เลี่ยงผลิตภัณฑ์แปรรูป หนึ่งปัจจัยเสี่ยง ‘มะเร็งเต้านม’

เลี่ยงผลิตภัณฑ์แปรรูป หนึ่งปัจจัยเสี่ยง ‘มะเร็งเต้านม’

เลี่ยงผลิตภัณฑ์แปรรูป หนึ่งปัจจัยเสี่ยง ‘มะเร็งเต้านม’

วันพุธ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในยุคที่ชีวิตเร่งรีบ อาหารแปรรูปกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยม ด้วยความสะดวก หาซื้อได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นไส้กรอก แฮม หรืออาหารกระป๋อง แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่าอาหารเหล่านี้เต็มไปด้วยสารกันบูดและสารเคมี ถ้าทานบ่อยๆ ซ้ำๆ ก็จะเพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็ง ซึ่งรวมถึง “มะเร็งเต้านม”  เช่นกัน  ทั้งนี้ ข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติในปี พ.ศ. 2563 พบว่ามีผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ 18,000 คนต่อปี และเสียชีวิตประมาณ 4,800 คน ซึ่งแนวโน้มอัตราการเกิดโรคยังคงเพิ่มขึ้น นับเป็นสถิติที่น่าเป็นห่วง

แพทย์หญิงจิราวดี  ร่วมเจริญชัย แพทย์ผู้ชำนาญการด้านมะเร็งเต้านม ศูนย์เต้านม โรงพยาบาลวิมุต ให้ข้อมูลว่า มะเร็งเต้านม คือการเจริญเติบโตที่ผิดปกติของเซลล์ในเนื้อเยื่อเต้านม และสามารถแพร่กระจายไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกายได้ ซึ่งเมื่อเป็นจะมีอาการ เช่น คลำพบก้อนเนื้อบริเวณเต้านมหรือใต้รักแร้ รูปร่างเต้านมผิดปกติ รู้สึกเจ็บหรือมีแผลบริเวณหัวนม ทั้งนี้ มะเร็งเต้านมสามารถแบ่งได้สองกลุ่มใหญ่ ๆ กลุ่มหนึ่งมีสาเหตุจากความผิดปกติของพันธุกรรม พบได้ประมาณ 10-15% ของผู้ป่วย ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งสาเหตุไม่ชัดเจน แต่ปัจจุบันพบว่ามีบางปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านม เช่น เป็นเพศหญิง มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็ง เคยฉายรังสีบริเวณหน้าอก เคยเป็นมะเร็งเต้านมข้างหนึ่ง รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ได้แก่ การกินอาหารแปรรูปเป็นประจำ การใช้ยาฮอร์โมน ภาวะน้ำหนักเกิน การดื่มแอลกอฮอล์ การใช้ยาฮอร์โมนทดแทนหลังวัยหมดประจำเดือน

มะเร็งเต้านมในระยะแรกมักไม่มีอาการ แต่ถ้าสังเกตเห็นความผิดปกติบริเวณเต้านมหรือคลำแล้วเจอก้อนเนื้อ ก็ควรรีบมาพบแพทย์ทันที และโดยปกติแนะนำให้ผู้หญิงทุกคนที่อายุ 40 ปีขึ้นไป มาตรวจคัดกรองแม้จะยังไม่มีอาการ เพราะยิ่งตรวจเจอไวก็ยิ่งมีโอกาสรักษาให้หายขาดได้มากขึ้น การวินิจฉัยจะเริ่มจากการตรวจร่างกาย คลำเต้านม ตรวจต่อมน้ำเหลือง ซักประวัติ และทำแมมโมแกรมร่วมกับอัลตราซาวด์ หากพบความผิดปกติ จะมีการเจาะชิ้นเนื้อเพื่อตรวจเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ก้อนที่คลำพบอาจไม่ใช่มะเร็งเสมอไป แต่อาจเป็นถุงน้ำหรือเนื้องอกธรรมดา หากตรวจพบมะเร็งเต้านมตั้งแต่ระยะแรก จะเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้มากกว่า 90% ในระยะ 5 ปีแรก ซึ่งวิธีการรักษามะเร็งเต้านมจะขึ้นอยู่กับระยะและลักษณะมะเร็งของแต่ละคน มีทั้งการผ่าตัด การให้ยา และการฉายรังสี

ทุกคนสามารถลดความเสี่ยงโรคมะเร็งได้ด้วยตนเอง ด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน นอกจากนี้ควรเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ รวมถึงลดการกินอาหารแปรรูป และหันมาเลือกกินอาหารปรุงสดใหม่ที่มีประโยชน์เพื่อส่งเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย

พญ.จิราวดี  ร่วมเจริญชัย

ปัจจุบันมะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในเพศหญิง ส่วนใหญ่ยังมีสาเหตุไม่ชัดเจน แต่เราก็สามารถดูแลตัวเองเพื่อลดความเสี่ยงได้ เริ่มจากเรื่องทั่วไปในชีวิตประจำวัน ออกกำลังกายบ่อย ๆ กินอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อร่างกาย พยายามลดและเลี่ยงอาหารแปรรูป ที่สำคัญคือการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมเป็นประจำทุกปี แม้จะยังไม่มีอาการใด ๆ จะช่วยให้ตรวจเจอโรคตั้งแต่เนิ่น ๆ เพิ่มโอกาสรักษาให้หายขาดได้

หากมีข้อกังวลหรือสงสัย สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่ศูนย์เต้านม ชั้น 4 หรือโทรนัดหมาย 02-079-0040 เวลา 8.00-20.00 น. หรือใช้บริการ Telemedicine ปรึกษาแพทย์ออนไลน์ผ่าน ViMUT App คลิก https://bit.ly/372qexX

เฮอร์บาไลฟ์ ร่วมฉลองวันผู้บริจาคโลหิตโลก 2568 จัดกิจกรรมบริจาคโลหิต ‘ Give Blood, Give Life’

เฮอร์บาไลฟ์ ร่วมฉลองวันผู้บริจาคโลหิตโลก 2568 จัดกิจกรรมบริจาคโลหิต ‘ Give Blood, Give Life’

เฮอร์บาไลฟ์ ร่วมฉลองวันผู้บริจาคโลหิตโลก 2568 จัดกิจกรรมบริจาคโลหิต ‘ Give Blood, Give Life’

วันพุธ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เฮอร์บาไลฟ์ บริษัทชั้นนำด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ที่มาพร้อมชุมชนและแพลตฟอร์มระดับโลก จัดกิจกรรมบริจาคโลหิตประจำปี “Give Blood, Give Life ” เนื่องในวันบริจาคโลหิตโลก จัดที่สำนักงานใหญ่ เฮอร์บาไลฟ์ ประเทศไทย อาคารจีพีเอฟ ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ  โดยกิจกรรมครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนและดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ทั้งนี้ ได้รับการตอบรับอย่างดีจากอาสาสมัครของเฮอร์บาไลฟ์ และบุคคลทั่วไป ทำให้สามารถจัดเก็บโลหิตได้รวมทั้งสิ้น 34 ยูนิต

อธิปพงศ์ ผดุงเกียรติวงศ์

นายอธิปพงศ์ ผดุงเกียรติวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฮอร์บาไลฟ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงกิจกรรมในครั้งนี้ว่า “กิจกรรมนี้สอดคล้องกับพันธกิจของเฮอร์บาไลฟ์ในการสนับสนุนสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คนและชุมชน รวมถึงเจตนารมณ์ในการตอบแทนสังคมอย่างต่อเนื่อง พวกเรารู้สึกภูมิใจและยินดีที่กิจกรรมอันทรงคุณค่านี้ยังคงได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากนักธุรกิจเฮอร์บาไลฟ์, พนักงาน และประชาชนทั่วไป ที่มาร่วมกันบริจาคโลหิตเพื่อช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์”

ผู้เข้าร่วมบริจาคโลหิตในกิจกรรมครั้งนี้ได้รับเครื่องดื่มนิวทริชันแนล โปรตีน ดริ้งค์ มิกซ์ หรือเติมเต็มความสดชื่นกันด้วยชาเขียวสกัดของเฮอร์บาไลฟ์ รวมทั้งยังได้รับของว่างโปรตีนอย่างดีลักซ์ โปรตีนบาร์ รสวานิลลา อัลมอนด์ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ขนมผสมโปรตีนนมชนิดแท่งเคลือบช็อกโกแลตผสมถั่วอัลมอนด์บดและข้าวพอง และกล่องข้าว Go Green รักษ์โลกเพื่อเป็นการขอบคุณและส่งเสริมการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดีและรักษ์โลก  อีกทั้ง ผู้บริจาคทุกคนยังสามารถอัปเดตข้อมูลการบริจาคในบัตรประจำตัวผู้บริจาคโลหิตที่ออกโดยสภากาชาดไทยได้อีกด้วย

จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) การบริจาคโลหิตมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อกลุ่มผู้ป่วยหลายประเภท เช่น หญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะแทรกซ้อน เด็กที่มีภาวะโลหิตจางอย่างรุนแรง ผู้ประสบอุบัติเหตุ ผู้ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด และผู้ป่วยโรคมะเร็ง โดยโลหิตสามารถเก็บรักษาได้ในระยะเวลาจำกัด จึงต้องมีการบริจาคอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มีโลหิตสำรองเพียงพอในทุกช่วงเวลา

สนใจข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม หรือติดตามเคล็ดลับด้านสุขภาพ กดติดตามเราได้ที่ : https://www.herbalife.com/th Facebook/HerbalifeThailandOfficial, Instagram/HerbalifeThailandOfficial หรือแผนกบริการลูกค้าโปรดติดต่อ 02 660 1600 หรือ Line OA: HerbalifeTH

เพียเจต์ เชิญ 3 โกลบอล แอมบาสเดอร์ ร่วมเปิดตัวไฮจิวเวลรี่คอลเลกชั่นใหม่

เพียเจต์ เชิญ 3 โกลบอล แอมบาสเดอร์ ร่วมเปิดตัวไฮจิวเวลรี่คอลเลกชั่นใหม่

เพียเจต์ เชิญ 3 โกลบอล แอมบาสเดอร์ ร่วมเปิดตัวไฮจิวเวลรี่คอลเลกชั่นใหม่

วันพุธ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เพียเจต์ (Piaget) เปิดตัว “Shapes of Extraleganza” คอลเลกชั่นเครื่องประดับอัญมณีชั้นสูงประจำปี 2025 อย่างเป็นทางการ!
โดยปีนี้เมซงเลือกเฉลิมฉลองผลงานการสร้างสรรค์บทที่สองภายใต้ซีรีส์ไตรภาค Extraleganza ณ เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ผ่านนิทรรศการสุดยิ่งใหญ่ที่พาคุณไปสำรวจอย่างลึกซึ้ง ถึงแง่มุมแห่งความกล้าหาญ ความสามารถในการเล่นกับรูปทรง ตลอดจนความหรูหราที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน อันเป็นแก่นแท้ของสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเมซง

“Shapes of Extraleganza” คอลเลกชั่นเครื่องประดับจิวเวลรีชั้นสูง ผลงานการสร้างสรรค์ภาคต่อจาก “Essence of Extraleganza”
ที่ในปีนี้เผยโฉมออกมาด้วยพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์และความตื่นเต้นอีกครั้ง ผ่านการนำเสนอชิ้นงานที่เปี่ยมด้วยความร่วมสมัยและมีความหมายทางวัฒนธรรม บอกเล่าความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของเพียเจต์ที่มีต่องานศิลปะ ทั้งยังเชิดชูความร่วมมือระหว่างเมซงและศิลปินต่างๆ ไปจนถึงบรรดานักสะสมที่มีชื่อเสียง ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

แม้จะถ่ายทอดมุมมองทางศิลปะต่างกันออกไป แต่เครื่องประดับแต่ละชุดภายใต้ “Shapes of Extraleganza” กลับเชื่อมโยงขนบ
ของเมซงในทุกมิติเวลาไว้อย่างเหนียวแน่น เป็นการบรรจบกันของอดีตและปัจจุบัน, ประวัติศาสตร์และความทันสมัย ได้อย่างลงตัว
ทั้งยังแฝงด้วยจิตวิญญาณแห่งความสนุกสนาน เย้ายวนและยากที่จะคาดเดาในแบบฉบับของเพียเจต์ ประกอบด้วยผลงานทั้งหมด 51 ชิ้น ที่เน้นการเล่นกับลายเส้นกราฟฟิก รูปทรงเรขาคณิต สามเหลี่ยมที่เฉียบคม ไปจนถึงรูปทรงที่เป็นอิสระ ทั้งยังอ้างอิงถึงศิลปะแนว Pop Art, Op Art ลวดลายก้นหอยที่มักพบในแฟชั่นยุค 70s หรือเส้นโค้งมนอันเป็นดีไซน์เฉพาะตัวของยุค 60s เรียกได้ว่าเป็นการพบกันระหว่างโลกแห่งจิวเวลรีชั้นสูงและวัฒนธรรมป็อปที่ลงตัวอย่างน่าอัศจรรย์

สำหรับกาล่าดินเนอร์ดังกล่าวจัดขึ้นที่ Seminari Conciliar de Barcelona โดยมี สามโกลบอล แอมบาสเดอร์คนสำคัญของแบรนด์ เดินทางไปร่วมงาน นำโดย อาโป-ณัฐวิญญ์ จากประเทศไทย, เจียนนา จอน และ อีจุนโฮ จากฝั่งเกาหลีใต้ ร่วมด้วย แบรนด์เฟซชาวอังกฤษ Ella Richards หรือที่คุ้นเคยกันดีในฐานะหลานสาวของ Keith Richards แห่งวง The Rolling Stones และ นักแสดงชาวอเมริกัน Amber Valletta ที่ปรากฏตัวในฐานะ เฟรนด์ของแบรนด์คนล่าสุด

อาโป เลือกสวมเรือนเวลา Andy Warhol รุ่น  High Jewellery เวอร์ชั่นล่าสุด หน้าปัดรังสรรค์จากโอปอลที่แต่งแต้มไปด้วยประกาย
สีน้ำเงินและสีเขียวหลากโทน ราวกับภาพสะท้อนจากกล้องสลับลาย อีกหนึ่งชิ้นงานที่สะท้อนถึงความพิถีพิถันในการคัดสรร
จนสามารถเฟ้นหาโอปอลที่มีขนาดใหญ่พอกับตัวเรือนขนาด 45 มิลลิเมตร ได้อย่างเหมาะเจาะ ประดับแซฟไฟร์ทรงบาแกตต์ที่จัดเรียงอย่างสมบูรณ์แบบเป็นสามแถวล้อมรอบขอบตัวเรือน เพิ่มความโดดเด่นให้สไตล์ด้วยต่างหู Treasures ที่นำมาประดับเป็นเข็มกลัดบนปกสูทได้อย่างชาญฉลาด

ขณะที่สองตัวแทนจากเกาหลีใต้ ร่วมกันถ่ายทอดเสน่ห์ของคอลเลกชั่นไฮจิวเวลรี “Shapes of Extraleganza” ได้อย่างน่าค้นหา โดย เจียนนา จอน ปรากฏตัวพร้อมเครื่องประดับชุด Wave Illusion ที่งดงามด้วยสปิเนลสีแดงและสีชมพูอมส้มอันหายาก ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากกระแส Memphis ในปี 1980 ไว้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งในแง่สีสันและเส้นเรขาคณิตอันบริสุทธิ์ ด้าน อีจุนโฮ มาในลุคนาฬิกา Arty Pop หน้าปัดมาลาไคท์ ที่หยิบเอาความหลากหลายทางด้านรูปทรงและเส้นสายมาเชื่อมโยง ซ้อนทับกันอย่างมีสไตล์ จับคู่กับแหวน Graphic Prism ประดับมรกตและเพชร ที่เข้ากันได้เป็นอย่างดีกับธีมของนาฬิกา

ผลงานชิ้นเอกของคอลเลกชั่นนี้ที่สร้างความตื่นตะลึง นั่นคือ Endless Motion นาฬิกาตั้งโต๊ะที่ออกแบบและประดิษฐ์ขึ้นให้เสมือนเป็นงานประติมากรรมที่เคลื่อนไหวได้ (Mobile Sculpture) ผลงานชิ้นนี้เป็นตัวแทนแห่งสายสัมพันธ์ของ Piaget ที่มีให้กับโลกศิลปะและศิลปินทั้งหลาย อีกทั้ง ยังเป็นผลงานที่รังสรรค์เพื่อยกย่องอัจฉริยภาพของ Alexander Calder และผลงานศิลปะแนวจลศาสตร์จากยุค 1970 กล่าวได้ว่าเป็นการเฉลิมฉลองให้กับการสร้างสรรค์บนแนวทาง “Play of Shape” หรือการเล่นกับรูปทรงที่เมซงยึดมั่นมาอย่างยาวนาน   

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ จัดขบวนพาเหรดฉลอง PRIDE MONTH ปักหมุดแลนด์มาร์กงาน PRIDE ใหญ่ที่สุดของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ จัดขบวนพาเหรดฉลอง PRIDE MONTH  ปักหมุดแลนด์มาร์กงาน PRIDE ใหญ่ที่สุดของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ จัดขบวนพาเหรดฉลอง PRIDE MONTH ปักหมุดแลนด์มาร์กงาน PRIDE ใหญ่ที่สุดของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก

วันพุธ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ร่วมกับ สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย ผนึกกำลังภาครัฐ อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กรุงเทพมหานคร,สำนักงานเขตบางกะปิ, สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) รวมถึงหน่วยงานภาคเอกชนและภาคประชาสังคมย่านบางกะปิ จัดงาน “We All Pride Thailand 2025 @ Bangkapi” แลนด์มาร์กงาน PRIDE ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก จัดขบวนพาเหรดสร้างสีสันแห่งความภาคภูมิใจอย่างยิ่งใหญ่ นำโดยเหล่าศิลปินดารา LGBTQ+ และนางงามจากหลายเวที พร้อมเปิดพื้นที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ จัด PRIDE EXHIBITION และ All Gender Charity Market ร้านของดารา-อินฟลูเอนเซอร์ LGBTQ+ ตลอดจนจัดกิจกรรม PRIDE และโปรโมชั่นพิเศษจากร้านอาหารในศูนย์การค้ามากมาย ตั้งแต่วันนี้ –  30 มิถุนายน นี้ ที่ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา

การจัดงาน We All Pride Thailand 2025 @ Bangkapi  ในปีนี้ ถือเป็นการรวมพลังของภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาสังคมย่านบางกะปิ โดยได้รับเกียรติจาก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยภาคเอกชน นำโดย  นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด, นายกิตตินันท์ ธรมธัช นายกสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย ท่ามกลางความสนใจของประชาชนและชาว LGBTQ+ที่มาร่วมขบวนพาเหรดอย่างคับคั่ง

บรรยากาศในวันงานเต็มไปด้วยสีสัน ธงสีรุ้งโบกสะบัดในพื้นที่เขตบางกะปิตลอดเส้นทางแห่งความภาคภูมิใจ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมในทุกมิติกับขบวนพาเหรด “We All Pride Thailand 2025 @ Bangkapi” ซึ่งจัดอย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้แนวคิด “รัก เข้าใจ ศักดิ์ศรี เท่าเทียม” ผ่านขบวนพาเหรด 4 ขบวน

นำขบวนโดย 5 คฑากร จากเวที LGBTQ+ พร้อมด้วย วงโยธวาทิต นำขบวน  ต่อด้วย ขบวนที่ 1 We All Love “รัก” ในทุกสิ่ง  รักในความแตกต่างหลากหลายของมนุษย์  โดยมีเหล่านางงามและนายแบบจากหลากหลายเวทีมาร่วมแสดงพลัง อาทิ ทีมนางสาวไทย 2568 นำโดย เอมมี่-พรชนิตว์ สุจริตกุล รองอันดับ1 นางสาวไทย2568 , แพรว-กีราณา หยู่ทอง ,แก้ม-พณิดา ตั้งตระกูลเจริญ, พลอย-สวรรณกมล รัตนวุฒิรัตน์ , ทีม Mister Global Thailand 2024 แพทริค โพธิ์งาม ฟอร์สเนอร์  Mister Global Thailand 2024 , ไท-ชนาวีร์ ประสงค์กิจ, ฟ็อก-ปรเมษฐ์ มั่นยืน, นะพัฒน์-ชลพัฒน์ พรมมาสิม, ทีม NEXT U Teenage 2024 เจสซี่-จัสมิน เซลิค  NEXT U Teenage 2024 ,แพรวา-หทัยชนก พรหมบุตร ,พิมพ์ดาว-ไรวินท์ดา แจ่มฟ้า ,แพนเค้ก-พัชรนันท์ อุษาฟ้าพนัส,จี่จี๊-พร้อมพร พร้อมพันธุ์, ทีม NEXT U Junior 2024 เเป้งหอม-นันท์นภัส ธะนะศรีศิวนาถ NEXT U Junior 2024 ,ป่านแก้ว- ป่านแก้ว เจริญสุข, กีด้า-กิรฎา สถาวรมณี ,ขิง-จิตตา พิบูลย์วรวงศ์, เป็นปลื้ม-เป็นปลื้ม อุณหไพบูลย์

ตามด้วย ขบวนที่ 2 We All Understanding เรียนรู้อย่าง “เข้าใจ” ต่อด้วย ขบวนที่ 3 We All Dignity พร้อมด้วย “ศักดิ์ศรี” และปิดท้ายด้วย ขบวนที่ 4  We All Equality  ยึดมั่นในความเสมอภาค “เท่าเทียม” ซึ่งขบวนพาเหรดครั้งนี้  ศิลปินดารา อินฟลูเอนเซอร์ LGBTQ+ อาทิ ดร.โก้-ธีรศักดิ์ , ปุ๋ย-นิทัศน์ พร้อมใจกันมาร่วมสร้างสีสัน พร้อมทีม Mister Rainbow Sky Thailand , Miss Queen Rainbow Sky Thailand และ Mr Gay Universe Thailand  ร่วมแสดงพลังแห่งความภาคภูมิใจ  

นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัทเดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า  เดอะมอลล์ กรุ๊ป มุ่งมั่นในการเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นต้นแบบของ “Inclusive Society” หรือสังคมแห่งความหลากหลายและเท่าเทียมในระดับภูมิภาค พร้อมร่วมขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครสู่การเป็น Global Pride Destination และเตรียมความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดงาน Bangkok World Pride ในปี 2030 อย่างภาคภูมิใจ  พร้อมปักหมุดเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ในฐานะคอมมูนิตี้ที่พร้อมเปิดรับความหลากหลาย และความเท่าเทียมของกลุ่ม LGBTQ+

เฉลิมฉลองความหลากหลายและความเท่าเทียมกับ PRIDE MONTH ยิ่งใหญ่ตลอดเดือนมิถุนายน นี้ ที่ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ทุกสาขาและเดอะมอลล์ โคราช  ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : The Mall Group

เปิดตัว ‘The Botanique Lab’ ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

เปิดตัว ‘The Botanique Lab’ ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

เปิดตัว ‘The Botanique Lab’ ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

วันพุธ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท รอยส์แล็บ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์เสริมภูมิคุ้มกันและสุขภาพองค์รวม เปิดตัวแบรนด์น้ำมันหอมระเหย The Botanique Lab ซึ่งคัดสรรวัตถุดิบเกรดบำบัดนำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส เพื่อนำเสนอศาสตร์แห่งกลิ่นบำบัดที่สนับสนุนการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมอย่างแท้จริง

การเปิดตัวครั้งนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือกับไอเอ็มดับเบิลยู เมดิคอล เวลเนส คลินิกเวชศาสตร์ฟื้นฟูเชิงป้องกันที่ให้ความสำคัญกับการเสริมภูมิคุ้มกัน การปรับสมดุลภายในร่างกายและการชะลอวัยอย่างยั่งยืน โดยพิธีเปิดได้รับเกียรติจาก ฌ็อง-โกลด ปวงเบิฟ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย และ มาดามมาริโกะ ปวงเบิฟ ภริยา พร้อมด้วย คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ฯ และ จรรย์สมร วัธนเวคิน ผู้ก่อตั้ง ธนาคารเกียรตินาคินภัทร โดยมี ดร.ปิยะ เสียงสุคนธ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท รอยส์แล็บ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และ ดร.ศุภณิจ กุลศิริ รองประธานกรรมการบริหารฯ ให้การต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ

ภายในงานมีนักธุรกิจ แขกผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายวงการ ผู้รักสุขภาพ สื่อมวลชนจากฝรั่งเศสและประเทศไทย อาทิ สุชัญญา ธนาลงกรณ์ ,นภานันท์ ชูพจน์เจริญ ,ยาจิตร ยุวบูรณ์ ,อรสา พัฒนมะเหลือง, เก๋ ชลดา สิริสันต์ ,อรรถวดี จิรมณีกุล,บี พีระพัฒน์ เถรว่อง,สิตามนินท์ สุสมวัฒนะกุล,ชญาดา ลิ่วเฉลิมวงศ์,แพร สิริสันต์,บุญสินี ฟูตระกูล,กรวิภา ชมพูนุท ณ อยุธยา เข้าร่วมอย่างคับคั่ง เพื่อสัมผัสมิติใหม่ของการดูแลสุขภาพผ่านกลิ่นบำบัดที่เชื่อมโยงธรรมชาติเข้ากับศาสตร์แห่งการฟื้นฟู

คุณแหน : 25 มิถุนายน 2568

คุณแหน : 25 มิถุนายน 2568

คุณแหน : 25 มิถุนายน 2568

วันพุธ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

..ll นราพัฒน์ แก้วทอง ผช.รมต. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยมหาสมุทร ครั้งที่ 3 (UN Ocean Conference 3) ณ เมืองนีซประเทศฝรั่งเศส โดยมี ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี, อรรถพล เจริญชันษา เข้าร่วมการประชุม ซึ่งประเทศไทยได้ประกาศเจตนารมณ์ยืนยันความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการมหาสมุทรอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์และความร่วมมือทุกภาคส่วนมุ่งสู่เป้าหมายในการอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ทางทะเลอย่างน้อย 30% ภายในปี 2573

..ll ชุติพร เสชัง ผวจ.นครสวรรค์ เป็นประธานเปิดการประชุมสภาเทศบาลเมืองตาคลี เพื่อให้การดำเนินงานของเทศบาลเมืองตาคลี เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

..ll อโรชา นันทมนตรี ผวจ.นครปฐม เป็นประธานเปิดงาน“สินค้าดี ผลิตภัณฑ์เด่น OTOP นครปฐม”อย่างยิ่งใหญ่ ณ วัดไผ่ล้อม พระอารามหลวง จ.นครปฐม

..ll ท่านผู้หญิงเพ็ชรา เตชะกัมพุช มอบเงินสมทบกองทุนห้องผ่าตัดศิริราช โดยมี ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล รับมอบ

..ll ยินดีกับ เกษร กำเหนิดเพ็ชร ที่ได้เป็นว่าที่ผู้อำนวยการ สนง.ศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย

..ll คมคาย ธูสรานนท์ นำทีมเพื่อนและญาติมิตร พิมพาพรรณ ชาญศิลป์, นฤมล ปุณกิตติเกษม,กาญจนา แสมขาว, รศ.พญ.เยาวลักษณ์ ชาญศิลป์,วรรณภา อาจแย้มสรวล และ วิทยา ดำรงค์ศักดิ์กุล ตะลุยเที่ยวโดโลไมท์ อิตาลีแบบเจาะลึก ต่อด้วยเทือกเขาสูงและทะเลสาบในออสเตรีย รวม 10 วันมีความสุขสดชื่นทั่วหน้าก่อนกลับมาหน้าดำคร่ำเครียดกับงานต่อไป

..ll ชื่นชม ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ที่ บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (NER)สร้างคุณค่าที่มากกว่ายาง ได้มอบรถพยาบาลกู้ชีพขั้นสูง สนับสนุนภารกิจช่วยชีวิต ผ่านโครงการบริจาครถพยาบาล 108 คัน ทั่วประเทศในเมตตา ครูบาอริยชาติ อริยจิตฺโต ล่าสุดได้มอบให้ รพ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์

..ll เพื่อนๆ ยินดีกับ ไชยยง รัตนอังกูร ที่ได้เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้

..ll แม้มีภารกิจมากแต่ด้วยสปิริตของรุ่นพี่ ดร.เอื้อมพร ปัญญาใส, นพ.ภัทรวินฑ์ อัตตะสาระ,ศลิษา หาญพานิช, กำพล โชคสุนทสุทธิ์,จักร โกศัลยวัตร,ทรงพล พลรัฐ,เลิศรัตน์ รตะนานุกูล จัดสรรเวลามาเป็นที่ปรึกษาการนำเสนอผลงานกลุ่มให้หลักสูตร Digital CEO#8

..ll วันเกิดปีนี้ ฐานนท์ เรืองวิวัฒนพันธุ์ ไปพักผ่อนที่หัวหินกับครอบครัวอย่างอบอุ่น

..ll ดร.ปรีสาร รักวาทิน ชวนผู้บริหารรัฐและเอกชนรุ่นใหม่เข้าร่วมเรียนหลักสูตร“ดิจิทัลจั๊มสตาร์ท”รุ่นที่ 3 เพื่อพัฒนาองค์กรสู่ยุคดิจิทัล ผ่านองค์ความรู้ด้าน Digital Big Data,Digital Automation,Digital Connect,Digital Access เรียนรู้จากวิทยากรกว่า 60 ท่าน พร้อมศึกษาดูงานในประเทศและต่างประเทศ ณ นครปักกิ่งและเทียนสิน สมัครได้ถึง 24 ก.ย. รายละเอียดได้ที่ 089-1428990 หรือ https:// http://www.depa.or.th/th/article-view/depa-young-digital-ceo-3

น้องใหม่

Life & Health : สาวมือใหม่ขับรถหน้าฝนลุยน้ำท่วมอย่างไร

Life&Health : สาวมือใหม่ขับรถหน้าฝนลุยน้ำท่วมอย่างไร

Life&Health : สาวมือใหม่ขับรถหน้าฝนลุยน้ำท่วมอย่างไร

วันพุธ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ฝนตก รถติด น้ำท่วมขัง กลายเป็นภาพคุ้นตาของฤดูฝนในเมืองไทย ที่ทำเอาหลายคนโดยเฉพาะสาว ๆ ที่ต้องขับรถลุยเดี่ยว ต้องพกทั้งความกล้าและความระวังไว้เต็มพิกัด เพราะการขับขี่ท่ามกลางสายฝน หรือเสี่ยงต้องลุยน้ำท่วมขัง ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของทัศนวิสัยที่แย่ลงเท่านั้น แต่ยังอาจนำไปสู่สถานการณ์ไม่คาดฝันได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะสำหรับมือใหม่หัดขับ หรือผู้หญิงที่ขับรถคนเดียวไม่มีผู้ช่วยคอยให้คำปรึกษา การขับรถในหน้าฝนจึงเป็นเรื่องท้าทาย  เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถรับมือกับฝนตกหนัก ถนนลื่น หรือน้ำท่วมได้อย่างมั่นใจ

ข้อมูลจาก นายชวิศ ยงเห็นเจริญ  กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์ภายใต้แบรนด์  “POP” ซึ่งเป็นชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์มาตรฐานสากลฝีมือคนไทยที่ได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมยานยนต์มาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี ให้คำแนะนำว่า  การขับรถหน้าฝนที่ต้องเผชิญกับฝนตกหนัก น้ำท่วม หรือสภาพถนนที่คาดเดาไม่ได้  และเมื่ออยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ผู้ขับรถมือใหม่ที่ขาดประสบการณ์  หรือผู้หญิงที่ขับรถคนเดียว อาจตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ดังนั้น มือใหม่ควรศึกษาข้อมูล และมีคำแนะนำติดไว้ในรถ  เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่ สามารถรับมือกับฝนตกหนัก ถนนลื่น หรือน้ำท่วมได้อย่างมั่นใจ โดยคุณชวิศ ได้รวบรวม “Do & Don’t” ข้อควรทำ และไม่ควรทำ สำหรับมือใหม่เมื่อต้องขับรถในช่วงหน้าฝน ขณะฝนตกหนัก หรือขับรถลุยน้ำท่วม เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้ขับขี่และลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวรถ

สิ่งที่ “ควรทำ” (Do)

1. สิ่งแรกที่อยากเน้นคือ ทัศนวิสัยจะเปลี่ยนทันทีที่ฝนเริ่มตก โดยเฉพาะช่วงน้ำแรกถนนจะลื่นกว่าปกติมาก ผู้ขับขี่ควรลดความเร็ว เปิดไฟหน้าแม้ในตอนกลางวันเพื่อให้รถคันอื่นมองเห็นเรา และควรเพิ่มระยะห่างจากคันหน้า 2-3 เท่า  ที่สำคัญอย่าใช้ไฟฉุกเฉินในขณะที่รถยังวิ่งอยู่ เพราะอาจทำให้ผู้อื่นสับสนคิดว่ารถจอดนิ่งอยู่กลางถนน  เสี่ยงให้เกิดอุบัติเหตุได้ 

2.  ควรมีการตรวจเช็คอะไหล่รถยนต์ เพื่อเตรียมรถให้พร้อมการใช้งาน   โดยเฉพาะยางรถยนต์ ใบปัดน้ำฝน และเบรก คือ 3 จุดแรกที่ควรเช็คทันที แต่สิ่งที่มักถูกละเลยคือ ‘ช่วงล่าง’ โดยเฉพาะรถที่ใช้งานหนักหรือวิ่งถนนไม่เรียบ บูชยาง ลูกหมาก โช้คอัพ และยางรองแท่นเครื่อง หากเสื่อมจะส่งผลให้รถสั่น โคลง หรือสูญเสียการควบคุมเวลาเจอถนนเปียก การเช็กช่วงล่างไม่ได้แค่เพื่อความนุ่ม แต่คือความปลอดภัย

3. ถ้าจำเป็นต้องขับรถตอนฝนตกหนัก มือใหม่ควรตั้งสติและใจเย็นๆ อย่าตระหนกตกใจจนทำอะไรไม่ถูก การขับรถหน้าฝนไม่ได้อันตรายถ้าวางแผนให้ดี มือใหม่ควรเลือกเส้นทางหลัก หลีกเลี่ยงถนนที่น้ำท่วมประจำ  ควรขับช้า ใช้เกียร์ต่ำ และหากเริ่มมองไม่เห็น ควรหาที่ปลอดภัยจอดรอ ไม่ต้องฝืนขับ เพราะความมั่นใจที่มากไป บวกกับประสบการณ์ที่ยังไม่มาก อาจทำให้เกิดเหตุไม่คาดคิดได้

4.  เทคนิคในการขับรถผ่านเส้นทางที่มีน้ำท่วมขังสูง

  • ขั้นแรกต้องประเมินระดับน้ำ ถ้าสูงเกินครึ่งล้อหน้าไม่ควรลุย ควรหันหลังกลับหรือเปลี่ยนเส้นทาง โดยเฉพาะผู้หญิงหรือมือใหม่ ถ้ารู้สึกไม่มั่นใจ ขอให้หยุดรถก่อนเข้าเขตน้ำขัง จะไม่เสียหาย โดยสังเกตจากสิ่งรอบตัว เช่น ล้อรถคันหน้า เสาไฟ หรือฟุตบาท ถ้าน้ำสูงเกินครึ่งล้อ หรือเห็นรถคันอื่นหยุดรอ แสดงว่าน้ำลึกเกินควรลุย ถ้าเป็นมือใหม่ อาจพกไม้สั้นๆ ไว้ตรวจระดับน้ำง่าย ๆ จากหน้าต่าง  นอกจากนี้ ควรสังเกตทิศทางน้ำ ถ้าไหลแรงหรือขุ่นคลัก หลีกเลี่ยงไว้ก่อนดีที่สุด
  • หากจำเป็นต้องลุยน้ำ ให้ปิดแอร์ ใช้เกียร์ต่ำ เดินคันเร่งคงที่ ห้ามเบรก หรือเร่งเครื่องแรงเด็ดขาด ถ้ารถติดช่วงล่างไม่ดี อย่างบูชหรือโช้คเสื่อม รถจะโคลงและสั่นมากขณะผ่านน้ำ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงให้ระบบข้างใต้เสียหาย
  • ถ้าเครื่องยนต์ดับกลางน้ำ อย่าสตาร์ทรถซ้ำเป็นอันขาด เพื่อป้องกันความเสียหาย เพราะการสตาร์ทอาจทำให้เกิด ‘Water Lock’ หรือการที่น้ำเข้าไปในห้องเผาไหม้ ส่งผลให้เครื่องพังถาวร ควรปลดเกียร์ ดึงเบรกมือ และโทรเรียกรถยกทันที อาจจะดูยุ่งยากแต่ป้องกันค่าซ่อมหลักแสน
  • หลังจากเพิ่งขับรถลุยน้ำท่วมขังให้เหยียบเบรกย้ำๆสัก 2-3 ครั้งก่อนที่จะขับต่อไป เพื่อให้ระบบเบรกทำงานได้ปกติ
  • ถ้าไม่มั่นใจว่าจะขับผ่านน้ำท่วมได้ ควรหยุดรถในที่ปลอดภัย บนพื้นที่สูง ไม่ขวางจราจร ไม่อยู่ใต้ต้นไม้ หรือสายไฟแรงสูง เปิดไฟฉุกเฉินไว้ ปิดกระจกให้สนิท อย่าออกจากรถโดยไม่จำเป็น และอย่าเปิดประตูถ้าน้ำเริ่มเข้าเกินพื้นรถ เพราะน้ำจะทะลักเข้ามาอย่างรวดเร็ว

5. ควรล้างช่วงล่างรถทันที  เพราะถ้าไม่ล้างจะทำให้โคลนและน้ำเกาะที่บูชยางรองต่างๆ และสะสมความชื้น ทำให้เสื่อมเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว หากช่วงล่างหลวม น้ำเข้าเพลาขับ หรือบูชฉีก ก็อาจเป็นจุดเริ่มของความเสียหายที่ใหญ่ขึ้น

6. มือใหม่ หรือผู้หญิงที่ขับรถคนเดียว ควรเตรียมกล่องอุปกรณ์ฉุกเฉินไว้ท้ายรถเสมอ เช่น ไฟฉาย เบอร์ฉุกเฉินของประกัน หรือรถยก เสื้อกันฝน ผ้าขนหนู และ Power bank  เผื่อสถานการณ์ติดค้างกลางฝนเป็นเวลานาน 

สิ่งที่ “ไม่ควรทำ” (Don’t)

1. เวลาขับรถลุยน้ำท่วมสิ่งที่ไม่ควรทำ แต่มือใหม่มักพลาดทำบ่อยๆและทำให้เกิดความเสียหาย ได้แก่

  • เร่งเครื่อง เพื่อให้ผ่านเร็วๆ ซึ่งทำให้พัดลมหรือท่อดูดอากาศดูดน้ำเข้าสู่เครื่องยนต์
  • การเปิดแอร์แรงขณะลุยน้ำ ซึ่งจะทำให้น้ำกระเซ็นเข้าไปในพัดลมระบายความร้อน หรือระบบไฟใต้ท้องรถ โดยเฉพาะถ้าแอร์รถอยู่ต่ำมากในรุ่นรถบางประเภท น้ำอาจโดนพัดลมคอนเดนเซอร์ ดังนั้น ขณะลุยน้ำควรปิดแอร์
  • การเบรกแรงกะทันหันขณะน้ำขัง อาจทำให้เบรกลื่น หรือระบบเบรกดูดน้ำเข้าไปในดรัม

2. พฤติกรรมที่ห้ามทำเด็ดขาดขณะขับรถลุยน้ำท่วม ได้แก่

  • ถ้าขับรถลุยน้ำลึกแล้วเครื่องยนต์ดับห้ามสตาร์ทเด็ดขาด เพราะทำให้เกิดความเสียหาย
  • ห้ามเปิดฝากระโปรงรถ เพราะถ้าเครื่องยนต์ร้อนจัดและสัมผัสน้ำ อาจเกิดไอน้ำหรืออันตรายจากแรงดัน
  • ห้ามเปิดประตูหากน้ำยังท่วมถึงขอบรถ เพราะน้ำจะทะลักเข้ามาทันที ห้ามขับเร็ว ห้ามขับสวนกับกระแสน้ำ และห้ามขับตามท้ายรถใหญ่เกินไป เพราะคลื่นน้ำจากรถหน้าอาจซัดกลับเข้าห้องเครื่องของเรา อย่าคิดว่าแค่ลุยแป๊บเดียวแล้วจะไม่เป็นอะไร เพราะน้ำเพียง 20–30 ซม. ก็ทำให้ระบบช่วงล่างพังได้ ถ้าเข้าไปสะสมในบูชยางหรือจุดข้อต่อ
  • ห้ามออกมากเดินย่ำน้ำรอบรถโดยไม่รู้ระดับพื้น เพราะอาจตกหลุม หรืออาจมีสายไฟชำรุด ทำให้เกิดไฟฟ้าช็อตได้

3. อย่าดับเครื่องยนต์ทันที หลังจากขับรถลุยน้ำท่วมจนมาถึงจุดหมายแล้ว เพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำที่ค้างอยู่ที่ท่อไอเสียย้อนกลับเข้าไป ให้สตาร์ทรถทิ้งไว้สักครู่เพื่อให้น้ำที่อาจตกค้างอยู่ในหม้อพักท่อไอเสียระเหยออกมาให้หมดช่วยลดความเสียหายต่อเครื่องยนต์

บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์คุณภาพสูงภายใต้แบรนด์  “POP” อยู่คู่คนไทยมายาวนานกว่า 30 ปี โดยมุ่งเน้นการผลิตชิ้นส่วนที่มีความทนทานและได้มาตรฐานสากล เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในการขับขี่ของผู้ใช้รถยนต์ มีผลิตภัณฑ์มากกว่า 5,000 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์ส่วนบุคคลจนถึงรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ สามารถสอบถามรายละเอียด ที่ร้านอะไหล่รถยนต์ชั้นนำ ตัวแทนจำหน่าย หรือเว็บไซต์ https://chalitindustry.com

ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

ความสำเร็จครั้งสำคัญ ‘voco’ เครือโรงแรม IHG เปิดให้บริการครบ 100 แห่ง

ความสำเร็จครั้งสำคัญ ‘voco’  เครือโรงแรม IHG เปิดให้บริการครบ 100 แห่ง

ความสำเร็จครั้งสำคัญ ‘voco’ เครือโรงแรม IHG เปิดให้บริการครบ 100 แห่ง

วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 19.17 น.

IHG Hotels & Resorts (IHG) หนึ่งในบริษัทโรงแรมชั้นนำระดับโลก ฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญกับการเปิดตัวโรงแรมภายใต้แบรนด์โวโค ครบ 100 แห่งภายในระยะเวลาเพียง 7 ปี

โวโค แบรนด์โรงแรมซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี พ.ศ. 2561 ได้สร้างชื่อเสียงอย่างรวดเร็วในด้านประสบการณ์ที่โดดเด่นและการบริการเหนือระดับให้แก่แขกผู้เข้าพัก จนกลายเป็นแบรนด์ที่มีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดในกลุ่มคอลเลกชันพรีเมียมของเครือ IHG โดยในปี พ.ศ. 2567 โวโค มีสถิติการเปิดตัวโรงแรมและประกาศลงนามสัญญาสูงที่สุด ทำให้ปัจจุบันมีโรงแรมเปิดให้บริการกว่า 25 ประเทศทั่วโลก และเตรียมขยายเครือข่ายเพิ่มเติมในแถบประเทศไทย มาเลเซีย และ จาเมกา ภายในสองปีข้างหน้า

นับตั้งแต่เปิดตัว โวโค มีการเติบโตที่น่าทึ่ง โดยภายในปี พ.ศ. 2566 มีโรงแรมที่เปิดให้บริการและอยู่ระหว่างการพัฒนาถึง 100 แห่ง และหลังจากนั้น เครือข่ายของโวโค ก็ขยายตัวเป็นจำนวนเกือบสองเท่า ทั้งในส่วนของโรงแรมที่เปิดดำเนินการแล้วและที่อยู่ในระหว่างการพัฒนา สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งด้านระบบบริหารจัดการและกลยุทธ์การขยายธุรกิจของ IHG ปัจจุบันโวโค มีโรงแรมที่เปิดให้บริการแล้วทั้งสิ้น 100 แห่งใน 25 ประเทศทั่วโลก และอีก 95 แห่งที่อยู่ระหว่างการพัฒนา

ความสำเร็จของแบรนด์โวโค มาจากแนวทางการออกแบบธุรกิจที่ยืดหยุ่นและกรอบการดำเนินงานที่ลงตัวสำหรับการปรับเปลี่ยนจากโรงแรมเดิม ทำให้กลุ่มเจ้าของโรงแรมสามารถได้รับประโยชน์จากระบบบริหารจัดการระดับโลกของ IHG ได้อย่างรวดเร็วโดยใช้เงินลงทุนเริ่มต้นที่จำกัด โวโค เปิดโอกาสให้โรงแรมแต่ละแห่งได้เข้าร่วมพอร์ตโฟลิโอของแบรนด์ที่มีความโดดเด่น ผ่านการบริหารจัดการอย่างพิถีพิถัน จึงมั่นใจได้ว่าจะสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม พร้อมคงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของโรงแรมแต่ละแห่งไว้ได้อย่างครบถ้วน

คุณวิเวก บัลลา กรรมการผู้จัดการ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลี IHG กล่าวว่า “การที่แบรนด์โวโค เติบโตอย่างรวดเร็วจนมีโรงแรมกว่า 100 แห่งภายในเวลาไม่ถึง 7 ปี ถือเป็นความสำเร็จที่น่าทึ่งมาก  โดยโรงแรมโวโค แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลี ได้เปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2565 บนถนนออร์ชาร์ด ซึ่งเป็นแหล่งช็อปปิ้งสำคัญของสิงคโปร์ และตั้งแต่นั้นมา เราก็เติบโตอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันมีโรงแรมเปิดให้บริการแล้ว 6 แห่ง ได้แก่ voco Orchard Singapore, voco Seoul Gangnam, voco Seoul Myeongdong, voco Bali Seminyak, voco Ma Belle Danang – By IHG และ voco Quang Binh Resort – By IHG รวมถึงโรงแรมที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอีกจำนวน 8 แห่ง”

“เรามุ่งมั่นที่จะสร้างแบรนด์ที่ตอบโจทย์ทั้งแขกผู้เข้าพักและกลุ่มเจ้าของโรงแรม ในฐานะแบรนด์โรงแรมระดับพรีเมียม โวโค ไม่เพียงแต่ได้รับคะแนนความพึงพอใจระดับสูงจากแขกผู้เข้าพักเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้เจ้าของโรงแรมอิสระได้รับผลประโยชน์จากระบบบริหารจัดการและเครือข่ายระดับโลกของ IHG”

“ไม่นานนี้ เราได้ต้อนรับการเปิดตัวของ voco Quang Binh Resort – By IHG ซึ่งเป็นที่พักในรูปแบบรีสอร์ทแห่งแรกของโวโค สู่หนึ่งในจุดหมายปลายทางที่น่าหลงใหลที่สุดของเวียดนาม อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของถ้ำ Son Doong อันโด่งดังระดับโลก และยังมีโรงแรมที่เปิดให้บริการแล้วในอินโดนีเซีย สิงคโปร์ เกาหลี และเวียดนาม ทั้งหมดนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น พวกเราตั้งใจเดินหน้านำความอบอุ่นและเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของโวโค ไปยังจุดหมายปลายทางอื่น ๆ อีกมากมายในอนาคต”

โวโค มอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจและสร้างแรงบันดาลใจ โดยยึดหลักสำคัญของแบรนด์ ได้แก่  ‘Come on in’, ‘Me time’ และ ‘voco life’ สร้างสรรค์ออกมาเป็นการต้อนรับอันอบอุ่นและเป็นกันเอง โวโค เป็นที่รู้จักด้านการสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำ ในขณะที่ยังรักษาเอกลักษณ์เฉพาะตัวของโรงแรมแต่ละแห่ง พร้อมให้แขกผู้เข้าพักได้ดื่มด่ำกับเสน่ห์ที่แตกต่าง ภายใต้มาตรฐานที่เชื่อถือได้ของแบรนด์ระดับโลก

ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ‘Amazfit’ เปิดตัวสมาร์ทวอทช์รุ่นล่าสุด

ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ‘Amazfit’ เปิดตัวสมาร์ทวอทช์รุ่นล่าสุด

ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ‘Amazfit’ เปิดตัวสมาร์ทวอทช์รุ่นล่าสุด

วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 18.24 น.

Amazfit แบรนด์สมาร์ทวอทช์และอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะโดยเซปป์ เฮลท์ (Zepp Health) (NYSE: ZEPP) ผู้นำด้านเทคโนโลยีสุขภาพ เปิดตัวสมาร์ทวอทช์รุ่นล่าสุด Amazfit Bip 6 ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้รองรับทุกๆไลฟ์สไตล์การใช้งานในชีวิตประจำวันของผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังและผู้ที่ชอบดูแลสุขภาพ โดดเด่นด้วยดีไซน์ทันสมัย น้ำหนักเบา ฟังก์ชันการวัดค่าสุขภาพครบครัน และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานถึง 2 สัปดาห์ โดยตัวเรือนของ Amazfit Bip 6 นั้นถูกออกแบบโดยการใช้โครงอะลูมิเนียมอัลลอยด์ที่มีความแข็งแรงทนทาน สามารถกันน้ำได้ถึง 5 ATM พร้อมหน้าจอ AMOLED แสดงผลคมชัด ขนาด 1.97 นิ้ว และยังฟีเจอร์วัดคุณภาพการนอนหลับและอัตราการเต้นของหัวใจที่มีความแม่นยำสูง รวมถึงมี AI ช่วยออกแบบโปรแกรมการออกกำลังกาย และยังสามารถใช้ระบบการนำเส้นทางแบบออฟไลน์ได้อีกด้วย

นายเวย์น ฮวง (Wayne Huang) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของซีอีโอของเซปป์ เฮลท์ กล่าวว่า “เราเชื่อว่าสมาร์ทวอทช์และสมอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะควรมีเทคโนโลยีฟังก์ชันการใช้งานที่ครอบคลุมโดยที่ยังคงความสวยงามของดีไซน์ที่ทันสมัยสามารถใส่ในชีวิตประจำวันได้ รวมถึงราคาที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ Amazfit Bip 6 นี้ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้งานได้หลากหลาย ตั้งแต่การประเมินผลการออกกำลังกายขั้นสูง โค้ชอัจฉริยะที่ช่วยออกแบบการออกกำลังกายให้เหมาะกับแต่ละบุคคล และโหมดสำหรับการฝึก HYROX โดยเฉพาะ รวมทั้งมีความแข็งแรงทนทานสามารถปรับให้เหมาะกับทุกกิจกรรม”

ฟีเจอร์และฟังก์ชันที่น่าสนใจของ Amazfit Bip 6

1. ดีไซน์อะลูมิเนียมน้ำหนักเบา พร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 1.97 นิ้ว พร้อมค่าความสว่างถึง 2000nits ช่วยให้แสดงผลคมชัดในทุกสภาพแสง

2. ประเมินข้อมูลการนอนหลับและวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่แม่นยำด้วยเทคโนโลยี BioTracker™ Amazfit Bip 6 มาพร้อมเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ BioTracker™ 6.0 PPG ที่ดีที่สุดของ Amazfit โดยสามารถวัดผลอัตราการเต้นของหัวใจ ระดับออกซิเจนในเลือด การวัดระดับความเครียด และความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจได้อย่างแม่นยำ

3. มีโหมดการออกกำลังกายมากกว่า 140 โหมด รวมถึงโหมดการแข่งกัน HYROX รองรับกิจกรรมฟิตเนสและไลฟ์สไตล์มากกว่า 140 กิจกรรม รวมถึงโหมดที่จะช่วยฝึกความแข็งแกร่งให้กับร่างกายเพื่อการแข่งขัน HYROX โดยเฉพาะ และยังมี AI ช่วยประเมินและให้ข้อมูลเชิงลึกอย่างละเอียด เพื่อช่วยออกแบบรูปแบบการออกกำลังให้เหมาะกับแต่ละบุคคล รวมถึงยังมีระบบ GPS สามารถนำทางแบบออฟไลน์ ช่วยในการติดตามตำแหน่งและระยะทางในการออกกำลังกาย เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้งอีกด้วย

4. อายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานด้วยอายุการใช้งานแบตเตอรี่สูงสุด 2 สัปดาห์และกันน้ำได้ 5 ATM ทำให้ Amazfit Bip 6 สามารถรองรับกิจกรรมสุดแอ็คทีฟได้หลากหลายรูปแบบ

5. ฟีเจอร์เพิ่มความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันAmazfit Bip 6 ยังรองรับการแจ้งเตือนในชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นการโทรออกและรับสาย การอ่านข้อความ การอัปเดตโซเชียลมีเดีย การพิมพ์ข้อความโดยการใช้เสียง และซิงค์การแจ้งเตือนต่างๆ โดยมี Zepp Flow ระบบสั่งงานด้วยเสียงที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมนาฬิกา, ตอบกลับข้อความ, เข้าถึงข้อมูลสุขภาพ และเริ่มโหมดออกกำลังกายด้วยการใช้เสียงโดยไม่ต้องสัมผัสหน้าจอ

6. แอปพลิเคชัน Zepp ตอบโจทย์ด้านข้อมูลสุขภาพและการออกกำลัง Zepp ถือเป็นจุดเด่นของสมาร์ทวอทช์ Amazfit ที่ช่วยติดตามข้อมูลสุขภาพและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของแต่ละบุคคล พร้อมฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยบันทึกข้อมูลโภชนาการของผู้ใช้ โดยสามารถถ่ายภาพมื้ออาหารของตนเองและบันทึกได้โดยตรงผ่านแอปเพื่ออัปโหลดข้อมูลโภชนาการอัตโนมัติ

Amazfit Bip 6 พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายชั้นนำทั่วประเทศและร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการของ Amazfit ในราคาเพียง ราคา 2,690 บาท โดยสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.amazfit.com

สโมสรอุทัยธานี เอฟซี จับมือ โรงเรียนนานาชาติเทร็ลล์ ร่วมลงนาม MOU พัฒนาศักยภาพเยาวชนสู่ระดับสากล

สโมสรอุทัยธานี เอฟซี จับมือ โรงเรียนนานาชาติเทร็ลล์ ร่วมลงนาม MOU พัฒนาศักยภาพเยาวชนสู่ระดับสากล

สโมสรอุทัยธานี เอฟซี จับมือ โรงเรียนนานาชาติเทร็ลล์ ร่วมลงนาม MOU พัฒนาศักยภาพเยาวชนสู่ระดับสากล

วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 16.15 น.

เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 23 มิถุนายน 2568 สโมสรอุทัยธานี เอฟซี นำโดยคุณธนาชัย ปั้นงาม ผู้อำนวยการสโมสร ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารจากโรงเรียนนานาชาติเทร็ลล์ นำโดยคุณโรเบิร์ต เทร็ลล์ ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมศูนย์ฝึกฟุตบอล Uthai Thani FC Training Center พร้อมร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง “สโมสรอุทัยธานี เอฟซี” และ “โรงเรียนนานาชาติเทร็ลล์”

ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมกันของทั้งสององค์กรในการยกระดับการพัฒนาเยาวชนด้านฟุตบอล ด้วยแนวทางการฝึกอบรมในระดับนานาชาติ การสนับสนุนจากบุคลากรมืออาชีพ และเครือข่ายความร่วมมือจากระดับโลก มุ่งสู่เป้าหมายในการปั้นนักฟุตบอลรุ่นใหม่ให้เติบโตอย่างมีศักยภาพ และก้าวสู่เส้นทางอาชีพอย่างยั่งยืน

-(016)