งานไม่เคยทำให้เราทุกข์ ถ้าเราทำมันด้วยความสุข #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/people/446069

งานไม่เคยทำให้เราทุกข์ ถ้าเราทำมันด้วยความสุข

งานไม่เคยทำให้เราทุกข์ ถ้าเราทำมันด้วยความสุข

14 ตุลาคม 2563 – 16:08 น.

ท๊อฟฟี่ ภควัต อุดชัย พนักงานโรงแรมผู้ที่ไม่เคยยอมแพ้กับโชคชะตา หันมาทำทุกอย่างเพื่อใช้เวลาในการตามหาความฝัน

ท๊อฟฟี่ ภควัต อุดชัย พนักงานโรงแรมที่แม้ต้องหยุดงานถึง 3 เดือน แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ หันมาทำงานทุกอย่าง และไม่เกี่ยงว่าจะเป็นงานประเภทไหนเค้าใช้เวลาอยู่กับมันและทำอย่างมีความสุข และกล้าที่จะเสี่ยงกับมัน เพื่อใช้เวลาที่มีในการตามหาความฝัน เพราะสิ่งที่เค้าทำมันคือ “ความสุข” นอกจะทำให้ตัวเองและครอบครัวแล้วเขายังคอยมอบ“ความสุข” ให้กับคนรอบข้างด้วยการเป็น “ผู้ให้” ถึงแม้จะเล็กน้อยแต่ก็ทำมันด้วยใจ

งานไม่เคยทำให้เราทุกข์ ถ้าเราทำมันด้วยความสุข

ท๊อฟฟี่ ภควัต อุดชัย

งานไม่เคยทำให้เราทุกข์ ถ้าเราทำมันด้วยความสุข

ท๊อฟฟี่ ภควัต อุดชัย

งานไม่เคยทำให้เราทุกข์ ถ้าเราทำมันด้วยความสุข

ไพบูลย์ สุดลาภา วัย 75 ปี จาก “อดีตนักบิน” สู่ “นักศึกษากราฟิกปี 2” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/people/445474

ไพบูลย์ สุดลาภา วัย 75 ปี จาก “อดีตนักบิน” สู่ “นักศึกษากราฟิกปี 2”

ไพบูลย์ สุดลาภา วัย 75 ปี จาก "อดีตนักบิน" สู่ "นักศึกษากราฟิกปี 2"

7 ตุลาคม 2563 – 16:43 น.

โชคชะตา ทำให้ด้วยใจที่รัก “ศิลปะ” และ “การเรียนรู้” พาคุณปู่วัย 75 ปี กลับมาใช้ชีวิตเป็นนักศึกษาอีกครั้ง

คุณปู่ไพบูลย์ สุดลาภา นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาสาขาวิชาออกแบบกราฟิกและอินโฟร์ วัย 75 ปี ผู้ที่ใช้ชีวิตผ่านร้อนผ่านหนาว ทั้ง “หนีภัยทางการเมือง” จนกลายเป็น “นักบินขับไล่” สู่การเป็นสุดยอด “ทหารแห่งกองทัพสหรัฐอเมริกา” คนไทยคนแรกที่ได้ติดยศสูงสุด

ไพบูลย์ สุดลาภา วัย 75 ปี จาก "อดีตนักบิน" สู่ "นักศึกษากราฟิกปี 2"

หลังจากใช้ชีวิตเป็นทหารแห่งกองทัพสหรัฐอเมริกา จนครบวาระแล้ว ทำให้คุณปู่ได้กลับมายังบ้านเกิดอีกครั้ง โชคชะตาและหัวใจที่รักศิลปะ ก็นำพาคุณปู่มาสู่ “ความสุข” ในการกลับมาเป็นนักศึกษาอีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับความคิดที่ว่า “การได้ไปโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยเป็นความรู้สึกดีที่ปฏิเสธไม่ได้…”

ไพบูลย์ สุดลาภา วัย 75 ปี จาก "อดีตนักบิน" สู่ "นักศึกษากราฟิกปี 2"

เสียงสะท้อนจากหัวใจ เรียนรู้การพึ่งพาตนเอง สู่การดำเนินชีวิตที่มั่นคงอย่างยั่งยืน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/people/445410

เสียงสะท้อนจากหัวใจ เรียนรู้การพึ่งพาตนเอง สู่การดำเนินชีวิตที่มั่นคงอย่างยั่งยืน

เสียงสะท้อนจากหัวใจ เรียนรู้การพึ่งพาตนเอง สู่การดำเนินชีวิตที่มั่นคงอย่างยั่งยืน7 ตุลาคม 2563 – 10:03 น.

อุ้ม-คนึงนิตย์ ชนะโม ต้นกล้าชุมชน รุ่นที่ 5 สมาชิกกลุ่มชาวนาไทนอีสาน ผู้จัดอบรมโครงการต้นกล้าชุมชนโครงการพิเศษเพื่อช่วยเหลือฟื้นฟู Covid-19

 เราอยู่ในยุคที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มีวิกฤตเกิดขึ้นมากมายที่เราต้องเผชิญ เช่น ปัญหาด้านสุขภาพและด้านเศรษฐกิจ ทำให้มีผู้คนจำนวนมากต้องสูญเสียรายได้จากการทำธุรกิจหรือการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะคนต่างจังหวัดที่เข้ามาทำงานในเมืองด้วยหวังจะมีอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคงเพื่อเลี้ยงปากท้องตัวเองและคนในครอบครัว แต่เมื่อเกิดวิกฤตโควิด-19 ขึ้น ทำให้ขาดรายได้จึงจำเป็นต้องเดินทางกลับถิ่นฐานบ้านเกิดเพื่อตั้งหลัก 

จุดเริ่มต้นของการให้

อุ้ม-คนึงนิตย์ ชนะโม หนึ่งในสมาชิกโครงการ ต้นกล้าชุมชน รุ่นที่ 5 และสมาชิกกลุ่มชาวนาไทอีสานที่รวมตัวกันทำเกษตรอินทรีย์แบบพึ่งพาตนเองเพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารและความหลากหลายทางชีวภาพ เห็นว่ากลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 เป็นกลุ่มที่ต้องการผู้แนะนำในการเริ่มต้นทำอาชีพอะไรบางอย่างให้มีรายได้เลี้ยงดูตัวเองและครอบครัว อุ้ม จึงได้จัดอบรมเพื่อถ่ายทอดทักษะวิชาจากประสบการณ์ที่สั่งสมมาและความเชี่ยวชาญในการทำเกษตรอินทรีย์แบบพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ให้เป็นประโยชน์ต่อกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ให้มีความรู้ มีแนวทางการพึ่งพาตนเองและนำไปปรับใช้ได้จริงกับพื้นที่ของตัวเอง

โอกาสที่ได้รับ ตอบโจทย์กับสิ่งที่ทำ

อุ้ม ได้นำเสนอความคิดนี้กับมูลนิธิเอสซีจีและได้รับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อจัดอบรมการเรียนรู้การพึ่งพาตนเองด้านการสร้างพื้นที่อาหาร การเก็บเมล็ดพันธุ์ และการทำนาเพื่อนำไปสู่ความมั่นคงทางอาหารและการทำเกษตรพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ภายใต้โครงการ ‘ต้นกล้าชุมชนโครงการพิเศษ เพื่อช่วยเหลือฟื้นฟู COVID-19’ ที่บ้านอาจารย์ตุ๊หล่าง แก่นคำกล้า พิลาน้อย ต.ป่าติ้ว อ.กุดชุม จ.ยโสธร เป็นศูนย์การเรียนรู้เกี่ยวกับข้าวหลากหลายสายพันธุ์ การอบรมครั้งนี้มีครูสอนการทำเกษตรอินทรีย์และมีทีมกลุ่มชาวนาไทอีสานเป็นพี่เลี้ยงช่วยดูแล ในระยะเวลา 3 วัน 2 คืน (วันที่ 21-23 สิงหาคม 2563) โดยมีผู้มาอบรมทั้งหมด 13 คน ซึ่งจะได้เห็นภาพทำเกษตรอินทรีย์ทั้งหมดครบทุกกระบวนการตั้งแต่เรื่องข้าว พืช ผัก เมล็ดพันธุ์ และความรู้ด้านปศุสัตว์ ได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เพื่อให้ผู้มาอบรมได้นำความรู้กลับไปใช้ได้จริงกับพื้นที่ของตนเอง โดยมีรายละเอียดกิจกรรมการเรียนรู้ดังนี้

เสียงสะท้อนจากหัวใจ เรียนรู้การพึ่งพาตนเอง สู่การดำเนินชีวิตที่มั่นคงอย่างยั่งยืน

วันที่ 1 : เรียนรู้เกี่ยวกับความมั่นคงทางอาหาร วิธีคัดพันธุ์ข้าว และการเตรียมแปลงปักดำสำหรับเพาะต้นกล้า และทำอาหารโดยนำพืชผักที่อยู่ในศูนย์การเรียนรู้ฯ มาประกอบอาหาร

เสียงสะท้อนจากหัวใจ เรียนรู้การพึ่งพาตนเอง สู่การดำเนินชีวิตที่มั่นคงอย่างยั่งยืน

วันที่ 2 : เรียนรู้เกี่ยวกับวงจรของข้าว รู้จักกล้าข้าวพื้นเมือง และลงมือทำแปรรูปอาหาร ขนม จากข้าวและแป้งข้าวพื้นเมือง อีกทั้งยังให้ผู้อบรมเรียนรู้การแปรรูปอาหารและขนมจากข้าวและแป้งข้าวพื้นเมือง และได้ลงมือทำจุลินทรีย์ปุ๋ยหมักสำหรับใช้ในแปลงข้าวและแปลงผัก ผู้อบรมทุกคนจะได้รับหัวเชื้อทำจุลินทรีย์ปุ๋ยหมักกลับไปเพื่อนำไปใช้ในพื้นที่ของตนเองด้วย

เสียงสะท้อนจากหัวใจ เรียนรู้การพึ่งพาตนเอง สู่การดำเนินชีวิตที่มั่นคงอย่างยั่งยืน

วันที่ 3 : เรียนรู้เกี่ยวกับการปลูกผัก การเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าว/ผัก คัดพันธุ์ปลา และความรู้เกี่ยวกับปศุสัตว์ เพื่อให้เป็นการเรียนรู้วิถีเกษตรยั่งยืนแบบครบวงจร

แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อชีวิตที่มั่นคงอย่างยั่งยืน

ผู้ที่มาอบรมในครั้งนี้จะได้รับความรู้แบบครบทุกกระบวนการที่สามารถนำไปปรับใช้ได้กับทุกอาชีพและคนทุกกลุ่ม ไม่ใช่เฉพาะเกษตรกรเท่านั้น หากทุกคนเข้าใจและยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ก็จะทำให้มีภูมิคุ้มกัน มีความสมดุลในชีวิตซึ่งจะนำไปสู่ “ความสุข” อย่างแท้จริง

“แม้ว่าผู้อบรมยังไม่ได้ลงมาทำเกษตรแบบเต็มตัว
แต่อย่างน้อยพวกเขาจะได้มีความรู้และมีภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง
หากเกิดวิกฤตอะไรก็ตาม พวกเขาจะสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน”

เสียงสะท้อนจากหัวใจ เรียนรู้การพึ่งพาตนเอง สู่การดำเนินชีวิตที่มั่นคงอย่างยั่งยืน

ขอบคุณ : มูลนิธิเอสซีจี

70 ปี การท่าเรือ วิสัยทัศน์ เพื่ออนาคตโลจิสติกส์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/people/444937

70 ปี การท่าเรือ วิสัยทัศน์ เพื่ออนาคตโลจิสติกส์

1 ตุลาคม 2563 – 18:23 น.

สัมภาษณ์พิเศษ เรือโท กมลศักดิ์ พรหมประยูร ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย  ในโอกาส ครบรอบการสถาปนา กทท. 70 ปี ในปี 2564  เปิดวิสัยทัศน์ การท่าเรือแห่งประเทศไทยในอนาคต

เรือโท กมลศักดิ์ พรหมประยูร ผู้อำนวยการ การท่าเรือแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในโอกาสครบรอบการสถาปนา กทท. 70 ปี ในปี 2021 กทท. จะดำเนินการจัดโครงการ เพื่อตอบแทนสังคม ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และขอบคุณบุคลากรที่ทุ่มเทปฏิบัติงานให้กับองค์กรมาโดยตลอด รวมทั้งสิ้น 17 โครงการและกิจกรรม ทั้งนี้ เพื่อให้บุคลากรมีความสุขและร่วมแบ่งปันความสุขไปยังสังคมและบ้านเกิดของตนเอง อันจะเป็นการสร้างความภาคภูมิใจในองค์กรได้อีกด้วย

70 ปี การท่าเรือ วิสัยทัศน์ เพื่ออนาคตโลจิสติกส์
70 ปี การท่าเรือ วิสัยทัศน์ เพื่ออนาคตโลจิสติกส์

ดาว ธันญ์วริน กิตติธรรมกูล จากผู้ป่วยซึมเศร้าสู่นักปั่นสาวที่แข็งแกร่ง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/people/444724

ดาว ธันญ์วริน กิตติธรรมกูล จากผู้ป่วยซึมเศร้าสู่นักปั่นสาวที่แข็งแกร่ง

ดาว ธันญ์วริน กิตติธรรมกูล จากผู้ป่วยซึมเศร้าสู่นักปั่นสาวที่แข็งแกร่ง

29 กันยายน 2563 – 17:49 น.

จากโลกที่เป็นสีเทา กลับมาเป็นโลกที่สดใสด้วยหัวใจที่แข็งแกร่ง ดาว ธันญ์วริน กิตติธรรมกูล ผู้เป็นแรงบันดาลใจของคนอื่น

ดาว ธันญ์วริน กิตติธรรมกูล เริ่มจากการเป็นโรคซึมเศร้าโดยที่ตัวเองไม่รู้ตัว จนเคยฆ่าตัวตายมาแล้วถึง 2 ครั้ง แต่ยังโชคดีที่ครั้งนั้นเธอไม่ตาย หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น ดาวก็ได้ค้นพบตัวเองว่าชอบในการปั่นจักรยาน ด้วยการชักชวนของเพื่อนในครั้งนั้นทำให้ ดาว ธันญ์วริน กลายเป็นนักปั่นจักรยานจนมาถึงทุกวันนี้ จากคนที่แทบไม่เชื่อว่าตัวเองกำลังป่วย จนนำมาสู่การฆ่าตัวตาย แต่โชคชะตาและจักรยานก็ได้นำพาเธอออกจากจุดนั้น จนเอาชนะโรคซึมเศร้า จากโลกสีเทา กลับมาเป็นโลกที่สดใส และยังเป็นแรงบันดาลใจของคนอื่นๆ อีกด้วย

ดาว ธันญ์วริน กิตติธรรมกูล จากผู้ป่วยซึมเศร้าสู่นักปั่นสาวที่แข็งแกร่ง
ดาว ธันญ์วริน กิตติธรรมกูล จากผู้ป่วยซึมเศร้าสู่นักปั่นสาวที่แข็งแกร่ง

ดาว ธันญ์วริน กิตติธรรมกูล

ดาว ธันญ์วริน กิตติธรรมกูล จากผู้ป่วยซึมเศร้าสู่นักปั่นสาวที่แข็งแกร่ง

ดาว ธันญ์วริน กิตติธรรมกูล

34 ปี จิตวิญญาณแฝดอาสา ชีวิตนี้เพื่อประชาชน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

34 ปี จิตวิญญาณแฝดอาสา ชีวิตนี้เพื่อประชาชน

34 ปี จิตวิญญาณแฝดอาสา ชีวิตนี้เพื่อประชาชน

25 กันยายน 2563 – 22:48 น.

34 ปี จิตวิญญาณแฝดอาสา จากผู้รับสู่ผู้ให้บิณฑ์-ไทด์ ตั้งปฏิธาน ทำเพื่อสังคมจนชีวิตจะหาไม่

บิณฑ์-เอกพัน บรรลือฤทธิ์ สองพี่น้องฝาแฝด ดาราขวัญใจชาวไทย ผู้พลิกผันชีวิต จากดาราศิลปินชื่อดัง สู่ต้นแบบ ดาราจิตอาสา เพื่อสังคม…โดยทำงานเป็นจิตอาสา อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญูมานานกว่า 34 ปี ทุกเหตุการณ์พิบัติภัยครั้งสำคัญ ในยากที่สังคมต้องการความช่วยเหลือ จะเห็นแฝดอาสาอยู่ในเหตุการณ์เสมอๆอะไรคือแรงบันดาลใจ อะไรคือจุดเปลี่ยน  ทำไมถึงเป็นขวัญใจคนยากไร้ทั้งแผ่นดิน  มีแฟนเพจ เกือบสิบล้าน ติดตามทุกเรื่องราวได้ใน คมบันดาลใจตอนนี้
34 ปี จิตวิญญาณแฝดอาสา ชีวิตนี้เพื่อประชาชน

บิณฑ์-เอกพัน บรรลือฤทธิ์

34 ปี จิตวิญญาณแฝดอาสา ชีวิตนี้เพื่อประชาชน
34 ปี จิตวิญญาณแฝดอาสา ชีวิตนี้เพื่อประชาชน
34 ปี จิตวิญญาณแฝดอาสา ชีวิตนี้เพื่อประชาชน

ร่วมสร้างสรรค์ คม บันดาลใจโดย มูลนิธิ เอสซีจี “เชื่อมั่นในคุณค่าของคน”

แค่ได้สู้ก็สุขใจ (วีวี่ ศิษย์ชาญสิงห์) นักมวยสวยสังหาร วัย 16 ปี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

แค่ได้สู้ก็สุขใจ (วีวี่ ศิษย์ชาญสิงห์) นักมวยสวยสังหาร วัย 16 ปี

แค่ได้สู้ก็สุขใจ (วีวี่ ศิษย์ชาญสิงห์) นักมวยสวยสังหาร วัย 16 ปี

24 กันยายน 2563 – 17:32 น.

หากจะบอกว่า “นักมวยแชมป์ประเทศไทย” คือความฝันของเด็กสาววัยเพียง 16 มนัสวี ศรีทองคำ (วีวี่ ศิษย์ชาญสิงห์)

“แพ้เมื่อไหร่ ก็กลับไปตั้งใจให้มากกว่าเดิม” เป็นคำพุดของ มนัสวี ศรีทองคำ หรือชื่อในวงการมวย วีวี่ ศิษย์ชาญสิงห์ นักมวยสวยสังหารวัยเพียง 16 ปี ที่รักในการชกมวยเป็นชีวิตจิตใจ หลายคนถ้าได้ยินคำนี้อาจฟังดูแปลกๆ หากจะบอกว่า “นักมวยแชมป์ประเทศไทย” คือความฝันของเด็กสาววัย 16 ปีคนนี้ที่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะไปให้ถึงฝัน แต่หากจะดูจากความตั้งใจและพยายามของเธอแล้ว ก็ไม่มีอะไรน่าแปลกใจอีกต่อไป 

เพราะว่าแม้ฝันของเธอจะยิ่งใหญ่ แต่มันก็ไม่ไกลเกินกว่าความพยายามที่มี

แค่ได้สู้ก็สุขใจ (วีวี่ ศิษย์ชาญสิงห์) นักมวยสวยสังหาร วัย 16 ปี
แค่ได้สู้ก็สุขใจ (วีวี่ ศิษย์ชาญสิงห์) นักมวยสวยสังหาร วัย 16 ปี

มนัสวี ศรีทองคำ

แค่ได้สู้ก็สุขใจ (วีวี่ ศิษย์ชาญสิงห์) นักมวยสวยสังหาร วัย 16 ปี

มนัสวี ศรีทองคำ

ขาดทุนคือกำไร ข้าวแกงอิ่มจัง 10 บาท หนึ่งเดียวของไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ขาดทุนคือกำไร ข้าวแกงอิ่มจัง 10 บาท หนึ่งเดียวของไทย

ขาดทุนคือกำไร ข้าวแกงอิ่มจัง 10 บาท หนึ่งเดียวของไทย

18 กันยายน 2563 – 14:39 น.

น้ำท่วมแทบหมดตัว…เห็นน้ำตาพ่อแม่ เกิดปมในใจขึ้น เมื่อมีโอกาสจะกลับมาตอบแทนสังคม ยกพระราชดำรัส  “ขาดทุนคือกำไร” คือแรงบันดาลใจ…สร้างข้าวแกงอิ่มจัง 10 บาท  หนึ่งเดียวของไทย ช่วยเหลือสังคม  ไม่มีเงิน ทานฟรีทุกสาขา

คมบันดาลใจ เปิดเรื่องราวของ อดีตหนุ่มแบงค์ ที่หันหลังให้งานประจำ มาทำธุรกิจ เจอวิกฤต น้ำท่วมหนักกระทบวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ต้องสู้กับน้ำแทบหมดตัว รอยคราบน้ำตาผู้มีพระคุณ ทำเอาชีวิตเปลี่ยนแปลง มุ่งมั่น มีโอกาสจะกลับมาตอบแทนสังคม ที่เคยช่วยเหลือเค้ายามวิกฤต ยกพระราชดำรัส ในหลวง ร.9  “ขาดทุนคือกำไร” ก่อกำเนิดทีมจิตอาสา สร้างข้าวแกงอิ่มจัง 10 บาท เพื่อคนรายได้น้อย ติดตามทั้งหมดได้ใน คมบันดาลใจ ตอนนี้

ขาดทุนคือกำไร ข้าวแกงอิ่มจัง 10 บาท หนึ่งเดียวของไทย

บรรเจิด นวลเอี่ยม

ขาดทุนคือกำไร ข้าวแกงอิ่มจัง 10 บาท หนึ่งเดียวของไทย

บรรเจิด นวลเอี่ยม

ขาดทุนคือกำไร ข้าวแกงอิ่มจัง 10 บาท หนึ่งเดียวของไทย

ร่วมสร้างสรรค์ คมบันดาลใจโดย มูลนิธิเอสซีจี

รู้จัก.. “สุชาติ สวัสดิ์ศรี” : สิงห์สนามหลวง นักเขียนอันธพาล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

รู้จัก.. “สุชาติ สวัสดิ์ศรี” : สิงห์สนามหลวง นักเขียนอันธพาล

รู้จัก.. "สุชาติ สวัสดิ์ศรี" : สิงห์สนามหลวง  นักเขียนอันธพาล15 กันยายน 2563 – 18:25 น.

“สุชาติ สวัสดิ์ศรี” นักเขียนเจ้าของนามปากกา “สิงห์สนามหลวง” ผู้ก่อตั้ง รางวัลช่อการะเกด เป็นลูกชาวนา เกิดที่จ.พระนครศรีอยุธยา จบการศึกษาระดับเกียรตินิยมดี ดีกรีศิลปศาสตรบัณฑิต จากรั้ว “ธรรมศาสตร์” เมื่อปี 2509 ณ วันนี้บทบาทเขาเปลียนไป….

       ถ้าจำไม่ผิด คงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่ “สุชาติ สวัสดิ์ศรี” นักเขียนอาวุโส ลุกขึ้นแสดงตัว ลงเดินถนนประกาศจุดยืนต่อต้านเผด็จการทหาร

        และเป็นครั้งแรกอีกเหมือนกันที่เจ้าของนามปากกา “สิงห์ สนามหลวง” ซึ่งเป็นที่นับถือของคนในแวดวงวรรณกรรมมายาวนาน จะออกโรงมาฟาดวงฟาดงา ไล่ด่าคนในแวดวงนักเขียนด้วยกัน โทษฐานไม่สนับสนุนนักศึกษากลุ่มดาวดินที่เคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย

  อ่านข่าว :  “สุชาติ สวัสดิ์ศรี” บุกยื่นหนังสือ มธ. จี้เปิดพื้นที่ให้นักศึกษาชุมนุม 19 ก.ย.

       ไม่มีใครรู้ว่า “สุชาติ สวัสดิ์ศรี” กินยาผิดซองหรือไม่ หรือไปเจออะไรผิดสำแดง จึงแสดงอาการเกรี้ยวกราด เที่ยวอาละวาดใครต่อใครไปทั่ว

รู้จัก.. "สุชาติ สวัสดิ์ศรี" : สิงห์สนามหลวง  นักเขียนอันธพาล

      “สุชาติ” อยู่ในแวดแวดวงวรรณกรรมมานาน โดยหลังจบจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็ก้าวขึ้นไปเป็นบรรณาธิการ นิตยสารสังคมศาสตร์ปริทรรศน์ ต่อจากอาจารย์ ส.ศิวรักษ์ ซึ่งเป็นบรรณาธิการคนแรก

      นิตยสารสังคมศาสตร์ปริทรรศน์เบ่งบานหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เป็นนิตยสารของนักคิดนักเขียน และ ปัญญาชนยุคนั้นต้องอ่าน คนรุ่นใหม่ไม่หยิบไม่ได้ แต่หนังสือมีอายุไขประมาณ 2-3 ปี ก่อนล้มหายตายจาก

      นิตยสารโลกหนังสือของสำนักพิมพ์ดวงกมล อุบัติขึ้นมาแทน โดย “สุชาติ”ได้เข้าไปเป็นบรรณาธิการ และนามปากกา “สิงห์ สนามหลวง” ในคอลัมน์ตอบจดหมายก็ดังกระฉ่อน

      โลกหนังสือเป็นศูนย์รวมของงานวรรณกรรมทั้งในและต่างประเทศ มีอายุอยู่นับสิบปี ก่อนสำนักพิมพ์ ดวงกมลจะประสบปัญหาด้านธุรกิจ และจำเป็นต้องปิดฉากโลกหนังสือ

     “สุชาติ” ได้งานใหม่ โดย “ขรรค์ชัย บุนปาน” เจ้าของค่ายมติชน ชักชวนให้ข้าไปรับหน้าที่บรรณาธิการ นิตยสารบานไม่รู้โรย ที่เปิดใหม่ และเป็นหนังสือแนวเดียวกับ “โลกหนังสือ”

     “บานไม่รู้โรย” บานอยู่ตามแผงหนังสือได้ไม่นาน ก็ต้องปิดตัว เนื่องจากปัญหาทางธุรกิจ และมีข่าวซุบซิบกันแวดวงนักเขียนว่า เกิดความขัดแย้งในเชิงแนวคิดอย่างรุนแรงระหว่าง “ขรรค์ชัย” กับ “สุชาติ” จนคนในแวดวงวรรณกรรมได้ยินกันว่า “สุชาติ” วิพากษ์ “ขรรค์ชัย”อย่างยับเยิน และคิดว่า คู่นี้คงไม่เผาผีกันแล้ว

     หลุดจาก บก.บานไม่รู้โรย “สุชาติ”ต้องเผชิญชะตากรรมลำบาก ชื่อเสียงเงียบหาย ไม่มีงานเป็นชิ้นเป็นอัน และเจอวิบากกรรมทางเศรษฐกิจอยู่หนักพอสมควร
   

          ช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 บ้านถูกน้ำท่วม หนังสือรักที่เก็บได้รับความ เสียหาย แต่ก็มีข่าวว่า ได้รับความช่วยเหลือจากใครบางคน จนความเดือดร่อนจากผลกระทบน้ำท่วมได้รับการบรรเทา และตั้งสมมุติฐานกันว่า ความช่วยเหลือที่คนบางกลุ่มหยิบยื่นให้ เป็นจุดเปลี่ยนทางแนวคิดและวิถีชีวิตของ “สิงห์ สนามหลวง”

          จุดยืนการต่อต้านเผด็จการของ “สุชาติ” ไม่มีใครสงสัย เพราะงานเขียนตั้งแต่อดีตสะท้อนหลักการ “ไม่เอา” เผด็จการอย่างชัดเจน เพียงแต่ “สุชาติ” ไม่เคยออกมาชุมนุมบนท้องถนนเหมือนนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยคนอื่นๆ เท่านั้น

          การเปิดหน้าท้าชกเดินชนกับรัฐบาลทหารครั้งนี้ การเดินถนนไปเยี่ยมนักศึกษากลุ่มดาวดินที่ถูกจับ จึงมีคำถามถึงว่า ทำไม “สุชาติ” จึง “อิน” กับการต่อต้านเผด็จการถึงขั้นต้องแสดงตัว ทั้งที่เหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 เหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 พฤษภาทมิฬ2535 หรือแม้แต่การขับไล่รัฐบาลทรราชย์ในระบอบทักษิณ ไม่เคยเห็นหัว “สุชาติ”

          โกรธเกลียดอะไรกันนักกันหนากับรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จึงแสดงพฤติกรรมเหมือนสุนัขบ้า ไล่กัดใครต่อใครไม่เลือกหน้า เที่ยวยัดข้อหาสนับสนุนการรัฐประหารไปทั่ว

รู้จัก.. "สุชาติ สวัสดิ์ศรี" : สิงห์สนามหลวง  นักเขียนอันธพาล

        รางวัลศิลปินแห่งชาติที่ได้รับในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้วิถีของ “สุชาติ สวัสดิ์ศรี” เปลี่ยนหรือไม่ มีใครหยิบยื่นความช่วยเหลือในยามที่ทุกข์ยากช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 จนรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณกันหรือไม่

       เพราะ “ทักษิณ” สามารถให้อะไรทุกอย่างกับใครก็ได้ ถ้าพร้อมจะเป็นขี้ข้ารับใช้ ตำแหน่งตำรวจระดับนายพลก็ให้กันมาแล้ว ตำแหน่งปลัดกระทรวง ตำแหน่งอธิบดีก็ถูกใช้เป็นตัวล่อ จนข้าราชการเสียผู้เสียคนยอมเป็นขี้ข้ารับใช้มาแล้ว

      ตำแหน่งศิลปินแห่งชาติ ถ้าจะประเคนให้ใคร ทำไม “ทักษิณ” จะทำไม่ได้

      “สิงห์ สนามหลวง” ได้เข้าก๊วนคนเสื้อแดงหรือยัง เดินตามต้อยๆ เข้าไปเป็นสาวก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เช่นเดียวกับ “นิธิ เอียวศรีวงศ์” และ “ชาญวิทย์ เกษตรศิริ”หรือไม่ หลายคนมีคำถาม

      แม้ “เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์” “สุรชัย จันทิมาธร” หรือ “ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์” ที่ถูก “สุชาติ” ตามรังควาน จะไม่ได้ถาม แต่หลายคนอยากจะถามแทนคือ ช่วงที่ระบอบทักษิณกุมอำนาจ และจัดตั้งมวลชนคนเสื้อแดงมาไล่ทำร้ายประชาชนที่ออกมาชุมนุมต่อต้าน

      ช่วงที่รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์สั่งตำรวจใช้อาวุธสงครามถล่มใส่ประชาชนฝ่ายต่อต้าน ช่วงที่มีการส่งอันธพาลมาปาระเบิดและยิงอาวุธสงครามใส่กลุ่มผู้ชุมนุม จนผู้บริสุทธิ์บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก “สุชาติ” มุดหัวอยู่ที่ไหน     

           แอบสะใจที่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ดำเนินนโยบายปราบปรามยาเสพติดโดยการฆ่าตัดตอน 2,500 ศพหรือเปล่า ชื่นชมผลงานการสังหารโหดที่กรือเซะและตากใบหรือไม่ หลบมุมเชียร์ตำรวจที่ถูกสั่งให้ยิงใส่ประชาชนในเหตุนองเลือด 7 ตุลา 2551 จนบาดเจ็บล้มตายนับพันอยู่ที่ไหนหรือไม่

      เห็นดีเห็นงามกับนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่สั่งตำรวจ ปล่อยอันธพาลทำร้ายกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างสันติ อหิงสา ปราศจากอาวุธด้วยหรือไม่ “สุชาติ” ตอบหน่อยได้ไหม

      คนเสื้อแดงเป็นลัทธินิยมความรุนแรง ใครไม่ยอมบูชา พ.ต.ท.ทักษิณ จะถูกหมายหัวเป็นศัตรูที่ต้องทำลายล้าง กระทืบได้รุมกระทืบเลย ฆ่าได้ฆ่าเลย

       “สุชาติ” รู้ตัวเองหรือไม่ว่า ได้ซึมซับพฤติกรรมถ่อยๆ ของคนเสื้อแดงไปแล้ว เพราะกำลังสวนวิญญาณนักเขียนอันธพาล ด่ากราดคนที่เห็นต่างไปทั่ว

      โง่จริงหรือแกล้งโง่ เข้าใจระบบประชาธิปไตยจริงหรือไม่ หรือสักแต่หลักหูหลับตาเรียกหาประชาธิปไตยไปตามสาวก “ทักษิณ” เท่านั้น

      ก่อนจะทุรนทุรายโหยหาประชาธิปไตย “สุชาติ” ช่วยบอกหน่อยซิ รัฐบาลของพ.ต.ท.ทักษิณ แตกต่างจากรัฐบาลประธานาธิบดีมาร์กอสของฟิลิปปินส์ แตกต่างจากรัฐบาลยุคประธานาธิบดีซูฮาโตของอินโดนีเซียตรงไหน

      กล้ายกย่องไหมว่า “ทักษิณ” เป็นนักประชาธิปไตย ไม่ใช่จอมเผด็จการเหมือน “มาร์กอส” และ “ซูฮาโต”

      “สุชาติ สวัสดิ์ศรี” แทบประกาศไม่เผาผีกับ “ขรรค์ชัย” และเคยเข้าใจกันว่า คงหันหลังอย่างถาวรให้เครือ”มติชน”แล้ว แต่วันนี้ กลับเป็นพวกเดียวกับ “ขรรค์ชัย” โดยแสดงตัวเป็นสาวก “ทักษิณ” เหมือนกัน และเหมือนคนร่วมชายคาเครือ “มติชน” เพราะลูกชาย “สุชาติ” ทำงานอยู่สำนักพิมพ์มติชน

     ขออนุญาต ยกวิวาทะของ “หงา” สุรชัย จันทิมาธร ที่ฝากถึง “สุชาติ” มาจบท้ายสักนิด “ผมไม่เชื่อการนำของพี่ ขอไปอีกทางได้ไหม นามสกุลผมพี่ยังสะกดผิดแน่ะ”

       และต่อเติมฝากถึง “สุชาติ” ถือเป็นภาคผนวกให้อีกหน่อย พี่จะเป็นศาสดาด้านวรรณกรรมคงไม่มีใครไปขวาง แต่พี่จะเพ้อถึงประชาธิปไตยเพี้ยนๆ เชิญพี่สุชาติเพี้ยนตามพวกสาวก สมุนและขี้ข้า “ทักษิณ”ไปคนเดียวเถิด

     นักเขียนและคนวรรณกรรมที่ยังมีสติสัมปชัญญะคงไม่บ้าไปกับพี่หรอก “สุชาติ” เอ๋ย

รู้จัก.. "สุชาติ สวัสดิ์ศรี" : สิงห์สนามหลวง  นักเขียนอันธพาล

          สุชาติ สวัสดิ์ศรี บุกยื่นหนังสือ มธ. จี้เปิดพื้นที่ให้นักศึกษาชุมนุม 19 ก.ย. 2563

รู้จัก.. "สุชาติ สวัสดิ์ศรี" : สิงห์สนามหลวง  นักเขียนอันธพาล

            ขอบคุณที่มา : คอลัมน์ ริมฝั่งเจ้าพระยา โดยสุนันท์ ศรีจันทรา

                   “สุชาติ สวัสดิ์ศรี” นักเขียนอันธพาล (คลิกอ่านต้นฉบับ)

เปิดประวัติ “บิ๊กเล็ก” พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาฯ สมช. คนใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เปิดประวัติ “บิ๊กเล็ก” พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาฯ สมช. คนใหม่

เปิดประวัติ "บิ๊กเล็ก" พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาฯ สมช. คนใหม่15 กันยายน 2563 – 17:15 น.

เปิดประวัติ “บิ๊กเล็ก” พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาฯ สมช. คนใหม่ คนที่ “บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม”ไว้วางใจมากที่สุด ….กมลทิพย์ ใบเงิน เรียบเรียง

       เปิดประวัติ “บิ๊กเล็ก” พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งเป็น ว่าที่เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)

  อ่านข่าว :  ด่วน ครม.มีมติ ตั้ง “พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์” นั่ง เลขาสมช.

      เกิดวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2504

      นักเรียนเตรียมทหารรุ่น 20 

      โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.) รุ่น 31 (เหล่าราบ)

      โรงเรียนทหารราบ หลักสูตรชั้นนายร้อย รุ่นที่ 74

      โรงเรียนทหารราบ หลักสูตรชั้นนายพัน รุ่นที่ 52

      โรงเรียนเสนาธิการทหารบก หลักสูตรประจำ ชุดที่ 71

      หลักสูตรความมั่นคงภาคพื้นแฟซิฟิก สหกรัฐอเมริกา

      หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (ปริญญาบัตร วปอ.) รุ่นที่59 วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร  สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ

      เคยเป็นอาจารย์โรงเรียนเสนาธิการทหารบก และอาจารย์วิทยาลัยการทัพบก

     “บิ๊กเล็ก” พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เติบโตมาในสายยุทธการ ในกรมยุทธการทหารบก ตั้งแต่ประจำกรม – รอง ผอ.กอง – หัวหน้ากอง – ฝ่ายเสนาธิการ – รองเจ้ากรมยุทธฯ – เจ้ากรมฯ – รองเสนาธิการทหารบก – เสนาธิการทหารบก (สมัย พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท เป็น ผบ.ทบ.) – รองผู้บัญชาการทหารบก และยังเป็น ผู้ช่วย ผอ.รมน. (ผู้ช่วย นายกฯ ใน กอ.รมน. นั่นเอง) 

     เคยเป็น สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ระหว่างวันที่ 11 ต.ค. 2559 – 21 พ.ค. 2562

        ไม่เพียงเท่านั้น “บิ๊กเล็ก” จัดได้ว่าเป็นนายทหารที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุด ในการทำงาน จากครม.ประยุทธ์ ทั้ง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  และ  “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ  รองนายกรัฐมนตรี

         ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการทหารบก นายทหารพิเศษประจำหน่วยทหารรักษาพระองค์ ช่วยงานรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใน ศบค. ตำแหน่งรองประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) (ศบค.ชุดเล็ก) 

        รองหัวหน้าสำนักงานประสานงานกลาง ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)

       และล่าสุด“บิ๊กเล็ก”พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งเป็น ว่าที่เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อวันอังคารที่ 15 กันยายน 2563