กลุ่มเซ็นทรัล เปิดงาน ‘จริงใจ มาหา…นคร ครั้งที่ 12’ ช้อปของดี ส่งตรงจากชุมชนทั่วไทย อร่อยฟิน ของดังประจำถิ่น

กลุ่มเซ็นทรัล เปิดงาน ‘จริงใจ มาหา...นคร ครั้งที่ 12’ ช้อปของดี ส่งตรงจากชุมชนทั่วไทย อร่อยฟิน ของดังประจำถิ่น

กลุ่มเซ็นทรัล เปิดงาน ‘จริงใจ มาหา…นคร ครั้งที่ 12’ ช้อปของดี ส่งตรงจากชุมชนทั่วไทย อร่อยฟิน ของดังประจำถิ่น

วันเสาร์ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เริ่มแล้วงาน “จริงใจ มาหา…นคร ครั้งที่ 12” ช้อปของดี ส่งตรงจากชุมชน ทั่วไทย พบกันที่เซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 13 กรกฎาคม 2568 จัดโดย กลุ่มเซ็นทรัล นำโดย บริษัทเซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ร่วมกับโครงการ “เซ็นทรัล ทำ” โครงการด้านความยั่งยืนของกลุ่มเซ็นทรัล ผนึกกำลังเปิดพื้นที่เชื่อมต่อผู้บริโภคในเมืองกับเกษตรกรและผู้ผลิตจากชุมชนทั่วไทย ยกขบวนของดีประจำท้องถิ่นกว่า 1,000 รายการ จาก 50 ชุมชน 47 จังหวัด พร้อมกิจกรรมดีต่อใจ จัดเต็มใน 7 โซนช้อปสนุก เดินเพลิน อร่อยครบ!

กลับมาปีนี้พิเศษกว่าเดิม ขยายเครือข่ายครอบคลุม 50 ชุมชน 47 จังหวัดทั่วประเทศ ยกขบวนผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพดี ทั้งผักและผลไม้ปลอดสาร ผลผลิตแปรรูป ร้านอร่อยประจำท้องถิ่น ร่วมด้วยผลิตภัณฑ์ชุมชนภายใต้โครงการเซ็นทรัล ทำ, ท็อปส์, ไทวัสดุ และโก โฮลเซลล์ มารวมไว้ให้คนเมืองเลือกซื้อถึงกลางกรุงเทพฯ  

ในปีนี้ งานจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ “จริงใจกลางกรุง From Roots to Radiance” พาเสน่ห์ความจริงใจของชาวบ้าน พืชผักตามฤดูกาล ของกินพื้นบ้านและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาเล่าในรูปแบบที่ทันสมัย สนุก และสดใส สร้าง “มหานครของความจริงใจ” อย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับงานสู่การเป็น Carbon Neutral Event อย่างแท้จริง โดยให้ความสำคัญกับการใช้วัสดุรีไซเคิล การแยกขยะ และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมกันนี้ รายได้ส่วนหนึ่งจากยอดขายจะนำไปจัดซื้อกล้าไม้ เพื่อฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวผ่านโครงการ “Plant Together” ของเซ็นทรัล ทำ

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า “กลุ่มเซ็นทรัลและบริษัทในเครือ มุ่งมั่นพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยให้มั่นคงและมีรายได้ที่ยั่งยืน ผ่านการร่วมพัฒนาสินค้าและเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายในร้านค้าเครือกลุ่มเซ็นทรัลอย่างต่อเนื่อง โดยงาน “จริงใจ มาหา…นคร” ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 12 ถือเป็นกิจกรรมสำคัญประจำปี ที่รวบรวมผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพดี ผักผลไม้ปลอดภัย และสินค้าเด่นจากท้องถิ่นกว่า 1,000 รายการ จากชุมชนทั้ง 4 ภูมิภาค ส่งตรงจากมือเกษตรกรสู่ผู้บริโภคโดยตรง

การจัดงานในครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมกับพันธมิตรทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างมั่นคง โดยผสานความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจค้าปลีกของกลุ่มเซ็นทรัล เข้ากับภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ของชุมชน ส่งเสริมให้เกษตรกรและผู้ผลิตท้องถิ่นสามารถพัฒนาสินค้าให้  ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค และขยายโอกาสสู่ตลาดอย่างยั่งยืน”

สกพอ. เปิดเวทีแข่งขัน ‘รังสรรค์เมนูแห่งฉะเชิงเทรา’ สร้างต้นแบบเมนูท้องถิ่นสู่สากล ชู Soft Power ด้านอาหาร เสริมแกร่งเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ EEC

สกพอ. เปิดเวทีแข่งขัน ‘รังสรรค์เมนูแห่งฉะเชิงเทรา’ สร้างต้นแบบเมนูท้องถิ่นสู่สากล ชู Soft Power ด้านอาหาร เสริมแกร่งเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ EEC

สกพอ. เปิดเวทีแข่งขัน ‘รังสรรค์เมนูแห่งฉะเชิงเทรา’ สร้างต้นแบบเมนูท้องถิ่นสู่สากล ชู Soft Power ด้านอาหาร เสริมแกร่งเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ EEC

วันเสาร์ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สำนักงานคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) จัดกิจกรรม การแข่งขันรังสรรค์เมนูแห่งฉะเชิงเทรา ภายใต้ โครงการยกระดับภูมิปัญญาสู่การรังสรรค์เมนูแห่งฉะเชิงเทรา โดยมี ฉัตรประอร นิยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานเปิดงาน,ดร.จุฬา สุขมา นพ เลขาธิการ สกพอ. พร้อมด้วยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย เชฟชุมพล แจ้งไพร คณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์และประธานคณะกรรมการอนุกรรมการด้านอุตสาหกรรมอาหาร,ดร.สง่า ดามาพงษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและผู้จัดการโครงการโภชนา การสมวัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.),จรงค์ศักดิ์ รองเดช พิธีกรรายการภัตตาคารบ้านทุ่ง, ดวงฤทธิ์ แคล้วปลอดทุกข์ วิทยากรผู้เชี่ยวชาญและอาจารย์พิเศษด้าน Food Stylist ระดับประเทศ, รศ.ดร.ดวงพร ภู่ผะกา อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ และ ดร.ดารินันท์ นันทวงค์ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักพัฒนาพื้นที่และชุมชน 1 กพอ. รวมทั้งภาคีเครือข่าย ปราชญ์ชุมชน ผู้เข้าร่วมการแข่งขันและสื่อมวลชนเข้าร่วมงาน ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ฉะเชิงเทรา

ดร.จุฬา สุขมานพ เปิดเผยว่า สกพอ.ดำเนินโครงการยกระดับภูมิปัญญาสู่การรังสรรค์เมนูแห่งฉะเชิงเทรา ร่วมกับภาคีเครือข่ายจากทุกภาคส่วน ได้แก่ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษาและภาคประชาสังคม มุ่งเน้นการศึกษาข้อมูลภูมิปัญญาและองค์ความรู้ด้านอาหารของชุมชนในจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อนำเข้าสู่ฐานข้อมูลองค์ความรู้ชุมชนและต่อยอดให้เกิดมูลค่าเพิ่ม ทั้งในมิติของการลงทุนในภาคอุตสาห กรรม การท่องเที่ยว และสร้างให้เกิดมูลค่าต่อห่วงโซ่อุปทานและความต้องการของวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหารในฉะเชิงเทรา ซึ่งนอกจากจะส่งเสริมให้อาหารท้องถิ่นมีอัตลักษณ์และมีศักยภาพในเชิงพาณิชย์อยู่แล้ว ยังมุ่งเข้าพัฒนาผู้ประกอบการร้านอาหารในพื้นที่ให้สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้น อันจะนำไปสู่การยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน

การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ Tradition Menu การแข่งขันรังสรรค์เมนูอาหารภูมิปัญญาดั้งเดิมแห่งฉะเชิงเทรา เลือก 1 เมนูต้นตำ รับ ได้แก่ แกงส้มปลาอีกง อำเภอบางปะกง หรือ แกงส้มไหลบัวปลาสลิด อำเภอบางน้ำเปรี้ยว และ Creative Menu การแข่งขันรังสรรค์เมนูอาหารสร้างสรรค์จากภูมิปัญญาแห่งฉะเชิงเทรา เลือก 1 เมนู จาก 11 เมนูอาหารอัตลักษณ์ของ 11 อำเภอ ใน จ.ฉะเชิงเทรา ได้แก่ ต้มยำกุ้ง อำเภอบางคล้า, แกงส้มไหลบัวปลาสลิด อำเภอบางน้ำเปรี้ยว, ปลาวงทอด อำเภอท่าตะเกียบ, มะม่วงน้ำปลาหวานปลาช่อนย่างแปดริ้ว อ.เมืองฉะเชิงเทรา, หมูหงส์ อ.แปลงยาว, ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ อ.พนมสารคาม, ข้าวต้มมัดไส้หมู อ.ราชสาส์น,ไอศกรีมข้าวไรซ์เบอรี่ อ.สนาม ชัยเขต, แกงส้มปลาอีกง อ.บางปะกง, กระยาสารท อ.บ้านโพธิ์ และบ้าบิ่นมะพร้าวน้ำหอม อ.คลองเขื่อน

 “เมนูที่ได้รับรางวัลจากการแข่งขันรังสรรค์เมนูแห่งฉะเชิงเทรา จะได้รับการส่งเสริมและเพิ่มมูลค่า เพื่อต่อยอดให้เป็นเมนูต้นแบบประจำโรง แรมในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราที่เข้าร่วมโครงการ พร้อมเผยแพร่สูตรอาหารที่ได้รับรางวัลจากการแข่งขัน เป็นองค์ความรู้ให้กับประชาชนและสามารถใช้เป็นเมนูเพื่อสร้างรายได้ ผ่านการสอนโดยสถาบันการศึกษาในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา และผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งในระดับจังหวัดและระดับประเทศ เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาดและยกระดับมาตรฐานอาหารพื้นถิ่นให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล ความสำเร็จจากโครงการยกระดับภูมิปัญญาสู่การรังสรรค์เมนูแห่งฉะเชิงเทราถือเป็นการพัฒนาองค์ความรู้และภูมิปัญญาอาหารท้องถิ่นให้สามารถเชื่อมโยงกับภาคการท่องเที่ยวและภาคอุตสาหกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการเสริมสร้างความเข้มแข็งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวด ล้อมของจ.ฉะเชิงเทราในฐานะพื้นที่ยุทธศาสตร์ของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี และมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประ เทศ และเป็นโมเดลหลักต่อการพัฒนาและขับเคลื่อนเมืองให้กลายเป็นที่อยู่อาศัยชั้นดีอย่างยั่งยืนต่อไป” ดร.จุฬา กล่าวทิ้งท้าย 

คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขาได้ร่วมพิจารณาผลงานของผู้เข้าแข่งขันอย่างรอบคอบและรอบด้าน ภายใต้หลักเกณฑ์การตัด สินที่ครอบคลุมทุกมิติ  ผลการแข่งขันในแต่ละประเภทมีรายละเอียด ดังนี้ ประเภท Tradition Menu การแข่งขันรังสรรค์เมนูอาหารภูมิปัญ ญาดั้งเดิมแห่งฉะเชิงเทรา รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีมคิดเช่นเน เมนูแกงส้มปลาอีกง รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมโล่รางวัล รองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้แก่ ทีม In box คาเฟ่ เมนูแกงส้มไหลบัวปลาสลิด รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมโล่รางวัล รองชนะเลิศ อันดับ ได้ แก่ ทีมครัวร่มไม้ชายคลอง เมนูแกงส้มไหลบัวปลาสลิด รับเงินรางวัล 4,000 บาท พร้อมโล่รางวัล ประเภท Creative Menu การแข่งขันรังสรรค์เมนูอาหารสร้างสรรค์จากภูมิปัญญาแห่งฉะเชิงเทรา รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม Gonie Cafe’ เมนูชีสเค้กคลัมเบิ้ลมะม่วงน้ำปลาหวานปลาช่อนย่าง รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมโล่รางวัล รองชนะเลิศ อันดับ ได้แก่ ทีม Flame and Flavor เมนูปลาช่อนไรซ์เบอร์เกอร์ มะม่วงกรอบ รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมโล่รางวัล รองชนะเลิศ อันดับ ได้แก่ ทีมบางคล้าคาเฟ่ แอนด์ เรสเตอรองท์ เมนูเมี่ยงพล่ากุ้งใบชะพลูกระยาสารท  รับเงินรางวัล 4,000 บาท พร้อมโล่รางวัล

สร้างความรู้คู่ความสุข ส่งมอบ ‘ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้’ เปิดโลกแห่งจินตนาการผ่านการชมภาพยนตร์

สร้างความรู้คู่ความสุข ส่งมอบ ‘ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้’ เปิดโลกแห่งจินตนาการผ่านการชมภาพยนตร์

สร้างความรู้คู่ความสุข ส่งมอบ ‘ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้’ เปิดโลกแห่งจินตนาการผ่านการชมภาพยนตร์

วันเสาร์ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) จับมือ มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ร่วมพัฒนาสังคมไทยด้วยการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชน ด้วยการสนับสนุนการจัดทำและส่งมอบ “ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้” ให้กับ น้องๆ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 58 จ.นนทบุรี เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนแห่งใหม่ให้น้อง ๆ ได้มีโอกาสเข้าถึงสื่อดิจิทัลที่มีคุณภาพในการเรียนรู้และการสืบค้นข้อมูลที่หลากหลาย ให้เยาวชนได้พัฒนาทักษะ ได้เปิดโลกแห่งจินตนาการจากการชมภาพยนตร์ การ์ตูน และสารคดีสร้างสรรค์ รวมทั้งสร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับน้องๆ จนเกิดเป็น “ความรู้คู่ความสุข” ตลอดจนได้มอบชุดอุปกรณ์กีฬาเพื่อให้น้องๆ ไว้ใช้เรียนในชั่วโมงพลศึกษา ใช้ฝึกซ้อมพัฒนาทักษะด้านกีฬา และส่งผลให้สุข ภาพร่างกายแข็งแรง

การร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในโครงการกิจกรรมเพื่อสังคมของ มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ที่จัดต่อเนื่องตลอดมาและก้าวสู่ปีที่ 9 เพื่อส่งมอบพื้นที่แห่งโอกาสและแบ่งปันความสุขให้เยาวชนในพื้นที่ห่างไกลและเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชน โดยได้จัดทำและส่งมอบห้องหนังเพื่อการเรียนรู้ไปแล้ว 75 โรงเรียน ใน 64 จังหวัด ซึ่งครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) ได้สนับสนุนการจัดทำ “ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้” มอบให้กับ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 58 จ.นนทบุรี เป็นห้องที่ 76 โดยมุ่งหวังให้ห้องหนังเป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน ที่ช่วยเปิดโลกทัศน์สู่โลกกว้างและปลูกฝังการเรียนรู้ให้แก่เยาวชน โดย พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ร่วมกับ อรุโณชา ภาณุพันธุ์ กรรมการ มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ และ สุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสื่อโฆษณา บริษัท เม เจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน)  ร่วมกันส่งมอบ “ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้” ผ่าน ปาณิสรา กาญจนะจิตรา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ประธานรับมอบ พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี ยุทธภูมิ จับจิตต์ นายอำเภอบางกรวย, ศรีทร สักลอ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาส และ วรนุช ปานบุตร ผู้อำนวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 58 จ.นนทบุรี ร่วมรับมอบ

ปาณิสรา กาญจนะจิตรา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีให้เข้าร่วมกิจกรรมดีๆ อย่างการรับมอบห้องหนังเพื่อการเรียนรู้ และชุดอุปกรณ์กีฬาให้กับโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 58 จ.นนทบุรี ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีแทนน้องๆ ที่ได้รับโอกาสจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และมูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ให้เป็นหนึ่งในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ เด็กๆ ทุกคนจะได้รับโอกาสในการพัฒนา ซี่งเชื่อว่านอกจากความรู้ ความสามารถแล้ว การมีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะฉะนั้นการมีห้องหนังเพื่อการเรียนรู้เข้ามามีส่วนร่วมในการเรียนการสอน  เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยเปิดโลกทัศน์ให้น้อง ๆ เยาวชนได้เรียนรู้ประสบการณ์ที่ดีผ่านการชมภาพยนตร์ การ์ตูน และสารคดีต่าง ๆ ตลอดจน ยังได้มอบชุดอุปกรณ์กีฬาไว้ให้น้อง ๆ ได้เรียนรู้ ออกกำลังกาย และช่วยพัฒนาทัก ษะด้านกีฬาอีกด้วย 

ด้าน พรปวีณ์ คำประกอบ ผู้แทนนักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 58 จ.นนทบุรี กล่าวว่า ตื่นเต้นและดีใจเป็นอย่างมากที่ได้รับมอบ “ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้” เพื่อเป็นสื่อการเรียนการสอนที่เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับพวกหนูการดูหนัง การ์ตูน และสารคดีต่างๆ ทำให้ได้เกิดความรู้ใหม่ๆ ทำให้เกิดจุดเปลี่ยนของความคิดได้ หนูและน้องๆ ต้องขอบคุณ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลและมูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ เป็นอย่างสูงที่มอบสิ่งที่มีค่าให้ ขอสัญญาว่าจะดูแลรักษา “ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้” เป็นอย่างดี จะใช้เพื่อการเรียนรู้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด พวกหนูจะเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน เพื่อเติบโตเป็นอนาคตที่ดีของชาติต่อไป

คุณแหน : 12 กรกฎาคม 2568

คุณแหน : 12 กรกฎาคม 2568

คุณแหน : 12 กรกฎาคม 2568

วันเสาร์ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธาน กก.ที่ปรึกาาและประธาน กก.บริหาร มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ 13 ก.ค. 09.00 น. ณ ห้องโสมกิติยาภา สำนักงานมูลนิธิฯ..

ll ในนามคณะผู้ทรงคุณวุฒิสภาลูกเสือไทย ดร.มณทิพย์ ศรีรัตนา ทาบูกานอน ไปมอบอุปกรณ์และเสบียง ให้แก่ทหาร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ที่ฐานปฏิบัติการอนุพงษ์ อ.น้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อเร็วๆนี้…

ll ขอเชิญชมสารคดีพิเศษ กระบวนพยุหยาตราทางชลมารค “พระเสด็จโดยแดนชลศิลป์แห่งสายนที” มีทั้งหมด 7 ตอน ออกอากาศทุกวันเสาร์ทาง ไทยทีบีเอส เวลา 11.00 น.(เริ่มตอนที่ 1 ไปเมื่อเสาร์ที่แล้ว) ฝีมือกำกับภาพและทำดนตรีประกอบ โดย ขจรศักดิ์ นฤภัทร ผู้กำกับภาพยนตร์โฆษณา ซึ่งสั่งสมประสบการณ์มาทำซีรีส์สร้างสรรค์ และสารคดีพิเศษให้ ไทยพีบีเอส ส่วนภรรยา มานิดา จัดทำคำบรรยายพร้อมบรรยาย…ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานที่ยิ่งใหญ่ น่าภูมิใจแท้…

ll เศรษฐกิจยามนี้แสนสาหัส ผู้คนพยายามหาทางทำมาหากิน เพื่อความอยู่รอด…แม้ ชมพูนุช นวมภักดี แห่ง @ พระนคร วิภาวดี 64 เปิดร้านพร้อมซักอบรีด ร้าน สปาเล็บ ผม ดำเนินกิจการอยู่รอดปลอดภัย ไม่ได้เดือดร้อนอะไรอยู่แล้ว แต่ก็หาทางช่วยผู้คนให้มีที่ทำมาหากิน อาทิ เปิดร้านขายอาหารอีสานช่วงเย็นถึงดึก ให้ลูกน้องเก่าที่มาขอทำงาน และอนุญาตให้ ร้านคุณอิ๊ดกล้วยทอด กะหรี่ปั๊บ เข้ามาขายในร้านได้ช่วงเช้า-บ่าย เนื่องจากเขตหลักสี่จัดระเบียบในซอย…น้ำใจดีงามพระรามเก้าน่ายกย่องเป็นยิ่งนัก…

ll ขอแสดงความเสียใจกับ คัทลียา ศิลารัตน์ ที่สูญเสีย คุณแม่วิไล ไปเมื่อเร็วๆนี้ งานประชุมเพลิง จัดวันที่ 12 ก.ค.17.00 น.ณ เมรุ วัดลาดพร้าว ขอเชิญเพื่อนๆในวงการสิ่งแวดล้อมมาร่วมงานฯ…

ll สุรศักดิ์ แก้วพรหมมาลย์ ไปทริปถวายเทียนพรรษากับเพื่อนๆ กลุ่มเที่ยวของชาวขสมก.ที่ราชบุรีกลับมาแล้ว ต้องมาซ้อมร้องเพลงใน “งานรักษ์ทะเลบางขุนเทียน“ ในวันที่ 12 ก.ค.ซึ่งเป็นงานของศูนย์นันทนาการ บางขุนเทียน…

ll ขอแสดงความยินดี ในโอกาสครบรอบ 46 ปี ที่ ฟอง – สุวรรณา เบญจดล จดทะเบียนสมรสกันที่ฮุสตัน สหรัฐฯ เมื่อ 4 ก.ค.ตรงกับวันชาติอเมริกาพอดี…

ll แต่รายนี้ ไม่ทราบว่าเพราะ โชคชะตา ฟ้าลิขิต หรือ ด้วยความบังเอิญ ทำให้ ธนารัตน์ ปีเตอร์สัน เจ้าของวันเกิด 4 ก.ค.(วันชาติอเมริกา) ได้สมรสกับคนอเมริกัน…น่าอัศจรรย์ใจจริงๆ…

ll ใช้เวลาถ่ายภาพเสือโคร่งมานานหลายปี จนสำเร็จเสร็จสมอารมณ์หมาย แสนดีใจจะหาไหนเทียมทัน เกษม สนิทวงศ์ฯ มีความพยายามเป็นเลิศ ได้ภาพเสือโคร่งที่พึงพอใจแล้ว มาแชร์ให้เพื่อนๆเฟซบุ๊คชม …โดยในอดีต เคยใช้เวลาต่อเนื่องยาวนานถ่ายภาพนกยูงที่ห้วยขาแข้ง หมดฟิล์มไปมากมาย จนถ่ายภาพได้สำเร็จสมใจปรารถนา…น่าชื่นชมในความทรหดอดทนของท่านจริงๆ…

ll นิรมล เรียบร้อยเจริญ เตรียมมองหาร้านอาหารไทยดีๆ เหมาะสมจัดเลี้ยงให้เพื่อนชาวเยอรมนีของสามี สุวัฒน์ ผู้ล่วงลับ ในเร็วๆนี้…

ll เทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.ปชป. ช่วงนี้มีกาแฟโรบัสต้า จากชุมพรมาขายออนไลน์ เคยนำไปให้อดีตนายกฯ ชวน หลีกภัย กับอดีตนายกฯ ดร.อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดื่มแล้ว ชอบมาก เป็นกาแฟดำ รสชาติดี…

ll วันก่อน อดีต ผอ.ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมด้านสิ่งแวดล้อม กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม อาทิ บุญชอบ สุทธมนัสวงศ์ (อดีตปลัดกระทรวงแรงงาน) ฯลฯ ไปร่วมงานเลี้ยงส่งข้าราชการหลายคน ลาออกก่อนเกษียณ…สมองไหลไปเป็นที่เรียบร้อย…

บารอนเนส

LYN เปิดตัวแคมเปญ ‘It’s a Bow Day’ กับ โบว์ เมลดา สุศรี เฉลิมฉลองเสน่ห์เฉพาะตัวของผู้หญิงยุคใหม่ ต้อนรับ Fall 2025

LYN เปิดตัวแคมเปญ ‘It’s a Bow Day’ กับ โบว์ เมลดา สุศรี เฉลิมฉลองเสน่ห์เฉพาะตัวของผู้หญิงยุคใหม่ ต้อนรับ Fall 2025

LYN เปิดตัวแคมเปญ ‘It’s a Bow Day’ กับ โบว์ เมลดา สุศรี เฉลิมฉลองเสน่ห์เฉพาะตัวของผู้หญิงยุคใหม่ ต้อนรับ Fall 2025

วันศุกร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 16.29 น.

LYN (ลิน) แบรนด์แฟชั่นแอคเซสเซอรี่อันดับหนึ่งที่ครองใจผู้หญิงไทยที่รักในแฟชั่นเปิดตัวกระเป๋าสุดไอคอนิก กับแฟชั่นประจำฤดูกาล Fall 2025 ภายใต้แคมเปญ It’s a Bow Day” โดยมีแนวคิดหลัก #WithLYN ที่สะท้อนจุดยืนของแบรนด์ในการส่งเสริมให้ทุกคนกล้าเผยตัวตนที่แท้จริงอย่างมั่นใจ เพราะสไตล์ที่แท้จริง คือ การออกแบบเพื่อสะท้อนตัวตนเฉพาะตัวของแต่ละคน  แคมเปญ It’s a Bow Day” จึงเป็นการถ่ายทอดเรื่องราวผ่าน โบว์-เมลดา สุศรี นักแสดงสาวผู้เปี่ยมด้วยเสน่ห์และความมั่นใจในแบบของตัวเอง ผ่านโมเมนต์แห่งความอิสระ สนุกสนานและเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ ถ่ายทอดมุมมองของผู้หญิงยุคใหม่ที่ไม่กลัวการแสดงออกถึงตัวตน และไม่ยึดติดกับมาตรฐานความงามของสังคมแบบเดิม

งานในครั้งนี้ได้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด #WithLYN อันเป็นพื้นที่แห่งการเฉลิมฉลองตัวตน และความงามที่แตกต่างอย่างมีเสน่ห์ ให้ทุกคนได้เปล่งประกายในแบบที่เป็น Enjoy Every Moment #WithLYN” โดยมี โบว์–เมลดา ปรากฏตัวในลุคสุดปัง ที่สะท้อนทั้งความมั่นใจและเสน่ห์ของผู้หญิงยุคใหม่ได้อย่างลงตัว พร้อมได้รับเกียรติจาก ซี–พฤกษ์ พานิช นักแสดงหนุ่มชื่อดังมากความสามารถ มาร่วมถ่ายทอดเสน่ห์ของกระเป๋าคอลเลกชั่นใหม่ได้อย่างน่าจับตามอง

แคมเปญ It’s a Bow Day ประจำฤดูกาล Fall 2025 โบว์-เมลดา ได้ปรากฏตัวในหลากหลายลุค ตั้งแต่ ลุคพาวเวอร์สูทสุดเท่คู่กับน้องหมาพุดเดิ้ลแสนรัก ไปจนถึงลุคขี้เล่นสดใส และลุคโรแมนติกที่เปล่งประกายในสไตล์เฟมินีน ถ่ายทอดผ่านกระเป๋า 3 รุ่นไอคอนิคของ LYN ที่เป็นตัว แทนของผู้หญิงในทุกบทบาทของชีวิต ได้แก่ Ivar กระเป๋าทรงเหลี่ยมขอบโค้งมน เรียบหรู ผสมผสานเส้นสายเรขาคณิตเข้ากับความอ่อนช้อยในสไตล์โมเดิร์น พร้อมดีเทลสายโซ่โอเวอร์ไซส์ที่กลมกลืนกับสีของกระเป๋า มอบความรู้สึก Everyday Luxury เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ต่อมา Betzy เป็นกระเป๋าขนาดพอดีรูปทรงสี่เหลี่ยม เพิ่มความสนุกด้วยฟัซซี่แบร์ชาร์มสวมแว่นตาดาวสุดน่ารัก เติมมู้ด playful ให้ลุคทันที สายกระเป๋าโค้งช่วยให้ถือหรือสะพายไหล่ได้อย่างมีสไตล์ มาในเฉดสีสดใส และสุดท้ายของคอลเลกชั่นนี้ Jaylen กระ เป๋าที่นำมานิยามใหม่ให้กับความเฟมินีน ด้วยแพทเทิร์นควิลต์ลายตาราง พร้อมดีเทลโลโก้ฮาร์ดแวร์โทนทองบนสายโซ่ ถ่ายทอดความหรูหราอย่างไร้กาลเวลา สามารถใช้ได้ตั้งแต่กลางวันจนถึงกลางคืน พรอ้มกับวัสดุและโทนสีให้เลือกมากมาย พร้อมตอบโจทย์การใช้งานในทุกๆ วันของผู้หญิงยุคใหม่ที่มั่นใจในตัวเอง

สะท้อนสไตล์อันโดดเด่นของคุณไปกับคอลเลกชั่นใหม่ LYN Fall 2025 ไปกับแคมเปญ It’s a Bow Day ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน LYN ทุกสาขา และช่องทางออนไลน์ที่ www.lynaccs.com

Bravo BKK ร่วมกับภาครัฐและเอกชน เชิดชูวัฒนธรรมไทย สืบสานประเพณีทางพุทธศาสนา ในกิจกรรมถวายเทียนพรรษา ณ วัดอุทัยธาราม

Bravo BKK ร่วมกับภาครัฐและเอกชน เชิดชูวัฒนธรรมไทย สืบสานประเพณีทางพุทธศาสนา ในกิจกรรมถวายเทียนพรรษา ณ วัดอุทัยธาราม

Bravo BKK ร่วมกับภาครัฐและเอกชน เชิดชูวัฒนธรรมไทย สืบสานประเพณีทางพุทธศาสนา ในกิจกรรมถวายเทียนพรรษา ณ วัดอุทัยธาราม

วันศุกร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.55 น.

Bravo BKK ร่วมกับ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย, สำนักงานเขตห้วยขวาง, สถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน, บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (BEM), สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) หรือ สทร., โรงพยาบาลพระราม 9, โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงเรียนวัดอุทัยธาราม และชุมชนใกล้เคียง จัดกิจกรรมถวายเทียนพรรษา เนื่องในเทศกาลวันเข้าพรรษา ประจำปี 2568 ขึ้น 14 ค่ำ เดือน 8 วันที่ 9 กรกฎาคม 2568 ณ วัดอุทัยธาราม แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 

กิจกรรมถวายเทียนพรรษาครั้งนี้จัดขึ้นโดยการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ร่วมสนับสนุนโดยพันธมิตรภาครัฐและเอกชน รวมถึง Bravo BKK เพื่อเป็นการสืบสานวัฒนธรรมไทย และประเพณีอันดีงามของชาวพุทธ งานนี้ผู้บริหารนำโดย คุณโกห์ ซู ซิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บราโว บีเคเค จำกัด คุณเลวี่ ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านประสบการณ์ลูกค้า บริษัท บราโว บีเคเค จำกัด คุณอริสรา วังอุทัย ณ ลำปาง ที่ปรึกษาระดับผู้บริหารฝ่ายประสานงานภาครัฐและกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท บราโว บีเคเค จำกัด และพนักงานของ Bravo BKK ได้ร่วมขบวนแห่เทียนพรรษาพร้อมกับองค์การต่าง ๆ โดยเริ่มต้นตั้งขบวนจากหน้าอาคารศูนย์บริหารทางพิเศษ กทพ. เคลื่อนไปยัง Bravo BKK และเข้าสู่วัดอุทัยธาราม บนถนนกำแพงเพชร 7 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร รวมระยะทาง 1.1 กิโลเมตร ก่อนทำการแห่เทียนวนทักษิณาวรรตรอบอุโบสถ แล้วถวายเทียนพรรษา ผ้าอาบน้ำฝน และจตุปัจจัยไทยธรรม แด่พระพระภิกษุสงฆ์ที่จำพรรษาอยู่ ณ วัดอุทัยธาราม 

โดยงานนี้ทาง Bravo BKK ได้จัดโรงทานให้ผู้มาร่วมบุญได้อิ่มอร่อยกับอาหารเป็นการร่วมบุญอีกทางหนึ่งด้วย ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความงดงามของรอยยิ้มอิ่มใจจากบรรดาผู้บริหาร พนักงาน ของ Bravo BKK และทุกคนที่มาร่วมสืบสานประเพณีแห่เทียนพรรษา ซึ่งต่างมีส่วนร่วมทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาด้วยกันในครั้งนี้

ไอซีเอส ผนึก SIRIRAJ H SOLUTIONS ฉลองครบรอบ 2 ปี ตอกย้ำความสำเร็จ เปิด 2 คลินิกใหม่ ตอบโจทย์คนรักสุขภาพครอบคลุมทุกด้าน

ไอซีเอส ผนึก SIRIRAJ H SOLUTIONS ฉลองครบรอบ 2 ปี ตอกย้ำความสำเร็จ เปิด 2 คลินิกใหม่ ตอบโจทย์คนรักสุขภาพครอบคลุมทุกด้าน

ไอซีเอส ผนึก SIRIRAJ H SOLUTIONS ฉลองครบรอบ 2 ปี ตอกย้ำความสำเร็จ เปิด 2 คลินิกใหม่ ตอบโจทย์คนรักสุขภาพครอบคลุมทุกด้าน

วันศุกร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.07 น.

ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ ตรงข้ามไอคอนสยาม จับมือ ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันและบูรณาการสมดุลชีวิต SIRIRAJ H SOLUTIONS จัดงาน “ปีที่ 2 แห่งแรงบันดาลใจของการใส่ใจสุขภาพในทุกวินาที” ตอกย้ำความสำเร็จ ยอดผู้ใช้บริการเพิ่มต่อเนื่อง รวม 2 ปีกว่า 48,000 ราย เปิด 2 คลินิกใหม่ คลินิกทันตกรรม และคลินิก Sleep @SIRIRAJ H SOLUTIONS ตอบโจทย์คนรักสุขภาพครอบคลุมยิ่งขึ้น คาดช่วยเพิ่มผู้ใช้บริการรายใหม่อีก 20% 

ไพรัช วิเศษศิริลักษณ์ ผู้บริหารสายงานบริการลูกค้า บริษัท ไอซีเอส จำกัด กล่าวว่า ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ ร่วมกับ ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันและบูรณาการสมดุลชีวิต SIRIRAJ H SOLUTIONS จัดงานยิ่งใหญ่ “ปีที่ 2 แห่งแรงบันดาลใจของการใส่ใจสุขภาพในทุกวินาที : The 2nd Year of Health Inspirations in Every Second” ฉลองโอกาสครบรอบ 2 ปี การเปิดศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันและบูรณาการสมดุลชีวิต SIRIRAJ H SOLUTIONS ณ ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ ซึ่งจากการเปิดให้บริการตลอด 2 ปี ศูนย์ฯ ได้รับการตอบรับอย่างดีจากจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับการใส่ใจสุขภาพมากขึ้น จนเทรนด์การดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตกลายเป็นหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของผู้คนยุคใหม่ ซึ่ง SIRIRAJ H SOLUTIONS ถือเป็นหนึ่งในโมเดลที่ตอบโจทย์ความต้องการนี้ได้อย่างรอบด้าน ด้วยการให้บริการด้านสุขภาพเชิงลึกโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพร้อมองค์ความรู้ที่น่าเชื่อถือของศิริราช 


ทั้งนี้ จากความสำเร็จตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่า SIRIRAJ H SOLUTIONS ได้กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายที่คนรักสุขภาพทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ความไว้วางใจ เป็นศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันและบูรณาการที่เข้าถึงได้สะดวก และมั่นใจได้ในคุณภาพมาตรฐาน ยิ่งไปกว่านั้น SIRIRAJ H SOLUTIONS ยังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเทรนด์ Wellness Tourism การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ตอบรับกับวิถีชีวิตยุคใหม่ ให้เดินหน้าเติบโตอย่างมีศักยภาพ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ ไอซีเอส ในการสร้างคอมมูนิตี้ที่ส่งเสริมการใช้ชีวิตอย่างสมดุล มีคุณภาพ และมีความสุขในทุกวัน ส่วนทิศทางจากนี้ ไอซีเอส และ SIRIRAJ H SOLUTIONS จะจับมือร่วมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับสังคมต่อไปอีกในปีที่ 3 และปีต่อ ๆ ไปอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต


“SIRIRAJ H SOLUTIONS คือภาพของความร่วมมือระหว่างภาคการแพทย์ระดับแนวหน้ากับภาคธุรกิจและชุมชนที่ร่วมกันคิด ร่วมกันสร้าง และผลักดันนวัตกรรมสุขภาพให้เกิดขึ้นจริง ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Co-creation ของ ICS ที่เชื่อว่าทุกภาคส่วนสามารถร่วมกันขับเคลื่อนสังคมคุณภาพได้” ไพรัช กล่าว


ด้าน ศ.ดร.นพ.ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานว่า ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมาว่า ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันและบูรณาการสมดุลชีวิต SIRIRAJ H SOLUTIONS เปิดให้บริการ 19 คลินิก ครอบคลุมทุกเพศ ทุกวัย และเข้าถึงง่ายในการดูแลสุขภาพครบวงจร พร้อมให้การดูแลด้านการฉีดวัคซีนตามช่วงอายุ โดยนับตั้งแต่เปิดให้บริการในปี 2567 มีจำนวนผู้รับบริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งรายบุคคล ตลอดจนในรูปแบบองค์กรภาครัฐและเอกชน รวม 2 ปี มีผู้รับบริการไปแล้วกว่า 48,000 ราย โดยคลินิกที่มีผู้รับบริการมากที่สุด 5 ลำดับ ได้แก่ คลินิกเลเซอร์ผิวหนังและความงาม, ศูนย์ตรวจสุขภาพ, คลินิกอายุรศาสตร์, ศูนย์ถันยรักษ์ และคลินิกสุขภาพหญิง นับเป็นความสำเร็จอีกขั้นของการให้บริการด้านการแพทย์โดยทีมแพทย์ศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ในการให้บริการทางการแพทย์ภายนอกโรงพยาบาลศิริราช


จากสถิติในปีที่ผ่านมา มีผู้มารับบริการที่ SIRIRAJ H SOLUTIONS ในวันจันทร์-วันศุกร์ เฉลี่ย 250-300 รายต่อวัน และในวันเสาร์-วันอาทิตย์ เฉลี่ย 400-500 รายต่อวัน ส่วนใหญ่เป็นชาวไทย 90% ชาวต่างชาติ 10% และยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ย 5-10% ต่อเดือน ตามกระแสความต้องการของผู้ใส่ใจสุขภาพที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้น 


สำหรับทิศทางของปีที่ 3 จากนี้ ตั้งเป้าที่จะเพิ่มการบริการให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาได้เปิดคลินิกใหม่ 2 คลินิกบริการ คือ คลินิกทันตกรรม ซึ่งมีผู้สนใจเข้ารับบริการเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสุขภาพฟัน การขูดหินปูน การถอนฟัน การผ่าฟันคุด รวมถึงการรักษาโรคเหงือก นับตั้งแต่เปิดให้บริการเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา มียอดผู้รับบริการมากกว่า 500 รายแล้ว และคลินิก Sleep @SIRIRAJ H SOLUTIONS ที่เปิดให้ผู้มีปัญหาด้านการนอนกรนซึ่งส่งผลต่อภาวะสุขภาพ สามารถรับบริการขอคำปรึกษาโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนได้ อีกทั้งยังมีบริการ Sleep Test @Home รับเครื่องตรวจการนอนหลับไปทดสอบการนอนที่บ้าน โดยที่ผู้รับบริการไม่ต้องนอนโรงพยาบาล 


ทั้งนี้ จากการเปิดบริการ 2 คลินิกใหม่ คาดว่าจะช่วยเพิ่มจำนวนผู้รับบริการรายใหม่มากขึ้น 20% โดยมีแผนรองรับผู้ใช้บริการประมาณ 500-1,000 รายต่อวัน นอกจากนี้ยังมีแผนการขยายฐานผู้รับบริการในปี 2569 ไปยังผู้รับบริการแบบองค์กรภาครัฐและเอกชนด้วยการเพิ่มบริการตรวจสุขภาพและบริการฉีดวัคซีนนอกสถานที่โดย Mobile Checkup เพื่อตอบสนองความต้องการของแต่ละองค์กรและสถานประกอบการ
นอกจากนี้ เพื่อร่วมฉลองให้กับความสำเร็จในปีที่ 2 ก้าวสู่ปีที่ 3 ของ SIRIRAJ H SOLUTIONS ไอซีเอส ยังมอบโปรโมชั่นพิเศษสุดเอ็กคลูซีฟ “The 2nd Anniversary Healthy Verse 2Gether” ให้สมาชิก ONESIAM ที่ซื้อโปรแกรมตรวจสุขภาพหรือหัตถการความงาม และนวดไทยแบบราชสำนัก กับ SIRIRAJ H SOLUTIONS ครบ 5,000 บาทขึ้นไป แลกรับ SIAM GIFT CARD มูลค่า 1,000  บาท ได้ทันที จำนวน 100 สิทธิ์ตลอดรายการ รวมมูลค่า 100,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 7 – 31 กรกฎาคม 2568 ติดตามเงื่อนไขการรับรางวัลได้ที่เฟสบุ๊ก ICS 


SIRIRAJ H SOLUTIONS เปิดให้บริการแก่ผู้ที่รักสุขภาพทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-22.00 น. ณ ชั้น 5  ICS Lifestyle Complex สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 02-414-1144 หรือติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ Website : https://sirirajhsolutions.com/  หรือ Facebook : SIRIRAJ H SOLUTIONS

EnCo Terminal คว้ารางวัล FIABCI-Thai PRIX D’EXCELLENCE AWARDS 2025 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

EnCo Terminal คว้ารางวัล FIABCI-Thai PRIX D’EXCELLENCE AWARDS 2025 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

EnCo Terminal คว้ารางวัล FIABCI-Thai PRIX D’EXCELLENCE AWARDS 2025 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 13.49 น.

นายศิรศักดิ์ จันเทรมะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และนางกิตติยา บรรทัดจันทร์ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์ พัฒนาธุรกิจและการตลาด บริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด (EnCo) เป็นตัวแทนรับมอบรางวัล โครงการอสังหาริมทรัพย์ดีเด่น FIABCI-Thai PRIX D’EXCELLENCE AWARDS 2025 จาก นายวุฒิพงศ์ จิตตั้งสกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง งานนี้จัดขึ้นโดยสมาคมการค้าอสังหาริมทรัพย์สากล (FIABCI) เพื่อมอบแก่โครงการที่มีความโดดเด่น และได้รับการยอมรับในระดับสากล ณ โรงแรมรอยัล ออร์คิด เชอราตัน ริเวอร์ไซด์ แบงค็อก โดย EnCo Terminal (EnTer) หนึ่งในอาคารสำนักงานให้เช่าย่านหลักสี่–ดอนเมือง ภายใต้การบริหารของ EnCo คว้ารางวัลประเภท Sustainable & Innovative Office ไปครอง ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการอนุรักษ์พลังงาน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนให้กับสังคมไทยมากว่า 20 ปี

โครงการ EnCo Terminal (EnTer) โดดเด่นด้วยการออกแบบสถาปัตยกรรมและฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์การทำงานยุคใหม่ ด้วยแนวคิด “The Future Station” ที่ผสานความก้าวหน้า เทคโนโลยี และความยั่งยืนไว้อย่างลงตัว รองรับไลฟ์สไตล์การทำงานแบบ Hybrid พร้อมสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะของผู้ใช้อาคารในทุกด้าน อาทิ

· สถาปัตยกรรมและแนวคิดการออกแบบ

ออกแบบให้โดยเน้นความทันสมัย พร้อมพื้นที่ภายในสำนักงานที่ยืดหยุ่น ตอบสนองการทำงานในรูปแบบต่าง ๆ อย่างคล่องตัว

· เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม

ระบบระบายความร้อนอาคาร ระบบระบายอากาศให้อากาศหมุนเวียน ระบบจัดการน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม และพื้นที่สีเขียวภายในอาคาร เพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานที่ผ่อนคลายและมีความสุข

· มาตรฐานสากลและการรับรอง

อาคารได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 14001 ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม และ WELL Health Safety Rating 2024 จาก IWBI มาตรฐานระดับโลกด้านสุขภาวะและความปลอดภัยของผู้ใช้อาคาร

· สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

พร้อมรองรับทุกความต้องการของชีวิตและการทำงาน ด้วยฟิตเนส สระว่ายน้ำ ฟู้ดคอร์ท ห้องประชุมขนาดใหญ่ พื้นที่จัดงานอเนกประสงค์ พร้อมที่จอดรถกว่า 600 คัน และ EV Charger

รางวัลโครงการอสังหาริมทรัพย์ดีเด่น FIABCI-Thai PRIX D’EXCELLENCE AWARDS 2025 ในครั้งนี้ ตอกย้ำถึงบทบาทของ EnCo ในฐานะผู้พัฒนาและบริหารอสังหาริมทรัพย์ที่มีมาตรฐานสากล คำนึงถึงความยั่งยืนในทุกมิติ พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจตามแนวทาง ESG เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมในชุมชนเมืองต่อไป

-(016)

ชลิต อินดัสทรี ถวายเทียนพรรษา สืบสานประเพณีไทยช่วงเข้าพรรษา

ชลิต อินดัสทรี ถวายเทียนพรรษา สืบสานประเพณีไทยช่วงเข้าพรรษา

ชลิต อินดัสทรี ถวายเทียนพรรษา สืบสานประเพณีไทยช่วงเข้าพรรษา

วันศุกร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 13.43 น.

เทศกาลเข้าพรรษา คือช่วงเวลาสำคัญทางพระพุทธศาสนา มีจุดเริ่มต้นจากพุทธบัญญัติในสมัยพุทธกาล ที่ทรงให้พระสงฆ์งดการเดินธุดงค์ในฤดูฝน เพื่อหลีกเลี่ยงการเหยียบย่ำต้นกล้าและสัตว์เล็กในนา ซึ่งพระสงฆ์จะจำพรรษาอยู่ ณ วัดใดวัดหนึ่งเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อปฏิบัติธรรม ศึกษาพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด และเป็นโอกาสให้พุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญ รักษาศีล ฟังธรรม และถวายสังฆทานอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงพรรษา โดยเริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ไปจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ซึ่งในปี 2568 นี้ตรงกับวันที่ 11 กรกฎาคม – 7 ตุลาคม 2568

กิจกรรมสำคัญในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ชาวพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศจะร่วมกันทำบุญ รักษาศีล ฟังธรรม และสืบสานประเพณี “การถวายเทียนพรรษา” ซึ่งเป็นประเพณีสำคัญที่สืบทอดกันมายาวนานในสังคมไทยที่แสดงถึงความเคารพศรัทธาในพระพุทธศาสนาและความร่วมมือของชุมชนในการส่งเสริมคุณธรรมและวัฒนธรรมไทย นอกจากจะเป็นการสั่งสมบุญกุศลแล้ว การถวายเทียนพรรษายังสะท้อนถึงวิถีชีวิตและจิตใจอันงดงามของชาวพุทธสานิกชน ที่ร่วมใจกันส่งเสริมพระพุทธศาสนาและอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีไทยให้คงอยู่คู่สังคมสืบไป

เพื่อร่วมสืบสานพุทธศาสนาและส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีไทย บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์และอะไหล่ยาง ภายใต้แบรนด์ “POP” ได้จัดกิจกรรม “ชลิต อินดัสทรี สืบสานพุทธศาสนา ร่วมใจถวายเทียนพรรษา” ณ วัดศรีบูรณาวาส (วัดโคก) ตำบลโคกขาม อำเภอเมืองสมุทรสาคร

ในโอกาสนี้ นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ พร้อมคณะผู้บริหาร นางมนัสนันท์-นายอธิวัฒน์ เปรมพุฒิพันธ์ รวมทั้งพนักงานบริษัทฯ ได้ร่วมกันถวาย “ต้นเทียนพรรษา” พร้อมด้วยผ้าอาบน้ำฝน และเครื่องจตุปัจจัยไทยธรรม แด่ พระครูสาครจริยาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดศรีบูรณาวาส พร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์จำนวน 5 รูป นอกจากนี้ยังได้ร่วมกิจกรรม “หล่อเทียนพรรษา” ที่ทางวัดศรีบูรณาวาสได้จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนในชุมชนใกล้เคียงได้ร่วมกันทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและสืบสานวัฒนธรรมไทยอันดีงาม อีกทั้งยังเป็นการเสริมสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวอีกด้วย

กิจกรรมในครั้งนี้ สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของบริษัทฯ ในการปลูกฝังคุณธรรมและจิตสำนึกที่ดีให้กับบุคลากร สร้างความสามัคคีภายในองค์กร ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจในการพัฒนาสังคมและชุมชนอย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้ ชลิต อินดัสทรี ยังมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ยานยนต์อย่างต่อเนื่อง ด้วยมาตรฐานคุณภาพระดับสากล เช่น ISO 9001 และ IATF 16949 ตลอดจนการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียว โดยผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “POP” ได้รับความไว้วางใจจากทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ เอเชียตะวันออก แอฟริกา ตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย อเมริกาใต้ และยุโรปตะวันออก

-(016)

บทความพิเศษ : ‘รู้เขารู้เขมร’ ราชมรรคา : สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน

บทความพิเศษ : ‘รู้เขารู้เขมร’ ราชมรรคา : สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน

บทความพิเศษ : ‘รู้เขารู้เขมร’ ราชมรรคา : สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน

วันศุกร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.03 น.

สุวรรณภูมิในอดีต  ไม่รู้จักคำว่า “พรมแดน” หรือ “ประเทศ”  แบบที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน หากแต่ผืนแผ่นดินและผู้คนล้วนเชื่อมโยงกันด้วยเครือข่ายแห่งวัฒนธรรม ศรัทธา และการคมนาคมที่สานรวมอารยธรรมหลากหลายในภูมิภาคเข้าด้วยกัน “ราชมรรคา” เส้นทางหลวงโบราณพันปี  คือหนึ่งในรากฐานสำคัญของความเชื่อมโยงดังกล่าว โดยเฉพาะเส้นทางสายหลักที่ทอดยาวจากวิมายปุระ (พิมาย) สู่ศูนย์กลางอำนาจของอาณาจักรขอมที่นครวัด ซึ่งมิใช่เพียงทางเดินของกองทัพหรือกองเกวียนขนเกลือ หากคือเส้นเลือดหล่อเลี้ยงอารยธรรมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในยุคนั้น

พิมาย: เมืองแม่บทก่อนนครวัด

ก่อนที่นครวัดจะปรากฏเป็นปราสาทหินชื่อดังในประวัติศาสตร์ เมืองพิมาย หรือวิมายปุระ กลับก่อรูปมาก่อน  เมืองพิมายแห่งนี้ตั้งอยู่ริมลำจักราชและแม่น้ำมูล ที่หล่อเลี้ยงชีวิตของดินแดนอุดมสมบูรณ์ “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” มาแต่โบราณ ความชุ่มชื้นของดิน น้ำ และความสามารถของชาวพื้นเมือง ทำให้พื้นที่นี้กลายเป็นศูนย์กลางทั้งด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรมตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ จากหลักฐานชิ้นส่วนสัตว์โลกล้านปีเช่นเสือเขี้ยวดาบ และเต่ายักษ์ ที่บ่อทราย บ้านตะกุดขอน   หรือโครงกระดูกมนุษย์โบราณที่บ้านธารปราสาท แสดงถึงการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์เมื่อกว่า 3,000 ปีมาแล้ว  ขุดเรืออีโปงจากต้นตาลเพื่อใช้สัญจรไปตามลำน้ำ ตอกย้ำความเก่าแก่และความสามารถในการปรับตัวต่อภูมิประเทศที่ชาญฉลาด

ราชมรรคา: เส้นทางขนส่งเกลือ เหล็ก เครื่องปั้นดินเผา ปลาร้า และวัฒนธรรม

ราชมรรคาไม่ได้เป็นเพียงเส้นทางของขบวนราชรถหรือทัพศึก แต่ยังเป็นโครงข่ายเศรษฐกิจที่มีชีวิตชีวา   เครื่องปั้นดินเผาพิมายดำ และเตาถลุงแร่เหล็กใกล้เส้นทาง     พิสูจน์ถึงความสามารถทางเทคโนโลยีอันชาญฉลาดของคนโบราณ ชาวอีสานแถบทุ่งกุลาร้องไห้และแม่น้ำสงคราม ใช้เกวียนเทียมวัวขนเกลือสินเธาว์  ผ่านเส้นทางราชมรรคาสู่หมู่บ้านริมทะเลสาบเขมร เพื่อใช้ในการผลิต “ปราฮก” หรือปลาร้าที่เป็นเครื่องปรุงพื้นฐานของครัวเขมรและอีสานจนถึงปัจจุบัน ขบวนวัวเกวียนเหล่านี้มิใช่เพียงผู้ค้า แต่ยังทำหน้าที่เป็นพาหะทางวัฒนธรรมที่นำความเชื่อ ภาษา งานหัตถกรรม และเทคนิคการเกษตรระหว่างดินแดนพรมแดนให้ทำการแลกเปลี่ยนและผสมกลมกลืน

นอกจากนี้ ราชมรรคา ยังเอื้อให้เกิดการเผยแพร่ศิลปะและศาสนา ตั้งแต่ยุคของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 และ 2 ที่นำพาศิลปะแบบไวษณพที่เป็นลัทธิบูชาพระวิษณุเข้าสู่อีสาน ปราสาทหินพิมายนั้นแม้จะเป็นพุทธสถานมหายาน แต่ก็รับอิทธิพลศิลปะเขมร ชวา และอินเดียอย่างกลมกลืน ผ่านภาพแกะสลัก เทวรูป และการวางผังเมืองที่สะท้อนทั้งความศักดิ์สิทธิ์และความเป็นศูนย์กลางทางจิตวิญญาณของภูมิภาค

การเมืองระหว่างแผ่นดิน เบื้องหลังความรุ่งเรืองของราชมรรคา ยังมีบริบทของสายเลือดและการสืบอำนาจที่แผ่ขยายไปทั้งสองฝั่งของเทือกเขาพนมดงรัก ราชวงศ์มหิธรปุระ (Mahidharapura) ซึ่งเป็นเชื้อสายของกษัตริย์ขอมสำคัญหลายพระองค์ เช่น พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 และ 7 มีบทบาทในการขยายอิทธิพลผ่านศาสนา สถาปัตยกรรม และการปกครองที่รวมศูนย์อย่างมีแบบแผน ในขณะที่ราชวงศ์ตระซ๊อกประแอม (Trasak Paem) ซึ่งถือเป็นราชวงศ์ของเขมรในยุคถัดมา มีบทบาทในการฟื้นคืนอำนาจท้องถิ่นและรูปแบบการปกครองแบบผสมผสานกับอิทธิพลของอาณาจักรอื่นอย่างอยุธยา ทำให้ราชมรรคาในช่วงหลังไม่เพียงรับบทเป็นทางเดินของสินค้า หากแต่เป็นเวทีทางการทูตและความสัมพันธ์ระหว่างราชวงศ์

เส้นทางแห่งความทรงจำ แม้เมื่อกาลเวลาล่วงเลย เส้นทางราชมรรคาจะเงียบเหงาไปตามการเสื่อมถอยของอาณาจักรขอม โดยเฉพาะในปลายสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 9 (ราว พ.ศ. 1821–1845) แต่ซากหลักหิน บาราย และหมู่บ้านที่ยังดำรงอยู่บริเวณสองฝั่งเส้นทางโบราณ ยังยืนหยัดเป็นพยานแห่งอารยธรรม

วันนี้ พิมายยังคงเป็นเมืองเกษตรกรรมที่อุดมสมบูรณ์ เป็นที่ตั้งของปราสาทหินพิมาย สมบัติแห่งชาติที่ดึงดูดผู้มาเยือนทั้งเพื่อชมสถาปัตยกรรม และสัมผัสมรดกทางจิตวิญญาณที่ยังคงเต้นอยู่ในจังหวะของราชมรรคา เส้นทางที่ไม่เพียงเชื่อมเมืองต่อเมือง แต่เชื่อมใจของคนสองแผ่นดินเข้าด้วยกันผ่านกาลเวลาที่ผ่านไป

โดย   สุริยพงศ์

ขอบคุณภาพจาก อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย , วิกิพีเดีย