน่นอน ต้องมีใหญ่กว่าผมแล้วแหละ ถ้าเป็นแบบนั้น” พร้อมกล่าวด้วยว่า ตนมั่นใจว่า ไม่มี เพราะการเซ็นประเภทนี้เป็นเรื่องสำคัญ ที่เราต้องทำเพื่อรักษาความถูกต้องของระบบการคัดคนในการเข้ารับราชการ จะไปบังคับใครให้เซ็นไปก่อนเป็นไปไม่ได้ และเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง

ข้าราชการ,ทุจริตสอบท้องถิ่น,กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น,

อนุทิน ลั่น ซักฟอก แจงแค่เรื่องผลงาน ย้ำไม่เกี่ยวฮั้วสว. เย้ยปชน.แพ้ก็ต้องยอมรับกติกา

17 สิงหาคม 2569 เวลา 10:10 น.

อนุทิน ลั่น ฝ่ายค้านยื่นซักฟอก พร้อมตอบเรื่องผลงาน เรื่องอื่นไม่ตอบ ย้ำไม่เกี่ยวเลือกสว.ปี 67 ก่อนรบ.เข้ามา เย้ย ปชน. แพ้เลือกตั้งต้องรับกติกา อย่าอยู่นอกเกม

เมื่อวันที่ 17 ส.ค.2569 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง(บน.6 ) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยประชุมสภาฯ ที่จะถึง ว่า รัฐมนตรีทุกคนมีความพร้อมในการชี้แจงตอบข้อสงสัยหรือสิ่งที่ฝ่ายค้านรู้สึกว่าไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีหลายท่านที่ถูกพาดพิงก็ต้องพร้อมที่จะตอบให้เกิดความชัดเจนต่อประชาชน เราไม่ได้ตอบคนในสภาฯ เราตอบประชาชนทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นรัฐมนตรีทุกคนต้องมีความพร้อม เมื่อถามว่าธงของพรรคประชาชนในการอภิปรายเหมือนจะเป็นเรื่องฮั้วสว. นายอนุทิน กล่าวว่า อันนี้ตนไม่ทราบว่าใครมีธงอะไร รัฐบาลนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องสว.ใดๆ ทั้งสิ้น สว.เป็นอีกสถาบันหนึ่ง เรื่องฮั้วสว.ก็เป็นคำบัญญัติของใครที่อยากบัญญัติขึ้นมา รัฐบาลนี้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในปี 2569 สว.เลือกกันปี 2567 เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับรัฐบาลนี้ เมื่อถามอีกว่าหากฝ่ายค้านหยิบยกเรื่องดังกล่าวขึ้นมาอภิปรายจะตอบหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า อะไรที่เกี่ยวข้องกับผลการทำงานของรัฐบาลนี้เราก็ตอบ อะไรไม่เกี่ยวข้องเราก็ไม่ตอบ เมื่อถามอีกว่า นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ น และน.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาเปิดเผยคลิปสนทนา ฮั้วสว. นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องฮั้วสว.ถามตนไม่ได้ ตนอยู่ฝ่ายบริหาร มันมีความพยายามจะให้มาเกี่ยวโยงกับรัฐบาลก็คงเป็นการพยายามทำให้รัฐบาลขาดความเชื่อมั่นต่างๆ ก็เป็นหน้าที่เป็นเกมของคนที่ไม่ได้อยู่ในรัฐบาลแล้วอยากเป็นรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวะนี้นายกฯ หัวเราะในลำคอ “หีหึ” ก่อนกล่าวอีกว่า “อย่าคิดมาก ทุกอย่างอยู่ที่ผลการเลือกตั้ง จริงๆ แพ้เลือกตั้งแล้วก็ต้องยอมรับกติกาก็ตรวจสอบไป แต่อย่าอยู่นอกเกม”

ซักฟอก, นายกฯ, พริษฐ์, อนุทิน, ฮั้วสว., แนวหน้าออนไลน์, ไอซ์รักชนก

นายกฯ ย้ำสหรัฐฯ ชวนเลือกข้าง AI ไม่เกี่ยวเจรจาภาษี ปัดกลาโหมสหรัฐฯ กดดัน ชูสัมพันธ์ชื่นมื่น

17 สิงหาคม 2569 เวลา 09:57 น.

17 สิงหาคม 2569 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีสหรัฐอเมริกา เตรียมส่งจดหมายแจ้งเตือนประเทศพันธมิตร และผู้ค้ากว่า 35 ประเทศ ให้ต้องเลือกข้าง ในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ซึ่งทางเราวางตัวเป็นกลางมาตลอด จะส่งผลกระทบกับเจรจาภาษีหรือไม่ ว่า ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกัน มันก็มีเงื่อนไขเวลาเข้าไปโต๊ะเจรจา ซึ่งมันมีเงื่อนไขเหล่านี้อยู่ และยังมีรายละเอียดอยู่ข้างล่าง ว่าคำว่าเลือกข้างแปลว่าอะไร ต้องไปถึงระดับไหน ที่จะต้องเลือกข้าง เรื่องนี้เหมือนกับสัปดาห์ที่แล้ว ที่รัฐมนตรีช่วยกลาโหมสหรัฐฯ แวะมาที่ทำเนียบรัฐบาล และยืนยันว่าเรื่องความมั่นคง การฝึกครอบร้าโกลด์ การสนับสนุนด้านความมั่นคงทางการทหาร ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเจรจาทางการค้า ก็ยืนยันกันทั้งสองฝ่ายแบบนี้

เมื่อถามว่า แต่การที่ รมช.กลาโหมสหรัฐฯ มาพบเราถี่ มีการกดดันอะไรเราหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ไม่มีเลย ไม่ได้ดูรูปหรือ ทุกอย่างบรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นชมของความร่วมมือ ทำไมถึงบอกว่าเขามากดดันมัน ไม่มีเลย มาพบกัน มาคุยกัน เรียกขานกันด้วยชื่อแรกด้วยซ้ำ ผมเรียกท่านรัฐมนตรี เขาเรียก Mr.Prime Minister ผมก็บอกว่า call me หนู”

อนุทินชาญวีรกูล,นายกรัฐมนตรี,ด่านตรวจ,ยาเสพติด,

นายกฯ การันตีคลังยังแกร่ง แย้มเตรียมคลอด ไทยช่วยไทยเฟส 2 มุ่งยกระดับชีวิตประชาชน

17 สิงหาคม 2569 เวลา 09:53 น.

นายกฯ ชี้ ไทยช่วยไทยเฟส 2 อะไรทำให้คุณภาพชีวิตประชาชนดีต้องคิดทุกวัน แต่ไม่ใช่รัฐสวัสดิการ – ประชานิยม ยัน เงินในคลังยังไม่ขาด

เมื่อเวลา 08.35 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ ความคืบหน้าโครงการไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2 มีแนวโน้มอย่างไร ว่า เราต้องสมดุลกันตลอดเวลา เศรษฐกิจต้องเดินไปได้ ประชาชนได้ลดค่าใช้จ่าย รัฐบาลบริหารจัดการงบประมาณได้ มันต้องมีหลายองค์ประกอบ ที่มันบรรจบเข้าด้วยกัน รัฐบาลมีหน้าที่ต้องดูแลทุกข์สุขของประชาชน อย่างเต็มที่อยู่แล้ว แต่รูปแบบของการดูแล ต้องเป็นรูปแบบที่ไม่ใช่รัฐสวัสดิการ ไม่ใช่ประชานิยม ต้องเป็นการร่วมกันและเป็นช่วงเวลาจังหว่ะที่ดี

เมื่อถามว่าไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2 จะต้องมีใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่าอะไรที่ทำให้ประชาชนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี เราต้องคิดทุกวัน มันไม่ใช่เรื่องนี้เรื่องเดียว

เมื่อถามว่า เงินในคลังยังสามารถซัพพอร์ต เรื่องนี้ได้ใช่หรือไม่นายกฯกล่าวว่าที่ผ่านมาก็ยังไม่เคยขาด

อนุทิน ชาญวีรกูล, ไทยช่วยไทยเฟส 2

ปชป.เปิดเวทีอภิปราย นักเรียนยิงในโรงเรียน ย้ำครอบครัว-โรงเรียน ต้องเป็นหนึ่งเดียว

17 สิงหาคม 2569 เวลา 09:40 น.

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2569 ณ ห้องศรีวิชัย CD โรงแรมวังใต้ อ.เมืองสุราษฎร์ธานี มีการเปิดเวทีอภิปราย เรื่อง “นักเรียนยิงในโรงเรียน ปัญหานักเรียน-นักศึกษา” จัดโดย นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ หัวหน้าสาขาพรรคประชาธิปัตย์ เขต1 สุราษฎร์ธานี ร่วมกับกรรมการสาขาพรรคประชาธิปัตย์ เขต 1 สุราษฎร์ธานี (ไม่ได้ใช้งบประมาณของพรรคหรือราชการ) โดยมีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก ประกอบด้วยวิทยากรหลักๆ และส่วนใหญ่เป็นอดีตผู้บริหารสถานศึกษาและข้าราชการครู อาทิ ผอ.สุนิตย์ พิมาน,ผอ.เกรียงไกร แก้วมีศรี , ผอ.มุตตา กาญจนอักษร , อ.มนพัทธ์ สินธนามราพันธ์ และนายเศกสิทธิ์ อินทร์พรหม นายกสโมสรนักศึกษา คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (เยาวชนคนรุ่นใหม่) ดำเนินรายการโดย นายกิตติชัย ใสสะอาด หรือผู้พันจ๊อด สำหรับประเด็นหลักๆ ของการอภิปรายมีการหยิบประเด็นเหตุการณ์นักเรียนยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี และสภาพสังคมไทยในอดีตกับปัจจุบันที่แตกต่างกัน ทั้งในเรื่องของยุคสมัย เทคโนโลยี สภาพเศรษฐกิจ โดยวิทยากรส่วนใหญ่ต่างมุ่งเน้นไปในเรื่องของสถาบันครอบครัว,การศึกษา ต้องเป็นครอบครัวเดียวกัน ตลอดจนคนในครอบครัว ต้องให้ความสำคัญกับลูกหลานในทุกๆ วัย และในโรงเรียน ครู อาจารย์ต้องรับฟัง รับรู้ ความเป็นตัวตนของเด็กขณะเดียวกันปัญหาหลักๆของระบบการศึกษาไทยคือความไม่ต่อเนื่องของนโยบายการศึกษา เปลี่ยนรัฐมนตรีบ่อย เกินไป ผอ.สุนิตย์ พิมาน กล่าวว่า การแก้ปัญหาหลักๆ ของเยาวชนไทย จุดเริ่มต้นต้องแก้จากสถาบันครอบครัว ให้ความรัก ให้ความเมตตา และโรงเรียนเป็นบ้านหลังที่ 2 ของนักเรียน ผู้บริหาร ครูประจำชั้น ครูผู้สอน ต้องให้ความรัก ความเมตตา เช่นกัน ตราบใดที่ความรัก ความเมตตาเกิดขึ้นที่ไหน ที่นั่นมีแต่ความสุข ความขัดแย้งต่างๆ ก็จะไม่มี ซึ่งการแก้ปัญหาจะต้องแก้ที่จิตใจเป็นอันดับแรก ถ้าจิตใจดี คนนั้นก็จะเป็นคนดีได้ในโอกาสต่อไป ที่สำคัญการเมืองมีบทบาทมากกับเรื่องการศึกษา การเมืองเป็นผู้กำหนดนโยบาย ให้สถาบันการศึกษานั้นเป็นการปฏิบัติได้จริง ไม่ใช่นโยบายที่เป็นจินตนาการ ด้าน ผอ.เกรียงไกร แก้วมีศรี กล่าวว่า สิ่งที่สำคัญกว่านโยบายคือเริ่มที่วิธีคิดที่เป็นแบบอย่างให้กับเยาวชน สิ่งที่คิดควรกำหนดก่อนนโยบาย คือนักการเมืองทั้งหลายที่ถูกเลือกควรเป็นแบบอย่าง เป็นไอดอลที่ดีของเยาวชน สัมผัสได้ ว่าเขาเป็นผู้นำของประเทศ ส่วนเรื่องกำหนดนโยบายนั้น โดยเฉพาะนโยบายเรื่องการศึกษา เป็นเรื่องที่สำคัญมาก กำหนดนโยบายหลัก ทั้งการพัฒนาโรงเรียน องค์ความรู้ คุณธรรม จริยธรรม “ไม่ใช่เป็นนโยบายรายวัน เป็นนโยบายจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องกลับไปดูยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ข้อใดบ้างที่มีตัวชี้วัดยังไปไม่ได้ในเรื่องการศึกษา ต้องกลับไปทบทวนเรื่องกลยุทธ์ เรื่องยุทธศาสตร์เหล่านั้น ต้องไปดูว่านโยบาย 20 ปี ซึ่งจะครบ 20 ปีแล้ว มันตอบโจทย์หรือยัง หรือมันล้มเหลว หรือมันจะต้องเริ่มต้นกันใหม่ เพราะนโยบายการศึกษาต้องทำให้ชัด ประเมินว่าที่ไว้มันสำเร็จหรือล้มเหลว” ผอ.เกรียงไกร กล่าว

นักเรียน, พรรคประชาธิปัตย์, ยิงในโรงเรียน

อนุทิน แจงดราม่า ปัดจัดฉากเข้าด่านตรวจ บอกวันหยุดไปส่วนตัว-ไม่มีรถนำ ขอให้คิดเรื่องอื่นดีกว่า

17 สิงหาคม 2569 เวลา 09:32 น.

17 สิงหาคม 2569 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการถูกด่านตรวจค้นอาวุธปืนและยาเสพติด ในพื้นที่ ต.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ ตรวจค้นรถระหว่างลงพื้นที่เมื่อวันที่ 16 ส.ค.ว่า เขาตั้งด่านตรวจปกติ พอดีรถผ่านไปไม่มีอะไรหรอก อย่าไปคิดอะไรมาก ตั้งด่านตรวจก็ดีแล้ว

เมื่อถามว่า ด่านดังกล่าวจับยาเสพติดได้เยอะ นายอนุทิน กล่าวว่า เขาเล่าให้ฟังว่าจับยาเสพติดได้ ซึ่งคนที่ขับมอเตอร์ไซค์แล้วขนยาเห็นด่านก็ตกใจมอเตอร์ไซค์คว่ำ

เมื่อถามว่า การไปที่ด่านดังกล่าวไม่ได้วางแผนหรือบอกใครไว้ก่อนใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่ได้ไปบุรีรัมย์มาหลายสัปดาห์แล้ว ต้องแวะไปบ้าง

เมื่อถามอีกว่า พอมีข่าวออกไปแล้วมีดราม่า คนออกมาตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการจัดฉากหรือไม่ เพราะตำรวจจะไม่รู้เลยหรือว่าเป็นรถนายกฯ นายอนุทิน กล่าวว่า “คิดเรื่องอื่นดีกว่าเนอะ ตำรวจไม่รู้ครับ เพราะไม่มีรถนำ เป็นวันหยุด ไม่มีขบวน ผมไปกับทีมส่วนตัว ไม่มีการตั้งแถวรับ ไม่มีการจัดใครมารับทั้งสิ้น”

ด่านตรวจ, นายกรัฐมนตรี, ยาเสพติด, อนุทินชาญวีรกูล