เต็มอิ่มทุกความทรงจำกับ’Tilly Birds’ ในคอนเสิร์ตสุดพิเศษ

เต็มอิ่มทุกความทรงจำกับ'Tilly Birds' ในคอนเสิร์ตสุดพิเศษ

เต็มอิ่มทุกความทรงจำกับ’Tilly Birds’ ในคอนเสิร์ตสุดพิเศษ

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.42 น.

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความประทับใจและความทรงจำอันสวยงามระหว่างวง Tilly Birds และแฟนเพลงอย่างแท้จริง กับคอนเสิร์ตสุดพิเศษ LIDO LITEHOUSE SPECIAL : TILLY BIRDS “Don’t Forget to Remember” Album Concert คอนเสิร์ตเปิดอัลบั้มสากล “I’ll Remember To Forget You” ภายใต้สังกัด GMM GLOBAL ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2569 ณ Lido Connect  Hall 3  บรรยากาศภายในงานคึกคักไปด้วยแฟนเพลงทั้งชาวไทยและแฟนเพลงอินเตอร์ที่ให้ความสนใจอย่างล้นหลาม ส่งผลให้บัตรคอนเสิร์ต Sold Out ภายในเวลาไม่กี่นาที หลังเปิดจำหน่าย สะท้อนถึงกระแสความนิยมของ Tilly Birds ที่ยังคงแรงต่อเนื่องคอนเสิร์ตครั้งนี้จัดเต็มความสนุกตลอดโชว์ความยาวกว่า 90 นาที บนเวทีรูปแบบ 360 องศา พร้อมโปรดักชันแสง สี เสียงที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัสความใกล้ชิดกับศิลปินแบบรอบทิศทาง โดย Tilly Birds ได้นำทุกเพลงจากอัลบั้มสากล “I’ll Remember To Forget You” มาถ่ายทอดสดแบบครบเซ็ตเป็นครั้งแรก สร้างประสบการณ์พิเศษให้แฟนเพลงได้ดื่มด่ำกับผลงานใหม่อย่างเต็มอิ่ม

เปิดโชว์อย่างทรงพลังด้วยเพลง “Dearest Tears” เพลงเปิดอัลบั้ม ก่อนต่อด้วย “Our Happy Place” ที่ทั้งสามสมาชิกปล่อยพลังบนเวทีแบบไม่มีกั๊ก จากนั้นคอนเสิร์ตก็พาแฟนเพลงเดินทางผ่านบทเพลงที่หลากหลายทั้งไทยและสากล สลับกันอย่างลงตัว

นอกจากเพลงสากลในอัลบั้มใหม่อย่าง Dirty Knees, Call It a Day, Shouting Eyes, White Pills, Retro-39, Heaven และ Never a Waste of Time ที่แฟนเพลงร่วมร้องประสานเสียงกึกก้องไปทั่วฮอลล์แล้ว วงยังขนเพลงไทยยอดฮิตที่หลายคนคิดถึงมาร่วมสร้างโมเมนต์พิเศษ ไม่ว่าจะเป็น ลู่วิ่ง, คิดแต่ไม่ถึง, ล้มแชมป์, เพื่อนเล่นไม่เล่นเพื่อน และ ถ้าเราเจอกันอีก ทำให้ค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยอารมณ์ที่ทั้งสนุก ซึ้ง และอบอุ่นในเวลาเดียวกันอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของค่ำคืนนี้คือการปรากฏตัวของศิลปินรับเชิญพิเศษ James Alyn ที่ขึ้นมาร่วมแจมบนเวทีในเพลง “If You Say So” เพลงที่เขาร่วมงานกับ Tilly Birds สร้างเสียงกรี๊ดและความประทับใจให้กับผู้ชมทั่วทั้งฮอลล์ ก่อนเข้าสู่ช่วงท้ายที่อัดแน่นไปด้วยความรู้สึกผ่าน 3 เพลงที่ถูกออกแบบให้เล่าเรื่องราวต่อเนื่องกัน ได้แก่ Before the Sun Can Shine, Let Me Down in the Morning และ I’ll Remember to Forget You ปิดท้ายค่ำคืนอย่างเป็นทางการด้วยเพลง “ฉันมันเป็นใคร” ท่ามกลางเสียงปรบมือและความประทับใจของแฟนเพลงที่ยังคงดังก้องคอนเสิร์ตครั้งนี้ไม่เพียงเป็นค่ำคืนแห่งความทรงจำของแฟนเพลงเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกภาพที่ชัดเจนว่า Tilly Birds เดินเกมบนเส้นทางเพลงสากลได้อย่างมั่นใจและมีสไตล์ของตัวเองสุดๆ ทั้งซาวด์ การเล่าเรื่อง และพลังการแสดงสดที่ทำให้เห็นชัดว่า Tilly Birds พร้อมลุยตลาดอินเตอร์มากขึ้นเรื่อยๆ
#IllRememberToForgetYou #TillyBirds3rdAlbum #TillyBirds

สงกรานต์นี้เดือด!รวมศิลปินฮอตเสิร์ฟมินิคอนเสิร์ตแฟนคลับ

สงกรานต์นี้เดือด!รวมศิลปินฮอตเสิร์ฟมินิคอนเสิร์ตแฟนคลับ

สงกรานต์นี้เดือด!รวมศิลปินฮอตเสิร์ฟมินิคอนเสิร์ตแฟนคลับ

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.21 น.

ปักหมุดความสนุกที่ “THE MALL LIFESTORE SONGKRAN FESTIVAL: HOUSE OF FUN” พร้อมกิจกรรม Meet & Greet และปาร์ตี้ตลอดเทศกาล

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค

  • วันที่ 10 เมษายน 2569 ประเดิมความมันส์ตั้งแต่วันแรกกับงานเปิดสุดอลังการ พบความสนุกกับขบวนแก๊งค์ M FRIENDS ที่มาร่วมมอบรอยยิ้มสร้างสีสันถ่ายทอดความเป็นไทย
  • วันที่ 12 เมษายน 2569 เวลา 16.00 น. มันส์ไปกับ PERSES
  • วันที่ 14 เมษายน 2569 เวลา 17.00 น. ฟินไปกับ JOONG-DUNK & JAIDEE
  • วันที่ 15 เมษายน 2569 เวลา 16.00 น. พบกับวง LYKN
  • เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน
  • วันที่ 12 เมษายน 2569 เวลา 15.00 น.ฟินกับ ลาเต้ – คิม นักแสดงจากซีรีส์ “ภพเธอ”        
  • วันที่ 13 เมษายน 2569 เวลา 15.00 น.พบกับ เน็ต – เจเจ  นักแสดงจากซีรีส์ “ภพเธอ”        
  • วันที่ 15เมษายน 2569 เวลา 15.00 น.ฟินต่อกับ ตี๋ตี๋ – ป๋อ และนอร์ท – อ๊อตโต้
  • เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ
  • วันที่ 10 เมษายน 2569 แฟนด้อม #ตี๋ตี๋ป๋อ วอร์มเสียงกรี๊ดให้พร้อม พบกับ ตี๋ตี๋ วันพิชิต และป๋อ ศุภการ แบบใกล้ชิด ในงาน “THE MALL LIFESTORE JUNGLE WALK” ท่องโลกมหัศจรรย์ แดนสัตว์แปลกพิศวง เวลา 19.00 น. ที่ MCC HALL ชั้น 3
  • วันที่ 11 เมษายน 2569 เวลา 13.00 น.พบกับ ALTERS และ เวลา 16.00 น.

พบกับ IN THE 8IGHT

  • วันที่ 13 เมษายน 2569 เวลา 16.00 น. กรี๊ดให้สุดเสียงกับ PERTH-SANTA
  • วันที่ 14 เมษายน 2569 เวลา 17.00 น.ฟินต่อกับ POND-PHUWIN
  • วันที่ 15 เมษายน 2569 เวลา 17.00 น. เพลิดเพลินกับเสียงละมุนของ นนท์ ธนนท์
  • เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ
  • วันที่ 13 เมษายน 2569 เวลา 16.00 น. มันส์ไปกับ 4 หนุ่ม วง FOOL STEP  
  • วันที่ 14 เมษายน 2569 เวลา 17.00 น. ฟินกับ JUNIOR-MARK & JUMMO
  • วันที่ 15 เมษายน 2568เวลา 16.00 น. พบกับ วง CLUB AFTER CLASS TRAINEE BOYS

สัมผัสทุกโมเมนต์ความสุข สนุกครบรสกับทัพศิลปินคนดัง ที่มาร่วมสาดความสุขสนุก   ได้ทั้งครอบครัว ในงาน THE MALL LIFESTORE SONGKRAN FESTIVAL: HOUSE OF FUN ตั้งแต่วันที่ 10 – 15 เมษายน 2569 ที่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ, งามวงศ์วาน, บางแค และบางกะปิ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK : THE MALL GROUP

#THEMALLLIFESTORESONGKRANFESTIVAL  #SONGKRANFESTIVAL

#HOUSEOFFUN #THEMALLGROUP #THEMALLLIFESTORE

‘ชุมทางดาวทอง’เปิดประสบการณ์ 77 เยาวชน พาท่อง’นิทรรศน์รัตนโกสินทร์’สัมผัสรากเหง้าไทย

'ชุมทางดาวทอง'เปิดประสบการณ์ 77 เยาวชน พาท่อง'นิทรรศน์รัตนโกสินทร์'สัมผัสรากเหง้าไทย

‘ชุมทางดาวทอง’เปิดประสบการณ์ 77 เยาวชน พาท่อง’นิทรรศน์รัตนโกสินทร์’สัมผัสรากเหง้าไทย

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.56 น.

 ไปต่อไม่รอแล้วนะ! หลังจากที่รายการ “ชุมทางดาวทอง” ทางช่อง 7HD นำทีมโดยพิธีกรระดับบิ๊กบอส “นก-บริพันธ์ ชัยภูมิ” ประกาศชัยพร้อมมอบแชมป์ GLO Miracle Music ซีซัน 2 ให้กับ “กุ๊บกิ๊บ-บุญญฉัตร”สาวเมืองสตูลที่โชว์ท็อปฟอร์มสุดจึ้ง ไปครองเป็นที่เรียบร้อย มาสัปดาห์นี้ในเดือนมหาสงกรานต์ที่อากาศร้อนระอุ “ชุมทางดาวทอง” ยังคงเดินหน้าสาดความสุขให้กับแฟนๆ รายการแบบจัดเต็ม พร้อมสร้างสรรค์ผลงานให้เป็นที่ประจักษ์กับบิ๊กโปรเจกต์ระดับประเทศ ซีซัน..ลูกทุ่งเยาวชน พบการประกวดร้องเพลงลูกทุ่งมาตรฐานที่ผ่านสู่รอบตัวแทนสภาวัฒนธรรมจังหวัดจาก 77 จังหวัดทั่วประเทศ

แต่ก่อนที่จะก้าวสู่สมรภูมิเวทีประชันไมค์อย่างเต็มภาคภูมิ รายการ “ชุมทางดาวทอง” ซีซั่น..ลูกทุ่งเยาวชน ขอเสิร์ฟกิจกรรมที่เรียกว่าเป็นก้าวแรก พาผู้เข้าประกวดตัวแทนจากทั้ง 77 จังหวัด ไปเยี่ยมชมเพื่อการเรียนรู้ “รากเหง้าความเป็นไทย” ที่ “นิทรรศน์รัตนโกสินทร์” ถนนราชดำเนิน พร้อมสัมผัสกับการศึกษาเรื่องราวของประวัติศาสตร์ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ของไทย อย่างลึกซึ้ง โดยมี นายปัทมนิธิ เสนาณรงค์ หัวหน้าสำนักงานบริหารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี

ก่อนจะเข้าสู่ช่วงการอบรมผู้เข้าประกวดแบบชุดใหญ่ไฟกระพริบ โดยวิทยากรเลื่องชื่อมากประสบการณ์ เริ่มต้นด้วย อาจารย์ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ในหัวข้อ อัตลักษณ์เพลงลูกทุ่ง  และต่อด้วย ทศพล หิมพานต์ ที่มาแนะนำน้องๆ ในหัวข้อการร้องเพลง ฝึกร้อง ฝึกเอื้อน ส่วน สลักจิต ดวงจันทร์ มาให้ความรู้ในหัวข้อ การร้องแบบพุ่มพวง ดวงจันทร์  และ ปิ่น-พรชนก ที่มาพร้อมหัวข้อ การวางแผนการประกวด วิธีคัดเลือกเพลง และการร้องให้ชนะ ปิดท้ายการอบรมด้วย สามารถ ทองขาว ที่มาในหัวข้อ ก้าวจากนักร้องประกวด ค้นหาตัวตนสู่การเป็นศิลปิน

เรียกว่าเป็นการเทรนระดับแอดวานซ์ เพื่อให้เยาวชนผู้เข้าประกวดตัวแทนจากทั้ง 77 จังหวัด ที่ทั้งสนุกและได้ความรู้สาระแบบครบรสพร้อมลุยแบบไม่เสียเวลาศุกร์นี้เตรียมต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ฉ่ำๆ กับความร้อนระอุสุดจะทนบนเวทีชุมทางดาวทองกับการต่อสู้ของนักร้องประกวดทั้ง 77 จังหวัด ประเดิมด้วยกลุ่มที่1 ตัวแทนเยาวชนจาก 4 จังหวัดจากภาคอิสาน อาทิ สุรินทร์, มหาสารคาม, บุรีรัมย์, ศรีสะเกษ ที่จะต้องมาขับเคี่ยวกันแบบถึงพริกถึงขิง มาลุ้นกันอย่างใกล้ชิดว่าจังหวัดไหนจะได้เข้ารอบไปเป็นคนแรก? ติดตามลุ้นไปพร้อมกัน ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน และวันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2569 นี้ รายการ “ชุมทางดาวทอง” ทางช่อง 7HD กดหมายเลข 35 หรือชมผ่านออนไลน์ที่เพจเฟสบุ๊ค Ch7HD ออกอากาศเวลา 13.30 น. เป็นต้นไป สามารถดูย้อนหลังได้ที่ http://www.bugaboo.tv, Youtube Channel 7 Star Studio และเฟสบุ๊คแฟนเพจhttps://www.facebook.com/chumtangdaotong/  ใครไม่ดูถือว่าพลาด!!

‘โอปอล สุชาตา’ฟาดนิ่มๆปมดราม่าเขมรจี้ลบภาพชุดไทยโบราณในเพจ Miss World

‘โอปอล สุชาตา’ฟาดนิ่มๆปมดราม่าเขมรจี้ลบภาพชุดไทยโบราณในเพจ Miss World

‘โอปอล สุชาตา’ฟาดนิ่มๆปมดราม่าเขมรจี้ลบภาพชุดไทยโบราณในเพจ Miss World

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.23 น.

เป็นประเด็นร้อนบนโลกโซเชียลทันที เมื่อเพจหลักของกองประกวด Miss World ถูกถล่มด้วยคอมเมนต์จากเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ที่เรียกร้องให้ลบภาพของ “โอปอล สุชาตา” ในชุดไทยโบราณ โดยอ้างว่าเป็นการเคลมวัฒนธรรม ล่าสุดเจ้าตัวออกมาเปิดใจเคลียร์ชัดด้วยทัศนคติสุดสตรองยันรากเหง้าประวัติศาสตร์ร่วมกัน ไม่ใช่เรื่องต้องแข่งกัน

โดย ‘โอปอล’ เผยว่าตนเองไม่ได้รู้สึกกังวลกับกระแสดราม่าที่เกิดขึ้น แต่มองว่าเป็นเรื่องปกติของประเทศที่มีพรมแดนติดกัน ย่อมมีรากทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และประเพณีที่คล้ายคลึงกันเป็นธรรมดา พร้อมย้ำชัดว่า “วัฒนธรรมไม่ใช่เรื่องที่ต้องมานั่งแข่งขันหรือแย่งชิงความเป็นเจ้าของ” แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่แต่ละชาติรู้จักรักษาและนำเสนออัตลักษณ์ของตนเองให้ชัดเจนที่สุด นอกจากนี้ เธอยังได้ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจนว่า แม้รูปแบบการแต่งกายหรือพิธีการในภาพรวมอาจจะดูคล้ายกัน แต่หากเจาะลึกลงไปในรายละเอียดของแต่ละพื้นที่ เช่น จ.บุรีรัมย์ ของไทย ก็จะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างและโดดเด่นออกมาจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างชัดเจน ซึ่งนี่คือเสน่ห์ของงานฝีมือและวิถีชีวิตที่สืบทอดกันมา

เชื่อมั่นกอง Miss World แยกแยะได้ ลั่น “ไม่จำเป็นต้องลบภาพ”ในส่วนของประเด็นที่ถูกเรียกร้องให้ลบภาพนั้น โอปอลเชื่อมั่นว่าทางกองประกวดระดับโลกอย่าง Miss World มีวิจารณญาณเพียงพอและสามารถแยกแยะข้อเท็จจริงได้ จึงไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องลบภาพดังกล่าวออก พร้อมมองว่าดราม่านี้เป็นเรื่องของมุมมองและกระแสชาตินิยม ซึ่งควรแก้ด้วยการใช้ความเข้าใจมากกว่าการสร้างความขัดแย้งสุดท้าย “โอปอล” ได้ฝากแง่คิดทิ้งท้ายถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศว่า ความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์ย่อมนำไปสู่การไหลเวียนของวัฒนธรรมเป็นเรื่องธรรมชาติ ดังนั้นการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและเคารพในความหลากหลายของกันและกัน คือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับภูมิภาคนี้

‘ริว วชิรวิชญ์’แสดงสปิริตลูกผู้ชายสมัครใจเป็นทหารเกณฑ์ รับใช้ชาติด้วยหัวใจ

'ริว วชิรวิชญ์'แสดงสปิริตลูกผู้ชายสมัครใจเป็นทหารเกณฑ์ รับใช้ชาติด้วยหัวใจ

‘ริว วชิรวิชญ์’แสดงสปิริตลูกผู้ชายสมัครใจเป็นทหารเกณฑ์ รับใช้ชาติด้วยหัวใจ

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.13 น.

“ริว วชิรวิชญ์” พระเอกหนุ่มสุดฮอต ตัดสินใจทำหน้าที่ชายไทยอย่างสมบูรณ์แบบ เดินทางไปสถานที่ตรวจเลือกทหารกองเกิน สมัครเป็นทหารเกณฑ์รับใช้ชาติด้วยตัวเอง เจ้าตัวเปิดใจอยากรับใช้ชาติ เผยลองชุดทหารแล้ว พร้อมเข้ากรมผลัด 2 ช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2569 นี้ แฟนคลับและครอบครัวร่วมให้กำลังใจคับคั่ง

วันที่ 8 เมษายน 2569 นับว่าเป็นเรื่องราวดีๆ ที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง เมื่อนักแสดงหนุ่มสุดฮอต “ริว วชิรวิชญ์” ได้สร้างเซอร์ไพรส์และความประทับใจให้กับแฟนคลับและชาวไทยทั่วประเทศ ด้วยการตัดสินใจทำหน้าที่ชายไทยอย่างสมบูรณ์แบบ คือการ สมัครเป็นทหารเกณฑ์เพื่อรับใช้ชาติโดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา หนุ่มริวได้เดินทางไปยังวิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นสถานที่ตรวจเลือกทหารกองเกิน เข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2569 บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงเชียร์จากแฟนคลับที่มาร่วมให้กำลังใจ และยังมีครอบครัวของหนุ่มริวมาให้กำลังใจอย่างใกล้ชิดหลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนต่างๆ หนุ่มริวได้เปิดใจกับสื่อมวลชนว่า การตัดสินใจสมัครเป็นทหารเกณฑ์นั้นมาจากความตั้งใจของตัวเองที่อยากทำหน้าที่ชายไทยเพื่อรับใช้ชาติ และยังกล่าวอีกว่ารู้สึกตื่นเต้นและดีใจที่ได้รับโอกาสนี้ นอกจากนี้ เจ้าตัวยังได้ลองชุดทหารแล้ว และเผยว่าชอบชุดทหารมากทั้งนี้ หนุ่มริวจะเข้ากรมรับใช้ชาติผลัด 2 ช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2569 ซึ่งเจ้าตัวขอขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ และขอสัญญว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดนับว่าเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเยาวชนไทย และเป็นเรื่องราวที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทุกคน ทางเราก็ขอเป็นกำลังใจให้หนุ่มริวในการทำหน้าที่รับใช้ชาติในครั้งนี้ด้วย

นางฟ้าของทุกคน! ‘เอวา ปวรวรรณ’เหมาของคุณลุงหมดตะกร้าน้ำใจเล็กๆที่ยิ่งใหญ่

นางฟ้าของทุกคน! 'เอวา ปวรวรรณ'เหมาของคุณลุงหมดตะกร้าน้ำใจเล็กๆที่ยิ่งใหญ่

นางฟ้าของทุกคน! ‘เอวา ปวรวรรณ’เหมาของคุณลุงหมดตะกร้าน้ำใจเล็กๆที่ยิ่งใหญ่

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.59 น.

คุณหนูหมื่นล้าน เอวา ปวรวรรณ วีระภุชงค์” ที่เธอมักจะยื่นมือช่วยเหลือคนที่ตกทุกข์ได้ยากอยู่เสมอ อย่างล่าสุด เอวา เลือกหยุดเดินท่ามกลางความเร่งรีบ เพื่อมอบรอยยิ้มให้กับคุณลุงพ่อค้ารายหนึ่งที่นั่งขายของอยู่เงียบๆ บริเวณบันไดทางขึ้น

เพียงประโยคสั้นๆ แต่เปี่ยมด้วยความหมาย “เอวาช่วยซื้อคุณลุง เหมาหมดตะกร้า!!” กลับกลายเป็นการกระทำที่ยิ่งใหญ่เกินคำพูด เพราะไม่ใช่แค่การซื้อของธรรมดา แต่คือการ “เลือกให้โอกาส” และ “ส่งต่อกำลังใจ” ให้กับคนหนึ่งคนอย่างจริงใจ

ยิ่งไปกว่านั้น คำพูดของคุณลุงที่บอกว่า “เดินมาจากดินแดนลูก” ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามและความอดทนในการใช้ชีวิต ทำให้เอวาเลือกที่จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ไม่ใช่เพียงแค่การซื้อของ แต่คือการแบ่งเบาภาระ และเติมเต็มกำลังใจให้กันในวันธรรมดาภาพของทั้งคู่ที่นั่งพูดคุยกันอย่างอบอุ่น เสียงขอบคุณจากใจ และรอยยิ้มที่เกิดขึ้นระหว่างกัน กลายเป็นโมเมนต์เล็กๆ ที่สร้างความรู้สึกยิ่งใหญ่ให้กับผู้ที่ได้เห็น งานนี้ทำเอาชาวเน็ตต่างพากันชื่นชมในความน่ารักและจิตใจที่งดงามของเอวา พร้อมยกให้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของคนรุ่นใหม่ที่ไม่มองข้าม “คุณค่าของการให้”เพราะบางครั้ง…การหยุดเพียงไม่กี่นาทีของใครบางคน อาจกลายเป็น“ความหมายทั้งวัน” ของใครอีกคนหนึ่งhttps://www.facebook.com/share/r/1Fg5JMcknX/?mibextid=wwXIfr

‘มดดำ’หลุดโป๊ะฐานะ’ตรี ภรภัทร’กลางรายการทำเอาโซเชียลอึ้ง

‘มดดำ’หลุดโป๊ะฐานะ'ตรี ภรภัทร'กลางรายการทำเอาโซเชียลอึ้ง

‘มดดำ’หลุดโป๊ะฐานะ’ตรี ภรภัทร’กลางรายการทำเอาโซเชียลอึ้ง

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.37 น.

กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ทันที เมื่อตัวแม่แห่งวงการแฉอย่าง “มดดำ คชาภา” เผลอหลุดข้อมูลกลางรายการ ‘แฉ’เกี่ยวกับปูมหลังครอบครัวของพระเอกหนุ่มคิวทอง “ตรี ภรภัทร” ผู้ที่เพิ่งฝากฝีมือการแสดงสุดทรงพลังในบท “พระนเรศ” จนสาวๆ กรี๊ดกันทั้งเมือง งานนี้ทำเอาชาวเน็ตถึงกับต้องขยี้ตา เพราะใครจะเชื่อว่าพระเอกหนุ่มลุคติดดินคนนี้ แท้จริงคือ ทายาทระดับมหาเศรษฐี เจ้าของอาณาจักร “ชาดำเย็นอัมพวา” และธุรกิจนำเที่ยวรายใหญ่

ซึ่งแม้จะมีแบ็กกราวด์ครอบครัวที่ซัพพอร์ตได้ทุกอย่าง แต่หนุ่มตรีกลับเลือกที่จะ “ทำตัวปกติ” กับฐานะของตัวเองมาตลอดหลายปีในวงการบันเทิง โดยเจ้าตัวได้เปิดใจถึงเบื้องหลังความสำเร็จไว้ว่า เริ่มต้นจากการเป็นนักแสดงสมทบและแคสติ้งงานเหมือนคนทั่วไป ไม่เคยใช้เส้นสายหรือชื่อเสียงของครอบครัวใบเบิกทางใช้เวลากว่าหลายปีในการเคี่ยวกรำการแสดง จนก้าวขึ้นมาเป็นพระเอกแถวหน้าได้ด้วยความสามารถล้วนๆซึ่งเพื่อนร่วมงานต่างประสานเสียงว่าตรีเป็นคนขยัน อ่อนน้อม และใช้ชีวิตเรียบง่ายจนไม่มีใครระแคะระคายเลยว่าเขาคือ “คุณหนูตระกูลดัง” ส่วนธุรกิจที่ ‘มดดำ’หลุดปากออกมานั้นไม่ใช่ธรรมดา เพราะ “ชาดำเย็นอัมพวา” ถือ รวมถึงธุรกิจทัวร์อีกหลายบริษัทที่

ปลงสัจธรรม‘กบ ปภัสรา’อุทิศร่างเป็นอาจารย์ใหญ่

ปลงสัจธรรม‘กบ ปภัสรา’อุทิศร่างเป็นอาจารย์ใหญ่

ปลงสัจธรรม‘กบ ปภัสรา’อุทิศร่างเป็นอาจารย์ใหญ่

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.11 น.

อดีตนางงามนักแสดงรุ่นใหญ่ระดับตำนาน‘กบ-ปภัสรา เตชะไพบูลย์’และยังควบด้วยบทบาทผู้จัดละคร ‘บ้านนางรำ’ ทางช่อง 7 HD ที่กำลังออนแอร์อยู่ในขนาดนี้สร้างเสียงฮือฮาและกระแสชื่นชม อย่างท่วมท้นในโลกออนไลน์เมื่อเจ้าตัวออกมาเปิดเผยถึงความตั้งใจจริงในการเตรียมพร้อมรับมือกับวาระสุดท้ายของชีวิต ด้วยการอุทิศร่างกายเป็น “อาจารย์ใหญ่” เพื่อการศึกษาทางการแพทย์เตรียมโลงแก้ว-กุฏิไว้ล่วงหน้าเพื่อเป็นคติธรรมสอนใจเรื่องความไม่แน่นอนของชีวิต

ซึ่ง “กบ ปภัสรา”ได้ออกมาเปิดเผยถึงการ “สละ” ทุกความสำเร็จในอดีตเพื่อมุ่งสู่เส้นทางสายธรรมอย่างแท้จริง โดยกบได้นำ มงกุฎ คทา และสายสะพาย ซึ่งเป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติยศสูงสุดที่ได้รับเมื่อครั้งคว้าตำแหน่งนางงาม ไปถวายเป็นพุทธบูชา ณ วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว เนื่องจากมองว่าสิ่งเหล่านี้ไม่มีความหมายต่อการใช้ชีวิตในปัจจุบันอีกต่อไปนอกจากนี้เธอยังตัดสินใจ อุทิศร่างกายเป็น “อาจารย์ใหญ่” โดยบริจาคร่างกายไว้ที่วัดป่ามัชฌิมาวาส พร้อมเตรียมโลงแก้วและกุฏิไว้ล่วงหน้า โดยจะนำภาพถ่ายของตัวเองขณะสวมมงกุฎในวัย 19 ปี มาตั้งคู่กับโลงแก้ว เพื่อให้เป็นเครื่องเตือนใจแก่ผู้ที่พบเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของสังขารและความไม่แน่นอนของชีวิตมนุษย์

‘กระแต-โตชิ’ทำถึงมาก!สลัดลุคสายแดนซ์ สวมชุดโขนโบราณสุดวิจิตรประกาศความภูมิใจในความเป็นไทย

'กระแต-โตชิ'ทำถึงมาก!สลัดลุคสายแดนซ์ สวมชุดโขนโบราณสุดวิจิตรประกาศความภูมิใจในความเป็นไทย

‘กระแต-โตชิ’ทำถึงมาก!สลัดลุคสายแดนซ์ สวมชุดโขนโบราณสุดวิจิตรประกาศความภูมิใจในความเป็นไทย

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.46 น.

กลายเป็นโพสต์ไวรัลที่ทำเอาแฟนคลับและชาวเน็ตถึงกับขนลุกไปตามๆ กัน เมื่อนักร้องสาวนิยาม “ราชินีสายแดนซ์” อย่าง กระแต อาร์สยาม (นิภาพร บุญยะเลี้ยง) ควงคู่หนุ่มคนสนิทดีกรีนักเต้นมือโปร โตชิ-จิรทีปต์ ปันธิ ออกมาสลัดภาพลักษณ์ความเซ็กซี่และสเต็ปการเต้นที่ดุดัน เปลี่ยนโหมดมาสวมชุดโขนโบราณสุดประณีตจาก อาภรณ์งามสตูดิโอ ซึ่งการแปลงโฉมในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การถ่ายแฟชั่นทั่วไป แต่เป็นการถ่ายทอดศิลปะชั้นสูงของไทยผ่านชุดเครื่องโขนย้อนยุคที่จัดเต็มทั้งงานปักและเครื่องประดับตามแบบแผนโบราณ ซึ่งทั้งคู่ถ่ายทอดออกมาได้ดูมีมนต์ขลัง ทรงพลัง และสง่างามราวกับตัวละครในวรรณคดีหลุดออกมามีชีวิตจริงโดย กระแต อาร์สยาม ระบุข้อความว่า

“ภูมิใจที่ได้เกิดในประเทศไทยและเป็นเกียรติมากๆที่ได้ใส่ชุดที่งดงามและทรงพลังที่สุด  ด้วยเครื่องแต่งกายโขนโบราณและเครื่องประดับที่อายุ100กว่าปีนาฏศิลป์ไทยที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก ภาพจิตรกรรมไทยสมัย ปลายอยุธยา-ต้นรัตนโกสินทร์

สงกรานต์ ปีใหม่ไทยที่จะถึงนี้ แตรและโตชิ ขอส่งต่อเสน่ห์ไทยศิลปะและมรดกวัฒนธรรมที่งดงามที่สุด  เป็น soft power ที่ทรงคุณค่าที่สุด

ตัวนาง นุ่งผ้าลายอย่าง ชักชายสะบัด ห่มผ้าตาดทองปักปีกแมลงทับโบราณ อายุ ร้อยกว่าปี  สวมศิราภรณ์ ที่เรียกว่า รัดเกล้าเปลว

ตัวพระ แต่งยืนเครื่อง ด้วยผ้าไหม ปักดิ้นเลื่อมอย่างโบราณฝีมือ #ครูบิ๊ก #พีรมณฑ์ชมธวัช แห่ง #อาภรณ์งามสตูดิโอ  ทั้งสองตัวละคร สวมเล็บทองงอนยาว และห้อยอุบะด้านขวา ทัดดอกไม้ด้านซ้าย ตามขนบละครหลวง

ซึ่งงานนี้ระหว่างการถ่ายรูปก็มีเรื่องเล่าที่ชวนขนลุก ตอนถ่ายรูป พี่ตากล้องกดชัตเตอร์แล้วรูปไม่ขึ้น รอบสองกดแล้วแฟลชไม่ออก ต้องยกมือไหว้ขอครู บอกว่า  “ครูช่วยด้วย”  จึงถ่ายออกมาได้… และรูปแรกที่ได้คือแฟลชไม่ติดเลย!

‘แม่พระธรณี’มงคลสัญลักษณ์กับความเชื่อในสังคมไทย

‘แม่พระธรณี’มงคลสัญลักษณ์กับความเชื่อในสังคมไทย

‘แม่พระธรณี’มงคลสัญลักษณ์กับความเชื่อในสังคมไทย

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

พระศรีวสุนธรา” หรือ “พสุนธรานารี” ที่เรียกขานกันในนาม “พระแม่ธรณี หรือ พระแม่ธรณีบีบมวยผม” เป็นที่เคารพนับถือว่าเป็นเทพแห่งพื้นแผ่นดิน มีปรากฏในตำนานทั้งศาสนาพราหมณ์ฮินดู และพุทธศาสนา

โดยเชื่อว่า ‘แผ่นดิน’ เป็นจุดก่อเกิดสรรพสิ่งทั้งปวงในโลก แผ่นดินจึงเปรียบเสมือน ‘มารดา’ ผู้หล่อเลี้ยงโลก และยกย่องเป็นเทพีผู้ค้ำจุนโลก และสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ จะเห็นได้จากการสร้าง “รูปเคารพพระแม่ธรณี” ตามสถานที่หรือหน่วยงานต่างๆ มากมาย

พระแม่ธรณี หรือแม่พระธรณี ยังปรากฏความสำคัญในพุทธประวัติ กล่าวคือ ในคืนที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ พญามารวัสดีและกองทัพมารเข้ารบกวนโดยอ้างเอาบัลลังก์เป็นของตน พระพุทธองค์ทรงเปล่งวาจาอ้างเอา “ธรณี” เป็นพยาน จากนั้นมีเสียงดังกัมปนาท แผ่นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น พระแม่ธรณีต้องปรากฏกายเป็นพยานเอก แสดงการบิดน้ำจากมวยผมเพื่อแสดงให้เห็นถึงกุศลที่พระพุทธองค์กระทำมาตั้งแต่อดีตชาติ จนน้ำที่กรวดลงบนพื้นแล้วแม่ธรณีรับไว้นั้น มากถึงขั้นเป็นมหาสมุทร พัดเอาเหล่าพญามารกระจัดกระจายหายไป  จึงมักถูกวาดไว้ในจิตรกรรมฝาผนังตอน “พระพุทธเจ้าชนะมาร” อยู่เสมอ

คติความเชื่อเรื่องการบูชาพระแม่ธรณี ได้เผยแพร่มาจากอินเดียสู่ไทย เนื่องจากอิทธิพลคัมภีร์พระพุทธศาสนาเป็นส่วนใหญ่ อาจกล่าวได้ว่า ‘ก่อนที่จะทำอะไร ก็ให้บูชาบอกกล่าวต่อพระแม่ธรณีก่อน’ เพราะทุกอย่างในโลกล้วนกำเนิดขึ้นบนดินทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างอาคารบ้านเรือน ก็ต้องบอกกล่าวขอขมา เพราะจะกระทบกระเทือนพื้นดินตั้งแต่เริ่มตอกเสาเข็มหรือขึ้นเสาเอก ฯลฯ หรือ เกษตรกรก่อนจะเพาะปลูก ก็มักจะทำพิธีบอกกล่าวแก่พระแม่ธรณี และขอพรให้ประสบความสำเร็จ พืชผลเจริญงอกงามพระแม่ธรณี ในพระพุทธศาสนา (โดยเฉพาะเถรวาทไทย) คือเทพีผู้พิทักษ์พื้นแผ่นดิน ปรากฏในพุทธประวัติช่วงมารผจญ โดยเป็นพยานยืนยันบุญบารมีของพระพุทธเจ้าด้วยการบีบมวยผมหลั่งน้ำที่กรวดไว้ตั้งแต่อดีตชาติ จนกลายเป็นมหาสมุทรพัดพากองทัพมารไป นับเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์และการชนะอุปสรรค

บทบาทและตำนานที่สำคัญของ “พระแม่ธรณี” คือ

พยานในคืนตรัสรู้: เมื่อพญามารกล่าวหาว่าบัลลังก์ที่พระพุทธองค์ประทับเป็นของตน พระพุทธองค์ทรงเรียกพระแม่ธรณีเป็นพยาน พระแม่ธรณีปรากฏกายขึ้นและบีบมวยผม ปล่อยน้ำที่พระพุทธเจ้าทรงกรวดแผ่เมตตาไว้ตลอดการบำเพ็ญเพียรจนท่วมกองทัพมาร

ปางมารวิชัย: เป็นที่มาของพระพุทธรูปปางมารวิชัย ที่แสดงถึงชัยชนะเหนือหมู่มารและความเป็นผู้ค้ำจุนแผ่นดิน

ความเชื่อในไทย: คนไทยมองพระแม่ธรณีเป็น “แม่” ผู้หล่อเลี้ยงชีวิต มีความเชื่อว่าการบูชาจะช่วยให้ร่มเย็นเป็นสุข พ้นจากภัยพิบัติ และเจริญรุ่งเรืองในการทำมาหากิน โดยเฉพาะเรื่องที่ดิน

รูปลักษณ์และการบูชา

ท่าทาง: รูปเคารพมักทำเป็นหญิงสาวรูปร่างอวบใหญ่ นั่งคุกเข่าบีบมวยผมทางด้านขวา ซึ่งหมายถึงการปลดปล่อยพลังงาน

คาถาบูชา: “เม กะ มะ อุ” (หัวใจพระแม่ธรณี ถอดจากเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา)
เรื่องราวของ “พระแม่ธรณีบีบมวยผม” มาจากตำนานตอนที่พระพุทธเจ้าทรงเอาชนะพญามารก่อนตรัสรู้ ตาม “ปฐมสมโพธิกถา” ซึ่งเป็นคัมภีร์ไทยโบราณ พญามารท้าทายพระพุทธเจ้าว่าไม่มีพยานยืนยันการบำเพ็ญบารมีของพระองค์ พระพุทธเจ้าจึงทรงสัมผัสพื้นดิน เรียกพระแม่ธรณีให้เป็นพยาน พระแม่ธรณี หรือ พระศรีวสุนธรา ปรากฏตัวขึ้น บีบมวยผมให้น้ำไหลออกมาเป็นสาย น้ำนี้เปรียบเสมือนผลบุญที่พระพุทธเจ้าสั่งสมมาในอดีต ซึ่งไหลท่วมกองทัพมารจนพ่ายแพ้ไป

พระแม่ธรณีปรากฏในวรรณคดีไทยหลายเรื่อง เช่น เทศน์มหาชาติ และลิลิตตะเลงพ่าย โดยในศิลปะไทยมักแสดงเป็นหญิงสาวอวบอิ่ม นั่งคุกเข่าหรือยืนในท่าคล้ายนั่งคุกเข่า มวยผมยาวสลวย มือขวายกจับโคนผม มือซ้ายจับมวยผม แสดงท่าบิดให้น้ำไหลออกมา เช่นเดียวกับในพุทธประวัติ

ตามการตีความของกรมศิลปากร การบีบมวยผมของพระแม่ธรณีไม่ใช่แค่การแสดงพลัง แต่เป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดินที่หล่อเลี้ยงชีวิต และการยืนยันถึงความจริงที่โลกเป็นพยานได้ นี่คือเหตุผลหลักที่ศิลปินพุทธเลือกแสดงท่านี้ในงานศิลปะ เพื่อเล่าเรื่องชัยชนะของพระพุทธเจ้าในรูปแบบที่เข้าใจง่าย

ในความเชื่อของคนไทย
พระแม่ธรณี ไม่ใช่แค่ตัวละครในตำนาน แต่เป็นสัญลักษณ์ของ “แม่” ผู้ให้กำเนิดและปกป้อง ตามหนังสือ “ตำนานและความเชื่อในสังคมไทย” โดยสำนักพิมพ์มติชน การบีบมวยผม ถูกมองว่าเป็นการปลดปล่อยน้ำ ซึ่งเปรียบได้กับน้ำฝนหรือน้ำในแม่น้ำที่หล่อเลี้ยงเกษตรกรรมและชีวิตคนไทย น้ำที่ไหลจากมวยผมจึงไม่ใช่แค่เครื่องมือปราบมาร แต่เป็นภาพแทนของความเมตตาและพลังแห่งธรรมชาติที่พระแม่ธรณีมีต่อมนุษย์

พิธีกรรมในไทย เช่น การบูชาพระแม่ธรณีก่อนปลูกบ้าน หรือการขอฝนในพิธีโบราณ แสดงให้เห็นว่า คนไทยมองพระแม่ธรณีเป็นผู้ควบคุมทรัพยากรธรรมชาติ การบีบมวยผมในศิลปะจึงอาจสะท้อนถึงความหวังให้แผ่นดินอุดมสมบูรณ์และปกป้องจากภัยพิบัติด้วย
มุมมอง “สากล” เทพธิดาแห่งดินในวัฒนธรรมอื่น

ถ้ามองกว้างออกไป ความเชื่อเรื่องเทพแห่งดินที่ปกป้องมนุษย์ไม่ได้มีแค่ในไทย ตามข้อมูลจาก Encyclopaedia Britannica ในตำนานกรีก “ไกอา” (Gaia) เป็นเทพีแห่งโลกที่ให้กำเนิดชีวิตทั้งปวง และในอินเดีย “ปฤถวี” (Prithvi) เป็นเทวีแห่งแผ่นดินที่คอยหล่อเลี้ยงสรรพสิ่ง

แม้ทั้ง 2 วัฒนธรรมจะไม่มีภาพ “บีบมวยผม” แต่แนวคิดเรื่องโลกที่เป็นพลังปกป้องและให้ชีวิตคล้ายกับพระแม่ธรณีในพุทธศาสนาอย่างไรก็ตาม การที่ไทยเลือกแสดงพระแม่ธรณีด้วยท่าบีบมวยผม อาจเป็นเอกลักษณ์ที่พัฒนามาจากการผสมผสานความเชื่อท้องถิ่นเข้ากับพุทธศาสนา ซึ่งต่างจากวัฒนธรรมอื่นที่มักเน้นภาพเทพีถือพืชหรือยืนนิ่งสงบ

แล้วทำไมต้องเป็น “มวยผม” ไม่ใช่ท่าอื่น ?
ในศิลปะพุทธ “มวยผม” เป็นทรงผมที่พบในรูปปั้นเทวีหรือนางในวรรณคดี ซึ่งอาจสื่อถึงความงามและพลังที่ซ่อนอยู่ ตามหนังสือ “ศิลปะไทย” โดยศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี การบีบมวยผมอาจเป็นการแสดงถึงการปลดปล่อยพลังที่เก็บไว้ เหมือนน้ำที่ไหลออกมาเพื่อพิสูจน์ความจริงและขับไล่ศัตรู

“แม่พระธรณี” กับ “พรรคประชาธิปัตย์”

เล่ากันเอาไว้ว่า ในวันที่ประชุมเพื่อก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ ครั้งนั้นได้มีการเสนอให้เชิญ “แม่พระธรณี” มาเป็นสัญลักษณ์ของพรรคฯ ที่ประชุมเห็นพ้องตรงกัน ในความหมาย “เพื่อการให้ความร่มเย็นแก่ประชาชน”

จากนั้นเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ.2525 ได้ย้ายที่ทำการพรรคฯ จากสวนรื่นฤดีมาที่ถนนเศรษฐศิริในปัจจุบัน โดยนายปราโมช สุขุม ส.ส. กรุงเทพมหานคร เป็นผู้เสนอให้มีการจัดสร้าง แม่พระธรณีบีบมวยผมประดิษฐานไว้ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์นับจากนั้นเป็นต้นมา

พระแม่ธรณีที่ท้องสนามหลวง

ลักษณะเด่น: เป็นปูนปั้นรูปพระแม่ธรณีกำลังบีบมวยผม โดยมีน้ำสะอาดไหลออกมาจากปลายมวยผม เพื่อเป็นทานน้ำดื่มแก่ประชาชนที่มาสักการะ จึงมีอีกชื่อว่า “อุทกทาน” (การให้ทานด้วยน้ำ) สร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2460พระแม่ธรณีมีศาลเก่าตั้งอยู่บริเวณหัวมุมสนามหลวง ริมถนนราชดำเนิน ใกล้โรงแรมรัตนโกสินทร์ และสะพานผ่านพิภพลีลา เป็นปูนปั้นพระแม่ธรณีกำลังบีบมวยผม ในอดีตเคยมีน้ำสะอาดไหลออกมาจากปลายมวยผม และสามารถใช้ดื่มกินได้ด้วย สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) โดยพระราชดำริของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ด้วยมีพระราชประสงค์ในการแจกจ่ายน้ำดื่มสะอาดบริสุทธิ์แก่ราษฎร

ขณะนั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ยังทรงพระยศเป็นเจ้าฟ้าวชิราวุธฯ จึงพระราชทานคำแนะนำให้สร้างอุทกทาน หรือ พระแม่ธรณีบีบมวยผม กระทั่งสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นยุคข้าวยากหมากแพง อุทกทานถูกชาวบ้านขโมยอุปกรณ์ท่อน้ำต่าง ๆ จนไม่สามารถใช้การได้

แม้จะมีการซ่อมแซมให้ใช้ได้ดังเก่าในสมัยรัฐบาลจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ แต่สถานที่นี้ก็ไม่ได้ใช้เป็นที่แจกจ่ายน้ำสะอาดอีกต่อไป เป็นแต่ศาลศักดิ์สิทธิ์ให้ผู้คนเข้ามาสักการะเท่านั้น

จิตรกรรม พระแม่ธรณีบีบมวยผม วัดชมภูเวก จ.นนทบุรี

เป็นจิตรกรรมรูปพระแม่ธรณีที่ได้รับการยกย่องว่า สวยงามที่สุด หากมีโอกาส ไม่ควรพลาดที่จะเดินทางไปชม