ทรงศักดิ์ เผย มอบฝ่าย กม.รวบรวมหลักฐาน จ่อดำเนินคดีปมคลิปเสียงพาดพิงเอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น

ทรงศักดิ์ เผย มอบฝ่าย กม.รวบรวมหลักฐาน จ่อดำเนินคดีปมคลิปเสียงพาดพิงเอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น

ทรงศักดิ์ เผย มอบฝ่าย กม.รวบรวมหลักฐาน จ่อดำเนินคดีปมคลิปเสียงพาดพิงเอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.06 น.

ทรงศักดิ์ เผยมอบฝ่ายกฎหมายกำลังรวบรวมหลักฐานจ่อดำเนินคดีปมคลิปเสียง ส้ม-กิจ พาดพิงลามเชื่อมโยงเคส ทุจริตสอบท้องถิ่น ทำเสียหาย ยันไม่รู้จัก-ไม่เคยทำเรื่องแบบนี้ เชื่อความจริงจะปรากฏ เชียร์รับเป็น คดีพิเศษ ฟันยึดทรัพย์จมเขี้ยว ดำเนินคดีเด็ดขาด เมินคนมอง มท. ป่วนเกาเหลากันเองภายใน

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.2569 เมื่อเวลา 14.20 น. ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะอดีตรมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีคลิปเสียงที่พาดพิงมีส่วนร่วมในขบวนการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นว่า ขณะนี้ตนได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายอยู่ระหว่างการรวบรวมว่ามีใครออกมาพูดบ้าง รวมถึงรวบรวมคลิปเสียงว่ามีการพาดพิงถึงใคร พาดพิงถึงตนหรือไม่ ส่วนคนที่สนทนาในคลิปเสียง ไม่ได้ยืนยันขนาดนั้น เป็นแค่การสนทนาพาดพิง และตนก็ไม่รู้จักว่าคนชื่อ “ส้ม” กับคนชื่อ “กิจ” เป็นใคร ยอมรับว่าขณะนี้ได้ชื่อมาบางส่วนแล้ว จะต้องให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพราะตนอยากให้เกิดความชัดเจน ไม่อยากให้เอาคลิปมาพูดกันแบบกำกวม ตนไม่เห็นด้วยกับการพูดกลับไปกลับมา ถ้าเรายืนยันว่าไม่ได้ทำ และคลิปทำให้ประชาชนเข้าใจผิด คิดว่าเรามีส่วนเกี่ยวข้อง เราก็ถือเป็นผู้เสียหาย

“ที่มีการพาดพิงถึงรัฐมนตรีช่วย จากที่ผมดูข่าว เป็นเสียงจริงๆ แต่มีการดูดเสียงออกไป แต่หากดูในคลิปเต็มก็มีอยู่บ้าง ซึ่งในคลิปเองก็พูดจาสับสนอยู่พอสมควรว่าใช่ผมหรือไม่ แต่ดูแล้วคิดว่าไม่ถึงผมโดยตรง ไปพาดพิงถึงคนอื่น แต่มาเกี่ยวกับผมเพราะเป็นรัฐมนตรีช่วยในขณะนั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมต้องติดตาม ยืนยันเป็นเรื่องที่ไม่จริง ผมไม่เคยทำสิ่งเหล่านี้” นายทรงศักดิ์ กล่าว

เมื่อถามว่า ในฐานะที่เคยกำกับดูแลกระทรวงมหาดไทยมานาน มองปัญหาที่เกิดขึ้นในกระทรวงอย่างไร นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ได้มีปัญหาอะไร กระทรวงนี้เป็นกระทรวงเก่าแก่ ทำงานเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขมาโดยตลอด ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ปัญหาที่เกิดเป็นมุมมองที่มีความแตกต่าง

เมื่อถามว่า มีนักวิชาการวิเคราะห์ว่า ปัญหาส่วนหนึ่งเป็นเพราะการกระทบกระทั่งกันเองของราชการภายใน นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องคนมอง แต่ตอนที่ตนอยู่ในกระทรวงก็ไม่มีอะไร วันนี้ก็เหมือนกัน ตนก็ดูตามที่เป็นข่าวก็ไม่มีอะไร เป็นเรื่องของการทำงาน บางครั้งการทำงานคนก็มองความแตกต่าง เมื่อมองต่างกันก็มีความเห็นไม่ตรงกัน เป็นความขัดแย้ง แต่ไม่ได้มีอะไร เป็นเรื่องปกติของกระทรวงมหาดไทยอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า ข่าวที่ออกมาจากกระทรวงมหาดไทย จะทำให้เกิดเป็นวิกฤตศรัทธาของประชาชนหรือไม่ นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ไม่มีอะไรทำให้คิดถึงขนาดนั้น เพียงแต่วันนี้คนอาจจะดูข่าว จนมองเป็นเรื่องความขัดแย้ง

นายทรงศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ในขณะที่ตนเป็นรมช.มหาดไทย ยอมรับว่าได้ยินข่าวการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น จาก สส.ที่ไปตั้งกระทู้ถามในสภาฯก่อนหน้านี้แล้วครั้งหนึ่ง เราก็ได้นำบทเรียนมาปิดช่องว่าง ในสมัยที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ก็ได้กำชับไป และได้มีการเชิญหน่วยงานเข้ามาบูรณาการป้องกันการทุจริต เพื่ออุดช่องว่าง ตอนที่เราอยู่ก็ป้องกันอย่างเต็มที่ นายอนุทินก็ได้ย้ำกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไปแล้วว่า ต้องรับคดีนี้เป็นคดีพิเศษ ต้องยึดทรัพย์ และดำเนินคดีตามกฎหมายสูงสุด ดังนั้นเรื่องนี้ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด เมื่อข้อสอบจริงมีอยู่แล้ว และนำข้อสอบไปใส่ในห้องมั่นคงเพื่อสแกนคำตอบไว้ เมื่ออยากรู้ว่าคนไหนสอบได้จริงหรือไม่ ก็เอาคำตอบจริงที่อยู่ในห้องมั่นคงมาตรวจ ตนเชื่อว่าความจริงจะปรากฏ

สีหศักดิ์ เผย รอ 2 ฝ่าย หาผู้ประนอมคนที่ 5-ประธานฯ ก่อนเคลียร์ข้อพิพาททางทะเลUNCLOSไทย-เขมร

สีหศักดิ์ เผย รอ 2 ฝ่าย หาผู้ประนอมคนที่ 5-ประธานฯ ก่อนเคลียร์ข้อพิพาททางทะเลUNCLOSไทย-เขมร

สีหศักดิ์ เผย รอ 2 ฝ่าย หาผู้ประนอมคนที่ 5-ประธานฯ ก่อนเคลียร์ข้อพิพาททางทะเลUNCLOSไทย-เขมร

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.53 น.

ให้เวลาเขาหน่อย! สีหศักดิ์ เผย กำลังรอทั้ง 2 ฝ่ายหา ผู้ประนอมคนที่ 5 – ประธานฯ ก่อนเดินหน้าเคลียร์ข้อพิพาททางทะเลUNCLOSไทย-กัมพูชา ชี้มีเวลาอีก 30 วันในการตอบรับเข้าร่วม

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.2569 เมื่อเวลา 14.15 น. ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล(UNCLOS) ในประเด็นข้อพิพาททางทะเลโดยเฉพาะบริเวณเกาะกูด จ.ตราดว่า ขณะนี้กำลังรอให้ผู้ประนอมทั้ง2ฝั่ง หาผู้ประนอมคนที่5 เมื่อหาได้ก็คงจะมีการนัดประชุมกัน ซึ่งมีเวลา30วันในการตอบรับที่จะเข้าสู่UNCLOS ส่วนตัวประธานUNCLOS ทางฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการหากันเอง ก็ต้องให้เวลาเขาหน่อย

‘แสวง’ สอนมวย ‘คริส’ หยุดทำปชช.สับสน หลังโวยไม่ได้เลือกสก. เพราะย้ายทะเบียนบ้านไม่ถึงปี

'แสวง' สอนมวย 'คริส' หยุดทำปชช.สับสน หลังโวยไม่ได้เลือกสก. เพราะย้ายทะเบียนบ้านไม่ถึงปี

‘แสวง’ สอนมวย ‘คริส’ หยุดทำปชช.สับสน หลังโวยไม่ได้เลือกสก. เพราะย้ายทะเบียนบ้านไม่ถึงปี

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.47 น.

วันที่ 28 มิ.ย.69 นายแสวง บุญมี เลขาธิการสำนักงาน กกต. กล่าวถึงกรณีที่นายคริส โปตระนันทน์ ประธานพรรคเศรษฐกิจ และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ออกมาระบุว่าไม่สามารถใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ก. ได้ เนื่องจากย้ายทะเบียนบ้านไม่ถึงปี ทำให้ถูกจำกัดสิทธิ ว่า “ก่อนพูดอะไร ควรจะศึกษาให้ถ่องแท้ก่อน ว่าเป็นกฎหมายหรือเป็นระเบียบ ถ้าเป็นกฎหมายทุกคนก็ต้องปฏิบัติตาม สำนักงานกกต. ก็ต้องปฏิบัติตามเช่นกัน อย่าทำให้ประชาชนสับสน “

เลขาธิการสำนักงาน กกต. กล่าวอีกว่า เพราะ พ.ร.บ.กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น (ฉบับ2) พ.ศ.2566 มีข้อกำหนดระบุชัดเจนว่า ประชาชนที่มีชื่อในทะเบียนบ้านใน กทม. ไม่ว่าจะเขตใดก็ตาม เกิน 1 ปี แต่มีการย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาอยู่ในเขตใหม่น้อยกว่า 1 ปี จะมีสิทธิเลือกตั้งเฉพาะ ผู้ว่าราชการกรุงเทพ มหานครเท่านั้น หากต้องการใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ก. จะต้องไปขอเพิ่มชื่อในเขตเดิมที่เคยมีชื่ออยู่ ติดต่อกันเกิน 1 ปี ภายในวันที่ 17 มิ.ย. 69 ที่ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตที่ท่านมีสิทธิเลือกตั้ง

ดังนั้น แม้กฎหมายจะเปิดช่องให้กลับไปใช้สิทธิในเขตเดิมได้ แต่ก็กำหนดชัดว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะต้องมาแจ้งขอลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนวันเลือกตั้งอย่างน้อย 10 วัน เพราะย้ายทะเบียนบ้านไปเขตใหม่ไม่ถึง 1 ปี ต้องไปเพิ่มชื่อ เพื่อขอสิทธิ เลือก ส.ก. ที่เขตเดิมหากไม่ได้แจ้งล่วงหน้าก่อนวันเลือกตั้งก็ไม่สามารถใช้สิทธิตามระเบียบกำหนดไว้ได้

กทม. เตือนฝนมาแล้ว ใครยังไม่ไปใช้สิทธิ ให้รีบเลย

กทม. เตือนฝนมาแล้ว ใครยังไม่ไปใช้สิทธิ ให้รีบเลย

กทม. เตือนฝนมาแล้ว ใครยังไม่ไปใช้สิทธิ ให้รีบเลย

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.25 น.

วันที่ 28 มิ.ย.69 เวลา 15.00 น. กรุงเทพมหานครรายงานสภาพอากาศในพื้นที่ กทม. มีฝนเล็กน้อยเขตหนองแขม บางขุนเทียน บางบอน จอมทอง ภาษีเจริญ เคลื่อนตัวทิศตะวันออก แนวโน้มคงที่ ใครยังไม่ไปใช้สิทธิ ให้รีบออกมา โดยประชาชนสามารถติดตามคาดการณ์ฝนล่วงหน้า 3 ชั่วโมงได้ที่ dds.bangkok.go.th

เช็กสภาพอากาศกทม. แบบเรียลไทม์ได้ที่ เฟซบุ๊ก ศูนย์ป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร, สถานีเรดาร์หนองจอก, สถานีเรดาร์หนองแขม

ฝน
ฝน

ทร. แจงจัดหา เรือฟริเกต ย้ำทุกขั้นตอนโปร่งใส ยันพร้อมเปิดข้อมูล ในส่วนที่ไม่กระทบมั่นคง

ทร. แจงจัดหา เรือฟริเกต ย้ำทุกขั้นตอนโปร่งใส  ยันพร้อมเปิดข้อมูล ในส่วนที่ไม่กระทบมั่นคง

ทร. แจงจัดหา เรือฟริเกต ย้ำทุกขั้นตอนโปร่งใส ยันพร้อมเปิดข้อมูล ในส่วนที่ไม่กระทบมั่นคง

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.25 น.

ทร.เปิดเกมกู้ความเชื่อมั่น! แจงจัดหา “เรือฟริเกต” ย้ำทุกขั้นตอนโปร่งใส รับฟังเสียงสังคม ชี้ความมั่นคงทางทะเลไม่ใช่เรื่องไกลตัว ยืนยันกองทัพเรือพร้อมเปิดข้อมูลในส่วนที่ไม่กระทบความมั่นคง เดินหน้าชี้แจงเหตุผล ความคุ้มค่า และมาตรการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองทัพเรือรับทราบและรับฟังข้อกังวลของสังคมที่กำลังติดตามโครงการจัดหาเรือฟริเกตลำใหม่อย่างใกล้ชิด โดยประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงคำถามว่า “เรือฟริเกตมีความจำเป็นหรือไม่” แต่ยังครอบคลุมถึงกระบวนการจัดหา หลักเกณฑ์การตัดสินใจ ความคุ้มค่าของงบประมาณ ค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งาน รวมถึงบทเรียนจากโครงการในอดีตว่าจะถูกนำมาปรับปรุงเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำได้อย่างไร

โฆษกกองทัพเรือ ระบุว่า คำถามดังกล่าวเป็นประเด็นที่กองทัพเรือต้องรับฟังอย่างจริงจัง เนื่องจากยุทโธปกรณ์ทุกชิ้นถือเป็นทรัพยากรของประเทศ ไม่ใช่เพียงทรัพย์สินของกองทัพเรือ และสะท้อนถึงความไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อภาครัฐในการดูแลความมั่นคงของชาติ

ทั้งนี้ กองทัพเรือเห็นว่าหน้าที่ขององค์กรไม่ได้มีเพียงการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่กำหนดเท่านั้น แต่ยังต้องสามารถอธิบายต่อสาธารณชนได้ว่า ประเทศกำลังเผชิญภัยคุกคามทางทะเลในมิติใด เรือฟริเกตจะตอบสนองภารกิจด้านความมั่นคงอย่างไร มีทางเลือกใดบ้าง และเหตุใดแนวทางที่เลือกจึงเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ

พล.ร.ต.ปารัช ย้ำว่า ความเชื่อมั่นจะไม่เกิดขึ้นจากการกล่าวอ้างว่ากระบวนการมีความโปร่งใสเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิสูจน์ได้ว่าการดำเนินงานทุกขั้นตอนอยู่ภายใต้กฎหมาย ระเบียบ และหลักธรรมาภิบาล สามารถตรวจสอบได้ พร้อมอธิบายเหตุผลของการตัดสินใจโดยยึดหลักความจำเป็นทางยุทธศาสตร์ ความคุ้มค่า ความพร้อมในการใช้งาน การซ่อมบำรุง และผลประโยชน์สูงสุดของประเทศเป็นสำคัญ

โฆษกกองทัพเรือ ยอมรับว่า สังคมยังคงมีความกังวลจากบทเรียนในอดีต ซึ่งกองทัพเรือจะนำข้อกังวลดังกล่าวมาใช้เป็นแรงผลักดันในการยกระดับกระบวนการดำเนินงานให้มีความรอบคอบมากขึ้น พร้อมเปิดเผยข้อมูลในส่วนที่สามารถเปิดเผยได้โดยไม่กระทบต่อความมั่นคง และตอบข้อซักถามของประชาชนอย่างชัดเจน

พร้อมกันนี้ กองทัพเรือจะทยอยเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับความจำเป็นของการจัดหาเรือฟริเกต หลักการประเมินความคุ้มค่า ค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งาน ระบบซ่อมบำรุง การถ่ายทอดเทคโนโลยี ผลประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับ ตลอดจนมาตรการกำกับดูแลให้กระบวนการจัดหาเป็นไปอย่างรอบคอบ โปร่งใส และตรวจสอบได้

โฆษกกองทัพเรือกล่าวทิ้งท้ายว่า ความมั่นคงทางทะเลเกี่ยวข้องโดยตรงกับความมั่นคงด้านพลังงาน การค้า เส้นทางเดินเรือ ทรัพยากรทางทะเล เศรษฐกิจ และความปลอดภัยของประชาชนในระยะยาว ดังนั้น คำถามเรื่องเรือฟริเกตจึงไม่ใช่เพียงเรื่องการจัดหายุทโธปกรณ์ แต่เป็นคำถามว่ากองทัพเรือจะสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สังคมได้อย่างไร ซึ่งคำตอบจะต้องเกิดจากการรับฟัง การอธิบายด้วยข้อมูลที่ตรวจสอบได้ และการดำเนินงานที่ตั้งอยู่บนหลักนิติธรรมและประโยชน์สูงสุดของประเทศ

เอาผิดถึงที่สุด อธิบดี ปภ. เร่ง ขยายผลจับทุจริสอบราชการ หาต้นตอผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

เอาผิดถึงที่สุด อธิบดี ปภ. เร่ง ขยายผลจับทุจริสอบราชการ หาต้นตอผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

เอาผิดถึงที่สุด อธิบดี ปภ. เร่ง ขยายผลจับทุจริสอบราชการ หาต้นตอผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.08 น.

‘อธิบดี ปภ.’ ลั่นเอาผิดถึงที่สุด! ปมจับผู้สวมสิทธิสอบขรก.กรมป้องกันฯ เร่งขยายผลหาผู้จ้างวาน-ขบวนการรับจ้างสอบ จับพิรุธอ้างทำคีโมหน้าเปลี่ยน ก่อนตรวจลายนิ้วมือพบเป็นคนละคน ย้ำระบบสอบรัดกุม ไม่กระทบผู้เข้าสอบคนอื่น ด้าน ’ปลัด มท.‘ ฮึ่มอย่าคิดว่าช่างมัน เพราะเป็นการปล่อยคนชั่วลอยนวล

28มิ.ย.2569 เมื่อเวลา​11.50น.​ ที่กระทรวงมหาดไทย(มท.)  นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวถึงกรณีพบการทุจริตสวมสิทธิสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการของ ปภ.ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาว่า จะดำเนินคดีตามกฎหมาย และขยายผลถึงผู้จ้างวานรวมถึงขบวนการรับจ้างสอบ

อธิบดี ปภ.

นายธีรพัฒน์ กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. เป็นการสอบคัดเลือกข้าราชการของ ปภ.ซึ่งดำเนินการสอบมาตั้งแต่เดือนเมษายน โดยเมื่อวานเป็นการสอบครึ่งวัน มีสนามสอบทั้งหมด 4 แห่ง ตนได้ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยทุกสนามสอบ และกำชับให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำทุกศูนย์สอบ เพื่อป้องกันการทุจริตในทุกรูปแบบ ซึ่งระหว่างการสอบคณะกรรมการคุมสอบประจำสนามสอบ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา สังเกตเห็นว่าผู้เข้าสอบรายหนึ่งมีใบหน้าดูสูงวัย ไม่สอดคล้องกับภาพในบัตรประจำตัวประชาชน จึงเกิดข้อสงสัยและแจ้งมายังตน ตนจึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาควบคุมหน้าห้องสอบ ไม่ให้บุคคลดังกล่าวออกจากห้องจนกว่าจะสอบเสร็จ เนื่องจากมาตรการสอบของ ปภ.เข้มงวด ผู้เข้าสอบสามารถนำเข้าได้เพียงดินสอ 2B เท่านั้น

นายธีรพัฒน์ กล่าวอีกว่า ภายหลังสอบเสร็จ บุคคลดังกล่าวอ้างว่าทำคีโม จึงทำให้ใบหน้าเปลี่ยนไป แต่ตนเห็นว่าไม่น่าเป็นเหตุให้เปลี่ยนแปลงจนจำไม่ได้ จึงสั่งตรวจสอบลายนิ้วมือ ก่อนพบว่าเป็นบุคคลอื่นที่มาสอบแทน จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว และผู้อำนวยการสนามสอบได้ดำเนินคดีตามกฎหมายทันที

นายธีรพัฒน์ กล่าวว่า ได้ประสานตำรวจให้ดำเนินคดีอย่างเคร่งครัด และขยายผลหาต้นตอของขบวนการ เบื้องต้นทราบว่าบุคคลดังกล่าวอาจเคยรับจ้างสอบแทนมาแล้วหลายครั้ง เนื่องจากมีท่าทีค่อนข้างนิ่ง จึงต้องให้ตำรวจสืบสวนว่าผู้ว่าจ้างเป็นใคร พร้อมย้ำว่าเรื่องลักษณะนี้จะปล่อยให้เกิดขึ้นไม่ได้ และ ปภ. ได้วางมาตรการป้องกันอย่างเต็มที่

เมื่อถามว่า จะประเมินหรือไม่ว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้อง นายธีรพัฒน์ กล่าวว่า ปัจจุบันได้ยกระดับมาตรการสอบ โดยกำหนดให้ผู้เข้าสอบสวมเสื้อยืดสีขาวของกรม กางเกงวอร์ม รองเท้าแตะ และนำสัมภาระออกจากตัวทั้งหมด เพื่อป้องกันการส่งสัญญาณหรือการทุจริต ซึ่งที่ผ่านมาเคยตรวจพบและจับกุมได้หลายครั้ง ส่วนกรณีผู้ต้องหารายนี้เคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันหรือไม่ เป็นเรื่องในสำนวนที่ตำรวจจะดำเนินการต่อ

เมื่ถามว่าจะเป็นขบวนการหรือไม่ อธิบดีปภ. กล่าวว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบเพียงผู้ต้องหารายเดียว ตนได้เดินตรวจเกือบทุกห้องสอบ การสอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่พบความผิดปกติอื่น ขอให้มั่นใจว่า ขณะนี้เป็นกรณีของผู้เข้าสอบแทนเพียงคนเดียว ไม่กระทบผลการสอบของผู้สมัครรายอื่น เพราะเราเตรียมระบบสอบและมาตรการป้องกันมาอย่างรัดกุมทุกขั้นตอน พยายามอุดทุกช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้นให้มากที่สุด เนื่องจากเป็นเรื่องที่สังคมจับตา และเราตั้งใจทำให้ดีที่สุด

ด้านนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เราต้องตรวจสอบจนถึงต้นตอคนสำคัญ และไม่เอาแค่คนที่จับได้ว่ามีความผิดในการกระทำ แต่ต้องสืบไปถึงต้นตอว่ามีการติดต่อกับใคร และทำเรื่องทุจริตให้เคลียร์ทั้งหมดหน้ากระดาน ใครที่เกี่ยวข้องถือว่ามีความผิด

เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนมั่นใจ เพราะพบว่าการสอบข้าราชการแทบทุกสนามมีการทุจริต ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ยืนยันว่า มีการตรวจสอบทั้งประเทศ และแจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแจ้งและกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของตนเอง สำหรับผู้เสียหายอย่านิ่งนอนใจ บางทีการคิดว่าช่างมันคือการปล่อยให้คนชั่วลอยนวล

คาด 4 ทุ่ม รู้ผลเลือกตั้ง กทม. กกต. ย้ำ เตรียมไฟส่องสว่าง ที่ยึดเต็นท์ รับมือฝนตกช่วงเย็น

คาด 4 ทุ่ม รู้ผลเลือกตั้ง กทม. กกต. ย้ำ เตรียมไฟส่องสว่าง ที่ยึดเต็นท์ รับมือฝนตกช่วงเย็น

คาด 4 ทุ่ม รู้ผลเลือกตั้ง กทม. กกต. ย้ำ เตรียมไฟส่องสว่าง ที่ยึดเต็นท์ รับมือฝนตกช่วงเย็น

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.55 น.

กกต.กทม. คาด 4 ทุ่ม รู้ผลเลือกตั้ง กทม. ย้ำเตรียมไฟส่องสว่าง -ที่ยึดเต็นท์ รับมือฝนตกช่วงเย็น กำชับนับคะแนนหากฝนตกให้รอฝนหยุดก่อนอย่าให้เอกสารนับคะแนน -บัตรเลือกตั้งเปียก

วันนี้ 28 มิ.ย. 69 ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผอ.กกต.กทม. กล่าวถึงภาพรวมการจัดเตรียมการเลือกตั้ง กทม. ว่า เตรียมความพร้อมทุกอย่างเรียบร้อยทั้งเรื่องวัสดุอุปกรณ์การจัดเลือกตั้ง และการส่งบัตรเลือกตั้งและเหตุบัตรเลือกตั้งในช่วงเช้าเป็นไปด้วยความเรียบร้อยทั่วทั้ง กทม. เสร็จสิ้นตั้งแต่เวลา 06:09 น. และพร้อมในการจัดเลือกตั้ง ซึ่งเมื่อวานนี้มีการจัดทดสอบเกี่ยวกับสภาพฟ้าฝน ซึ่งเต็นท์ที่จัดเลือกตั้งมีความพร้อมและอยู่ครบ ส่วนระบบไฟฟ้าส่องสว่างมีการทดสอบ มีความเพียงพอที่จะใช้ในการนับคะแนนได้

สัมพันธ์ แสงคำเลิศ

ส่วนหน่วยเลือกตั้งทั้งหมดในกรุงเทพมหา นครจำนวน 6,628 หน่วย มี 4,053 หน่วยที่เป็นเต็นท์ ได้กำชับหน่วยเลือกตั้งที่เป็นเต็นท์ให้ติดสมอบก หรือการยึดเต็นท์เตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศ ฟ้าฝน รวมถึงกำชับให้ติดพลาสติกคลุมบอร์ดข้อมูลผู้สมัคร และกำชับให้ดูจุดที่เสี่ยงจะโดนฝนและน้ำรั่วทำให้เกิดความเสียหายได้ และได้เตรียมแผ่นผ้าใบสำหรับการผ่องน้ำออกจากเต็นท์

ผอ.กกต.กทม. ยังกล่าวถึงการเตรียมการเกี่ยวกับการนับคะแนนในช่วงเย็นหลังปิดหีบเวลา 17:00 น. หากมีฝนตกลงมาให้ดูความเรียบร้อยของวัสดุอุปกรณ์และบัตรเลือกตั้ง อย่าให้โดนน้ำและเปียกฝน หากฝนตกหนักในช่วงการนับคะแนน ให้หยุดพักการนับคะแนนไว้ก่อน รอให้ฝนหยุดแล้วจึงค่อยดำเนินการนับคะแนนต่อให้เสร็จสิ้น 

“ ตรงนี้ในการเลือกตั้งครั้งนี้เป้าหมายหากสมมุติว่าจากระยะเวลา 5 โมงเย็น หลังจากปิดการลงคะแนน หากไม่มีเหตุอะไรคาดว่าในเวลา 5 โมงครึ่ง จะเริ่มนับได้ โดยปกติหากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 500 คนใช้เวลา 1 ชั่วโมง คาดว่า 6 โมงครึ่งไม่เกินหนึ่งทุ่มน่าจะนับคะแนนเสร็จและดำเนินการรายงานผล ซักประมาณสองทุ่ม หรือสามทุ่มจะได้ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ และที่เสด็จนับจริงๆน่าจะไม่เกินสี่ทุ่ม“

ปลัด มท. แถลง ป้องภรรยา ปมเพจดังปล่อยคลิปเสียงทุจริตสอบท้องถิ่น

ปลัด มท. แถลง ป้องภรรยา ปมเพจดังปล่อยคลิปเสียงทุจริตสอบท้องถิ่น

ปลัด มท. แถลง ป้องภรรยา ปมเพจดังปล่อยคลิปเสียงทุจริตสอบท้องถิ่น

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.40 น.

‘ปลัด มท.’ ออกโรงยัน ‘ภรรยา’ ไร้เอี่ยวคดี ‘ทุจริตสอบท้องถิ่น’ ชี้เป็นกระบวนการดิสเครดิต – เอาผิดผู้บงการถึงที่สุด ขอปชช.เชื่อมั่น จะเอาคนผิดมาลงโทษให้ได้ ลั่นตั้งแต่นั่งผู้ว่าฯ-ปลัดกระทรวง ขึ้นสู่ตำแหน่งด้วยความสามารถ

28มิ.ย.2569 เมื่อเวลา11.25น. ที่กระทรวงมหาดไทย(มท.) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย แถลงชี้แจงกรณีที่เพจ CSI LA ออกมาปล่อยคลิปเสียง โดยอ้างว่าภรรยาปลัดกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตสอบบรรจุท้องถิ่น ณ ห้องประชุมราชสีห์ ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยยืนยันว่า ตลอดชีวิตของตนรับราชการด้วยความซื่อสัตย์และขึ้นสู่ตำแหน่งด้วยความสามารถในการทำงานมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมพัฒนาชุมชน อธิบดีกรมการปกครอง และ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ส่วนประวัติภรรยาของตนนั้น ภรรยาตนทำงานอยู่ในบริษัทต่างชาติ และได้รับการยอมรับในฝีมือการทำงาน ซึ่งไม่คุ้นเคยกับระบบการเมืองและระบบราชการแบบบ้านเรา พร้อมยืนยันด้วยเกียรติของปลัดกระทรวงมหาดไทย ว่าข้อมูลต่างๆที่เผยแพร่ว่ามีความเชื่อมโยงกับผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเป็นเท็จทั้งสิ้น ซึ่งตนเชื่อมั่นในหลักธรรม ว่าผู้จงใจกล่าวเท็จ หรือ ทำผิดแล้วจงใจปฏิเสธ จะได้รับผลชั่วนั้นภายใน 3-7 วันอย่างแน่นอน ฉะนั้นตนจะบังคับใช้กฎหมายในทุกกรณีไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงาน หรือ เรื่องส่วนตัว เพื่อความถูกต้องและชอบธรรม

ปลัดกระทรวงมหาดไทย

เมื่อถามว่ามองว่าเป็นการเลื่อยเก้าอี้ปลัดกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ตนในฐานะปลัดกระทรวงมหาดไทย เติบโตรับราชการตามลำดับ ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่าตนไม่เคยทำอะไรที่ไม่ถูก หรือ มีเรื่องที่ไม่ถูกต้อง แต่เมื่อมีข่าวออกมาเกี่ยวกับการทุจริตการสอบท้องถิ่น ตนเป็นคนแรกที่ตัดสินใจ และปรึกษาหารือกับนายกรัฐมนตรี โดยให้อธิบดี สถ. มาประจำที่กระทรวง พร้อมกับตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่อง โดยมีรองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ดำเนินการให้แล้วภายใน 7 วัน  นอกจากนี้ ตนได้แจ้งไปยัง สถ. ให้เฝ้ารักษาสถานที่ราชการสำคัญ ซึ่งเมื่อวานนี้นายกรัฐมนตรีได้ไปลงพื้นที่ไปตรวจ ก่อนเดินทางไปยังฝรั่งเศส พร้อมกำชับว่าให้ทำงานให้โปร่งใสและให้ประชาชนเชื่อมั่นมากที่สุด เพราะเรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องใหญ่มากและเป็นศักดิ์ศรีของกระทรวงมหาดไทยโดยตรง

“ผมย้ำว่าต้องทำเรื่องนี้ให้จบในทุกประเด็น จึงขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นว่าเราจะทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ และนำผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้” นายอรรษิษฐ์ กล่าว

ปลัดกระทรวงมหาดไทย

เมื่อถามว่า มองว่าเป็นความพยายามเล่นเชื่อมโยงทางการเมืองหรือไม่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า คลิปที่ออกมาทุกคนทราบดีว่ามาจากต่างประเทศ และอ้างถึงภรรยาของตนว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ยืนยันว่าประวัติของภรรยา
ไม่มีความเชื่อมโยงอะไรกับราชการ จึงตั้งข้อสังเกตว่าเป็นความพยายามเผยแพร่ออกมากลบข่าวอื่นหรือไม่ เพื่อให้ผู้สื่อข่าวหันเหประเด็นมาที่ตนแทน ทั้งที่การกล่าวหาดังกล่าวไม่มีหลักฐานแน่ชัด ตนจึงไม่ให้ค่าอะไร แต่อย่างไรก็จะต้องหาผู้ที่กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ ยืนยันว่าตนไม่รู้จักกับบุคคลในคลิปเสียง และการที่พูดถึงผู้ใหญ่บ้านเมืองก็ทำให้บุคคลดังกล่าวเสียหาย 

เมื่อถามถึงกรณีที่เกิดคลิปดังกล่าวขึ้น เป็นเพราะได้โยกย้ายรองผู้ว่าราชการจังหวัด ภูเก็ตจนกลายเป็นเป้าโจมตีหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่าขอให้ไปสอบถามคนที่ทำว่ามีวัตถุประสงค์อะไร แต่ หน้าที่ของตนคือต้องทำให้ทุกอย่างคลี่คลาย ซึ่งตนเป็นผู้โยกย้ายรองผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งสองคน เพราะเมื่อเกิดปัญหาแล้วไม่ถูกแก้ไขและนายกรัฐมนตรีก็เห็นด้วย จึงเชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้นเรื่อยเรื่อยอย่างแน่นอน

ปลัดกระทรวงมหาดไทย

เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับภรรยาแล้วหรือไม่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ตนบอกกับภรรยาว่าเป็นภรรยาของปลัดกระทรวงไม่ใช่เรื่องที่ง่าย บางทีปลัดก็โดนภัยรุมเร้า หรือ โดนทำร้ายบ้าง บางทีทำร้ายปลัดไม่ได้ก็ไปหาคนใกล้ตัวปลัด ซึ่งตนก็ได้ให้กำลังใจว่านี่แหละภรรยาปลัดกระทรวงมหาดไทย เพราะมีคนไม่หวังดีกับตนที่จะพยายามมุ่งหวังดิสเครดิต

เมื่อถามว่าเป็นเพราะปัญหาความขัดแย้งภายในกระทรวงมหาดไทยใช่หรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ยืนยันว่า ชีวิตตนไม่เคยมีความขัดแย้งกับใคร ทำงานด้วยหน้าที่รับผิดชอบ ตั้งแต่ตำแหน่งเล็กๆ ฉะนั้นความขัดแย้งถ้าจะเกิดขึ้น อาจเกิดจากคนอื่นๆที่อาจชักนำ หรือ เสี้ยม แต่ถ้ามีสติและคิดได้ ว่าเราอยู่ในตำแหน่งหน้าที่ที่สำคัญและทำงานเพื่อประชาชน ก็อย่าไปคิด ให้คิดแต่เรื่องของตัวเองเป็นหลักเพราะนี่คือหน้าที่

ปลัดกระทรวงมหาดไทย

“ตั้งแต่วันแรกที่สอบรับราชการเข้ามา ไม่มีใครรู้ ว่าสุดท้ายจะอยู่ที่ตำแหน่งอะไร แต่เมื่อ ทำงานมาเรื่อยๆก็ทำให้บางคนเติบโต เพราะยึดตามพระราโชบาย เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา และ รู้รักสามัคคี ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับองค์กร ใครก็ตามที่ทำลายความสามัคคี สร้างความแตกแยกภายในองค์กร คนนั้นจะต้องได้รับผลกรรมในอนาคตอย่างแน่นอน“ นายอรรษิษฐ์ กล่าว

ปธ.กกต. เช็กความพร้อมหน่วยเลือกผู้ว่าฯ กทม. พร้อมส่งกำลังใจ กปน.ปฏิบัติหน้าที่

ปธ.กกต. เช็กความพร้อมหน่วยเลือกผู้ว่าฯ กทม. พร้อมส่งกำลังใจ กปน.ปฏิบัติหน้าที่

ปธ.กกต. เช็กความพร้อมหน่วยเลือกผู้ว่าฯ กทม. พร้อมส่งกำลังใจ กปน.ปฏิบัติหน้าที่

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.56 น.

วันที่ 28 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) นายกเมืองพัทยา สมาชิกสภาเมืองพัทยา ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 ระหว่างเวลา 08.00-17.00 น. นั้น

โดยเวลา 07.55  น. นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและสังเกตการณ์การลงคะแนนการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 12 เต๊นท์ลานจอดรถ คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (CDC) แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร  โดยมีว่าที่ร.ต. สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารสำนักงานกกต. ร่วมสังเกตการณ์

ทั้งนี้ ระหว่างตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้ง ประธานกกต. ได้ติดตามการปฏิบัติหน้าที่พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) และสังเกตการณ์บรรยากาศการใช้สิทธิเลือกตั้งของประชาชน พร้อมรับฟังข้อมูลและปัญหาการปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

ขณะเดียวกัน นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ยังได้ใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 12 ซึ่งหน่วยเลือกตั้งนี้ประธานกกต.มีชื่ออยู่ในลำดับที่ 602

อย่างไรก็ตาม ช่วงบ่าย ประธานกกต. และคณะ มีกำหนดการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้งที่ 21 – 29 บริเวณวัดเทพนิมิตต์ แขวงดอนเมือง หน่วยเลือกตั้งที่ 44 – 49 บริเวณโรงเรียนวัดเวฬุวนาราม (มัธยม) แขวงดอนเมือง หน่วยเลือกตั้งที่ 36–38 โรงเรียนเคหะทุ่งสองห้องวิทยา 2 (โรงอาหาร) และหน่วยเลือกตั้งที่ 42 – 44 โรงเรียนเคหะทุ่งสองห้องวิทยา 1 (โรงอาหาร) แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

ปธ.กมธ.การเงินฯ รับลูกเรื่องร้องเรียน ยันเร่งสอบปม Forex เส้นทางการเงิน ใน 2 สัปดาห์

ปธ.กมธ.การเงินฯ รับลูกเรื่องร้องเรียน ยันเร่งสอบปม Forex เส้นทางการเงิน ใน 2 สัปดาห์

ปธ.กมธ.การเงินฯ รับลูกเรื่องร้องเรียน ยันเร่งสอบปม Forex เส้นทางการเงิน ใน 2 สัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.32 น.

‘ปธ.กมธ.การเงินฯ’ รับลูกเรื่องร้องเรียน ยันเร่งสอบปม Forex – เส้นทางการเงิน ใน 2 สัปดาห์ คุย ’แบงค์‘ ขอช่วยผลักดัน ‘สินเชื่อ’ อุ้มพยุง ‘ร้านอาหาร-โรงแรม’ ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ ป้องต่างชาติจ้องฮุบกิจการ

28 มิถุนายน 2569 นายจุติ ไกรฤกษ์ สส.พิษณุโลก พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การเงิน การคลัง สถาบันการเงิน และตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการกลั่นกรองเรื่องพิจารณาศึกษาฯ ในกมธ.การเงินฯ นำเรื่องที่ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม ให้ตรวจสอบตลาดการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Forex) และเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากมีผู้เสียหายถูกหลอกลงทุนจากโบรกเกอร์ผิดกฎหมายจำนวนมาก และธนาคารแห่งประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายรองรับ เข้าสู่ที่ประชุมกมธ.การเงินฯ

โดย กมธ.ฯจะพิจารณาอย่างรอบด้าน และเร่งสรุปเรื่องการฉ้อโกงประชาชนทั้งใน และนอกตลาดหลักทรัพย์ ปัญหาผู้ถือหุ้นรายย่อยไม่ได้รับความเป็นธรรม และปัญหาหุ้นกู้ที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา นำกลับมารายงานต่อที่ประชุมภายใน 2 สัปดาห์ ซึ่งเรายึดหลักการทำงาน แก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนต้องมาก่อน

นายจุติ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้กมธ.การเงินฯ ยังได้หารือกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจในสังกัดกระทรวงการคลังถึงแนวทางสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล เพื่อผลักดันสินเชื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยไทย เช่น ร้านอาหาร โรงแรม ที่มีความสำคัญต่อการจ้างงานในประเทศ กำลังขาดสภาพคล่อง ให้สามารถรักษาความเป็นเจ้าของกิจการและไม่ถูกต่างชาติเข้ามากลืนธุรกิจ โดยธนาคารรัฐจะต้องไม่เพียงแค่ปล่อยกู้แล้วจบ แต่ต้องทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงทั้งด้านการเงินและการตลาดควบคู่ไปด้วย เพื่อประคับประคองให้ธุรกิจอยู่รอด

‘สิ่งที่เป็นห่วงคือ ทำอย่างไรประชาชนจะเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น หากใครมีปัญหาสามารถร้องเรียนมายังกมธ.ฯได้ เราจะช่วยประสานงาน พิจารณาแนวทางช่วยเหลือ และทำงานเชิงรุก เพื่อให้ประชาชนยังมีงานทำ และผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยากลำบาก กำลังซื้อภายในประเทศลดลงและภาคการท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่’ ประธาน กมธ.การเงินฯ กล่าว