เพื่อไทยขานชื่อชัด! ณัฐวุฒิ แจงเหตุผลยกมือหนุน อนุทิน ย้ำทำตามระบบพรรคอันดับ 1

เพื่อไทยขานชื่อชัด! ณัฐวุฒิ แจงเหตุผลยกมือหนุน อนุทิน ย้ำทำตามระบบพรรคอันดับ 1

เพื่อไทยขานชื่อชัด! ณัฐวุฒิ แจงเหตุผลยกมือหนุน อนุทิน ย้ำทำตามระบบพรรคอันดับ 1

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.32 น.

วันที่ 20 มีนาคม 2569 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ระบุว่า  สภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี คาดว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่ปฏิบัติหน้าที่ได้ก่อนสงกรานต์

การอภิปรายแสดงวิสัยทัศน์ของผู้ได้รับการเสนอชื่อ ไม่ได้เป็นข้อกฎหมายหรือข้อบังคับ และไม่มีผลต่อคะแนนโหวต แต่เป็นแนวปฏิบัติที่ถูกสร้างใหม่ เพิ่มพื้นที่การแสดงออกทางการเมือง 

หลายคนตั้งคำถามว่าทำไมพรรคแกนนำฝ่ายค้านไม่ใช้เนื้อหาและท่าทีเดียวกัน ในการอภิปรายว่าที่นายกฯตอนโหวตรัฐบาล MOA 

คำตอบคือ ไม่รู้ครับ

มีคนจับตามองส.ส.พรรคเพื่อไทยขานชื่อนายอนุทิน ซึ่งเท่าที่เห็นก็ชัดถ้อยชัดคำ ไม่มีใครลดเสียงก้มหน้า รีบลุกรีบนั่งจนเสียอาการ ทั้งนี้เพราะเป็นการดำเนินการตามระบบรัฐสภา พรรคอันดับ 3 ลงคะแนนให้นายกฯจากพรรคอันดับ 1 ตามผลการตัดสินใจของพี่น้องประชาชนในสนามเลือกตั้ง 

ถ้าเพื่อไทยได้ที่ 1 นายกฯต้องชื่อยศชนัน แต่เมื่อผลการเลือกตั้งเป็นเช่นนี้ เพื่อไทยก็เป็นพรรคร่วมรัฐบาล และเชื่อว่าในสถานการณ์นี้ คนส่วนใหญ่อยากให้มีรัฐบาลอำนาจเต็มโดยเร็วเพื่อแก้ปัญหา 

พรรคฝ่ายค้านส่วนใหญ่งดออกเสียง ไม่โหวตให้ทั้งหัวหน้าเท้งและนายกฯหนู บางคนเรียกว่าเป็นพรรครอร่วมรัฐบาล แต่ถ้ามองชัดๆก็พอเห็นองค์ประกอบอื่นด้วย เช่น พรรคส้มประกาศว่าไม่ได้เป็นการตั้งรัฐบาลแข่ง เท่ากับก่อนโหวตไม่มีการพูดคุยไม่มีข้อตกลง ไม่ได้คาดหวังคะแนนจากพรรคฝ่ายค้านด้วยกัน 

ตอนหาเสียงพรรคประชาชนประกาศไม่จับมือกับพรรคกล้าธรรม วันนี้จะให้กล้าธรรมขานชื่อหัวหน้าเท้งก็คงแปลกอยู่ ส่วนการทำหน้าที่ฝ่ายค้านถือเป็นภาคบังคับของพรรคที่ไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาลอยู่แล้ว 

จะมีใครเป็นพรรครอร่วมรัฐบาลจริงหรือไม่ คำตอบอยู่ในกาลเวลา 

สีสันฉูดฉาดที่สุดในสภาคือส.ส.อุดรธานี พรรคประชาชน โหวตให้นายกฯอนุทิน เชื่อว่าคงมีมาตรการตอบโต้จากพรรคสีส้มต่อตัวส.ส.คนดังกล่าว และน่าติดตามว่าเมื่อแผ่แม่เบี้ยมาแล้ว 1 อัตรา เดินไปข้างหน้าจะมีงูเห่าสีส้มเพิ่มจำนวนขึ้นหรือไม่ 

จังหวะจี๊ดใจคอการเมือง คือตอนนายกฯหนูเอ่ยขอบคุณผู้ลงคะแนนให้เป็นนายกฯตั้งแต่เดือนกันยายน 68 ไม่รู้ตั้งใจขอบคุณใครบ้าง และไม่รู้คนที่ถูกเอ่ยขอบคุณจะรู้สึกอย่างไร 

นอกนั้นเป็นบรรยากาศของสภา ซึ่งสำนักข่าวต่างๆรายงานตลอดวัน 

การเมืองหลังจากนี้ รัฐบาลจะเริ่มงานด้วยภารกิจมหาหิน คือการรับมือผลกระทบจากสงคราม ทั้งการจัดการเรื่องน้ำมัน ราคาสินค้า และอีกหลากหลายปัญหา ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่และเร่งด่วนที่สุด ทุกพรรคต้องช่วยกันเต็มกำลัง 

4 ปีของรัฐบาลชุดนี้ไม่มีช่วงเวลาฮันนีมูน ธรรมชาติของรัฐบาลผสมที่อาจมีทั้งเรื่องที่เห็นด้วยและเห็นต่างกัน เป็นอีกมุมที่ถูกจับตามองว่าจะส่งผลในการผลักดันนโยบายและแก้ปัญหาต่างๆอย่างไร 

การวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการจัดการเลือกตั้ง จะยังคงมีต่อเนื่อง แต่ส่วนตัวผมเชื่อว่าถึงที่สุดจะมีคำวินิจฉัยว่าเลือกตั้งคราวนี้ไม่เป็นโมฆะ ข้อนี้มั่นใจมาก โดยพิจารณาจากบริบททางการเมืองเป็นสำคัญ 

พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน มีการบ้านข้อใหญ่ที่ต้องสรุปบทเรียนจากความพ่ายแพ้

พรรคกล้าธรรม เมื่อไม่อยู่ในสมการพรรคร่วมรัฐบาล ก็มีโจทย์ยากทางการเมืองอีกแบบหนึ่ง 

พรรคภูมิใจไทยวันนี้แข็งแรงที่สุด แม้มีสงครามจากเกมมหาอำนาจเป็นด่านทดสอบใหญ่ แต่บรรยากาศและสิ่งแวดล้อมทางการเมืองในประเทศยังเป็นใจ ไม่เหลือบ่ากว่าแรงจริงๆคงประคองอำนาจไปได้

ยกเว้นผลแห่งสงครามบานปลายจนเอาไม่อยู่จริงๆ ก็ต้องประเมินกันใหม่ 

ค่อยๆดูกันไปครับ การเมืองไทยไม่ได้เดินเร็วนักหนาหรอก 20 ปีล่วงแล้วยังไม่ไปไหนเลย

อนุทิน รับพระบรมราชโองการฯ ให้คำมั่น ซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน

อนุทิน รับพระบรมราชโองการฯ ให้คำมั่น ซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน

อนุทิน รับพระบรมราชโองการฯ ให้คำมั่น ซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.24 น.

“อนุทิน”รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งนายกฯ สมัยที่ 2 “นายกฯ”กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยึดมั่นผลประโยชน์ชาติ-ความสุขของประชาชน สส.ภท.-พรรคร่วม-ครอบครัว ร่วมยินดีพรึ่บ

20 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ทำการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ตั้งแต่ช่วงสายวันนี้ คณะกรรมการบริหารพรรค และ สส.พรรคภูมิใจไทย ทยอยเดินทางเข้ามายังที่ทำการพรรค เพื่อเตรียมร่วมพิธีการรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี รวมถึงแกนนำ และ สส.พรรคร่วมรัฐบาล พรรคเพื่อไทย นำโดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ นำโดย น.ส.ตรีนุช เทียนทอง หัวหน้าพรรค พรรคประชาชาติ นำโดย นายซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรค และพรรคเล็กอื่นๆ นอกจากนี้ ยังมีครอบครัวของนายอนุทิน เดินทางมาร่วมในพิธีด้วย อาทิ นางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล บิดา นางทัศนีย์ ชาญวีรกูล มารดา น.ส.นัยน์ภัค ชาญวีรกูล บุตรสาว นายเศรณี ชาญวีรกูล บุตรชาย

โดยเวลา 13.35 น. นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อัญเชิญพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี มายังที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ถนนพหลโยธิน จากนั้นเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้อ่านพระบรมราชโองการ ความว่า

“พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ประกาศว่า โดยที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 เห็นชอบด้วยในการแต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 19 มีนาคม พุทธศักราช 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร”

เสร็จแล้ว นายอนุทิน ได้กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ว่า “ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า นายอนุทิน ชาญวีรกูล มีความปลื้มปิติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ ที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งข้าพระพุทธเจ้าให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นับเป็นศุภศิริมงคลและขวัญกำลังใจอันสูงสุดของชีวิตของข้าพระพุทธเจ้าและครอบครัว จะขอเทิดทูนพระมหากรุณาธิคุณนี้ไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้าจะมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถด้วยความซื่อสัตย์สุจริตโดยยึดมั่นผลประโยชน์ของชาติ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน และความวัฒนาสถาพรของประเทศไทย สนองพระราชปณิธานตามพระปฐมบรมราชโองการ และตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญทุกประการ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ”

ภายหลังเสร็จพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี นายอนุทินได้คุกเข่าก้มกราบบิดาและมารดา และโอบกอดกับภริยาและบุคคลในครอบครัว จากนั้นได้ทักทายและร่วมถ่ายรูปกับผู้ที่มาร่วมแสดงความยินดี

– 006

ก.แรงงาน เยี่ยมครอบครัว-ประสานสิทธิประโยชน์ ส่งร่างแรงงานไทยเสียชีวิตกลับ

ก.แรงงาน เยี่ยมครอบครัว-ประสานสิทธิประโยชน์ ส่งร่างแรงงานไทยเสียชีวิตกลับ

ก.แรงงาน เยี่ยมครอบครัว-ประสานสิทธิประโยชน์ ส่งร่างแรงงานไทยเสียชีวิตกลับ

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.24 น.

ก.แรงงาน เยี่ยมครอบครัว-ประสานสิทธิประโยชน์ ส่งร่างแรงงานไทยเสียชีวิตกลับ สั่งทูตในอิสราเอล กำชับแรงงานให้อยู่ในเขตที่ปลอดภัย

เมื่อวันที่ 20 มี.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงข่าวประจำวัน  นายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดและโฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงการดูแลช่วยเหลือ​สิทธิประโยชน์แรงงานไทย ว่า  กระทรวงแรงงานขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวของแรงงานไทยที่เสียชีวิตขณะอยู่ในห้องพักเวลา 23.45 น. ตามเวลาอิสราเอล เมื่อวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งแรงงานรายนี้เดินทางไปทำงานต่างประเทศ และมีการแจ้งผ่านกลุ่มการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อวันที่ 28 พ.ค.68 ซึ่งทางอิสราเอลจะทำการชันสูตรศพและส่งร่างผู้เสียชีวิตให้กับครอบครัวต่อไป ขณะเดียวกัน กระทรวงแรงงาน ได้ลงพื้นที่ไปที่บ้านของผู้เสียชีวิตที่จังหวัดชัยภูมิแล้ว เพื่อปลอบขวัญและให้กำลังใจ และดำเนินการเเพื่อนำร่างกลับไทยต่อไป 

นายสันติ กล่าวว่า สำหรับสิทธิประโยชน์ กรณีสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศเสียชีวิตในต่างประเทศ ทายาทโดยธรรมมีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์ เป็นเงินสงเคราะห์จากกองทุนฯ จำนวน 40,000 บาท เงินบำเหน็จชราภาพ  71,459.14 บาท ซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์จากประกันสังคม ยังไม่รวมผลประโยชน์ตอบแทนอื่น ๆ นอกจากนี้ ยังมีเงินชดเชยจากสถาบันประกันภัยอิสราเอล ซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์จากทางอิสราเอล ประกอบด้วย เงินช่วยเหลือค่าชดเชยการไว้ทุกข์ การมีส่วนร่วมในค่าใช้จ่ายในการฝังศพ เงินชดเชยรายเดือน เงินช่วยเหลือประจำปี รวมทั้งเงินช่วยเหลืออื่น ๆ อาทิ เงินค่าเล่าเรียนบุตร เงินช่วยเหลือทางจิตวิทยา ซึ่งจำนวนเงินได้รับขึ้นอยู่กับสถาบันประกันภัยฯ เป็นผู้พิจารณาและอัตราแลกเปลี่ยน

นายสันติ กล่าวว่า กระทรวงแรงงานได้มอบหมายทูตแรงงานในอิสราเอล ดูแลและกำชับแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในอิสราเอลให้อยู่ในเขตที่ปลอดภัย และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด พร้อมมอบหมายให้หน่วยงานในสังกัด ส่วนภูมิภาคทั้ง 76 จังหวัด ลงพื้นที่สื่อสารกับญาติแรงงานที่อยู่ในประเทศไทย เพื่อให้ญาติแจ้งแรงงานที่ทำงานในตะวันออกกลาง เพิ่มความระมัดระวัง หากมีสัญญาณเตือนต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี

โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี

โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.55 น.

20 มีนาคม 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า

โดยที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 เห็นชอบด้วยในการแต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 158 ของรัฐธธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 19 มีนาคม พุทธศักราช 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชการปัจจุบัน

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

รัดเกล้า ชูไบโอดีเซล ยกระดับมาตรฐานปาล์ม ทางออกวิกฤตพลังงานโลก

รัดเกล้า ชูไบโอดีเซล ยกระดับมาตรฐานปาล์ม ทางออกวิกฤตพลังงานโลก

รัดเกล้า ชูไบโอดีเซล ยกระดับมาตรฐานปาล์ม ทางออกวิกฤตพลังงานโลก

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.23 น.

“รัดเกล้า”ชูไบโอดีเซล ยกระดับมาตรฐานปาล์ม ทางออกวิกฤตพลังงานโลก หนุนใช้ในประเทศเสริมความมั่นคงระยะยาว

20 มีนาคม 2569 นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงสถานการณ์ความผันผวนด้านพลังงานจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น และกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน ว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งสร้างความมั่นคงทางพลังงานจากแหล่งพลังงานภายในประเทศ โดยเฉพาะพลังงานชีวภาพอย่างไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์ม

นางรัดเกล้า ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังคงพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบและเชื้อเพลิงในสัดส่วนสูง โดยเฉพาะในภาคขนส่ง หากเกิดวิกฤตด้านอุปทานจากตะวันออกกลาง ย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่ไบโอดีเซลเป็นพลังงานทางเลือกที่ประเทศไทยสามารถผลิตได้เองครบทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

ทั้งนี้ จากสถานการณ์ผลผลิตปาล์มน้ำมัน ที่คาดว่าจะออกสู่ตลาดจำนวนมากในช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน 2569 ประกอบกับสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบที่อยู่ในระดับประมาณ 300,000 ตัน และราคาตลาดเฉลี่ยอยู่ที่ 34 – 35 บาทต่อกิโลกรัม สะท้อนว่าประเทศไทยมีปริมาณเพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ ขณะที่การส่งออกยังขึ้นอยู่กับภาวะตลาดโลก

“ในสถานการณ์เช่นนี้ การนำปาล์มน้ำมันมาใช้ภายในประเทศ โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วนการผลิตไบโอดีเซล จะช่วยสร้างความมั่นคงทางพลังงานได้ดีกว่าการพึ่งพาการส่งออก และยังเป็นการเก็บสำรองน้ำมันปิโตรเลียมไว้ใช้ในยามจำเป็น” นางรัดเกล้า กล่าว

นางรัดเกล้า ยังชี้ว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผลผลิตน้ำมันปาล์มดิบประมาณ 3.6 ล้านตันต่อปี โดยมีการส่งออกมากกว่า 1.2 ล้านตัน ทำให้ต้องพึ่งพาตลาดโลกในการดูดซับ ขณะที่กำลังการผลิตไบโอดีเซล ของประเทศอยู่ที่ประมาณ 11 – 12 ล้านลิตรต่อวัน แต่ความต้องการใช้จริงสำหรับน้ำมัน B5 อยู่เพียงประมาณ 3 ล้านลิตรต่อวัน

“หากมีการปรับเพิ่มสัดส่วนการใช้น้ำมันไบโอดีเซลจาก B5 เป็น B7 หรือ B10 จะทำให้ความต้องการใช้เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 6 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งยังไม่เต็มศักยภาพการผลิตของประเทศ และภาคเอกชนก็มีความพร้อมที่จะรองรับได้ทันที” นางรัดเกล้า กล่าว

อย่างไรก็ตาม นางรัดเกล้า ย้ำว่า การส่งเสริมไบโอดีเซล ต้องดำเนินควบคู่กับการยกระดับคุณภาพ เพื่อแก้ปัญหาการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ในเครื่องยนต์บางประเภท ซึ่งอาจส่งผลต่ออายุการใช้งานของเครื่องยนต์และก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ

พร้อมเสนอให้มีการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา (R&D) อย่างจริงจัง โดยเฉพาะเทคโนโลยีไบโอดีเซลขั้นสูง เช่น HVO (Hydrotreated Vegetable Oil) ซึ่งมีคุณสมบัติใกล้เคียงน้ำมันดีเซลคุณภาพสูง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการยกระดับอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันของไทยทั้งระบบ โดยเสนอ 4 แนวทางสำคัญ ได้แก่

1.การกำหนดมาตรฐานคุณภาพปาล์มน้ำมัน เพื่อให้ราคาสะท้อนคุณภาพและสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรพัฒนา

2.การส่งเสริมการปลูกในพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและแข่งขันได้

3.การผลักดันการใช้ไบโอดีเซล เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero

4.การขยายช่องทางตลาดและพัฒนาองค์ความรู้ให้เกษตรกร ตั้งแต่การคัดเลือกพันธุ์จนถึงการแปรรูป

“วิกฤตพลังงานโลกอาจยืดเยื้อ แต่สิ่งที่ประเทศไทยทำได้ทันทีคือการเสริมความแข็งแกร่งจากภายใน ใช้ทรัพยากรที่เรามีอย่างปาล์มน้ำมันให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อดูแลทั้งผู้บริโภค เกษตรกร และความมั่นคงของประเทศในระยะยาว” นางรัดเกล้า กล่าวย้ำ

กรมธุรกิจพลังงาน ยัน! น้ำมันสำรองไทยมีใช้ยาว 104 วัน

กรมธุรกิจพลังงาน ยัน! น้ำมันสำรองไทยมีใช้ยาว 104 วัน

กรมธุรกิจพลังงาน ยัน! น้ำมันสำรองไทยมีใช้ยาว 104 วัน

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.19 น.

กรมธุรกิจพลังงาน ยืนยันน้ำมันสำรองปัจจุบันใช้ได้ถึง 104 วัน​ บอกข้อมูล​ 18 มี.ค.​69 ปริมาณการใช้ดีเซล-​เบนซิน​ เริ่มลดลง​ ชี้กรณี​ 4 ปั๊มสงขลาไร้น้ำมันจำหน่าย​ รอพลังงานจังหวัดตรวจสอบ

20 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดย นายวุฒิทัต ตันติเวสส รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน​ กล่าวถึงสถานการณ์น้ำมันสำรองในประเทศ ​ว่า กรมธุรกิจพลังงานได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยสถานการณ์น้ำมันสำรองภายในประเทศ วันที่ 20 มี.ค.อยู่ที่ 5,060 ล้านลิตร​ หรือคิดประมาณ 41 วัน และมีน้ำมันระหว่างทาง​รวมกับน้ำมันที่จะนำเข้า​ ซึ่งได้รับการยืนยันแล้วอยู่ที่ 7,396 ล้านลิตร​ หรือ​คิดเป็นประมาณ 63 วัน ทำให้ประเทศไทยมีน้ำมันสำรองใช้ประมาณ 104 วัน

นายวุฒิทัต กล่าวว่า ส่วนสถานการณ์การจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงรายวัน​ในนกลุ่มน้ำมันเบนซิน​ และดีเซลในช่วง 1 – 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา​ อยู่ในระดับที่สูงกว่าปกติมาก​ ซึ่งข้อมูล​ ณ​ วันที่ 18 มี.ค.พบว่ายอดการจำหน่ายน้ำมันดีเซลเริ่มลดลง อยู่ที่ 54.79 ล้านลิตรต่อวัน และน้ำมันเบนซิน ลดลงอยู่ที่ 29.98 ล้านลิตรต่อวัน ใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

นายวุฒิทัต กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ เมื่อวันที่  19 มี.ค. นายอรรถพล​ ฤกษ์​พิบูลย์​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน​ ลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมัน​ที่ อ.ลำลูกกา​ จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นจุดกระจายน้ำมัน​หลักสู่สถานีบริการกว่า 200 แห่งในพื้นที่ภาคกลาง เพื่อสร้างความมั่นใจด้านพลังงานให้กับประชาชน จากการตรวจสอบไม่พบการกักตุน และคลังยังคงเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง​ ตามนโยบายของกระทรวงพลังงาน​ ซึ่งในปัจจุบัน ยังคงเร่งจ่ายน้ำมันสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติ​ 20% เพื่อเร่งแก้ปัญหาคอขวด​ แต่ยอมรับว่า มีระยะเวลาการรอรับน้ำมันนานขึ้น ตามปริมาณความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น

นายวุฒิทัต กล่าวว่า ทั้งนี้ ยังได้ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันที่ อ.ลำลูกกา​ จ.ปทุมธานี พบว่า​ ในสถานีบริการเปิดให้บริการตามปกติ​ แต่มีบางช่วงที่น้ำมันดีเซลขาดชั่วคราว​ เนื่องจากความต้องการเพิ่มขึ้น​ และการขนส่งไม่สามารถดำเนินการได้ทันตามรอบ​ ทั้งนี้ รมว.พลังงาน ได้สั่งการให้กรมธุรกิจพลังงาน​ เร่งหาแนวทางแก้ไขโดยเฉพาะการตรวจสอบคลังน้ำมันแห่งอื่นๆ ​อย่างต่อเนื่อง​ เพื่อสร้างความมั่นใจว่า น้ำมันยังมีเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน​

นายวุฒิทัต กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจพลังงานได้ขอความร่วมมือสำนักงานพลังงานจังหวัด​ ทั้ง 76 จังหวัด​ ให้ดำเนินการประสาน​ผู้ว่าราชการจังหวัด​ สำนักงานพาณิชย์จังหวัด​ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ​เข้าตรวจสอบกิจการน้ำมันเชื้อเพลิง​ และสถานที่​ที่มีการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง​ ได้แก่สถานีบริการน้ำมัน​ ผู้ประกอบการ​รถขนส่ง

นายวุฒิทัต กล่าวว่า สำหรับมาตรการการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน ได้มีการผ่อนผันเวลาการเดินรถของรถบรรทุกน้ำมัน ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้ออกข้อบังคับ ผ่อนผ่านการเดินรถของรถบรรทุกน้ำมัน ให้สามารถเดินรถได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมัน โดยขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่ง​ เพิ่มมาตรการในการรักษาความปลอดภัยในการขนส่ง เพื่อให้มีน้ำมันตามความต้องการของประชาชน​และภาคธุรกิจ โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร​ได้สั่งการให้สำนักเทศกิจ​ประสานกับตำรวจจราจร รวมถึงกระทรวงคมนาคม​ ทำหนังสือถึงกรมทางหลวง​ กรมทางหลวงชนบท​ และกรมการขนส่ง​ อำนวยความสะดวกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นายวุฒิทัต กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีกระทรวงพลังงานได้ยกร่างประกาศกระทรวงพลังงาน​ เรื่องการแสดงราคาและปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง​คงเหลือหน้าโรงกลั่นน้ำมันและหน้าคลังน้ำมัน​ พ.ศ.2569 เพื่อบังคับผู้ค้าน้ำมัน​ ตามมาตรา 7 ให้แสดงราคาจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือไว้ที่หน้าโรงกลั่น และหน้าคลังน้ำมันทุกแห่ง​พร้อมให้รายงาน​ข้อมูลราคาจำหน่าย​ และปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงานทุกวันภายในเวลา 12.00 น.ไม่เว้นวันหยุดราชการ ซึ่งจะมีการประกาศลงราชกิจจานุเบกษาภายในวันเดียวกันนี้

“กรมธุรกิจพลังงาน​ ขอยืนยันว่า การจัดหาน้ำมันดิบจากต่างประเทศ ยังเป็นไปตามปกติ​ โดยกรมธุรกิจพลังงาน​ สำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ จะร่วมกับกระทรวงพาณิชย์​และกระทรวงมหาดไทย​ ตรวจสอบสถานประกอบการอย่างต่อเนื่อง​ เพื่อให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด พร้อมขอความร่วมมือช่วยการประหยัดพลังงานเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ” นายวุฒิทัต กล่าว

เมื่อถามว่า เมื่อวันที่ 19 มี.ค.กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค​ ลงพื้นที่ตรวจตรวจบริษัทน้ำมันที่ จ.อ่างทอง หลังจากที่ได้รับร้องเรียน พบมีการสต๊อก 3.3 แสนลิตร และขายเกินราคา นายวุฒิทัต​ กล่าวว่า​ บริษัทดังกล่าวชื่อว่า​ บริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด​ จากการตรวจสอบมีการสต๊อกน้ำมันประมาณ 3.3 แสนลิตร แบ่งเป็นน้ำมันดีเซล 48,000 ลิตร​ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95​ จำนวน 210,000 ลิตร แก๊สโซฮอล์ 91​ จำนวน​ 73,000 ลิตร​ รวมเป็น 3.3 แสนลิตร​

โดยจากการตรวจสอบเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 คือ ผู้ค้าน้ำมันรายย่อย มีการขนส่งหลายทอด​ ซึ่งจากการตรวจสอบ ไม่ได้มีการออกใบกำกับการขนส่งหลายเที่ยว ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่ได้มีการออกใบกำกับการขนส่ง ซึ่งมีความผิดตามมาตรา 30 พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 ที่ต้องมีใบกำกับการขนส่ง ว่า รับมาจากที่ไหน วันไหน ปริมาณเท่าใด และปลายทางไปส่งยังที่ใด รวมถึงต้องเก็บเอกสารไว้ไม่น้อยกว่า 60 วัน ซึ่งจะมีความผิดตามมาตรา 56 ในข้อมูลเชิงลึก ขอไปตรวจสอบความชัดเจนอีกครั้งหนึ่งก่อน แต่ในเบื้องต้นในด้านความปลอดภัย สถานที่เก็บน้ำมันแห่งนี้มีใบอนุญาต ตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 หรือไม่

เมื่อถามว่า จะมีการขยายการตรวจสอบบริษัทอื่นอีกหรือไม่ รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน​ กล่าวว่า​ บริษัทดังกล่าวจะต้องดูว่าจะมีการขนส่งมาจากที่ใด ก็จะย้อนไปดูก่อนหน้านั้นด้วย

เมื่อถามถึง กรณีที่​ 4 ปั๊มน้ำมันจะภาคใต้ ออกมา​ระบุว่าจะได้รับโควตาน้ำมันอีกครั้งในวันที่​ 1 เม.ย.ได้เข้าไปติดตามแล้วหรือไม่​ รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน​ กล่าวว่า​ จากที่ นายพิพัฒน์​ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ในฐานะ ผอ.ศบก.ออกมาระบุว่าไม่น่าจะเป็นไปได้นั้น ทางกรมธุรกิจพลังงานจะประสานกับพลังงานจังหวัดให้ลงไปดูในพื้นที่ต่อไป ถึงข้อเท็จจริง เมื่อถามต่อว่า แสดงว่าตั้งแต่มีการนำเสนอข่าวออกมายังไม่ได้มีการตรวจสอบ หรือตรวจสอบแล้วไม่เจอ ใช่หรือไม่ รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน​ ยืนยันว่า ได้แจ้งทางพลังงานจังหวัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โจทย์ที่ยังตีไม่แตก การเมืองสุจริต สวนทางศรัทธาในคูหาเลือกตั้ง

โจทย์ที่ยังตีไม่แตก การเมืองสุจริต สวนทางศรัทธาในคูหาเลือกตั้ง

โจทย์ที่ยังตีไม่แตก การเมืองสุจริต สวนทางศรัทธาในคูหาเลือกตั้ง

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.43 น.

ในสนามการเมืองไทยที่ขับเคลื่อนด้วยการแข่งขันของนโยบาย อำนาจ และความเชื่อมั่นของประชาชน แนวคิดเรื่องความสุจริต โปร่งใส และมาตรฐานทางการเมือง ยังคงถูกหยิบขึ้นมาย้ำอยู่เสมอในฐานะหลักที่พึงยึดถือ

สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โดยเฉพาะในช่วงที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เป็นหัวหน้าพรรค แนวคิด “การเมืองสุจริต” ถูกยกระดับขึ้นมาเป็นแกนหลักของการสื่อสารทางการเมืองอย่างชัดเจน

แนวคิดนี้ปรากฏผ่านการอภิปรายในสภา การกำหนดจุดยืน และการตรวจสอบฝ่ายการเมืองอื่นอย่างต่อเนื่อง

กรณีการ “งดออกเสียง” เลือกนายกรัฐมนตรี เป็นอีกภาพสะท้อนของการยืนอยู่บนหลักการดังกล่าว

คำถามสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่แนวคิดนี้ถูกหรือผิด แต่อยู่ที่ว่า แนวคิดนี้สามารถนำไปสู่ความไว้วางใจจากประชาชนในคูหาเลือกตั้งได้หรือไม่

ในระบบการเมืองแบบเลือกตั้ง ความไว้วางใจถูกวัดด้วยคะแนนเสียง

ตลอดช่วงเวลาที่อภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าพรรค ปชป. ไม่สามารถกลับไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งได้ ความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ทำให้เกิดภาพจำอีกด้านหนึ่งของพรรค

ด้านหนึ่งคือความชัดเจนของแนวคิด “การเมืองสุจริต” อีกด้านหนึ่งคือผลลัพธ์ในสนามเลือกตั้งที่ยังไม่สอดรับกัน

ภาพนี้สะท้อนผ่านบทบาทของอภิสิทธิ์ในฐานะหัวหน้าพรรค ซึ่งยืนอยู่บนแนวคิดดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

ประเด็นจึงขยับจาก “ความถูกต้องของแนวคิด” ไปสู่ “พลังของแนวคิด” ว่าสามารถสร้างความไว้วางใจในระดับเสียงส่วนใหญ่ได้หรือไม่

ผลลัพธ์ในสนามเลือกตั้งที่ยังไม่สอดรับกับแนวคิด “การเมืองสุจริต” นำไปสู่การอธิบายสถานการณ์ที่มักหันไปมองปัจจัยภายนอก เช่น การซื้อเสียง หรือความไม่สุจริตของฝ่ายตรงข้าม

กรอบการอธิบายเช่นนี้ทำให้ประเด็นความพ่ายแพ้ถูกผูกไว้กับปัจจัยภายนอก มากกว่าการย้อนกลับมาทบทวนว่า แนวคิดและวิธีการสื่อสารของพรรคเองยังเชื่อมโยงกับการตัดสินใจของประชาชนได้เพียงใด

เมื่อคำอธิบายหยุดอยู่ที่ปัจจัยภายนอก พื้นที่สำหรับการปรับตัวจึงแคบลง และแนวคิด “การเมืองสุจริต” ก็ยังคงอยู่ในฐานะหลักการ มากกว่าจะพัฒนาไปสู่แรงจูงใจในการเลือก

หากมองในระดับของพฤติกรรมการเลือกตั้ง ประเด็นสำคัญอยู่ที่ “เกณฑ์การตัดสินใจ” ของประชาชน

การเลือกตั้งไม่ได้เป็นการเลือกสิ่งที่ถูกต้องที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการชั่งน้ำหนักระหว่างความเชื่อมั่น ผลลัพธ์ที่คาดหวัง และประสบการณ์ที่เคยเกิดขึ้น

ในบริบทนี้ “การเมืองสุจริต” ยังอยู่ในฐานะของหลักการที่ได้รับการยอมรับ แต่ยังไม่ใช่ปัจจัยหลักที่กำหนดการตัดสินใจของคนส่วนใหญ่

ช่องว่างที่เกิดขึ้นจึงเป็นช่องว่างระหว่าง “สิ่งที่เห็นว่าถูกต้อง” กับ “สิ่งที่ตัดสินใจเลือก”

ภาพที่ปรากฏในยุคอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สะท้อนให้เห็นว่า “การเมืองสุจริต” ยังไม่สามารถทำหน้าที่เป็นแรงขับเคลื่อนทางการเมืองได้อย่างเต็มที่

แนวคิดนี้ยังคงได้รับการยอมรับในระดับหลักการ แต่ความเชื่อมโยงระหว่างหลักการกับการตัดสินใจในคูหาเลือกตั้งยังไม่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน

โจทย์ที่ยังตีไม่แตกจึงอยู่ที่การทำให้ “การเมืองสุจริต” ไม่เป็นเพียงกรอบในการอธิบายหรือมาตรฐานในการตรวจสอบ แต่กลายเป็นเหตุผลที่ประชาชนสามารถใช้ประกอบการตัดสินใจได้จริง

ในฐานะฝ่ายค้าน แนวทางของ ปชป. อาจเป็นการวางพื้นฐานในระยะยาว เพื่อทำให้แนวคิดนี้ค่อยๆ มีน้ำหนักมากขึ้นในสายตาของสังคม

และเมื่อถึงจุดที่ “การเมืองสุจริต” เชื่อมโยงกับการตัดสินใจของประชาชนได้อย่างชัดเจน ศรัทธาในคูหาเลือกตั้งก็จะไม่ใช่สิ่งที่สวนทางกันอีกต่อไป

– ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์

นายกฯเปิดงานวัน อสม. หยอดหวานเจอคนรักเก่านักรบชุดเทาร่วมทุกข์

นายกฯเปิดงานวัน อสม. หยอดหวานเจอคนรักเก่านักรบชุดเทาร่วมทุกข์

นายกฯเปิดงานวัน อสม. หยอดหวานเจอคนรักเก่านักรบชุดเทาร่วมทุกข์

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.27 น.

นายกฯเปิดงานวัน อสม.แห่งชาติปี 69 หยอดหวานเจอคนรักเก่านักรบชุดเทาร่วมทุกข์ ชูนอกจากบุคลากรสาธารณสุข ยังมี อสม.ดูแลคุณภาพชีวิตประชาชน เผยรัฐบาลให้ความสำคัญ ขอภูมิใจเป็นของหายากมาก ทั่วโลกไม่มี

20 มีนาคม 2569 ที่โรงแรมเอเชียแอร์พอร์ท อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการจัดงานวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2569 โดยมี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข

นายกฯ กล่าวเปิดงานว่า วันนี้รู้สึกดีใจที่ได้มาพบกับท่านอีกครั้งหนึ่ง เหมือนได้มาพบกับคนรักเก่า และวันนี้ตนใส่เสื้อถูกโฉลกด้วย ตนเป็น อสม.ไม่ได้มาใส่เสื้อของท่านเฉยๆ ตนเป็น อสม.ของ จ.บุรีรัมย์ ขออนุญาตรายงานตัวพี่น้อง อสม.ทุกท่าน วันนี้เป็นวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติประจำปี 2569 ถ้าไม่มีภารกิจที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็จะมาร่วมงานกับพวกท่านด้วยตัวเอง เพราะถือว่าพวกเราเป็นนักรบชุดเทาเหมือนกัน เราเคยร่วมทุกข์ร่วมสุข เคยได้ทำหน้าที่ดูแลสุขภาพของพี่น้อง ประชาชนร่วมกันในช่วงสถานการณ์โควิด ร่วมกับแพทย์และพยาบาล บุคลากรสาธารณสุขทุกท่าน ตลอดระยะเวลา 4 ปี ที่ตนได้ดำรงตำแหน่ง รมว.สาธารณสุข ต้องถือว่าเรามีความผูกพันกัน และในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรี ความเชื่อในเรื่องของความสำคัญของพี่น้อง อสม.อยู่ในความคิดของตนตลอดเวลา และมีความมั่นใจว่าประเทศนี้ นอกจากบุคลากรสาธารณสุขที่ทำหน้าที่ดูแลรักษาในเรื่องของการเจ็บป่วย ใช้ความรู้ความสามารถในทางการแพทย์ พยาบาล เภสัชศาสตร์แล้ว มีพี่น้อง อสม.เป็นผู้ช่วยที่สำคัญและมีบทบาทเป็นอย่างยิ่งในการดูแลคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน เป็นสิ่งที่รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข และประเทศไทยขาดไม่ได้คือพี่น้อง อสม.ทุกคน

นายกฯ กล่าวต่อว่า ต้องขอแสดงความยินดีกับ อสม.ทุกท่าน ในวันนี้ที่ได้รับการคัดเลือกให้รับรางวัลเชิดชูเกียรติอาสาสมัครสาธารณสุขดีเด่น ขอบคุณในความทุ่มเทเสียสละที่ท่านได้ร่วมกันอุทิศกำลังกายกำลังใจและเวลาของท่านอย่างเต็มที่ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อดูแลสุขภาพ และคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน หลายคนในที่นี้คงทราบดีอยู่แล้วว่าประเทศไทยของเราได้รับการชื่นชมจากองค์การอนามัยโลก และได้รับการยอมรับจากนานาอารยะประเทศ ว่าเรามีระบบสาธารณสุขที่ดี มีความเข้มแข็งและมีศักยภาพสูง ทุกครั้งที่เราได้รับคำชื่นชมในเรื่องนี้ จะมี 2 สิ่งที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงคือ ระบบประกันสุขภาพทั่วหน้า และการมีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เพราะน้อยประเทศที่จะมีแบบเรา ซึ่งต้องถือว่าพวกท่านคือของที่หายากมากๆ ในโลกใบนี้ และเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจ เมื่อบทบาทที่มีคุณค่าเช่นนี้ รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของ อสม.อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งยกระดับ อสม.ยุคใหม่ให้ก้าวสู่การเป็นสมาร์ท อสม.ที่มีความรู้ด้านสุขภาพอย่างรอบด้าน และมีทักษะที่ทันสมัย พร้อมนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นเครื่องมือในการเชื่อมความรู้เรื่องสุขภาพไปสู่ประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้รับการบริการสุขภาพที่สะดวกรวดเร็วอย่างทั่วถึง

นายกฯ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ พี่น้องชาว อสม.จะต้องได้รับการพัฒนาให้มีความรู้และทักษะที่จำเป็นในการจัดการและแก้ไขปัญหาสุขภาพในชุมชน ซึ่งรวมระบบบริการสุขภาพระหว่างภาครัฐกับชุมชนในทุกระดับ ตลอดจนการเป็นผู้นำในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ของท่าน เพราะการสู้กับโรคภัยที่ดีที่สุด คือการมีสุขนิสัยที่ดี รู้ว่าเราควรกินอะไร อยู่อย่างไร ออกกำลังกายแค่ไหน และจะทำอย่างไรเมื่อเกิดภาวะความเครียด ไม่ว่าจะเกิดกับตัวเองหรือคนในครอบครัว ตนขอให้พี่น้อง อสม.ทุกท่าน ตลอดจนเครือข่ายเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในทุกพื้นที่ ได้มีความภาคภูมิใจในบทบาทหน้าที่ของตนเอง และร่วมแรงร่วมใจกันส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลและพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพ เพื่อความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศต่อไป

อนุทินยิ้มรับ ส่งรายชื่อ ครม.ตรวจประวัติแล้ว ยันสแกนเข้ม-ยึดคำวินิจฉัยศาล รธน.

อนุทินยิ้มรับ ส่งรายชื่อ ครม.ตรวจประวัติแล้ว ยันสแกนเข้ม-ยึดคำวินิจฉัยศาล รธน.

อนุทินยิ้มรับ ส่งรายชื่อ ครม.ตรวจประวัติแล้ว ยันสแกนเข้ม-ยึดคำวินิจฉัยศาล รธน.

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.35 น.

“อนุทิน”ยิ้มรับ! ส่งรายชื่อ ครม.ตรวจประวัติแล้ว ยืนยันตรวจสอบเข้ม ยึดคำวินิจฉัยศาล รธน. ชี้”ภูมิใจไทย”ไม่มีปัญหา ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลหากพบติดขัด ตีกลับต้นสังกัด

20 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 10.20 น.ที่โรงแรมเอเชียแอร์พอร์ต นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยนายอนุทิน ยิ้มรับ ไม่ได้ตอบคำถาม

ผู้สื่อข่าวถามว่า การตรวจสอบคุณสมบัติของรัฐมนตรีจะเข้มข้นขึ้นใช่หรือไม่ เนื่องจากขณะนี้เริ่มมีคดีกับผู้ที่คาดว่าจะมีชื่อในโผ ครม. นายกฯ พยักหน้า ก่อนตอบว่า ก็มีหลักเกณฑ์ของมันอยู่ โดยจะยึดหลักตามที่มีอยู่ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร

เมื่อถามว่า กรณีแบบนี้จะทำให้การจัดตั้งคณะรัฐมนตรีล่าช้าลงหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ไม่มีปัญหา ส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล ก็ได้รับรายชื่อมาแล้ว และจะมีการตรวจสอบตามกระบวนการ โดยสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) จะเป็นผู้ประสานหน่วยงานต่างๆ กว่าสิบหน่วยงาน และคิดว่าแต่ละหน่วยงานจะตรวจสอบอย่างละเอียด เราต้องรอผลของการตรวจสอบ ใครที่มีปัญหาก็จะแจ้งกลับไปยังต้นสังกัดของผู้ที่เสนอมา

เมื่อถามว่า ขั้นตอนการส่งรายชื่อประวัติเสร็จสิ้นแล้วใช่หรือไม่ นายกฯ พยักหน้ายอมรับ เมื่อถามถึงกรณีเมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายพาดพิงนายกฯ ว่าขาดคุณสมบัตินายกรัฐมนตรี เนื่องจากเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว.และนำเรื่องนี้มาโจมตีตลอด นายกฯ หัวเราะ แต่ไม่ได้ตอบคำถาม

ศาลยกฟ้อง โตโต้ ปิยรัฐ คดี ม.112 เหตุปราศรัยที่อุบลฯ ปี 63

ศาลยกฟ้อง โตโต้ ปิยรัฐ คดี ม.112 เหตุปราศรัยที่อุบลฯ ปี 63

ศาลยกฟ้อง โตโต้ ปิยรัฐ คดี ม.112 เหตุปราศรัยที่อุบลฯ ปี 63

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.35 น.

20 มีนาคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก “ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน” โพสต์ข้อความระบุว่า “ศาลอุบลฯ พิพากษายกฟ้องคดี ม.112 ”โตโต้“ ปิยรัฐ เหตุปราศรัยชุมนุม #เด็กพูดผู้ใหญ่ฟัง ปี 63 ระบุ เป็นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับบ่อเกิด รธน. โครงสร้างสถาบัน และความขัดแย้งในอดีต จำเลยไม่ได้ยืนยันข้อเท็จจริง พิพากษายกฟ้องทุกข้อกล่าวหา”

พร้อมยังโพสต์ในคอมเมนต์ ระบุว่า “20 มี.ค. 69 ศาลจังหวัดอุบลราชธานี พิพากษายกฟ้อง คดี ม.112 ของ “โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ จากเหตุชุมนุม #เด็กพูดผู้ใหญ่ฟัง ที่บริเวณลานศาลหลักเมืองอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2563 ปราศรัยพระราชอำนาจกับบทบาทกองทัพ

ศาลระบุ เป็นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับบ่อเกิดรัฐธรรมนูญ โครงสร้างสถาบันและความสัมพันธ์ขององค์กรต่าง ๆ และความขัดแย้งในอดีต โดยจำเลยไม่ได้ยืนยันข้อเท็จจริง ย่อมไม่เข้าองค์ประกอบความผิดมาตรา 112 ส่วนข้อหาอื่น ๆ ทั้ง ม.116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ยกฟ้องทั้งหมด”