8 อาหารช่วยลดอาการอ่อนเพลียของคนวัยทำงาน

8 อาหารช่วยลดอาการอ่อนเพลียของคนวัยทำงาน

8 อาหารช่วยลดอาการอ่อนเพลียของคนวัยทำงาน

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ด้วยไลฟ์สไตล์ที่ทั้งเคร่งเครียด เร่งรีบ และแบกความรับผิดชอบไว้มากมาย ทำให้เมื่อถึงเวลาพักผ่อนก็จัดเต็มกันแบบสุดเหวี่ยง หรือที่เรียกว่า Work Hard, Play Harder จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีอาการ “อ่อนเพลีย” ตามมาให้เห็น เรียกได้ว่านี่คือหนึ่งในปัญหาที่ทั้งวัยทำงาน วัยกลางคน ไปจนถึงวัยสูงอายุต้องประสบพบเจอ ซึ่งนอกจากการพักผ่อนให้เพียงพอแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยได้คือ การรับประทานอาหารลดอ่อนเพลีย

สำหรับใครที่ยังไม่ทราบว่าร่างกายอ่อนเพลียกินอะไรดี  พญ. กฤดากร เกษรคำ จาก Addlife Anti-Aging Center ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี)  มาแนะนำ 8 อาหารลดอาการอ่อนเพลีย ให้คุณเลือกกินเพื่อเติมความไบรต์ได้ทั้งวัน

กล้วย กล้วยเป็นแหล่งพลังงานชั้นเลิศ และร่างกายซึมซับได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีปริมาณคาร์โบไฮเดรตสูง นอกจากนี้ ยังอุดมไปด้วยวิตามินบี 6 ซึ่งช่วยเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงาน อีกทั้ง กล้วยยังมีโพแทสเซียม ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการทำงานของกล้ามเนื้อและความสมดุลของอิเล็กโทรไลต์ การกินกล้วยในช่วงกลางวัน คือหนึ่งในอาวุธลับสำหรับสู้กับความอ่อนเพลียได้เป็นอย่างดี

ควินัว ร่างกายอ่อนเพลียกินอะไรดี? ควินัว คือตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะธัญพืชชนิดนี้อุดมด้วยสารอาหารซึ่งมีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ไฟเบอร์ และโปรตีนสูง นอกจากนี้ ยังมีธาตุเหล็ก แมกนีเซียม และวิตามินบี ซึ่งทั้งหมดจำเป็นต่อการผลิตพลังงาน คาร์โบไฮเดรตในควินัวให้พลังงานที่สม่ำเสมอ ป้องกันไม่ให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงเกินไป ดังนั้น การรับประทานควินัวในมื้ออาหารสามารถช่วยปลดปล่อยพลังงานได้อย่างต่อเนื่อง และทำให้คุณรู้สึกอิ่มนานขึ้น ลดความอ่อนเพลียได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผักโขม เป็นผักใบเขียวที่อุดมด้วยธาตุเหล็ก แมกนีเซียม วิตามินเอ และวิตามินซี โดยธาตุเหล็กมีความสำคัญต่อการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดง ซึ่งทำหน้าที่ขนส่งออกซิเจนไปยังเนื้อเยื่อและอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย ส่วนแมกนีเซียมมีบทบาทในการเผาผลาญพลังงานและการทำงานของกล้ามเนื้อ ดังนั้น นี่จึงเป็นอาหารลดอ่อนเพลียสีเขียวที่ไม่ควรพลาด

ปลาแซลมอน เป็นแหล่งขุมทรัพย์ของกรดไขมันโอเมกา 3 ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย รวมถึงลดการอักเสบและปรับปรุงการทำงานของสมอง โปรตีนในปลาแซลมอนยังช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่และเป็นแหล่งพลังงานชั้นเลิศ การรวมกันของโอเมกา 3 โปรตีน และวิตามินบีในปลาแซลมอนทำให้กลายเป็นอีกหนึ่งอาหารลดอ่อนเพลียที่มีรสชาติอร่อยเลิศ

อัลมอนด์ เป็นอาหารลดอ่อนเพลียที่อุดมด้วยสารอาหารมากมาย ทั้งไขมันดี โปรตีน ไฟเบอร์ นอกจากนี้ ยังมีแมกนีเซียม เหล็ก และวิตามินอี โดยไขมันดีในอัลมอนด์มีส่วนช่วยในการควบคุมการใช้พลังงานของร่างกาย ในขณะที่แมกนีเซียมและธาตุเหล็กมีบทบาทสำคัญในการผลิตพลังงาน และส่งเสริมการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดแดง ดังนั้น การรับประทานอัลมอนด์สักกำมือสามารถช่วยลดความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี

กรีกโยเกิร์ต กรีกโยเกิร์ต เป็นอาหารที่อุดมด้วยโปรตีน ซึ่งมีโปรไบโอติก แคลเซียม และวิตามินบี โดยโปรตีนมีความสำคัญต่อการซ่อมแซมและฟื้นฟูกล้ามเนื้อ ในขณะที่แคลเซียมจะช่วยควบคุมการหดตัวของกล้ามเนื้อ ส่วนโปรไบโอติกในโยเกิร์ตกรีกช่วยให้ลำไส้แข็งแรง ซึ่งเชื่อมโยงกับระดับพลังงานที่เพิ่มขึ้น

ดาร์กช็อกโกแลต ดาร์กช็อกโกแลตไม่ได้มีดีเพียงแค่รสชาติ แต่ยังเป็นแหล่งของสารประกอบธรรมชาติที่สามารถเพิ่มระดับพลังงานได้ ประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและฟลาโวนอยด์ที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด การส่งออกซิเจนไปยังสมอง และเสริมสร้างการตื่นตัว นอกจากนั้น ดาร์กช็อกโกแลตยังมีคาเฟอีนซึ่งออกฤทธิ์เพิ่มความกระปรี้กระเปร่าของร่างกายได้เป็นอย่างดี

ชาเขียว เนื่องจากชาเขียวเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและคาเฟอีน ที่ช่วยเพิ่มพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งการรวมกันของคาเฟอีนกับแอล-ธีอะนีน ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่พบในชาเขียว ยังช่วยให้รู้สึกตื่นตัวและมีสมาธิมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม การรับประทานอาหารในปัจจุบันอาจไม่เพียงพอ หรือต้องรับประทานในปริมาณมาก ทำให้ได้รับแคลอรี่เกินจำเป็น  ท่านใดที่อยากบรรเทาความอ่อนเพลียแบบเห็นผลชัด สามารถเข้ามาปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวขาญเพื่อตรวจหาสาเหตุและรักษาอาการอ่อนเพลียได้อย่างตรงจุด

คุณแหน: 14 กรกฎาคม 2569

คุณแหน: 14 กรกฎาคม 2569

คุณแหน: 14 กรกฎาคม 2569

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 00.00 น.

ll สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ ท่านผู้หญิงธิดา เศวตศิลา ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส วันอาทิตย์ที่ 19 ก.ค. 17.30 น ..

ll วันอาทิตย์ที่ผ่านมา World Cup นัดสำคัญที่ชาวโลกเฝ้ารอระหว่างเจ้ายุทธจักร Brazil vs Norway ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะบุ๊คกี้หรือผู้เชี่ยวชาญต่างลงความเห็นว่า บราซิลกินคู่แข่งดิบๆ แน่ แต่ผลปรากฏว่า “รถผ้าป่าคว่ำกลางทาง” ฝันสลายกลายเป็นบราซิลพ่ายแพ้ 2-1 ถ้าคู่แข่งเป็นทีมประเทศอื่นรับรองว่าถูก “ทัวร์ลง” พร้อมด่าทอแน่ๆ แต่บังเอิญ นอร์เวย์ เป็นประเทศศิวิไลซ์และมีผู้คนทั่วโลกรักพวกเขาจึงมีแต่คนดีใจด้วย ขอลำดับภาพความดีใจ เริ่มที่สนามรัฐนิวเจอร์ซีย์ หลังกรรมการเป่าจบการแข่งขัน นักบอลบราซิลหลายคนหมดสภาพทรุดตัวกลางสนามร่ำไห้ ฝ่ายนอร์เวย์กระโดดโลดเต้นแบกซูเปอร์สตาร์ ฮาแลนด์ แห่รอบสนาม แล้วตั้งแถวเป็นขบวนเพื่อทำท่าพายเรือไวกิ้งตามจังหวะ “ฮุย-เล-ฮุย” พร้อมกับแฟนนอร์เวย์บนอัฒจันทร์อีกกว่าหมื่นคน…ส่วนการชิงชัย คู่ 4 ทีมสุดท้าย ในวันพุธที่ 15 ก.ค. 02.00 น. ทีมฝรั่งเศส พบ ทีมสเปน และในวันพฤหัสบดีที่ 16 ก.ค. 02.00 น. ทีมอังกฤษ พบ ทีมอาร์เจนตินา…ใครมีทีมในดวงใจติดตามลุ้นกันได้ที่ไทยพีบีเอส ตามวันและเวลาดังกล่าว..

ll สถาบัน FORBES THAILAND จัดลิสต์ 10 สุดยอดอภิมหาเศรษฐีไทยประจำปี 2026 แล้ว ทั้งสิบสุดยอดก็ล้วนแต่เป็นไทคูน หน้าตาคุ้นๆ ทั้งนั้น ยกเว้นหนึ่งกรณีนิวคัมเมอร์ บารอนเนส จึงขอร่วมแสดงความยินดีกับท่านด้วยคือ ชัชชน รัตนรักษ์ ทายาทกองมรดก ที่มีชื่อเสียงเป็นที่ประจักษ์ทรัพย์สินหลักๆ จะเป็น CONTROL INTERESTS ในกิจการสำคัญ อาทิ ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่, สถานีโทรทัศน์ช่อง 7 สี และโครงการอสังหาริมทรัพย์มากมาย..

ll ขอแสดงความยินดีกับ พ.ต.ท.หญิง เจือทิพย์ ปลาทอง ภริยา พล.ต.ต.ดร.กิตติศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และเป็นคุณแม่ของ 2 ลูกสาวคนเก่ง นกยูง-ปีย์รดา นักศึกษาปริญญาเอกทุนรัฐบาลไทย สาขาวิศวกรรมพลังงาน ที่มหาวิทยาลัยเกียวโต ญี่ปุ่น และ คุณหมอหงส์หยก-พญ.ปารวี ในโอกาสที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นคุณแม่ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2569 ด้านบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม ของสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ในวันแม่ปีนี้..

ll ส่วน พล.ต.ต.วัสสา วัสสานนท์ บุตรชาย คนโตของ พล.ต.ท.วสันต์-รัชนี ได้รับการคัดเลือกจากสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เป็นลูกกตัญญูอย่างสูงต่อแม่ ประเภทข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ขอแสดงความยินดีด้วย..

ll ดีใจด้วยอีกเรื่องกับ อิทธิพงศ์ กฤดากร ณ อยุธยา ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น “ศิษย์เก่าเกียรติยศ ประจำปี 2569” ประเภทผู้ทำคุณประโยชน์แก่คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ..

ll งานเลี้ยงฉลอง 113 ปี สายสกุล “โทณะวณิก” จัดที่บ้านดุสิตธานี ศาลาแดง เมื่อวันก่อน โดยมี ชนินทธ์ โทณะวณิก เอื้อเฟื้อทั้งอาหารและสถานที่ ผู้ร่วมสกุลล้วนเป็นคนดังของสังคมมาร่วมงานคับคั่ง อาทิ สุรพลน้อย,ชาลอต,ผุสชา โทณะวณิก ฯลฯ ซึ่งงานนี้มีหลานชาย คัมภีร์ อมาตยกุล มาร้องเพลงโชว์ด้วย..

ll ช่วงนี้ 2 ด๊อกเตอร์ คือ ดร.ผุสดี ตามไท กับ ดร.สายฤดี วรกิจโภคาทร มีทริปที่เมืองจีนครั้งที่เท่าไรเจ้าตัวก็จำไม่ได้ แต่ทราบว่ามาที่เมืองต้าถงได้ชมถ้ำหยุนกัง มณฑลซานชี ชมถ้ำหินพุทธศิลป์ ไปเมืองผิงเหยาเมืองมรดกโลก อันมีชื่อเสียงในการผลิต “จิ๊กโฉ่ว” และที่สุดประทับใจคือถ้ำน้ำแข็งภูเขาหยุนซิว ซึ่งเป็นถ้ำหินงอก หินย้อยที่สวยงามมาก..

บารอนเนส

DMT เผยผลสำเร็จ “ทำนาลดคาร์บอน” ต้นแบบความร่วมมือภาครัฐ เอกชน และชุมชน สู่เกษตรคาร์บอนต่ำ

DMT เผยผลสำเร็จ “ทำนาลดคาร์บอน” ต้นแบบความร่วมมือภาครัฐ เอกชน และชุมชน สู่เกษตรคาร์บอนต่ำ

DMT เผยผลสำเร็จ “ทำนาลดคาร์บอน” ต้นแบบความร่วมมือภาครัฐ เอกชน และชุมชน สู่เกษตรคาร์บอนต่ำ

วันจันทร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.21 น.

ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT เผยผลสำเร็จโครงการ “ทำนาลดคาร์บอน ยกระดับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต” พร้อมผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ทั้งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผลผลิตข้าวคุณภาพ และความร่วมมืออันแข็งแกร่งระหว่างภาคเอกชน ภาครัฐ และชุมชนเกษตรกร ที่ร่วมกันสร้างต้นแบบเกษตรคาร์บอนต่ำในพื้นที่ตำบลวัดยม อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ก่อนจะหว่านเมล็ดพันธุ์ลงแปลงนา ทีมงาน DMT เริ่มจากการหารือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่ดูแลพื้นที่ ทั้งตัวแทนสำนักงานเกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานเกษตรอำเภอบางปะอิน และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับบริษัท เนทซีโรคาร์บอน จำกัด และเกษตรกรต้นแบบ เพื่อร่วมกันวางแผน รับฟังความคิดเห็น และกำหนดแนวทางดำเนินโครงการให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่จริง เพื่อให้โครงการเกิดประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ก่อนเริ่มฤดูกาลเพาะปลูกอย่างเป็นทางการ

เมื่อทุกอย่างพร้อม “บิ๊กบอส” ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย กรรมการผู้จัดการ DMT ก็ชวนผู้บริหาร และพนักงานจิตอาสา DMT ลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเกษตรกร ช่วยกันหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมปทุมธานี 1 ท่ามกลางบรรยากาศ ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความหวัง เพราะนี่ไม่ใช่แค่การปลูกข้าว แต่คือการเริ่มต้นของการสร้างต้นแบบการเกษตรคาร์บอนต่ำที่ทุกคนมีส่วนร่วม

ระหว่างการเพาะปลูก DMT ไม่ได้ปล่อยให้เกษตรกรเดินหน้ากันเพียงลำพัง ทีมงานยังแวะเวียนลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งติดตามการเจริญเติบโตของต้นข้าว ตรวจสอบการบริหารจัดการน้ำตามแนวทาง Alternate Wetting and Drying (AWD) หรือการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง พร้อมบันทึกข้อมูลผ่านเทคโนโลยีติดตามภาคสนาม เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามหลักเกณฑ์การประเมินคาร์บอนเครดิต ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของโครงการ

ผ่านไปกว่า 4 เดือน ก็ถึงวันที่ทุกคนรอคอย เมื่อผู้บริหาร พนักงานจิตอาสา หน่วยงานภาครัฐ และเกษตรกร กลับมารวมตัวกันอีกครั้งในแปลงนา เพื่อร่วมลงแขกเก็บเกี่ยวผลผลิต ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักไม่แพ้วันหว่านเมล็ดพันธุ์ เพราะความสำเร็จครั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจกันมาตลอดฤดูกาล

จับเข่าคุยกับ “บิ๊กบอส” DMT หลังเสร็จภารกิจ ได้ความว่า สิ่งที่บริษัทภูมิใจไม่ใช่เพียงการได้ผลผลิตจากแปลงนา แต่คือการได้เห็นความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ภาครัฐ และชุมชน เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมพิสูจน์ว่าการทำเกษตรก็สามารถเป็นอีกกลไกหนึ่งในการร่วมแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้

ผลลัพธ์ที่ได้ก็น่าปลื้มไม่น้อย โดยแปลงนาขนาด 20 ไร่ สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวเปลือกได้ 11.60 ตัน และหลังผ่านกระบวนการแปรรูป ได้ข้าวสารรวมประมาณ 5.9 ตัน ซึ่ง DMT นำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ข้าวสารภายใต้ชื่อ “ข้าว Green Way” พร้อมบรรจุในรูปแบบบรรจุภัณฑ์สูญญากาศ เพื่อช่วยรักษาคุณภาพและยืดอายุการเก็บรักษา ก่อนนำไปต่อยอดใช้ในกิจกรรมเพื่อสังคมของบริษัท และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตของเกษตรกร

แต่เรื่องราวของโครงการไม่ได้จบลงแค่วันเก็บเกี่ยว เพราะหลังรถเกี่ยวข้าวออกจากแปลง ทีมงานยังเดินหน้าต่อด้วยการรวบรวมฟางเข้าสู่กระบวนการหมัก แทนการเผาตอซังและฟางข้าว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญที่ช่วยลดปัญหาฝุ่น PM2.5 ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพิ่มอินทรียวัตถุในดิน และเตรียมความพร้อมสำหรับการเพาะปลูกในฤดูกาลถัดไป

สำหรับผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อม ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของโครงการ โดยการบริหารจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง (AWD) ที่มีการปล่อยน้ำออกจากแปลงนา 2 รอบ สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เฉลี่ย 0.35-0.55 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อไร่ และเมื่อรวมกับการลดการใช้ปุ๋ยเคมี ทำให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เฉลี่ย 0.87 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อไร่ คิดเป็นคาร์บอนเครดิตประมาณ 17.44 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ตามหลักเกณฑ์การคำนวณมาตรฐาน Premium T-VER (T-VER-P-METH-13-08)

ชาว DMT บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า โครงการนี้อาจเป็นเพียงแปลงนาขนาด 20 ไร่ แต่เป็นก้าวเล็ก ๆ ที่สะท้อนให้เห็นว่า เมื่อภาคเอกชน หน่วยงานภาครัฐ และชุมชน จับมือกันอย่างจริงจัง ก็สามารถสร้างต้นแบบการเกษตรคาร์บอนต่ำที่เกิดผลลัพธ์ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้จริง พร้อมร่วมส่งต่อผืนดินที่อุดมสมบูรณ์ อากาศที่สะอาด และคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนรุ่นต่อไป

รพ.พระรามเก้า เปิดบ้านต้อนรับสื่ออาเซียน โชว์ศักยภาพการแพทย์ไทยสู่เวทีภูมิภาค

รพ.พระรามเก้า เปิดบ้านต้อนรับสื่ออาเซียน  โชว์ศักยภาพการแพทย์ไทยสู่เวทีภูมิภาค

รพ.พระรามเก้า เปิดบ้านต้อนรับสื่ออาเซียน โชว์ศักยภาพการแพทย์ไทยสู่เวทีภูมิภาค

วันจันทร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.15 น.

โรงพยาบาลพระรามเก้า เปิดบ้านต้อนรับคณะสื่อมวลชนจากประเทศมาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ โดยเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่โรงพยาบาลพระรามเก้าได้ร่วมออกบูทในงาน International Healthcare Week 2026 ซึ่งจัดขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 8 – 10 กรกฎาคม 2569 เพื่อเยี่ยมชมศักยภาพด้านการแพทย์ของโรงพยาบาล พร้อมสัมผัสมาตรฐานการให้บริการที่ยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง ตลอดจนร่วมเรียนรู้ศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการรักษาพยาบาลชั้นนำของภูมิภาค

กิจกรรมเริ่มต้นด้วยการนำเสนอภาพรวมของโรงพยาบาล โดยมี นพ.วิทยา วันเพ็ญ และ ผศ.นพ.ก่อพงศ์ รุกขพันธ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ โรงพยาบาลพระรามเก้า ทั้ง 2 ท่าน ร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์ จุดแข็งด้านการรักษาพยาบาล และบทบาทของโรงพยาบาลพระรามเก้า ในฐานะหนึ่งในโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศไทยที่ให้บริการผู้ป่วยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ  พร้อมนำเสนอภาพรวมของระบบบริการสุขภาพภาคเอกชนของไทย  ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติและมีบทบาทสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการรักษาพยาบาลคุณภาพระดับโลก (Medical Hub)

ภายหลังการบรรยาย คณะสื่อมวลชนได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผ่านกิจกรรมถาม-ตอบ และเข้าเยี่ยมชมหน่วยงานสำคัญของโรงพยาบาล ได้แก่ สถาบันรักษาความปวดและสร้างเสริมความเข้มแข็ง (Fix & Fit) ศูนย์ตรวจสุขภาพ และหอผู้ป่วยใน เพื่อสัมผัสการให้บริการจริง เรียนรู้แนวทางการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ตลอดจนการทำงานร่วมกันของทีมสหสาขาวิชาชีพ เพื่อยกระดับคุณภาพการรักษาและประสบการณ์ของผู้รับบริการในทุกมิติ

การต้อนรับคณะสื่อมวลชนจากภูมิภาคในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ โรงพยาบาลพระรามเก้าในการขยายความร่วมมือกับนานาประเทศ และสร้างการรับรู้ถึงศักยภาพของระบบสาธารณสุขไทยผ่านเครือข่ายสื่อมวลชนระดับภูมิภาค พร้อมเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้สัมผัสประสบการณ์จริง และรับรู้ถึงศักยภาพด้านการแพทย์เฉพาะทางของโรงพยาบาล ซึ่งพร้อมให้บริการด้วยมาตรฐานระดับสากล

ท่ามกลางความต้องการด้านบริการสุขภาพที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคเอเชีย โรงพยาบาลพระรามเก้ายังคงเดินหน้ายกระดับการดูแลรักษาอย่างครบวงจร ด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย และนวัตกรรมการรักษาที่ครอบคลุม เพื่อมอบประสบการณ์การดูแลสุขภาพที่มีคุณภาพสูง ภายใต้คำมั่นสัญญา “Healthcare You Can Trust” หรือ “เรื่องสุขภาพไว้ใจเรา” พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ป่วยทั้งชาวไทยและนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

สามารถติดตามข่าวสารและข้อมูลบริการทางการแพทย์เพิ่มเติมได้ที่ www.praram9.com

สวยแพ็กคู่ ลิซ่า-ต้าเหนิง แท็กทีมอวดลุคบิกินี ปล่อยช็อตเด็ดวันพักผ่อน

สวยแพ็กคู่ ลิซ่า-ต้าเหนิง แท็กทีมอวดลุคบิกินี ปล่อยช็อตเด็ดวันพักผ่อน

สวยแพ็กคู่ ลิซ่า-ต้าเหนิง แท็กทีมอวดลุคบิกินี ปล่อยช็อตเด็ดวันพักผ่อน

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.06 น.

สร้างความฮือฮาให้แฟนๆ อีกครั้ง สำหรับสองสาวเพื่อนซี้ “ลิซ่า ลลิษา มโนบาล” และ “ต้าเหนิง กัญญาวีร์” ที่มักมีโมเมนต์น่ารักๆ ร่วมกันให้แฟนคลับได้ติดตามอยู่เสมอ

ล่าสุดทั้งคู่ใช้เวลาวันพักผ่อนด้วยการชวนกันออกมาถ่ายภาพ โดยเลือกแมตช์เสื้อถักไหมพรมสวมทับบิกินี เผยลุคสดใสรับบรรยากาศชิลๆ โดย ลิซ่า มาในเสื้อถักสีแดง จับคู่กับกางเกงยีนส์สามส่วนสีเข้ม ขณะที่ ต้าเหนิง เลือกเสื้อถักสีน้ำเงินเข้ม แมตช์กับกางเกงบอลลูนสีขาว ให้ลุคเรียบง่ายแต่มีเอกลักษณ์ สมกับเป็นแฟชั่นนิสต้าที่หลายคนจับตามอง

ภาพเซตดังกล่าวได้รับความสนใจจากแฟนคลับเป็นจำนวนมาก ต่างพากันเข้ามากดไลก์และแสดงความคิดเห็นชื่นชมความสวย ความเท่ และเคมีความเป็นเพื่อนของทั้งคู่ ที่ไม่ว่าจะปรากฏตัวด้วยกันเมื่อไรก็มักสร้างโมเมนต์น่าประทับใจและเรียกรอยยิ้มจากแฟนๆ ได้เสมอ

ออกแบบ โชว์พูดจีนปร๋อบนเวที Taipei Film Awards 2026 ประทับใจได้รับเกียรติร่วมประกาศรางวัล

ออกแบบ โชว์พูดจีนปร๋อบนเวที Taipei Film Awards 2026 ประทับใจได้รับเกียรติร่วมประกาศรางวัล

ออกแบบ โชว์พูดจีนปร๋อบนเวที Taipei Film Awards 2026 ประทับใจได้รับเกียรติร่วมประกาศรางวัล

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.39 น.

อีกหนึ่งโมเมนต์ที่น่าจับตาของนักแสดงไทยบนเวทีภาพยนตร์ระดับนานาชาติ เมื่อ “ออกแบบ–ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง“ ได้รับเกียรติจาก Taipei Film Festival ให้ร่วมเป็น ผู้ประกาศรางวัล บนเวที Taipei Film Awards 2026 ในรางวัล Best Editing และ Best Documentary เคียงข้างนักแสดงดาวรุ่งชาวไต้หวัน Moon Lee ท่ามกลางผู้กำกับ นักแสดง และบุคลากรแถวหน้าของวงการภาพยนตร์ที่มาร่วมเฉลิมฉลองค่ำคืนสำคัญของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไต้หวันคับคั่งพิธีประกาศรางวัล Taipei Film Awards 2026 จัดขึ้น ณ Taipei Zhongshan Hall พร้อมถ่ายทอดสดผ่าน CTS Main Channel 12 รวมถึงแพลตฟอร์ม Chunghwa Telecom MOD, Hami Video, friDay Video, ELTA OTT, LiTV และ ofii ตลอดจน Taipei Film Festival Official YouTube Channel และ LINE TODAY Movies เปิดโอกาสให้ผู้ชมทั้งในไต้หวันและต่างประเทศร่วมติดตามค่ำคืนแห่งภาพยนตร์ครั้งสำคัญไปพร้อมกันการได้รับเกียรติในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากออกแบบเปิดตัวในฐานะนักแสดงนำของซีรีส์ไต้หวันฟอร์มใหญ่ “Love Kills Us” (ชื่อเดิม Prophecy to Love You) โปรเจกต์ร่วมทุนระหว่าง TVBS ประเทศไต้หวัน และ Mediacorp ประเทศสิงคโปร์ ประกบสองนักแสดงชื่อดัง เฉินฮ่าวเซิน และ เฉาโย่วหนิง ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ออกแบบมีโอกาสร่วมงานกับทีมงานและบุคลากรในวงการบันเทิงไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ทั้งในฐานะนักแสดงนำของโปรเจกต์ระดับนานาชาติ และล่าสุดกับการได้รับเกียรติให้ร่วมเป็นผู้เชิญรางวัลบนเวที Taipei Film Awards 2026 ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งบทบาทสำคัญบนเส้นทางการทำงานของเธอในไต้หวัน

ออกแบบ ชุติมณฑน์ กล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติและดีใจมากค่ะที่ได้รับเลือกให้ขึ้นเป็นผู้เชิญรางวัลบนเวที Taipei Film Awards 2026 ในปีนี้ สำหรับออกแบบ ปีนี้เป็นปีที่พิเศษมาก เพราะมีโอกาสได้ใช้ชีวิตและถ่ายทำซีรีส์ที่ไต้หวันอยู่หลายเดือน การได้มาทำงานที่นี่ทำให้ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ เยอะมาก ทั้งวิธีการทำงาน วัฒนธรรม และการใช้ชีวิต อีกเรื่องที่ตั้งใจมากคือการเรียนภาษาจีน เพราะอยากสื่อสารกับทุกคนได้ดีขึ้น พอได้ใช้จริงทั้งในกองถ่ายและในชีวิตประจำวัน ก็ทำให้มั่นใจขึ้น เวลาต้องแสดงหรือพูดบทภาษาจีนก็ลดความกังวลลงไปเยอะเลยค่ะ ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ทำให้ออกแบบได้เติบโตขึ้น ทั้งในฐานะนักแสดงและในฐานะคนคนหนึ่ง การได้กลับมาร่วมงาน Taipei Film Awards ในครั้งนี้ และมีโอกาสขึ้นเวทีร่วมกับนักแสดง ผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ รวมถึงคนทำงานภาพยนตร์ที่ออกแบบชื่นชม ถือเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่มีความหมายมากค่ะ หวังว่าจะมีโอกาสได้กลับมาร่วมงานและสร้างผลงานที่ไต้หวันอีกในอนาคต”หลังร่วมเป็นส่วนหนึ่งของค่ำคืนแห่งภาพยนตร์ครั้งสำคัญของไต้หวัน แฟนๆ เตรียมติดตามอีกหนึ่งผลงานสำคัญของ ออกแบบ ชุติมณฑน์ ในซีรีส์ไต้หวัน “Love Kills Us” (ชื่อเดิม Prophecy to Love You) ซึ่งนับเป็นผลงานการแสดงเต็มรูปแบบเรื่องแรกของเธอในไต้หวัน และเตรียมออกอากาศเร็วๆ นี้ เครดิตคลิปประกาศรางวัล : Youtube ช่อง 台北電影節 Taipei Film Festival

โมเมนต์หวานปนฮา เป๊ก แลกแหวนแก้เคล็ด หลัง ธัญญ่า ถูกทักปีหน้าเจอชายใหม่ดีกว่า

โมเมนต์หวานปนฮา เป๊ก แลกแหวนแก้เคล็ด หลัง ธัญญ่า ถูกทักปีหน้าเจอชายใหม่ดีกว่า

โมเมนต์หวานปนฮา เป๊ก แลกแหวนแก้เคล็ด หลัง ธัญญ่า ถูกทักปีหน้าเจอชายใหม่ดีกว่า

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.27 น.

หลังจากก่อนหน้านี้ “เป๊ก สัณณ์ชัย เองตระกูล” และ “ธัญญ่า ธัญญาเรศ” ต้องเผชิญกระแสดราม่าเกี่ยวกับความสัมพันธ์ จนกลายเป็นข่าวที่ถูกจับตามองอย่างหนัก ล่าสุดบรรยากาศของทั้งคู่กลับมาสดใสอีกครั้ง หลังควงกันไลฟ์สดขายสินค้า พร้อมเผยโมเมนต์หวานปนฮาที่ทำเอาแฟนๆ ยิ้มตาม

ในการไลฟ์สดครั้งนี้ มีเพื่อนในวงการบันเทิงอย่าง อ้น ศรีพรรณ และ แอนดรูว์ กรเศก มาร่วมสร้างสีสันด้วย โดยช่วงหนึ่ง ธัญญ่าได้เล่าถึงคำทำนายของอาจารย์ที่เป๊กและคุณพ่อของเป๊กไปพบเป็นประจำ ซึ่งทำนายว่า ปีหน้าดวงของเธอจะได้พบผู้ชายที่ดีมาก และจะต้องจากชีวิตคู่เดิมไป

ทันทีที่ได้ยินคำทำนาย เป๊กรีบตอบกลับแบบติดตลกว่า “ไม่…มึงก็ได้ไปนอนในโลง ส่วนกูก็ไปนอนในคุก เอาจริงๆ นะ กูไม่อยากติดคุกตอนแก่”

จากนั้น ธัญญ่าอธิบายเพิ่มเติมว่า อาจารย์แนะนำให้ทั้งคู่ทำพิธี แลกแหวน เพื่อเป็นการแก้เคล็ดและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ตามคำทำนาย ซึ่งเป๊กก็รีบตอบว่า “ไปเอาแหวนมา”

ก่อนเริ่มสวมแหวน ธัญญ่าย้ำกับผู้ชมว่า การแลกแหวนครั้งนี้เป็นเพียงพิธีแก้เคล็ดตามความเชื่อเรื่องดวงชะตาเท่านั้น ไม่ใช่การแต่งงานใหม่แต่อย่างใด

ด้าน อ้น ศรีพรรณ ยังทำหน้าที่เหมือนพิธีกร แนะนำให้เป๊กสวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายของธัญญ่า ก่อนที่เป๊กจะพูดติดตลกว่า “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน”

จากนั้นธัญญ่าก็สวมแหวนคืนให้เป๊กที่นิ้วนางข้างซ้ายเช่นกัน ท่ามกลางเสียงหัวเราะและรอยยิ้มของทุกคนในไลฟ์

ใหม่ ดาวิกา สลัดลุคอินเตอร์ สวมชุดไทยประยุกต์สุดวิจิตร สวยสะกดราวกับนางในวรรณคดี

ใหม่ ดาวิกา สลัดลุคอินเตอร์ สวมชุดไทยประยุกต์สุดวิจิตร สวยสะกดราวกับนางในวรรณคดี

ใหม่ ดาวิกา สลัดลุคอินเตอร์ สวมชุดไทยประยุกต์สุดวิจิตร สวยสะกดราวกับนางในวรรณคดี

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.17 น.

ฮือฮาบนโลกโซเชียลทันที เมื่อนางเอกสาวพันล้านระดับโกอินเตอร์อย่าง “ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่” (@davikah) ได้โพสต์ภาพเซตใหม่ลงบนอินสตาแกรมส่วนตัว เผยลุคสุดตระการตาในชุดไทยประยุกต์ที่ผสมผสานความร่วมสมัยและความเป็นไทยได้อย่างลงตัว ทำเอาแฟนคลับและเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงแห่เข้ามากดไลก์และคอมเมนต์ชื่นชมกันอย่างถล่มทลายความปังระดับ 10 เต็ม 10 สวยสะกดทุกสายตาในภาพเซตนี้ “ใหม่ ดาวิกา” มาในลุคที่ดูทรงพลังและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ลึกลับ ชุดไทยดีไซน์เอกลักษณ์ ท่อนบนเป็นสไบประยุกต์สีขาวนวลปักลวดลายสีทองละเอียด เผยช่วงเอวเอสและรูปร่างสุดสลิมที่เป็นเอกลักษณ์ นุ่งคู่กับผ้าซิ่นสีแดงเข้มลายไทยโบราณ คาดเข็มขัดทองและเครื่องประดับไทยโบราณที่ข้อมือและข้อเท้า

ไฮไลต์ที่ทำเอาหลายคนสะดุดตาคือการเกล้าผมทรงสูง ดีไซน์เป็นรูปทรงคล้ายกิ่งไม้หรือลวดลายไทยประยุกต์สีดำขลับ ประดับด้วยดอกไม้สีขาวนวลขนาดใหญ่ ช่วยส่งให้ใบหน้าดูคมเข้มและเฉี่ยวคมยิ่งขึ้นเมคอัพเน้นงานผิวที่เรียบเนียนดุจหินอ่อน กรีดอายไลเนอร์เฉี่ยวคมแบบ Cat Eye โทนสีนู้ดทอง สวยสะกดตาจนไม่อาจละสายตาได้หลังจากภาพชุดนี้ถูกเผยแพร่ออกไปเพียงไม่กี่นาที มียอดกดไลก์พุ่งสูงทะลุหมื่นอย่างรวดเร็ว พร้อมคอมเมนต์จากแฟนๆ ที่ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “สวยสร้างเรื่องอีกแล้ว”, “ลุคนี้คือที่สุด เหมือนหลุดมาจากวรรณคดี” ขณะที่ทีมงานผู้อยู่เบื้องหลังต่างก็เข้ามาสปอยล์ความตั้งใจในการทำงานครั้งนี้ว่าเป็นการเก็บรายละเอียดจนถึง “เข็มสุดท้าย” เพื่อให้ผลงานออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดเรียกได้ว่าไม่ว่าจะหยิบจับลุคไหน หรือสวมใส่ชุดสไตล์ใด “ใหม่ ดาวิกา” ก็เอาอยู่และสร้างมาตรฐานความปังใหม่ๆ ให้แฟนคลับได้ตื่นตาตื่นใจอยู่เสมอ สำหรับลุคไทยประยุกต์เซตนี้บอกได้คำเดียวเลยว่า “งดงามอย่างไร้ที่ติ” จริงๆ

หล่อฉ่ำระดับโลก TPN Global นำทีม 6 หนุ่ม Mister Global Thailand 2026 ขอบคุณสื่อ

หล่อฉ่ำระดับโลก TPN Global นำทีม 6 หนุ่ม Mister Global Thailand 2026 ขอบคุณสื่อ

หล่อฉ่ำระดับโลก TPN Global นำทีม 6 หนุ่ม Mister Global Thailand 2026 ขอบคุณสื่อ

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.57 น.

เดินสายขอบคุณสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง สำหรับเวทีประกวดหนุ่มหล่ออันดับหนึ่งของประเทศ โดยล่าสุด บริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด (TPN Global) ได้นำคณะหนุ่มหล่อจากเวที Mister Global Thailand 2026 เดินทางเข้าพบ ‘ทีมข่าวบันเทิงแนวหน้าออนไลน์’ เพื่อขอบคุณที่ให้การสนับสนุนนำเสนอข่าวสารด้วยดีมาโดยตลอดซึ่งการเดินทางมาเยือนในครั้งนี้ นำทีมโดย  ราชัน รุ่งไพรพนา หนุ่มหล่อผู้คว้าตำแหน่ง Mister Global Thailand 2026 Presented by True Online Home Next ไปครองได้อย่างสมศักดิ์ศรี พร้อมด้วยคณะรองชนะเลิศ ได้แก่ จีโน่ – ปภังกร ติวารี (รองอันดับ 1) , เก่ง – กิตติพิชญ์ ชนะชัยเสถียร (รองอันดับ 2), นนท์ – นนทวัฒน์ สมเนตร (รองอันดับ 3), วอร์ม – พุฒิพัฒน์ กุลปรีชาเศรษฐ์ (รองอันดับ 4) และ ฟอร์ม จีรพัฒน์ อุณหะ  Mister Chinatown Global Thailand 

ในการนี้ ผาณิต พูนศิริวงศ์ ผู้บริหารหนังสือพิมพ์แนวหน้า ได้ให้เกียรติเปิดบ้านต้อนรับหนุ่ม ๆ อย่างอบอุ่น พร้อมทั้งพูดคุยและให้กำลังใจแก่ทีม Mister Global Thailand ในการปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ สำหรับภารกิจสุดท้าทายต่อจากนี้ของ “ ราชัน” คือการสวมสายสะพายประเทศไทย ในฐานะตัวแทนหนุ่มไทยเพียงหนึ่งเดียว เพื่อก้าวสู่เวทีการประกวดระดับนานาชาติ แฟน ๆ ชาวไทยร่วมส่งกำลังใจและแรงเชียร์ให้หนุ่มราชาและทีม Mister Global Thailand 2026 สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจกลับมาให้ประเทศไทยส่งท้ายปีนี้!

ผาณิต พูนศิริวงศ์ ผู้บริหารหนังสือพิมพ์แนวหน้า ให้เกียรติเปิดบ้านต้อนรับหนุ่ม ๆ

ผาณิต พูนศิริวงศ์ ผู้บริหารหนังสือพิมพ์แนวหน้า ให้เกียรติเปิดบ้านต้อนรับหนุ่ม ๆ

ไทยพีบีเอสจับมือทีมไทบ้าน เปิด Documentary Masterclass ปั้นนักสร้างสารคดีไทยสู่เวทีสากล

ไทยพีบีเอสจับมือทีมไทบ้าน เปิด Documentary Masterclass ปั้นนักสร้างสารคดีไทยสู่เวทีสากล

ไทยพีบีเอสจับมือทีมไทบ้าน เปิด Documentary Masterclass ปั้นนักสร้างสารคดีไทยสู่เวทีสากล

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 12.06 น.

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาสื่อสาธารณะ ร่วมกับทีมไทบ้าน เปิดตัวหลักสูตร “Documentary Masterclass” หลักสูตรการผลิตภาพยนตร์สารคดีเพื่อยกระดับสู่สากล ภายใต้ธีม “More แดนอีสาน” มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตภาพยนตร์สารคดีไทยให้สามารถต่อยอดจากแนวคิดสร้างสรรค์สู่ผลงานคุณภาพที่พร้อมแข่งขันในระดับนานาชาติ พร้อมเปิดพื้นที่ให้เรื่องราวจากภาคอีสานได้รับการถ่ายทอดในมิติใหม่สู่สายตาผู้ชมทั่วโลก

นางสาวเสาวณีย์ ฉัตรแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาสื่อสาธารณะ ไทยพีบีเอส กล่าวว่า หลักสูตรดังกล่าวนับเป็นความร่วมมือครั้งแรกระหว่างไทยพีบีเอสกับทีมไทบ้าน ภายใต้การสนับสนุนของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ก่อนเปิดหลักสูตร ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมประชุมและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันออกแบบเนื้อหาและกระบวนการเรียนรู้ให้ตอบโจทย์การผลิตสารคดีในบริบทปัจจุบัน โดยมุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการผลิตภาพยนตร์และการเล่าเรื่องจากทีมผู้สร้างที่ประสบความสำเร็จและมีผลงานเผยแพร่บนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งระดับนานาชาติ เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตสารคดีรุ่นใหม่ ภายใต้แนวคิด More แดนอีสาน หลักสูตรมุ่งชวนผู้เข้าร่วมค้นพบว่า อีสานมีมากกว่าที่เคยรู้และเคยเห็น ผ่านการเรียนรู้กระบวนการสร้างสารคดีอย่างมืออาชีพ ตั้งแต่การพัฒนาแนวคิด การกำหนดประเด็น การค้นคว้าข้อมูล การวางแผนการผลิต การจัดหาแหล่งทุน ไปจนถึงเทคนิคการนำเสนอผลงาน (Pitching) เพื่อสร้างสรรค์สารคดีที่สะท้อนคุณค่าทางวัฒนธรรมอีสานในมุมมองร่วมสมัย และสามารถก้าวสู่เวทีระดับสากลได้

ตลอดหลักสูตร ผู้เข้าอบรมจะได้รับคำแนะนำอย่างใกล้ชิดจากผู้เชี่ยวชาญด้านสารคดีและภาพยนตร์ทั้งจากไทยพีบีเอส ทีมไทบ้าน และผู้ทรงคุณวุฒิในวงการ อาทิ นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการ ส.ส.ท., นายสมชัย พุทธจันทรา รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ด้านเนื้อหา, นายคริษ อรรคราช ผู้อำนวยการสำนักสร้างสรรค์เนื้อหา ไทยพีบีเอส, นายภาณุ อารีย์ ผู้อำนวยการฝ่ายคอนเทนต์ M Studio, นายสักก์สีห์ พลสันติกุลผู้อำนวยการสำนักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน), นายสิทธานต์ ฉลองธรรม นักผลิตรายการสารคดี รวมถึงทีมไทบ้าน ได้แก่ นายศุภณัฐ นามวงศ์ โปรดิวเซอร์และผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ สัปเหร่อ และจักรวาลไทบ้าน, นายสุรศักดิ์ ป้องศร โปรดิวเซอร์และผู้กำกับภาพยนตร์ ไทบ้าน เดอะ ซีรีส์, นายบุญโชค ศรีคำ ผู้กำกับ Music Video และนักแสดง เซียนหรั่ง เดอะมูฟวี่, นายอัจฉริยะ ศรีทา อาจารย์ประจำสาขาวิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ และนักแสดงภาพยนตร์ สัปเหร่อ และนายฤทธิชัย ชีโพธิ์ ผู้บันทึกเสียง (Sound on Set) เจ้าของผลงาน อาทิ สัปเหร่อ และ Analog Squad

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมอบรมยังมีโอกาสพัฒนาผลงานสารคดีของตนเองสู่การผลิตจริง โดยผลงานที่โดดเด่นจะได้รับการคัดเลือกให้นำไปผลิตและออกอากาศผ่านไทยพีบีเอส พร้อมได้รับค่าตอบแทน จำนวน 10,000 บาทต่อเรื่อง รวมถึงมีโอกาสร่วมทีมผลิตภาพยนตร์สารคดีอีสานกับไทยพีบีเอสในอนาคต

หลักสูตรเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 30 คน โดย ไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดโครงการ ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดหลักสูตรได้ที่เว็บไซต์ https://www.thaipbs.or.th/org/activities/58025/ และเฟซบุ๊ก Thai PBS Academy