กรมกิจการผู้สูงอายุ จัดอบรมหลักสูตรการดูแล ‘ผู้สูงอายุ’ รับการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์

กรมกิจการผู้สูงอายุ จัดอบรมหลักสูตรการดูแล 'ผู้สูงอายุ' รับการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์

กรมกิจการผู้สูงอายุ จัดอบรมหลักสูตรการดูแล ‘ผู้สูงอายุ’ รับการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์

วันพุธ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 15.58 น.

กรมกิจการผู้สูงอายุ จัดอบรมหลักสูตรการดูแล “ผู้สูงอายุ” ขั้นเบื้องต้น 18 ชั่วโมง ผ่านเว็บไซต์ thaielderycare.org รองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีและสร้างความมั่นคงให้กับผู้สูงอายุ

กองส่งเสริมสวัสดิการและคุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุ กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดอบรมหลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุขั้นเบื้องต้น จำนวน 18 ชั่วโมง ในระบบออนไลน์ e-learning เพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ในประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลกระทบหลายด้าน ทั้งด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยีของประเทศ ขณะที่ผู้สูงอายุเป็นช่วงวัยที่สภาวะร่างกายและจิตใจเสื่อมถอย จำเป็นต้องได้รับการส่งเสริม สนับสนุนการช่วยเหลือ และได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมในการดำเนินชีวิต เพื่อให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี ดำรงชีวิตอย่างได้ปกติสุข แต่ปัญหาและอุปสรรคที่สำคัญในขณะนี้ คือ การขาดแคลนผู้ดูแลผู้สูงอายุ และการขาดทักษะความรู้เกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ กรมกิจการผู้สูงอายุ จึงได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการจัดอบรมในหลักสูตรดังกล่าว

สำหรับหลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุขั้นเบื้องต้น จำนวน 18 ชั่วโมงในระบบออนไลน์ e-learning นี้ จะจัดอบรมผ่านเว็บไซต์ http://www.thaielderycare.org  โดยตลอดการอบรมในหลักสูตร จะมีวิทยากร ผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์มาถ่ายทอดองค์ความรู้ตามหัวข้อต่างๆ อาทิ สถานการณ์ผู้สูงอายุ สิทธิและสวัสดิการผู้สูงอายุ การสื่อสารอย่างเหมาะสมกับผู้สูงอายุการชะลอความเสื่อมถอย โรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ การป้องกันสภาวะสมองเสื่อม การดูแลผู้สูงอายุในระยะท้าย การจัดการความเครียดของผู้ดูแลผู้สูงอายุ การดูแลสุขภาพจิต อาหารและโภชนาการ การออกกำลังกายในผู้สูงอายุ การออกกำลังกาย การป้องกันการติดเชื้อ เป็นต้น

ทั้งนี้ หลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุขั้นเบื้องต้นในระแบบออนไลน์ ถือเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้เข้าถึงหลักสูตรได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว สอดคล้องกับยุคดิจิทัลในปัจจุบัน  ซึ่งผู้ที่เข้ารับการอบรม จะสามารถนำความรู้ที่ได้รับมาปรับใช้ในการดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวและชุมชนได้อย่างมีคุณภาพและเป็นไปตามมาตรฐาน สำหรับสมาชิกในครอบครัว ผู้ดูแลผู้สูงอายุ ประชาชนทั่วไปและผู้ที่สนใจ สามารถเข้าร่วมการฝึกอบรมได้ที่ http://www.thaielderycare.org

-(016)

ศรีพันวาครบรอบ 20 ปี ฉลองสุดยิ่งใหญ่ จัดโปรโมชั่นแรง พร้อมตอบแทนคำขอบคุณ

ศรีพันวาครบรอบ 20 ปี ฉลองสุดยิ่งใหญ่ จัดโปรโมชั่นแรง พร้อมตอบแทนคำขอบคุณ

ศรีพันวาครบรอบ 20 ปี ฉลองสุดยิ่งใหญ่ จัดโปรโมชั่นแรง พร้อมตอบแทนคำขอบคุณ

วันพุธ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 14.32 น.

โรงแรมศรีพันวา ภูเก็ต เตรียมจัด “เซเลเบรท” ครบ 20 ปี ขอบคุณผู้มีอุปการะคุณทุกท่านที่สนับสนุน ผลักดันให้ศรีพันวาเป็นโรงแรมที่มีเสน่ห์ และวิวสวยที่สุดของโลก จัดโปรโมชั่นสุดยิ่งใหญ่ มอบประสบการณ์การพักผ่อนสุดหรูในราคาสุดคุ้ม ตอบแทนทุกความผูกพันธ์ที่มีให้กันตลอดสองทศวรรษ

นายวรสิทธิ อิสสระ  กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีพันวา แมเนจเมนต์ จำกัด กล่าวว่า “ศรีพันวาไม่ได้เป็นเพียงแค่โรงแรม แต่คือบ้านหลังหนึ่งที่เราสร้างขึ้นด้วยความรัก และแรงบันดาลใจ ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เราได้เจอความท้าทายที่เข้ามาทดสอบอยู่เสมอ แต่สิ่งที่ทำให้เรายืนหยัดมาได้ตลอด คือหัวใจของทีมงานทุกคน และการสนับสนุนที่อบอุ่นจากลูกค้าที่มาเข้าพัก การเฉลิมฉลองในครั้งนี้จึงเป็นการขอบคุณจากใจ เราอยากมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับลูกค้าทุกคน ผ่านแคมเปญพิเศษที่เราตั้งใจจัดขึ้น และยังถือเป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ในการเดินทางของศรีพันวา ที่ยังคงมุ่งมั่นพัฒนา และส่งต่อประสบการณ์แห่งการพักผ่อน ที่เต็มไปด้วยความหมาย และความยั่งยืนที่สัมผัสได้” นายวรสิทธิ กล่าว

สำหรับโรงแรมศรีพันวา ภูเก็ต เริ่มต้นการให้บริการครั้งแรกเมื่อปลายปี พ.ศ. 2547 ด้วยพูลวิลล่าจำนวน 11 หลัง และบ้านพักตากอากาศสุดหรู พัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของวิลล่า สิ่งอำนวยความสะดวก และพื้นที่เพื่อการพักผ่อนอย่างสมบูรณ์แบบ ร้านอาหาร 5 ร้าน และรูฟท็อปบาร์ 2 ร้าน ภายในโรงแรม, โซนห้องพักและห้องจัดงานเลี้ยงขนาดใหญ่แห่งใหม่ ภายใต้ชื่อ Yaya ซึ่งออกแบบและตกแต่ง ผสานความหรูหราร่วมกับธรรมชาติไว้อย่างกลมกลืน, เรสซิเดนซ์วิลล่า 5 ห้องนอนโซนใหม่ 4 หลัง The Sky Series, รวมถึงล่าสุด ได้มีการผนึกกำลังกับ BDMS Wellness Clinic at Sri panwa สร้างประสบการณ์ Scientific Wellness ระดับ 6 ดาว ครั้งแรกในไทย นำความเป็นเลิศด้านสุขภาพมาบรรจบกับการพักผ่อนแบบลักชัวรี่ จนทำให้ที่นี่กลายเป็นหมุดหมายของนักเดินทางระดับไฮเอนด์จากทั่วโลก และได้รับการจัดอันดับในนิตยสารและเว็บไซต์ท่องเที่ยวระดับโลกอย่างต่อเนื่อง อาทิ เว็บไซต์ชั้นนำของโลกอย่าง Beach Tomato UK ให้เป็น “โรงแรมที่มีวิวสวยที่สุดของโลก” และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง และได้รับรางวัลมากมาย หนึ่งในนั้นคือ การได้รับเลือกให้เป็น “หนึ่งในโรงแรมที่มีเสน่ห์ที่สุดของโลก” จากนิตยสาร Anywhere และได้รับการยอมรับว่าเป็น “หนึ่งในสามของบีชบาร์ที่ดีที่สุดในโลก” จาก CNN International ทั้งนี้ในโอกาสที่โรงแรมศรีพันวา ภูเก็ต ครอบรอบ 20 ปี เพื่อเป็นการขอบคุณทุกๆ ความไว้วางใจจากลูกค้า นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เตรียมจัดโปรโมชั่นสุดพิเศษทั้งห้องพัก ห้องอาหาร สปา และเวลเนส เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่มอบความไว้วางใจและสนับสนุนโรงแรมมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย

  • ห้องพักราคาสุดพิเศษ เมื่อทำการจอง 1 คืน รับฟรีอีก 1 คืน ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 18,900++ บาท พร้อมรับฟรีเครดิต 2,000 บาท สำหรับใช้จ่ายในโรงแรม เมื่อเข้าพักทุกๆ 2 คืน (สูงสุด 6,000 บาท) และพิเศษสุด สำหรับลูกค้าที่เคยเข้าพัก รับฟรีทันที Signature House Cocktails 120 นาที ที่ TU Bar เมื่อจองห้องพักแบบ Luxury Pool Villa ขึ้นไป
  • 20 เมนูยอดนิยม ที่คัดสรรมาอย่างดีจาก 4 ห้องอาหารในโรงแรม เพียงเมนูละ 20 บาท
  • เปิดประสบการณ์การผ่อนคลาย กับส่วนลด 20% สำหรับทรีตเมนต์สปา 60 นาที และ 90 นาที ที่ คูล สปา พิเศษสำหรับลูกค้าที่เข้าพัก รับเวลาเพิ่มอีก 20 นาที
  • นอกจากนี้ยังได้จัดแพคเกจพิเศษจาก BDMS Wellness Clinic at Sri panwa เพื่อเป็นการฟื้นฟูร่างกายด้วย IV Therapy Hangover Remedy คืนความสดใสให้ผิวด้วย Crystal Skin ผลักวิตามินเข้าสู่ผิวหน้าและลำคอโดยไม่ต้องใช้เข็ม และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Immune Booster (1 เดือน) ในราคาพิเศษเพียง 12,900 บาท จากราคาปกติ 17,200 บาท

การจัดฉลองครบรอบ 20 ปี ศรีพันวา ภูเก็ต ในครั้งนี้ เชื่อมั่นว่าจะเป็นส่วนหนึ่งแทนคำขอบคุณให้กับลูกค้าทุกท่าน ได้มาเป็นส่วนหนึ่งในการเปิดประสบการณ์การพักผ่อนระดับ World Class และประทับใจไปกับบริการต่างๆที่โรงแรมได้จัดไว้รอรับบริการทุกท่าน นอกจากนี้ในส่วนของโรงแรม บาบา บีช คลับ นาใต้ และ บาบา บีช คลับ หัวหิน ยังเตรียมข้อเสนอพิเศษเช่นกัน เพื่อมอบให้กับลูกค้า โปรโมชั่นเริ่มตั้งแต่ วันที่ 1 กรกฎาคม – 20 สิงหาคม 2568 (สามารถเข้าพักได้ถึง 20 ธันวาคม 2568)

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง https://www.sripanwa.com/20years


โรบินสันไลฟ์สไตล์ เดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ติดตั้งโคมไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์อัจฉริยะ ทุกสาขาทั่วประเทศ

โรบินสันไลฟ์สไตล์ เดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ติดตั้งโคมไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์อัจฉริยะ ทุกสาขาทั่วประเทศ

โรบินสันไลฟ์สไตล์ เดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ติดตั้งโคมไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์อัจฉริยะ ทุกสาขาทั่วประเทศ

วันพุธ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 14.05 น.

ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าสู่เป้าหมายธุรกิจสีเขียวอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งเป้าติดตั้งโคมไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์อัจฉริยะ (Innovative Solar LED Street Light) ครบทั้ง 27 สาขาทั่วประเทศภายในปี 2568 ช่วยลดการใช้พลังงานจากฟอสซิล ประ หยัดค่าไฟ และลดการปล่อยคาร์บอนได ออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชม และสังคมอย่างยั่ง ยืน

ณัฐวัฒน์ รัชพงศ์กุลยศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานการตลาด ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “แนวคิด Center of Life ของเรา ไม่ได้หมายถึงแค่ศูนย์กลางแห่งการใช้ชีวิต แต่ยังหมายถึงการเป็นศูนย์กลางของความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมด้วย โดยเราดำเนินการติดตั้งโคมไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์อัจฉริยะให้ครอบคลุมศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ทั่วประ เทศ ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการติดตั้งไปแล้ว 21 สาขา และภายในปี 2568 นี้จะดำเนินการติดตั้งให้ครบทั้ง 27 สาขาทั่วประเทศ”

“เราได้ติดตั้ง Innovative Solar LED Street Light ซึ่งเป็นชนิด All-in-One Solar Street Light มี Lithium Battery อยู่ภายในโคม ทำให้สา มารถใช้งานในตอนกลางคืนโดย Discharge ที่เก็บไว้ในแบตเตอรี่มาใช้ ช่วยลดการใช้พลังงานจากฟอสซิล (ถ่านหิน หรือก๊าซธรรมชาติ) โดยตั้งแต่ปี 2567 – พฤษภาคม 2568 ได้ติดตั้ง Solar Street Light จำนวนทั้งหมดกว่า 21 สาขาทั่วประเทศไทย ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายจากค่าไฟ ฟ้า และค่า Peak Charge ประมาณกว่า 2 ล้านบาท และสามารถลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณกว่า 200 ตัน หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้กว่า 60,000 ต้น” ณัฐวัฒน์ กล่าวย้ำ

โครงการนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ในการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายการเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระ จกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ด้วยการนำนวัตกรรมพลังงานสะอาดมาใช้ ลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น ลดการปล่อยคาร์บอนและลดภาวะเรือนกระจก ซึ่งล้วนส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศในระยะยาว โดยศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์มุ่งมั่นออกแบบโซลูชันที่ตอบโจทย์อนาคต ควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชน พร้อมผสานความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อสร้างสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืนในทุกพื้นที่ที่ให้บริการ

สำหรับอุปกรณ์ที่นำมาติดตั้งในโครงการนี้ ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ให้ความไว้วางใจเลือกใช้โคมไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์แบบ All-in-One จาก SCG International ซึ่งมีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญ มีจุดเด่นด้านการประหยัดพลังงาน และรองรับการใช้งานได้อย่างมีประ สิทธิภาพในทุกสภาพแวดล้อม ด้วยการผสานเทคโนโลยีแผงโซลาร์เซลล์คุณภาพสูง แบตเตอรี่ลิเธียมที่สำรองพลังงานได้หลายวัน ติดตั้งง่าย ไม่ต้องเดินสายไฟ ลดต้นทุนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ตอบโจทย์การสร้างพื้นที่ศูนย์การค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมคุณภาพชี วิตของชุมชนอย่างยั่งยืน

นอกจากโครงการติดตั้งโคมไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์อัจฉริยะแล้ว ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ยังเดินหน้าเสริมสร้างแนวทางการใช้พลัง งานอย่างมีประสิทธิภาพในหลายๆ ด้าน ทั้งการติดตั้งระบบ AI Chiller Plant Optimization ที่ใช้เทคโนโลยี IoT และ AI บริหารจัดการพลัง งานระบบปรับอากาศแบบ Real-time รวมถึงการใช้พลังงานสะอาดจาก Solar Rooftop บนหลังคาศูนย์การค้าและอาคารจอดรถ เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังได้ติดตั้ง EV Charging Station ในหลายสาขา รองรับพฤติกรรมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น เพื่อร่วมมือกับลูกค้าในการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงพันธกิจของศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ในการเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่อนาคตที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตอย่างแท้จริง

“โครงการติดตั้งโคมไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์อัจฉริยะในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญของศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ในการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายการเป็น Net Zero ด้วยการลดการใช้พลังงานจากฟอสซิล และลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์อย่างต่อเนื่องที่ไม่เพียงยกระดับพื้นที่ศูนย์การค้าให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดในระดับชุมชน สร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมและช่วยลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศในระยะยาว ซึ่งล้วนเป็นรากฐานของการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ให้ความสำคัญมาโดยตลอด” ณัฐวัฒน์ กล่าวสรุป

ณัฐวัฒน์ รัชพงศ์กุลยศ

ณัฐวัฒน์ รัชพงศ์กุลยศ

ชีวจิต X Health Link Clinic ยกทัพกูรูสุขภาพ จัดงาน ‘Comfort Zone of Healing พื้นที่อุ่นใจ ให้ทุกก้าวที่ใช่ เพื่อสุขภาพข้อเข่าที่ดี’

ชีวจิต X Health Link Clinic ยกทัพกูรูสุขภาพ จัดงาน 'Comfort Zone of Healing พื้นที่อุ่นใจ ให้ทุกก้าวที่ใช่ เพื่อสุขภาพข้อเข่าที่ดี'

ชีวจิต X Health Link Clinic ยกทัพกูรูสุขภาพ จัดงาน ‘Comfort Zone of Healing พื้นที่อุ่นใจ ให้ทุกก้าวที่ใช่ เพื่อสุขภาพข้อเข่าที่ดี’

วันพุธ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 11.46 น.

นิตยสารชีวจิต ภายใต้ AME IMAGINATIVE ในเครืออมรินทร์กรุ๊ป ผู้นำเทรนด์ด้านสุขภาพกายและใจที่เข้าถึงคนทุกวัย ร่วมกับ Health Link Clinic ศูนย์รักษาข้อเข่าเสื่อม ชวนเหล่าคนรักสุขภาพกว่า 150 คน เข้าร่วมกิจกรรมแบบไม่มีค่าใช้จ่าย ในงาน  “Comfort Zone of Healing พื้นที่อุ่นใจ ให้ทุกก้าวที่ใช่ เพื่อสุขภาพข้อเข่าที่ดี” เพื่อให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพข้อเข่า รวมถึงวิธีคิดบวกเพื่อพัฒนาจิตใจจากเหล่ากูรูสุขภาพชื่อดัง ภายใต้คอนเซ็ปต์ “การเยียวยาที่แท้จริง เริ่มต้นจากความรู้สึกปลอดภัยในใจ” เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ณ NIRAHN พุทธมณฑลสาย 4

โดยภายในงาน คุณวาสนา พลายเล็ก บรรณาธิการบริหารนิตยสารชีวจิต, คุณวริสา ทองเงิน, คุณปัณณนนท์ ณัฐภัทร์ชนนท์ และ คุณปิยะพงษ์ รักษาถ้อย ผู้บริหารจาก Health Link Clinic ได้ร่วมพูดคุยในหัวข้อ เริ่มดูแล “เข่า” วันนี้…เพื่อก้าวที่มั่นคงในวันข้างหน้า เพื่อเสริมสร้างความอุ่นใจและการมีสุขภาพข้อเข่าที่ดี คุณวาสนา พลายเล็ก บรรณาธิการบริหารนิตยสารชีวจิต กล่าวว่า “ในปีนี้ นิตยสารชีวจิต ก้าวเข้าสู่ปีที่ 27 ทางแบรนด์ได้ให้ความสำคัญกับการป้องกันโรค โดยยึดหลัก 5 ไลฟ์สไตล์ คือ กิน นอน พักผ่อน ออกกำลังกายและทำงาน โดยหลักการนี้สอดคล้องกับทาง Health Link Clinic ซึ่งเป็นศูนย์รักษาข้อเข่าที่มีนวัตกรรมที่ทันสมัย ดูแลคนไข้แบบองค์รวมผ่านในเรื่องของการกิน การออกกำลังกายและดูแลจิตใจ ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์เดียวกับที่นิตยสารชีวจิตต้องการส่งต่อให้กับผู้ที่ติดตามแบรนด์ได้ปฏิบัติเช่นกัน ในปัจจุบันประชากรไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ อะไรก็ตามที่เป็นไลฟ์สไตล์ใกล้ตัวที่สามารถรักษา ป้องกันและฟื้นฟูความเสื่อมของร่างกายได้เป็นหัวใจหลักที่ชีวจิตอยากถ่ายทอดให้กับคนรักสุขภาพทั่วประเทศได้รับทราบค่ะ”

คุณปิยะพงษ์ รักษาถ้อย Chief Financial Officer (CFO) จาก Health Link Clinic กล่าวว่า “ทุกวันนี้โรคข้อเข่าเสื่อมสามารถเกิดได้กับทุกวัย โดยเฉพาะวัยทำงานที่ต้องใส่รองเท้าส้นสูงบ่อยๆ หรือนักกีฬาที่ใช้ร่างกายหนัก อาจไม่ถึงกับข้อเข่าเสื่อม แต่สามารถทำให้เกิดโรคข้ออักเสบได้ และสังคมไทยตอนนี้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ บางท่านไม่สามารถใช้ชีวิตได้ดั่งใจหรือทำกิจวัตรประจำวันได้อย่างที่เคย อาจส่งผลกระทบไปถึงการเป็นโรคซึมเศร้าหรือทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง โดยในกิจกรรมนี้ Health Link Clinic ได้ยกทีมคุณหมอเฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ คุณหมอออร์โธ และนักกายภาพเฉพาะทาง ที่จะมาให้ความรู้ในเรื่องของกระดูกและข้อ การเวิร์กช็อปต่างๆ ที่สามารถช่วยในด้านการรักษา ป้องกัน ฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจแก่ผู้ร่วมกิจกรรมได้ครับ”

นอกจากนี้ภายในงานยังได้มีการจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปผ่อนคลายสบายใจ โดยผู้เชี่ยวชาญและกูรูด้านสุขภาพชื่อดัง อาทิ Energy Snack Cooking สูตรบูสต์พลังและบำรุงข้อเข่า โดย ป้ายุง-ผกา เส็งพานิช, Sound Healing ปลดล็อกความเครียด ฟังเสียงบำบัดเพื่อสมองผ่อนคลายอย่างล้ำลึก โดย คุณแจ๊สกี้ จริยา แซร่าฮ์ เอชเวิท, Flower Mandala จัดดอกไม้ ผ่อนคลายจิตใจ โดย คุณปิ๋ม-ศิริลักษณ์ ริ้วบำรุง, Check-up ปรับการเคลื่อนไหว หยุดเข่าเสื่อมก่อนวัย โดย ทีมแพทย์กายภาพบำบัดจาก Health Link Clinic และร่วมให้ความรู้ “อยู่กับข้ออย่างเข้าใจ” โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก Health Link Clinic ถึงแนวทางการดูแลข้อเข่าแบบไม่ต้องผ่าตัด, Sharing Story เรื่องราวอุ่นใจโดย อาม่าแต๋ว-อุษา เสมคำ แชร์เคล็ดลับการดูแลข้อให้แข็งแรง, เรียนรู้วิธีคิดบวกและแนวทางพัฒนาจิตใจ โดย คุณพศิน อินทรวงค์ กูรูชีวจิต ปิดท้ายงานด้วยการฟังเพลงฮีลใจ Mini Concert จาก ณัฏฐ์ ทิวไผ่งาม เรียกว่าเป็นกิจกรรมที่ให้ทั้งความสนุกและความรู้เพื่อช่วยให้คนไทยมีวิธีการดูแลข้อ มีสุขภาพที่ดีและยั่งยืน

สามารถติดตามกิจกรรมดีๆ จาก นิตยสารชีวจิต และอัปเดตความเคลื่อนไหวหรือข่าวสารในการดูแลสุขภาพได้ที่ Facebook : นิตยสารชีวจิต, IG : cheewajitmedia, TikTok : cheewajitmediaofficial, Youtube : cheewajitmedia และ http://www.cheewajit.com

โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ‘ฆาตกรเงียบ’ ที่คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลก

โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ‘ฆาตกรเงียบ’ ที่คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลก

โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ‘ฆาตกรเงียบ’ ที่คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลก

วันพุธ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.31 น.

โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน กำลังเป็น “ฆาตกรเงียบ” ที่คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นโรคที่มักไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะเริ่มต้น แต่สามารถคร่าชีวิตได้อย่างเฉียบพลัน โรงพยาบาลพระรามเก้า มุ่งยกระดับ “สถาบันหัวใจและหลอดเลือด” ให้เป็นศูนย์กลางด้านโรคหัวใจชั้นนำของประเทศ ที่พร้อมทั้งการป้องกัน วินิจฉัย รักษา และฟื้นฟูภายใต้แนวคิด “ดูแลหัวใจคุณ ด้วยหัวใจเรา”

นพ. อนุพงษ์ ปริณายก ผู้อำนวยการสถาบันหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวว่า โรคหัวใจ ยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของโลก และในประเทศไทยอยู่ในอันดับสอง รองจากโรคมะเร็ง (รวมทุกอวัยวะ) โดยมีอัตราการเสียชีวิตเฉลี่ยสูงถึง 12% หรือประมาณ 2 รายต่อชั่วโมง อีกทั้งยังพบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ปีล่าสุดมีผู้ป่วยใหม่กว่า 400,000–500,000 ราย สะท้อนถึงความรุนแรงของโรคที่กำลังเพิ่มขึ้นในสังคมไทย

ปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1.ปัจจัยปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ เช่น พันธุกรรม (โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเสียชีวิตจากโรคหัวใจก่อนวัยอันควร), อายุที่มากขึ้น และในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน  2. ปัจจัยที่ควบคุมได้ ได้แก่ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง การบริโภคไขมันทรานส์ (ที่พบในเบเกอรี่ ครีมเทียม อาหารทอด), ภาวะอ้วน การสูบบุหรี่ (รวมถึงบุหรี่ไฟฟ้า), การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป การไม่ออกกำลังกาย ความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ และการละเลยควบคุมโรคประจำตัว ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงที่กระตุ้นให้โรคหัวใจกำเริบหรือรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว

อาการของโรคหัวใจ อาจแสดงออกแบบค่อยเป็นค่อยไป หรือเกิดขึ้นเฉียบพลัน โดยอาการค่อยเป็นค่อยไป เช่น เหนื่อยง่ายเวลาออกแรง แน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก ที่อาจร้าวไปยังกราม แขน หรือหลังได้  ซึ่งมักถูกมองข้าม ขณะที่บางรายไม่มีอาการเตือนใดๆ มาก่อน แต่กลับเกิดอาการเฉียบพลัน เช่น เจ็บหน้าอกอย่างรุนแรง ร้าวไปที่กรามหรือไหล่ ร่วมกับความดันตก ซึ่งผู้ป่วยบางรายอาจเสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล ผู้ป่วยที่มาถึงโรงพยาบาลแล้ว ยังมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 10% ดังนั้น การใส่ใจสัญญาณเตือน แม้เพียงเล็กน้อย จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

ด้านการตรวจวินิจฉัยและรักษาแนะนำให้ผู้ชายอายุ 40 ปีขึ้นไป และผู้หญิงตั้งแต่อายุ 50 ปี ควรเริ่มตรวจสุขภาพหัวใจอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ โดยการตรวจประกอบด้วยตรวจเลือดระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG), การเดินสายพาน (Exercise Stress Test) การตรวจเอคโคหัวใจ (Echocardiogram) เพื่อดูโครงสร้างและการทำงานของหัวใจ นอกจากนี้ ยังมีการตรวจเอกซเรย์หินปูนในหลอดเลือดหัวใจ (Calcium Score CT Scan) ซึ่งสามารถบ่งบอกระยะเริ่มต้นของไขมันในหลอดเลือดหัวใจได้อย่างแม่นยำ ซึ่งหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ เปรียบได้กับยอดภูเขาน้ำแข็งที่โผล่พ้นน้ำ ยังมีไขมันที่ซ่อนอยู่ภายในหลอดเลือดอีกมาก รวมทั้งยังมีการตรวจ MRI หัวใจ

แม้เทคโนโลยีจะก้าวหน้า เช่น การทำบอลลูน ใส่ขดลวด ผ่าตัดบายพาส หรือเปลี่ยนลิ้นหัวใจผ่านสายสวนแบบ TAVR แต่โรคหัวใจส่วนใหญ่ “ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้” การรักษาเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า หากไม่ดูแลรักษาควบคุมปัจจัยเสี่ยงอย่างจริงจัง ก็มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้อีก จึงจำเป็นต้องได้รับการติดตามปัญหาจากแพทย์อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ หัวใจของการดูแลสุขภาพหัวใจ ไม่ใช่แค่รักษาเมื่อเกิดโรค แต่คือการป้องกันไม่ให้เกิดโรคตั้งแต่แรก ไม่ควรรอให้มีอาการก่อนแล้วจึงค่อยดูแล เพราะอาจไม่ทันท่วงที พฤติกรรมสุขภาพ เช่น การออกกำลังกายสม่ำเสมอ ลดความเครียด พักผ่อนให้เพียงพอ และควบคุมโรคประจำตัวอย่างเคร่งครัด เป็นสิ่งที่ทุกคนควรใส่ใจ อย่านิ่งนอนใจหากรู้สึกผิดปกติ เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของภัยเงียบที่รอวันทำร้ายชีวิตได้

​​​​​​​​​​​​​สำหรับผู้ที่พบว่าตนมีความเสี่ยง สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ได้ที่ โทร. 1270 หรือ Line: https://lhco.li/3YR7rhZ และ Facebook: Praram9 Hospital 

‘ภัทรดา แก้วผ่อง’ คว้า Miss Wheelchair Thailand 2025 เก่ง กล้า เปี่ยมพลัง สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนพิการทั่วประเทศ

‘ภัทรดา แก้วผ่อง’ คว้า Miss Wheelchair Thailand 2025  เก่ง กล้า เปี่ยมพลัง สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนพิการทั่วประเทศ

‘ภัทรดา แก้วผ่อง’ คว้า Miss Wheelchair Thailand 2025 เก่ง กล้า เปี่ยมพลัง สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนพิการทั่วประเทศ

วันพุธ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สมการรอคอยกว่า 12 ปี สำหรับการประกวด Miss Wheelchair Thailand 2025 เวทีเดียวของประเทศไทยในขณะนี้ ที่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงพิการผู้ใช้รถเข็นได้แสดงพลัง ความสามารถ  ศักยภาพอย่างเต็มภาคภูมิ   และนางสาวภัทรดา แก้วผ่อง สาวงามจากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต คว้ามงกุฎไปครอง ด้วยความโดดเด่นทั้งบุคลิกภาพ ความสามารถ และพลังในการสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนพิการทั่วประเทศ 

ถือเป็นเวทีประกวดสำหรับผู้หญิงพิการที่ใช้รถเข็น เวทีแรกและเวทีเดียวของประเทศไทยในขณะนี้ ซึ่งไม่ได้มุ่งเน้นเพียงความงามภายนอกเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับศักยภาพ ทัศนคติ และความสามารถในการเป็นแรงบันดาลใจแก่ผู้อื่น ที่สะท้อนพลังของ “ความงามจากภายใน” อย่างชัดเจน

ภัทรดา แก้วผ่อง Miss Wheelchair Thailand 2025

เพชรน้ำหนึ่ง ศรีวรรธนะ  ผู้อำนวยการกองประกวดมิสวีลแชร์ไทยแลนด์ กล่าวว่า “เราไม่ได้มองหาคนที่สมบูรณ์แบบ แต่มองหาคนที่กล้าเป็นตัวเอง กล้าที่จะก้าวข้ามคำว่า ‘เป็นไปไม่ได้’ เวทีนี้ไม่ใช่แค่เวทีประกวดความงามความสามารถแต่เป็นเวทีแห่งโอกาส ที่จะช่วยเปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงที่ใช้วีลแชร์ ได้มีโอกาสแสดงศักยภาพอย่างที่เธอเป็น โดยไม่ต้องถูกจำกัดด้วยคำว่า ‘พิการ’ เวทีที่ผลักดันให้สังคมเริ่มมองเห็นว่า ความงาม ความสามารถ และคุณค่าของคนเรา ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรูปร่างหรือสภาพร่างกาย แต่ขึ้นอยู่กับจิตใจและความกล้าที่จะลุกขึ้นยืนในแบบของตัวเอง การสนับสนุนเวทีแบบนี้ ไม่ใช่แค่สนับสนุนคนกลุ่มหนึ่ง แต่มันคือการสร้างสังคมที่เปิดกว้าง ยอมรับความหลากหลาย และให้โอกาสกับทุกคนได้อย่างเท่าเทียม”

(ซ้าย) บุญธิดา ชินวงษ์ รองอันดับ 2, ภัทรดา แก้วผ่อง Miss Wheelchair Thailand 2025   และ กนกวรรณ นาคนาม  รองอันดับ 1

รอบตัดสิน ซึ่งมีพิธีกรชื่อดัง กฤษนะ ละไล และ วสุ แสงสิงแก้ว หรือจิ๊บ รด. ร่วมเป็นสักขีพยานผลการประกวดสุดเข้มข้นจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายวงการ ได้มีมติเอกฉันท์ให้  นางสาวภัทรดา แก้วผ่อง สาวงามจากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต คว้ามงกุฎ Miss Wheelchair Thailand 2025 ไปครอง  ด้วยความโดดเด่นทั้งบุคลิกภาพ ความสามารถ และพลังในการสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนพิการทั่วประเทศ  ขณะที่รางวัล รองอันดับหนึ่ง ตกเป็นของ นางสาวกนกวรรณ นาคนาม อินฟลูเอ็นเซอร์สาวชื่อดัง ผู้สื่อสารพลังบวกและความมั่นใจบนโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง และ รองอันดับสอง ซึ่งควบตำแหน่ง ขวัญใจช่างภาพและสื่อมวลชน ได้แก่ นางสาวบุญธิดา ชินวงษ์ หรือ “น้องฝ้าย” ที่สร้างความประทับใจให้ทุกคนจากการโชว์ฝีมือ “ใช้เท้าแต่งหน้า” และความมุ่งมั่นอันเป็นเอกลักษณ์

ชมพูนุช บุษราคัม นางงามมิตรภาพ

นอกจากนี้ นางสาวชมพูนุช บุษราคัม คว้ารางวัลนางงามมิตรภาพ จากความสดใสร่าเริงและน้ำใจที่มอบให้เพื่อนผู้เข้าประกวดทุกคนตลอดการเก็บตัว  และรางวัลพิเศษ Miss Popular Vote จากผลโหวตสูงสุดของผู้ชม ตกเป็นของ นางสาวอภิญญา ไชยชนะ สาวงามจากจังหวัดนราธิวาส ผู้มุ่งมั่นตั้งใจที่จะพัฒนาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเป็นกระบอกเสียงเพื่อคนพิการในพื้นที่ของตน

สำหรับการประกวด Miss Wheelchair Thailand ในปีนี้ไม่เพียงสร้างความภาคภูมิใจให้กับผู้เข้าประกวด แต่ยังตอกย้ำความสำเร็จของการเปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงพิการได้เฉิดฉายในแบบของตัวเอง และผลักดันภาพลักษณ์ใหม่ของผู้หญิงที่ใช้วีลแชร์ เพื่อเป็นแบบอย่างและกำลังใจให้กับผู้หญิงพิการและผู้ด้อยโอกาสทุกคน ทั้งนี้ สามารถติดตามทุกความเคลื่อนไหวของการประกวดเพิ่มเติมได้ที่  Facebook: Miss Wheelchair Thailand   


อภิญญา ไชยชนะ Miss Popular Vote

เพชรน้ำหนึ่ง ศรีวรรธนะ  ผู้อำนยวการกองประกวด

‘โอปอล-สุชาตา’ มิสเวิลด์ 2025 โชว์สุดพิเศษในงาน ‘New Season New Home’

‘โอปอล-สุชาตา’ มิสเวิลด์ 2025 โชว์สุดพิเศษในงาน ‘New Season New Home’

‘โอปอล-สุชาตา’ มิสเวิลด์ 2025 โชว์สุดพิเศษในงาน ‘New Season New Home’

วันพุธ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ผู้ได้ลิขสิทธิ์จาก The Football Association Premier League Limited (Premier League) อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียว (Exclusivity right) ในการถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกและเอมิเรตส์ เอฟเอ คัพ ตลอด 6 ฤดูกาล ใน 3 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย  ประเทศลาว และประเทศกัมพูชา อย่างเต็มรูปแบบ  โดยเริ่มถ่ายทอดสดฤดูกาล  2025/26 ในวันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม 2568 ครั้งแรก  ร่วมกับ  บริษัท  โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MONO จัดงานแถลง“New Season New Home”  

ภายในงานมีนักฟุตบอลชื่อดังในตำนาน  เดวิด เจมส์, ไรอัน กิ๊กส์, รอแบร์ ปีแร็ส   ที่บินตรงมาจากประเทศอังกฤษเพื่องานนี้เท่านั้น   จากนั้นชมโชว์สุดพิเศษ “OneShot”  โดยศิลปิน  “ตูน บอดี้สแลม” , “ฟังกลิ้งฮีโร่” (F.HERO) และเกริ์ลกรุ๊ปวง “THX” ความสนุกยิ่งทวีคูณจนเวทีเกือบลุกเป็นไฟ เมื่อ   โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี  “มิสเวิลด์ 2025” ปรากฎตัวกับโชว์สุดพิเศษ พร้อมกับถ้วย Premier League Trophy เพื่องานนี้โดยเฉพาะ  ทั้งนี้ในงานยังมีนักแสดง ศิลปิน ผู้ประกาศข่าวช่อง MONO29 เข้าร่วมงานมากมาย 

งานแถลงข่าว “New Season New Home”  ได้รับเกียรติจาก  พิชญ์  โพธารามิก ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของกลุ่มจัสมินและกลุ่มโมโน ร่วมด้วย  สารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์   ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)  เข้าร่วมงาน  พร้อมด้วยผู้บริหารกลุ่มจัสมิน นำโดย วีรยุทธ โพธารามิก ประธานกรรมการ, ดร.โสรัชย์ อัศวะประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, ธัญญพัฒน์ นิรุตติศาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่กลยุทธ์องค์กร  บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)  โดยมี   นวมินทร์ ประสพเนตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, บรรณสิทธิ์ รักวงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฎิบัติการ บริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน), ธัญญา วชิรบรรจง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรายการและผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ช่อง MONO29, หทัยทิพย์ หมัดจุ้ย ผู้อำนวยการธุรกิจดูหนังออนไลน์ หรือ Monomax, ปรัธนา    ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป AIS เข้าร่วมงาน

ทั้งนี้ ผู้ชมสามารถรับชมได้ทุกคู่ ทุกแมตช์ ทั้งการถ่ายทอดสดและชมย้อนหลัง ผ่านทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน สมาร์ททีวีหรือเว็บไซต์  สามารถซื้อแพคเกจเข้าชมได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 9 สิงหาคม 2568 และเพื่อเป็นการอุ่นเครื่อง ผู้ชมที่มีแพ็กเกจ   “MONOMAX Standard”   จะได้รับชมการถ่ายทอดสด FIFA CLUB WORLD CUP  จำนวน 51 แมตซ์ เริ่มประเดิมเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2568  ที่ผ่านมา ทันที  โดยฤดูกาล 2025/26  จะเริ่มขึ้นในวันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม 2568 พร้อมรับชมทั่วประเทศ  ผ่านทางแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง Monomax

ล็อกซเล่ย์ – เอเอสเอ็ม ผนึก ICF สานต่อ ‘โค้ชเพื่อน้อง ซีซั่น 3 สตรองคูณสาม’ สร้างแรงบันดาลใจและพลังบวกแก่เยาวชนบ้านมุทิตา

ล็อกซเล่ย์ - เอเอสเอ็ม ผนึก ICF สานต่อ ‘โค้ชเพื่อน้อง ซีซั่น 3 สตรองคูณสาม’ สร้างแรงบันดาลใจและพลังบวกแก่เยาวชนบ้านมุทิตา

ล็อกซเล่ย์ – เอเอสเอ็ม ผนึก ICF สานต่อ ‘โค้ชเพื่อน้อง ซีซั่น 3 สตรองคูณสาม’ สร้างแรงบันดาลใจและพลังบวกแก่เยาวชนบ้านมุทิตา

วันพุธ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) โดยฝ่ายกิจกรรมองค์กรเพื่อสังคม (CSR LOXLEY) และ บริษัท รักษาความปลอดภัย เอเอสเอ็ม แมเนจเมนท์ จำกัด (ASM) ภายใต้โครงการ “Pay The Love Forward” ครั้งที่ 3 ร่วมกับ สมาพันธ์โค้ชนานาชาติ กรุงเทพฯ (ICF Bangkok Chapter) จัดกิจกรรม “โค้ชเพื่อน้อง ซีซั่น 3 สตรองคูณสาม” ณ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านมุทิตา เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและปรับกรอบความคิด (Mindset) ให้กับน้องๆ เยาวชนและผู้ปกครอง สำหรับการใช้ชีวิตหลังจากได้รับการปล่อยตัว

จรัสพงศ์ ล่ำซำ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ล็อกซเล่ย์

จรัสพงศ์ ล่ำซำ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ล็อกซเล่ย์ เปิดเผยว่า กิจกรรม “โค้ชเพื่อน้อง ซีซั่น 3 สตรองคูณสาม” เป็นความร่วมมืออันดีระหว่าง กลุ่มบริษัทล็อกซเล่ย์ และ สมาพันธ์โค้ชนานาชาติ กรุงเทพฯ โดยได้ระดมทีมโค้ชจิตอาสา พนักงานบริษัท และนักกีฬาฟุตบอลคนตาบอดทีมชาติไทย สังกัดโครงการ “ล็อกซเล่ย์-เอเอสเอ็ม สปอร์ต ฮีโร่” มาร่วมส่งต่อกำลังใจและแนวทางในการดำเนินชีวิตที่ดีขึ้นสำหรับเยาวชนที่เคยทำผิดพลาด ให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมั่นใจ และไม่หวนกลับไปกระทำความผิดซ้ำอีก

จรัสพงศ์ ล่ำซำ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ล็อกซเล่ย์ ,กัญญาภัทร สุทธิบูรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็ก

กิจกรรม “โค้ชเพื่อน้อง สตรองคูณสาม” ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องโดย “โค้ชเพื่อน้อง ซีซั่น 1” ได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายจิตอาสาและนักกีฬาแบดมินตันคนพิการทีมชาติไทย สังกัดโครงการ “ล็อกซเล่ย์-เอเอสเอ็ม สปอร์ต ฮีโร่” ร่วมให้กำลังใจน้องๆ ณ สถานแรกรับเด็กและเยาวชนชายบ้านเมตตา ถัดมาใน “โค้ชเพื่อน้อง ซีซั่น 2” ทีมโค้ชจิตอาสา พนักงานบริษัท และนักกีฬาฟุตบอลคนตาบอดทีมชาติไทย สังกัดโครงการ “ล็อกซเล่ย์-เอเอสเอ็ม สปอร์ต ฮีโร่” ได้เดินทางไปสร้างแรงบันดาลใจ ที่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนพระนครศรีอยุธยา

ทีมโค้ชจิตอาสาจาก ICF, เจ้าเต๋า-ปัญญาวุฒิ คุพันธ์ และ ราม-รณรต ภู่นา สองนักกีฬาฟุตบอลคนตาบอดทีมชาติไทย พร้อมด้วยพนักงาน บมจ.ล็อกซเล่ย์ ร่วมพูดคุยกับน้องๆ เยาวชนบ้านมุทิตา

สำหรับกิจกรรม “โค้ชเพื่อน้อง ซีซั่น 3 สตรองคูณสาม” ในครั้งนี้ ทีมโค้ชจิตอาสาจาก ICF และนักกีฬาฟุตบอลคนตาบอดทีมชาติไทย สังกัดโครงการ “ล็อกซเล่ย์-เอเอสเอ็ม สปอร์ต ฮีโร่” พร้อมด้วยพนักงานบริษัท ได้ร่วมพูดคุยกับน้องๆ เยาวชนชายศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านมุทิตาที่กำลังจะได้รับการปล่อยตัว รวมถึงผู้ปกครองที่เข้าร่วมกิจกรรมโค้ชชิ่ง “การสร้างพื้นที่ปลอดภัยในครอบครัว” โดยเน้นการสร้าง Mindset เชิงบวกแบบ 1 โค้ชต่อ 1 ครอบครัว เพื่อให้น้องๆ ได้รับคำแนะนำที่ดีและมีกำลังใจในการสร้างเส้นทางชีวิตที่ดีกว่าเดิม

นอกจากแรงบันดาลใจและพลังบวกจากทีมโค้ชจิตอาสา ICF แล้ว น้องๆ เยาวชนยังได้ชมและร่วมสนุกกับการโชว์ทักษะฟุตบอลของ “เจ้าเต๋า” ปัญญาวุฒิ คุพันธ์ ดาวซัลโวอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 12 และ “ราม” รณรต ภู่นา สองนักกีฬาฟุตบอลคนตาบอดทีมชาติไทย และภายใต้การสนับสนุนจากโครงการ “ล็อกซเล่ย์-เอเอสเอ็ม สปอร์ต ฮีโร่” ที่มาร่วมโชว์สกิลการเลี้ยงบอลกับน้องๆ อย่างเป็นกันเอง สร้างความสนุกสนานและรอยยิ้มตลอดกิจกรรม

“โค้ชเหลี่ยน” โสฬัส อมาตยกุล DEIB Director ประธานโครงการโค้ชไอซีเอฟจิตอาสา,สุภาวดี พสกภักดี ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการ ฝ่ายตรวจสอบภายใน บจก.รักษาความปลอดภัย เอเอสเอ็ม แมเนจเมนท์ ,รัตนา วัชรเสถียร ผู้อำนวยการ ฝ่ายกิจกรรมองค์กรเพื่อสังคม บมจ.ล็อกซเล่ย์

รัตนา วัชรเสถียร ผู้อำนวยการ ฝ่ายกิจกรรมองค์กรเพื่อสังคม บมจ.ล็อกซเล่ย์

รัตนา วัชรเสถียร ผู้อำนวยการ ฝ่ายกิจกรรมองค์กรเพื่อสังคม บมจ.ล็อกซเล่ย์

‘เชฟแพม-พิชญา’ คว้าเชฟหญิงยอดเยี่ยมระดับโลก ประจำปี 2025 บทพิสูจน์การก้าวข้ามขีดจำกัดของ ‘ผู้หญิง’ สู่ความเป็นเลิศในวงการอาหาร

‘เชฟแพม-พิชญา’ คว้าเชฟหญิงยอดเยี่ยมระดับโลก ประจำปี 2025   บทพิสูจน์การก้าวข้ามขีดจำกัดของ ‘ผู้หญิง’ สู่ความเป็นเลิศในวงการอาหาร

‘เชฟแพม-พิชญา’ คว้าเชฟหญิงยอดเยี่ยมระดับโลก ประจำปี 2025 บทพิสูจน์การก้าวข้ามขีดจำกัดของ ‘ผู้หญิง’ สู่ความเป็นเลิศในวงการอาหาร

วันพุธ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ต้องขอแสดงความยินดีกับ เชฟแพม-พิชญา สุนทรญาณกิจ เจ้าของร้านอาหารมิชลิน Potong (โพทง) ย่านเยาวราช  ที่สร้างชื่อให้กับวงการอาหารและเชฟของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง  นอกจากคว้ารางวัล The World’s Best Female Chef 2025 หรือ เชฟหญิงยอดเยี่ยมระดับโลก ประจำปี 2025  ที่เป็นเชฟชาวเอเชียคนแรกที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ในประวัติศาสตร์ 14 ปีของการมอบรางวัล ตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านอาหารจากทั่วโลกกว่า 1,120 คนแล้ว ร้าน Potong (โพทง) ของเธอ ยังขยับจากอันดับ 57  มาที่อันดับ 13  บนลิสต์ The World’s 50 Best Restaurants ปี 2025  โดยงานประกาศผลจัดขึ้น ณ เมืองตูริน ประเทศอิตาลี ไปเมื่อเร็วๆ นี้

ก่อนหน้านี้ เชฟแพม-พิชญา  คว้ารางวัล Asia’s Best Female Chef Award 2024  หรือเชฟหญิงยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย และเป็นเชฟหญิงชาวไทยคนแรกในรอบ 10 ปีที่คว้ารางวัลนี้จากการโหวตของสมาชิกจำนวน 318 รายจาก Asia’s 50 Best Restaurants Academy เพื่อยกย่องเชฟหญิงที่ยืนหยัดในการก้าวข้ามขีดจำกัดความเป็นเลิศในวงการอาหาร

เชฟแพม-พิชญา สุนทรญาณกิจ ก่อตั้งร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งไทย-จีน POTONG  ร้านมิชลิน 1 ดาว ในอาคารเก่าแก่ของครอบครัวย่านเยาวราช คำว่า Potong  แปลว่า “เรียบง่าย” นำเสนอมรดกทางวัฒนธรรมผ่านอาหารไทย-จีน ที่เชฟแพมสั่งสมมา เน้นที่องค์ประกอบ 5 ประการ ได้แก่ เค็ม เปรี้ยว เผ็ด เนื้อสัมผัส และเมลลาร์ด (maillard reaction) ได้เข้ามามีชื่อบนลิสต์The World’s 50 Best Restaurants ปีแรก 2023 อยู่ที่อันดับ 88  ขยับขึ้นมาอันดับ 57 ในปี 2024 และขยับมาอยู่ที่อันดับ 13 ในปี 2025  พร้อมคว้ารางวัล The World’s Best Female Chef 2025 หรือ เชฟหญิงยอดเยี่ยมระดับโลกประจำปี 2025  มาครอง

นอกจากฝีมือทำอาหารที่เป็นเลิศทั้งรสชาติและความคิดสร้างสรรค์ อีกหนึ่งความมุ่งมั่นเชฟแพม ก็คือ การสนับสนุนเชฟสตรีให้ก้าวข้ามขีดจำกัดในวงการอาหาร  เห็นได้ชัดจากบทบาทของเธอที่ทำงานร่วมกับ Gastronauts Asia และ Women in Gastronomy นอกจากนี้ เธอยังริเริ่มโครงการมอบทุนการศึกษา WFW (Women for Women) ร่วมกับองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรอย่างสมาคมสตรีอเมริกันแห่งประเทศไทย หรือ American Women’s Club of Thailand โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนนักเรียนหญิงในพื้นที่ชนบทของประเทศไทยให้บรรลุความฝันในการเป็นเชฟ

ปี 2568 นับว่าเป็นปีทองของ เชฟแพม-พิชญา ที่นอกจากจะก้าวสู่จุดสูงสุดและได้รับการยอมรับในฐานะเชฟหญิงยอดเยี่ยมระดับโลก 2025 แล้ว เธอยังเปิดร้านอาหารแห่งใหม่ล่าสุดที่ชื่อ “ข้าวสารเสก” แถวทรงวาด  ที่หยิบวัตถุดิบสำคัญ 5 อย่างของไทย ได้แก่ ข้าว น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ พริก และมะพร้าว ผ่านการคัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถันมาเป็นตัวตั้งต้นในการรังสรรค์เมนูต่างๆ ของร้าน  

เชฟแพม-พิชญา  นับเป็นแบบอย่างและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงอีกมากมายในวงการอาหาร รวมทั้งแวดงวงอื่นๆ ในทุกสาขาอาชีพ ทั้งนี้ สามารถติดตามชีวิตการทำงานของเธอผ่านอินสตาแกรม : chef.pam

มูลนิธิรามาธิบดีฯ ส่งต่อความรักผ่านของที่ระลึกเพื่อการกุศล ‘เจ้าชายน้อย’

มูลนิธิรามาธิบดีฯ ส่งต่อความรักผ่านของที่ระลึกเพื่อการกุศล  ‘เจ้าชายน้อย’

มูลนิธิรามาธิบดีฯ ส่งต่อความรักผ่านของที่ระลึกเพื่อการกุศล ‘เจ้าชายน้อย’

วันพุธ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มูลนิธิรามาธิบดีฯ  ยึดมั่นในพลังแห่ง “คำว่าให้…ไม่สิ้นสุด” ถ่ายทอดเจตนารมณ์ของการให้ผ่านคอลเลกชันของที่ระลึกการกุศลชุดพิเศษ “เจ้าชายน้อย” (Le Petit Prince หรือ The Little Prince) วรรณกรรมคลาสสิกระดับโลกอันทรงคุณค่าที่ครองใจผู้คนมายาวนานกว่า 80 ปี เพื่อเชิญชวนทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อความรัก ความเมตตา และการให้ที่ยั่งยืน  

พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ ผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับลิขสิทธิ์ ‘เจ้าชายน้อย’ ในการสร้างสรรค์คอลเลกชันนี้ โดยมูลนิธิตั้งใจที่จะนำวรรณกรรมที่พูดถึงความรัก ความเมตตา และการให้ มาถ่ายทอดผ่านสิ่งของที่ผู้คนสามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า เสื้อ หรือของใช้ต่าง ๆ ที่มีลวดลายสื่อสัญลักษณ์และถ้อยคำปลอบประโลมใจจาก ‘เจ้าชายน้อย’ เพราะอยากให้ทุกชิ้นไม่ใช่แค่เป็นของใช้ หรือของสะสม แต่เป็นเครื่องเตือนใจถึงความงดงามของการให้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด ‘การให้…ไม่สิ้นสุด’ ของมูลนิธิรามาธิบดีฯโดยทุกการสนับสนุนจากผู้ที่ชื่นชอบ ‘เจ้าชายน้อย’และผู้มีจิตศรัทธา จะนำไปใช้ในการช่วยเหลือผู้ป่วยและสนับสนุนโครงการต่าง ๆ ที่สร้างประโยชน์อย่างแท้จริง”   

คอลเลกชันของที่ระลึกการกุศล “เจ้าชายน้อย” ได้รับแรงบันดาลใจจากปรัชญาอันลึกซึ้งและภาพประกอบ        อันงดงามของ “เจ้าชายน้อย” วรรณกรรมฝรั่งเศสสุดคลาสสิกโดย อองตวน เดอ แซ็งเต็ก-ซูเปรี ที่ครองใจผู้อ่านทั่วโลกมา   อย่างยาวนาน โดยของที่ระลึกการกุศลทุกชิ้นในคอลเลกชันได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน ผ่านลวดลายสื่อสัญลักษณ์ต่างๆ ที่แฟน “เจ้าชายน้อย” จะต้องหลงรัก เช่น เจ้าชายน้อยในท่วงท่าต่างๆ ดอกกุหลาบในครอบแก้ว ดวงดาว สุนัขจิ้งจอก เครื่องบิน ในโทนสีที่อบอุ่น เช่น ฟ้า ครีม เขียวมินต์ กรมท่า โดยมีไอเทมยอดนิยมอย่าง เสื้อยืด หมวก กระเป๋าแบบต่างๆ ร่ม รวมถึงไอเทมที่เพิ่มเติมมาใหม่ ได้แก่ หมอนอิง พวงกุญแจผ้า แผ่นรองเม้าส์ ม่านบังแดด และครั้งแรก! กับผ้าคลุมให้นมบุตร ซึ่งนอกจากจะเป็นของที่ระลึกที่สวยงาม เปี่ยมความหมาย น่าสะสม และใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ในราคาจับต้องได้ เริ่มต้นที่ 79 – 899 บาทแล้ว  คอลเลกชันนี้ยังเป็นตัวแทนของความปรารถนาดี เพราะรายได้จากการสนับสนุนจะนำไปสมทบทุนจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ และช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้ ด้วยการสนับสนุนของที่ระลึกการกุศลชุดใหม่ล่าสุด “เจ้าชายน้อย” ที่ทั้งสวยงามและเปี่ยมความหมาย เริ่มวางขายแล้ววันนี้ (25 มิ.ย.) เป็นต้นไป สามารถสั่งซื้อได้แล้วที่มูลนิธิรามาธิบดีฯ (โรงพยาบาลรามาธิบดี และสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ จ.สมุทรปราการ) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2201-2222 (ในวันและเวลาราชการ) ติดตามข่าวสารได้ที่ FB • IG • LINE @RAMAFOUNDATION หรือสั่งออนไลน์ที่ : www.ramafoundation.or.th / LINE @RAMAFOUNDATION / LINE SHOPPING และ Robinhood