อนุทิน เรียกถกผู้บริหาร มท. ปลุกใช้วิกฤตสร้างศรัทธาประชาชน หลังเจอมรสุมโกงท้องถิ่น

อนุทิน เรียกถกผู้บริหาร มท. ปลุกใช้วิกฤตสร้างศรัทธาประชาชน หลังเจอมรสุมโกงท้องถิ่น

อนุทิน เรียกถกผู้บริหาร มท. ปลุกใช้วิกฤตสร้างศรัทธาประชาชน หลังเจอมรสุมโกงท้องถิ่น

วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.14 น.

“อนุทิน”เรียกประชุมผู้บริหาร มท. ปลุกใช้วิกฤตสร้างศรัทธาประชาชน หลังเจอมรสุมโกงท้องถิ่น ชี้ต้องเอาหญ้ากาฝากออกก่อนกลืนหญ้าดีหมด เล็งรีเซ็ตกระทรวงใหม่ ใช้โอกาสนายกฯ ควบ มท.1 สร้างประโยชน์ให้ชาวบ้านเพิ่มขึ้น ยันไม่พกความแค้นในอดีต

28 กรกฎาคม 2569 ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เรียกประชุมผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย เพื่อขับเคลื่อนงานของกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูง อาทิ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมต่างๆ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ

นายอนุทิน กล่าวว่า ก่อนอื่นขอขอบคุณที่ทุกท่านได้ร่วมกันในนามกระทรวงมหาดไทยไปทำการถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวันนี้ ขอให้ความสิริมงคลจงบังเกิดขึ้นแก่ทุกท่านและครอบครัวทุกคน

นายอนุทิน กล่าวว่า ขอมอบนโยบาย และให้ทุกท่านปฏิบัติมาด้วยความเรียบร้อย ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ทั้งนโยบายปราบปรามอาชญากรรม ยาเสพติด สถานบันเทิง สถานบริการ เรื่องการค้ามนุษย์ เรื่องนอมินี ที่ดินต่างๆ มากมาย ซึ่งทุกท่านก็ทำได้เป็นอย่างดี และขอฝากผู้ว่าราชการจังหวัดให้ดูแลความเรียบร้อยในจังหวัดของตนให้ดี

“ผมเข้ามากระทรวงนี้ ต้องเรียนว่าผมไม่เคยเกลียดใครสักคน ผมชอบทุกคน มีความสุขที่ได้พบกับทุกคน เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องขอจริงๆ สิ่งที่ผมมีโอกาสโชคดีมากๆ คือต้องไปพักร้อนอยู่ 3 เดือน ยิ่งเห็นอะไรที่ผมว่าท่านคิดได้ สไตล์การทำงานเป็นอย่างไร ผมรู้หมด ต้องใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ พอจะเข้าเดือนสิงหาคม ตนจะกดปุ่มรีเซ็ต และขอให้ทุกท่านได้ทำงาน ปั้นผลงานอย่างเต็มที่ เพื่อแสดงผลงานต่างๆ ออกมา” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ได้กลับมา เราไม่ได้ติดค้างใคร ต้องเอางานเป็นหลัก วันนี้มีตำแหน่งนายกฯรัฐมนตรี เพิ่มขึ้นมา ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอให้ทุกท่านใช้โอกาสนี้ทำความเจริญมาให้ประชาชน อยู่ดีกินดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และหากอยากทำอะไรเพื่อให้บริการประชาชนมีศักยภาพสูงสุด บอกมาเลย

อีกทั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยก็เป็นทีมเดียวกัน จึงไม่มีโอกาสไหนที่จะดีกว่านี้ และพวกนี้ไม่ใช่ลูกเทพ คนที่ผ่านการเลือกตั้งในเขต เป็น สส.เขต ทุกคนผ่านตรงนี้มาหมด ผ่านร้อนผ่านหนาวมา ไม่ใช่ว่าเป็นสมัยแรก ทุกคนมีพื้นที่ของตัวเองชัดเจน มีความแข็งแรงในพื้นที่ของตัวเอง คนเหล่านี้ต่างหากคือคนที่ตนเห็นว่าเข้าใจชีวิตชาวบ้าน และเหมาะสมกับกระทรวงมหาดไทย

นายอนุทิน กล่าวว่า ตนจะขับเคลื่อนองค์กรนี้ไปให้ได้ดี และให้เกิดความเนื้อเชื่อใจต่อกัน จะประคับประคองกระทรวงนี้ให้ผ่านพ้น แม้ปัญหาจะเยอะแยะไปหมด โดยเฉพาะเรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่น สองสัปดาห์นี้ ตนต้องใช้วิญญาณนักปลุกระดมเก่า ปลูกวิญญาณคนกระทรวงนี้เข้ามาจัดการ เพราะเรื่องนี้ร้ายแรงเสียจนมีหน่วยงานอื่นรับเป็นเจ้าภาพอีกเพียบ รวมถึง ป.ป.ช. นี่เรียกว่าสามัคคีกฐิน สามัคคีของทุกคน และสุดท้ายแม่น้ำทั้ง 5 – 6 สายมารวมกันจัดการ

“ขอความร่วมมือทุกท่าน ถ้าทำได้เร็ว ความศรัทธาของประชาชนจะคืนมา อย่าให้หญ้ากาฝากเกิดขึ้น เพราะจะกลืนหญ้าดีหมด หากปล่อยพวกนี้เข้ามาเรื่อย ๆ คนดี ๆ จะอยู่ไม่ได้ อย่าทำให้กระทรวงมหาดไทยเป็น “กระทรวงมหาไถ” ไม่มีการปกป้องใครที่ทำผิดและผมจะรีเซ็ตกระทรวงมหาดไทยใหม่ และยืนยันว่าผมไม่พกความแค้น และการทำงานสามารถชี้แจง อธิบายได้หมด ไม่มีเรื่องส่วนตัว” นายอนุทิน กล่าว

นอกจากนี้ นายอนุทิน ได้มอบหมายปลัดกระทรวงมหาดไทย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดี ประสานผู้ว่าฯ ชายแดนไทย – เมียนมา จัดเตรียมและรายงานข้อมูลในระดับพื้นที่ ทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ ภัยพิบัติ ยาเสพติด มาประกอบการเตรียมการหารือกับ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง ไลง์ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ที่มีกำหนดเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 6 – 8 สิงหาคม 2569 นี้

สะเทือน สตช.! รองฯไมค์ อาวุโสอันดับ 1 ร่อนหนังสือยันไม่ขอย้าย ชี้อยู่นี่เกิดประโยชน์กว่า

สะเทือน สตช.! รองฯไมค์ อาวุโสอันดับ 1 ร่อนหนังสือยันไม่ขอย้าย ชี้อยู่นี่เกิดประโยชน์กว่า

สะเทือน สตช.! รองฯไมค์ อาวุโสอันดับ 1 ร่อนหนังสือยันไม่ขอย้าย ชี้อยู่นี่เกิดประโยชน์กว่า

วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.44 น.

28 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. (กมค.) อาวุโสอันดับ 1 ได้มีหนังสือบันทึกข้อความ ด่วนที่สุด ถึง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ลงวันที่ 27 ก.ค.2569 มีใจความระบุว่า “เรื่องไม่สมัครใจโอนไปรับราชการยังส่วนราชการอื่น เรียน ผบ.ตร. (ผ่าน ผบช.สกพ.) ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลง 24 ก.ค.69 เรื่องแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ แจ้งว่ามีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา พ้นจากตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. ตั้งแต่ 1 ต.ค.69 เป็นต้นไปนั้น

ข้าพเจ้าขอเรียนว่า ตามมาตรา 93 แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า “การโอนข้าราชการตำรวจไปรับราชการในส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นจะกระทำได้เมื่อเจ้าตัวสมัครใจและส่วนราชการหรือหน่วยงานต้องการจะรับโอนผู้นั้น โดยให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานที่ขอรับโอนทำความตกลงกับ ตร.และข้าฯ มีอายุราชการเหลืออีก 2 ปี งบประมาณโดยตลอตระยะเวลาการรับราชการใน ตร.รวม 37 งบประมาณ จนมีความเจริญก้าวหน้ามาตามลำดับถึงตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. ในปัจจบัน ข้าฯ ได้ปฏิบัติหน้าที่ราชการ สายงานสืบสวนสอบสวน งานป้องกันปราบปราม และงานอำนวยการ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและทุ่มเท โดยคำนึงถึงประโยชน์ต่อทางราชการ สังคมและประชาชนเป็นสำคัญ และมีความรู้ความเข้าใจการบริหารงานสำรวจในระดับมหภาค สามารถบูรณาการระหว่างงานสายปฏิบัติการและงานอำนวยการให้ปฏิบัติงานส่งเสริมกันและกันอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยและปลอดภัยมาใช้ในงานตำรวจได้เป็นอย่างตึ ประกอบกับที่ผ่านมา ข้าฯ ไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานในส่วนราชการอื่นใดมาก่อนเลย และระยะเวลาการรับราชการที่เหลืออยู่ หากโอนไปรับราชการในส่วนราชการอื่นไม่นำจะก่อให้เกิดประโยชน์ได้มากกว่าการรับราชการในสังกัด ตร.ต่อไป

ดังนั้น เมื่อคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของทางราชการและความสอดคล้องการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดีตามหลักธรรมาภิบาลแล้ว ข้าฯ จึงขอเรียนยืนยันว่าไม่มีความสามารถรับราชการยังส่วนราชการอื่นใด จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ” หนังสือดังกล่าวระบุ

ศาลเยาวชนฯสั่งยุติคดี ปล่อยตัว ฐาปนา หลังเข้าแผนบำบัดฟื้นฟูที่บ้านกรุณา ครบ 2 ปี 3 เดือน

ศาลเยาวชนฯสั่งยุติคดี ปล่อยตัว ฐาปนา หลังเข้าแผนบำบัดฟื้นฟูที่บ้านกรุณา ครบ 2 ปี 3 เดือน

ศาลเยาวชนฯสั่งยุติคดี ปล่อยตัว ฐาปนา หลังเข้าแผนบำบัดฟื้นฟูที่บ้านกรุณา ครบ 2 ปี 3 เดือน

วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.10 น.

28 กรกฎาคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก “ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน” โพสต์ข้อความระบุว่า ศาลเยาวชนฯ สั่งยุติคดี – ปล่อยตัว “ฐาปนา” หลังเข้าแผนบำบัดฟื้นฟูที่บ้านกรุณาครบ 2 ปี 3 เดือน

เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2569 เวลา 09.00 น. ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางนัดฟังผลการปฏิบัติตามมาตรการพิเศษของ “ฐาปนา” (นามสมมติ) ปัจจุบันอายุ 22 ปี เป็นเยาวชนที่ถูกคุมขังจากคดีการวางเพลิงตู้จราจรพญาไท และขว้างปาวัตถุระเบิดในช่วงการชุมนุมดินแดง เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2564

คดีของฐาปนา ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น แต่ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นฝึกอบรมขั้นต่ำ 2 ปี และขั้นสูง 3 ปี ลดลงจากเดิมที่กำหนดไว้ 4 ปี

เขาถูกคุมขังมาตั้งแต่ช่วงวันที่ 29 เม.ย. 2567 ในวันนี้เขาถูกปล่อยตัวจากศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านกรุณา หลังครบกำหนดระยะเวลาการฝึกอบรมขั้นต่ำตามคำสั่งศาล สิ้นสุดการคุมขังเป็นเวลา 2 ปี 3 เดือน

ในวันนี้ 09.00 น. ผู้พิพากษาออกนั่งพิจารณาคดี โดยฐาปนาถูกนำตัวจากบ้านกรุณามาเข้าร่วมนัดฟังคำสั่ง โดยมีที่ปรึกษากฎหมายพร้อมด้วยครอบครัวของฐาปนา และเจ้าหน้าที่โครงการ Freedom Bridge ได้เดินทางไปที่ศาลตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อรอฟังผลคำสั่ง

ศาลอ่านรายงานกระบวนพิจารณา โดยมีใจความสำคัญระบุว่า เกี่ยวกับคดีนี้ ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง พิพากษาให้ส่งตัวฐาปนาไปที่ศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนกรุงเทพฯ มีกำหนดครบ 4 ปี ปรับ 1,000 บาท ต่อมาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษาแก้เป็นว่า ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นส่งตัวไปควบคุมเพื่อฝึกอบรมที่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนกรุงเทพฯ กำหนดขั้นต่ำ 2 ปี ขั้นสูง 3 ปี และปรับ 1,250 บาท และครบกำหนดวันฝึกอบรมขั้นต่ำในวันที่ 26 ก.ค. 2569

ตามรายงานของศูนย์ฝึกอบรมฯ ระบุว่า จำเลยได้เข้าฝึกอบรมจนจบวิชาชีพ 4 หลักสูตร อันได้แก่ วิชาชีพช่างยนต์ 2. อบรมการดูแลผู้สูงอายุเบื้องต้น 3. วิชาชีพดนตรีสากล 4. วิชาชีพศิลปะหลักสูตรสกรีน และปัจจุบันจำเลยได้ฝึกวิชาชีพช่างไฟฟ้า หลักสูตรซ่อมบำรุงเครื่องปรับอากาศ

เห็นว่าจำเลยมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ประพฤติตนอยู่กฎระเบียบของศูนย์ฝึก จึงขอให้ศาลพิจารณาปล่อยตัวจำเลย เมื่อครบกำหนดการฝึกอบรมขั้นต่ำ และขอให้ยกเว้นในส่วนของค่าปรับด้วย

ศาลสอบจำเลยแล้ว เห็นว่าระหว่างการฝึกอบรม จำเลยมีความตั้งใจปรับปรุงตนเอง และเข้ารับการฝึกอบรมด้านวิชาชีพมาด้วยดีโดยตลอด ทั้งได้ร่วมกิจกรรมของศูนย์ฝึกอบรม และปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายสำเร็จเรียบร้อย หากได้รับการปล่อยตัว จำเลยจะตั้งใจนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการประกอบอาชีพต่อไป

ศาลพิเคราะห์รายงานของศูนย์ฝึกอบรมฯแล้วเห็นว่า จำเลยมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ประกอบกับผู้ปกครองประสงค์ที่จะรับตัวจำเลย กลับไปอยู่ตามเดิมและจะส่งเสริมให้จำเลยประกอบอาชีพเป็นกิจจะลักษณะต่อไป ดังนั้น จึงเห็นสมควรให้จำเลยได้ประพฤติตัวเป็นพลเมืองดีต่อไป

ภายหลังการอ่านคำสั่งเสร็จสิ้นแล้ว เจ้าหน้าที่ศาลแจ้งว่าจะยังไม่มีการปล่อยตัวฐาปนาออกมาในช่วงเช้านี้ เนื่องจากกำลังจัดการหมายปล่อยอยู่ จึงขอให้ครอบครัวเดินทางมารับตัวในช่วง 13.00 น. แทน

ตามรายงานศูนย์ฝึกอบรมฯ ได้สอดคล้องกับบันทึกเยี่ยม ลงวันที่ 4 ก.ค. 2569 ซึ่งที่ปรึกษากฎหมายได้เข้าเยี่ยมฐาปนา โดยเขาได้แจ้งด้วยสีหน้าสดชื่นว่าตอนนี้เขาจบชั้น ม.6 แล้ว และได้รับวุฒิการศึกษาเรียบร้อย

ฐาปนายังให้ข้อมูลว่าเขาเรียนวิชาชีพทั้งหมดไป 5 วิชาชีพ ได้แก่ ช่างยนต์, ดูแลผู้สูงอายุ, ดนตรี, ตัดผม, ช่างไฟฟ้า แต่ช่างไฟฟ้าจะเรียนจบวันที่ 31 ก.ค. 2569 ซึ่งก็คุยกับทางครูผู้สอนว่าจะสามารถให้เรียนจบก่อนได้หรือไม่ แต่อย่างน้อยที่สุดตอนนี้ออกไปก็จะมีวุฒิ ม.6 แล้ว

“ครูบอกว่าผมเรียนวิชาชีพมากกว่าคนอื่นเลย ไม่ค่อยคิดลบ และคุยกับคนอื่นมากขึ้น ร่วมกิจกรรมกับเพื่อนมากขึ้น เช่นเพื่อนจะชวนออกกำลังกาย วิดพื้น เลยคิดว่าไม่ค่อยเครียดเหมือนช่วงแรก ๆ ที่เข้ามา” ฐาปนากล่าว

สำหรับสิ่งแรกที่จะทำหลังพ้นกำหนดฝึกอบรม เขาตอบชัดเจนว่าอยากไปเจอลูก คิดถึงลูกมาก และหลังจากนั้นก็จะนำเงินที่ได้จากกองทุนที่ช่วยเหลือเขาระหว่างคุมขังส่วนหนึ่ง ไปหามอเตอร์ไซค์มาไว้ขับวิ่งรับงาน อาจจะส่งพัสดุหรือไม่ก็ส่งพวกอาหาร กำลังคิดอยู่ว่าจะเป็นมอไซค์มือหนึ่งหรือมือสองดี

ผลจากการปล่อยตัวดังกล่าว ทำให้จำนวนผู้ต้องขังคดีทางการเมือง ที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนติดตามข้อมูลอยู่ คงเหลือผู้ต้องขังทางการเมืองอย่างน้อย 52 คน (เป็นคดีมาตรา 112 จำนวน 29 คน และคดีมาตรา 110 จำนวน 5 คน) แยกเป็นผู้ต้องขังที่ไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างการต่อสู้คดี 22 คน และผู้ต้องขังคดีถึงที่สุดแล้ว 30 คน

อ่านบนเว็บไซต์ : https://tlhr2014.com/archives/85264

นายกฯ ลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 ก.ค.69

นายกฯ ลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 ก.ค.69

นายกฯ ลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 ก.ค.69

วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.35 น.

นายกฯลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้ (28 กรกฎาคม 2569) เวลา 08.30 น. ณ ห้องแดง อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904 ในพระบรมมหาราชวัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 โดยมีรองนายกรัฐมนตรีและคู่สมรส เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมพิธี


 
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี ทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังนี้
 
ชุดที่ 1 นายกรัฐมนตรี พร้อมรองนายกรัฐมนตรี ทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้ในนาม “นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี”
 
ชุดที่ 2 นายกรัฐมนตรี ทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้ในนาม “นายกรัฐมนตรีและภริยา”
 
ชุดที่ 3 คู่สมรสรองนายกรัฐมนตรี ทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้ในนาม “คณะคู่สมรสคณะรัฐมนตรี”
 
จากนั้น นายกรัฐมนตรี ลงนามถวายพระพรชัยมงคล ถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ฯ เสร็จพิธี

นายกฯ เป็นประธานในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569

นายกฯ เป็นประธานในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569

นายกฯ เป็นประธานในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569

วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.12 น.

นายกฯ เป็นประธานในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569
 
เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้ (28 กรกฎาคม 2569) เวลา 07.30 น. ณ เวทีใหญ่ ท้องสนามหลวง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 โดยมีประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกา ประธานวุฒิสภา ประธานองค์กรตามรัฐธรรมนูญ คณะรัฐมนตรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทหาร ตำรวจพลเรือน ภาคเอกชน และประชาชน เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน


 
เมื่อนายกรัฐมนตรี ถึงบริเวณเวทีใหญ่ ท้องสนามหลวง เดินขึ้นสู่เวที ถวายความเคารพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วถวายธูปเทียนแพ เปิดกรวยกระทงดอกไม้ 
 
จากนั้น นายกรัฐมนตรี กราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคล และกล่าวนำถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ฯ ความว่า 

ข้าพระพุทธเจ้า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในนามของ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐทั่วประเทศ ต่างมีความปลาบปลื้มปีติเป็นล้นพ้น ที่ได้มาร่วมกันแสดงความจงรักภักดี และถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดี และพลังของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท วันที่ 28 กรกฎาคม พุทธศักราช 2569 นี้

ปวงข้าพระพุทธเจ้า ต่างประจักษ์แจ้ง ในน้ำพระราชหฤทัย อันเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา ของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ที่ทรงมีต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ ด้วยพระราชวิริยอุตสาหะ นำพาความผาสุกร่มเย็น สู่เหล่าปวงประชาและความวัฒนาสถาพรของประเทศ ทรงดำรงพระองค์เป็นแบบอย่างแก่บรรดาข้าราชการในการปฏิบัติงานของแผ่นดิน ทรงพระกรุณาพระราชทานพระบรมราโชวาทอันทรงคุณค่า ปวงข้าพระพุทธเจ้า จักได้น้อมนำมาประพฤติปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์เพื่อสนองพระราชปณิธานให้สมกับการเป็นข้าของแผ่นดินด้วยความจงรักภักดี ปวงข้าพระพุทธเจ้าจักเทิดทูนพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้นี้ไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อมสืบไป

ในโอกาสอันเป็นมงคลยิ่งนี้ ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคลและตั้งจิตอธิษฐาน ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล อีกทั้งพลานุภาพแห่งองค์พระสยามเทวาธิราชโปรดอภิบาลประทานพรให้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงพระเจริญพร้อมด้วย สิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคล พระชนมายุยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ พระบรมเดชานุภาพ และพระบารมีเกริกไกรแผ่ไพศาล สถิตเป็นมิ่งขวัญปกเกล้า ปวงข้าพระพุทธเจ้าและเหล่าพสกนิกรตราบนิรันดร์กาล 

ข้าพระพุทธเจ้า ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตนำบรรดา ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ กล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณ เพื่อสนองพระมหากรุณาธิคุณ ดังต่อไปนี้

“ข้าพระพุทธเจ้า นายอนุทิน ชาญวีรกูล 
ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า จะประพฤติปฏิบัติตนเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน มีความซื่อสัตย์สุจริต เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท มุ่งมั่นแน่วแน่ แก้ไขปัญหาของประเทศชาติและประชาชน สร้างสรรค์คุณประโยชน์แก่แผ่นดิน และดำเนินชีวิตโดยยึดมั่นในหลักธรรมคำสอนแห่งศาสนาตามแนวทางพระบรมราโชวาทตลอดไป”

จบแล้ว นายกรัฐมนตรี และผู้ร่วมพิธีร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงสดุดีจอมราชา ต่อจากนั้นนายกรัฐมนตรีกล่าวนำว่า “ทรงพระเจริญ” 3 ครั้ง เป็นอันเสร็จพิธี
 
สำหรับพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 ประกอบไปด้วยกิจกรรมทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยกิจกรรมส่วนกลาง กำหนดจัดพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณฯ ณ ท้องสนามหลวง ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนดำเนินการจัดพิธี และดำเนินการเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐจัดพิธี ณ สถานที่ตั้งของหน่วยงาน กำหนดระหว่างวันที่ 20-28 กรกฎาคม 2569 รวมทั้งเชิญชวนลงนามถวายสัตย์ปฏิญาณฯ ทางเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน http://www.ocsc.go.th ได้จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569

นายกฯอนุทิน โพสต์ถวายความจงรักภักดี ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

นายกฯอนุทิน โพสต์ถวายความจงรักภักดี ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

นายกฯอนุทิน โพสต์ถวายความจงรักภักดี ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 09.46 น.

28 กรกฎาคม 2569 เมื่อเวลา 08.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย โพสต์ภาพบน

เฟซบุ๊กส่วนตัวขณะก้มกราบพระบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมข้อความระบุว่า ” #ถวายบังคมจอมราชา #พระบุญญาเกริกฟ้าไกล #ทรงพระเจริญ “

โดยเป็นภาพเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้นายอนุทิน และคณะรัฐมนตรี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ในสมัย ครม.อนุทิน 1

ทรงศักดิ์ เอาจริง! ส่งทนายแจ้งความ เป๋า ILAW ข้อหาหมิ่นประมาท ปมแฉฮั้ว สว.

ทรงศักดิ์ เอาจริง! ส่งทนายแจ้งความ เป๋า ILAW ข้อหาหมิ่นประมาท ปมแฉฮั้ว สว.

ทรงศักดิ์ เอาจริง! ส่งทนายแจ้งความ เป๋า ILAW ข้อหาหมิ่นประมาท ปมแฉฮั้ว สว.

วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 09.09 น.

“ทรงศักดิ์”เล็งมอบหมายทนาย แจ้งความ”เป๋า ILAW”หมิ่นประมาท ที่ สภ.บึงกาฬ หลังพบสื่อสารเข้าองค์ประกอบความผิดกฎหมาย

28 กรกฎาคม 2569 ที่ท้องสนามหลวง นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีตกเป็น 1 ใน 9 รายชื่อที่ถูก นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) เปิดข้อมูล เชื่อมโยงกระบวนการฮั้วสว. ว่า ขณะนี้ให้ทนายความและฝ่ายกฎหมายถอดคำพูดที่นายยิ่งชีพนำเสนอ ซึ่งมีส่วนหนึ่งเข้าองค์ประกอบของการหมิ่นประมาท และจะให้ทนายความไปแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีที่สถานีตำรวจ โดยจะไปดำเนินการที่ จ.บึงกาฬ ซึ่งเป็นภูมิลำเนาบ้านของตน

สีหศักดิ์ สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงปมคนจีนถูก รปภ.ไทย ใช้กำลังเกินเหตุในงานหนังสือ

สีหศักดิ์ สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงปมคนจีนถูก รปภ.ไทย ใช้กำลังเกินเหตุในงานหนังสือ

สีหศักดิ์ สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงปมคนจีนถูก รปภ.ไทย ใช้กำลังเกินเหตุในงานหนังสือ

วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 09.08 น.

สีหศักดิ์ สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงปมคนจีนถูก รปภ.ไทย ใช้กำลังเกินเหตุในงานหนังสือ ย้ำให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

28 กรกฎาคม 2569 เมื่อเวลา 08.00 น. ที่สนามหลวง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยออกแถลงการณ์ให้ประเทศไทยตรวจสอบกรณีพลเมืองจีน ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย(รปภ.) ใช้กำลังเกินสมควร โดยนำตัวออกจากพื้นที่จัดงานหนังสือ ว่าได้สั่งให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร เรื่องนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีคนไทยเข้าไปคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์ ในเพจของสถานทูตจีนจำนวนมาก นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ทางสถานทูตก็ต้องออกมาชี้แจง ส่วนข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร คงต้องมีการตรวจสอบ ก็เข้าใจได้ถึงความรู้สึกต่างๆ เราต้องเอาข้อเท็จจริงให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายดีกว่า

เมื่อถามว่าเราต้องมีการประสานกับสถานทูตจีนเพื่อคุยเรื่องนี้หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ก็เอาข้อเท็จจริงมาก่อนดีกว่า แล้วยังไงค่อยว่ากัน ผลตรวจสอบออกมาอย่างไรค่อยไปคุยกัน พร้อมย้ำว่าให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

เลื่อนเจรจาสันติสุขฯ ไม่มีกำหนด! หัวหน้าคณะพูดคุยฯ สั่งเบรก จี้กลุ่มผู้เห็นต่างตอบปมป่วนนราธิวาส

เลื่อนเจรจาสันติสุขฯ ไม่มีกำหนด! หัวหน้าคณะพูดคุยฯ สั่งเบรก จี้กลุ่มผู้เห็นต่างตอบปมป่วนนราธิวาส

เลื่อนเจรจาสันติสุขฯ ไม่มีกำหนด! หัวหน้าคณะพูดคุยฯ สั่งเบรก จี้กลุ่มผู้เห็นต่างตอบปมป่วนนราธิวาส

วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 08.53 น.

“หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขฯ”ลั่น เลื่อนเจรจากลุ่มผู้เห็นต่าง จาก ก.ย. ไม่มีกำหนด จนกว่าจะได้รับคำตอบปมก่อเหตุความรุนแรงในนราธิวาส เผยได้ข่าวมาเลเซียเปลี่ยนตัวผู้อำนวยการความสะดวก ยันไม่หนักใจเข้ารับตำแหน่งใหม่ เชื่อช่วงแรกอาจตึงๆ กันหน่อย

28 กรกฎาคม 2569 ที่ท้องสนามหลวง นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการพูดคุยสันติสุขฯ หลังเกิดเหตุความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้ว่า การเจรจาเริ่มต้นกันมาดีแล้ว แต่อยู่ ๆ ก็เกิดเหตุขึ้น และอยู่ๆ ก็มีการออกแถลงการณ์ในระหว่างที่เราส่งฝ่ายเทคนิคเข้าไปพูดคุย มันก็แปลกๆ แล้ว แต่เข้าใจว่า เขายังสับสนว่าจะเอาอย่างไรกับเราดี เพราะเรามาใหม่  และเมื่อเกิดเหตุความรุนแรงที่ จ.นราธิวาสขึ้น การเจรจาในเดือน ก.ย.69 คงไม่เกิดขึ้น และตนฝากคำถามไปว่า ให้ตอบตนเองมาก่อนว่ามันเกิดอะไรขึ้น ตัดสินใจก่อเหตุทำไม แล้วค่อยมาคุยกันต่อ เพราะฉะนั้น เดือน ก.ย.จะไม่มีการพูดคุยแล้ว ซึ่งเดิมได้นัดกันไว้ล่วงหน้าผ่านผู้อำนวยการสะดวกของมาเลเซียว่า เดือน ก.ย.น่าจะได้พูดคุยแบบเป็นทางการ

“แต่เมือเกิดเหตุอย่างที่เราเห็นกันอยู่ มันรุนแรงเกินกว่าที่เราจะรับได้ คุยกันอยู่ดี ๆ แล้วมาก่อเหตุแบบนี้ ผมเข้าใจแหละว่านักรบอาจจะมองว่า เขาต้องการที่จะก่อเหตุตามสัญชาตญาณของเขา แต่ตอนนี้เราคุยกันอยู่ เราเริ่มคุยกันแล้ว เมื่อมาก่อเหตุก็ต้องมาเริ่มต้นกันใหม่” นายฐนัตถ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางกลุ่มผู้เห็นต่างได้ตอบกลับคำถามมาแล้วหรือยัง นายฐนัตถ์ กล่าวว่า ยัง เพราะตนเพิ่งส่งคำถามไป

เมื่อถามว่า ได้มีการประสานไปยังประเทศมาเลเซียหรือไม่ นายฐนัตถ์ กล่าวว่า ไม่ได้มีการประสานกับมาเลเซีย และได้ข่าวมาว่า มาเลเซียจะเปลี่ยนตัวผู้อำนวยความสะดวก เพราะตอนนี้มันเป็นสุญญากาศและตอนนี้เรารอทางมาเลเซียว่าเขาจะทำอะไร หลังจากที่เรายกคณะไปคุยที่มาเลเซีย

เมื่อถามย้ำว่า หากกลุ่มผู้เห็นต่างยังไม่ได้ตอบอะไรมา จะต้องรอกันไปแบบนี้ใช่หรือไม่ นายฐนัตถ์ กล่าวว่า จริงๆ เราสามารถส่งสัญญาณไปได้ หรือส่งคำถามผ่านผู้แทน ผ่านคนกลาง หรือช่องทางที่พอจะมีอยู่ไปได้ว่า ตอนนี้เราคิดอะไร และเรารอว่า เขาจะตอบกลับมาหรือไม่

เมื่อถามว่า การที่ฝ่ายความมั่นคงของไทย โดยเฉพาะทหาร มีท่าทีแข็งกร้าว จะเป็นอุปสรรคต่อการพูดคุยกับกลุ่มผู้เห็นต่างหรือไม่ นายฐนัตถ์ กล่าวว่า ตนคิดว่า ไม่เป็น เพราะต่างคนก็ต่างมีแนวทางปฏิบัติของตัวเอง แต่ที่สำคัญคือ ฝ่ายเราต้องเดินไปด้วยกัน เดินไปทางเดียวกัน เราไม่จำเป็นว่า จะต้องมาแยกทางกัน ทหารก็ดำเนินกลยุทธ์ของทหารไป ของเราก็ต้องมีการดำเนินกลยุทธ์ของเราเหมือนกัน แต่ของเราจะเป็นแนวทางสันติ คือ การส่งคำถามไปก่อนว่า เกิดอะไรขึ้น

เมื่อถามว่า ในทางการข่าวมีข้อมูลเรื่องการก่อเหตุในครั้งนี้หรือไม่ นายฐนัตถ์ กล่าวว่า มันแปลกๆ แต่ในทางการข่าว เราจะใช้การต่อภาพจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะไม่เอาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปใส่สมมุติฐาน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันแปลกๆ ถ้าเราศึกษาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจ.นราธิวาส ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้นในลักษณะแบบนี้ เวลาก่อเหตุจะมีกล้องซีซีทีวีจับภาพได้ และมีการโชว์ตัวของผู้ปฏิบัติ ซึ่งเป็นแบบนี้มานานแล้วที่ จ.นราธิวาส

เมื่อถามว่า ต้นเดือน ส.ค.จะมีวันสำคัญของกลุ่มผู้เห็นต่าง ทางการข่าวได้มีการเฝ้าระวังว่า จะมีการก่อเหตุอีกหรือไม่ นายฐนัตถ์ กล่าวว่า เราไม่เคยนับเรื่องวันสำคัญ เพราะนับวันสำคัญคงมีทั้งปี แต่เรามองว่า ถ้าเราหย่อนเมื่อไหร่เขาก็จะมีโอกาสเมื่ อนั้น เขาอาจจะจับตาดูอยู่ว่า เราจะหย่อนยานหรือไม่

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับเรื่องนี้หรือไม่ นายฐนัตถ์ กล่าวว่า นายกฯได้ส่งสัญญาณเสมอว่า การพูดคุยเป็นหนทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น แต่การพูดคุยคือ การแก้ไขปัญหาระยะยาว ไม่ใช่ระยะสั้น ไม่ใช่ว่า พอเกิดเหตุแล้วจะไปเจรจาทันที ซึ่งการเจรจาต้องมีระยะของมัน

เมื่อถามว่า การมารับตำแหน่งหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขฯคนใหม่ รู้สึกหนักใจหรือไม่ นายฐนัตถ์ กล่าวว่า ไม่หนักใจ เชื่อมั่นว่า เราไปต่อกันได้ แม้ว่า อาจจะตึงๆ กันหน่อย แต่คงจะมีการผ่อนปรนกันว่า จะมีการลดระดับมาพูดคุยกันอย่างไร ซึ่งฝ่ายที่ปฏิบัติการก็ประสานงานกันอยู่ เขายังต่อสายกันอยู่ได้

นายกฯ นำพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 ก.ค.69

นายกฯ นำพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 ก.ค.69

นายกฯ นำพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 ก.ค.69

วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 08.42 น.

“นายกฯ” เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569

28 กรกฎาคม 2569 เวลา 07.00 น. ณ บริเวณท้องสนามหลวง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569

โดยมีคณะองคมนตรีและภริยา ประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกา ประธานวุฒิสภา ประธานองค์กรตามรัฐธรรมนูญ คณะรัฐมนตรีพร้อมคู่สมรส เลขาธิการนายกรัฐมนตรี หน่วยราชการในพระองค์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและภริยา หัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า และผู้แทนภาคเอกชนร่วมพิธีทำบุญตักบาตรในครั้งนี้ด้วย 

เมื่อนายกรัฐมนตรี เดินทางถึงบริเวณท้องสนามหลวง สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ จำนวน 10 รูป ขึ้นนั่งอาสน์สงฆ์ นายกรัฐมนตรี จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ถวายธูปเทียนแพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ จำนวน 10 รูป ให้ศีล พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์

จากนั้น นายกรัฐมนตรี คณะองคมนตรี ประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกา ประธานวุฒิสภา ประธานองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ถวายผ้าไตรและเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ จำนวน 10 รูป นายกรัฐมนตรี กรวดน้ำรับพร กราบลาพระรัตนตรัย และถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นายกรัฐมนตรี นำผู้ร่วมพิธีตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 175 รูป เป็นอันเสร็จพิธี

– 006