ไอซ์ รักชนก งงหนักมาก! บอกปชน.เคยเสนอตัดงบฯ อาหารมานานแล้ว แต่โดนเอฟซีหมอวรงค์ด่าเฉย

ไอซ์ รักชนก งงหนักมาก! บอกปชน.เคยเสนอตัดงบฯ อาหารมานานแล้ว แต่โดนเอฟซีหมอวรงค์ด่าเฉย

ไอซ์ รักชนก งงหนักมาก! บอกปชน.เคยเสนอตัดงบฯ อาหารมานานแล้ว แต่โดนเอฟซีหมอวรงค์ด่าเฉย

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.52 น.

ไอซ์ รักชนก เกาหัว! บอกงงหนักมาก ปชน.เคยเสนอตัดงบฯ อาหาร-ดูงานต่างประเทศนานแล้ว แต่โดนกองเชียร์หมอวรงค์ด่าเฉย

เมื่อวันที่ 16 มี.ค.2569 น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้แชร์ลิงก์ข่าวบนเฟซบุ๊ก เมื่อปี 2564 เป็นข่าวนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล (ในขณะนั้น) ที่เคยเสนอปรับลดงบฯ อาหาร สส.-สว. ลงครึ่งหนึ่ง พร้อมขอตัดงบฯ สภาเดินทางต่างประเทศ 100% พร้อมระบุข้อความว่า “เรื่องที่งงมากๆในเวลานี้คือ หมอวรงค์เสนอตัดค่าอาหาร สส. แต่คนที่เชียร์หมอวรงค์จำนวนมาก ด่าพรรคประชาชนว่าไร้ค่าไร้ประโยชน์ต่างๆ

ทั้งๆที่เราเสนอมาตลอดตั้งแต่เป็นพรรคอนาคตใหม่ ก้าวไกล ประชาชน แล้วก็ตัดสำเร็จไปหลายปี ไม่ได้เสนอตัดแค่ค่าข้าว และเสนอตัดงบดูงานและอื่นๆอีกด้วย

เราทำอะไรผิดกันนะ ทั้งๆที่เสนอตัดทุกปีแล้วบางทีตัดสำเร็จด้วย โดนด่าเฉย”

นายกฯแสดงความยินดี โสภณ นั่งปธ.สภาฯ มัลลิกา-เลิศศักดิ์ นั่งรอง

นายกฯแสดงความยินดี โสภณ นั่งปธ.สภาฯ มัลลิกา-เลิศศักดิ์ นั่งรอง

นายกฯแสดงความยินดี โสภณ นั่งปธ.สภาฯ มัลลิกา-เลิศศักดิ์ นั่งรอง

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.20 น.

16 มีนาคม 2569 นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความยินดีกับ นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 35 , น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 และนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 โดยมีข้อความระบุว่า “ขอแสดงความยินดีกับท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านรองประธานทั้งสองด้วยครับ”

นายกฯเรียกถก​ทีม ศก. รับมือ​วิกฤตน้ำมัน​-​ราคาสินค้าพุ่ง​

นายกฯเรียกถก​ทีม ศก. รับมือ​วิกฤตน้ำมัน​-​ราคาสินค้าพุ่ง​

นายกฯเรียกถก​ทีม ศก. รับมือ​วิกฤตน้ำมัน​-​ราคาสินค้าพุ่ง​

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.56 น.

16 มีนาคม 2569 ​เมื่อเวลา 09.09 น.​ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย​ เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ก่อนที่ช่วงเย็นนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีเกียรติยศ ในโอกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 16 – 18 มี.ค.69 โดยทันทีที่เดินทางมาถึง นายกฯ ได้ไหว้องค์นรสิงห์จำลอง​ ซึ่งถือเป็นกิจวัตรประจำวัน

ขณะเดียวกันในช่วงเช้าวันนี้​ มีรายงานว่า นายกฯ ได้​เรียกประชุมทีมเศรษฐกิจ และฝ่ายกฎหมายรัฐบาล เพื่อประชุมรับมือสถานการณ์พลังงาน​จากวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง ประกอบด้วย ​นายพิพัฒน์​ รัชกิจประการ​ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม , นายเอกนิติ​ นิติทัณฑ์​ประภาศ​ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง , นายสีหศักดิ์​ พวงเกตุแก้ว​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ , นางศุภจี​ สุธรรมพันธุ์ ​รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายอรรถพล​ ฤกษ์​พิบูลย์​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน​ , นายปกรณ์​ นิล​ประพันธ์​ เลขาธิการ​คณะกรรมการ​กฤษฎีกา​ , นายนันทพงษ์​ จิระเลิศพงษ์​ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า​ , นายอนันต์แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ , นายลวรณ​แสง​สนิท​ ปลัด​กระทรวง​การคลัง​

โดย นายเอกนิติ เปิดเผยว่า นายกฯ เรียกประชุมหารือต่อเนื่องจากการประชุมเมื่อวาน (15 มี.ค.) ในเรื่องของน้ำมัน เพราะฉะนั้นต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง ส่วนจะต้องออก พ.ร.ก.กู้เงินชดเชยกองทุนน้ำมัน เพื่อมาใช้ในการรับมือวิกฤตพลังงานหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า วันนี้ทางเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา จะเข้าหารือในประเด็นทางกฎหมายด้วย ส่วนจะต้องมีการขอกู้เงินหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า “ณ วันนี้ยังคงมาติดตามสถานการณ์ก่อน ขณะนี้ยังเป็นรัฐบาลรักษาการ ยังไม่สามารถออกกฎหมายอะไรได้”

อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาเนื่องจากเมื่อช่วงค่ำวานนี้ นายสีหศักดิ์ ได้ต่อสายโทรศัพท์ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน นายเซย์เยด​ อับบาส​ อารักชี​ โดยขอให้ฝ่ายอิหร่านสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือ 3 ลูกเรือไทย ที่ยังตกค้างอยู่บนเรือมยุรีนารี พร้อมหารือขออนุญาตให้เรือพาณิชย์ของไทย เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย ขณะเดียวกันปัจจุบันราคาสินค้าทั้งอุปโภคบริโภคเริ่มทยอยปรับราคาสูงขึ้น ทั้งไข่ไก่ เนื้อหมู ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องมาจากราคาน้ำมัน

ไผ่ ลิกค์ สุดทน! ลั่นหยุดขายน้ำมันให้ต่างชาติ น้ำมันกำแพงเพชรต้องให้คนไทยใช้

ไผ่ ลิกค์ สุดทน! ลั่นหยุดขายน้ำมันให้ต่างชาติ น้ำมันกำแพงเพชรต้องให้คนไทยใช้

ไผ่ ลิกค์ สุดทน! ลั่นหยุดขายน้ำมันให้ต่างชาติ น้ำมันกำแพงเพชรต้องให้คนไทยใช้

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.31 น.

ไผ่ ลิกค์ สุดทน! ลั่นหยุดขายน้ำมันให้ต่างชาติ น้ำมันกำแพงเพชรต้องให้คนไทยใช้

เมื่อวันที่ 16 มี.ค.2569 นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร และเลขาธิการพรรคกล้าธรรม โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า “ควรหยุดขายน้ำมันของเราเพราะตอนนี้เราไม่พอใช้น้ำมันกำแพงเพชรต้องให้คนไทยได้ใช้”

จับตา 18 มี.ค.! ศาล รธน.นัดถก รับ-ไม่รับคำร้อง คดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง

จับตา 18 มี.ค.! ศาล รธน.นัดถก รับ-ไม่รับคำร้อง คดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง

จับตา 18 มี.ค.! ศาล รธน.นัดถก รับ-ไม่รับคำร้อง คดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.21 น.

16 มีนาคม 2569 มีรายงานข่าวว่าการประชุมของศาลรัฐธรรมนูญ ในวันพุธที่ 18 มีนาคม 2569 จะมีการพิจารณาว่าจะรับคำร้องคดี “บาร์โค้ด – คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง” ไว้พิจารณาหรือไม่ ภายหลังจากที่มีข้อกังวลอาจกระทบหลักการลงคะแนนลับ หากศาลรับคำร้อง คดีอาจกลายเป็นประเด็นสำคัญต่อการเลือกตั้งปี 2569

ทั้งนี้ การประชุมของศาลรัฐธรรมนูญใ นวันพุธที่ 18 มีนาคม นี้ ถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากหลายฝ่าย เนื่องจากมีวาระสำคัญพิจารณาว่าจะรับคำร้องเกี่ยวกับการเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 ไว้พิจารณาหรือไม่ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการพิจารณาว่าศาลจะรับคำร้องเข้าสู่กระบวนการวินิจฉัยหรือไม่ หลังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับรูปแบบบัตรเลือกตั้งที่ใช้ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

โดยคำร้องดังกล่าวมีต้นทางจากประชาชนที่ยื่นเรื่องผ่านสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ตั้งข้อสังเกตว่าการพิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง อาจเปิดช่องให้สามารถตรวจสอบหรือเชื่อมโยงย้อนกลับถึงผู้ใช้สิทธิได้ ซึ่งอาจกระทบต่อหลักการสำคัญของการเลือกตั้งที่ต้องเป็นการออกเสียงโดยลับตามรัฐธรรมนูญ

นันทิวัฒน์ กระทุ้งรัฐ! เลิกฟรีวีซ่า คัดกรองเข้มสกัดมาเฟีย-สแกมเมอร์

นันทิวัฒน์ กระทุ้งรัฐ! เลิกฟรีวีซ่า คัดกรองเข้มสกัดมาเฟีย-สแกมเมอร์

นันทิวัฒน์ กระทุ้งรัฐ! เลิกฟรีวีซ่า คัดกรองเข้มสกัดมาเฟีย-สแกมเมอร์

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 08.29 น.

16 มีนาคม 2569 นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรมว.ต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ยกเลิกฟรีวีซ่า

ช่วงนี้เสียงเรียกร้องให้ยกเลิกฟรีวีซ่าดังระงม
ต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจนว่าไทยไม่ได้ต่อต้าน
ชาวยิวหรือชนชาติใดเป็นพิเศษ

ไทยยังเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เดินทางมาไทย​ แต่ไทยคงต้องคัดกรองนักท่องเที่ยว

ไทยต้องการนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ​ มีสตางค์
ไม่ใช่นักท่องเที่ยวที่ตั้งใจเข้ามาหางานทำหรือตั้งรกรากในไทย

วิธีการคัดกรองนักท่องเที่ยวคือการดำเนินการผ่านกระบวนการขอวีซ่า​ ที่นักท่องเที่ยวต้องมีประวัติที่ดี​
มีรายได้เพียงพอสนับสนุนการเดินทางท่องเที่ยว​ มิใช่ใครก็ได้สามารถเข้ามาไทยได้​ ไทยเรามีสมบัติ
ที่ดีที่จะอวดชาวโลก​ แต่ต้องมีค่าเข้าชม​ ไม่ฟรี​

อย่าสนใจหรือให้ความสำคัญกับตัวเลขนักท่องเที่ยวมากเกินไปจนลืมสนใจถึงความปลอดภัยและความมั่นคงของประเทศ​ ไทยจึงต้องเสี่ยงภัยกับผู้ก่อการร้าย​ คนที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับแก๊งค์สแกรมเมอร์​ อาชญากรรมออนไลน์ทางเทคโนโลยี​ มาเฟียต่างชาติ

นักท่องเที่ยวที่เข้ามาและอยู่เกินกำหนด​ ไม่ว่าจะชาวยิวหรือชนชาติอื่น​ ต้องเชิญออกนอกประเทศ​ เพราะเป็นสิ่งที่กระทำไม่ได้​ หากอยากเข้ามาอยู่ในไทยและประกอบอาชีพต้องขอวีซ่าอีกประเภทหนึ่ง

ตรวจคนเข้าเมืองต้องเข้มงวดให้มากต่อนักท่องเที่ยวที่อยู่เกินกำหนด​ คนเข้าเมืองผิดกฎหมาย​ คนไม่พอ​ เครื่องมือไม่พอ​ รีบขอในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลนี้

สว.นันทนา ฟาดแรง! ลั่นปิดจบคดีฮั้วสว.โดยไร้คนผิด คือจุดล่มสลายของความยุติธรรมไทย

สว.นันทนา ฟาดแรง! ลั่นปิดจบคดีฮั้วสว.โดยไร้คนผิด คือจุดล่มสลายของความยุติธรรมไทย

สว.นันทนา ฟาดแรง! ลั่นปิดจบคดีฮั้วสว.โดยไร้คนผิด คือจุดล่มสลายของความยุติธรรมไทย

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 08.19 น.

สว.นันทนา ฟาดแรง! ลั่นปิดจบคดีฮั้วสว.โดยไร้คนผิด คือจุดล่มสลายของความยุติธรรมไทย 

เมื่อวันที่ 16 มี.ค.2569 ดร.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “คดีฮั้วสว.คือจุดเริ่มต้นของขบวนการ “กินรวบประเทศ” การปิดจบคดีโดย “ไม่มีใครผิด” คือจุด “ล่มสลาย” ของความยุติธรรม ในประเทศไทย”

เอกภาพขั้วรัฐบาล! เทพไท ชี้ ภูมิใจไทย-เพื่อไทย ปึกแผ่น ส่ง อนุทิน นั่งนายกฯ

เอกภาพขั้วรัฐบาล! เทพไท ชี้ ภูมิใจไทย-เพื่อไทย ปึกแผ่น ส่ง อนุทิน นั่งนายกฯ

เอกภาพขั้วรัฐบาล! เทพไท ชี้ ภูมิใจไทย-เพื่อไทย ปึกแผ่น ส่ง อนุทิน นั่งนายกฯ

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 07.21 น.

16 มีนาคม 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ผลเลือกประธานสภาฯ สะท้อนเสียงเลือกนายกฯ

เมื่อวานนี้วันที่ 15 มีนาคม 2569 ได้มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลือกผู้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร2ท่าน หลังจากวันที่ 14 มีนาคม 2569 ได้มีรัฐพิธีเปิดสภาผู้แทนราษฎรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กระบวนการทางการเมือง ก็เริ่มต้นและเร่งรัดในทันที ซึ่งสวนทางกับกระแสความรู้สึกของประชาชน ที่นิด้าโพลได้ทำการสำรวจ หลังจากกกต.เร่งรีบรับรองผลการเลือกตั้งส.ส. 499 คน โดยไม่ดำเนินการในเรื่องข้อท้วงติง หรือการร้องคัดค้าน

จะเห็นได้ว่าผลการสำรวจของนิด้าโพล พบว่า 44.81% ระบุว่า ไม่ควรรีบจัดตั้งรัฐบาลใหม่ แต่ควรรอจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย หรือคำตัดสินกรณีการพิมพ์ QR Code หรือบาร์โค้ดลงบนบัตรเลือกตั้ง

ในขณะเดียวกันฝ่ายการเมือง เมื่อผ่านการรับรองจากกกต.ไปแล้ว ก็เร่งรัดทางการเมืองทันที เห็นได้จากการเลือกตั้งประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และมีการกำหนดวันเวลาที่ชัดเจน จะโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 19 มีนาคม 2569 นี้เช่นเดียวกัน

ถ้าดูผลการลงคะแนนของการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ฝ่ายรัฐบาลคือพรรคภูมิใจไทย เสนอชื่อนายโสภณ ซารัมย์ เพื่อแข่งขันกับตัวแทนจากพรรคประชาชน คือนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ผลปรากฏว่า คะแนนที่นายโสภณได้รับคือ 289 คะแนน นายพริษฐ์ได้รับคะแนน 123 คะแนน งดออกเสียง 80 เสียง และมีบัตรเสีย5ใบ คะแนนที่ออกมาสะท้อนถึงคะแนนของรัฐบาล และคะแนนในการโหวตนายกรัฐมนตรีในวันที่ 19 มีนาคม 2569 หมายความว่าในส่วนของรัฐบาล ที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ คะแนนจะอยู่ที่ 291 คะแนน ซึ่งไม่แตกต่างกับคะแนนของนายโสภณที่ได้รับ 289 คะแนน และการเลือกนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี คะแนนจะไม่หนีต่างไปจากนี้ คือความเป็นเอกภาพของพรรคร่วมรัฐบาล คือพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทยและพรรคเล็กๆ รวมแล้วประมาณ 291-292 เสียง

ในขณะที่พรรคการเมืองอย่างพรรคกล้าธรรมและพรรคประชาธิปัตย์ น่าจะมีมติงดออกเสียงเหมือนกับตอนโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร เสียงของนายอนุทินก็จะออกมาในลักษณะเช่นนี้ คือรับรองนายอนุทิน 289 ถึง 292 คะแนน งดออกเสียงก็จะประมาณ 80 เสียง ส่วนบัตรเสียไม่น่าจะมี เพราะฉะนั้นคะแนนการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร น่าจะสะท้อนถึงคะแนนที่เลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในวันที่ 19 มีนาคม 2569

เรื่องที่น่าสังเกต คือบัตรเสีย5ใบ ซึ่งเป็นไปได้อย่างไร ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือส.ส.ทำบัตรเสีย แสดงให้เห็นว่าส.ส.ชุดนี้ไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอ ที่จะใช้ดุลย์พินิจในการลงคะแนน โดยทำบัตรเสีย หรือมีความผิดพลาดในการลงคะแนน ถือว่าขาดวุฒิภาวะ ขาดความรับผิดชอบ ซึ่งเป็นไปได้ว่าสภาชุดนี้ 80% ของส.ส.ระบบเขตมาจากการซื้อเสียง

เพราะฉะนั้นความรู้ความสามารถ วุฒิภาวะ ความรับผิดชอบต่อหน้าที่อาจจะต่ำ จึงทำให้เห็นการทำบัตรเสียของสมาชิกสภา ที่เรียกกันว่าผู้ทรงเกียรติ ซึ่งต่อไปอาจจะไม่ใช่สมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติอีกแล้ว ถ้าเป็นสมาชิกสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ คือมาจากการเลือกตั้งมาจากความศรัทธาของประชาชน ไม่ใช่มาจากการซื้อเสียง ถ้าหากว่ามาจากการซื้อเสียงเขาจะไม่เรียกว่าสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติแต่อย่างใด

จึงฝากไว้เป็นข้อสังเกตว่า ความตกต่ำ ความด้อยคุณภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ ถึงขั้นลงคะแนนทำบัตรเสียได้

สีหศักดิ์ ต่อสายตรง กต.อิหร่าน ขอสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือ 3 ลูกเรือไทย

สีหศักดิ์ ต่อสายตรง กต.อิหร่าน ขอสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือ 3 ลูกเรือไทย

สีหศักดิ์ ต่อสายตรง กต.อิหร่าน ขอสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือ 3 ลูกเรือไทย

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 07.04 น.

“สีหศักดิ์”หารือ”รมว.กต.อิหร่าน” ขอให้สนับสนุนภารกิจการช่วยเหลือลูกเรือไทย 3 คน ที่ยังติดค้างอยู่บนเรือ”มยุรีนารี” พร้อมเรียกร้องทุกฝ่ายกลับสู่การเจรจาและการทูตด้วยสันติวิธีโดยเร็ว

16 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (15 มี.ค.) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หารือทางโทรศัพท์กับ นายเซย์เยด อับบาส อะรอกชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน

รมว.กต.กล่าวต่อว่า ได้ขอให้ฝ่ายอิหร่านสนับสนุนภารกิจการให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทย 3 คน ที่ยังติดค้างอยู่บนเรือ “มยุรีนารี” พร้อมทั้งหารือเกี่ยวกับการอนุญาตให้เรือพาณิชย์ไทยเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย

นายสีหศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า ได้ย้ำท่าทีไทยที่เรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกลับสู่กระบวนการเจรจาและการทูต เพื่อให้สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางจบลงด้วยสันติวิธีโดยเร็วที่สุด

– 006

ปค.สั่งระงับทันที ระบบยืนยันตัวตน‘ปชน.’

ปค.สั่งระงับทันที  ระบบยืนยันตัวตน‘ปชน.’

ปค.สั่งระงับทันที ระบบยืนยันตัวตน‘ปชน.’

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ปค.สั่งระงับทันที ระบบยืนยันตัวตน‘ปชน.’ หลังข้อมูลสมาชิกรั่วไหล

กรมการปกครอง สั่งยกเลิกระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล พรรคประชาชน หลังจากพบข้อมูลสมาชิกรั่วไหล ชึ้อำนาจหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้ตรวจสอบการกระทำที่อาจฝ่าฝืนกฎหมาย

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม กรมการปกครอง(ปค.) กระทรวงมหาดไทย(มท.) ออกเอกสารข่าวชี้แจงกรณีข้อมูลของประชาชนเกิดการรั่วไหลในส่วนของข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อตัว-ชื่อสกุล เลขประจำตัวประชาชน ที่อยู่ วันเดือนปีเกิด หมายเลขโทรศัพท์ อีเมลและข้อมูลอื่นๆ เป็นต้น โดยมีเนื้อหาระบุว่า ตามที่ปรากฏข่าวสาร กรณีพรรคประชาชน ได้ตรวจพบความพยายามจากบุคคลภายนอกในการเข้าถึงข้อมูลในระบบฐานข้อมูลสมาชิกของพรรคโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง เป็นไปตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน

สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ขอเรียนชี้แจง ดังนี้ 1.การดำเนินการของหน่วยงานรัฐ (1) กรมการปกครอง โดยสำนักบริหารการทะเบียน ได้แจ้งยกเลิกการให้พรรคประชาชนใช้งานระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID) รวมถึงโปรแกรมสำหรับอ่านข้อมูลจากบัตรประจำตัวแบบอเนกประสงค์ (Smart Card) ตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม 2569 เวลา 12.00 น.เป็นต้นไป และได้แจ้งให้จัดส่งข้อมูลเกี่ยวกับการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลให้กรมการปกครองทราบ เพื่อคุ้มครองข้อมูลของประชาชน และดำเนินการประชาสัมพันธ์เพื่อให้เกิดการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของข้อมูล และพิจารณาการเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ กับทุกหน่วยงานด้วยนโยบายการรักษาความลับตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร

(2) กรณีที่มีการนำข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชนของประชาชนไปใช้โดยไม่ได้รับความยินยอม หรือใช้เกินวัตถุประสงค์ที่กฎหมายกำหนด หรือการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลมิได้จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม หากตรวจพบว่ามีการกระทำความผิด สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง จะพิจารณาเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน หรือร้องเรียนเพื่อให้มีการพิจารณาโทษทางปกครอง ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง กับผู้กระทำความผิด ต่อไป

2.กรณีหน่วยงานหรือองค์กรที่ได้รับการอนุญาตให้เชื่อมโยงข้อมูลมีการปล่อยปละละเลยให้มีการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งอาจเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย หากปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนโดยไม่ชอบ อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหลายฉบับ ได้แก่

(ก) พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เปิดเผยข้อความหรือตัวเลขซึ่งเป็นข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรโดยมิชอบ (ข) พ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ.2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เข้าถึงข้อมูลหรือเปิดเผยข้อมูลที่บันทึกไว้ในหน่วยความจำอันมีข้อมูลที่ปรากฏอยู่บนบัตรโดยมิได้รับความยินยอมจากผู้ถือบัตร

(ค) พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 (PDPA) การเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีฐานกฎหมาย โทษทางแพ่ง ทางปกครองและทางอาญา (ง) พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 หากมีการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ หรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น(5) กฎหมายเลือกตั้ง กฎหมายพรรคการเมือง หากการได้มาของข้อมูลนำไปใช้เกี่ยวกับการสมัครสมาชิกพรรค หรือกิจกรรมทางการเมืองโดยมิชอบ ทั้งนี้ การพิจารณาความผิดขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ปรากฏ

3.สิทธิของประชาชนในการฟ้องร้องหน่วยงาน องค์กร หรือบุคคลหากมีการนำข้อมูลหน้าบัตรประชาชนของบุคคลไปใช้โดยมิชอบ เช่น บริการทางการเงิน เปิดบัญชีทำธุรกรรมต่างๆ เป็นต้น จนทำให้เจ้าของข้อมูลได้รับความเสียหาย เจ้าของข้อมูลสามารถใช้สิทธิร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนในความผิดที่มีโทษอาญา และมีสิทธิร้องเรียนเพื่อขอให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ได้แก่ (1) ความผิดฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 มีโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (2) ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 264-268 มีโทษจำคุกสูงสุดถึงสิบปี และปรับสูงสุดสองแสนบาท (3) ความผิดเกี่ยวกับการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ตามมาตรา14 (1) แห่ง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

(4) ความผิดเกี่ยวกับเปิดเผยข้อความหรือตัวเลขซึ่งเป็นข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎร ตามมาตรา 17 ประกอบมาตรา 19 แห่ง พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534 มีโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (5) หากมีการเปิดเผยข้อมูลที่บันทึกไว้ในหน่วยความจำโดยมิได้รับความยินยอมจากผู้ถือบัตรตามมาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ.2526 มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (6) ร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้ตรวจสอบการกระทำที่อาจฝ่าฝืนกฎหมาย

4.แนวทางการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนใหม่ ในกรณีที่มีความกังวลว่าข้อมูลบนบัตรประชาชนอาจถูกนำไปใช้ในทางมิชอบ สามารถดำเนินการได้ ดังนี้ (1) ติดต่อสำนักทะเบียนอำเภอ/เขต เพื่อขอทำบัตรประชาชนใหม่ (2) กรณีมีเหตุจำเป็น เช่น ข้อมูลอาจถูกนำไปใช้ในทางมิชอบ เจ้าหน้าที่สามารถพิจารณาดำเนินการออกบัตรใหม่ได้ตามระเบียบ แต่ยังคงต้องเสียค่าธรรมเนียมตามที่ระเบียบกำหนด (ค่าธรรมเนียม 100 บาท) (3) โดยเลขประจำตัวประชาชนยังคงเดิม แต่จะมีเลขหลังบัตร (Laser ID) ใหม่