‘รมว.ซาบีดา’ เปิดการเสวนาเผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม นิทรรศการชุดไทยพระราชนิยม เทิดพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

‘รมว.ซาบีดา’ เปิดการเสวนาเผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม นิทรรศการชุดไทยพระราชนิยม เทิดพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

‘รมว.ซาบีดา’ เปิดการเสวนาเผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม นิทรรศการชุดไทยพระราชนิยม เทิดพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.50 น.

ซาบีดา  ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดการเสวนาเผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยมและนิทรรศการชุดไทยพระราชนิยม เทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายใต้โครงการส่งเสริมศักยภาพวัฒนธรรมไทยประยุกต์สู่สากล พร้อมด้วย คณะทูตานุทูต ประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ,ยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม คณะที่ปรึกษาโครงการชุดไทยพระราชนิยมและผ้าไทย , กิตติพร ใจบุญ ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิปัญญา ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และ ศิวพร  ฉันทไกรวัฒน์ ผู้อำนวยการกลุ่มเผยแพร่และต่อยอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เข้าร่วมพิธีเปิด ณ ICON Art & Culture Space ชั้น 8 ไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร

ซาบีดา  ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

ยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม 

ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม ให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้รับทราบอย่างกว้างขวาง ด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ พร้อมกันนี้ ยังเป็นการ เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งพระองค์ทรงริเริ่มให้มีการศึกษาค้นคว้าเครื่องแต่งกายสตรีไทยสมัยต่าง ๆ ในเวลาต่อมา ได้พระราชทาน “ชุดไทย” ให้เป็นชุดประจำชาติ สำหรับสวมใส่ในวาระโอกาสต่าง ๆ และเพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจ ในการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะศิลปหัตถกรรมผ้าทอไทย นอกจากนี้ ยังเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับการพิจารณาขึ้นทะเบียน “ชุดไทย : ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติ การแต่งกายชุดไทยประจำชาติ” (Chud Thai : The Knowledge, Craftsmanship and Practices of The Thai National Costume) เป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ จากองค์การยูเนสโก ซึ่งจะได้รับการพิจารณาในช่วงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2569

ด้าน ยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ดำเนินการโครงการส่งเสริมศักยภาพวัฒนธรรมไทยประยุกต์สู่สากล กิจกรรมการรวบรวมและเผยแพร่องค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม  ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีแรก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวม เผยแพร่ และถ่ายทอดองค์ความรู้ “ชุดไทยพระราชนิยม” ให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้อย่างกว้างขวาง ด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ ทั้งยังเป็นการส่งเสริมการสวมใส่ชุดไทยและผ้าไทยในชีวิตประจำวันและในโอกาสสำคัญต่างๆ รวมถึงสร้างความภาคภูมิใจ ตระหนักถึงคุณค่าความสำคัญ การมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ สืบสาน ให้ชุดไทยพระราชนิยมสามารถดำรงอยู่อย่างมีคุณค่า คู่ชาติไทยตลอดไป ที่สำคัญเพื่อให้สอดคล้องกับการเสนอให้ “ชุดไทย : ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ” (Chud Thai : The Knowledge, Craftsmanship and Practices of The Thai National Costume) เป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อองค์การยูเนสโก

กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การแสดงแฟชั่นโชว์ เดินแบบชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ มรดกแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเสื้อพระราชทาน 3 แบบสำหรับสุภาพบุรุษ โดยดาราและศิลปินที่มีชื่อเสียงมากมาย อาทิ ลีน่า-ลลินา ชูเอ็ทท์ , หมิว-ณัชชา  เตชะมงคลาภิวัฒน์ และ กชเบล-ศรัณย์รัชต์ เผือกพิพัฒน์ ซึ่งออกแบบและตัดเย็บชุดไทยพระราชนิยม โดย ธีระพันธ์ วรรณรัตน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (การออกแบบแฟชั่น) พุทธศักราช 2562  และ จารุต ภิญโญกีรติ ดีไซเนอร์ผู้เชี่ยวชาญการตัดเย็บชุดไทย (PetchBoutique – ห้องเสื้อเพชร) และออกแบบและตัดเย็บเสื้อพระราชทานสำหรับสุภาพบุรุษ โดย ศิริชัย ทหรานนท์ ดีไซเนอร์และเจ้าของ  แบรนด์ Theatre และ ภาวันต์ หอมศิลป์กุล ดีไซเนอร์และเจ้าของห้องเสื้อ Broadway Tailor

การเสวนาเรื่อง ชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ มรดกแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยผู้ทรงคุณวุฒิและเชี่ยวชาญเรื่องชุดไทยพระราชนิยม ได้แก่ อาจารย์ ดร.กรกลด คำสุข อาจารย์ ดร.ศิบดี นพประเสริฐ และ ศาสตรัตน์ มัดดิน ภัณฑารักษ์พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินีนาถ  

นิทรรศการชุดไทยพระราชนิยมเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมสนับสนุน ให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา นักออกแบบตัดเย็บชุดไทย ผู้ผลิตชุดไทย ผู้ประกอบการผ้าไทย ผู้ให้เช่าชุดไทย และประชาชนผู้สนใจ ได้รับทราบ รับรู้องค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม ที่เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ ซึ่งถือเป็นทุนทางวัฒนธรรม ที่มีศักยภาพ สามารถนำมาสร้างรายได้และมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศต่อไป

สำหรับโครงการส่งเสริมศักยภาพวัฒนธรรมไทยประยุกต์สู่สากล กิจกรรมการรวบรวมและเผยแพร่องค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม จะเป็นการดำเนินงานในรูปแบบต่าง ๆ ประกอบด้วย  1) จัดทำสื่อองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม โดยจัดทำต้นฉบับหนังสือ วีดิทัศน์ แผ่นพับ รวบรวมองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ  2)จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) การถ่ายทอดทักษะและองค์ความรู้ในการตัดเย็บและการตกแต่งประดับลวดลายชุดไทยพระราชนิยม จำนวน 2 ครั้ง ซึ่งได้จัดเสร็จสิ้นไปแล้ว โดยครั้งที่ 1 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคม 2568  ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กรุงเทพมหานคร และครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 15 – 17 ธันวาคม 2568 ณ จังหวัดอุดรธานี 3) จัดงานเสวนาเผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยมและการจัดนิทรรศการชุดไทยพระราชนิยมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จำนวน 2 ครั้ง คือครั้งนี้ และครั้งที่ 2ในวันที่ 23 มกราคม 2569 ณ จังหวัดขอนแก่น 4) การจัดกิจกรรมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ชุดไทยพระราชนิยมอย่างกว้างขวาง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ทั้งนี้ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ภายใต้โครงการส่งเสริมศักยภาพวัฒนธรรมไทยประยุกต์สู่สากล ได้ที่ Facebook Fanpage : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และ ศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ร้อยดวงใจ ถักทอสายใย แห่งความหวัง ในงาน ‘ธรรมศาสตร์รวมใจรักษ์ผ้าไทยคู่แผ่นดิน’

ร้อยดวงใจ ถักทอสายใย แห่งความหวัง ในงาน ‘ธรรมศาสตร์รวมใจรักษ์ผ้าไทยคู่แผ่นดิน’

ร้อยดวงใจ ถักทอสายใย แห่งความหวัง ในงาน ‘ธรรมศาสตร์รวมใจรักษ์ผ้าไทยคู่แผ่นดิน’

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.45 น.

โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ร่วมกับ Beauty Gems และชมรมเพลินไทยสมัยนิยม ชวนย้อนรำลึกความงดงามแห่งสยาม ในค่ำคืนการกุศลกับงาน “ธรรมศาสตร์รวมใจรักษ์ผ้าไทยคู่แผ่นดิน” เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย รายได้นำไปสมทบทุนก่อสร้าง “อาคารศูนย์นวัตกรรมด้านมะเร็งและรังสีรักษา (อาคาร 90 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)” เพื่อมอบโอกาสและต่อลมหายใจให้แก่ผู้ป่วยมะเร็ง พร้อมร่วมสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมผ่านเครื่องแต่งกาย “ชุดไทยยุครัตนโกสินทร์ ชุดไทยพระราชนิยม หรือผ้าไทยสากลร่วมสมัย” ในวันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569  เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ณ The Event Hall ชั้น 3 เซ็นทรัลชิดลม

งาน “ธรรมศาสตร์รวมใจรักษ์ผ้าไทยคู่แผ่นดิน” จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย ด้วยตระหนักในพระราชกรณียกิจในแขนงต่างๆ ที่ทรงปฏิบัติโดยตลอดพระชนมชีพ ที่ล้วนเป็นคุณูปการยิ่งใหญ่ต่อประชาชนไทยในทุกภาคส่วน สำหรับงานนี้คณะกรรมการได้เลือกจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระราชกรณียกิจด้านการส่งเสริมผ้าไทย ด้วยตระหนักว่า ทรงให้กำเนิดมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เพื่อเป็นสถานที่ฝึกวิชาชีพด้านงานฝีมือ โดยเฉพาะการทอผ้าเพื่อให้ราษฎรนำไปเป็นอาชีพเสริมเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และยังทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานแบบชุดไทยพระราชนิยม ทั้ง 8 แบบ ให้แก่สตรีไทยได้ใช้เป็นชุดประจำชาติ โดยมี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงสืบสานพระราชปณิธานด้วยการผลักดันให้ชุดไทยพระราชนิยม ได้เข้าวาระการประชุม เพื่อรับการพิจารณาจากองค์การยูเนสโก้ และจะมีการประกาศผลในปี 2569 ในการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้

ในช่วงแรกของงาน หลังพิธีถวายอาลัยและเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย นำโดยประธานและคณะกรรมการจัดงาน และปิดพิธีด้วยการแสดงแบบชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ จากเหล่านางงาม ดารา และนางแบบ ห้องเสื้อ Finale wedding Studio

จากนั้นเริ่มการประมูลการกุศลเพื่อเป็นกิจกรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยการนำรายได้สมทบกองทุนเพื่อสร้างอาคารด้านมะเร็งและรังษีรักษา 90 ปี ของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง

ทั้งนี้ การจัดประมูลสิ่งของสะสมของผู้ทีจิตศรัทธา อาทิ พระบรมสาทิสลักษณ์ โดยศิลปิน นพแก้ว ประยูรเมธา และ ม.ล ปุณยนุช เกษมสันต์ ดุลยจินดา, นาฬิกาไซโก้ญี่ปุ่น รุ่นพิเศษผลิตเพื่อ รพ. ธรรมศาสตร์ฯ ที่มีหมายเลขมงคล 099 และ 999, สุริยน ศรีอรทัยกุล มอบกระเป๋าราตรี Judith Liber จากสหรัฐอเมริกา และเครื่องประดับแท้จาก Beuty Gems จำนวน 2 ชิ้น, ชมรมเพลินไทยสมัยนิยม มอบผ้ายกทองลำพูนคุณภาพสูง ทอได้ยากลวดลายมงคลนกยูงคู่, เสื้อผ้าสตรีที่ตัดเย็บด้วยผ้าไทยจากศูนย์ศิลปาชีพฯ ของร้าน Niramon Couture จำนวน 3 ชุด, หมวกแฟชั่นจากสหรัฐอเมริกาและยุโรป ซึ่งเป็นของสะสมจากรุ่นสู่รุ่นของ วันรัก ณ นคร จำนวน 3 ใบ, ชุดน้ำชาแอนทีค ยุโรปเนื้อพอร์ซเลนสีชมพูที่มีชื่อเสียง จาก กรรณิการ์ ศิลปวรางกูร ศิษย์เก่าและผู้มีอุปการะคุณของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ฯลฯ และของสะสมหายากอีกหลสายชิ้น นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากคณะกรรมการชมรมเพลินไทยสมัยนิยม อาทิ นิติรัตน์ เปลี่ยนขำ วนิดา สุโกศล พรรณี ซาเอกิ รชตะ เศรษฐ์วรเดช ฐิติพร ไพบูลย์ปรีดี ฯลฯ ในการร่วมสนับสนุนและจัดผู้เข้าร่วมประมูล

อีกทั้ง เพื่อเป็นเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงมีคุโณปการต่อมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และวงการดนตรี ด้วยการแสดงขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 9 อาทิ เพลง  ยูงทอง  โดมในดวงใจ เทวาพาคู่ฝัน รัก พรปีใหม่ คำหวาน ยิ้มสู้ ความฝันอันสูงสุดฯลฯ ด้วยการบรรเลงดนตรีของวง TU Symphony Orchestra และ TU Chorus. ร่วมด้วยนักร้องกิตติมศักดิ์ อาทิ แพทย์หญิงเฉลิมขวัญ รื่นอารมณ์, สันติ วจนพานิช, วทัญญู มุ่งหมาย, นภาดา เศรษฐเศรณีกุล, ดร. รมิดา นกไทยเจริญ, อธิป เจริญชัยสกุล

ช่วงสุดท้ายของงานจะเป็นการจัดแสดงแฟชั่นโชว์ย้อนรำลึกถึงการแต่งกายยุครัตนโกสินทร์ตอนกลาง ตั้งแต่รัชกาลที่ 4 จนถึงรัชสมัยรัชกาลที่ 9 ตอนต้น จาก 3 ห้องเสื้อ  ซึ่งต่างพร้อมใจกันนำผ้าของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และผ้าไทย จากภูมิภาคต่างๆ มาใช้ในออกแบบตัดเย็บครั้งนี้ จำนวน 30 ชุด โดยผู้แสดงแบบกิตติมศักดิ์

นำขบวนโดยห้องเสื้อ Finale wedding Studio นำเสนอคอลเลกชั่นอันทรงคุณค่า “นาฏราชสยาม”  ออกแบบโดย ดร.เกสินี กล่ำอยู่สุข และ สุดจิตร์ สุดจิตต์ สองนักออกแบบแฟชั่นชั้นนำ ผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงแฟชั่นสังคมระดับสูงของประเทศไทย เจ้าของรางวัล นักออกแบบชุดแต่งงานยอดเยี่ยม บนรันเวย์ระดับโลก ณ มหานครดูไป พร้อมทั้งได้รับเกียรติจาก Swarovski แบรนด์อัญมณีระดับโลก ยกย่องให้เป็นหนึ่งใน 55 ดีไซเนอร์ชั้นนำ จาก 15 ประเทศทั่วโลก การันตีด้วยรางวัลเกียรติยศมากมายทั้งในประเทศและนานาชาติ

สำหรับคอลเลกชัน “นาฏราชสยาม” จะนำเสนอเรื่องราวแห่งการแต่งกายไทยอันทรงคุณค่า ถ่ายทอดพัฒนาการทางประวัติศาสตร์แฟชั่น ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 จนถึงช่วงปลาย รัชกาลที่ 5 ผ่านความงดงามและความประณีตของผืนผ้าไทยสะท้อนถึงความวิจิตรสง่างามของ ชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ ด้วยการคัดสรรเนื้อผ้าและรูปแบบการตัดเย็บที่ถูกต้องตามหลักประวัติศาสตร์ ผสานกับเครื่องประดับันทรงคุณค่าจาก Beauty Gems เพื่อเติมเต็มความสมบูรณ์แบบแห่งศิลปะการแต่งกายไทยอย่างลงตัว ผู้แสดงแบบ อาทิ ศ. คลีนิค พญ. วลัยลักษณ์, ชัยสูตร ภุมรินรัตน์ นราธิปสกุลศิริ, อาทิตยา ไชยนา, พนิต พานารถ ฯลฯ

ตามด้วยห้องเสื้อ Tik Coutour โดย ศักสิทธิ์ บุญศักดาพร ผู้คลุกคลีอยู่กับผ้าภาคอีสานจากบุรีรัมย์ หยิบยกความน่าสนใจแห่งวัฒนธรรมการแต่งกายของสตรีในช่วงปี 1910 เป็นต้นมา ตรงกับช่วงรัชสมัยของรัชกาลที่ 6-7-8 ทั้งชุดวิวาห์แบบสากลแห่งยุครัชกาลที่ 6 และชุดในสไตล์ Gatsby ของรัชกาลที่ 7 ตราบจนเข้าสู่ความเรียบง่ายในยุครัชกาลที่ 8 แสดงแบบโดย อาทิ พิมนรา บุนนาค, กรกช กองกันภัย, โชคชัย มณีอนันตเศรษฐ์, ทอปัด อิงคานุวัฒน์ ,เกรียงชัย วิสิษฐ์สรอรรถ, ไอโกะ ซาเอกิ, ฐิติพร ไพบูลย์ปรีดี ฯ

ห้องเสื้อ Supa East Glamor โดย สุภาพร เอลเดร็จ อดีตผู้ประกาศข่าวภาคภาษาอังกฤษ ผู้ผันตัวมาจับงานแฟชั่น ที่ได้แรงบันดาลใจจากฉลองพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในช่วงต้นรัชกาลที่ 9 พ.ศ. 2503 ที่ทรงใช้ในการตามเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกาและยุโรป มาประยุกต์แบบในการจัดแฟชั่นครั้งนี้ ผู้แสดงแบบ อาทิ กัญญาวีร์ ใจบุญ, ชไมพร รัตน์นราทร, อาทิตยา สรรเพ็ชญ์พาณิชย์, รุจิรา จันทร์หอม ฯลฯ

ผู้ที่สนใจสามารถแจ้งความจำนงในการร่วมประมูลในงานครั้งนี้ได้ที่ หน่วยรับบริจาค รพ. ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ โทร.02 926 9432 ชมรมเพลินไทยสมัยนิยม โทร.093 789 7557 , 095 364 3398 และ บิวตี้ เจมส์ โทร.084 361 4611

เตรียมเปิดม่านงานอัญมณีและเครื่องประดับ JGAB 2026 พร้อมโชว์คอลเลคชั่นพิเศษผลงานช่างฝีมือไทย เมษายนนี้

เตรียมเปิดม่านงานอัญมณีและเครื่องประดับ JGAB 2026  พร้อมโชว์คอลเลคชั่นพิเศษผลงานช่างฝีมือไทย เมษายนนี้

เตรียมเปิดม่านงานอัญมณีและเครื่องประดับ JGAB 2026 พร้อมโชว์คอลเลคชั่นพิเศษผลงานช่างฝีมือไทย เมษายนนี้

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.41 น.

Jewellery & Gem ASEAN Bangkok 2026 (JGAB 2026) เปิดให้ลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้าแล้ววันนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนเข้าชมงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับระดับนานาชาติ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22–25 เมษายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ต้อนรับผู้เข้าชมจากทั่วโลก ภายใต้แนวความคิด “The Ultimate ASEAN Jewellery and Gemstone Sourcing Hub ศูนย์กลางแหล่งผลิตและจัดหาอัญมณีและเครื่องประดับของอาเซียน” และเตรียมพร้อมเชื่อมต่อทุกโอกาสทางธุรกิจในเวทีเดียวกัน ลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้า ได้ที่ shorturl.asia/fS9L5

ภายในงานรวบรวมสินค้าและโซลูชันในสายอัญมณีและเครื่องประดับแบบครบครัน ตั้งแต่เครื่องประดับสำเร็จรูป (Fine Jewellery), เครื่องประดับเงิน (Silver), พลอยสี (Gemstone), เพชรแท้ (Diamond), เพชรสังเคราะห์ (Lab-Grown Diamond) ไปจนถึงเครื่องมือ อุปกรณ์ และเทคโนโลยี (Tools & Equipment) ที่ตอบโจทย์ทั้งการมองหาวัตถุดิบคุณภาพ ไปจนถึงการต่อยอดสร้างคอลเลกชันระดับลักชัวรี

เริ่มด้วย Craft & Design Spotlight I – Quiet Luxury Jewellery สำหรับไฮไลต์เด่นในปีนี้ อย่างแรกคือ The Next Gem Contest 2026 เวทีสำหรับนิสิต นักศึกษา และ Young Designer ได้แสดงศักยภาพด้านการออกแบบอัญมณีและเครื่องประดับ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Quiet Luxury Jewellery” พร้อมกิจกรรมเสริมอย่างเวิร์กช็อปและการแลกเปลี่ยนความรู้กับดีไซเนอร์ไทยชั้นนำ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่มาตรฐานการออกแบบในระดับสากล – Quiet Luxury Jewellery จึงเป็นการเล่าเสน่ห์ของความหรูหราที่สงบนิ่งและทรงพลัง เด่นด้วยความเรียบง่ายที่เปี่ยมรสนิยม บนความประณีตที่สะท้อนออกมาจากทุกเส้นสายของงานฝีมือ และรายละเอียดที่ยิ่งดูยิ่งเห็นคุณค่า โดยผลงานจากทีมที่ผ่านการคัดเลือกจะได้ร่วมจัดแสดงผลงานภายใต้บรรยากาศงาน JGAB 2026 อีกด้วย ผู้สนใจสมัครเข้าร่วมกิจกรรมสามารถกรอกใบสมัครออนไลน์ได้ที่ https://forms.gle/dovqxTtsmPsKZiTj6

ส่วน Craft & Design Spotlight II – The Secret of Thai Legacy ไฮไลต์สำคัญ คือกิจกรรมใหม่อย่าง Goldsmith Craftsmanship Competition 2026 เวทีรวมช่างฝีมือชั้นนำของไทย ถ่ายทอดผลงานที่สะท้อนความละเอียด ประณีต และเอกลักษณ์ของศิลปะไทย ภายใต้แนวคิด “The Secret of Thai Legacy” ซึ่งมุ่งรื้อฟื้นเทคนิคดั้งเดิมควบคู่การส่งต่อองค์ความรู้สู่ช่างรุ่นใหม่ ผ่านเวิร์กช็อปโดยผู้เชี่ยวชาญและช่างระดับปรมาจารย์ในวงการ – The Secret of Thai Legacy จึงเป็นการดึงเสน่ห์ของมรดกไทยมาเล่าใหม่ในภาษาของเครื่องประดับร่วมสมัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ชมได้เห็นว่างานช่างไม่ใช่แค่ทักษะหรือเรื่องเทคนิค แต่คือศิลป์ที่สร้างความหมายและสะท้อนความงดงามแบบไทยได้ในสายตาโลก และเช่นเดียวกัน ผู้เข้ารอบของกิจกรรมนี้จะได้รับโอกาสจัดแสดงผลงานภายในงาน JGAB 2026

นอกจาก 2 เวที Craft & Design ภายในงานยังมีกิจกรรมที่มาร่วมเติมมิติของการเรียนรู้และการพบปะต่อยอดเครือข่ายธุรกิจ อาทิ Seminar & Workshop สัมมนาและเวิร์กช็อปโดยผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ, Jewellery & Gem ASEAN Summit เสวนาพิเศษจากกลุ่มผู้นำในอุตสาหกรรม, Networking Night งานพบปะของผู้ประกอบการ ผู้ซื้อชั้นนำในวงการ และ JGAB Runway แฟชั่นโชว์อัญมณีสุดตระการตาของเครื่องประดับเอเชีย ที่ทำให้การชมงานเต็มเปี่ยมด้วยคุณค่าในศิลปะและงานฝีมือ พร้อมเป็นเวทีจุดประกายแรงบันดาลใจและสร้างโอกาสอย่างไร้ขอบเขต ตลอดทั้ง 3 วัน ระหว่างวันที่ 22–25 เมษายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)

ลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้า (Visitor Pre-Registration): https://shorturl.asia/fS9L5 ดูรายละเอียดและติดข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง https://jewellerygemaseanbkk.com,  Facebook: https://www.facebook.com/JGABThailand,  IG: https://www.instagram.com/jewelleryandgemaseanbangkok/,LinkedIn: https://www.linkedin.com/in/jewellery-and-gem-asean-bkk/ และLine: https://lin.ee/cp9sd85

จุฬาฯ จัดงานประชุม Engagement Thailand ครั้งที่ 10 แลกเปลี่ยนเรียนรู้ขับเคลื่อนบทบาทมหาวิทยาลัยเพื่อสังคม

จุฬาฯ จัดงานประชุม Engagement Thailand ครั้งที่ 10  แลกเปลี่ยนเรียนรู้ขับเคลื่อนบทบาทมหาวิทยาลัยเพื่อสังคม

จุฬาฯ จัดงานประชุม Engagement Thailand ครั้งที่ 10 แลกเปลี่ยนเรียนรู้ขับเคลื่อนบทบาทมหาวิทยาลัยเพื่อสังคม

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.46 น.

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับสมาคมพันธกิจสัมพันธ์มหาวิทยาลัยกับสังคม (EnT) จัดงานประชุมวิชาการระดับชาติ Engagement Thailand ครั้งที่ 10 “Future Holistic Engagement – from Local Power to Global Impact” ระหว่างวันที่ 13 – 16 มกราคม 2569  ณ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และขับเคลื่อนการดำเนินงานมหาวิทยาลัยเพื่อสังคมระหว่างเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่ให้มีทักษะและความรู้ด้านการทำวิจัยรับใช้สังคม

โดยพิธีเปิดได้รับเกียรติจาก ศ.(พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเปิดการประชุมและปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “Role of University in Social Engagement Missions” โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ และ ศ.นพ.ดร.นรินทร์ หิรัญสุทธิกุล นายกสมาคมพันธกิจสัมพันธ์มหาวิทยาลัยกับสังคม กล่าวต้อนรับ เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569

ศ.(พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงหน้าที่ของมหาวิทยาลัยในด้านพันธกิจเพื่อสังคม (Social Engagement) ซึ่งเป็นบทบาทที่มีความสำคัญอย่างยิ่งของมหาวิทยาลัยในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นในด้านการให้ความรู้เรื่องเทคโนโลยี AI การส่งเสริมความรู้ในสังคมสูงวัย ฯลฯ มหาวิทยาลัยต้องใช้ความได้เปรียบจากการเป็นศูนย์รวมทุกแขนงวิชาและความน่าเชื่อถือมาสร้างการตระหนักรู้และนำองค์ความรู้ลงไปแก้ปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นจริง เช่น วิกฤตสภาพภูมิอากาศและฝุ่น PM 2.5 ผ่านการลดกำแพงกั้นระหว่างคณะและระหว่างสถาบัน เพื่อสร้างการทำงานร่วมกันแบบบูรณาการในการขับเคลื่อนและช่วยแก้ปัญหาของประเทศอย่างยั่งยืน

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวว่าพันธกิจของมหาวิทยาลัยในปัจจุบันต้องก้าวข้ามการให้ความรู้หรือการมอบปริญญาไปสู่การสร้างผลกระทบเชิงบวก (Positive Impact) ให้แก่ประเทศชาติ โดยอาศัยการผนึกกำลังทางวิชาการและงานวิจัยเพื่อตอบโจทย์สังคม พร้อมทั้งมุ่งเน้นการสร้างจิตสำนึกให้แก่เยาวชนและนิสิตนักศึกษาได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ผลผลิตและมีบทบาทในการพัฒนาสังคมให้มากขึ้น

งานประชุมวิชาการระดับชาติ Engagement Thailand ครั้งที่ 10 Future Holistic Engagement – from Local Power to Global Impact มีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ประกอบด้วย  Pre-Conference Workshop ให้ความรู้และศึกษาแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีด้านการทำงานวิจัยรับใช้สังคม การประชุมวิชาการ การปาฐกถาพิเศษ กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การนำเสนอผลงานพันธกิจสัมพันธ์ผ่านการนำเสนอในรูปแบบการบรรยายและโปสเตอร์ Community & University Sustainable Marketplace ตลาดจากมหาวิทยาลัยที่ร่วมกับชุมชน พร้อมกิจกรรม Workshop D.I.Y จากเศษสู่ศิลป์ พร้อมได้ผลงานน่ารักกลับบ้าน

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมนำผู้เข้าร่วมงานทัศนศึกษา แบ่งออกเป็น เส้นทางที่ 1 Chula GLAM (Garden, Library, and Museum) เป็นทัศนศึกษาที่จะพาไปชมการสร้างแหล่งเรียนรู้เพื่อชุมชนและสังคมเมืองที่ยั่งยืน อาทิ สวนสาธารณะ ห้องสมุด และพิพิธภัณฑ์ภายในมหาวิทยาลัย และเส้นทางที่ 2 Chula Academic and Responsible Engagement (CARE) ทัศนศึกษาชมการสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมและการสร้างชุมชนวิชาการบริเวณรอบจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาทิ การจัดการขยะภายในมหาวิทยาลัยในภารกิจ Chula Zero Waste เยี่ยมชมพื้นที่ Block 28 : Creative & Startup Village เพื่อเรียนรู้การบริหารจัดการในการใช้พื้นที่อย่างยั่งยืน เป็นต้น

ศ.นพ.ดร.นรินทร์ หิรัญสุทธิกุล

งานประชุมวิชาการระดับชาติ Engagement Thailand ครั้งที่ 10 สนับสนุนและส่งเสริมตามแนวคิด   พันธกิจสัมพันธ์มหาวิทยาลัยเพื่อสังคมร่วมกันระหว่าง “มหาวิทยาลัย” และระหว่าง “มหาวิทยาลัย” กับ “หน่วยงานอื่นภายนอกมหาวิทยาลัย” มีการดำเนินงานด้านพันธกิจสัมพันธ์กับองค์กรชุมชนอย่างต่อเนื่อง และเพื่อเป็นการสนับสนุนการขับเคลื่อนพันธกิจสัมพันธ์มหาวิทยาลัยกับสังคมให้เกิดความเข้มแข็ง พร้อมส่งต่อให้“มหาวิทยาลัยมหาสารคาม” ในการสานต่อ “งานประชุมวิชาการระดับชาติ Engagement Thailand ครั้งที่ 11” ต่อไป

ททท. ชวนออกเดินทางค้นหาความสุขในเมืองไทย ตอกย้ำยุทธศาสตร์ Value Over Volume

ททท. ชวนออกเดินทางค้นหาความสุขในเมืองไทย   ตอกย้ำยุทธศาสตร์ Value Over Volume

ททท. ชวนออกเดินทางค้นหาความสุขในเมืองไทย ตอกย้ำยุทธศาสตร์ Value Over Volume

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.10 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยตลาดในประเทศ เตรียมขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยในปี 2569 ผ่านการต่อยอดแคมเปญ “สุขทันทีที่เที่ยวไทย” ยิ่งเดินทางด้วยใจ ยิ่งได้ความสุขที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ภายใต้ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวปี 2569 Value Over Volume ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่า มากกว่าปริมาณ โดยมุ่งยกระดับประสบการณ์การเดินทางของนักท่องเที่ยวไทย จากการท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อน สู่การเดินทางที่มีความหมาย สะท้อนตัวตน และตอบโจทย์คุณค่าภายในของแต่ละบุคคลอย่างแท้จริง อันจะนำไปสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในทุกมิติ  

นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. กล่าวว่า “ในปี 2569 เราจะเดินหน้าสื่อสารและกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ผ่านแคมเปญ ‘สุขทันทีที่เที่ยวไทย’ เพื่อสร้างความสุขแก่นักท่องเที่ยวได้ทันทีที่ออกเดินทาง โดยมุ่งส่งมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ทั้งร่างกายและจิตใจ ในรูปแบบ Holistic Travel        ซึ่งเป็นมากกว่า Wellness Tourism ทั่วไป ให้การเดินทางเป็นการเติมพลังชีวิตทั้งด้านกาย ใจ และอารมณ์ ควบคู่กับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและรักษ์โลก พร้อมกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านสินค้าท่องเที่ยวมูลค่าสูงภายใต้ Thailand Premium พร้อมยกระดับความหมายของคำว่า “ความสุข” ให้ลึกซึ้งและชัดเจนมากขึ้น ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการพักผ่อนหรือความสนุกในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่เป็นความสุขที่เกิดจากการเดินทางซึ่งสะท้อนตัวตน ความเชื่อ และคุณค่าภายในของแต่ละคน (Identity-led Travel) สอดคล้องกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่เลือกออกเดินทางอย่างมีเป้าหมาย และให้ความสำคัญกับคุณค่าทางอารมณ์มากกว่าปริมาณประสบการณ์ เราเชื่อว่า Purpose is the New Pleasure หรือการเดินทางที่มีเป้าหมายเพื่อเติมเต็มคุณค่าของชีวิต ความสุขที่ได้รับนั้นย่อมลึกซึ้งและมีความหมายมากขึ้นตามไปด้วย” 

ทั้งนี้ การต่อยอดแคมเปญ “สุขทันทีที่เที่ยวไทย” มุ่งกระตุ้นให้ผู้คนตัดสินใจออกเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ผ่านการสื่อสารความสุขที่ลึกซึ้งขึ้นใน 3 ธีม หลัก ได้แก่ Memory (ความทรงจำ) ความสุขจากการได้กลับไปเชื่อมโยงกับตัวตนและความทรงจำที่ดีในอดีต เพื่อนำมาเป็นพลังในการใช้ชีวิตปัจจุบัน, Miracle (ความมหัศจรรย์) ความสุขและความอิ่มเอมใจจากการได้สัมผัสความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ รวมถึงความงดงามของ      ภูมิปัญญา และ Giving (การส่งต่อ) ความสุขจากการมอบสิ่งดีให้กับตัวเอง ผู้อื่น และโลกใบนี้ ซึ่งเป็นการเติมเต็มคุณค่าทางใจ และสร้างความหมายที่ยั่งยืนให้ทุกการเดินทาง 

“ในปีนี้ ททท. ได้ทำงานร่วมกับ Creators มาร่วมสร้างสรรค์เรื่องราวและถ่ายทอด “ความสุข” จากประสบการณ์จริง ผ่านมุมมองที่สะท้อนความเป็นตัวเอง เราต้องการใช้พลังของการเล่าเรื่องจากคนจริง เพื่อแบ่งปันคุณค่าของการท่องเที่ยวในแบบที่เข้าถึงผู้คน และจุดประกายให้นักท่องเที่ยวลุกขึ้นออกเดินทาง ค้นหาความสุข และช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ในแบบของตัวเอง” นายอภิชัย กล่าว  

ทั้งนี้ แคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวไทย โดยตลาดในประเทศ ททท. คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวในประเทศในปี 2569 ได้ถึง 1 ล้านล้านบาท และกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวไทยรวม 210 ล้านคน-ครั้ง อันจะนำไปสู่การกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นและชุมชนอย่างทั่วถึง ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและกิจกรรมต่าง ๆ ของโครงการ  ได้ทาง Facebook Page: The Story of Thailand สุขทันที ที่เที่ยวไทย (www.facebook.com/TheStoryofThailand/)

วันเด็ก’69 CPF ผนึกกำลังชุมชน ส่งต่ออาหารคุณภาพและโอกาสการเรียนรู้ทั่วไทย

วันเด็ก’69 CPF ผนึกกำลังชุมชน  ส่งต่ออาหารคุณภาพและโอกาสการเรียนรู้ทั่วไทย

วันเด็ก’69 CPF ผนึกกำลังชุมชน ส่งต่ออาหารคุณภาพและโอกาสการเรียนรู้ทั่วไทย

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569, 09.00 น.

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ร่วมส่งต่อความสุขและสร้างรอยยิ้มให้กับเด็กและเยาวชน เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ปี 2569 ผ่านกิจกรรมเพื่อสังคมที่จัดขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ โดยทำงานร่วมกับชุมชน หน่วยงานภาครัฐ และสถานศึกษา เพื่อส่งต่ออาหารคุณภาพ อุปกรณ์การเรียน และทุนการศึกษา สร้างโอกาสการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนไทยอย่างทั่วถึง

กิจกรรมวันเด็กของ CPF ในปีนี้ ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ โดยจิตอาสา CPF จากทุกกลุ่มธุรกิจร่วมลงพื้นที่จัดกิจกรรมในโรงเรียนและชุมชน ทั้งในเขตเมืองและต่างจังหวัด เพื่อเปิดพื้นที่แห่งความสุข การเรียนรู้ และการมีส่วนร่วมของน้องๆ ในชุมชนรอบสถานประกอบการในกรุงเทพมหานคร CPF จัดกิจกรรมสร้างสรรค์ในรูปแบบ “CP Space Mission” ชวนเด็ก ๆ เรียนรู้เรื่องมาตรฐานอาหารระดับอวกาศ ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ สะอาด ปลอดภัย ผ่านเกมและภารกิจเสริมทักษะที่ช่วยสร้างความเข้าใจด้านความปลอดภัยอาหารอย่างสนุกสนาน พร้อมส่งต่ออาหารและโปรตีนคุณภาพ อาทิ ไก่ทอด ไข่ต้มปอกเปลือก และไข่ต้มสมุนไพร เพื่อเติมพลังตลอดกิจกรรม

ขณะเดียวกัน ในพื้นที่ต่างจังหวัดทั่วประเทศ CPF อาทิ ภาคกลาง ภาคตะวันตก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคเหนือ และภาคใต้ ยังร่วมมอบอาหารอร่อยๆ ขนม เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ของขวัญ อุปกรณ์การเรียน ทุนการศึกษา และเกมสร้างสรรค์ เพื่อส่งต่อความสุขและโอกาสการเรียนรู้ให้กับคนรุ่นใหม่

กิจกรรมวันเด็กแห่งชาติในครั้งนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นของ CPF เคียงข้างสังคมไทย ผ่านการดูแลและส่งเสริมโอกาสให้กับเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ เพราะการให้โอกาสในวันนี้ คือรากฐานสำคัญของอนาคตที่เข้มแข็งและยั่งยืน

คุณแหน : 16 มกราคม 2569

คุณแหน : 16 มกราคม 2569

คุณแหน : 16 มกราคม 2569

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • โชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการศึกษาอบรมหลักสูตร “ต้นกล้าข้าราชการ” รุ่นที่ 9..
  • อัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ แจ้ง กรมธนารักษ์เปิดโครงการเที่ยวปีใหม่สุขใจไปกับพิพิธภัณฑ์ธนารักษ์เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ พ.ศ. 2569 ให้แก่ ปชช.ประชาชน ยกเว้นค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์ของกรมธนารักษ์ ทั้ง 5 แห่ง คือ พิพิธภัณฑ์เหรียญกษาปณานุรักษ์, พิพิธบางลำพู, พิพิธตลาดน้อย, พิพิธภัณฑ์ธนารักษ์ จ.เชียงใหม่, และ จ.ขอนแก่น ช่วง 5 – 31 มค…
  • งานสังสรรค์รับปีใหม่ ชาว BRAIN 2 มีเพื่อนๆมาร่วมกว่า 50 คน เช่น ศิริกาญจน์ ศักดิเดช ภาณุพันธ์ ณ อยุธยา, ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี, กูรดิสถ์ จันทร์ศรีชวาลา, เกษสุดา ไรวา, นุสรา อัสสกุล บัญญัติปิยพจน์, ดร.วารีรัตน์ ตั้งธนกูล, วัลยา- สุพัตรา จิราธิวัฒน์, ศศิธร จันทรสมบูรณ์, คณิต วัลยะเพ็ชร์, ปัฐมาพร ประภา, ไพศาล พิสุทธิ์วัชระกุล, ณัฐดนัย อินทรสุขศรี, อรรถพล เสือคำรณ, ไพศาล พิสุทธิ์วัชระกุล, พูลศรี จงแสงทอง, กชพรรณ นุ่มฤทธิ์, กัญญา ดิลกเรืองชัย, บุญชู สมบูรณ์ศักดิกุล, พัชรีภรณ์ ณ ส.วิกิตเศรษฐ์, อรรถพล เสือคำรณ, ภาคภูมิ วิริยะพันธุ์, ชวิศ ยงเห็นเจริญ, วงศ์วริศ เผอิญโชค..
  • พ.อ.ญ. ธณตศกร บุราคม สมาชิกวุฒิสภา พร้อมทีมงานร่วมทำบุญในพิธีตัดหวายลูกนิมิตผูกสีมาอุโบสถ วัดบ่อชุมแสง อ.สว่างอารมณ์ จ.อุทัยธานี และร่วมในการอุปสมบทหมู่..
  • พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ (BCC130) นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย และ วราภรณ์ ทรัพย์สมบูรณ์ ร่วมเป็นประธานการแข่งขันโบว์ลิ่ง BCC-PTA Bowling 2025 โดยมี คณะผู้บริหารโรงเรียน, กรรมการสมาคมศิษย์เก่ากรุงเทพคริสเตียนฯ, คณะครู-นักเรียน และผู้ปกครอง เข้าร่วมการแข่งขันซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนานเป็นกันเองของพี่น้องชาว BCC..
  • ดร.ชาลี อัศวธีระธรรม วันเกิดปีนี้ร่วมบริจาคช่วยเด็กพิการของมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ แล้วไปทานข้าวข้างนอกกับครอบครัวอย่างอบอุ่น..
  • รศ.ดร.เรวดี จงสุวัฒน์ ประชุมคณะอนุกรรมการโครงการอาหารไทย หัวใจดี เพื่อวางแผนงานปี2569 โดยมี รศ.ดร.พัชราณี ภวัตกุล, ผศ.ดร.เอกราช บำรุงพืชน์, รศ.ดร.พร้อมลักษณ์ สรรพ่อค้า, ผศ.ดวงใจ มาลัย, นัยนา สุรีชัยนิรันดร์, สมศรี เตชะวรกุล ร่วมด้วย..
  • ข่าวน่ายินดีของ พิพัฒน์-อุดมสิน สุกิจปาณีนิจ ที่บุตรชาย จิรพัฒน์ สุกิจปาณีนิจ จะฉลองมงคลสมรสกับ ชาริส หลุยส์ ดูไค มักป็อก บุตรสาว ลูอิส เปเรส-ลุซ ดูไค มักป็อก 24 มค. 12.09 น. ณ พนาฮอล์ AT RAINTREE..
  • ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง เลขาธิการกองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ชวนร่วมทำบุญรับปีใหม่ช่วยเหลือเด็กป่วยโรคมะเร็งยากไร้ทั่วประเทศ โดยบริจาคที่ บช. SCB อ่อนนุช 133-2-08742-3 ใบเสร็จรับเงินนำไปลดหย่อนภาษีได้ โทร. 02-7183800 ต่อ 123..
  • เพื่อนๆชาว MPPM 7 ชลบุรี ร่วมเสียใจและอาลัยต่อการจากไปของเพื่อนร่วมรุ่น ศราวุธ สุยะ..

น้องใหม่

มสคท. ส่งมอบความสุขเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ 2569

มสคท. ส่งมอบความสุขเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ 2569

มสคท. ส่งมอบความสุขเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ 2569

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.31 น.

มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (มสคท.) นำโดย คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ประธานกรรมการมูลนิธิ มสคท. เป็นประธานในพิธีมอบของขวัญวันเด็กให้แก่หน่วยงานที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิฯ เพื่อส่งต่อเป็นของขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ให้แก่เด็กและเยาวชนซึ่งเป็นบุตรทหารผ่านศึก และบุตรของกำลังพลในหน่วยงานราชการและเอกชน จำนวน 10 หน่วย รวมของขวัญ จำนวน 2,765 ชุด มูลค่า 190,035.50 บาท ณ ห้องประชุมมูลนิธิฯ  ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร

ในโอกาสนี้ พลเอก กานต์นาท นิกรยานนท์ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ได้รับมอบของขวัญวันเด็กจาก คุณหญิงแสงเดือนฯ จำนวน 1,675 ชุด โดยมี คุณหญิงทรงสมร คชเสนี กรรมการจัดการและเหรัญญิก พร้อมด้วย คุณจิตตานันท์ นิกรยานนท์ นายกสมาคมแม่บ้านองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก, พลโท เสรี สุคณธมาลัย รองผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก, พันเอกหญิง มนทกานต์ เสือป่า อุปนายกสมาคมฯ คนที่ 1, แพทย์หญิง ฉัตรสุมาลย์ ตันติกุล รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลทหารผ่านศึก (ฝ่ายการแพทย์) คณะกรรมการมูลนิธิฯ และ คณะผู้บริหารองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เข้าร่วมในพิธี

สำหรับหน่วยงานที่มูลนิธิฯ ให้การสนับสนุนของขวัญวันเด็กฯ ได้แก่ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก กรมสรรพาวุธทหารบก สำนักงานพัฒนาโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา สมาคมภริยาทหารเรือ สมาคมช่างผมประเทศไทย โรงเรียนจันทร์หุ่นบำเพ็ญ เป็นต้น     

เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ผนึกกำลังสถาบันอุดมศึกษา เพื่อการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างยั่งยืนน ในงาน Engagement Thailand ครั้งที่ 10

เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ผนึกกำลังสถาบันอุดมศึกษา  เพื่อการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างยั่งยืนน ในงาน Engagement Thailand ครั้งที่ 10

เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ผนึกกำลังสถาบันอุดมศึกษา เพื่อการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างยั่งยืนน ในงาน Engagement Thailand ครั้งที่ 10

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.15 น.

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ร่วมจัดนิทรรศการเผยแพร่พันธกิจในการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยใน งานประชุมวิชาการระดับชาติ Engagement Thailand ครั้งที่ 10 Future Holistic Engagement – from Local Power to Global Impact ซึ่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสมาคมพันธกิจสัมพันธ์มหาวิทยาลัยกับสังคม (EnT) จัดขึ้น  ระหว่างวันที่ 13 – 16 มกราคม 2569  ณ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และขับเคลื่อนการดำเนินงานมหาวิทยาลัยเพื่อสังคมระหว่างเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่ให้มีทักษะ และความรู้ด้านการทำวิจัยรับใช้สังคม

พิธีเปิดการประชุมจัดขึ้นเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ศ.นพ.ดร.นรินทร์ หิรัญสุทธิกุล นายกสมาคมพันธกิจสัมพันธ์มหาวิทยาลัยกับสังคม กล่าวต้อนรับ ศ. (พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเปิดการประชุมและปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “Role of University in Social Engagement Missions”

ในการนี้ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ได้เข้าร่วมจัดแสดงนิทรรศการการดำเนินงานด้านการช่วยเหลือประชาชนจากอุทกภัยแบบครบวงจรและยั่งยืน ตามพระนโยบายของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานมูลนิธิฯ ที่ทรงตั้งพระทัยให้ มูลนิธิฯ เป็นศูนย์กลางการเป็นเลิศด้านการบรรเทาทุกข์ และจัดการภัยพิบัติอันเกิดจากอุทกภัย (Center of Excellence in Flood Relief and Management) ในด้านสังคมและมนุษย์ เน้นการประสานงานกับภาคีเครือข่ายซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา เพื่อบูรณาการทำงานร่วมกันทั้งด้านการป้องกัน เพื่อให้เกิดการสูญเสียน้อยที่สุด หรือมีประสิทธิภาพมากที่สุดในการป้องกัน การสูญเสีย การบรรเทาทุกข์เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้ผ่านพ้นเวลาที่ยากลำบากไปได้ด้วยดีและการฟื้นฟูให้กับประชาชน ที่ประสบอุทกภัย ให้สามารถกลับมาดำรงชีวิตอย่างปกติได้อย่างยั่งยืน

โดยมูลนิธิฯ ได้มีการดำเนินโดยร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่องค์ความรู้ มีงานวิจัยรวมถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยี ที่สามารถนำมาใช้กับพันธกิจของมูลนิธิฯ เพื่อมุ่งไปสู่ การพัฒนาที่เกิดความยั่งยืนให้กับสังคม นับได้ว่าการดำเนินของมูลนิธิฯ มีแนวทางเดียวกันกับการจัดงานประชุมวิชาการระดับชาติ Engagement Thailand ครั้งที่ 10 ที่สนับสนุนและส่งเสริมตามแนวคิดพันธกิจสัมพันธ์มหาวิทยาลัยเพื่อสังคมร่วมกันระหว่าง“มหาวิทยาลัย”ด้วยกันเอง และระหว่าง“มหาวิทยาลัย”กับ“หน่วยงานอื่นภายนอกมหาวิทยาลัย” มีการดำเนินงานด้านพันธกิจสัมพันธ์กับองค์กรชุมชนอย่างต่อเนื่อง และเพื่อเป็นการสนับสนุนการขับเคลื่อนพันธกิจสัมพันธ์มหาวิทยาลัยกับสังคมให้เกิดความเข้มแข็ง

สำหรับการงานประชุมวิชาการระดับชาติ Engagement Thailand ครั้งที่ 11 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จะเป็นเจ้าภาพ

ร่วมเปิดโลกการศึกษาเด็กตาบอด เพื่ออนาคตเด็กพิการทางสายตา

ร่วมเปิดโลกการศึกษาเด็กตาบอด เพื่ออนาคตเด็กพิการทางสายตา

ร่วมเปิดโลกการศึกษาเด็กตาบอด เพื่ออนาคตเด็กพิการทางสายตา

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.29 น.

เด็กคือรากฐานสำคัญของสังคมและอนาคตของประเทศ ที่ต้องได้รับการดูแลส่งเสริมและพัฒนาอย่างรอบด้าน เพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพและเป็นกำลังสำคัญของสังคมในอนาคต เมื่อเด็กได้รับโอกาสทางการศึกษา การเรียนรู้ และการพัฒนาศักยภาพอย่างเหมาะสม พวกเขาจะสามารถก้าวสู่อนาคตที่ดี มีความหวัง มีคุณค่า และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมอย่างยั่งยืน

ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุข รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะของเด็กๆทั่วประเทศ ที่ถูกเติมเต็มด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์การพัฒนาศักยภาพ ได้รับโอกาสมากมายจากครอบครัวและสังคม แต่ยังมีเด็กอีกกลุ่มหนึ่งที่อาจไม่สามารถเข้าถึงโอกาสได้อย่างเท่าเทียม นั่นคือ เด็กผู้พิการทางสายตา เด็กกลุ่มเล็กๆ ที่แม้มองไม่เห็นโลกภายนอกด้วยดวงตา แต่ยังเปี่ยมไปด้วยศักยภาพและความฝัน การเปิดโอกาสทางการศึกษา ควบคู่กับการยอมรับและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากทุกภาคส่วน จึงเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยให้เด็กพิการทางสายตาได้เติบโตอย่างมีศักดิ์ศรี มีความหวัง และมีอนาคตที่มั่นคงไม่แตกต่างจากเด็กคนอื่นในสังคม โดยเฉพาะโอกาสด้านการศึกษา

แม้ว่าการศึกษาจะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็กทุกคน แต่สำหรับเด็กพิการทางสายตา เส้นทางการเรียนรู้มีข้อจำกัดที่มากกว่าเด็กทั่วไป ทั้งการเข้าถึงสื่อการเรียนการสอน บุคลากรเฉพาะทาง รวมถึงโอกาสทางการศึกษาในระยะยาว แต่ทั้งนี้ท่ามกลางอุปสรรคเหล่านี้ ยังมีพลังแห่งความหวังจากความร่วมมือของภาคสังคม หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ที่ร่วมกันยื่นมือเข้ามาสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาระบบการเรียนรู้ เทคโนโลยีอำนวยความสะดวก หรือการสร้างโอกาสที่เท่าเทียม เพื่อเปิดโลกการศึกษาที่แม้มองไม่เห็นด้วยตา แต่สามารถสัมผัสได้ด้วยหัวใจ ให้เด็กพิการทางสายตาได้ก้าวไปสู่อนาคตอย่างมั่นคงและมีคุณค่าในสังคม ช่วยให้พวกเขาสามารถเติบโตเป็นกำลังสำคัญของสังคม สามารถสร้างอาชีพ พึ่งพาตนเอง และช่วยเหลือครอบครัวได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2529 เป็นองค์กรการกุศลที่มุ่งให้โอกาสทางการศึกษาสำหรับเด็กผู้พิการทางสายตา อายุระหว่าง 3-20 ปี ตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เด็กส่วนใหญ่จะพักอาศัยอยู่ในโรงเรียน โดยเด็กๆจะได้รับการศึกษาควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพและพัฒนาทักษะชีวิต เพื่อเตรียมตัวสู่สังคมหรือศึกษาต่อในอนาคต  อาทิ การฝึกอาชีพ ดนตรี กีฬา งานนวด งานฝีมือ รวมถึงการฝึกทักษะการใช้ชีวิตสำหรับคนตาบอด เช่น การช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจำวัน การเคลื่อนไหวและการเดินทาง การอ่านและเขียนอักษรเบรลล์ นันทนาการ และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมของสังคม เพื่อเสริมสร้างความภาคภูมิใจและความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคม โดยนักเรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ

เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่ผู้พิการทางสายตา บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยาง ภายใต้แบรนด์ “POP” ได้จัดกิจกรรมเพื่อสังคมภายใต้โครงการ “ชลิต อินดัสทรีฯ เติมน้ำใจให้น้องตาบอด” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดย นางสุชญา ยงเห็นเจริญ รองประธานกรรมการ ร่วมด้วย นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด เป็นผู้แทนมอบเงินสมทบทุนการศึกษา อาหารกลางวัน รวมถึงสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เพื่อร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาของนักเรียนผู้พิการทางสายตาให้แก่น้องๆโรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ โดยมี ครูวีระชัย เกียรติจรรยา เป็นผู้แทนรับมอบ ณ โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา ในพระราชูปถัมภ์ฯ  เมื่อเร็วๆ นี้

นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด กล่าวว่า แม้น้องๆ ผู้พิการทางสายตาจะมองไม่เห็นโลกภายนอกด้วยดวงตา แต่พวกเขามีศักยภาพและความสามารถไม่ต่างจากเด็กทั่วไป หากได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสม ชลิต อินดัสทรี ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเติมโอกาสทางการศึกษา เพื่อเปิดทางให้เด็กๆเหล่านี้ก้าวไปสู่อนาคตที่มั่นคง

ด้านนางสุชญา ยงเห็นเจริญ รองประธานกรรมการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด กล่าวว่า “เด็กทุกคนควรได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะเด็กพิการทางสายตาที่ต้องการการดูแลและสนับสนุนเป็นพิเศษ เราหวังว่าการให้ในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งแรงที่มีส่วนช่วยเติมเต็มคุณภาพชีวิต และสร้างความหวังให้กับน้องๆและครอบครัวในระยะยาว”

ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบริจาคได้ที่ SCB เลขที่ 669-2-10787-4 สาขาพัทยาสาย 2 ชื่อ บ/ช ทุนบรมราชกุมารีเพื่อคนตาบอด (2536) หรืออาหารและสิ่งของจำเป็นต่างๆ ได้ที่ โทรศัพท์ 038-225-479 และ 081-359-0788 หรือเว็บไซต์ http://www.prsb.ac.th

-(016)