LIFE & HEALTH : รู้จักโรคไทรอยด์ต่ำ: สาเหตุ อาการ และการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี

LIFE&HEALTH : รู้จักโรคไทรอยด์ต่ำ: สาเหตุ อาการ และการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี

LIFE&HEALTH : รู้จักโรคไทรอยด์ต่ำ: สาเหตุ อาการ และการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี

วันพุธ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ฮอร์โมนไทรอยด์ ทำหน้าที่สำคัญมากในร่างกายเกี่ยวกับการควบคุมการเจริญเติบโต พัฒนาการของสมองในทารก ควบคุมกระบวนการเมแทบอลิซึม (metabolism) ของคาร์โบไฮเดรต ไขมันและโปรตีน ฮอร์โมนไทรอยด์ทำให้มีการเพิ่มการใช้ออกซิเจนของร่างกายและเพิ่มการสร้างความร้อนในร่างกาย และมีผลควบคุมอุณหภูมิร่างกาย (thermogenesis) ด้วย นอกจากนั้นทำหน้าที่ควบคุมการเจริญเติบโต การพัฒนาและการทำงานของเนื้อเยื่อทุกส่วนในร่างกาย โดยเฉพาะในระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ และระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ กระตุ้นการสังเคราะห์โปรตีน และการหลั่งและการออกฤทธิ์ของฮอร์โมนเกี่ยวกับการเติบโต (growth hormone) ต่อเนื้อเยื่อต่างๆ การขาดฮอร์โมนไทรอยด์ ทำให้ผู้ป่วยมีการทำงานของร่างกายผิดปกติการทำหน้าที่ต่างๆในร่างกายทำงานช้าลง โดยเฉพาะในทารกแรกเกิดและเด็ก การขาดฮอร์โมนไทรอยด์ ทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า “cretinism” ผู้ป่วยจะมีตัวเตี้ยแคระเกร็น (dwarfism) และมีภาวะผิดปกติของสมอง

ข้อมูลจาก รศ.ดร. ภญ.วิลาสินี หิรัญพานิช ซาโตะ ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า โรคที่เกี่ยวข้องกับต่อมไทรอยด์เกิดจากความผิดปกติของการทำงานของต่อมไทรอยด์  โดยแบ่งเป็น 2 ชนิดใหญ่ๆ คือภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานมากกว่าปกติ (hyperthyroidism) และภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานต่ำกว่าปกติ (hypothyroidism) นอกจากนั้นยังพบความผิดปกติอื่นๆ ได้แก่ โรคก้อนที่ต่อมไทรอยด์ (thyroid goiter) และ โรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ (thyroid cancer) เป็นต้น

โรคไทรอยด์ต่ำ (hypothyroidism) คืออะไร

ภาวะที่มีการสร้างและหลั่งฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำกว่าปกติ ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะมีอาการพูดช้า ทำงานช้า รู้สึกขี้หนาว ท้องผูก น้ำหนักตัวเพิ่มทั้งๆที่ไม่ได้รับประทานอาหารมากกว่าปกติ ตัวบวม มีเลือดประจำเดือนมากกว่าปกติ ผิวหนังหยาบแห้ง เป็นต้น สาเหตุของโรคไทรอยด์ต่ำ เกิดได้หลายสาเหตุได้แก่

  1.  การอักเสบของต่อมไทรอยด์ สาเหตุจากภาวะความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน (autoimmune disease) มีการสร้างแอนติบอดี (antibody) ทำลายฮอร์โมนไทรอยด์ด้วยภูมิคุ้มกันของตัวเอง ซึ่งเรียกภาวะนี้ว่า “Hashimoto’s disease”
  2.  ผลจากการรักษาภาวะไทรอยด์สูง เช่น การผ่าตัดต่อมไทรอยด์ออก การรักษาด้วยการฉายรังสีที่ทำให้เกิดการทำลายเนื้อต่อมไทรอยด์ หรือผลการรักษาด้วยยาต้านไทรอยด์ที่ส่งผลทำให้มีระดับฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ เป็นต้น
  3. การขาดสารอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่มีไอโอดีนเป็นส่วนประกอบ
  4. ต่อมไทรอยด์อักเสบ (thyroiditis หรือ inflammation of thyroid)

รู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคไทรอยด์ต่ำ

  1. อาการแสดง ได้แก่ น้ำหนักขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ ผิวแห้ง ขี้หนาว ผมบาง พูดช้า ทำงานช้า คิดช้า ท้องผูก ปวดเมื่อยตามตัว กล้ามเนื้ออ่อนแรง ปวดข้อ ประจำเดือนมาไม่ปกติหรือมาปริมาณมากกว่าปกติ มีการสะสมของสารมูโคโพลีซักคาไรด์ (mucopolysaccharide) ตามชั้นผิวหนัง ทำให้หน้าบวม หนังตาบวม ผิวหนังหยาบแห้ง เสียงแหบ หรือเสียงขึ้นจมูก มีอาการคัดจมูก บางคนมีอาการทางจิตเวชร่วมด้วย เช่น ซึมเศร้า เป็นต้น อย่างไรก็ตามในผู้ป่วยบางรายไม่มีอาการแสดงชัดเจน เนื่องจากอาการโรคมีลักษณะที่ไม่จำเพาะทำให้วินิจฉัยได้ยาก ส่วนใหญ่ต้องมีการตรวจระดับฮอร์โมนในเลือดเพื่อวินิจฉัยยืนยันผล
  2. ผลทางห้องปฏิบัติการ ผลการตรวจเลือดจะพบระดับของ free thyroxine (T4) และ T3 ลดลง ขณะที่มีการเพิ่มขึ้นของระดับ TSH มากขึ้น นอกจากนั้นการวัด anti-thyroid antibody หากพบ TPO antibodies ให้ผลบวกจะช่วยวินิจฉัยว่าเป็น Hashimoto’s thyroiditis

เป้าหมายการรักษาและแนวทางการรักษา

ผู้ป่วยโรคไทรอยด์ต่ำส่วนใหญ่มักเป็นชนิดถาวรและต้องการการรักษาในระยะยาว จุดประสงค์ของการรักษาที่สำคัญคือต้องการฮอร์โมนไทรอยด์ทดแทน เพื่อชดเชยการขาดฮอร์โมนไทรอยด์เพื่อทำให้การทำงานของระบบต่างๆ ของร่างกายกลับคืนสู่ภาวะปกติ  การรักษาทำโดยการให้ฮอร์โมนไทรอยด์ทดแทน รูปแบบยาเตรียมที่เป็นทางเลือกคือ levothyroxine หรือ T4  โดยต้องปรับขนาดยาให้เหมาะสมตามผู้ป่วยแต่ละราย ส่วนใหญ่รับประทานยาวันละครั้ง สำหรับผู้ป่วยที่สูงอายุ และผู้ป่วยโรคหัวใจ ต้องลดขนาดยาลง ทั้งนี้เนื่องจากผู้ป่วยสูงอายุมีความไวต่อฮอร์โมนมาก และหากมีภาวะผิดปกติเกี่ยวกับโรคหัวใจแพทย์อาจจะพิจารณาหยุดใช้หรือลดขนาดยาลง

ฮอร์โมนไทรอยด์ทดแทนสำหรับรักษาภาวะฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำมีอาการไม่พึงประสงค์อะไรบ้าง

  • อาการไม่พึงประสงค์จากการรับประทานฮอร์โมนไทรอยด์ทดแทนที่อาจพบ ได้แก่ อาการทางระบบหัวใจและหลอดเลือด เช่น หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง เป็นต้น ซึ่งควรต้องระวังการเกิดอาการไม่พึงประสงค์เหล่านี้โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับโรคหัวใจอยู่แล้ว
  • อาการไม่พึงประสงค์อื่นๆที่อาจพบโดยเฉพาะการได้รับในขนาดสูง ซึ่งอาการไม่พึงประสงค์เหล่านี้จะคล้ายกับการมีฮอร์โมนไทรอยด์มากเกินไปในร่างกาย ได้แก่ หัวใจเต้นเร็ว อาการกังวล เหนื่อยง่าย หงุดหงิด นอนไม่หลับ กระวนกระวาย หิวบ่อย น้ำหนักลงลง มวลกระดูกลดลง  เป็นต้น

ยาอะไรบ้างที่เกิดอันตรกิริยากับฮอร์โมนไทรอยด์ทดแทน

  • ฮอร์โมนไทรอยด์ทดแทน (T4) เมื่อให้โดยการรับประทาน จะถูกดูดซึมได้ดีในลำไส้เล็ก อย่างไรก็ตามการรับประทานร่วมกับยาหรืออาหารบางชนิดอาจมีผลรบกวนการดูดซึมของ T4 ได้เช่น ยาลดกรด แคลเซียม ธาตุเหล็ก ยาชนิดอื่นๆ โดยเฉพาะที่มีประจุในโครงสร้าง เช่น sucralfate, cholestyramine, colestipol เป็นต้น โดยหากจำเป็นต้องรับประทานร่วมกัน ควรรับประทานห่างกันอย่างน้อย 2-4 ชม.
  • ยาที่มีผลรบกวนกระบวนการเมแทบอลิซึมของ T4 เช่น ยาที่มีฤทธิ์เหนี่ยวนำเอนไซม์ที่เร่งการทำลาย T4 (enzyme inducer) เช่น rifampin, phenobarbital, carbamazepine, phenytoin เป็นต้น

การติดตามผลการรักษาหลังการรับประทานฮอร์โมนไทรอยด์ทดแทน

  • ติดตามค่า TSH, T3 และ T4 ในเลือดหลังจากรักษาด้วยยานาน 6-8 สัปดาห์ และสังเกตอาการแสดง

ควรปฏิบัติตนอย่างไรขณะใช้ยารักษาโรคไทรอยด์ต่ำ

  • ควรรับประทานยา levothyroxine ก่อนอาหารนานประมาณ 30 นาทีหรือ 1 ชั่วโมงพร้อมน้ำเปล่า (ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานพร้อมนม) หลีกเลี่ยงการรับประทานยาร่วมกับยาชนิดอื่นๆที่อาจเกิดอันตรกิริยาระหว่างยา และแนะนำให้รับประทานยาในเวลาเดียวกันของทุกวันเพื่อให้ยาในร่างกายมีระดับคงที่
  • รับประทานยาสม่ำเสมอตามแพทย์สั่ง อย่าปรับขนาดยาเอง และห้ามหยุดรับประทานยาเอง โดยไม่ปรึกษาแพทย์แม้อาการดีขึ้นแล้ว
  • ตรวจติดตามวัดระดับฮอร์โมนไทรอยด์ในเลือด ติดตามวัดระดับ TSH และ free thyroxine เป็นระยะๆ (ทุก 4-6 เดือน) เพื่อแพทย์สามารถปรับขนาดยาให้เหมาะสม
  • หากมีการตั้งครรภ์ หรือเกิดโรคประจำตัวอื่นโดยเฉพาะโรคหัวใจและหลอดเลือด ต้องปรึกษาแพทย์เพื่อปรับขนาดยา
  • หลังรับประทานฮอร์โมนไทรอยด์ทดแทนแล้ว หากมีอาการผิดปกติ เช่น ใจสั่น น้ำหนักลดเร็ว นอนไม่หลับ เหงื่อออกมาก อ่อนเพลียผิดปกติ ให้รีบปรึกษาแพทย์เพื่อปรับขนาดยา
  • สามารถรับประทานอาหารตามปกติ โดยอาจเน้นอาหารที่มีไอโอดีน (ในปริมาณที่เหมาะสม) เช่น เกลือเสริมไอโอดีน สาหร่ายทะเล ปลา การรับประทานผักและผลไม้สด การออกกำลังกาย และควรดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอวันละ 6-8 แก้ว จะช่วยควบคุมสมดุลร่างกาย และควบคุมน้ำหนักตัว

โดยสรุปโรคไทรอยด์ต่ำ สามารถรักษาได้ด้วยยาฮอร์โมนไทรอยด์ทดแทน ผู้ป่วยไม่ควรกังวลมากเกินไป หากเกิดอาการผิดปกติหรือสงสัยควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจให้แน่ชัด ไม่ควรหาซื้อยามารับประทานเอง โดยหากตรวจวินิจฉัยโรคแล้วทราบผลความผิดปกติเร็ว การได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีและปฏิบัติตนอย่างถูกต้อง จะสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://pharmacy.mahidol.ac.th/th/service.php

ผ.ศ. (พิเศษ) ดร. เภสัชกร อภิสิทธิ์  ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

มูลนิธิมาดามแป้งเปิดช่องทางสนับสนุนมูลนิธิฯ ผ่าน K+ market ลดหย่อนภาษีได้

มูลนิธิมาดามแป้งเปิดช่องทางสนับสนุนมูลนิธิฯ ผ่าน K+ market ลดหย่อนภาษีได้

มูลนิธิมาดามแป้งเปิดช่องทางสนับสนุนมูลนิธิฯ ผ่าน K+ market ลดหย่อนภาษีได้

วันพุธ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มูลนิธิมาดามแป้ง เปิดช่องทางใหม่ในการทำบุญ บริจาคด้วยช่องทาง K+ market บนแอปพลิเคชัน K PLUS (K+) จากธนาคารกสิกรไทย เปิดโอกาสให้คนไทยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม ด้วยการสนับสนุนโครงการและกิจกรรมต่างๆ ผ่านมูลนิธิมาดามแป้ง ผู้บริจาคสามารถลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า

วิธีการบริจาค ด้วยช่องทาง K+ market บน K PLUS 1. เปิดแอป  K Plus กดเข้าไปที่ K+ Market  2. กดเลือก “การบริจาค” รูปหัวใจสีแดง บนแถบด้านบน 3. เลือกหมวดที่ต้องการบริจาค ซึ่งสามารถเลือกได้ 2 หมวด ได้แก่ หมวด โรงพยาบาล ผู้ป่วย และผู้พิการ หรือ หมวด เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ และครอบครัว 4. เลื่อนค้นหาและกดเลือก “มูลนิธิมาดามแป้ง” ที่อยู่ด้านล่างสุด 5. กดที่คำว่า “บริจาค”  6. ใส่จำนวนเงินได้ตามจำนวนที่ขึ้นอยู่ หรือ ตามความต้องการ และกดตกลง 7. ตรวจสอบจำนวนเงิน ก่อนกดยืนยันการบริจาค 8. ทำตามขั้นตอนจนรายการสำเร็จ

มูลนิธิมาดามแป้ง องค์กรสาธารณกุศลที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2564 เพื่อส่งต่อน้ำใจคนไทยไม่ทิ้งกัน ร่วมฝ่าฟันวิกฤตต่างๆ มาอย่างมากมาย ตั้งแต่ภัยธรรมชาติ พายุ ดินถล่ม น้ำท่วม จนถึงวิกฤตโควิด-19 ตลอดจนการสนับสนุนเครื่องมือแพทย์ที่จำเป็น แก่โรงพยาบาลที่ห่างไกล ฯลฯ ล้วนตอกย้ำภารกิจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสังคมไทยให้ผ่านพ้นทุกสถานการณ์ ไปด้วยกัน

‘อิงฟ้า วราหะ’ โชว์จัดเต็มส่งท้าย Pride Month สนั่นเวที ‘Bangkok Pride Party 2025 : Born This Way’

‘อิงฟ้า วราหะ’ โชว์จัดเต็มส่งท้าย Pride Month สนั่นเวที ‘Bangkok Pride Party 2025 : Born This Way’

‘อิงฟ้า วราหะ’ โชว์จัดเต็มส่งท้าย Pride Month สนั่นเวที ‘Bangkok Pride Party 2025 : Born This Way’

วันพุธ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ตัวแม่ LGBTQIAN+ “อิงฟ้า วราหะ” ซูเปอร์สตาร์สาวแห่งบ้าน MGI ร่วมโชว์สุดพิเศษปิดท้าย Pride Month ในงาน Bangkok Pride Party 2025 : Born This Way ค่ำคืนสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ภายใต้ธีม BE UNAPOLOGETICALLY YOU ที่ สเฟียร์ ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้า เอ็มสเฟียร์

ปีนี้ บริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด โดย วาดดาว – อรรณว์ ชุมาพร ประธานและผู้ก่อตั้ง “Bangkok Pride Festival 2025”  ทุ่มงบเนรมิตปาร์ตี้สุดยิ่งใหญ่ให้เป็นค่ำคืนอิสระ เต็มไปด้วยความรัก ความหลากหลาย ให้ทุกคนได้เป็นตัวเองและ ปลดปล่อยพลังไพรด์ในทุกเพศสภาพ ร่วมเฉลิมฉลองพลังแห่งความเท่าเทียม ความสำเร็จอีกก้าวสำคัญสู่เป้าหมายการประกาศความพร้อมว่ากรุงเทพมหานคร ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางแห่ง Pride ระดับโลก และเป็นเจ้าภาพจัด Bangkok World Pride 2030 อย่างสมศักดิ์ศรี

อิงฟ้า วราหะ  เปิดใจว่า “ดีใจมา ที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน Bangkok Pride Party 2025 : Born This Way ในครั้งนี้ ขอบคุณคุณวาดดาว ที่ให้เกียรติเชิญมาร่วมปาร์ตี้ ปีนี้จัดยิ่งใหญ่มากค่ะ ตื่นเต้น พี่ฟ้าขอบคุณทุกคนที่มาให้กำลังใจกันเยอะมาก โอกาสนี้ขอเป็นตัวแทนของชาว LGBTQIAN+ ร่วมผลักดันให้ ‘กรุงเทพมหานคร’ ในการเป็นเจ้าภาพจัด Bangkok World Pride 2030 ด้วยนะคะ”

วาดดาว – อรรณว์ ชุมาพร ประธานและผู้ก่อตั้ง บริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด ในฐานะผู้จัดงาน กล่าวว่า  “การได้เห็นทุกคนปลดปล่อย และมีความสุขไปกับปาร์ตี้ที่เป็นตัวเองอย่างที่สุดแบบนี้แล้ว ในฐานะผู้จัด ก็มีความสุขตามไปด้วยค่ะ ปาร์ตี้เฉลิมฉลองพลัง LGBTQIAN+ ความเท่าเทียม  เป็นความสำเร็จอีกก้าว สู่เป้าหมายการประกาศความพร้อมว่ากรุงเทพมหานคร จะเป็นจุดหมายปลายทางแห่ง Pride ระดับโลก และเป็นเจ้าภาพจัด Bangkok World Pride 2030  ต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมแรง ร่วมใจ เพื่อให้งานครั้งนี้ประสบความสำเร็จ ได้มีพื้นที่ในการแสดงออกถึงความเท่าเทียม ความหลากหลาย เสรีภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

การจัดงาน Bangkok Pride Party 2025 ไม่ได้เป็นเพียงการเฉลิมฉลอง เพื่อผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งต่อความรักและพลังให้กันและกัน พร้อมทั้งสะท้อนให้เห็นว่าชาว LGBTQIAN+ ซึ่งประกอบอาชีพหลากหลาย สามารถที่จะเป็นหนึ่งในแรงผลักดันให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ เราอยากปักหมุดหมาย Bangkok Pride Party เป็น Pride Party Destination ที่ชาว LGBTQIAN+ ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติทุกคนอยากมาร่วมเฉลิมฉลองมากที่สุดในทุกๆปี นอกเหนือจากการคาดหวังให้ Bangkok Pride Festival เป็นเทศกาลแห่งชาติ เป็น Pride Destination เป็นขบวนไพรด์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ในเอเชียที่ทุกคนอยากมาร่วมขบวนไพรด์พาเหรดมากที่สุด ซึ่งไม่ใช่แค่คนไทย ไม่ใช่แค่ชาว LGBTQIAN+ แต่เป็นผู้คนและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกค่ะ”.

กลับมาอีกครั้ง ‘อัยยะ ปักษ์ใต้ 2 FLY 2 SOUTH NOW FESTIVAL II’ อลังกว่าเดิม

กลับมาอีกครั้ง  ‘อัยยะ ปักษ์ใต้ 2 FLY 2 SOUTH NOW FESTIVAL II’ อลังกว่าเดิม

กลับมาอีกครั้ง ‘อัยยะ ปักษ์ใต้ 2 FLY 2 SOUTH NOW FESTIVAL II’ อลังกว่าเดิม

วันพุธ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ใครคิดถึงทะเลสีครามและอาหารปักษ์ใต้แท้ๆ ไม่ต้องตีตั๋วบินไกลถึงหาดใหญ่ สุราษฎร์ธานี หรือภูเก็ต เพราะปีนี้ “อัยยะ ปักษ์ใต้ 2 FLY 2 SOUTH NOW FESTIVAL II” กลับมาอีกครั้ง อลังการกว่าเดิม จัดโดย Flynowiii, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคใต้ และ ช่างชุ่ย Creative Park ต้อนรับชาวกรุงฯ ทั่วทั้งพระนครให้เตรียมตัวไปเอ็นจอยตลอด 3 วันเต็มๆ วันที่ 4-6  กรกฎาคม 2568 ที่ช่างชุ่ย Creative Park ย่านปิ่นเกล้า ฝั่งธนฯ

ปีที่แล้วว่าเด็ด ปีนี้รับรองความเผ็ดคูณสอง! อัยยะ ปักษ์ใต้ 2 ชวนคุณไปตื่นตาตื่นใจกับแฟชั่นโชว์กลางแจ้งสุดพิเศษจาก 6 แบรนด์ดีไซน์เนอร์จากภาคใต้ ทั้ง Clothear Vestiare, D’Arcy the Designs, Keziah, Spybrand, Yabulan และ Yayee ที่นำแรงบันดาลใจจาก “สีสัน เส้นสาย ลายเส้น” ของผืนผ้าจากภาคใต้ มาสะบัดบนรันเวย์ (บริเวณลานจอดเครื่องบิน) ที่เป็นเอกลักษณ์ของช่างชุ่ย ในวันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม 2568 เวลา 19.30 น. ภายใต้ธีม “การเดินทางมาเชิญชวนคนกรุงเทพ ไปสัมผัสเสน่ห์ของภาคใต้” พร้อมทัพนางแบบนายแบบกว่า 40 ชีวิต นำทีมโดย ทราย – สิรณัฐ สก๊อต, ลูกเกด – เมทินี กิ่งโพยม, สกาย – กิ่งโพยม ชาร์เพิร์ล, เดล – นฤมล พิมพ์ภักดี, แพรววณิชยฐ์ เรืองทอง, และ เทีย ทวีพาณิชย์พันธุ์

นอกจากนั้น ปีนี้ยังรวมของดี ไอเท็มเด็ด เมนูเผ็ดโดนใจ รวมถึงศิลปะและวัฒนธรรมที่เต็มไปด้วยสีสันและเสน่ห์ของภาคใต้ ยกทัพมาให้ทุกคนได้สัมผัสกันแบบจุกๆ จัดเต็มทั้งบรรยากาศ อาหารใต้รสร้อนแรง ชาชักปักษ์ใต้แท้ งานคราฟต์ และการแสดงดนตรีสด ที่จะทำให้คุณหลงรักภาคใต้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น อาหารใต้หรอยแรง: เตรียมท้องมาให้พร้อม เพราะงานนี้มีร้านอาหารใต้ชื่อดังมาออกบูธให้ได้ลิ้มลองความจัดจ้านถึงใจ ทั้งแกงเหลืองรสเข้มข้น ข้าวยำปักษ์ใต้ หรือขนมพื้นเมืองหากินยาก รับรองฟินทุกคำ ประทับใจไม่ลืม!

งานคราฟต์และสินค้าหัตถกรรมจากปักษ์ใต้: ช้อปเพลินกับเสื้อผ้าชิคๆ งานคราฟต์เก๋ๆ และสินค้าแฮนด์เมดจากภาคใต้ รับรองว่าได้ของที่ระลึกติดไม้ติดมือกลับบ้านแน่นอน, การแสดงศิลปะและวัฒนธรรม: ตื่นตาตื่นใจกับการแสดงพื้นบ้านภาคใต้ และการแสดงดนตรีสดจากศิลปินอินดี้ชาวใต้ ที่นำความร่วมสมัยใหม่มาผสานกับความเป็นปักษ์ใต้ ให้คุณสัมผัสถึงจิตวิญญาณและเสน่ห์ของภาคใต้อย่างแท้จริง, สนุกกับเวิร์คช็อป / ช้อปโปรแกรมทัวร์พิเศษ: เพลินกับเวิร์คช็อปหัตถศิลป์ท้องถิ่นปักษ์ใต้ หรือจะเลือกซื้อทัวร์เที่ยวใต้สุดพิเศษที่ได้รับการครีเอทมาเฉพาะงานนี้เท่านั้น! ที่จะมาเติมเต็มบรรยากาศให้ครึกครื้นและน่าประทับใจตลอดทั้งงาน

สัมผัสความมหัศจรรย์ของศิลปะและวัฒนธรรมภาคใต้ตลอด 3 วันเต็มๆ ระหว่างวันที่ 4-6 กรกฎาคม 2568 ตั้งแต่ 16.00-22.00 น. ที่ ช่างชุ่ย Creative Park ปิ่นเกล้า งานนี้เข้าฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย อย่าลืมชวนเพื่อน ครอบครัว หรือคนรัก มาสัมผัสกับเสน่ห์ของปักษ์ใต้ภายในบรรยากาศชิคๆ มาเดินเล่น ช้อปปิ้ง เช็คอินชิมอาหารอร่อยๆ และชมการแสดงดีๆ รับรองว่าคุ้มค่าและประทับแน่นอน แล้วเจอกันที่งาน “อัยยะ ปักษ์ใต้ 2 FLY 2 SOUTH NOW FESTIVAL II” มาสร้างความทรงจำดีๆ ด้วยกันอีกครั้ง

ติดตามรายละเอียดได้ที่ www.facebook.com/ChangChuiBKK หรือ www.facebook.com/tiewtaibytat  พิกัดโครงการช่างชุ่ย ย่านปิ่นเกล้า: https://goo.gl/maps/Tf3FhGBcgKK9vBsG8

คุณแหน : 2 กรกฎาคม 2568

คุณแหน : 2 กรกฎาคม 2568

คุณแหน : 2 กรกฎาคม 2568

วันพุธ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

..ll ธวัชชัย ศรีทอง ผวจ.ชลบุรี เป็นประธานเปิดโครงการสุขภาพดีใต้ร่มพระบารมี โดยมี ม.ร.ว.จิยากร อาภากร เสสะเวช กรรมการอำนวยการ มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย,กฤตยา อุ่นสากล,พล.ร.ท.วัชระ พัฒนรัฐ,นริสา
พัฒนรัฐ เข้าร่วม ณ รร.สัตหีบ เขตฐานทัพเรือสัตหีบ

..ll เพลินพิศ ศรีภพ นายกเทศมนตรีเมืองตาคลี รับโล่ประกาศเกียรติคุณการพัฒนาศักยภาพเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ(Smart City)ที่มีความโดดเด่นประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น จาก นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และ ดร.ศุภกร สิทธิไชย ผช.ผอ.ดีป้า

..ll กรกฎ ชาตะสิงห์ ประธานรุ่น หลักสูตร วบส.1 นิด้า จัดกิจกรรมสังสรรค์รับประทานอาหารและอุดหนุนสินค้า ที่ร้านพาเฟ่ ของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย โดยมี ชวน หลีกภัย,วรพล-มนตรี โสคติยานุรักษ์, ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ,กฤษดา กวีญาณ, ปภัสรา เตชะไพบูลย์,มนัญชยา สมเลิศ,อารี กังวานเนาวรัตน์ ร่วมด้วย

..ll รศ.พญ.ประสบศรี อึ้งถาวร และดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน รับมอบเงินสนับสนุน สภากาชาดไทย ในโครงการ“Blood Connect-เลือดเชื่อมชีวิต ให้ทุกชีวิตไปต่อ” จาก พงศธร เอื้อมงคลชัย พร้อมด้วย ภาณุพล กิตติคำรณ และอุกฤษณ์ ภาควิวรรธ บจ.ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ (YAMAHA) มอบ เพื่อเป็นการส่งเสริมการบริจาคโลหิตในกลุ่มคนรุ่นใหม่

..ll ยินดีกับผู้จบการอบรมหลักสูตร Digital CEO#8 จำนวน 82 คน เช่น ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ, ดุษฎี พฤกษเศรษฐ,วีระชัย ประเสริฐโส, ดร.สุเมธ ตั้งประเสริฐ,พล.ต.วิทยา เสมาทอง, ศ.ดร.วันประชา เชาวลิตวงศ์,สุชีพ สุขสว่าง, อภิพันธ์ ภู่ภักดี,วิไลพร ทวีลาภพันทอง, ศุจิรัตน์ เธียรธวัช,นพ.วีรฉัตร กิตติรัตนไพบูลย์, ชนะพันธุ์ พิริยะพันธุ์,ศรีวรรณ เศรษฐีวรรณ, ณรงค์วิทย์ ชดช้อย,น.สพ.ธีรชัย วงษ์ชารู, ธีรยุทธ์ นิลพัฒน์,นทชาติ จินตกานนท์, ดร.เนาวรัตน์ ทรงสวัสดิ์ชัย,รศ.นพ.โอภาส ไตรตานนท์,พญ.พรรษพร เจริญสกุลวงค์, นพ.พีรพัฒน์ ต่างใจ,ศรีวรรณ เศรษฐีวรรณ, อธิตานันท์ อภิธนทวีพัฒน์,ดร.ศศิมา ทองสมัคร, ภิภพ วาสนาอาชาสกุล,นพ.ภุชงค์ ชื่นชม, ยิ่งศักดิ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา,ระพี แก้วศรีงาม, ดร.วิชัย สีสุด,ภก.ไพศาล พุทธสันติธรรม, วิวรรธน์ เทียนศิริ,สิริรัตน์ อร่ามเสรีวงศ์, สุพล จันทวีชัย,อัษฎางค์ ขำคมกุล,ณัฐพงศ์
โกวิทยานันต์

..ll ชาว ปธพ.2 รวมยินดีกับ นพ.นิธิวัฒน์ กิจศรีอุไร ที่ รพ.สมิติเวช สุขุมวิท ได้รับรางวัล“Hospital of the Year in Thailand”จากนิตยสาร Global Health Asia Pacific ของสิงคโปร์

..ll ช่วงนี้ ดร.นิพนธ์ นาชิน พร้อมทีมงาน บจ.อัลฟ่าเซค เดินทาง ร่วมซ้อมแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจของ ททท. ที่ สนง.อินเดียและญี่ปุ่น ในฐานะที่ปรึกษาตามมาตรฐาน ISO 22301

..ll พญ.พัชรี ปิยวรเดช วันเกิดไปทำบุญกับพระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี แล้วไปเหมาปลาที่ตลาดไปปล่อยด้วย

น้องใหม่

ชวนสัมผัสกรุงเทพฯมุมมองใหม่ กับ ‘TukTuk Quest’ ประสบการณ์นั่งตุ๊กตุ๊กเสมือนจริงแห่งแรกของไทย

ชวนสัมผัสกรุงเทพฯมุมมองใหม่ กับ  ‘TukTuk Quest’ ประสบการณ์นั่งตุ๊กตุ๊กเสมือนจริงแห่งแรกของไทย

ชวนสัมผัสกรุงเทพฯมุมมองใหม่ กับ ‘TukTuk Quest’ ประสบการณ์นั่งตุ๊กตุ๊กเสมือนจริงแห่งแรกของไทย

วันอังคาร ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 17.30 น.

คิง เพาเวอร์ มหานคร แลนด์มาร์กระดับโลกใจกลางกรุงเทพมหานคร ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านประสบการณ์ท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ ด้วยการเปิดตัว TukTuk Quest” (ตุ๊กตุ๊ก เควสท์) เครื่องเล่นเสมือนจริง (VR) ใหม่ล่าสุดที่จำลองการนั่งรถตุ๊กตุ๊กแบบสมจริงเป็นครั้งแรกของประเทศไทย โดยใช้เทคโนโลยี Motion-Synchronized VR Ride ที่ทันสมัยที่สุด เพื่อมอบความตื่นเต้นเร้าใจผ่านวัฒนธรรมไทย ในรูปแบบใหม่ ณ บริเวณล็อบบี้ของคิง เพาเวอร์ มหานคร ข้างโซน Mahanakhon SkyRides พร้อมให้บริการ ทุกวันเวลา 10.00 – 21.00 น. (รอบสุดท้ายเวลา 20.30 น.)

มร.มาร์ค เบกาสาท กรรมการผู้จัดการ คิง เพาเวอร์ มหานคร กล่าวว่า “เราภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้นำเสนอ TukTuk Quest ซึ่งเป็นเครื่องเล่น VR ตุ๊กตุ๊กแห่งแรกของโลก ที่ผสมผสานวัฒนธรรมไทยอันทรงคุณค่ากับเทคโนโลยี ล้ำสมัยได้อย่างลงตัว เราเชื่อว่าประสบการณ์นี้จะสร้างความประทับใจและความทรงจำที่ไม่เหมือนใครให้กับ ผู้มาเยือนจากทั่วโลก TukTuk Quest คือการตีความเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ให้มีชีวิตในรูปแบบใหม่  เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้สัมผัสประสบการณ์การเดินทางแบบไทยๆ ผ่านมุมมองที่ล้ำสมัย เสมือนกำลังโลดแล่นอยู่บนถนนกรุงเทพฯ ด้วยแว่นตา VR ความคมชัดสูง เสียงสมจริง และเบาะนั่งที่เคลื่อนไหวสอดรับกับภาพและเรื่องราวที่ฉายอย่างไร้รอยต่อ เราเชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่สร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนจากทั่วโลก”

ไฮไลต์ของ TukTuk Quest:

เครื่องเล่น VR ตุ๊กตุ๊กแห่งแรกของโลก

เลือกสนุกได้ 3 รูปแบบ: Bangkok Journey / Dino VR / Roller Coaster VR

เหมาะสำหรับเด็กและครอบครัว ทุกวัย เปิดประสบการณ์ VR ที่สนุกสนาน ปลอดภัย และน่าจดจำ รวมทั้ง นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ อีกประสบการณ์ใหม่ที่สนุกและสร้างสรรค์ในการสัมผัสเสน่ห์ของกรุงเทพฯ อย่างน่าตื่นเต้น

“TukTuk Quest” ตั้งอยู่บริเวณล็อบบี้ของคิง เพาเวอร์ มหานคร ข้างโซน Mahanakhon SkyRides พร้อมให้บริการทุกวันเวลา 10.00 – 21.00 น. (รอบสุดท้ายเวลา 20.30 น.) ท่านที่สนใจสามารถซื้อบัตรได้ที่เคาท์เตอร์จำหน่ายตั๋วคิง เพาเวอร์ มหานคร หรือเว็บไซด์ https://kingpowermahanakhon.co.th ราคาเพียง 250 บาท ต่อรอบ ต่อท่าน พร้อมเปิดให้บริการแล้ววันนี้

วอชิงตันแอปเปิลคอมมิชชั่น ประเทศไทย ฉลองความสำเร็จปีที่ 5

วอชิงตันแอปเปิลคอมมิชชั่น ประเทศไทย ฉลองความสำเร็จปีที่ 5

วอชิงตันแอปเปิลคอมมิชชั่น ประเทศไทย ฉลองความสำเร็จปีที่ 5

วันอังคาร ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 17.11 น.

ในโลกของธุรกิจที่หมุนเร็ว ความสัมพันธ์ระยะยาวคือกุญแจสำคัญสู่ความยั่งยืน และ Washington Apple Thailand คือหนึ่งในแบรนด์ที่พิสูจน์แล้วว่า ความใส่ใจในพันธมิตรสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริง

ในฤดูกาล 2024/2025 วอชิงตันแอปเปิลคอมมิชชั่น ประเทศไทย เดินหน้าแคมเปญ Trade Loyalty Program เป็นปีที่ 5 ด้วยเป้าหมายไม่ใช่เพียงการผลักดันยอดขาย แต่เพื่อ “เติบโตไปด้วยกัน” กับร้านค้าส่งทั่วประเทศ โดยปีนี้มีร้านค้ากว่า 84 รายจากตลาดค้าส่งผลไม้หลักของไทยเข้าร่วม ได้แก่ ตลาดไท-ตลาดนานาชาติ, ตลาดไอยรา, ตลาดสี่มุมเมือง, ตลาดมหานาค, ตลาดบองมาเช่ และตลาดปากคลองตลาด กิจกรรมนี้จัดขึ้นตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 ถึงมิถุนายน 2568 โดยมอบรางวัลรายฤดูกาลแก่ร้านค้าที่ร่วมโครงการ พร้อมสนับสนุนสื่อส่งเสริมการขายภายในร้าน เพื่อช่วยให้แบรนด์ แอปเปิลคุณภาพจากอเมริกานี้เข้าถึงผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ความภักดีไม่ใช่แค่คะแนนสะสม…แต่มันคือ “ความสัมพันธ์”

ธีรวี อังกุวรกุล ตัวแทนสมาพันธ์ส่งเสริมการส่งออกแอปเปิลจากรัฐวอชิงตัน ประจำประเทศไทย กล่าวอย่างจริงใจว่า“เราภูมิใจที่ร้านค้ากว่า 70% ให้การตอบรับแคมเปญนี้อย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าร้านค้าสัมผัสได้ถึงความใส่ใจและความจริงใจของเรา ความสำเร็จไม่ใช่ของเราเพียงฝ่ายเดียว แต่มันคือเรื่องราวร่วมกันของทั้งแบรนด์และพันธมิตรที่อยู่ข้างเรา”

มอบของรางวัลที่มีความหมาย สร้างรอยยิ้มให้กับผู้ค้า

ในปีนี้ ร้านแสงจันทร์ ได้รับรางวัลใหญ่เป็นจักรยานไฟฟ้าสามล้อจากการสะสมคะแนนสูงสุด ส่วนร้านเด่นอื่น ๆ เช่น ร้าน N-ฟรุ๊ต (เจ้นันท์)สาขา 2, ร้านเจ๊กัลยา ขายผลไม้, ร้านเจ้หมวย-บุญสม, ร้านเฮียแดง เจ๊อ้อย, ร้าน ก.นำโชค และร้านเฉลิมชัย+เปิ้ลก็ได้รับจักรยานไฟฟ้า 2 ล้อ รวมกว่า 6 รางวัลและรางวัลอื่นๆอีกมากมายแจกครบทั้ง 84 ร้านค้า แสดงถึงความตั้งใจของแบรนด์ในการ “ตอบแทนด้วยใจ” มากกว่าแค่กลยุทธ์ทางการตลาด

ปรับตัวเพื่อคนไทย ต่อยอดด้วยใจเข้าใจตลาด

นอกจากการสะสมคะแนน Loyalty Program แบรนด์วอชิงตันแอปเปิล ยังผนวกกิจกรรมส่งเสริมการขาย, โปรโมชั่นพิเศษ, และการมีส่วนร่วมทางโซเชียลมีเดีย ทำให้แบรนด์ไม่เพียงติดตลาด แต่ “ติดใจ” ทั้งผู้ค้าและผู้บริโภค พร้อมเดินหน้าสร้างภาพลักษณ์ แอปเปิลอร่อย ปลอดภัย มาตรฐาน USDA อย่างมั่นคง

เป้าหมายใหม่ คือ “ความเชื่อมั่นต่อเนื่อง”

จากการตอบรับที่เติบโตทุกปี วอชิงตันแอปเปิลคอมมิชชั่น ประเทศไทย ตั้งใจจะขยายโครงการไปยังร้านค้ารายใหม่ พร้อมเสริมเครื่องมือการตลาดที่ช่วยให้ร้านค้าส่งในยุคดิจิทัลสามารถสื่อสารกับผู้บริโภคได้ง่ายและตรงใจยิ่งขึ้น

“ความสำเร็จของวอชิงตันแอปเปิลไม่ใช่เรื่องของผลไม้เท่านั้น แต่คือความสัมพันธ์ที่เกิดจากความเชื่อใจ ความใส่ใจ และความเป็นพันธมิตรอย่างแท้จริง” ธีรวี กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามกิจกรรมพิเศษ โปรโมชั่นและเรื่องราวเบื้องหลังของแอปเปิลคุณภาพจากสหรัฐอเมริกา ได้ที่ Facebook & Instagram:

Washington Apple Thailand

“อิมูร่า” เดินหน้าแคมเปญ “1 ล้านซอง 1 ล้านพลังใจ” พร้อมเหล่าคนดังรวมพลังใจเพื่อผู้ป่วยมะเร็ง

“อิมูร่า” เดินหน้าแคมเปญ “1 ล้านซอง 1 ล้านพลังใจ” พร้อมเหล่าคนดังรวมพลังใจเพื่อผู้ป่วยมะเร็ง

วันอังคาร ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 17.00 น.

ในวันที่คำว่า “มะเร็ง” ไม่ได้อยู่แค่ในข่าวหรือคนไกลตัวอีกต่อไป วันนี้หลายครอบครัวในประเทศไทยได้สัมผัสกับโรคร้ายนี้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ พี่น้อง คนรัก หรือแม้แต่ตัวเราเอง… และในเส้นทางของผู้ป่วยมะเร็งที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและไม่แน่นอน กำลังใจคือสิ่งสำคัญที่สุด

บริษัท มามาสิตา จำกัด ผู้อยู่เบื้องหลังแบรนด์ I.M.U.RA (อิมูร่า) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและดูแลสุขภาพสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง ก้าวสู่ความสำเร็จครั้งสำคัญ ด้วยยอดจำหน่าย ทะลุ 1 ล้านซองทั่วประเทศ และเพื่อเฉลิมฉลองก้าวที่ทรงคุณค่านี้ บริษัทฯ ได้จัดงานเปิดตัวแคมเปญใหญ่ “1 ล้านซอง 1 ล้านพลังใจ” เพื่อส่งต่อพลังใจให้ผู้ป่วยและครอบครัวที่ต้องเผชิญกับมะเร็ง ได้รู้ว่า “คุณไม่ได้สู้ลำพัง”

จาก 1 ซองสู่ 1 ล้านพลังใจ

อิมูร่า ไม่ใช่เพียงผลิตภัณฑ์อาหารเสริม แต่เป็นเสมือนเพื่อนร่วมทางของผู้ป่วยในวันที่ร่างกายอ่อนแอ ตลอดระยะเวลากว่า 3 ปีที่แบรนด์ก่อตั้ง I.M.U.RA ได้เดินทางเข้าไปอยู่ในบ้านของผู้คนกว่าแสนครอบครัว และถูกส่งต่อในฐานะ “พลังใจเล็ก ๆ” เพื่อประคับประคองให้คนที่เรารักก้าวผ่านวันยากลำบาก

“เราไม่ได้ขายแค่อาหารเสริม เราขายความหวัง ความเข้าใจ และความอ่อนโยนที่คนป่วยต้องการ” คำกล่าวของผู้บริหารแบรนด์ มามาสิตา จำกัด ที่สื่อถึงหัวใจของผลิตภัณฑ์อิมูร่าได้อย่างชัดเจน

ดาราคนดังร่วมถ่ายทอดแรงบันดาลใจ

ภายในงานเปิดตัวแคมเปญ “1 ล้านซอง 1 ล้านพลังใจ” ได้รับเกียรติจากบุคคลที่เคยผ่านประสบการณ์หรือใกล้ชิดกับผู้ป่วยมะเร็ง มาร่วมแบ่งปันมุมมองที่ลึกซึ้งและจริงใจ ได้แก่ ดีเจพี่อ้อย นภาพร นักสื่อสารใจผู้เชี่ยวชาญด้านความรู้สึก, อาม่าแต๋ว อุษา นักแสดงชื่อดัง กับบทบาทผู้ป่วยที่ครองหัวใจคนไทย, อ้วน รีเทิร์น และ จาตุรงค์ พลบูรณ์ ที่เคยเห็นคนใกล้ตัวต่อสู้กับโรคนี้อย่างหนัก รวมถึง โบว์ เบญจศิริ ที่ร่วมถ่ายทอดมุมมองของผู้หญิงที่เข้าใจหัวใจของผู้ป่วย แต่ละคนล้วนร่วมสะท้อนให้เห็นว่า… ในโลกของมะเร็ง ความรักและความเข้าใจคือยาที่ดีที่สุด

ผลิตภัณฑ์ที่ได้รางวัลการันตีระดับโลก

อิมูร่า ไม่ได้เพียงแค่เข้าถึงใจผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังคว้ารางวัลจากเวทีนานาชาติ ได้แก่ เหรียญทองจากงาน Seoul International Invention Fair 2024 (SIIF) ประเทศเกาหลีใต้ และ Special Award จาก Malaysian Association of Research Scientists สองรางวัลนี้เป็นการตอกย้ำว่า I.M.U.RA ไม่ใช่แค่นวัตกรรมในไทย แต่เป็นนวัตกรรมระดับโลก ที่คิดค้นสูตรโดยนักวิจัยไทย เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งอย่างแท้จริง

แตกต่างอย่างเข้าใจผู้ป่วย

I.M.U.RA เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาสำหรับผู้ที่อยู่ระหว่างการรักษาด้วยเคมีบำบัด การฉายแสง หรือการใช้ยามุ่งเป้า โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของส่วนผสม และใช้สารสกัดคุณภาพกว่า 9 ชนิด ได้แก่ สารสกัดจากเปลือกองุ่น สารสกัดแครนเบอร์รี สารสกัดเบอร์รี แมกนีเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต สาหร่าย Salina อินนูลิน วิตามินบีรวม วิตามินซี ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้ผ่านการตรวจสอบคุณภาพจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และอยู่ภายใต้มาตรฐานที่เหมาะสมในระดับสากล

“1 ล้านซอง = 1 ล้านความหมาย”

ยอดขาย 1 ล้านซองของอิมูร่า ไม่ใช่แค่เครื่องหมายแห่งความสำเร็จทางธุรกิจ แต่สะท้อนให้เห็นว่า สังคมไทยกำลังหันมาใส่ใจผู้ป่วยมะเร็งอย่างเข้าใจและเห็นคุณค่าในทุกช่วงเวลาแห่งการต่อสู้ ทุกซองที่ถูกส่งต่อ คือหนึ่งสัมผัสที่อ่อนโยน หนึ่งประโยคที่พูดไม่ได้ และหนึ่งความหวังว่า “พรุ่งนี้อาจดีกว่าวันนี้”

เพื่อขอบคุณสังคมไทย และร่วมส่งต่อพลังใจคืนกลับไปยังผู้ป่วย รายได้ส่วนหนึ่งจากยอดขาย อิมูร่า มอบเงินบริจาคจำนวน 1,000,000 บาท ให้แก่โรงพยาบาล และมูลนิธิ ที่ดูแลผู้ป่วยมะเร็งทั่วประเทศ ภายใต้แคมเปญ “1 ล้านซอง 1 ล้านพลังใจ”

แคมเปญนี้จะเดินหน้าส่งมอบความช่วยเหลือและกำลังใจให้กับผู้ป่วย ผ่านกิจกรรมทั้งออนไลน์และออฟไลน์ตลอดปี 2568 ไม่ว่าจะเป็นเสียงของ “ความหวัง” อาจเบา…แต่เมื่อรวมกัน มันจะดังก้องอยู่ในใจของทุกคนที่กำลังเผชิญหน้ากับโรคร้าย อิมูร่าขอสัญญาว่าเราจะยังคงยืนเคียงข้างทุกชีวิตที่กำลังต่อสู้ เพื่อให้ทุกวันพรุ่งนี้…มีพลังมากกว่าเดิม

จากแบรนด์เล็กสู่พลังระดับประเทศ I.M.U.RA เริ่มต้นจากความตั้งใจของทีมเล็ก ๆ ที่อยากทำสิ่งดี ๆ ให้กับคนที่อ่อนแอที่สุด วันนี้จากทีมเล็กๆ ได้เติบโตสู่แบรนด์ที่ผู้ป่วยและคนดูแลเชื่อใจ เป็นความภาคภูมิใจของคนไทย ที่สามารถสร้างนวัตกรรมเพื่อสุขภาพได้อย่างแท้จริง และที่สำคัญ…ไม่ว่าจะอีกกี่ล้านซอง I.M.U.RA ขอเป็น “เพื่อนร่วมทาง” ที่คอยเดินข้างๆ ผู้ป่วยมะเร็งตลอดเส้นทาง

เพราะกำลังใจคือยาที่ดีที่สุด และอิมูร่าจะเป็นหนึ่งในนั้น…เสมอ ติดตามกิจกรรมจากแคมเปญ “1 ล้านซอง 1 ล้านพลังใจ” ได้ที่ บริษัท มามาสิตา จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย I.M.U.RA Facebook : MamasitaWellness และ website: https://www.imurathailand.com

เซ็นทารา แกรนด์ ลาดพร้าว จัดอีเวนต์พิเศษโชว์ศิลปวัฒนธรรมและอาหารไทยสู่เวทีโลก

เซ็นทารา แกรนด์ ลาดพร้าว จัดอีเวนต์พิเศษโชว์ศิลปวัฒนธรรมและอาหารไทยสู่เวทีโลก

เซ็นทารา แกรนด์ ลาดพร้าว จัดอีเวนต์พิเศษโชว์ศิลปวัฒนธรรมและอาหารไทยสู่เวทีโลก

วันอังคาร ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 16.43 น.

โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ  โดย สุพัตรา จิราธิวัฒน์ กรรมการ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) และ Executive Advisor to Central Group  จัดอีเวนต์พิเศษ “Splash Hotel Soft Power Showcase 2025” ภายใต้แนวคิด “Thai Art ∞ Thai Cuisine: Eat Food Like Medicine” ที่ผสานศิลปะและอาหารไทยเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยมี ดร. สุเมธ ตินติเวชกุล  เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ณ ห้องลาดพร้าวสวีท ชั้นเอ็ม โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ

กิจกรรมภายในงาน โรงแรมฯ ได้นำเสนอความเป็นไทยผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ โดยได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรผู้ส่งเสริมความร่วมมือเพื่อผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ของไทย อาทิ นิทรรศการศิลปะโดย  เจ สุรเสน ศิลปินผู้ได้รับรางวัลเพชรสยาม ปี 2558 การสาธิตการทำอาหารไทย โดยเชฟนิ่ม ไพรินทร์ หาหิงษา ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารไทยจากห้องอาหารสวนบัว ภายใต้แนวคิด ”ทานอาหารให้เหมือนยา” นอกจากนี้ ยังมีโรงเรียนสอนอาหารครัววันดี ที่เป็นสถานศึกษาด้านอาหารไทยระดับโลก บูธแสดงสินค้าและเครื่องดื่มจากแบรนด์ไทย “แกรนด์ มอนเต้” และ “เทพพนม” ซึ่งได้รับรางวัลระดับนานาชาติ และจัดแสดงสาธิตการทำอาหารและเครื่องดื่ม การแสดงดนตรีไทย พร้อมทั้งลิ้มรสอาหารที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ

ทั้งนี้ ทางโรงแรมฯ ยังได้นำเสนอนิทรรศการจิตรกรรมพิเศษ “เสน่ห์ธรรมชาติ เสน่ห์บุปผา เสน่หาบุษบา” โดย  เจ สุรเสน จัดแสดงระหว่างนี้ ไปจนถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 ณ ชั้นเอ็ม โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ และจัดแสดงภายในห้องอาหารสวนบัวของโรงแรม

 นายวุฒิศักดิ์ พิชญกานต์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ กล่าวว่า  “งาน Splash Hotel Soft Power Showcase 2025 ภายใต้แนวคิด  ‘Thai Art ∞ Thai Cuisine: Eat Food Like Medicine’  ถือเป็นโอกาสสำคัญที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ ได้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมไทย โดยการผสานศิลปะและอาหารเข้าด้วยกัน เพื่อเผยแพร่ความงดงามและคุณค่าเหล่านี้สู่สายตาชาวไทยและชาวต่างชาติ ผมขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจ ทั้งศิลปิน พันธมิตรทางธุรกิจ ผู้จัดงาน และแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่ทำให้งานนี้ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม”

ภายใต้การจัดงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ THACCA SPLASH – Soft Power Showcase 2025 ที่จัดโดย Thailand Creative Culture Agency (THACCA) เพื่อส่งเสริม 11 อุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ของไทย และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางแห่งความคิดสร้างสรรค์และศิลปวัฒนธรรมในเวทีโลก

สำหรับผู้สนใจเยี่ยมชมนิทรรศการศิลปะ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 02-541-1234  หรือติดต่อผ่าน Line OA: @centaraladprao  และ Inbox: https://bit.ly/centaraladprao

สองค่ำคืนแห่งรสชาติ ‘Lumi x Cha La ดินเนอร์ 4-Hands สุดเอ็กซ์คลูซีฟ’ สองเชฟรุ่นใหม่รังสรรค์เมนูสุดพิเศษ ที่ AMANOR เชียงใหม่ และ Hotel MYS เขาใหญ่

สองค่ำคืนแห่งรสชาติ ‘Lumi x Cha La ดินเนอร์ 4-Hands สุดเอ็กซ์คลูซีฟ’ สองเชฟรุ่นใหม่รังสรรค์เมนูสุดพิเศษ ที่ AMANOR เชียงใหม่ และ Hotel MYS เขาใหญ่

สองค่ำคืนแห่งรสชาติ ‘Lumi x Cha La ดินเนอร์ 4-Hands สุดเอ็กซ์คลูซีฟ’ สองเชฟรุ่นใหม่รังสรรค์เมนูสุดพิเศษ ที่ AMANOR เชียงใหม่ และ Hotel MYS เขาใหญ่

วันอังคาร ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 16.35 น.

เตรียมพบกับค่ำคืนที่คนรักอาหารไม่ควรพลาด! โรงแรม AMANOR เชียงใหม่ และ UNICORN Hospitality จับมือกันสร้างสรรค์ประสบการณ์อาหารสุดพิเศษกับดินเนอร์  9 คอร์ส ในงาน “Lumi x Cha La: 4-Hands Dinner Series” โดยสองเชฟรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดของวงการ ‘เชฟปรินซ์’ ทนงศักดิ์ มณีกาศ หัวหน้าเชฟ ห้องอาหาร Lumi (ลูมิ) ของโรงแรม AMANORเชียงใหม่ และ ‘เชฟตะวัน’ มุนินทร์ ฐิติชัยรัตน์ Executive Chef ห้องอาหาร Cha La (ชาลา) ของ Hotel MYS เขาใหญ่ ที่จะมาผนึกกำลังกันรังสรรค์เมนูผ่านรสชาติที่ผสมผสานเทคนิคการปรุงอาหารระดับสากลกับวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างมีศิลปะ 

เพียง 2 ค่ำคืน เท่านั้น! 12 กรกฎาคม 2568 ที่ห้องอาหาร Cha La, Hotel MYS เขาใหญ่  และ 18 กรกฎาคม 2568 ที่ห้องอาหาร Lumi โรงแรม AMANOR เชียงใหม่  นับเป็นก้าวสำคัญภายใต้เป้าหมายและวิสัยทัศน์ของ UNICORN Hospitality ในการมุ่งมั่นพร้อมยกระดับ Lumi และ Cha La ให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านอาหารชั้นนำที่ได้รับการยอมรับจากมิชลินไกด์ในอนาคต

การพบกันของสองปรัชญาแห่งอาหาร

ตลอดสองค่ำคืนพิเศษที่ Lumi ห้องอาหารไฟน์ไดนิ่งของโรงแรม AMANOR เชียงใหม่ และห้องอาหาร Cha La แห่ง Hotel MYS เขาใหญ่ เชฟปรินซ์ – ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Lumi – จะถ่ายทอดปรัชญา “Italian craft | local character” ผ่านเมนูที่หลอมรวมเทคนิคอาหารอิตาเลียนอันประณีตเข้ากับวัตถุดิบท้องถิ่นและจิตวิญญาณของวัฒนธรรมล้านนาได้อย่างลงตัวและเปี่ยมรสนิยม

ในขณะที่ เชฟตะวัน แห่ง Cha La, Hotel MYS เขาใหญ่ จะพาแขกดื่มด่ำกับแนวทาง “Hyperlocal” ที่โดดเด่นด้วยการเลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นตามฤดูกาลอย่างชาญฉลาด ถ่ายทอดผ่านเมนูร่วมสมัยที่สะท้อนกลิ่นอายชนบทในมุมมองใหม่ — ทันสมัยแต่ยังคงอบอุ่น — จนกลายเป็นอีกหนึ่งดาวรุ่งที่น่าจับตาแห่งวงการอาหารไทยยุคใหม่

เชฟปรินซ์ และ เชฟตะวัน คือตัวแทนของเชฟไทยรุ่นใหม่ที่หยั่งรากลึกในวัฒนธรรมดั้งเดิม แต่ไม่หยุดที่จะเปิดรับแนวคิดใหม่และถ่ายทอดผ่านอาหารด้วยมุมมองร่วมสมัยอย่างสร้างสรรค์ ความกลมกลืนของสองแนวคิดและสไตล์การปรุงอันเป็นเอกลักษณ์ของทั้งคู่ คือหัวใจสำคัญในการรังสรรค์เมนูพิเศษในค่ำคืนแห่งการร่วมมือครั้งนี้

เมนู 9 คอร์ส รสชาติที่รังสรรค์อย่างประณีต

ดินเนอร์สุดพิเศษครั้งนี้ประกอบด้วยเมนู 9 คอร์สที่เชฟทั้งสองร่วมกันรังสรรค์อย่างพิถีพิถัน เริ่มต้นด้วย Amuse-bouche สร้างความประทับใจตั้งแต่คำแรก ก่อนจะไล่เรียงไปสู่จานเรียกน้ำย่อย จานหลัก และของหวานปิดท้ายอย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมการจับคู่ไวน์ชั้นเลิศและเครื่องดื่มพรีเมียมที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อเสริมรสชาติแต่ละจานได้อย่างลงตัว

เมนูไฮไลต์:  “Oyster Symphony”  โดยเชฟปรินซ์ ซึ่งเป็นการผสมผสานอย่างหรูหราระหว่างหอยนางรมอันดามันกับคาเวียร์ดอยดำ, เจลลี่ลิ้นจี่ และผิวส้มโอ เสิร์ฟคู่กับ Cava สเปน  และ “Chilled Khao Yai Green Grape Gazpacho” โดยเชฟตะวัน ที่นำน้ำองุ่นเขียวเขาใหญ่เย็นที่สดชื่นและมีรสชาติจัดจ้านด้วย เสริมด้วยแฮมอิเบอริโก แตงกวาดอง และมูสมะเขือเทศเขียว

และเมนูเด่นอื่นๆ: “Foie Gras Mango Blossom” โดยเชฟปรินซ์ ที่นำฟัวกราส์จากฝรั่งเศสมาปรุงกับมะม่วงน้ำดอกไม้และครัมเบิลขิง-มะนาว และ “Charcoal-Grilled Chocolate-Fed Wagyu Picanha” โดยเชฟตะวัน กับการนำเนื้อวากิวที่เลี้ยงด้วยช็อกโกแลต มาย่างด้วยถ่าน เสิร์ฟพร้อม Cecina ham, คะน้า และซอสไวน์แดงรมควันวิสกี้

ดินเนอร์ 4-Hands 9 คอร์ส: ราคา 3,900++ บาท/ท่าน รวมไวน์แพริ่งทุกคอร์ส นอกจากนี้ ยังมีแพ็คเกจห้องพักสุดพิเศษ – ครบทั้งพักและดินเนอร์ Hotel MYS เขาใหญ่ – 12 กรกฎาคม 2568: ห้องพัก Deluxe Room 1 คืน พร้อมอาหารเช้า ชุดน้ำชายามบ่าย และดินเนอร์ 4-hands พร้อมไวน์แพริ่ง สำหรับ 2 ท่าน ในราคาเพียง 9,999++ บาท/ห้อง/คืน จองได้ถึงวันที่ 11 กรกฎาคม 2568 เท่านั้น!

โรงแรม AMANOR เชียงใหม่ – 18 กรกฎาคม 2568: ห้องพัก Deluxe Room 1 คืน พร้อมอาหารเช้า และดินเนอร์ 4-hands พร้อมไวน์แพริ่ง สำหรับ 2 ท่าน ในราคาเพียง 9,999+++ บาท/ห้อง/คืน จองได้ถึงวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 เท่านั้น!

โอกาสสุดพิเศษที่ไม่ควรพลาด! ที่นั่งมีจำนวนจำกัด – แนะนำให้สำรองล่วงหน้าเพื่อสัมผัสประสบการณ์การเดินทางอันน่าจดจำผ่านรสชาติและศิลปะการปรุงอาหารของสองเชฟรุ่นใหม่ผู้มีวิสัยทัศน์ในครั้งนี้

สำรองที่นั่ง: โรงแรม AMANOR เชียงใหม่ โทร: +66 (0) 53 216 219  อีเมล: reservations.ahcm@amanorhotels.com  หรือ LINE: @amanorhotelcm  และ Hotel MYS เขาใหญ่ โทร: +66 (0) 44 049 069 อีเมล: getaway@hotelmys.com LINE: @myskhaoyai