ธัญญ่า ธัญญาเรศ เคลียร์ชัด ปมดราม่าร่วมพิธีสวดดับดาวกาลี ยันจองคิวนานหลายเดือน

ธัญญ่า ธัญญาเรศ เคลียร์ชัด ปมดราม่าร่วมพิธีสวดดับดาวกาลี ยันจองคิวนานหลายเดือน

ธัญญ่า ธัญญาเรศ เคลียร์ชัด ปมดราม่าร่วมพิธีสวดดับดาวกาลี ยันจองคิวนานหลายเดือน

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.10 น.

เป็นประเด็นที่แฟนคลับและชาวเน็ตต่างจับตามองกันอย่างหนัก หลังจากที่นักแสดงและพิธีกรชื่อดัง “ธัญญ่า-ธัญญาเรศ เองตระกูล” ได้เผยคลิปขณะเข้าร่วม “พิธีสวดดับดาวนพเคราะห์ดับกาลี” เพื่อความเป็นสิริมงคล แต่กลับเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และเข้าใจผิดในโลกออนไลน์ จนทำให้เจ้าตัวต้องรีบออกมาเปิดใจชี้แจงถึงเรื่องราวทั้งหมด

ธัญญ่า ได้อธิบายถึงรายละเอียดของพิธีดังกล่าวเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องว่า เป็นพิธีโบราณอันศักดิ์สิทธิ์: พิธีนี้คือ “การสวดดับดาวกาลี และเสริมดาวศรี” ซึ่งเป็นพิธีโบราณที่มีสืบทอดมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4พิธีนี้จัดขึ้นอย่างถูกต้องต่อเนื่องเป็นเวลา 9 วัน ภายในพระอุโบสถของวัดสำหรับกระแสข่าวลือในโลกออนไลน์ที่ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการแอบไปประกอบพิธีในช่วงกลางคืนหรือไม่นั้น‘ธัญญ่า’ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า“ได้ลงคิวจองเพื่อเข้าร่วมพิธีนี้ล่วงหน้ามานานหลายเดือนแล้ว ไม่ใช่การแอบไปประกอบพิธีเงียบ ๆ ในช่วงกลางคืนตามที่มีความเข้าใจผิดกันในโซเชียลมีเดียอย่างแน่นอน”

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่หลายคนสนใจคือการร่วมเดินทางไปทำบุญของสามีอย่าง “เป๊ก-สัณชัย เองตระกูล” ซึ่งธัญญ่าเผยว่าตนเองเป็นคนเอ่ยปากชวนสามีให้มาร่วมพิธีนี้ด้วยกัน เนื่องจากในงานมีผู้เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก ทำให้คุณเป๊กค่อนข้างมีอาการเขิน และเลือกที่จะเก็บตัว-สำรวมเงียบ ๆ ตลอดทั้งงาน ในช่วงท้ายของการชี้แจง ‘ธัญญ่า’ได้ส่งต่อความปรารถนาดีไปยังแฟน ๆ และผู้ที่ติดตามทุกคน โดยขอให้ทุกคนประสบแต่ความสุข มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และพบเจอแต่สิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิต พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณทุก ๆ กำลังใจที่คอยส่งมอบและซัพพอร์ตเธอด้วยดีเสมอมา

ฮันนี่ ณภัค เปิดโครงการ ณภัค NAPUK Project เดินหน้าช่วยเหลือผู้ยากไร้ และผู้ประสบภัย

ฮันนี่ ณภัค เปิดโครงการ ณภัค NAPUK Project เดินหน้าช่วยเหลือผู้ยากไร้ และผู้ประสบภัย

ฮันนี่ ณภัค เปิดโครงการ ณภัค NAPUK Project เดินหน้าช่วยเหลือผู้ยากไร้ และผู้ประสบภัย

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.25 น.

อีกหนึ่งคนบันเทิงที่อุทิศตนเพื่อการทำงานด้านสังคมมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับ “ฮันนี่–ณภัค มุทธาเสถียร” Mrs. Classic Universe 2024 ที่ล่าสุดได้ประกาศเดินหน้า “โครงการ ณภัค” (NAPUK Project)  เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการช่วยเหลือประชาชนผู้เดือดร้อน ผู้ยากไร้ ผู้ประสบภัยพิบัติ รวมถึงการดูแลชีวิตสัตว์ ด้วยความตั้งใจที่จะส่งต่อโอกาสและความหวังให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง

โดย “ฮันนี่” เปิดเผยว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตนได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย วาตภัย และภัยพิบัติต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมอบข้าวสาร อาหารแห้ง และสิ่งของจำเป็นให้แก่ผู้ยากไร้มาแล้วหลายพันคน ครอบคลุมหลายร้อยครอบครัว ตามกำลังและศักยภาพที่สามารถดำเนินการได้นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือชีวิตสัตว์ โดยได้ร่วมไถ่ชีวิตและปล่อยสัตว์นานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นกบ ปลา ปลาไหล และหอยขม รวมแล้วนับแสนชีวิต เพื่อให้พ้นจากการถูกเข่นฆ่าและได้ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยตามธรรมชาติอีกหนึ่งภารกิจสำคัญคือ การช่วยไถ่ชีวิตโคเพศเมียออกจากโรงฆ่าสัตว์ ก่อนส่งมอบให้กับโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามโครงการพระราชดำริของกรมปศุสัตว์ เพื่อส่งต่อให้เกษตรกรได้นำไปประกอบอาชีพและสร้างประโยชน์อย่างยั่งยืนในช่วงสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา เธอยังได้ร่วมส่งกำลังใจและสนับสนุนเจ้าหน้าที่ทหารผู้ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของประเทศ ด้วยการบริจาคข้าวสารกว่า 100 กิโลกรัม รวมถึงพร้อมให้ความช่วยเหลือทุกครั้งเมื่อเกิดภัยแล้งหรือภัยพิบัติต่าง ๆ ตามกำลังที่ตนสามารถทำได้โดย เธอกล่าวถึงความตั้งใจของโครงการณภัค คือการเป็นพื้นที่แห่งการแบ่งปัน ช่วยเหลือผู้คนทุกเพศทุกวัย รวมถึงสัตว์ที่ต้องการความเมตตา แม้อาจไม่สามารถช่วยได้ทั้งหมด แต่จะทำอย่างเต็มกำลัง และตั้งใจจะทำเช่นนี้ตลอดชีวิตพร้อมกันนี้ เธอยังได้กล่าวขอบคุณทุกคนที่ร่วมอนุโมทนาบุญ ส่งกำลังใจ และสนับสนุนการทำความดีมาโดยตลอด พร้อมอวยพรให้ทุกคำอวยพรและทุกเจตนาดีที่มอบให้แก่เธอ ย้อนกลับไปเป็นพรอันประเสริฐแก่ทุกคน ให้พบแต่ความสุข ความเจริญ และความสำเร็จในชีวิตเช่นเดียวกันส่วนใครที่ได้รับความเดือดร้อน หรือผู้ที่ต้องการประสานงานด้านการช่วยเหลือ สามารถติดต่อ “ฮันนี่–ณภัค มุทธาเสถียร “ ได้ทาง Instagram: @Huneyhuneybabeme ยินดีให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง!!!

หมอเตือน แม่ชมพู่ ชวนเช็กด่วน จุดนอน ในบ้าน อาจเป็นสาเหตุให้ป่วยแบบไม่รู้ตัว

หมอเตือน แม่ชมพู่ ชวนเช็กด่วน จุดนอน ในบ้าน อาจเป็นสาเหตุให้ป่วยแบบไม่รู้ตัว

หมอเตือน แม่ชมพู่ ชวนเช็กด่วน จุดนอน ในบ้าน อาจเป็นสาเหตุให้ป่วยแบบไม่รู้ตัว

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.20 น.

ทำไมยิ่งนอน…ยิ่งป่วย! เปิดภัยเงียบรอบเตียง ที่กำลังรบกวนร่างกายทุกคืนโดยไม่รู้ตัว ตัวการร้ายเพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง? เล่นมือถือจนหลับ? ชาร์จโทรศัพท์ไว้หัวเตียง? เปิด WiFi ทิ้งไว้ทั้งคืน? รู้ไหมว่าพฤติกรรมเหล่านี้กำลังเปลี่ยนที่นอนของคุณให้กลายเป็น “ห้องรมคลื่นไฟฟ้า” โดยไม่รู้ตัว! On the way with Chom สัปดาห์นี้พบกับ พญ.นลินี สุทธิพิศาล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง ผู้ที่ศึกษาการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมทั้งร่างกายและจิตใจ ชวนเปิดมุมมองเรื่อง “ภัยเงียบรอบเตียงและรอบตัว” ที่อาจรบกวนการนอนและสุขภาพ พร้อมแนะนำวิธี Grounding เทคนิคธรรมชาติที่ทำได้ฟรี แค่ถอดรองเท้าแตะพื้นโลกก็ช่วยดึงประจุลบกลับมาซ่อมแซมเซลล์ ลดการอักเสบ และรีเซ็ตร่างกายให้กลับมาเยียวยาตัวเองได้อีกครั้ง

เทคนิค grounding มีส่วนในการช่วยจัดการความเครียด หรือพลังงานที่ไม่ดีในตัวเรา ?

พญ. นลินี: การอธิบายแบบ Holistic (แบบองค์รวม) คือ การทำให้ร่างกายกับจิตใจเข้ามาอยู่กับเราจนมีความมั่นคง เพราะฉะนั้น Stable มันต้องอยู่กับ Earth แล้วก็ทำให้เราใจสงบ มีความมั่นคง รู้สึกปลอดภัย ถ้าเราได้ Stage นั้น ร่างกายเราก็จะเกิดการเยียวยาซ่อมแซมตัวเอง ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นของขวัญของธรรมชาติที่ทุกคนควรทำได้ด้วยตัวเอง

แปลว่า ใจกับร่างกายเราไม่ค่อยอยู่ด้วยกัน ?

พญ. นลินี: ถ้ากายเราดี ใจเราจะดีไหม ถ้าเราสามารถ Grounding ได้จริง ๆ คือเข้ามาอยู่กับตัวเอง Stable และรู้สึกปลอดภัย มั่นคง สิ่งที่ได้คือ ร่างกายกับจิตใจที่สัมพันธ์กัน ได้จิตสำนึกกับจิตใต้สำนึกที่ทำงานคู่กันไป ได้ความมั่นคง และความรู้สึกปลอดภัย แล้วร่างกายเราก็จะเริ่มต้นเยียวยาตัวเองได้เลย

ถ้าเป็นเช่นนั้น นักบินอวกาศ จะทำอย่างไร ?

พญ. นลินี: เขาต้องมีเทคนิคเวลาขึ้นไปที่อวกาศ ไม่อย่างงั้นสิ่งที่เกิดขึ้นคือ เขาจะต้องลอย กระดูกเขาจะเจ๊งหมด เขาจะมีการใช้คลื่นสนามแม่เหล็กไฟฟ้าอ่อน ๆ หรือ PEMF – Pulsed Electromagnetic Field Therapy เพื่อ ทำให้เขากระดูกยังทำงานดีอยู่ได้ ตามสภาพแวดล้อม

สิ่งนี้เกี่ยวข้องกับพลังงานและประจุในตัวเรา ?

พญ. นลินี: ใช่ค่ะ จริงๆ ปกติในสภาพแวดล้อมทั่วไป ระหว่างท้องฟ้ากับพื้นโลกมันมีความต่างศักย์อยู่ เพราะฉะนั้นประจุจากข้างบนถึงข้างล่างห่างกันประมาณ 400,000 โวลต์ ระหว่างประจุบวกกับประจุลบ คราวนี้อยู่ตรงนี้ตัวเรา ระยะมันจะประมาณ 130 โวลต์ ความต่างต่อความสูง 1 เมตร เพราะฉะนั้นสมมติว่า หมอสูงสัก 150 เซนติเมตร จะมี Body Voltage ระหว่างศีรษะกับเท้าห่างกันประมาณ 150 อันนี้ปกตินะ เพราะเขาบอกว่า ปกติแล้วในโลกเราจะมีการที่ธรรมชาติช่วย มันจะมีฟ้าผ่าประมาณ 1,000 ครั้งต่อนาทีทั่วโลก รวมกันแล้วมันจะทำให้เกิดสภาพแวดล้อมธรรมชาติแบบนี้ที่มันสมดุล แล้วเมื่อมีความต่างศักย์แบบนี้ เขาบอกว่ามันจะมีความถี่ในธรรมชาติประมาณ 7.83 เฮิรตซ์ อันนี้เป็นความถี่ที่ร่างกายเราจะสบาย เราจะนอนก็นอนหลับดี ร่างกายเริ่มเยียวยาตัวเอง เพราะฉะนั้นถ้าเราทำได้แบบนี้ตลอดเวลา สุขภาพเราก็จะดีขึ้น แต่ในความเป็นจริงทุกวันนี้เราทำแบบนั้นไหม วันนี้ไปไหนมาบ้าง ทำอะไรมาบ้าง ตั้งแต่ครอบครัว การงาน เครื่องไฟฟ้าเราเยอะไหม เดี๋ยวนี้เราทุกคนใช้มือถือ ใช้ Wi-Fi เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วสิ่งเหล่านี้ไม่ธรรมชาติ เมื่อไม่ธรรมชาติมันจะมีผลต่อสุขภาพเรา ดังนั้นเราจะทำยังไงให้สุขภาพเราดีขึ้น ถ้าทำได้ง่าย ๆ คือ ทำเทคนิค Grounding การทำอะไรก็ได้ให้เรามาอยู่ตรงนี้ ทั้งกายและใจ ซึ่งมันมีหลายระดับ ได้ประจุลบจากพื้นโลกในขณะที่ต่างกัน

การทำเทคนิค Grounding ไม่จำเป็นต้องเดินเท้าเปล่าก็เห็นผล ?

พญ. นลินี: อันนั้นก็ดีอีกระดับหนึ่ง แต่ถ้าสมมติว่าเราอยู่ทุกวันแล้วรู้สึกอยู่กับตัวแบบนี้ก็โอเค เราก็ใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ไม่ใช้ความคิด มนุษย์มีจิตอยู่ 2 ชนิด อันหนึ่งคือ จิตที่มีเหตุผล คิดอย่างเดียวเลย อันนั้นไม่ช่วยสุขภาพเท่าไหร่ เปลืองสุขภาพด้วยเหมือนกัน แต่เราต้องทำเพราะมันมีงาน ขณะเดียวกันก็ปรับสมดุลโดยการเข้าไปถึงจิตที่เราไม่ต้องมีเหตุผล เพื่อจิตเหล่านี้เขาจะรู้สึกว่าตอนนี้ฉันสบายและสงบนะ

ในช่วงเวลาที่เราไม่ได้ใช้จิตปรุงแต่ง ขณะนั้นมีการถ่ายประจุ ?

พญ. นลินี: ได้เลยค่ะ กายกับใจสัมพันธ์กัน คราวนี้ถ้าถามว่า แบบนั้นเราไปเหยียบเท้าที่ Earth ยิ่งดีใหญ่เลย เพราะว่าใต้ฝ่าเท้าเราจะมีจุดหนึ่งที่ภาษาจีนเรียกว่า จุดหย่งเฉวียน เป็นจุดที่มันเหมือนเป็นจุด grounding ของร่างกายเราเลย เราจะรับประจุลบจากในโลกขึ้นมาในร่างกาย แล้วจุดนี้มันก็จุดทำให้เราสบายกาย สบายใจ ถ้าเราเหยียบกับ Earth แบบนี้ เราจะไปเหยียบพื้นดิน พื้นหญ้า พื้นทราย ทะเล ด้วยเท้าเปล่าได้หมด มันถึงมีบางคนเขาบอกว่า เขาอยากจะนอนหลับดี เขาก็เอาเท้าไปแช่น้ำอุ่นใส่เกลือก็ได้ แบบนี้เขากำลังผ่านจุดหย่งเฉวียนอยู่ เป็นกรวดเล็ก ๆ

แค่ให้เท้าได้แตะอะไรบางอย่าง สามารถเป็นเทคนิค grounding ได้เหมือนกัน ?

พญ. นลินี: พอเราทำแบบนี้ เราจะได้รับประจุลบจากโลกเลย เพราะเราบอกว่า ข้างบนฟ้าเป็นบวก ข้างล่างเป็นลบ เวลามีประจุลบเข้ามามันจะช่วยต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ร่างกายเราลดการอักเสบ ทำให้ร่างกายเราไม่สบายน้อยลง แล้วร่างกายเราเริ่มต้นเยียวยา อย่างเช่น ปกติเซลล์ ผนังเซลล์มันจะมี voltage ทุกอย่างเราเป็นไฟฟ้า มนุษย์เราทำงานทุกอย่างต้องมีการเชื่อมต่อด้วยไฟฟ้า เพราะฉะนั้นถ้าสมมติว่า เรามีประจุลบที่ผิวเซลล์ประมาณสัก -70 ถึง -90 ร่างกายจะแข็งแรง แต่ว่าคนไข้ที่เขาเจ็บป่วย ถ้าเป็นภาษาแพทย์ที่เขาเรียกว่า โรคมะเร็ง หรือภาวะเจ็บป่วยรุนแรง ประจุลบมันจะหายไป มันอาจจะเหลือสัก -30 คนไข้ก็ไม่สบาย พอเขา Grounding เขาสบายใจ เขาได้ประจุลบจากพื้นโลกเข้ามาหา มันก็ไปเพิ่มทำให้เซลล์ทำงานดีขึ้น

ข้างบนฟ้าคือประจุบวก เราได้รับเยอะ เลยไม่มีประจุลบ ?

พญ. นลินี: เราอยู่ติดกับโลกมากกว่าฟ้า เราต้องเอาจากโลก เพราะเราต้อง Grounding ข้อจำกัดนี้ทำให้มนุษย์อวกาศจำเป็นต้องหาสภาพแวดล้อมใหม่

ทำไมการโอบต้นไม้ ถึงเป็นเรื่องที่ดี ?

พญ. นลินี: เดินไปเรื่อย ๆ ไปเจอต้นไม้ใหญ่ สามารถโอบได้เลย เพราะว่าโอบแล้วดี คือ 1. มันเป็นต้นไม้ใหญ่ เพราะฉะนั้นเราได้สัมผัส 2. เราได้กลิ่นอายอยู่แล้ว 3. เราก็จะรู้สึกว่ามั่นคง และสงบ เพราะเราไม่ได้ใช้ความคิด แต่เรากำลังมีสภาพแวดล้อมแบบนั้นอยู่ เพราะฉะนั้นเราได้พลังงาน และได้ Grounding ในตัว เหมือนกับบางคนอยู่บ้าน อยู่ชั้นบนก็จริง แต่มีปลูกต้นไม้ สมัยก่อนหมอมีอาจารย์ที่เคารพท่านหนึ่ง หมอไปทีไรท่านก็อ่านหนังสือในสวน ท่านจะมีต้นเฟื่องฟ้าเต็มไปหมด ท่านก็บอกว่ามันไปอยู่ในนั้น เพราะฉะนั้นเราก็จะได้พลังงานจากต้นไม้ แสง สี เสียง สัมผัส 

การทำเทคนิค Grounding ทำให้เราได้กลับมาอยู่กับตัวเอง ?

พญ. นลินี: วัตถุประสงค์คือ กลับมาอยู่กับเรา เกิดความมั่นคง กายกับใจสัมพันธ์กัน จิตสำนึกกับจิตใต้สำนึกสัมพันธ์กัน เมื่อมีความรู้สึกปลอดภัย ร่างกายจะเริ่มเยียวยาตัวเองทันที พอเราทำแบบนี้ สิ่งแรกที่เราจะรู้สึกได้คือ ความสงบ พอร่างกายไม่มีภัย มันก็จะสงบ มันจะบอกว่า ไม่เครียดนะ กล้ามเนื้อที่เคยตึงไปหมดจะผ่อนคลาย พอไปนอนก็หลับสนิทการหายใจก็เปลี่ยนระดับ จากที่เคยหายใจเร็วก็หายใจช้าลง ลึกขึ้นถึงท้อง ส่วนคนที่มีปัญหาสุขภาพอย่างอื่น เช่น ความดันโลหิต ความดันก็จะดีขึ้น หัวใจเต้นดีขึ้น ความเครียดก็น้อยลง นอนหลับสนิท เราต้องช่วยตัวเองก่อนแล้วค่อยให้แพทย์ดูแล  เพราะแพทย์ไม่ได้อยู่กับเราตลอด 24 ชั่วโมง สิ่งที่เป็นธรรมชาติและทำได้เอง ทำเลยค่ะ

Geopathic Stress คืออะไร ?

พญ. นลินี: มันเป็นภัยเงียบที่เราไม่รู้จัก เพราะเราอยู่ในชีวิตปัจจุบัน วันนี้มีใครในพวกเราไม่มีมือถือไหม ทำงานได้ไหม สมมติคุณดูแลตัวเองดี วางแผนสุขภาพอย่างสมบูรณ์ คุณทำทุกอย่างดีมาก แต่อาจจะไม่แข็งแรงเท่าไหร่ ไปหาแพทย์บ้าง คุณเจอแพทย์สัปดาห์ละครั้ง แต่คุณกลับมานอนในที่ๆแย่มาก ไม่เอื้ออำนวยต่อการมีสุขภาพดี แล้วคุณจะสุขภาพดีได้อย่างไร เจอแพทย์สัปดาห์ละครั้ง หรือไปบำรุงร่างกาย ไปสปา สัปดาห์ละครั้ง แต่กลับมานอนในที่แย่ถึง 7 คืน มันถ่วงกันไม่ได้ เพราะแย่มันมากกว่าดี แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าตรงนั้นมันไม่ดี สังเกตจากเราจะนอนหลับไม่สนิท

Benker Grid คืออะไร ?

พญ. นลินี: หมออยากจะใช้ Technical term นิดหนึ่ง ตารางของสนามแม่เหล็กโลก หรือ Grid จะมีอยู่ทั้งหมด 3 ชนิด ชนิดที่ 1 เรียกว่า Benker Grid สำหรับหมอแล้ว จุดนี้คือจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงในที่นอน ตั้งชื่อตามคนค้นพบ สามารถไปค้นหาใน Google ดูได้ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ทุกบ้านจะมี เพราะมันจะห่างกันทุก ๆ 10 เมตร เป็นตารางขนาด 10×10 เมตร เพราะฉะนั้นถ้าใครเอาเตียงไปวางทับเส้น หรือจุดตัดของเส้น เสร็จเลยคนไข้ก็จะมีการอักเสบ เมื่อยตามข้อ สุขภาพไม่แข็งแรง เยียวยาได้ไม่ดี หรือบางทีไปถึงมะเร็งได้ ซึ่งมันตรวจวัดได้ด้วยเครื่องมือ เผอิญหมอเคยสัมผัสกับคนไข้เยอรมัน เขาตรวจวัดสิ่งเหล่านี้ได้โดยมีเครื่องมือตรวจวัด เขาวัดดูว่า ตรงไหนมีความถี่อยู่ในเครื่องมือ พอถึงจุดนี้ตรงนี้แหละที่เขาเรียกว่า Benker มันเป็นเส้นที่ทุกบ้านต้องมี สมมติคุณชมนั่งกระเถิบไป เราอาจจะนั่งทับอยู่หรือเปล่า เพราะระยะมันคือ ทุกๆ 10 เมตรจะมีหนึ่งล็อก เพราะฉะนั้นทุกห้องในบ้านอย่างไรก็ต้องเจอเส้นนี้ ทีนี้ถ้าเราอยู่ตอนกลางวัน เราอยู่แค่ช่วงสัมภาษณ์ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเรานอนแบบนี้ทุกคืน ร่างกายจะไหวไหม ไม่ไหวแน่นอน เพราะการนอนคือ ช่วงเวลาแห่งการเยียวยา

ถึงอย่างไรในชีวิตประจำวันเราก็ต้องผ่าน Benker Grid ?

พญ. นลินี: แน่นอนค่ะ ร่างกายเราต้องเก่งพอที่จะดูแลตัวเองได้ คนหนุ่มสาวนอนทับก็อาจจะไม่เป็นไร แต่ถ้าเด็กเล็กอายุน้อย ๆ ทับ เขาจะเจริญเติบโตดีไหม ถ้าผู้อาวุโสเขาเริ่มแย่แล้ว ถ้าเจอเขาก็จะมีความรู้สึก แต่ถ้าเราไม่มีความรู้แบบนี้ เราก็มัวแต่ไปรักษาทุกอย่าง มันยังไม่ดีที่สุด เพราะเราลืมขจัดปัญหานี้ หมอจะพูดอยู่เสมอว่า การที่คนเราไม่สบาย เหตุหนึ่งเดียวไม่มี รักษาหนึ่งวิธีไม่ได้ และหนึ่งครั้งก็ไม่พอ เพราะฉะนั้นต้องคิดรอบ อันนี้ก็เป็นหนึ่งในอันที่มีสิทธิ์ ใน Benker มันก็จะมีการซอยถี่ขึ้นมา เขาเรียกว่า Hartmann Grid จะขนานกันเลย แบ่งออกเป็น 5 ส่วนอยู่ในนี้ บางครั้งเราจะเจอแม้กระทั่งจุดตัดของ Hartmann กับ Benker ด้วยซ้ำ ตัว Hartmann  ไม่ทำลายเท่าไหร่หรอก แต่ Benker นี่เยอะอย่างแรง เพราะมันมาทับกัน เสริมฤทธิ์กัน

มีเครื่องมือวัดเส้นพวกนี้ไหม ?

พญ. นลินี: เดี๋ยวนี้เขามีเทคโนโลยี คนกลุ่มนี้เขาเรียกว่า Building Biologist ส่วนมากเขาจะเรียนมาจากกลุ่มเยอรมันที่เป็นผู้นำด้านนี้ เพราะฉะนั้นจะมีเครื่องมือที่สามารถจะวัด Geopathic Stress ได้ สามารถวัด Electric Low Frequency, High Frequency ได้ เราจะได้รู้ว่าเราจะต้องระวังอะไร เราจะนอนตรงไหนดี มีเครื่องแก้ให้ด้วย ต้องวัดโดยผู้เชี่ยวชาญที่เรียนมา เพราะเป็นเครื่องมือพิเศษ ถ้าเราอยากจะวัดแค่ Electromagnetic เช่น คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า คลื่นมือถือ ใน eBay สามารถซื้อได้ แต่ว่าถ้าจะวัด Geopathic Stress อาจจะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญนิดหนึ่ง แต่เครื่องวัดคลื่นธรรมดา High Frequency, Low Frequency สามารถซื้อได้หมด

Running Water คืออะไร ?

พญ. นลินี: การที่เรามีน้ำอยู่ใต้ดินแล้วเอาเตียงไปไว้ตรงนั้นพอดี มันไม่ดี เพราะว่าน้ำมันเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา คุณต้องมี Stable และ Grounding อยู่ดี ๆ มีของเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา แบบนี้คุณจะไปอยู่ได้อย่างไร เพราะฉะนั้นสิ่งนี้จะทำให้คนที่นอนตรงนั้นสุขภาพไม่ดี ถึงระดับมะเร็ง แปลกมากหมอมีคนไข้ถามว่า คุณหมอครับผมอายุ 70 ไม่ได้เป็นเบาหวาน ไม่ได้เป็นอะไรเลย ความดันดีหมด แต่ผมต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะทั้งคืนเลย ต่อมลูกหมากก็ไม่ได้เป็น หมอถามกลับว่า ที่บ้านมีน้ำมีอะไรอยู่ข้างใต้ หรือเปล่า เพราะว่าเราเคยได้ยินว่า คนที่นอนทับแบบนี้ หรือเด็ก ๆ มันจะลุกปัสสาวะบ่อย คือกลุ่มพวก Stress ทั้งหลายมันทำให้คนนอนหลับไม่สนิท ร่างกายเราไม่มีการเยียวยาทั้งคืน เพราะฉะนั้นพวกนี้มันจะเกี่ยวกับต้องลุกขึ้นมาห้องน้ำ เพลีย ไม่มีแรง

ถ้าอยากโฟกัสเรื่องพลังงานชีวิต ควรเริ่มจากอะไร ?

พญ. นลินี: นอนหลับไหม หลับดีไหม ถ้าหลับดีก็ไม่น่าเป็น หลับดีมี 2 อย่าง อันที่ 1 คือไม่เป็น อันที่ 2 ก็ยังหนุ่มสาว มันยังสามารถ Balancing compensate ได้ ถ้าหลับไม่ดีมันจะเริ่มต้นถึงความเจ็บป่วยแล้ว อันนี้ต้องเริ่มไปคิดแล้วจะทำอย่างไร มีเรื่องหนึ่งที่หมอจะบอกว่า หมอเป็นคนไม่ใช้บลูทูธ และหมอก็ไม่ได้ใช้ 5G แต่ใช้ 4G เพราะเราต้องทำงาน เราต้องมีโทรศัพท์ แต่ว่าระหว่าง 5G กับ 4G มันขึ้นอยู่กับความยาวคลื่น ถ้าสมมติว่า เราใช้ 5G ยาวคลื่นมันสั้น ถ้าหมอเปรียบเทียบเหมือนกับเราเดินก้าวหนึ่งมันก็เจอเรา แต่ความยาวคลื่นของ 4G มันกว้าง เพราะฉะนั้นเดินไปตั้งหลายก้าวเจอที มันไม่ถี่กว่า เดี๋ยวนี้คนก็มีไปฉีดวัคซีน ถ้าเชื่อพวกแพทย์ทางเลิกบางคนจะบอกว่า มันจะมีเหมือนกับแม่เหล็กอยู่ในตัว ฉันก็ต้องระวังนิดหน่อย เวลาคนไข้มาหาหมอบอกว่า 4G ก็พอค่ะ หมอยังรับโทรศัพท์ รับ Line รับอีเมลได้หมดทุกอย่างเลย ถ้าจะต้องใช้ 5G เพราะเราต้องโหลดเร็ว ๆ ก็เปิดชั่วคราวแล้วรีบกลับสู่สภาพเดิม ไม่ได้แปลว่า ห้ามหมด ชีวิตก็ยังต้องอยู่ในโลกปัจจุบัน แต่ว่าเราก็ต้องดูแลเท่าที่เราดูได้ หมอมีเพื่อนคนหนึ่ง คิดถึงเพื่อนเรามากเลย เป็นเนื้องอกในสมอง เธอเป็นคนทันสมัยมาก เก่งทุกอย่าง แต่ใช้แบบนี้ แล้วตรงสมองส่วนนี้เขาจะมีตัวหนึ่งที่เป็น Governor เขาเรียกว่า ต่อมที่สร้างฮอร์โมนชื่อ Pineal Gland ให้เรานอนหลับ และPituitary เพื่อควบคุมการทำงานทั้งระบบ แล้วเราจะไปรบกวนมันตลอดเวลาแล้วเราจะมีสุขภาพดีได้ยังไง สิ่งเหล่านี้แต่เราจำเป็นต้องใช้ เราก็ต้องใช้อย่างฉลาด เราก็อาจจะต้องมีเครื่องป้องกัน

ใส่นาฬิกาสายโลหะ ข้างซ้าย รบกวนการทำงานของหัวใจ ?

พญ. นลินี: ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่มีโลหะครบ ไฟฟ้าจะตั้งฉาก เพราะฉะนั้นถ้าโลหะครบวงจรเป็นวงกลม จะมีสนามแม่เหล็กตั้งฉากเข้าไปข้างซ้าย แขนซ้ายก็เจอหัวใจ แล้วหัวใจจะทำงานอย่างไร เพราะสนามแม่เหล็กไฟฟ้ามันรบกวนเราอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นถ้าหมอเห็นนาฬิกาสายโลหะ จะบอกคนไข้ว่า ให้ใส่ข้างขวา หรือถ้าบางคนเขาถนัดซ้ายมาก เปลี่ยนเป็นสายหนังเลยค่ะ โลหะไม่ครบวงจร ถ้ามันไม่มีโลหะครบวงจรก็ใช้ได้เลย กำไลก็เหมือนกัน ถ้ามีโลหะก็ต้องระวังตรงนี้ ส่วนสร้อย จริง ๆ เราก็จะต้องมี Intervention เพราะสร้อยไม่ได้เกี่ยวกับหัวใจ แต่เกี่ยวกับการทำงานของแกนของร่างกาย ถ้าเรามีสร้อยครบวงจรแบบนี้ แกนกลางของเราจะถูก Interfere ด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เพราะฉะนั้นบางครั้งเขาจะเอาอะไรมาคั่นระหว่างความเป็นโลหะ เช่น ถ้าเราเอาพลาสติกเล็ก ๆ มาคั่นนิดหนึ่ง แค่นี้โลหะเราก็ไม่ครบวงจร นำไฟฟ้าไม่ได้แล้ว เราไม่มีอะไรที่จะมารบกวนการทำงานของร่างกาย

แอน ทองประสม เฉิดฉายกลาง Wimbledon! ร่วมโมเมนต์ประวัติศาสตร์ ประชันลุคคนดังฮอลลีวูด

แอน ทองประสม เฉิดฉายกลาง Wimbledon! ร่วมโมเมนต์ประวัติศาสตร์  ประชันลุคคนดังฮอลลีวูด

แอน ทองประสม เฉิดฉายกลาง Wimbledon! ร่วมโมเมนต์ประวัติศาสตร์ ประชันลุคคนดังฮอลลีวูด

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.15 น.

“แอน ทองประสม” สร้างความฮือฮาอีกครั้ง หลังได้รับเชิญร่วมชมการแข่งขัน Wimbledon Men’s Final 2026 แมตช์ชิงชนะเลิศของศึกเทนนิสแกรนด์สแลมบนคอร์ตหญ้าที่เก่าแก่และทรงเกียรติที่สุดของโลก พร้อมปรากฏตัวในลุคจาก Ralph Lauren ที่เผยความสง่างาม เรียบหรู และคลาสสิก สมกับบรรยากาศของการแข่งขันระดับโลก

นอกจากนักแสดงสาวชาวไทยแล้ว งานนี้ยังรวมเหล่าคนดังระดับโลกที่มาร่วมชมแมตช์ประวัติศาสตร์ครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น Jennifer Lopez, Liam Hemsworth, Gabriella Brooks, Cynthia Erivo, Ken Watanabe, Sarah Pidgeon, Jaafar Jackson, Elizabeth Debicki, Andrew Garfield, Tom Hiddleston, Zhang Ziyi, Maggie Rogers, Winter และ WOODZ ซึ่งทั้งหมดต่างปรากฏตัวในลุคจาก Ralph Lauren ถ่ายทอดเสน่ห์ของแบรนด์ผ่านสไตล์อเมริกันคลาสสิกที่เป็นเอกลักษณ์

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของคนไทยเมื่อ แอน ทองประสม ตัวแทนจากประเทศไทย ได้ร่วมกระทบไหล่เหล่าคนดังระดับโลกสร้างโมเมนต์น่าจดจำใน Wimbledon Men’s Final 2026 พร้อมสะกดทุกสายตาด้วยลุคจาก Ralph Lauren ได้อย่างสง่างามไม่แพ้แขกคนสำคัญจากทั่วโลก

@RalphLauren

@PoloRalphLauren

@Wimbledon

#RLTennis #Wimbledon

ชาวเน็ตแห่ขุดคำทำนาย หมอปลาย ปมไฟไหม้ร้านดัง ด้าน สรยุทธ โพสต์ภาพดำตั้งคำถามคาใจ

ชาวเน็ตแห่ขุดคำทำนาย หมอปลาย ปมไฟไหม้ร้านดัง ด้าน สรยุทธ โพสต์ภาพดำตั้งคำถามคาใจ

ชาวเน็ตแห่ขุดคำทำนาย หมอปลาย ปมไฟไหม้ร้านดัง ด้าน สรยุทธ โพสต์ภาพดำตั้งคำถามคาใจ

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.09 น.

กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์บนโลกออนไลน์ ท่ามกลางบรรยากาศความโศกเศร้าและความสะเทือนใจของคนไทย จากรายงานข่าวเหตุการณ์ไฟไหม้ร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าวล่าสุดบนโลกโซเชียลมีเดียได้มีการทำคอนเทนต์ย้อนรอยและแห่แชร์คำทำนายของ “หมอปลาย พรายกระซิบ” ที่เคยออกมาเตือนให้ระวังเกี่ยวกับเรื่องอัคคีภัย โดยคำทำนายระบุไว้ล่วงหน้าว่า

 – จะเกิดเหตุไฟไหม้จากการเสื่อมสภาพของสายไฟ

– จุดเกิดเหตุจะอยู่ในร้านหรือแหล่งชุมชนที่มีผู้คนหนาแน่น

– ลักษณะของสถานที่เกิดเหตุเป็นร้านที่มีพื้นที่ค่อนข้างแคบ

ซึ่งจากคำทำนายดังกล่าว ทำให้ชาวเน็ตต่างนำมาเชื่อมโยงกับโศกนาฏกรรมไฟไหม้ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้างขณะเดียวกัน ทางด้านผู้ประกาศข่าวชื่อดังอย่าง สรยุทธ สุทัศนะจินดา ก็เคลื่อนไหวต่อเรื่องนี้ โดยเพจเฟบุก “สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว” ได้ออกมาโพสต์ภาพสีดำสั้น ๆ พร้อมข้อความตั้งคำถามถึงกระแสการแห่ขุดคำทำนายดังกล่าว จนกลายเป็นที่สนใจของแฟนข่าวและชาวเน็ตที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างล้นหลาม

ตั๊กแตน ชลดา ควักเงินแสนซัพพอร์ต ตุ๋น เซกา มือกีตาร์คู่ใจ หลังรอดชีวิตหวุดหวิดเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ดัง

ตั๊กแตน ชลดา ควักเงินแสนซัพพอร์ต ตุ๋น  เซกา มือกีตาร์คู่ใจ หลังรอดชีวิตหวุดหวิดเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ดัง

ตั๊กแตน ชลดา ควักเงินแสนซัพพอร์ต ตุ๋น เซกา มือกีตาร์คู่ใจ หลังรอดชีวิตหวุดหวิดเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ดัง

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.01 น.

จากกรณีอุบัติเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิงโรงเบียร์ชื่อดังย่านลาดพร้าว ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้คนเป็นจำนวนมาก หนึ่งในผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์เฉียดตายครั้งนี้คือ “ตุ๋น เซกา” ( ไมตรี พรมรัตน์) มือกีตาร์ฝีมือดีที่ร่วมงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับนักร้องลูกทุ่งสาวซุปตาร์ “ตั๊กแตน ชลดา” มาอย่างยาวนานเกือบ 15 ปีแม้ว่า ตุ๋น เซกา จะสามารถเอาชีวิตรอดออกมาได้อย่างปลอดภัย แต่เครื่องมือทำมาหากินและอุปกรณ์ดนตรีคู่ใจกลับได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเปลวเพลิงในค่ำคืนนั้น

ทันทีที่ทราบข่าว นักร้องสาว ตั๊กแตน ชลดา ไม่นิ่งนอนใจ รีบยื่นมือเข้าช่วยเหลือเพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานคนสำคัญทันทีโดยเธอได้โพสต์สลิปการโอนเงินช่วยเหลือเป็นจำนวน 100,000 บาท ผ่านบัญชี หจก. ดีเหลือหลาย ไปยัง นาย ไมตรี พรมรัตน์ พร้อมเขียนข้อความสุดซึ้งระบุว่า“มีอะไรเราซัพพอร์ตกันเสมอค่ะสำหรับพี่ตุ๋น มือกีตาร์ของแตน เครื่องมือทำมาหากินทิ้งไว้ก่อนเอาชีวิตให้รอดอย่างเดียว”

นอกจากนี้ ตั๊กแตนยังได้เผยความรู้สึกเพิ่มเติมผ่านโซเชียลมีเดียว่า พี่ตุ๋นเป็นหนึ่งในนักดนตรีของเธอที่ร่วมเล่นดนตรีด้วยกันมาเกือบ 15 ปี และร้านที่เกิดเหตุดังกล่าวเธอก็เคยเดินทางไปทำการแสดงมาก่อนเช่นกัน พร้อมกล่าวอวยพรรับขวัญและแสดงความเสียใจไปยังผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ‘บุญรักษา คุณพระคุ้มครอง เทวดาปกป้อง แคล้วคลาด ปลอดภัยแล้วนะพี่ตุ่น ขวัญเอ๊ยขวัญมา… ตั๊กแตน ชลดา ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับเคสต่อทุกท่านด้วยนะคะ และขอเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวทุกท่านค่ะ’

เดือดสะเทือนวงการนางงาม แจ็ค ไททัส งัดหลักฐานโต้แฉพฤติกรรม อาย กัญญาลักษณ์ โดนปลดฟ้าผ่า

เดือดสะเทือนวงการนางงาม แจ็ค ไททัส งัดหลักฐานโต้แฉพฤติกรรม อาย กัญญาลักษณ์ โดนปลดฟ้าผ่า

เดือดสะเทือนวงการนางงาม แจ็ค ไททัส งัดหลักฐานโต้แฉพฤติกรรม อาย กัญญาลักษณ์ โดนปลดฟ้าผ่า

วันจันทร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.08 น.

เป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่ทำเอาวงการนางงามลุกเป็นไฟ หลังจากที่องค์กร Supra Thailand ร่อนประกาศปลดฟ้าผ่า “อาย-กัญญาลักษณ์ หนูแก้ว” Miss Supranational Thailand 2026 จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ล่าสุด “แจ็ค-ไททัส” Mister Supranational Thailand 2026 ในฐานะผู้เข้าประกวดและรับผิดชอบองค์กร ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ร่ายยาวชี้แจงข้อเท็จจริงพร้อมแนบหลักฐานภาพแชทไลน์แบบหมดเปลือก โดยระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากอารมณ์ส่วนตัว แต่เป็นเพราะพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใสของตัวนางงามและทีมพี่เลี้ยง จนทำให้สปอนเซอร์หลักจากต่างชาติมองว่าเป็นการ “ตั้งใจ Scam และร่วมกันฉ้อโกงเงิน”

 แฉปมปริศนา “พาสปอร์ตหายลึกลับ” ก่อนบินไม่กี่ชั่วโมง

แจ็ค เผยว่า ทางองค์กรและสปอนเซอร์ได้ลงทุนเตรียมความพร้อมให้ทุกอย่าง ทั้งตั๋วเครื่องบินและวีซ่าที่ผ่านฉลุยตั้งแต่กลางเดือนที่แล้ว แต่ในคืนก่อนวันเดินทางกลับได้รับแจ้งจากฝั่งนางงามว่า “พาสปอร์ตหาย” และถามถึงวิธีทำวีซ่าใหม่ ทว่าในเวลาเดียวกัน เอเจนซี่ผู้ดูแลกลับส่งหลักฐานยืนยันว่า พาสปอร์ตเล่มจริงที่ใช้อนุมัติวีซ่ายังคงอยู่ที่เอเจนซี่ ไม่ได้หายไปไหน อีกทั้งยังมีการอ้างเรื่องถือพาสปอร์ต 2 เล่ม ซึ่งสร้างความเคลือบแคลงใจให้กับผู้สนับสนุนหลักเป็นอย่างมาก ว่านี่คือพฤติกรรมที่ขาดความรับผิดชอบและไม่เป็นมืออาชีพ

รู้ว่าโดนปลดตั้งแต่ 5 โมงเย็น แต่ 2 ทุ่มยังไลฟ์บอกว่าจะบิน?
อีกหนึ่งประเด็นที่แจ็คตอกกลับฝั่งนางงามคือ กรณีที่อายและทีมพี่เลี้ยงออกมาไลฟ์สดตอนสองทุ่มครึ่งว่าจะเดินทางไปประกวด ทั้งที่ในความเป็นจริง ทางองค์กรได้ติดต่อพูดคุยเพื่อให้โอกาสชี้แจง และแจ้งเรื่องการปลดให้ทราบตั้งแต่เวลา 5 โมงเย็นแล้ว ซึ่งตั๋วเครื่องบินใบที่สองสปอนเซอร์ก็ปฏิเสธที่จะซื้อให้เพราะพฤติกรรมไม่โปร่งใส การที่ฝั่งนางงามออกมาไลฟ์ว่ากำลังจะบิน ทั้งที่ไม่มีตั๋วในมือ แจ็คมองว่าเป็นการ “เดินเกมและบีบบังคับ” ให้องค์กรต้องกลายเป็นฝ่ายออกประกาศปลดต่อหน้าสื่อ เพื่อกระตุ้นให้เพจนางงามและกระแสสังคมโจมตีองค์กร

 สปอนเซอร์นอกขู่ถอนทุนยับ เหตุรู้สึกโดน “โกหกซ้ำซ้อน”
จากเหตุการณ์ดังกล่าวบวกกับการเข้าโรงพยาบาลกะทันหันล่วงหน้าไม่กี่ชั่วโมงก่อนบิน ส่งผลให้บริษัทร่วมหุ้นจากต่างชาติซึ่งเป็นสปอนเซอร์หลัก มองว่าข้อมูลทั้งหมดไม่สอดคล้องกับเอกสาร และระแวงว่า “ทีมไทยแลนด์ทั้งหมดกำลังจะไปสแกมเงินและฉ้อโกงบริษัทเขา” จนถึงขั้นขู่จะถอนการสนับสนุนทั้งฝั่งผู้ชายและผู้หญิง ทำให้องค์กรจำเป็นต้องกางเอกสารยืนยันความบริสุทธิ์ใจเพื่อรักษาเวทีไว้ จนในที่สุดสปอนเซอร์ตัดสินใจ “ตัดหางฝั่งผู้หญิง” แต่ยังคงสนับสนุนแจ็คในฝั่งผู้ชายต่อไป

นอกจากนี้ แจ็คยังแฉเพิ่มว่า มีอีกหลายเรื่องที่ข้อมูลไม่ตรงกันอย่างสิ้นเชิง เช่น ชุดประจำชาติ ชุดราตรีรอบพรีลิมฯ และไฟนอล ที่ฝั่งนางงามส่งมาไม่ตรงกับที่ ND จัดหาให้ และจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่เคยเห็นชุดจริง อ้างว่ายังทำไม่เสร็จ ทั้งที่องค์กรได้จ่ายเงินค่าดำรงตำแหน่งล่วงหน้าไปครบ 100% แล้วตั้งแต่วันเซ็นสัญญา 15 พฤษภาคม 2569

“ผมไม่ได้มีความสุขกับการตัดสินใจครั้งนี้ แต่ในฐานะผู้รับผิดชอบองค์กร ผมต้องเลือกสิ่งที่จะรักษาอนาคตของเวทีและความรับผิดชอบต่อทุกฝ่าย” แจ็ค ไททัส กล่าวทิ้งท้าย
ทั้งนี้ แจ็ค ไททัส เตรียมหอบหลักฐานทั้งหมด พร้อมทีมที่ปรึกษาทางกฎหมายและทนายความ ออกแถลงการณ์ชี้แจงอย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันที่ 17 นี้ ณ สนามบิน ก่อนที่เจ้าตัวจะออกเดินทางไปประกวดรอบสากลที่ประเทศโปแลนด์

ศาลเกาหลีใต้สั่งจำคุกอดีต ปธน. “ยุน ซอกยอล” 2 ปี คดีรับ “โพลผี” แลกตั๋วส่งผู้สมัคร สส.

ศาลเกาหลีใต้สั่งจำคุกอดีต ปธน. "ยุน ซอกยอล"  2 ปี คดีรับ "โพลผี" แลกตั๋วส่งผู้สมัคร สส.

13 ก.ค. 2569 16:28 น.

ศาลเกาหลีใต้สั่งจำคุกอดีต ปธน. “ยุน ซอกยอล” 2 ปี คดีรับ “โพลผี” แลกตั๋วส่งผู้สมัคร สส.

ศาลกรุงโซลพิพากษาจำคุกอดีตประธานาธิบดียุน ซอกยอล เป็นเวลา 2 ปี หลังตัดสินว่ามีความผิดฐานรับผลสำรวจความคิดเห็นทางการเมืองฟรีจากนายหน้าผู้ทรงอิทธิพล เพื่อแลกกับการสนับสนุนผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรค ขณะที่อดีตผู้นำเกาหลีใต้ยังอยู่ระหว่างรับโทษจำคุกตลอดชีวิตจากคดีก่อกบฏจากการประกาศกฎอัยการศึกเมื่อปลายปี 2024

ศาลแขวงกลางกรุงโซล มีคำพิพากษาเมื่อวันนี้ (13 ก.ค.) ตัดสินจำคุกอดีตประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล วัย 65 ปี เป็นเวลา 2 ปี และสั่งริบทรัพย์อีก 13.96 ล้านวอน (ราว 3.7 แสนบาท) ในความผิดฐานละเมิดกฎหมายเงินทุนทางการเมือง 

คดีดังกล่าวสืบเนื่องมาจากกรณีที่ทีมอัยการอิสระที่นำโดย มิน จุงกิ ได้ยื่นฟ้องนายยุน ในข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับนางคิม กอนฮี อดีตสตรีหมายเลขหนึ่ง รับทำผลสำรวจความคิดเห็นหรือโพล ฟรีจำนวน 58 ครั้ง คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 270 ล้านวอน (ประมาณ 6.4 ล้านบาท) จากนายมยอง แทคยุน นายหน้าผู้ทรงอิทธิพลทางการเมือง ในช่วงระหว่างเดือนเมษายน 2021 ถึงมีนาคม 2022

อย่างไรก็ตาม ในคำพิพากษาศาลได้การรับรองว่านายยุนมีความผิดจริงบางส่วน โดยระบุว่าได้รับโพลฟรีจำนวน 14 ครั้งจากนายมยอง ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนกับการที่นายยุนรับปากจะสนับสนุนอดีต สส. คิม ยองซอน ซึ่งเป็นบุคคลที่นายมยองหนุนหลัง ให้ได้รับสิทธิ์เสนอชื่อลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภานิติบัญญัติในนามพรรคพลังประชาชน ซึ่งเป็นพรรคอนุรักษนิยมเมื่อเดือนมิถุนายน 2022 ทั้งนี้ ศาลยังได้พิพากษาจำคุกนายมยอง แทคยุน เป็นเวลา 18 เดือนในคดีเดียวกันนี้ด้วย จากเดิมที่อัยการเสนอให้จำคุกนายยุน 4 ปี และจำคุกนายมยอง 3 ปี

ศาลระบุในแถลงการณ์ว่า “พฤติกรรมของนายยุนส่งผลให้ความไว้วางใจของสาธารณชนที่มีต่อการเมืองลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และทำลายความคาดหวังของประชาชนต่อการพัฒนาธรรมาภิบาลในระบอบประชาธิปไตยที่โปร่งใส ความรับผิดชอบของจำเลยในฐานะอดีตผู้นำจึงถือว่าร้ายแรงเป็นพิเศษ”

คำตัดสินจำคุกนายยุนในครั้งนี้ ถือว่ามีความขัดแย้งและแตกต่างจากคดีแยกของนางคิม กอนฮี ภริยาของเขา โดยก่อนหน้านี้ในเดือนเมษายน ศาลสูงกรุงโซลได้พิพากษายกฟ้องนางคิมในข้อหารับโพลฟรีจากนายมยอง โดยศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าไม่สามารถมองได้ว่าคู่สามีภรรยาคู่นี้ได้รับผลประโยชน์โดยตรง เนื่องจากนายมยองได้แจกจ่ายผลโพลดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน ซึ่งปัจจุบันทีมอัยการอิสระได้ยื่นอุทธรณ์คดีของนางคิมต่อศาลฎีกาแล้ว และมีกำหนดการรับฟังคำพิพากษาจากศาลฎีกาในวันพฤหัสบดีที่จะถึงนี้

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันอดีตสตรีหมายเลขหนึ่ง คิม กอนฮี กำลังรับโทษจำคุกอยู่ในเรือนจำจากคดีอื่น ๆ โดยเธอต้องโทษจำคุก 7 ปีในคดีทุจริตรับสินบนเพื่อแลกกับการจัดหาตำแหน่งงาน และโทษจำคุกอีก 4 ปีในคดีปั่นหุ้นและรับสินบน

โทษจำคุก 2 ปีในคดีรับโพลฟรีนี้ ถือเป็นเพียงส่วนหนึ่งของมรสุมทางกฎหมายที่รุมเร้านายยุน ซอกยอล หลังจากที่เขาประสบความล้มเหลวในการพยายามประกาศใช้กฎอัยการศึกเมื่อเดือนธันวาคม 2024 ซึ่งนำไปสู่การถูกรัฐสภาลงมติถอดถอนออกจากตำแหน่งในเวลาต่อมา

ปัจจุบันนายยุนถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ และกำลังเผชิญคดีความหลักอีกหลายคดี ได้แก่คดีก่อกบฏและล้มล้างการปกครอง เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายยุนถูกศาลพิพากษาตัดสิน จำคุกตลอดชีวิต จากการเป็นผู้นำก่อการกบฏผ่านการประกาศใช้กฎอัยการศึกระยะสั้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการยื่นอุทธรณ์

ส่วนคดีความมั่นคง นายยุนถูกศาลตัดสินจำคุก 30 ปี ในอีกคดีหนึ่ง จากความผิดฐานสั่งการส่งโดรนล่วงล้ำเข้าไปในน่านฟ้าของเกาหลีเหนือ เพื่อเจตนา “สร้างสถานการณ์วิกฤต” ก่อนหน้าที่จะมีการประกาศใช้กฎอัยการศึกเพื่อรักษาอำนาจทางการเมืองของตนเอง.

ที่มา Yonhap / KBS

ศาลสิงคโปร์เลื่อนพิจารณาคดีวัยรุ่นฝรั่งเศส “เลียหลอดตู้กดน้ำส้ม” รอพิจารณาวีซ่านักเรียน

ศาลสิงคโปร์เลื่อนพิจารณาคดีวัยรุ่นฝรั่งเศส "เลียหลอดตู้กดน้ำส้ม" รอพิจารณาวีซ่านักเรียน

13 ก.ค. 2569 15:44 น.

ศาลสิงคโปร์เลื่อนพิจารณาคดีวัยรุ่นฝรั่งเศส “เลียหลอดตู้กดน้ำส้ม” รอพิจารณาวีซ่านักเรียน

วัยรุ่นชายฝรั่งเศสวัย 19 ปี ผู้ตกเป็นจำเลยจากคดีอัดคลิปวิดีโอ “เลียหลอด” ในตู้กดน้ำส้มหยอดเหรียญแล้วใส่กลับคืนที่เดิมในสิงคโปร์ เดินทางมาขึ้นศาลเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามนัด แต่อัยการสั่งเลื่อนการพิพากษาออกไปเป็นปลายเดือนนี้ เนื่องจากอยู่ระหว่างตรวจสอบกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองว่าอาจต้องเพิกถอนวีซ่านักเรียนหลังถูกตัดสินความผิด

ศาลสิงคโปร์มีคำสั่งเลื่อนการพิจารณาคดีของ นายดีดีเญร์ กัสปาร์ โอเวน แมกซิมิเลียน นักศึกษาชาวฝรั่งเศสวัย 19 ปี ซึ่งถูกดำเนินคดีจากกรณีโพสต์คลิปวิดีโอขณะเลียหลอดดูดน้ำจากตู้จำหน่ายน้ำส้มอัตโนมัติของบริษัท iJooz ก่อนนำหลอดกลับไปใส่ในช่องเดิม ภายในศูนย์การค้าโกลด์ฮิลล์ เซ็นเตอร์ เมื่อวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา

เดิมผู้ต้องหามีกำหนดรับสารภาพต่อศาลในวันที่ 13 กรกฎาคม แต่ฝ่ายอัยการยื่นคำร้องขอเลื่อนการพิจารณาออกไป โดยระบุว่ากำลังประสานงานกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและด่านตรวจของสิงคโปร์ (ICA) เพื่อตรวจสอบว่า หากจำเลยถูกพิพากษาว่ามีความผิด วีซ่านักเรียนของเขาจะถูกเพิกถอนหรือไม่

อัยการระบุว่า ผลการพิจารณาของ ICA อาจส่งผลต่อแนวทางการขอให้ศาลกำหนดโทษ จึงจำเป็นต้องขอเลื่อนคดีออกไป ขณะที่ศาลกำหนดวันนัดรับสารภาพใหม่เป็นวันที่ 30 กรกฎาคม

นายแมกซิมิเลียนถูกตั้งข้อหาทั้งหมด 2 ข้อหา ได้แก่ ก่อความเดือดร้อนรำคาญในที่สาธารณะ และ ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย หลังถูกกล่าวหาว่าเลียหลอดจากตู้จำหน่ายน้ำส้มของ iJooz แล้วนำกลับไปไว้ในเครื่อง พร้อมโพสต์คลิปเหตุการณ์ลงในสตอรี่ของอินสตาแกรม

จากเหตุการณ์ดังกล่าว บริษัท iJooz ต้องเปลี่ยนหลอดทั้งหมด 500 หลอด ภายในตู้จำหน่าย และดำเนินการฆ่าเชื้อเครื่องทั้งหมด พร้อมเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยบริษัทประกาศว่าจะปรับปรุงระบบตู้จำหน่ายสินค้าให้มีมาตรการด้านสุขอนามัยที่เข้มงวดยิ่งขึ้น เช่น เปลี่ยนมาใช้หลอดที่บรรจุแยกเป็นซอง และออกแบบช่องจ่ายหลอดให้สามารถเปิดได้เฉพาะหลังลูกค้าชำระเงินแล้วเท่านั้น

ผู้ต้องหาเดินทางมาศาลพร้อมทนายความ แต่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน โดยฝ่ายจำเลยชี้แจงว่า เขาไม่ได้เดินทางมาสิงคโปร์ในฐานะนักศึกษาแลกเปลี่ยน แต่ถือวีซ่านักเรียน และกำลังศึกษาที่สถาบันธุรกิจเอสเซค ซึ่งหลักสูตรกำหนดให้ต้องเดินทางกลับประเทศฝรั่งเศสตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปีนี้ หากไม่สามารถเดินทางกลับได้ก็อาจไม่สามารถสำเร็จการศึกษา

ฝ่ายจำเลยยังขอให้ศาลพิจารณาใช้มาตรการคุมประพฤติแทนการลงโทษจำคุก โดยระบุว่าหากศาลสั่งจัดทำรายงานประเมินความเหมาะสมในการคุมประพฤติ ก็พร้อมให้ความร่วมมือ และจะพยายามจัดตารางเดินทางเพื่อกลับมารายงานตัวตามที่ศาลกำหนด

ก่อนหน้านี้ สถาบันธุรกิจเอสเซคออกแถลงการณ์ยืนยันว่ารับทราบเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว และอยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวนภายในตามระเบียบของสถาบัน

ตามกฎหมายสิงคโปร์ ความผิดฐานทำให้ทรัพย์สินเสียหาย มีโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี หรือปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่ข้อหาก่อความเดือดร้อนรำคาญในที่สาธารณะ มีโทษจำคุกสูงสุด 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 2,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือทั้งจำทั้งปรับ

สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีมาตรการบังคับใช้กฎหมายด้านความสะอาดและระเบียบสาธารณะอย่างเข้มงวด โดยมีบทลงโทษรุนแรงต่อพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสุขอนามัยและความเป็นระเบียบของสังคม รวมถึงการทิ้งขยะ การทำลายทรัพย์สินสาธารณะ และการกระทำที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสาธารณสุข.

ที่มา CNA / Associated Press

“แซม นีล” นักแสดงผู้รับบท “ดร.อลัน แกรนต์” จากจูราสสิก พาร์ค เสียชีวิตแล้วในวัย 78 ปี

"แซม นีล" นักแสดงผู้รับบท  "ดร.อลัน แกรนต์" จากจูราสสิก พาร์ค เสียชีวิตแล้วในวัย 78 ปี

13 ก.ค. 2569 13:31 น.

“แซม นีล” นักแสดงผู้รับบท “ดร.อลัน แกรนต์” จากจูราสสิก พาร์ค เสียชีวิตแล้วในวัย 78 ปี

วงการภาพยนตร์โลกสูญเสีย “แซม นีล” นักแสดงชาวนิวซีแลนด์ผู้โด่งดังจากบท ดร.อลัน แกรนต์ ในภาพยนตร์จูราสสิก พาร์ค หลังเสียชีวิตอย่างกะทันหันในวัย 78 ปี ที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย แม้เพิ่งประกาศเมื่อต้นปีว่าสามารถเอาชนะโรคมะเร็งได้สำเร็จ โดยครอบครัวระบุว่าเขาจากไปอย่างสงบ ท่ามกลางสมาชิกในครอบครัวที่อยู่เคียงข้าง

ครอบครัวของ แซม นีล ได้ออกแถลงการณ์ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวเพื่อแจ้งข่าวร้ายแก่แฟนภาพยนตร์ทั่วโลก โดยระบุว่า “ด้วยความโศกเศร้าอย่างสุดซึ้ง ครอบครัวของ แซม นีล ขอแจ้งข่าวการจากไปของเขาในวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม ณ นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย โดยแซมได้จากไปอย่างสงบท่ามกลางสมาชิกครอบครัวที่คอยเคียงข้าง พร้อมด้วยศักดิ์ศรีและเกียรติยศอันเป็นเอกลักษณ์ที่เขาถือปฏิบัติมาตลอดชีวิต””ความสูญเสียในครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหันและไม่คาดคิด แต่สิ่งที่เป็นความประธานพรคือ แซม จากไปในสภาวะที่ไม่มีเซลล์มะเร็งหลงเหลืออยู่ในร่างกาย ทางครอบครัวขอแสดงความขอบคุณอย่างลึกซึ้งต่อบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลเอกชนเซนต์วินเซนต์ สำหรับการดูแลเอาใจใส่อย่างดีเยี่ยม สำหรับรายละเอียดอื่น ๆ จะมีการแจ้งให้ทราบในภายหลัง และในเวลานี้ ทางครอบครัวขอความกรุณาทุกท่านร่วมเคารพความเป็นส่วนตัวในช่วงเวลาแห่งความสูญเสียที่ไม่อาจประเมินค่าได้นี้”

หลังทราบข่าว แอนโทนี อัลบานีซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ได้โพสต์ข้อความไว้อาลัยผ่านแพลตฟอร์ม X ทันที โดยระบุว่า แซม นีล คือผู้สร้างเรื่องราวอันเป็นที่รักและครองใจชาวออสเตรเลียและคนทั่วโลก เขาต่อสู้กับโรคร้ายด้วยศักดิ์ศรี มุกตลก และความมุ่งมั่นทุ่มเท เช่นเดียวกับการแสดงของเขาที่จะอยู่ในความทรงจำตลอดไป

ก่อนหน้านี้ในปี 2022 แซม นีล ตรวจพบว่าตนเองป่วยเป็น โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดทีเซลล์ ระยะที่ 3 ซึ่งเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดที่พบได้ยากและมีความรุนแรงสูง โดยเขาเริ่มมีอาการต่อมน้ำเหลืองโตระหว่างเดินสายโปรโมตภาพยนตร์ Jurassic World: Dominion ก่อนจะเปิดเผยเรื่องนี้ต่อสาธารณชนในหนังสือบันทึกความทรงจำ Did I Ever Tell You This? เมื่อปี 2023

นีลเคยผ่านการรักษาด้วยเคมีบำบัดแต่ไม่ได้ผล จนต้องเปลี่ยนมารักษาด้วยนวัตกรรมการแพทย์แผนใหม่ด้วยการบำบัดด้วยเซลล์ทีปรับแต่งพันธุกรรม หรือ CAR-T cell therapy และยารักษาตัวใหม่ จนกระทั่งในเดือนเมษายนที่ผ่านมา นีลได้แจ้งข่าวดีกับสื่อออสเตรเลียว่าผลสแกนร่างกายไม่พบเซลล์มะเร็งแล้ว ซึ่งเขากล่าวในเวลานั้นว่าเป็นเรื่องที่วิเศษมาก แม้ว่าจะต้องเข้ารับยาต่อเนื่องทุกเดือนไปตลอดชีวิตก็ตาม ทั้งนี้ ทางครอบครัวย้ำว่ามะเร็งไม่ใช่สาเหตุโดยตรงของการเสียชีวิตอย่างกะทันหันในครั้งนี้

แซม นีล มีชื่อจริงว่า ไนเจล จอห์น เดอร์มอต นีล เกิดเมื่อวันที่ 14 กันยายน 1947 ที่ไอร์แลนด์เหนือ ก่อนจะย้ายตามครอบครัวมาตั้งรกรากที่ประเทศนิวซีแลนด์เมื่ออายุได้ 8 ขวบ เขาเปลี่ยนมาใช้ชื่อ “แซม” ตอนอายุ 12 ปี เนื่องจากชื่อเดิมซ้ำกับเพื่อนในโรงเรียน

หลังจากเรียนจบด้านวรรณกรรมและเคยเกือบเข้าสู่วงการกฎหมาย นีลได้หันเหชีวิตมาเป็นนักแสดงอาชีพ โดยมีผลงานแจ้งเกิดจากภาพยนตร์ออสเตรเลียเรื่อง My Brilliant Career (1979) และเริ่มเปิดประตูสู่ฮอลลีวูดจากภาพยนตร์ระทึกขวัญ Dead Calm (1989) ร่วมกับ นิโคล คิดแมน

แซม นีล ประสบความสำเร็จสูงสุดในระดับสากลในปี 1993 จากผลงานภาพยนตร์ระดับรางวัลออสการ์เรื่อง The Piano และบทบาทสร้างชื่อระดับตำนานอย่าง “ดร.อลัน แกรนท์” นักบรรพชีวินวิทยาในภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์ของ สตีเวน สปีลเบิร์ก เรื่อง Jurassic Park ซึ่งเขาได้กลับมารับบทบาทนี้อีกครั้งในภาคต่ออย่าง Jurassic Park III และ Jurassic World: Dominion

ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปีในวงการบันเทิง แซม นีล มีผลงานการแสดงทั้งภาพยนตร์และซีรีส์มากกว่า 150 เรื่อง เช่น The Hunt for Red October, Event Horizon, Bicentennial Man รวมถึงบทบาทตัวร้ายสุดบารมีอย่าง ‘ผู้การเชิสเตอร์ แคมป์เบลล์’ ในซีรีส์ฮิต Peaky Blinders นอกจากนี้เขายังเคยเป็นหนึ่งในตัวเก็งที่จะได้รับบทเป็น ‘เจมส์ บอนด์’ ต่อจาก โรเจอร์ มัวร์ ก่อนที่บทจะตกเป็นของ ทิโมธี ดาลตัน ในปี 1986

ด้านชีวิตส่วนตัว นีลเป็นเจ้าของไร่องุ่นและโรงกลั่นไวน์ชื่อ “Two Paddocks” ในประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งเขามักจะตั้งชื่อสัตว์เลี้ยงในฟาร์มตามชื่อเพื่อนนักแสดงในวงการอย่างสนุกสนาน จากคุณงามความดีและผลงานอันทรงคุณค่า ในปี 2022 เขาได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นอัศวินจากสหราชอาณาจักรและนิวซีแลนด์ ทำให้เขามีบรรดาศักดิ์เป็น “เซอร์ แซม นีล” อย่างเป็นทางการ

แซม นีล จากไปในวัย 78 ปี โดยทิ้งความทรงจำอันยิ่งใหญ่ไว้ให้แก่แฟนภาพยนตร์ทั่วโลก โดยเขาซื่อสัตย์ต่ออาชีพนักแสดงจนวาระสุดท้ายและเคยกล่าวไว้ว่าเขา “เกลียดความคิดที่จะต้องเกษียณอายุการทำงาน” นีลมีบุตรทั้งหมด 4 คน และหลานอีก 6 คน.

ที่มา Guardian / BBC