‘100 ปีราชบัณฑิตยสภา’ เตรียมจัดงานรำลึกในวาระ 50 ปีแห่งการสิ้นพระชนม์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรรณไวทยากร กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ พระบิดาแห่งการบัญญัติศัพท์

31 สิงหาคม 2569 เวลา 16:21 น.

เนื่องในโอกาส ๑๐๐ ปี ราชบัณฑิตยสภา ใน พ.ศ. ๒๕๖๙ ราชบัณฑิตยสภาจึงได้จัดงานแถลงข่าวโครงการประชุมวิชาการเรื่อง “ราชบัณฑิตยสภา ปัจจุบันและอนาคต : ปัญญา คุณธรรม และเทคโนโลยี”  และ “งานรำลึกในวาระ ๕๐ ปี แห่งการสิ้นพระชนม์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรรณไวทยากร กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ พระบิดาแห่งการบัญญัติศัพท์” ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๔-๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๙ เวลา ๐๘.๐๐ – ๑๗.๐๐ น. ณ ห้องประชุมบอลรูม ๑ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร โดยมีศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์สุรพล อิสรไกรศีล นายกราชบัณฑิตยสภา เป็นประธานการแถลงข่าว พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.ผลิน ภู่จรูญ  อุปนายกราชบัณฑิตยสภา คนที่ ๑ ศาสตราจารย์วิบูลย์ ลี้สุวรรณ อุปนายกราชบัณฑิตยสภา คนที่ ๒  และ ดร.ศุภฤกษ์ ภู่พงศ์ศักดิ์ เลขาธิการราชบัณฑิตยสภา เป็นผู้ร่วมแถลงข่าว ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น ๓ สำนักงาน ราชบัณฑิตยสภา อาคารซี ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์สุรพล อิสรไกรศีล นายกราชบัณฑิตยสภา กล่าวว่า ในวาระที่ราชบัณฑิตยสภาครบ ๑๐๐ ปี ใน พ.ศ. ๒๕๖๙ นี้ เพื่อเป็นการเผยแพร่ผลงานสําคัญ ความสําเร็จ และบทบาทของราชบัณฑิตยสภาในรอบ ๑๐๐ ปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของราชบัณฑิตยสภาในฐานะสถาบันหลักของเครือข่ายทางปัญญาแห่งชาติ และองค์การพัฒนาความรู้ทางวิชาการที่สามารถเป็นแหล่งอ้างอิงได้ ราชบัณฑิตยสภาและสํานักงานราชบัณฑิตยสภาจึงมีแนวทางที่จะจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในโอกาสสำคัญนี้ โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๖๗ ไปจนถึง พ.ศ. ๒๕๗๐ ที่ผ่านมา ใน พ.ศ. ๒๕๖๗ ได้มีการจัดประชุมวิชาการ หัวข้อ “ราชบัณฑิต มองไกล นำวิจัย สู่การปรับตัวรับมือโลกร้อน” เมื่อวันศุกร์ที่ ๖ และวันเสาร์ที่ ๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๗ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และใน พ.ศ. ๒๕๖๘ ได้จัดการประชุมวิชาการ หัวข้อ “การประชุมสุดยอดว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์แห่งประเทศไทย ๒๕๖๘ เพื่อการพัฒนาความพร้อมด้านปัญญาประดิษฐ์สำหรับประเทศไทย หรือ Thailand National AI Summit 2025: Advancing AI Readiness for Thailand” เมื่อวันพุธที่ ๑๐ และวันพฤหัสบดีที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๘ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยรวบรวมผู้เชี่ยวชาญ ผู้กำหนดนโยบาย ผู้นำภาคอุตสาหกรรม และนักวิชาการ เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นสำคัญในการเร่งพัฒนาขีดความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์ของประเทศไทย และเตรียมความพร้อมเพื่อเผชิญกับการปฏิวัติทางเทคโนโลยีเอไอที่จะมีผลกระทบต่ออนาคตของประเทศไทย

สำหรับ พ.ศ. ๒๕๖๙ ได้กำหนดจัดการประชุมวิชาการ หัวข้อ “ราชบัณฑิตยสภา ปัจจุบันและอนาคต : ปัญญา คุณธรรม และเทคโนโลยี” ในวันศุกร์ที่ ๔ ถึงวันอาทิตย์ที่ ๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๙ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างราชบัณฑิตยสภาระหว่างสมาชิกทั้ง ๓ สำนัก คือ สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง สำนักวิทยาศาสตร์ และสำนักศิลปกรรม และเพื่อเผยแพร่ผลงานทางวิชาการในหลากหลายสาขาของราชบัณฑิตและภาคีสมาชิกสู่สาธารณชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยงานในวันเสาร์ที่ ๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๙ ซึ่งตรงกับวาระ ๕๐ ปีแห่งการสิ้นพระชนม์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรรณไวทยากร กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ อดีตนายกราชบัณฑิตยสถาน ทั้งนี้ เพื่อรำลึกถึงพระเกียรติประวัติของพระองค์ จึงได้จัด “งานรำลึกในวาระ ๕๐ ปีแห่งการสิ้นพระชนม์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรรณไวทยากร กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ พระบิดาแห่งการบัญญัติศัพท์” ในโอกาสนี้ด้วย

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์สุรพล อิสรไกรศีล กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานครั้งนี้นอกจากจะเพื่อประโยชน์ต่อรัฐบาลและการพัฒนาประเทศ ยังให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายและความร่วมมือทางวิชาการในระดับนานาชาติ โดยประสานงานและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับนักปราชญ์และนักวิชาการต่างประเทศ รวมถึงหน่วยงาน Union Académique Internationale (UAI) ในรูปแบบผสมผสานทั้งการจัดงาน ณ สถานที่จริงและระบบออนไลน์ และได้รับเกียรติจากผู้บริหาร UAI เข้าร่วมการประชุมวิชาการ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการระหว่างประเทศและเผยแพร่ผลงานของราชบัณฑิตยสภาสู่แวดวงวิชาการนานาชาติ

ตลอดระยะเวลา ๑๐๐ ปี แห่งการสถาปนาราชบัณฑิตยสภา นับตั้งแต่วันที่ ๑๙ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๙ ราชบัณฑิตยสภาได้ดำเนินภารกิจและพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง โดยมีบทบาทสำคัญในการสร้างองค์ความรู้ในศาสตร์สาขาต่าง ๆ กำหนดมาตรฐานการใช้ภาษาไทย ตลอดจนให้ความเห็น คำแนะนำ และคำปรึกษาทางวิชาการแก่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีเพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะ ตามพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสภา พ.ศ. ๒๕๕๘ และจะยังคงดำเนินการเพื่อพัฒนางานตามพันธกิจหลักต่อไป โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเผยแพร่ผลงาน ความสำเร็จ และบทบาทของราชบัณฑิตยสภาที่มีต่อการศึกษา การวิจัย และการพัฒนาองค์ความรู้ของประเทศไทย เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ตระหนักและภาคภูมิใจในเกียรติประวัติของราชบัณฑิตยสภาในฐานะสถาบันหลักด้านเครือข่ายทางปัญญาของชาติและแหล่งอ้างอิงทางวิชาการที่สำคัญของประเทศ ขณะเดียวกัน การจัดกิจกรรมดังกล่าวยังเป็นเวทีสำคัญในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างราชบัณฑิตยสภากับหน่วยงานทางวิชาการทั้งในประเทศและต่างประเทศ ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ ตลอดจนต่อยอดความร่วมมือทางวิชาการในศาสตร์สาขาต่าง ๆ อันจะนำไปสู่การสร้างประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ และสนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในอนาคต

100 ปีราชบัณฑิตยสภาพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรรณไวทยากร กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์

12 ปี ‘TOETVA’ นวัตกรรมผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้องทางช่องปากไร้แผล จากฝีมือศัลยแพทย์ไทย สู่การยอมรับกว่า 45 ประเทศทั่วโลก

31 สิงหาคม 2569 เวลา 16:13 น.

ครบรอบ 12 ปี TOETVA (Transoral Endoscopic Thyroidectomy Vestibular Approach) เทคนิคการผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้องทางช่องปากแบบไร้แผลบนผิวหนัง ซึ่งถือกำเนิดขึ้นที่โรงพยาบาลตำรวจ ก่อนพัฒนาและเผยแพร่จนได้รับการยอมรับจากศัลยแพทย์ในกว่า 45 ประเทศทั่วโลก ที่นำเทคนิคนี้ไปประยุกต์ใช้ในการรักษาผู้ป่วย สะท้อนความสำเร็จของวงการแพทย์ไทยในการพัฒนาองค์ความรู้ที่ก้าวสู่การยอมรับในระดับนานาชาติ

ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จดังกล่าวคือ พ.ต.อ.นพ.อังกูร อนุวงศ์ ศัลยแพทย์อนุสาขาศัลยศาสตร์ผ่านกล้อง หัวหน้าหน่วยผ่าตัดส่องกล้องศัลยกรรม กลุ่มงานศัลยกรรม โรงพยาบาลตำรวจ ผู้ได้รับการบันทึกในวารสารการแพทย์นานาชาติว่าเป็นผู้รายงานเทคนิคการผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้องทางช่องปาก (TOETVA) เป็นรายแรกของโลกเมื่อปี พ.ศ. 2557 ปัจจุบันมีประสบการณ์การรักษาสะสมมากกว่า 7,000 ราย พร้อมผลงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์นานาชาติ 67 เรื่อง ได้รับการอ้างอิงทางวิชาการกว่า 3,232 ครั้ง และมีค่า h-index 29 (ข้อมูลปี 2569)

จุดเริ่มต้นของ การผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้องทางช่องปาก (TOETVA) มาจากคำถามง่ายๆ “ทำไมผู้ป่วยต้องมีแผลเป็นที่คอไปตลอดชีวิต?” เนื่องจากในอดีตการผ่าตัดต่อมไทรอยด์แบบเปิดมักทิ้งรอยแผลบริเวณลำคอ ซึ่งส่งผลต่อความมั่นใจและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้หญิง คำถามนี้จึงนำไปสู่การศึกษากายวิภาคอย่างละเอียด ก่อนพัฒนาเทคนิคการเข้าถึงต่อมไทรอยด์ผ่านเยื่อบุด้านในของริมฝีปากล่าง โดยเปิดแผลขนาดเล็กเพียง 3 จุด สอดกล้องและเครื่องมือผ่าตัดผ่านชั้นเนื้อเยื่อไปยังต่อมไทรอยด์ ทำให้สามารถนำก้อนออกได้โดยไม่ทิ้งรอยแผลบนผิวหนัง ผู้ป่วยพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเพียง 2 วัน และฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

ในช่วงเริ่มต้น เทคนิคดังกล่าวเคยถูกตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้และความปลอดภัยพ.ต.อ.นพ.อังกูร จึงพิสูจน์ด้วยการเก็บข้อมูลผู้ป่วยอย่างเป็นระบบ ติดตามผลการรักษา และเผยแพร่ผลงานวิจัยในวารสารการแพทย์นานาชาติ จนกลายเป็นข้อมูลอ้างอิงสำคัญของศัลยแพทย์ในหลายประเทศ

การผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้องทางช่องปาก (TOETVA) เป็นการรักษาภายใต้การดมยาสลบเช่นเดียวกับการผ่าตัดมาตรฐาน โดยใช้กล้องความละเอียดสูงระดับ 4K ช่วยให้ศัลยแพทย์มองเห็นโครงสร้างสำคัญได้อย่างชัดเจนและทำหัตถการได้อย่างละเอียด ปลอดภัย ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถรับประทานอาหารอ่อนได้หลังการรักษาและกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ในเวลาไม่นาน อีกทั้งเทคนิคนี้ยังสามารถใช้ร่วมกับเครื่องมือส่องกล้องมาตรฐานที่โรงพยาบาลหลายแห่งมีอยู่แล้ว จึงเอื้อต่อการถ่ายทอดและขยายการใช้งานไปยังประเทศต่าง ๆ ทั้งในอเมริกา ยุโรป และเอเชีย

ตลอด 12 ปีที่ผ่านมา พ.ต.อ.นพ.อังกูร ได้รับเชิญไปบรรยาย สาธิตการผ่าตัด และกำกับดูแลการผ่าตัดเพื่อถ่ายทอดเทคนิคการผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้องทางช่องปาก (TOETVA) ให้แก่ศัลยแพทย์ในหลายประเทศ สะท้อนการยอมรับในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดไทรอยด์ผ่านทางช่องปากในระดับนานาชาติ ขณะเดียวกันยังมีศัลยแพทย์จากหลายประเทศเดินทางมาศึกษาดูงานที่โรงพยาบาลตำรวจอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดการประชุมวิชาการนานาชาติ International Thyroid NOTES Conference ณ โรงพยาบาลตำรวจ มาแล้ว 7 ครั้ง ส่งผลให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการผ่าตัดไทรอยด์ผ่านทางช่องปากของภูมิภาค  

ความสำเร็จของการผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้องทางช่องปาก (TOETVA) ตลอด 12 ปีที่ผ่านมา ไม่เพียงสะท้อนศักยภาพของ พ.ต.อ.นพ.อังกูร และทีมศัลยแพทย์เท่านั้น แต่ยังสะท้อนบทบาทของโรงพยาบาลตำรวจในฐานะสถาบันการแพทย์ที่มุ่งสร้างองค์ความรู้ งานวิจัย และการพัฒนาเทคนิคการรักษาที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ พร้อมมีส่วนสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการรักษาผู้ป่วยและการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ประชาคมศัลยแพทย์ทั่วโลก

การเดินทางตลอด 12 ปีของ TOETVA ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการผ่าตัดไทรอยด์ผ่านทางช่องปาก แต่ยังต่อยอดสู่เทคโนโลยีและทางเลือกการรักษารูปแบบใหม่ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยในปี 2566 พ.ต.อ.นพ.อังกูร เป็นศัลยแพทย์คนแรกของประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ผ่าตัดไทรอยด์ทางช่องปากด้วยหุ่นยนต์ da Vinci Xi หรือ Transoral Robotic Thyroidectomy (TORT) จากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีการผ่าตัดขั้นสูงที่โรงพยาบาลชั้นนำทั่วโลกใช้งานซึ่งช่วยเพิ่มความละเอียดและความแม่นยำในการผ่าตัด โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีความซับซ้อน ปัจจุบันมีประสบการณ์ผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์สะสมแล้วกว่า 70 รายนับเป็นการต่อยอดนวัตกรรมไทยด้วยเทคโนโลยีระดับโลกอย่างเป็นรูปธรรม

ปัจจุบัน ผู้ป่วยเนื้องอกไทรอยด์บางรายยังมีทางเลือกในการรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยการจี้ก้อนด้วยคลื่นวิทยุ (Radiofrequency Ablation: RFA) หรือคลื่นไมโครเวฟ (Microwave Ablation) โดยใช้เข็มขนาดเล็กสอดเข้าไปในก้อนเนื้องอกภายใต้การนำทางของอัลตราซาวนด์แบบเรียลไทม์ แล้วปล่อยพลังงานความร้อนทำลายเนื้องอกจากด้านใน หัตถการนี้ตอบโจทย์คนยุคใหม่เพราะไม่ต้องตัดต่อมไทรอยด์ออก จึงมีโอกาสรักษาการทำงานของต่อมไว้ได้ ไม่ต้องดมยาสลบ ใช้เพียงยาชาเฉพาะที่ ใช้เวลาทำหัตถการประมาณ 15 นาที และส่วนใหญ่กลับบ้านได้ในวันเดียวกัน

พ.ต.อ.นพ.อังกูร กล่าวว่า “ต่อมไทรอยด์เป็นอวัยวะรูปผีเสื้อบริเวณลำคอด้านหน้า ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนควบคุมระบบเผาผลาญของร่างกาย ความผิดปกติที่พบบ่อยได้แก่ ก้อนเนื้องอกไทรอยด์ ซึ่งพบได้มากโดยเฉพาะในผู้หญิง มะเร็งไทรอยด์ ซึ่งหากตรวจพบเร็วมักให้ผลการรักษาที่ดี และภาวะไทรอยด์เป็นพิษ ซึ่งส่งผลต่อหัวใจ น้ำหนักตัว และอารมณ์ สัญญาณเตือนที่ควรพบแพทย์ ได้แก่ คลำพบก้อนที่ลำคอ ก้อนโตขึ้นเร็ว เสียงแหบ กลืนลำบาก ใจสั่น มือสั่น หรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ การพบแพทย์เพื่อตรวจอัลตราซาวนด์และเจาะชิ้นเนื้อตรวจตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้วางแผนการรักษาได้ทันท่วงที

ปัจจุบันแม้จะมีเทคโนโลยีและทางเลือกในการรักษาโรคไทรอยด์ที่หลากหลายมากขึ้น แต่ไม่มีวิธีใดที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยทุกคน เพราะผู้ป่วยแต่ละรายมีความแตกต่างกัน การผ่าตัดแบบเปิดมาตรฐานยังคงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะผู้ที่มีก้อนขนาดใหญ่เกินกว่าจะรักษาด้วยการส่องกล้องหรือการจี้ด้วยความร้อน หัวใจสำคัญของการรักษาจึงอยู่ที่การประเมินผู้ป่วยอย่างละเอียด เพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะสมที่สุด ทั้งด้านความปลอดภัย ผลการรักษา และคุณภาพชีวิต เทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องมือ เป้าหมายสำคัญที่สุดคือการมอบผลลัพธ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ป่วยแต่ละคน หากคลำพบก้อนบริเวณลำคอ ก้อนโตเร็ว เสียงแหบ กลืนลำบาก หรือน้ำหนักลดผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินตั้งแต่ระยะเริ่มต้น”

ตลอดระยะเวลา 12 ปี การผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้องทางช่องปาก (TOETVA) ไม่เพียงยกระดับทางเลือกในการรักษาผู้ป่วยโรคไทรอยด์ แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ว่าองค์ความรู้ที่เริ่มต้นจากประเทศไทยสามารถพัฒนาเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ พร้อมสร้างประโยชน์แก่ผู้ป่วยและวงการแพทย์ทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง

ผู้ที่สนใจเข้ารับคำปรึกษาเพื่อตรวจประเมินกับ พ.ต.อ.นพ.อังกูร อนุวงศ์ สามารถติดต่อได้ที่ โรงพยาบาลตำรวจ (Walk-in), โรงพยาบาลพญาไท 2 โทร. 02-617-2444 ต่อ 4126, 4161, โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โทร. 02-066-8888 ชั้น 16D หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.drangkoon.com

TOETVAนวัตกรรมผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้องทางช่องปากไร้แผล

DIT ชู ‘เนื้อไทย FESTIVAL’ ขยายตลาดเนื้อโคไทย เชื่อมกลุ่มธุรกิจ–กระตุ้นบริโภค

31 สิงหาคม 2569 เวลา 16:10 น.

เปิดเผยภายหลังเปิดกิจกรรมเชื่อมโยงและรณรงค์บริโภคเนื้อโคไทย ภายใต้ชื่องาน “เนื้อไทย FESTIVAL” ระหว่างวันที่ 28–30 สิงหาคม 2569 ณ ลานกิจกรรมด้านหน้าศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา กรุงเทพมหานคร เพื่อเชื่อมโยงเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตเนื้อโคไทยคุณภาพกับผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ ควบคู่กับการรณรงค์ให้ประชาชนรู้จักและเลือกบริโภคเนื้อโคไทยมากขึ้น มุ่งขยายช่องทางจำหน่าย เพิ่มมูลค่าผลผลิต และสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ

กิจกรรมสำคัญประกอบด้วยการเจรจาจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ผลิตเนื้อโคไทยคุณภาพจำนวน 20 รายจากทั่วประเทศ กับผู้ประกอบการจาก 8 กลุ่มธุรกิจชั้นนำ ได้แก่ สายการบิน โรงแรม ร้านอาหาร/ภัตตาคาร ห้างค้าส่ง-ค้าปลีก โรงงานแปรรูปอาหาร โรงเรียนสอนทำอาหาร กลุ่มจัดจำหน่ายวัตถุดิบอาหาร และร้านจำหน่ายเนื้อโค เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางทางการตลาดให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ อันเป็นการสร้างโอกาสทางการตลาดและยกระดับภาพลักษณ์ของเนื้อโคไทยให้เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง

ขณะเดียวกัน ภายในงาน “เนื้อไทย FESTIVAL” เปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้เลือกซื้อและทดลองชิมผลิตภัณฑ์เนื้อโคไทยคุณภาพหลากหลายสายพันธุ์ เช่น ไทยวากิว ลูกผสมแองกัส หรือชาโรเลส์ ผลิตภัณฑ์จากเนื้อโคไทย เช่น เนื้อแดดเดียว ไส้กรอกเนื้อ ไส้อั่วเนื้อ และอาหารที่รังสรรค์จากเนื้อโคเลิศรส พร้อมกิจกรรมพิเศษ เช่น ชิมเนื้อฟรี โปรโมชั่นส่วนลดที่มีตลอดทั้งงาน และช่วง “นาทีทอง” ที่จะมีเป็นช่วงๆ ตลอดงาน

โดยกิจกรรมดังกล่าวจะจัดขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 28 -30 สิงหาคม 2569 ณ ลานกิจกรรมด้านหน้าศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา ตั้งแต่เวลา 16.00 น. – 22.00 น.

นายจิรวุฒิ  กล่าวว่า ปัจจุบันเกษตรกรและผู้ประกอบการไทยได้พัฒนาสายพันธุ์ อาหารสัตว์ และกระบวนการเลี้ยงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เนื้อโคไทยมีคุณภาพสูงขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งด้านความนุ่ม ไขมันแทรก กลิ่นหอม และรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ รวมถึงมีมาตรฐานการผลิตและการจัดการฟาร์มที่ดี สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้หลายระดับ ตั้งแต่ตลาดทั่วไป ร้านอาหาร ไปจนถึงตลาดเนื้อโคคุณภาพระดับพรีเมียม

สำหรับปี 2569 คาดว่าจะมีผลผลิตโคเนื้อประมาณ 1.14 ล้านตัว เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อน หรือคิดเป็นเนื้อโคประมาณ 0.192 ล้านตัน กรมการค้าภายในจึงให้ความสำคัญกับการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศและเพิ่มช่องทางด้านการตลาด เพื่อให้ผลผลิตได้รับการรองรับอย่างเหมาะสม พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคเห็นว่าเนื้อโคไทยมีคุณภาพ สามารถใช้ประกอบอาหารได้หลากหลาย และแข่งขันกับสินค้านำเข้าได้

“งานปีนี้ต่อยอดจากความสำเร็จของปีก่อน โดยมุ่งเชื่อมโยงตลาดเนื้อโคไทยตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ สร้างโอกาสทางการตลาด ยกระดับภาพลักษณ์ และเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการ กรมฯ เชื่อมั่นว่า คุณภาพ ความนุ่ม กลิ่นหอม และรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของเนื้อไทย จะช่วยกระตุ้นการบริโภค ลดการพึ่งพาการนำเข้า และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน จึงขอเชิญชวนประชาชนมาสัมผัส ‘รสชาติที่แท้จริงของเนื้อไทย’ ภายในงาน เนื้อไทย FESTIVAL” นายจิรวุฒิ กล่าว

DITเนื้อไทย FESTIVAL

ฉลองวันเกิด 89 ปี วิมลรัตน์ กิจวิวัฒนการ

31 สิงหาคม 2569 เวลา 15:43 น.

ประสิทธิ์ กิจวิวัฒนการ พร้อมครอบครัว จัดงานแห่งความรักและความกตัญญู เพื่อมอบความสุขแด่ คุณแม่วิมลรัตน์ กิจวิวัฒนการ ครบ 89 ปี พร้อมคุณแม่อาวุโสของเพื่อนๆ และญาติมิตรทุกท่านที่มาร่วมงาน ด้วยความตั้งใจให้วันนั้นเป็นอีกหนึ่งวันแห่งความทรงจำ ที่ลูกหลานได้มีโอกาสบอกรัก บอกความผูกพัน และตอบแทนพระคุณของผู้เป็นแม่ ผ่านช่วงวันเวลาธรรมดาที่เปี่ยมด้วยความหมาย

ภายในงาน ทุกครอบครัวได้ร่วมกิจกรรมต่างๆ และได้แสดงความรักและความเคารพ มอบพวงมาลัย ถ่ายทอดคำขอบคุณจากหัวใจ และใช้เวลาร่วมกันอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางรอยยิ้ม ความชื่นใจ และภาพของสายใยระหว่างแม่กับลูกที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด ก็ยังคงงดงามเช่นเดิม

อีกหนึ่งวันแห่งความสุขที่ไม่ต้องปรุงแต่ง หากเต็มไปด้วยความหมาย ความกตัญญู และความทรงจำที่เชื่อว่าจะยังคงอยู่ในใจของทุกครอบครัวไปอีกนาน เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมบียอนด์สวีท บางพลัด กรุงเทพฯ

แพน ราชเทวี กรุ๊ป จับมือ มทร.ธัญบุรี เปิดมิติใหม่ ‘วิทยาศาสตร์ความงามที่แท้จริง’

31 สิงหาคม 2569 เวลา 15:36 น.

แพน คคอสเมติก และ ราชเทวีคลินิก ภายใต้ บริษัท แพน ราชเทวี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เดินหน้าสานต่อแนวคิด “TRUE BEAUTY – ความงามที่แท้จริง” จับมือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ธัญบุรี โดยคณะการแพทย์บูรณาการ ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) เพื่อร่วมพัฒนาการศึกษา บุคลากร และองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ความงาม พร้อมเปิดหลักสูตร Non-Degree “วิทยาศาสตร์ความงามที่แท้จริงเชิงบูรณาการ” (Integrative True Aesthetic Science) เชื่อมองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี AI และประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริงในคลินิก เพื่อสร้างบุคลากรรุ่นใหม่รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม Beauty & Wellness  ภายในพิธี ได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.กฤษณ์ชนม์ ภูมิกิตติพิชญ์ รองอธิการบดี มทร.ธัญบุรี เป็นผู้แทนลงนามฯ ร่วมกับ รศ.ดร.นายแพทย์พิชิต สุวรรณประกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพน ราชเทวี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)  โดยมี ผศ.ดร.ไฉน น้อยแสง คณบดีคณะการแพทย์บูรณาการ คณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมเป็นสักขีพยาน

ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนแนวคิดของ แพน คอสเมติก และ ราชเทวีคลินิก ที่ต้องการยกระดับ “ความงาม” จากการมองเพียงภาพลักษณ์ภายนอก สู่การดูแลที่มี วิทยาศาสตร์เป็นพื้นฐาน เพราะ TRUE BEAUTY ไม่ใช่ความงามที่เกิดขึ้นหรือเปลี่ยนแปลงเพียงชั่วข้ามคืน แต่คือความงามที่มุ่งสู่ผลลัพธ์ที่ ยั่งยืน ยืนยาว และยืนยันได้ ผ่านความเข้าใจในผิว การวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ และการเลือกแนวทางดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อไปสู่ Beauty Destination หรือเป้าหมายความงามเฉพาะบุคคล

รองศาสตราจารย์ นพ.พิชิต สุวรรณประกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพน ราชเทวี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือกับ มทร.ธัญบุรี ในครั้งนี้มีความหมายมากกว่าการพัฒนาหลักสูตร เพราะนอกจากจะสร้างโอกาสทางการศึกษาและอาชีพใหม่ในฐานะ “นักนิเทศวิทยาศาสตร์ความงาม” แล้ว ยังเป็นการนำองค์ความรู้ด้าน TRUE BEAUTY ไปสร้างประโยชน์ให้กับสังคมในวงกว้าง

“TRUE BEAUTY คือความงามที่มีวิทยาศาสตร์ด้านชีวเวชศาสตร์ หรือ Biomedical Science เป็นพื้นฐาน มุ่งให้เกิดผลลัพธ์ด้านผิวพรรณที่ยั่งยืน ยืนยาว และสามารถยืนยันผลได้ ความงามที่แท้จริงอาจไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่เกิดจากความเข้าใจในสภาพผิวอย่างถูกต้อง การเลือกแนวทางการดูแลที่เหมาะสม และการติดตามผลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้แต่ละคนสามารถไปถึง TRUE BEAUTY Destination ของตนเองได้”

รศ.นพ.พิชิต กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลอดระยะเวลา 50 ปีของแพน คอสเมติก และ ราชเทวี คลินิก องค์กรได้สั่งสมองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านวิทยาศาสตร์ความงามและชีวเวชศาสตร์ พร้อมพัฒนาวิธีการประเมินและติดตามผล เพื่อให้การดูแลความงามสามารถอธิบายและวัดผลได้ โดยประสบการณ์เหล่านี้จะถูกนำมาต่อยอดสู่การเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ ผ่านการผสานองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับประสบการณ์จากการทำงานจริง

หนึ่งในผลลัพธ์สำคัญของความร่วมมือ คือหลักสูตรระยะสั้นรูปแบบ Non-Degree “Integrative True Aesthetic Science” ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสะสมหน่วยกิตในระบบ Credit Bank และสามารถนำไปต่อยอดสู่การศึกษาระดับปริญญาตรีได้ตามหลักเกณฑ์ของมหาวิทยาลัย

หลักสูตรได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด Destination-based Aesthetic นำองค์ความรู้และประสบการณ์จากการดูแลปัญหาผิวจริงมาผสานกับหลักวิชาการ ตั้งแต่พื้นฐาน Skin Science การประเมินสภาพผิว การวิเคราะห์ปัญหาเฉพาะบุคคล ไปจนถึงการประยุกต์ใช้ AI และเครื่องมือวิเคราะห์ผิว เพื่อออกแบบแนวทางการดูแลที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล

เป้าหมายของหลักสูตรจึงไม่ใช่เพียงให้ผู้เรียน “ทำทรีตเมนต์เป็น” แต่ต้องสามารถ เข้าใจกลไกของผิว วิเคราะห์เป็น ปฏิบัติได้ และประเมินผลได้ บนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ ความปลอดภัย และจริยธรรมวิชาชีพ

เรียนรู้ผ่าน AI และเทคโนโลยีที่ใช้จริง

จุดเด่นของหลักสูตรคือการนำเทคโนโลยีที่ใช้ในการวิเคราะห์และติดตามสภาพผิวมาประยุกต์ในการเรียนรู้ อาทิ FIA Skin Analysis และ FIA Acne AI Tracker เพื่อให้ผู้เรียนรู้จักใช้ข้อมูลประกอบการวิเคราะห์ปัญหาผิวอย่างเป็นระบบ

ผู้เรียนยังได้เรียนรู้ผ่าน Case-based Learning และ Work-Integrated Learning ตั้งแต่การประเมินคุณภาพผิว การวิเคราะห์และติดตามปัญหาสิว ฝ้าและเม็ดสี การเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจนตามวัย ตลอดจนการฟื้นฟูและดูแลผิวในแต่ละช่วงวัย

หลักสูตรจัดขึ้นระหว่างวันที่  5-27ตุลาคม 2569 รวม 147 ชั่วโมง ในรูปแบบ Hybrid Learning ทั้ง Online และ Onsite ณ คณะการแพทย์บูรณาการ มทร.ธัญบุรี ศูนย์รังสิต และ แพน คอสเมติก x ราชเทวีคลินิก โดยรับผู้เรียนจำนวนจำกัด 30 คนต่อรุ่น

เรียนจริง ฝึกจริง สร้าง Portfolio สู่เส้นทางอาชีพจริง

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของหลักสูตร คือการเปลี่ยนองค์ความรู้ให้กลายเป็น ประสบการณ์และผลงานจริง ผู้เรียนจะได้วิเคราะห์ Case Study ใช้เครื่องมือประเมินผิว ติดตามผล และฝึกปฏิบัติในบริบทของคลินิก โดยสามารถรวบรวมผลงานเป็น Portfolio ที่สะท้อนทั้งความรู้ ทักษะการวิเคราะห์ และประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริง

ผู้ที่ผ่านหลักสูตรและการประเมินสมรรถนะตามเกณฑ์ ยังจะได้รับการพิจารณาเป็นกรณีพิเศษในการสมัครงานกับ แพน คอสเมติก x ราชเทวีคลินิก เพื่อต่อยอดสู่เส้นทางอาชีพด้านสุขภาพและความงาม อาทิ นักนิเทศวิทยาศาสตร์ความงาม รวมถึงตำแหน่งอื่นตามความเหมาะสม

รศ.นพ.พิชิต อธิบายถึงบทบาทของนักนิเทศวิทยาศาสตร์ความงามว่า เป็นผู้มีส่วนสำคัญในการสร้างความเข้าใจเรื่องความงามบนพื้นฐานของข้อมูลและวิทยาศาสตร์ สามารถสื่อสารจาก Fact หรือข้อเท็จจริง ไปสู่ Truth หรือเหตุผลที่แท้จริง และเชื่อมโยงสู่ Real หรือผลลัพธ์ที่ปรากฏจริง เพื่อให้ผู้รับบริการเข้าใจแนวทางการดูแลและตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม

เชื่อม “การศึกษา–ธุรกิจ–อาชีพ” สร้างคนรุ่นใหม่สู่อุตสาหกรรม Beauty & Wellness

นอกจากการพัฒนาหลักสูตรแล้ว ความร่วมมือระหว่างสององค์กรยังครอบคลุมถึงการฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพ การพัฒนาบุคลากร การทำโครงงานและงานวิจัย การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การฝึกอบรม ตลอดจนการจัดกิจกรรมบริการทางวิชาการและวิชาชีพ

ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการนำจุดแข็งของ มทร.ธัญบุรี ในด้านวิชาการ การศึกษา และงานวิจัย มาผสานกับองค์ความรู้และประสบการณ์จริงของ แพน คอสเมติก x ราชเทวีคลินิก เพื่อร่วมสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีทั้งความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ทักษะการคิดวิเคราะห์ ความเข้าใจผู้รับบริการ และประสบการณ์จากสถานการณ์จริง

ภายใต้แนวคิด “Integrative True Aesthetic Science – วิทยาศาสตร์ความงามที่แท้จริงเชิงบูรณาการ” แพน คอสเมติก x ราชเทวีคลินิก มุ่งหวังให้ความร่วมมือครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับองค์ความรู้ด้านความงามของประเทศไทย จากการดูแลความงามในรูปแบบทั่วไป สู่ TRUE BEAUTY ที่สามารถเรียนรู้ วิเคราะห์ ปฏิบัติ ติดตาม และวัดผลได้ พร้อมสร้างเส้นทางที่เชื่อมโยงจาก ห้องเรียน – ประสบการณ์จริง – Portfolio – อาชีพ เพื่อสร้างบุคลากรคุณภาพเข้าสู่อุตสาหกรรม Beauty & Wellness อย่างยั่งยืน

WWA จัด WATTANA DANCING QUEEN ฉลองแซยิดศิษย์อาวุโส รุ่น 109-97-85-73

31 สิงหาคม 2569 เวลา 15:27 น.

สมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา (WWA) ร่วมกับ WWA รุ่น 110 จัดงาน  “WATTANA DANCING QUEEN” เพื่อเฉลิมฉลองให้แก่ศิษย์อาวุโสที่มีอายุครบ 5 รอบ WWA รุ่น 109, 6 รอบ WWA รุ่น 97 , 7 รอบ WWA รุ่น 85 และ 8 รอบ WWA รุ่น 73 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเพณีสำคัญของสมาคมฯ แสดงถึงความผูกพันและพลังสามัคคีของศิษย์เก่าโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย   งานมีขึ้นเมื่อวันเสาร์ 22 สิงหาคม 2569 ณ ห้องประชุมอาคารนีลสันเฮส์ โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย

รวมพลังความรักสามัคคีของศิษย์วังหลัง-วัฒนา

ดวงใจ  ตั้งสง่า, ภาวิไล บุราวาศ, ชลลกา เก่งระดมยิง,และ ผาณิต พูนศิริวงศ์

ธัญรัศม์ พิมลสิงห์, ศจ.ดร.แพง ชินพงศ์ นายก WWA, ปิยะนุช เกศยานนท์ , ศศิธร กู้พัฒนากุล และ ฐิดารัตน์ ชำนิวิกัยพงศ์

ชลลกา เก่งระดมยิง,ปาจรีย์ ไชยะกุล, ดร.ณ ฤดี เคียงศิริ, ดารณีนุช ปสุตนาวิน และ วริสา วิริยะพานิช

อ.สาลินี วีรเธียร, ดร.ณ ฤดี เคียงศิริ และ ทพญ.มัลลิกา ลิมปิอนันต์ชัย

บรรยายกาศในงานเป็นไปอย่างอบอุ่น เริ่มด้วย ศจ.ดร.แพง ชินวงศ์ นายกสมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา อธิษฐานเปิดงานและรำลึกถึง อ.วรรณดี คันธวงศ์ อดีตผู้บริหารและอดีตอาจารย์ใหญ่อาวุโสแห่งโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ผู้เป็นที่เคารพรักอย่างยิ่งของลูกศิษย์ จากนั้นเปิดฉากความสนุกสนานโดยการแสดง Line Dance นำโดย วิสาขา บรรหารศุภวาท การแสดงชุด TEAM Little Boss โดย นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ตามด้วยการแสดงจาก WWA รุ่น 102 และทีม Diva Thailand

รุ่นพี่รุ่นน้อง,ชลลกา เก่งระดมยิง, ศรีวรา อิสสระ, บุบผาสวัสดิ์ รัชชตาตะนันท์, กมลรัตน์ บุญ-หลง,พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์,มุกดา องคะสุวรรณ,จิตติมา วรรธนะสิน, ดร.เมตตา องคะสุวรรณ,ดร.ณ ฤดี เคียงศิริ และ มนฑิรา โมชดารา

มนนิตา ตนประเสริฐ, ธนิดา ฤทธาคนี, ศจ.ดร.แพง ชินพงศ์ และเพื่อนๆ

ป้อม เทพหัสดิน ณ อยุธยา (ขวา) และเพื่อน

ร่วมกันร้องเพลงและเป่าเค้ก ฉลองแซยิดศิษย์อาวุโส รุ่น 109-97-85-73

ผาณิต พูนศิริวงศ์ รุ่น 92 พร้อมด้วย ศรีวรา อิสสระ และเพื่อนรุ่น 97 ในธีมลายโพกาดอท

พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ นำทีมเพื่อนๆ WWA 98 อวยพรพี่ๆ WWA97

อ.สาลินี วีรเธียร นำอธิษฐานปิดงาน

เข้าสู่ช่วงพิธีการสำคัญคือการเฉลิมฉลองครอบให้กับรุ่นพี่ศิษย์อาวุโสรุ่นต่างๆ ด้วยการนำเสนอวีดิทัศน์พร้อมมอบของที่ระลึกให้ WWA รุ่น 73 ครบ 8 รอบ, WWA รุ่น 85 ครบ 7 รอบ,  WWA รุ่น 97 ครบ 6 รอบ และ WWA รุ่น 109 ครบ 5 รอบ ที่มาพร้อมการแสดงสุดพิเศษ แล้วจึงเป็นการเป่าเค้กแสดงความยินดีให้แก่รุ่นพี่ ต่อด้วยความสนุกการประกวด DANCING QUEEN การแสดงจากเจ้าภาพร่วม WWA รุ่น 110  ปิดท้ายด้วยการอธิษฐานปิดงานและถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก

วจี อรรถไกลวัลวจี รุ่น 108 และ พรพิศ ใช้พระคุณ

การแสดงชุด TEAM Little Boss จากศิษย์ปัจจุบันชั้น ป.1

รุ่น 97 ในธีมลายโพกาดอท ร้องเพลงประจำโรงเรียน

ศจ.ดร.แพง ชินพงศ์ นายกสมาคม กับเพื่อนๆ มอบการแสดงชุดพิเศษ

การแสดง Line Dance นำโดย วิสาขา บรรหารศุภวาท

รุ่น 102 ยกเวทีแอโรบิกจากสวนลุมมาสร้างความสนุกสนาน

สุดยอด Dancing Queen วิสาขา บรรหารศุภวาท, ตุลยา นิมมานเหมินทร์ และ ปาจรีย์ ไชนะกุล

เก็บภาพความประทับใจ

WATTANADANCINGQUEENสมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา

LEPAS Thailand ร่วมฟื้นฟูจังหวัดน่าน ส่งต่อกำลังใจผ่านการช่วยเหลือผู้ประสบภัย

31 สิงหาคม 2569 เวลา 14:40 น.

LEPAS Thailand ร่วมกับพันธมิตร หอการค้าจังหวัดพิษณุโลก กลุ่มบริษัท Vgroupcars, LEPAS พิษณุโลก, LEPAS นครสวรรค์ และ LEPAS เชียงใหม่ ตลอดจน กองทัพภาคที่ 3 (ทภ.3) ขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและฟื้นฟูจังหวัดน่าน ภายหลังสถานการณ์อุทกภัยและดินถล่มที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ โดยร่วมมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและส่งต่อกำลังใจให้แก่พี่น้องชาวน่าน

การสนับสนุนในครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของ LEPAS Thailand และพันธมิตรทุกฝ่ายในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย พร้อมยืนเคียงข้างและให้ความช่วยเหลือชุมชนในช่วงเวลาที่ต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยได้รับการสนับสนุนด้านพื้นที่และกำลังพลจากกองทัพภาคที่ 3 ในการลำเลียงสิ่งของไปยังพื้นที่ประสบภัยอย่างทั่วถึง

“ทุกน้ำใจที่มอบให้ คือพลังใจที่ส่งต่อ ไม่ว่าความช่วยเหลือจะมากหรือน้อย ล้วนมีความหมายต่อผู้ที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นแรงสนับสนุนให้จังหวัดน่านฟื้นตัวได้อย่างเข้มแข็งโดยเร็ว” นายชาล หวังผู้อำนวยการ เลพาส ประเทศไทย (Country Director, LEPAS Thailand)

LEPAS Thailand ขอร่วมส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวน่านทุกคน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วนในครั้งนี้ จะช่วยให้จังหวัดน่านสามารถฟื้นฟูและก้าวผ่านวิกฤตในครั้งนี้ไปได้ พร้อมเดินหน้าสู่การกลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

LEPASThailandน่าน

‘น้ำมันพืชกุ๊ก’ รับรางวัลเกียรติยศ ‘T MARK HONOUR AWARD’ ตอกย้ำมาตรฐานผลิตระดับสากล ต้นแบบส่งมอบสินค้าไทยคุณภาพสูงสู่ตลาดโลก

31 สิงหาคม 2569 เวลา 14:36 น.

บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด โดย นายเพชร หวั่งหลี กรรมการผู้จัดการ เป็นตัวแทนเข้ารับมอบประกาศนียบัตรผู้ประกอบการที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thailand Trust Mark (T Mark) ประจำปี 2569 โดยปีนี้มีผู้ประกอบการ 22 บริษัท จากหลากหลายอุตสาหกรรมที่ได้รับตราสัญลักษณ์ จัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ โดยมี ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569

นายเพชร กล่าวว่า บริษัทฯ มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thailand Trust Mark (T Mark) ประจำปี 2569 ตอกย้ำถึงมาตรฐานการผลิตระดับสากล ความปลอดภัย และความรับผิดชอบต่อสังคมที่บริษัทยึดมั่นมาโดยตลอด นอกจากนี้ ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการรักษาคุณภาพ และความพร้อมในการสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคทั่วโลก


พิเศษยิ่งขึ้นในปีนี้ บริษัทยังได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ “T MARK HONOUR AWARD” ซึ่งมอบให้แก่ผู้ประกอบการ 11 บริษัทชั้นนำของประเทศไทย ที่สามารถรักษามาตรฐานและต่ออายุการใช้ตราสัญลักษณ์ได้ต่อเนื่องถึง 5 ครั้งติดต่อกัน เพื่อเป็นเกียรติและแสดงความขอบคุณในความทุ่มเท ความสม่ำเสมอ และการคงไว้ซึ่งมาตรฐานระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนความมุ่งมั่นในการสร้างความยั่งยืน และเป็นต้นแบบในการส่งมอบสินค้าไทยคุณภาพสูงสู่ตลาดโลก


สำหรับตราสัญลักษณ์ Thailand Trust Mark (T Mark) ปัจจุบันมีบริษัทที่ได้รับตรา T Mark แล้วกว่า 274 บริษัท 1,007 แบรนด์ และมีสินค้ามากกว่า 8,316 รายการ ครอบคลุม 7 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เกษตร อาหารและเครื่องดื่ม อุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม ไลฟ์สไตล์ แฟชั่น และธุรกิจบริการ โดยตราสัญลักษณ์ T Mark ถือเป็นเครื่องหมายแห่งคุณภาพและความน่าเชื่อถือของสินค้าและบริการจากประเทศไทย สะท้อนมาตรฐานสากลทั้งด้านการผลิต การดูแลแรงงาน ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงศักยภาพในการแข่งขันในตลาดโลก

TMARKHONOURAWARDน้ำมันพืชกุ๊ก

Thailand Real Estate Awards 2026 ฉลองครบรอบ 10 ปีแห่งความเป็นเลิศ AP Thailand คว้ารางวัลสูงสุด Developer of the Year Thailand 2026

31 สิงหาคม 2569 เวลา 14:32 น.

เหล่านักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ โครงการระดับแนวหน้า และบุคลากรสำคัญในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย ร่วมงาน Thailand Real Estate Awards 2026 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ณ Four Seasons Hotel Bangkok at Chao Phraya River เพื่อเฉลิมฉลองความเป็นเลิศของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย พร้อมฉลองวาระสำคัญครบรอบ 10 ปีของเวทีรางวัล

รางวัลเกียรติยศสูงสุดของค่ำคืน Developer of the Year Thailand 2026 ตกเป็นของ AP (Thailand) Public Company Limited หนึ่งในบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยชั้นนำของประเทศเพื่อยกย่องบทบาทและผลงานที่มีส่วนสำคัญต่อการยกระดับและพัฒนารูปแบบการอยู่อาศัยของคนไทยอย่างต่อเนื่อง

รางวัลระดับประเทศครั้งนี้ถือเป็นไฮไลต์สำคัญของค่ำคืน ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อสะท้อนภาพรวมของศักยภาพวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยอย่างรอบด้านด้วยขนาด และความหลากหลายของพอร์ตโฟลิโอด้านที่อยู่อาศัยตลอดจนอิทธิพลต่อการพัฒนารูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนทั่วประเทศ ทำให้ AP Thailand ได้รับการยกย่องด้วยรางวัลสูงสุดในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แห่งปีของประเทศไทย
นอกจากนี้ AP Thailand ยังได้รับรางวัลพิเศษ Excellence in High-Rise Development ภายใต้กลุ่มรางวัล Excellence Awards ซึ่งจัดขึ้นเป็นพิเศษในโอกาสครบรอบ 10 ปี ส่งผลให้ AP Thailand เป็นหนึ่งในบริษัทที่โดดเด่นที่สุดของงานประกาศรางวัลประจำปี 2026

Adam Sutcliffe, Director of Dot Property Group กล่าวว่า “การมอบรางวัล Developer of the Year Thailand ให้แก่ AP Thailand มีความหมายเป็นพิเศษในปีที่เราฉลองครบรอบ 10 ปี เพราะนี่คือรางวัลสูงสุดระดับประเทศของเรา ซึ่งต้องสะท้อนถึงสิ่งที่มากกว่าความสำเร็จของโครงการใดโครงการหนึ่ง ด้วยขนาด ความหลากหลายของการพัฒนา และบทบาทอย่างต่อเนื่องของ AP ที่มีต่อการอยู่อาศัยในประเทศไทย ทำให้ AP เป็นผู้ที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับรางวัลนี้ ในช่วงเวลาที่เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของเวทีรางวัล”

บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการได้รับรางวัลในครั้งนี้ว่า “ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจในหลากหลายมิติในปี 2569 ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ รางวัล Developer of the Year Thailand 2026 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ AP Thailand ในการร่วมสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมหลักของประเทศ ผ่านการดำเนินธุรกิจด้วยวินัยทางการเงินอย่างเคร่งครัด ควบคู่กับศักยภาพในการบริหารพอร์ตโฟลิโอโครงการคุณภาพของ AP มากกว่า 200 โครงการทั่วประเทศ
AP Thailand ไม่ได้มุ่งเพียงรักษาการเติบโตในการดำเนินธุรกิจ แต่ยังมุ่งสร้างความเชื่อมั่นและเตรียมความพร้อมในการส่งมอบโครงการที่อยู่อาศัยคุณภาพ ครอบคลุมทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียมในทุกกลุ่มเป้าหมาย เพื่อส่งมอบแนวคิด ‘Empower Living’ ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

AP Thailand ขอขอบคุณ Mr. Adam Sutcliffe, Director of Dot Property Group และคณะกรรมการทุกท่านอย่างจริงใจ สำหรับการมอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้ให้แก่ AP Thailand ในค่ำคืนนี้”

10 Years, New Era — 10 ปีแห่งความสำเร็จ สู่ยุคใหม่

ภายใต้แนวคิด “10 Years, New Era” งาน Thailand Real Estate Awards 2026 ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองหนึ่งทศวรรษแห่งการยกย่องความเป็นเลิศในวงการอสังหาฯไทยแต่ยังถือเป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ที่มีเป้าหมายและวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลยิ่งขึ้น

จากรากฐานความสำเร็จตลอด 10 ปีของ Dot Property Awards เวทีรางวัลได้พัฒนาสู่ Thailand Real Estate Awards และก้าวขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์ม Southeast Asia Real Estate Awards ซึ่งได้รับการเสริมความแข็งแกร่งด้วยเครือข่ายระดับภูมิภาค ฐานผู้ใช้งาน ข้อมูลด้านอสังหาริมทรัพย์ Market Intelligence ตลอดจนความสัมพันธ์กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมของ Dot Property Group และเครือข่ายแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ในกลุ่ม

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงมีความหมายมากกว่าการเปลี่ยนชื่อของเวทีรางวัล

หัวใจสำคัญของรางวัลยังคงสอดคล้องกับพันธกิจหลักของ Dot Property Group นั่นคือ การช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจด้านอสังหาริมทรัพย์ได้ดียิ่งขึ้น
ในแต่ละวัน ผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ของกลุ่มเข้ามาค้นหาที่อยู่อาศัย การลงทุน โครงการ และบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่เวทีรางวัลทำหน้าที่ต่อยอดพันธกิจดังกล่าวด้วยการนำเสนอและยกย่องโครงการ และนักพัฒนาที่สามารถสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดในแต่ละปี
Adam Sutcliffe กล่าวว่า
“เวทีรางวัลมีความเชื่อมโยงกับสิ่งที่เราทำในฐานะธุรกิจมาโดยตลอด ผู้คนเข้ามายังแพลตฟอร์มของเราทุกวันเพื่อค้นหาอสังหาริมทรัพย์และเราต้องการยืนอยู่เคียงข้างผู้ใช้งานเหล่านั้นด้วยการช่วยนำเสนอโครงการและนักพัฒนาที่กำลังสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาด

“สิ่งนี้ทำให้รางวัลของเรามีความหมายมากกว่าการเฉลิมฉลองเพียงค่ำคืนเดียวผ่านแพลตฟอร์ม, คอนเทนต์, ข้อมูลและความสัมพันธ์กับตลาด เราสามารถถ่ายทอดเรื่องราวของอสังหาริมทรัพย์ที่โดดเด่นและช่วยให้ผู้ที่กำลังค้นหาอสังหาริมทรัพย์ได้ค้นพบโครงการเหล่านั้น”
หลังจากการเติบโตตลอดหนึ่งทศวรรษ ความเชื่อมโยงระหว่างการค้นหาอสังหาริมทรัพย์ ข้อมูลเชิงลึกของตลาดและการยกย่องความเป็นเลิศกำลังก้าวไปสู่ระดับที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
เป้าหมายของยุคต่อไปคือการสร้างแพลตฟอร์มรางวัลด้านอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถสะท้อนตลาดอสังหาริมทรัพย์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างลึกซึ้ง และมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นด้วยการผสานเครือข่ายระดับภูมิภาคเข้ากับความรู้เชิงลึกในแต่ละตลาด รวมถึงการกำกับดูแลจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม
สำหรับปี 2026 โครงการ Thailand Real Estate Awards ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่ม Awards Consultants ที่ขยายความร่วมมือมากขึ้น ประกอบด้วย Savills Thailand, Colliers Thailand และ FazWaz ซึ่งนำองค์ความรู้จากทั้งด้านที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ Market Intelligence และข้อมูลเชิงลึกด้านธุรกรรมมาร่วมกัน
สะท้อนภาพอสังหาริมทรัพย์ไทยในระดับประเทศ
หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ Thailand Real Estate Awards 2026 คือความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ของผู้ได้รับรางวัล
ตั้งแต่ตลาดที่อยู่อาศัยระดับ Ultra Luxury ในกรุงเทพฯ ที่มีความซับซ้อนและยกระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไปจนถึงตลาดวิลล่าระดับนานาชาติของภูเก็ต รวมถึงอีสเทิร์นซีบอร์ด หัวหิน และเกาะสมุย เวทีในปีนี้ครอบคลุมความเป็นเลิศทั้งด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัย Luxury Living, Lifestyle, Design, Hospitality, Customer Experience, Property Management และ Innovation

รายชื่อผู้ชนะประจำปี 2026 สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วประเทศไทย รวมถึงตลาดรูปแบบการใช้ชีวิต และกลุ่มผู้บริโภคที่แตกต่างกัน ซึ่งล้วนเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการเติบโตของอุตสาหกรรม
Adam Sutcliffe กล่าวเพิ่มเติมว่า
“ประเทศไทยสะท้อนภาพของสิ่งที่เราต้องการเห็นในยุคใหม่ของรางวัลได้อย่างชัดเจน นี่ไม่ใช่เพียงภาพของตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ผู้ชนะของเรามาจากทั้งกรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยาและอีสเทิร์นซีบอร์ด หัวหิน เกาะสมุย และอีกหลายพื้นที่ทั่วประเทศ”
“พวกเขาเป็นตัวแทนของเซ็กเตอร์ ตลาด และรูปแบบการอยู่อาศัยที่แตกต่างกัน และเมื่อมองร่วมกัน ทั้งหมดนี้ได้ถ่ายทอดเรื่องราวที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นเกี่ยวกับศักยภาพความหลากหลายและความมุ่งมั่นของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย”

การฉลองวาระครบรอบครั้งสำคัญไม่ได้เกิดขึ้นผ่านการมอบรางวัลเพียงอย่างเดียว แต่ยังถูกถ่ายทอดผ่านค่ำคืนที่รวบรวมบุคคลและองค์กรชั้นนำของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยเข้าไว้ด้วยกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่ได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับโอกาสพิเศษของการครบรอบหนึ่งทศวรรษ

ท่ามกลางทัศนียภาพริมแม่น้ำเจ้าพระยาของโรงแรม Four Seasons Hotel Bangkok at Chao Phraya River เหล่านักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผู้นำในอุตสาหกรรม และแขกผู้มีเกียรติ ได้ร่วมสัมผัสโฉมใหม่ของเวทีประกาศรางวัล ถ้วยรางวัลดีไซน์ใหม่ ตลอดจนช่วงเวลาพิเศษที่พาทุกคนย้อนมองความสำเร็จตลอด 10 ปีที่ผ่านมา พร้อมก้าวไปสู่อนาคตของเวทีประกาศรางวัล
ในช่วงกลางของงาน ไอซ์ ศรัณยู ศิลปินป๊อปชื่อดังของไทย ขึ้นเวทีพร้อมมินิคอนเสิร์ตสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เติมเต็มค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีด้วยสีสันและความบันเทิง
หลังการประกาศรางวัลสุดท้าย แขกผู้ร่วมงานได้เดินทางจากห้องบอลรูมสู่พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อร่วมชมการแสดงพลุสุดตระการตา ปิดท้ายการฉลองครบรอบ 10 ปีอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นยุคใหม่ของ Thailand Real Estate Awards

การผสานระหว่างการยกย่องความสำเร็จของอุตสาหกรรม ความบันเทิง และการเฉลิมฉลอง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Thailand Real Estate Awards ในการสร้างเวทีที่คู่ควรกับบริษัทและบุคลากรที่กำลังขับเคลื่อนหนึ่งในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่สำคัญที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เสริมความแข็งแกร่งด้วยข้อมูลและมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม
Thailand Real Estate Awards ขอขอบคุณ Savills Thailand, Colliers Thailand และ FazWaz สำหรับการสนับสนุนโครงการประจำปี 2026 ในฐานะ Awards Consultants
ความร่วมมือดังกล่าวนำมาซึ่งมุมมองที่หลากหลายจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย ทั้งด้านที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ ประสบการณ์ด้านธุรกรรม Market Intelligence และข้อมูลเชิงลึกของตลาด

โครงสร้าง Awards Consultants ที่ได้รับการขยายในปีนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเวทีรางวัลสำหรับทศวรรษต่อไป โดยผสานเครือข่ายระดับภูมิภาคของ Dot Property Group เข้ากับความเชี่ยวชาญในตลาดท้องถิ่นและมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ Thailand Real Estate Awards ยังขอขอบคุณโรงแรม Four Seasons Hotel Bangkok at Chao Phraya River ที่กลับมาเป็นสถานที่จัดหนึ่งในงานรวมตัวของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยที่มีความเอ็กซ์คลูซีฟที่สุดแห่งปีอีกครั้ง

Thailand Real Estate Awards ก้าวสู่เวทีใหม่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Thailand Real Estate Awards เป็นส่วนหนึ่งของโครงการรางวัลระดับภูมิภาคประจำปี 2026 ซึ่งครอบคลุมตลาดอสังหาริมทรัพย์สำคัญทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เวทีรางวัลระดับประเทศใน เวียดนาม ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และกัมพูชา จะนำไปสู่ Southeast Asia Real Estate Awards Grand Final ซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ในเดือนธันวาคม โดยรวบรวมนักพัฒนาฯ โครงการ และผู้นำในวงการอสังหาริมทรัพย์ที่โดดเด่นจากทั่วภูมิภาคมาไว้บนเวทีเดียวกัน

แพลตฟอร์มระดับภูมิภาคที่ได้รับการขยายครั้งนี้ เปิดโอกาสให้นักพัฒนาอสังหาฯ และโครงการชั้นนำของไทยสามารถต่อยอดจากการได้รับการยอมรับในระดับประเทศสู่การได้รับการยอมรับในระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมยกระดับความแข็งแกร่งของเวทีรางวัลผ่านเครือข่ายที่กว้างขึ้น ความเข้าใจในแต่ละตลาด และความเชี่ยวชาญของผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม

10ปีAPThailandThailandRealEstateAwards2026

‘พรรณี ชาเอกิ’ เข้ารับรางวัลต้นแบบคนดี ‘เพชรพสุธาสยาม’ ประจำปี 2569

31 สิงหาคม 2569 เวลา 13:52 น.

เป็นหนึ่งในนักธุรกิจหญิงที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติในสาขาต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด  นางพรรณี ชาเอกิ เข้ารับรางวัลต้นแบบคนดี “เพชรพสุธาสยาม” ประจำปี 2569 จากมูลนิธิคุ้มเกล้าเยาวชนคนสร้างชาติ

มูลนิธิคุ้มเกล้าเยาวชนคนสร้างชาติ นำโดย ดร.ณิชาภา สิงห์ณรงค์ ประธานมูลนิธิฯ และคณะกรรมการคัดสรร ได้มีมติพิจารณาคัดเลือกให้  นางพรรณี ชาเอกิ ประธานกรรมการบริหาร R.R.D Automotive (Thailand) บริษัทผู้ผลิตและให้บริการด้านชิ้นส่วนยานยนต์ครบวงจรระดับโลก เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ และควรค่าแก่การยกย่อง ให้เข้ารับรางวัลเชิดชูเกียรติ “เพชรพสุธาสยาม” ประจำปี 2569 ในสาขาประกาศเกียรติคุณ นักธุรกิจ นักบริหาร ผู้ประกอบการ ผู้มีธรรมาภิบาลโปร่งใส ดีเด่น

การมอบรางวัล “เพชรพสุธาสยาม” ในครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้โครงการเทิดพระเกียรติเนื่องในวันแม่แห่งชาติ โดยความร่วมมือระหว่างมูลนิธิคุ้มเกล้าเยาวชนคนสร้างชาติ กองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดชลบุรี และภาคีเครือข่าย เพื่อสืบสานสถาบันครอบครัวและวัฒนธรรมประเพณีของชาติ รวมถึงเล็งเห็นถึงความสำคัญของบุคคลในหลากหลายบทบาทหน้าที่ ที่ได้เสียสละ ทุ่มเท และอุทิศตนสร้างคุณประโยชน์ให้แก่สังคมและประเทศชาติในทุกๆ ด้าน

ทั้งนี้ รางวัลดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นการยกย่องบุคคลต้นแบบที่สร้างคุณประโยชน์แก่สังคมไทย และส่งเสริมการทำความดีเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้แก่คนในสังคมสืบไป

พรรณีชาเอกิเพชรพสุธาสยาม